2 พฤศจิกายน 2563
242 K

“…สุดท้ายแล้ว ผมไม่มีอะไรจะเสีย มีแค่คำว่า มึงทำกับมึงไม่ทำ…”

นั่นเป็นประโยคตัดสินใจแรกของ ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา ตอนอายุเพียง 23 และหลังจากสิ้นบทสนทนาครั้งนั้นคุณคงเดาว่าเขาเลือก ทำ ใช่-เพราะเขาไม่มีอะไรเสีย ใช่-เขากลายเป็นเจ้าของกิจการย่างเนยตั้งแต่อายุ 23 

ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา, ย่างเนย, บุฟเฟต์

เรามั่นใจว่าวินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ย่างเนย บุฟเฟต์โคขุนกระทะร้อนราคา 199 บาท ที่มาพร้อมสโลแกนจริงใจ ‘เหลือไม่ปรับ ไม่จำกัดเวลา’ แถมมีสาขากระจายความอร่อยกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ สมใจนักชิม!

นอกจากกลิ่นเนยห้อมหอมที่โชยมาเตะจมูกและเนื้อสีเข้มที่จี่ลงกระทะเสียงดังซู่ซ่า ยังมีเบื้องหลังย่างเนยที่อร่อยกลมกล่อมจนเราอยากชวนคุณทำความรู้จัก กาปฏิทินวันแรกที่เผาถ่านก่อไฟ จนวันที่คนนับสิบ นับร้อย แห่กันต่อคิวเพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติแห่งความสุข เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากพี่ชายน้องชายที่ทำธุรกิจใหม่จากธุรกิจเก่า

ความน่าสนใจของย่างเนยคือธุรกิจบุฟเฟต์ที่มีวิธีการจัดการแบบโรงแรมหรู ทำการตลาดแบบหมูกระทะล้อมเมือง ตีแตกกลุ่มมหาวิทยาลัยจนขยายเข้าสู่หัวเมือง และรักษาพนักงานด้วยการลดอัตราการลาออกให้น้อยที่สุด

คีบสามชั้นอมชมพูลงกระทะฉ่ำเนย เพิ่มอรรถรสการทานย่างเนยด้วยการแกล้มกับเรื่องราวของย่างเนย

เรารับรองว่าคุณจะทานย่างเนยอร่อยกว่าเดิมหลายเท่า

“ผมไม่มีอะไรจะเสีย”

ย้อนอดีตสมัยไมค์เป็นนักศึกษาจบหมาด เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนจะเริ่มธุรกิจย่างเนยเพียง 2 ปี

แรกเริ่มเดิมทีพี่ชายของเขามีร้านขายแอลกอฮอล์พ่วงเนื้อย่างอยู่แถวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งเป็นความฝันของพี่ชาย สองคนพี่น้องทำไปทำมาดันสังเกตว่า ลูกค้าเลือกทานเนื้อมากกว่าเครื่องดื่มมีดีกรี

“เอาจริง มันเจ๊งแหละ เราไม่มีทางเลือก เลยเปลี่ยนมาขายเนื้อกระทะบุฟเฟต์อย่างเดียว” เขายอมรับ

“ตอนนั้นจะเซ้งแล้ว แต่ก็เอาวะ สุดท้ายแล้ว ผมไม่มีอะไรจะเสีย มีแค่คำว่ามึงทำกับมึงไม่ทำ ถ้ามึงไม่ทำก็ไม่ได้อะไรเลย ถ้ามึงทำยังมีคำว่าได้กับไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจทำ รีแบรนด์เป็นย่างเนย ปรากฏว่าผมตัดสินใจถูก”

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

เมื่อถึงคราวต้องเลือก เลือดชายหนุ่มวัย 23 พุ่งพล่านเดือดดาลบังคับให้เขาเลือกเส้นทางสุดท้ายที่มี 

วันแรกของการเปิดย่างเนย จำนวนโต๊ะของร้านนับรวมกันมีมากกว่าพนักงานร้านเสียอีก ใช่-เขาเป็นคนเดียวที่ทำทุกอย่างเองหมด ล้างพื้น ล้างกระทะ ขัดกระทะ ซื้อวัตถุดิบ ฯลฯ ด้วยเหตุผลไม่มีเงินพอจะจ้างพนักงาน

บรรยากาศย่างเนย สาขาซอยเจปาร์ก ณ ตอนนั้นไม่ได้ขายดีเท่าตอนนี้ แต่ดันมีโชคเข้าข้างที่เป็นช่วงเปิดเทอม ประจวบกับละแวกนั้นแทบไม่มีร้านหมูกระทะเลย ย่างเนยเลยกลายเป็นร้านรับจัดเลี้ยงโดยปริยาย 

“เรามีแต่ลูกค้าจัดเลี้ยงมากิน มาทีมาเยอะ เราก็ทำเพราะได้กำไร มีจังหวะที่เราถ่ายภาพนั้นลงเฟซบุ๊ก คนต่อแถวกัน คิวถึงขั้นหลักร้อย ต้องปิดถนนเพราะสาขาแรกอยู่ในซอยคนออกันเต็มซอย คนวอล์กอินมาก็ไม่ได้กิน” 

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

เริ่มเห็นเค้าลางอันดีว่าการตัดสินใจของเขาถูกทาง ไมค์ซิ่งไม่เหยียบเบรกด้วยการเปิดย่างเนย สาขาประตูเชียงราก 2 ด้วยเวลาเพียง 6 เดือนนับจากสาขาแรกทำความรู้จักกับเด็กธรรมศาสตร์และใกล้เคียงจนสนิทสนม

“มีข้อดีของการเป็นคนตัดสินใจเร็วบ้างมั้ย” เราถามเจ้าของกิจการวัย 28 

“ตัดสินใจเร็วบางทีก็ดี บางทีก็ไม่ดี ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเหตุการณ์นั้นว่ามันควรจะเร็วหรือเปล่า

“ถ้าอยากเป็นคนตัดสินใจเร็วต้องคาดการณ์ด้วย คาดการณ์ว่าถ้าตัดสินใจทำสิ่งนี้ลงไป ผลจะเป็นยังไง หลังจากนั้นถ้าผิดพลาด ต้องมีแพลนสำรอง แล้วก็คาดการณ์ต่อหลังจากนั้นด้วย พูดให้ง่ายคือ ต้องเปลี่ยนเกมให้ไว”

“จริงๆ คืออร่อย”

อย่างที่บอกคุณตอนก่อนว่า ย่างเนยขยายจากสาขาแรกไปสาขา 2 ด้วยระยะเวลาเพียง 6 เดือน

สาขา 3 เขาปักหมุดที่ราชมงคลธัญบุรี สาขา 4 ที่สนามจันทร์ สาขา 5 ที่เมืองเอก สาขา 6 ที่รังสิต

ยังไม่ทันพ้นหลักสิบสาขา เขาเปิดแฟรนไชส์ย่างเนยสาขาแรกที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามด้วยสาขาอุดรธานีมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน ศาลายา ลาดพร้าว-วังหิน เอกชัย ฯลฯ

“เราสนใจลูกค้ากลุ่มมหาลัยอยู่แล้ว สาขาแรกคือธรรมศาสตร์ เราก็ขยายสาขาต่อเหมือนใยแมงมุม พอถึงจุดที่ไม่มีพื้นที่ใกล้มหาลัยให้เปิด เราก็ขยับเข้ามากรุงเทพฯ เข้าตามแหล่งชุมชน และต้องตีหัวเมืองหลักอย่างชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ เราก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าป่าล้อมเมืองได้หรือเปล่า” นี่มันหมูกระทะล้อมเมืองต่างหาก

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

แต่ด้วยความสงสัย เราถามเขาอย่างตรงไปตรงมาว่า 

“การขยายสาขาแรกไปสาขาที่สองยากกว่าการขยายจากสาขาหลักสิบไปยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ หรือเปล่า”

“ช่วงแรกยากกว่ามาก พอทำบ่อยง่ายมากเลย” เขาตอบ

“ยากเพราะอะไร” เราสงสัย

“ยากเพราะเราไม่รู้ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน แฟรนไชส์คืออะไรเราไม่รู้จัก แต่พอลงมือทำ มันก็เป็นของมันเอง สิ่งสำคัญต้องลงมือทำ ถ้าไม่ลงมือทำแม่งก็ไม่รู้อะไรเลย ลงมือทำแล้วก็ต้องรู้จักพัฒนาด้วยนะ” เขาเฉลย

“ย่างเนยมีสาขาเกือบเจ็ดสิบสาขาภายในห้าปี คุณว่าโตเร็วไปมั้ย”

“เราไม่รู้ เพราะเราไม่แข่งกับใคร เราแข่งกับตัวเอง” เจ้าของธุรกิจตอบทันที

“เปิดร้านแล้วขายดียังไงก็ต้องมีคู่แข่ง ถ้าเปิดร้านแล้วไม่ดูคู่แข่งก็คงไม่ได้ ข้อเปรียบเทียบระหว่างเรากับเขาจะกลายเป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไป อย่าอยู่กับที่ เพราะถ้าอยู่กับที่เมื่อไหร่คุณพร้อมจะโดนเสียบได้ทุกเมื่อ” 

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

แม้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าแห่งร้านบุฟเฟต์และมีร้านหมูกระทะน้องใหม่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ย่างเนยเอาชนะสนามหมูที่ไม่หมูด้วยความคุ้มค่าด้วยราคาเพียง 199 บาท มีอาหารให้เลือกครบครันและการบริการที่ดีไม่แพ้ใคร

ไมค์ใช้เฟซบุ๊กในการโปรโมตกิจการบุฟเฟต์ ตอนนั้นยังมีน้อยคนที่ทำ เขาเร็วและเริ่มก่อนใคร

นั่นทำให้ย่างเนยเป็นที่รู้จักทั่วประเทศไทย

คิดว่าอะไรเป็นเหตุผลให้คนติดอกติดใจย่างเนยเยอะขนาดนี้

“จริงๆ คืออร่อย” เขาตอบแทบไม่ต้องคิด

ว่าแล้วเชียว ความอร่อยเป็นเหตุ สังเกตได้

“อร่อยอย่างเดียวไม่พอแล้ว”

เบื้องหลังของไมค์ที่เราอยากแนะให้คุณทราบ คือเขาจบการศึกษาจากคณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการโรงแรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เด็กหนุ่มคนนี้ฝึกงานครัวจากโรงแรมระดับหรูหราของประเทศไทย อาทิ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โรงแรมเครือโนโวเทล และโรงแรมเลอ เมอริเดียน ทำให้เราไม่แปลกใจที่เขามีความรูู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหาร ตลอดจนการจัดการงานครัวเข้าขั้นดีเยี่ยม แฟนย่างเนยอย่างเรายิ้มกริ่มในใจอย่างไม่ผิดหวัง

“เราเข้าใจเรื่องอาหารเยอะเลย ตอนเข้าไปเราไม่เหมือนเทรนนี เหมือนทำงานจริง เรียกว่าเก่งก็ได้มั้ง” เขาหัวเราะกับตัวเองก่อนจะเล่าต่อ “เมื่อก่อนเป็นผู้ชายตัวใหญ่ เราเข้าใจว่าเชฟคงไว้ใจเรา ตอนนั้นทำครัวจัดเลี้ยงพอดี เอาจริงนะ การไปฝึกงานตรงนั้นเรารู้สึกว่ากำไรคือการกิน ได้กินล็อบสเตอร์ ได้กินหอยเชลล์ ได้กินไวน์”

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

เขามีความเก่งเป็นทุน กำไรแท้จริงที่เขาได้ติดตัวกลับมาคือความสามารถระดับ Luxury มาตรฐานสากล

“ระบบโรงแรมค่อนข้างจะแกร่ง Policy, Hygiene ผมรู้หมด รู้แม้กระทั่งฮาซาร์ด (Hazard Analysis and Critical Point System – ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร) ตอนอยู่แชงกี-ลา ผมล้างมือด้วยน้ำร้อนทุกครึ่งชั่วโมง ผักต้องเอาเข้าเครื่องล้างและใส่สาร แยกเขียงสำหรับผักที่ต้องหั่น ผักที่กินทันทีต้องใช้ถุงมือจับ แบ่งได้อีกเยอะมาก ผมผ่านการทำงานที่เหนือกว่าปกติมาแล้ว การทำร้านอาหารเลยง่าย”

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

ไมค์เขียนคู่มือการจัดการขึ้นมา 1 เล่ม และแจกจ่ายให้กับเจ้าของแฟรนไชส์แต่ละสาขาเพื่อมาตรฐานเดียวกัน เขายังสอนพนักงานเกี่ยวกับงานครัว การหั่นผัก ความสะอาด การตรวจเช็กและควบคุมอุณหภูมิอาหาร การดีฟรอสต์ และเขาลงทุนลงแรงกับอุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความโฟลว์ของธุรกิจ 

“เดี๋ยวนี้อร่อยอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องอร่อย สะอาด สะดวก ซึ่งอร่อยเราอร่อยอยู่แล้ว ส่วนสะอาดเราฝึกพนักงานตลอด การฝึกช่วยลดข้อผิดพลาดได้ สะดวก ย่างเนยโฟกัสทำเลที่มีที่จอดรถเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว” 

 “มาตรฐานลิ้นเราสูง”

เรามักเห็นภาพคนกินย่างเนยรังสรรค์เมนูสุดบรรเจิด กุ้งตัวเบิ้มคลุกข้าวโพดและชีสยืดเยิ้ม เห็นแค่ภาพโสตประสาททั้งหลายก็จินตนาการถึงกลิ่นหอมชวนทานและรสสัมผัสละมุนในปาก สุขล้นจนต้องยกนิ้ว

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา
ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

“ชีสเราก็ใช้ชีสดี เพราะเคยทำงานโรงแรมมาก่อน มาตรฐานลิ้นเราสูง เราเน้นอร่อยเป็นอันดับหนึ่ง ราคาไม่เกี่ยง ทุกอย่างใช้ของดีหมด แล้วค่อยกดราคาต่ำลงด้วยการเอาปริมาณไปคุย เราไม่ได้ลดค่าใช้จ่าย” ไมค์เล่า

ในฐานะแฟนตัวยงย่างเนย เราถามเจ้าของกิจการว่า 1 วันใช้วัตถุดิบทั้งหมดเท่าไหร่ (รวมทุกสาขา)

“ประเทศไทยตอนนี้ไม่มีใครหาของให้เราได้” เขาตอบยียวนก่อนจะอธิบายว่า “เราต้องทำใจและยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อให้ได้ของ เนื้อที่ใช้ก็มีหลายแบบ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อไทย ซึ่งเนื้อไทยดีนะ อีกอย่างเราคัดเนื้อเองหมด ถ้าขุนได้ไม่เกินสามเดือน หกเดือน เราไม่เอา หลุดสเปกมาเราตีกลับ ถ้าเขาทำให้เราได้ก็ดีล ไม่ได้ก็เปลี่ยนเจ้า”

แม้แต่กุ้งที่เป็นหน้าเป็นตาเขาก็คัดขนาดบิ๊กไซส์ เพราะกุ้งตัวเล็กเนื้อน้อย แกะหมดเปลือกก็แทบไม่ได้กินเนื้อ ไมค์บอกว่า เขาคำนึงถึงความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก มาทานทั้งทีต้องจัดของดีให้ คำว่ากั๊กของใช้กับที่นี่ไม่ได้

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

“คิดง่ายๆ ว่าเราเอาใจลูกค้าเป็นสำคัญที่สุด เราอยากพูดได้เต็มปากว่าร้านเรา เราตั้งใจทำ ไม่เคยหวงของ”

หนึ่งเรื่องที่เราชอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัตถุดิบของย่างเนยคือ พาร์ตเนอร์ต้องเป็น One Stop Service

“เมื่อก่อนพาร์ตเนอร์เยอะ ตอนหลังเราเลือกแบบ One Stop Service หมดเลย ถ้าใครทำให้ไม่ได้เราขอยกเลิก เพราะช่วงแรกเราซื้อของเอง แต่ตอนนี้มีพาวเวอร์พอที่จะดึงมันมาเป็นจุดแข็งในการไปสู้ ซึ่งเราสั่งของกับพาร์ตเนอร์แค่สามถึงสี่เจ้า อาหารทะเล หมู ของแห้ง และของสด เช่น ถ้าของแห้ง เขาต้องหาให้เราได้ทั้งหมด

“เราใช้กุ้งวันละสามตัน หมูประมาณหกถึงสิบตัน ที่น่ารักคือโรงงานเขาโตมากับเรา เขาทำตามที่เราต้องการได้ การควบคุมอุณหภูมิ การเคลม การรีฟันด์ พอธุรกิจเราโตขึ้นก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปเปลี่ยนเขา ถ้ามีคนมากดราคา เราก็ไม่สนใจนะ เพราะเราดูการบริการด้วย ต้องชั่งน้ำหนักว่าราคาถูกกว่าแต่การบริการไม่ดี เราก็ไม่เอา”

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

ไมค์เฉลยว่าระบบร้านบุฟเฟต์ของเขา ดีลเลอร์จะกระจายของให้กับสาขาทั่วประเทศ สาขาไหนต้องการอะไรเพิ่มก็กดสั่งในกลุ่มไลน์ของย่างเนย (เขาเปิดหน้าสนทนาให้เราดู) วิธีการนี้ทำให้เขาตรวจสอบได้ว่าสาขาไหนเปลี่ยนแปลงสินค้าหรือไม่สั่งสินค้า แต่แอบลองไปใช้บริการเจ้าอื่นแทน แน่นอนว่าผิดกฎที่เจ้าของธุรกิจตั้งไว้

“เจ้าของแฟรนไชส์บางคนไฟแรง อยากลอง แต่เราไม่อยากให้เขาลอง เพราะกว่าเราจะผ่านจุดนั้นมาได้ก็หลายปี เราลองให้เขามาหมดแล้ว บางทีก้าวพลาดมันพลาดหมดเลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังระคนหวังดี

“ลูกค้าคือพระเจ้า”

ปัญหาที่เจอเวลาไปทานบุฟเฟต์กับก๊วนเพื่อน คือต้องทำตัวเป็นเหมือนนักกรีฑาที่พร้อมออกวิ่งไปตักกุ้งบ้าง สามชั้นบ้าง หูตาต้องไว ถ้าเติมเมื่อไหร่ ติดสปีดไม่ยั้ง เพราะบางร้านของออกช้า ไม่เติมของ ถึงเติมก็ไม่เพียงพอ

“เป็นเรื่องปกติ เพราะร้านอาหารต้องการทำกำไร ถ้าเราเติมของไม่ทันลูกค้าจะตักเยอะ เขาขี้เกียจนั่งรอ เราไม่อยากเห็นภาพแบบนั้น เราอยากให้เขาต่อแถว ไม่มีการแย่งของกัน เราเลยต้องเติมของให้ทันตลอดเวลา

“เราบอกเด็กเสมอว่าของห้ามหมดนะ เคร่งมาก เป็นกฎข้อแรกที่ให้ความสำคัญ กุ้งเหลือครึ่งถาดต้องเติมแล้ว เรามีรันเนอร์เฝ้าตลอด ขนาดว่าแยกตำแหน่งนี้ออกมาเฉพาะเลย มีหน้าที่เดียวคือหยิบของจากครัวมาเติม”

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา
ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

ไมค์กระซิบว่า การวางโฟลว์ก็สำคัญ ครัวต้องติดกับห้องอาหารเพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการเดิน

อีกข้อกังวลเวลาทานบุฟเฟต์ ต้องยัดให้เยอะและเต็มท้องไว้ก่อน เพราะกลัวไม่คุ้ม แถมจำกัดเวลาอีก

“เราทำงานกับเด็กมหาลัย เห็นรุ่นน้องกินอยู่ชั่วโมงครึ่งสองชั่วโมง เราปรับไม่ลง เลยตั้งคอนเซปต์ว่า เหลือไม่ปรับ ไม่จำกัดเวลา ความจริงพอเรารีแบรนด์ก็อยากมีคำคมเฟี้ยวๆ แล้วคำนี้มันผุดขึ้นมาในหัวพอดี บวกกับเราขายราคา 199 มีเนื้อ มีเนย มีกุ้ง กินเหลือแล้วไม่ปรับอีก มันเป็นอะไรที่ มึงใจมาก ทำให้ลูกค้าเขาอยากกลับมากินซ้ำ

“ลูกค้ากลับมากินซ้ำเป็น Key Success ของเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เรายังอยู่ได้ ผมสอนเสมอว่าลูกค้าคือพระเจ้า ลูกค้าผิดยังไงต้องให้ลูกค้าถูกเสมอ เราปฏิเสธเขามีแต่แพ้” นั่นเป็นวิธีคิดฉบับเด็กวิชาการจัดการโรงแรมของเขา

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

สิ่งที่ลูกค้าสอนคุณคือความอดทนหรือเปล่า เราตั้งคำถาม

“ความปลง เราทำงานบริการเราต้องบริการ เราเคยเจอลูกค้าเขวี้ยงจานใส่ เคยเจออาหารที่ทำจากไก่แต่ลูกค้าบอกหมู เราก็ต้องบอกว่ามันคือหมู สิ่งที่ปลูกฝังเราคือการบริการแบบ Luxury แต่ย่างเนยราคา 199 เราบริการแบบนั้นได้ มันโอเวอร์ มันเหนือกว่า สิ่งที่ผมจะบอกคือการบริการมันฟรี นี่คือสิ่งที่ผมต้องสอนลูกน้อง”

ไมค์สอนพนักงานให้รู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเขาแบ่งเป็น 3 เลเวล เขียว เหลืองและแดง

สัญญาณไฟสีเขียวกะพริบเมื่อลูกค้าส่งคำขอ เช่น เปลี่ยนถ่าน ขอเนื้อ ไฟสีเหลืองกะพริบเมื่อลูกค้าส่งคำร้องขออาหารรอบสองรอบแล้วไม่มาสักที และไฟสีแดงกะพริบเมื่อเจอแมลงวันหรือเกิดการปนเปื้อนในอาหาร

“การรักษาพนักงานไว้สำคัญที่สุด”

พนักงานย่างเนยส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น หนึ่งสาขาใช้พนักงานประมาณ 30 คน นับรวมพนักงานทั่วประเทศ (ประจำและพาร์ตไทม์) ประมาณ 1,800 คน ซึ่งเจ้าของกิจการยินดีและต้อนรับเด็กวัยเยาว์ที่เข้ามาทำงานกับเขา เป็นเพราะเขาต้องการเจาะตลาดกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัย ทำให้วัฒนธรรมองค์กรต้องวัยรุ่นตามไปด้วย

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

“พนักงานเป็นคนรุ่นเดียวกับเรา เราค่อนข้างจะให้ใจเขามากกว่าจะสั่งทำนู่นทำนี่ เราบอกคอนเซปต์ในการทำงานให้เขา เขาเก่งอยู่แล้ว เขาทำได้ของเขาเอง แต่เราต้องให้โอกาสเขาในการแสดงความคิดเห็นและรับฟัง 

“ถ้าคนไหนพัฒนาต่อยอดได้ เราก็ให้โอกาสการเติบโตทางหน้าที่การงาน ถ้าเขาทำงานดีเราก็ควรจะเพิ่มเงินให้เขา ถ้าคนไหนไม่ดีเราก็เอาออก ถ้าไม่เอาออกคนที่เขาทำดีมาตลอดเขาจะเสียกำลังใจ” ไมค์เล่าวิธีบริหารคน

ปัญหาที่มาคู่กับทุกธุรกิจคือการลาออก หนุ่มวัย 28 คนนี้วิเคราะห์ว่า ความไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นหนึ่งในเหตุผลของการลาออก เขาแก้ปัญหาด้วยการ หนึ่ง ให้ความก้าวหน้าทางการงาน สอง ปรับค่าแรงให้เหมาะสมกับตำแหน่ง สาม สานสัมพันธ์และเติมความใส่ใจระหว่างนายจ้างกับลูกน้อง เขาดอกจันว่าข้อนี้สำคัญที่สุด

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

“การรักษาพนักงานเราสะดุดตอนที่ไปสอนวิธีการทำงานให้สาขาแฟรนไชส์ แล้วพนักงานดันลาออก ซึ่งวิธีการที่เขาสอนต่อกันมันผิดเพี้ยน เราเลยทำคู่มือขึ้นมา แต่ถึงมีมันก็เพี้ยนอยู่ดี วิธีที่ดีที่สุดคืออย่าให้เขาลาออก

“เราพยายามปิดทุกจุดรอยรั่ว ด้วยการมีสวัสดิการ มีแรงจูงใจ มีการสร้างสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกน้อง ซึ่งลูกน้องเขาทำงานเพื่อหาเงินอยู่แล้ว แต่กลับบางคนเรื่องเงินไม่สำคัญเท่ากับความสบายใจ

“สำหรับเรา พนักงานสำคัญ การคัดกรองพนักงานสำคัญและการรักษาพนักงานไว้สำคัญที่สุด” เขาย้ำ

“สิ่งที่คุณทำมันเห็นผลจริงใช่มั้ย” เราโยนคำถาม

“เห็นสิ ตอนนี้เห็นผล แต่ห้าปี สิบปี อาจจะไม่เห็นผล เราก็แค่เปลี่ยนเกมให้ไว” เขาตอบพร้อมรอยยิ้ม

“มีคนประสบความสำเร็จมากกว่านี้”

วันแรกที่ตัดสินใจรีแบรนด์เป็นย่างเนย คุณคาดการณ์มั้ยว่าจะมาถึงจุดนี้ 

“เราคิดว่าร้านอาหารอยู่ได้ไม่กี่ปีหรอกเดี๋ยวก็เจ๊ง ใครจะรู้ว่าเปิดมาห้าปีไม่เจ๊งสักที” ไมค์เคยคาดการณ์ 

“มาถึงตอนนี้ผมว่าโคตรดีแล้ว แค่มีข้าวกิน มีเงินใช้ การทำงานมันไม่สนุกอยู่แล้ว นับเงินสนุกกว่า คุณเหนื่อยไปเถอะ สุดท้ายมานั่งนับเงินมันหายเหนื่อยจริงนะ” อันนี้เขียนลงได้ใช่มั้ย-เราขออนุญาต “ได้” เขาอนุญาต

ย่างเนย ธุรกิจของเด็ก 23 ที่เริ่มจากศูนย์และไม่มีอะไรจะเสีย สู่บุฟเฟต์ 199 ที่มีกว่า 70 สาขาภายใน 5 ปี, ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา

“กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่มีใครมาบอกหรอก กูล้างกระทะ กูเผาถ่าน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ผมผ่านอะไรมาเยอะ มันไม่มีอะไรสวยหรู” มองย้อนกลับไปคุณรู้สึกยังไง “ตลกตัวเองฉิบหาย ถามตัวเองตลอดว่า กูมาถึงจุดนี้ได้ยังไงวะ” ตอบตัวเองว่าอะไร “โชค ถ้าบอกว่าผมเก่งจะหาว่าโม้ คงเป็นเพราะโชค โอกาส แต่ว่าต้องเตรียมพร้อมตลอดนะ เพราะไม่รู้มันจะมาเมื่อไหร่ คุณต้องลงมือเลย เพราะคุณไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง คุณต้องลงไปคว้าไว้ก่อน”

ไมค์เป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุ 23 เปิดกิจการมาแล้ว 5 ปี มีสาขาเกือบ 70 สาขาทั่วประเทศ 

วันนี้ถือว่าเด็กคนนั้นประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง 

“ไม่” 

ไมค์-ชนะสิทธิ์ แสงรุ่งคงคา, ย่างเนย, บุฟเฟต์

ทำไมตอบทันทีโดยไม่ต้องตรึกตรอง

“เพราะมันมีคนประสบความสำเร็จมากกว่านี้”

แล้วความสำเร็จของย่างเนยที่คิดไว้เป็นแบบไหน

“เป็นธุรกิจที่ไม่ตาย ผมมองไว้อีกห้าปีถ้าย่างเนยยังอยู่ ผมถึงเรียกว่าความสำเร็จ เพราะผมรักษามันไว้ได้”

การรักษาไว้มันยาก

“ยิ่งเยอะ ยิ่งยาก”

ซึ่งท้าทาย

“ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เพราะผมก็เริ่มต้นจากคำว่า ไม่มีอะไรจะเสีย”

Lesson Learned

หนึ่ง 

“การแก้ปัญหาของธุรกิจต้องมีระบบที่ดีและเหมาะสมกับองค์กร เมื่อใดก็ตามที่เจอปัญหาซ้ำซาก ต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ทันที ทำยังก็ได้ให้ดีที่สุด ทดลองทำแล้วจดบันทึก เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย อันไหนดีก็ใช้อันนั้น บางสถานการณ์ใช้วิธีเดียวกันไม่ได้ ต้องยืดหยุ่นและปรับตามสภาพแวดล้อมเพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุด”

สอง

“การทำงานแล้วทะเลาะกัน มันดีนะ แต่ต้องทะเลาะเพื่อให้เกิดปัญญา ไม่ใช่ทะเลาะเพื่อเอาชนะ ทะเลาะเพื่อก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ทะเลาะเพื่อก้าวถอยหลัง”

สาม

“คุณต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและต้องไม่ลืมให้โอกาสเขาด้วย เพราะพนักงานเป็นคนที่สำคัญที่สุดในองค์กร”

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘Ericeira เมืองเซิร์ฟของประเทศโปรตุเกส-เขาหลัก ใน 20 ปี?’

นี่คือชื่อบทความออนไลน์ที่เราอ่านระหว่างทำความรู้จัก ‘Better Surf Thailand’ โรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟที่เกิดจากการรวมตัวของเซิร์ฟเฟอร์ในเขาหลัก ก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์พวกเขา

บทความฉายภาพให้เห็นถึงเมืองประมงเล็ก ๆ เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในโปรตุเกส ที่เติบโตจนพลิกฟื้นให้เมืองกลับมาคึกคักด้วยการโต้คลื่น และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายจากทั่วโลก

พวกเขามองว่าเขาหลักเองก็ไม่ต่างกัน และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำแบบนั้นให้ได้

Better Surf วางพิมพ์เขียวของความฝันของตัวเองไว้อย่างไร ไปดูกัน 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

First Sight

ที่นี่เริ่มมาจากคำชวนง่าย ๆ ของ ต๊ะ-ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช เจ้าของเพจ Surfer’s Holiday ที่ชวน แมน-ชาติชาย สมพร นักกีฬาโต้คลื่นทีมชาติที่ประจำอยู่ภูเก็ต ให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาโต้คลื่นที่เขาหลักบ้านเขา 

แมนไม่รอช้า คว้าบอร์ดขึ้นมอเตอร์ไซค์มาสองคนกับเพื่อน เขาบอกว่ามาถึงตกดึกยังไม่ทันเห็นอะไร รุ่งเช้าวันถัดไปเขาถึงได้รู้จักคลื่นที่เขาหลักเป็นครั้งแรก โดยไม่ทันเอะใจว่าที่นี่จะกลายมาเป็นบ้านหลังที่ 2 ในที่สุด

การโต้คลื่นครั้งนั้นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ Better Surf เสียทีเดียว ทั้งคู่เคยทำโปรเจกต์ Monkey Dive Hostel ด้วยกันมาก่อน โดยนำสปาเก่ามาปรับปรุงเป็นที่พักนักเดินทาง ค่อย ๆ เริ่มไปทีละขั้นทีละตอน ตั้งแต่ก่อสร้างไปจนถึงต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง ทำให้ได้เจอกับ Co-founder คนที่ 3 เรมี-อาทิต์ยา จันทร์ประเสริฐ 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Better Surf, Better City

2 ปีแรกที่ Monkey Dive Hotel พวกเขาใช้เวลาช่วงหน้ามรสุมปิดโฮสเทลไปทำอย่างอื่น เพราะเป็นช่วงที่เกาะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาปิดชั่วคราว ธุรกิจอื่นก็ซบเซาเสียจนเมืองเงียบเหงา 

พวกเขาเริ่มเห็นลู่ทางใหม่ แม้คลื่นลมในหน้ามรสุมทำให้การท่องเที่ยวบนเกาะเป็น Low Season แต่ก็เป็นคลื่นลมนี้เช่นกันที่ทำให้การโต้คลื่นสนุกขึ้น ช่วงพฤษภาคมจนถึงตุลาคมที่เคยเงียบเหงา จึงกลายมาเป็น High Season สำหรับการเล่นเซิร์ฟ ความคิดที่จะเปิดโรงเรียนสอนโต้คลื่นเพื่อทำให้มาเที่ยวพังงาได้ทั้งปีจึงเกิดขึ้น

ย้อนไปวันแรก แมนบอกว่ากังวลอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ได้มีพื้นฐานทำธุรกิจมาก่อน แต่โชคดีที่ Co-founder ทั้งสามคนมีความรู้ในด้านที่ต่างกันลงตัวพอดิบพอดี เขาใช้ประสบการณ์ที่มีสอนทฤษฎีและการโต้คลื่น ขณะที่ต๊ะกับเรมีช่วยดูเรื่องแผนการตลาด และยังได้แรงสนับสนุนจาก คุณฉิ่ง-มนตรี ณ ตะกั่วทุ่ง เจ้าของสถานที่ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันกีฬาโต้คลื่นในพังงาให้เติบโตอย่างทุกวันนี้

กิจการเริ่มขึ้นในปี 2018 กับการสอนนักเรียน 150 คนแรก พวกเขาทำเองเกือบทุกขั้นตอน ทั้งตอบอินบ็อกซ์ รับจองคลาสเรียน รวมถึงลงน้ำสอนโต้คลื่นด้วยตัวเอง จนมั่นใจว่าโรงเรียนจะไปต่อได้เลยเริ่มตั้งชื่อ 

พวกเขาอยากให้เป็นชื่อที่ดี เลยคิดจะใช้ Surf Thailand ทว่าคิดอีกที Better Surf Thailand น่าจะดีกว่า

เพราะสิ่งที่คิดจะทำ ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนโต้คลื่นในไทย แต่ต้องเป็นโรงเรียนสอนโต้คลื่นที่ให้ประการณ์ที่ดียิ่งกว่า เพื่อทำให้เขาหลักเป็นมากกว่า Surf Town และผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองให้เป็น Tourist Spot ให้ได้ ทั้งทีมเลยตั้งใจพัฒนา 2 ส่วนสำคัญ คือ โรงเรียน และ คอมมูนิตี้

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา
Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Surf School’s System

“ผมมองว่าการสอนเซิร์ฟ มันมากกว่าลงไปเล่นแล้วยืนได้” แมนเล่าแบบนั้น “แต่เขาต้องแฮปปี้และปลอดภัย นั่นเป็นเป้าหมายที่เราหวังไว้”

เหตุผลที่เขาเลือกเป็นคนสอนพื้นฐานและทฤษฎีบนบกเอง เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติ เอาตัวรอดในน้ำได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง จากนั้นถึงจะส่งไม้ต่อให้ครูท่านอื่นสอนนักเรียนกับคลื่นจริงตัวต่อตัว

จากการซาวเสียงคนรอบตัว ส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสโต้คลื่นครั้งแรก มักได้คำตอบรับกลับมาว่าสนุก ประทับใจ เพราะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสัมผัส ทำให้อยากกลับไปเรียนอีก 

แต่พอเราถามถึงการเล่นครั้งที่ 2 3 หรือ 4 ก็มีบางเสียงบอกว่ายากเกินไป เพราะหลาย ๆ โรงเรียนเน้นสอนแต่คอร์ส Try Surf และไม่มีบันไดขั้นอื่นให้เดินต่อ แต่ไม่ใช่กับ Better Surf

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

ระบบของที่นี่ส่งเสริมการเรียนของนักเรียนมากขึ้น โดยนำความรู้จากเนื้อหาของ ISA (International Surfing Association) มาย่อยเป็นทักษะต่าง ๆ ที่นักโต้คลื่นแต่ละระดับควรมี เขียนออกมาเป็นเอกสารสำหรับทั้งครูและนักเรียน ตั้งแต่ระดับ Beginner, Intermediate ไปจนถึง Advance ซึ่งเราไม่เคยได้เห็นจากโรงเรียนอื่น 

“เรามีเอกสารให้กรอกเลยว่า ใน 1 ชั่วโมงที่เรียน นักเรียนคาดหวังอยากเรียนรู้อะไร พอจบ 1 ชั่วโมงปุ๊บ ครูผู้สอนมีหน้าที่อธิบายและแนะนำว่า อะไรคือส่วนที่ทำได้ดีแล้ว และจะปรับปรุงส่วนไหนเพื่อให้ครั้งหน้าเล่นได้ดีขึ้น นักเรียนจะได้รู้ว่า แต่ละขั้นควรเรียนรู้อะไรเพื่อก้าวไปสู่ขั้นถัดไป และทำให้รู้ว่าที่มาเรียนนี่ผมไม่ได้เลี้ยงไข้คุณนะ” เขาหัวเราะ

แต่ในบางครั้งโดยเฉพาะช่วง High Season ที่คิวสอนของครูแต่ละคนยาวต่อเนื่องชั่วโมงต่อชั่วโมง ก็เกิดการฟีดแบ็กไม่ทันเช่นกัน เขาไม่นิ่งนอนใจและแก้ปัญหานี้ด้วยการทำกล่องคอมเมนต์ไว้ที่โต๊ะลงทะเบียนของโรงเรียน ซึ่งหย่อนได้ทั้งนักเรียนและคุณครู 

“ไม่มีคอมเมนต์ไหนที่ไม่ดีนะ เพราะการที่เขามาคอมเมนต์ แปลว่าเขาเห็นจุดอ่อน เห็นอะไรที่คิดว่ามันพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Soft Skill

ในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วง High Season ความต้องการเล่นเซิร์ฟตื่นตัวมากเป็นประวัติการณ์ ที่นี่จึงจำเป็นต้องรับสมัครครูสอนเซิร์ฟเพิ่มเป็นครั้งแรก สิ่งที่น่าสนใจในการมองหาผู้ร่วมทีมคนใหม่ คือ Better Surf ไม่ได้มองหาผู้สมัครที่เล่นได้เก่งที่สุด แต่เลือกคนที่มีไฟในการพัฒนาตัวเองและการสอน 

Soft Skills คือสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นทักษะสำคัญที่ครูแต่ละคนควรมี ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เยอะมากในการสอน เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างประสบการณ์การเรียนที่ดีให้กับนักเรียน เพราะครูผู้สอนเหมือนเป็นประตูด่านแรกในการเล่นกีฬาโต้คลื่น ถ้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็อาจปิดประตูกีฬาชนิดนี้ไปเลย ทั้ง ๆ ที่มันเป็นกีฬาที่สนุก เปิดโอกาสให้ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้พูดคุยกับผู้คน โดยไม่ต้องพะวงกับมือถือหรือโลกภายนอก 

“ผมบอกครูทุกคนว่า บทบาทของคุณสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรนะ เพราะถ้าไม่มีคุณ Better Surf ก็ไปต่อไม่ได้ หรือต่อให้ทำได้ก็ไม่มีทีมเวิร์ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราอยากให้คุณพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะในอนาคต คุณมีฐานนักเรียนที่เขาแฮปปี้กับคุณ มันต่อยอดได้อีกเยอะ ไปที่อื่นก็มีคนตามคุณอยู่ เพราะเขารู้ว่าคุณเป็นครูแบบไหน”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Empower People

นอกจากความสนุกในการเล่น เราพบว่าอีกส่วนที่กีฬาโต้คลื่นทำได้ดีคือการสร้างเสริมความมั่นใจ แมนบอกเราว่า จริง ๆ แล้ว 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนเป็นผู้หญิง เพราะสื่อโซเชียลที่ทันสมัยทำให้ทุกคนมีโอกาสได้เห็นแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำจากเซิร์ฟที่ดูเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมของผู้ชาย ให้กลายเป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็เล่นได้

“พี่เรมีน่าจะเป็นอีกคนที่ Empower ให้ผู้หญิงไทยมาเล่นเซิร์ฟ”

แมนเล่าถึง Co-founder คนที่ 3 ที่ใช้เวลา 2 ปี เปลี่ยนการโต้คลื่นจากงานอดิเรกให้เป็นเรื่องจริงจังขนาดติดทีมชาติ และคว้าเหรียญทองแดงกลับมาจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 

Better Surf เองก็เคยทำแพ็กเกจ Solo Traveller ส่งสารถึงผู้หญิงทุกคนว่า การมาโต้คลื่นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ ไม่ต้องรอใคร ไม่ว่าจะแข็งแรงดีหรืออกหักอยากพักใจ ก็จองคลาสเรียนมาได้เลย เพราะถึงแม้จะเดินทางมาคนเดียว ก็ยังมีเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนร่วมเดินทางด้วยกัน กลายเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ขึ้น

การเล่นเซิร์ฟทำหน้าที่เป็นเพื่อนใหม่ให้กับใครหลาย ๆ คน อย่างใน Barcadi Camp แคมป์เซิร์ฟแรกที่โรงเรียนจัด มีผู้ร่วมกิจกรรมหลายคนแชร์ประสบการณ์เรื่องภาวะซึมเศร้ากับการโต้คลื่น ว่าการได้มาลองโต้คลื่นในแคมป์เป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้ได้เจอเพื่อน เจอคลื่น พบกีฬาที่ชอบ และได้รับพลังกลับไป 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Ride the Right Wave

ช่วงปี 2019 เป็นปีสำคัญของโรงเรียน Better Surf เพราะเป็นปีที่มีทั้งจังหวะเติบโตและจังหวะหยุดอยู่กับที่ โควิด-19 ระลอกแรกทำให้ธุรกิจแทบทุกอย่างที่กำลังไปได้สวยหยุดชะงัก ในจังหวะนั้น ต๊ะเสนอทางรับมือกับปัญหาเกี่ยวกับนโยบายป้องกันโรคระบาดที่ผันผวนไปมา โดยวางแผนร่วมกับธุรกิจภาคโรงแรม เตรียมความพร้อมไว้รอวันที่การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เมืองเปิด คนจะกลับมา 

และก็เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

หลังคลายล็อกดาวน์ จำนวนนักเรียนจากเดิมที่สอนแค่วันละ 5 – 7 คน ทะลุไปสู่หลักร้อย โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของซีซั่นปลายเดือนตุลาคม พอคำนวณรวบยอดทั้งซีซั่น พวกเขาสอนนักเรียนร่วมหนึ่งหมื่นคน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อธุรกิจ แต่เมื่อทบทวนดี ๆ กลับพบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

“เราไม่ต้องการให้คนมาเรียนวันละ 100 คน เพราะไม่ได้มองว่าธุรกิจที่เราทำต้องได้ผลกำไรสูงสุด แต่อยากให้มันยั่งยืนมากกว่า เพราะถ้าเราโตเร็ว ก็อาจจะไปเร็วเหมือนกัน”

พวกเขาเลยกลับมาที่ Core Value คือการค่อย ๆ ขยายธุรกิจไปแบบไม่เร่งร้อน รับครูและพนักงานเพิ่มปีละ 1 – 2 คน ตามขนาดธุรกิจที่เติบโตขึ้น เพื่อเป็นฐานสำหรับการสร้างคอมมูนิตี้เซิร์ฟให้เติบโตไปอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งเขาวางแผนเอาไว้ว่า มีสิ่งที่ต้องพัฒนาทั้งหมด 5 อย่าง 

หนึ่ง การพัฒนาบุคลากร อบรมและสร้างมาตรฐานการสอนให้ครู เพื่อทำให้การมาเรียนโต้คลื่นสนุก ปลอดภัย นักเรียนอยากกลับมาอีก พร้อมกับสร้างความเข้าใจกับคนท้องที่เรื่องการเป็นเจ้าบ้านว่า Service Mind เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเราเป็นเจ้าบ้านที่ดี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับนักท่องเที่ยวได้เท่าไหร่ เศรษฐกิจท้องถิ่นยิ่งโตไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวติดใจจนอยากกลับมาซ้ำ คนท้องถิ่นเองก็จะมีรายได้มั่นคงขึ้น ไม่ต้องไปย้ายถิ่นฐานไปไกลบ้าน

สอง จำกัดจำนวนผู้เรียนให้น้อยลงและไม่รับนักเรียน Walk-in เพื่อที่โรงเรียนจะได้จัดการบุคลากรอย่างพอดี ให้ครูแต่ละคนมีเวลาเตรียมตัว ทำความรู้จักพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนที่นักเรียนจะมาถึง เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้กับนักเรียน และอีกด้านหนึ่ง Better Surf Thailand ต้องการทำหน้าที่การตลาดและเลือกที่จะกระจายนักเรียนไปยังโรงเรียนโต้คลื่นอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน อย่างเช่น Pakarang Surf School และ Seapiens Camp Khaolak ที่คอยทำงานและพัฒนาไปด้วยกัน

สาม สร้างโอกาสให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดสรรทั้งทุนและอุปกรณ์ ผ่านชมรมกระดานโต้คลื่นของจังหวัดพังงาที่มีต๊ะเป็นประธาน เพราะปัจจุบันมีนักกีฬารุ่นใหม่ทักษะดีที่รอการเจียระไนอยู่อีกมาก และพวกเขามองว่าจะประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ได้ไม่ยาก ถ้าหากได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ

สี่ สนับสนุนให้นักเรียนลองขยับขยายไปเล่นที่อื่นอีกหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลตะวันออก อย่างเขาแหลมหญ้าที่ระยอง หาดเจ้าหลาวที่จันทบุรี หรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่หัวหิน ปราณบุรี ถึงสงขลา ที่หน้า High Season ไม่ตรงกับฝั่งอันดามัน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเล่นเซิร์ฟทั้งปี ไม่ใช่แค่ที่เขาหลัก เป็นการผลักดันให้ทุกที่มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เติบโตเป็นเครือข่ายกีฬาโต้คลื่นที่แข็งแรงด้วยกันทั้งประเทศ

ห้า รณรงค์เก็บขยะ ไม่ใช่แค่ที่ Memories Beach ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน แต่กระจายออกไปให้ทั่วทุกหาด ทุกพื้นที่ เพื่อทำให้ธรรมชาติสวยสะอาด ดึงดูดใจให้คนมาท่องเที่ยว 

เราเชื่อว่า 5 อย่างที่ทาง Better Surf กำลังตั้งใจทำอยู่ในตอนนี้ ประกอบกับธรรมชาติที่ดีของเขาหลัก จะพาให้พวกเขาไปถึงฝัน ในการใช้กีฬาโต้คลื่นพลิกฟื้นเมืองและธุรกิจท้องถิ่นให้กลับมาคึกคัก เป็น Tourist Destination แบบ Ericeira ได้ไม่ยาก และอาจจะไม่ต้องใช้เวลามากถึง 20 ปี 

“แมนคิดว่า 5 ปีก็น่าจะเริ่มเห็นผลแล้วนะ” คุณครูทิ้งท้ายไว้พร้อมรอยยิ้ม 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Lessons Learned

  • การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องอ่านเนื้องานให้ขาด ถึงจะได้คนที่มีคุณสมบัติที่ถูกเหมาะสมแบบที่ Better Surf เลือกให้คุณสมบัติของครูผู้สอนมีไฟ เข้าใจ Soft Skills มาเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเรียน
  • การจับจังหวะเป็นอีกทักษะสำคัญของการทำธุรกิจ ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออกว่าจังหวะไหนต้องหยุดรอ จังหวะไหนทำต่อได้ เพราะการฝืนทำในจังหวะที่ยังไม่ใช่ อาจจะทำให้ธุรกิจไม่ได้ไปต่อ
  • การจับคู่กับพาร์ตเนอร์ซึ่งทำธุรกิจที่ส่งเสริมกัน จะช่วยยกระดับให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต พัฒนาไปได้ไกลกว่าการทำเพียงเจ้าเดียวโดด ๆ
  • พัฒนาธุรกิจไปพร้อม ๆ กับพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของทุกฝ่าย

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load