โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ คือนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานชุกอันดับต้นๆ คนหนึ่งของไทย 

หลายคนอาจจะแย้งขึ้นมาว่าใครนะไม่เห็นรู้จักเลย 

การที่เราไม่คุ้นชื่อของเขานั้นอาจจะเป็นเรื่องปกติ ด้วยงานวาดๆ เขียนๆ จำนวนมหาศาล กับนิสัยที่อยากให้เห็นงานมากกว่าเห็นตัวของเขา ไม่ค่อยเอื้อให้เขาพาตัวเองออกมาพบเจอสื่อหรือออกงานสังคมเท่าไหร่ 

แต่ผมมั่นใจมากว่า เราแทบทุกคนต้องเคยเห็นงานของโอผ่านตาแน่นอน เพราะในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา โอรับงานวาดภาพปกหนังสือและภาพประกอบให้กับทั้งนิตยสาร บิลบอร์ดโฆษณา บรรจุภัณฑ์สินค้าต่างๆ ตั้งแต่ขนมไปจนถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปกอัลบั้มเพลง ภาพตกแต่งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าร้านอาหารที่เราคุ้นหน้าตากันดี ใบปิดหนัง หนังสือการ์ตูน ลวดลายบนเสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์ดัง และอื่นๆ ที่ภาพประกอบจะไปอยู่ได้

โอเริ่มทำงานเป็นฟรีแลนซ์ตั้งแต่เรียน พอจบมาทำงานประจำได้ไม่นานก็ลาออกมาเพื่อเป็นฟรีแลนซ์อย่างเต็มตัว โอทำงานเร็วและรับงานหลากหลาย โดยชอบทำงานในแอเรียใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย แม้บางงานทำไม่เป็น แต่ก็ชอบที่จะลองเสี่ยงทำดู (ซึ่งก็มักจะทำออกมาได้ดีเสมอ) โอมักจะคิดสไตล์และรูปแบบของงานที่แตกต่างกันให้กับลูกค้านิตยสารหรือสินค้าแต่ละแบรนด์ โดยดูจากคาแรกเตอร์ของแบรนด์นั้นๆ ซึ่งทำให้งานของโอมีหลากหลายสไตล์อย่างน่าตกใจ 

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ภาพงาน Drawing เหมือนจริงกับภาพวาดที่มีบรรยากาศกลิ่นอายวินเทจย้อนยุคของโอนั้น โดดเด่นและมีอิทธิพลต่อแวดวงภาพประกอบและแฟชั่นในบ้านเรามากในช่วงหนึ่ง ด้วยการทำงานแบบมีลูกค้าทุกรูปแบบและความยืดหยุ่นของงานตัวเอง จึงทำให้โอไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นศิลปินที่ต้องมีเอกลักษณ์เด่นชัดหนึ่งเดียว

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès
โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

โอยังเป็น Graphic Director ให้แบรนด์ PAINKILLER ร่วมกันกับพี่น้องเฑียรฆประสิทธิ์ ควบคู่ไปกับการทำงานเป็นฟรีแลนซ์มาตลอด ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้โอร่วมกับหุ้นส่วนก่อตั้งบริษัทออกแบบ projecttSTUDIO รับงานทั้งกราฟิกและแบรนดิ้ง เพื่อโอกาสในการรับงานใหญ่ที่หลากหลาย ท้าทายยิ่งกว่าเดิมได้ ไม่ว่าจะเป็นงานแบรนดิ้งขององค์กรขนาดใหญ่หรือแอนิเมชันที่เกินกำลังโอคนเดียว การทำงานเป็นทีมจึงออกแบบและควบคุมได้ตั้งแต่ต้นจนจบ 

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

นอกจากนี้ โอยังเพิ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศการประกวดออกแบบลวดลายผ้าพันคอของแบรนด์แฟชันระดับตำนานของโลกอย่าง Hermès ในรายการ LE GRAND PRIX DU CARRÉ HERMÈS International Scarf Design Competition จากผู้เข้าร่วมการประกวดที่ส่งมาจากทั่วโลกกว่า 5,500 คน นี่จึงเป็นเหมือนก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นของโออย่างแท้จริง 

เราจึงขอใช้วาระนี้ เดินทางมายังซอยสุขุมวิท 26 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ projecttSTUDIO เพื่อมาพูดคุยและค้นหาวิธีคิดวิธีการทำงานของนักวาดภาพประกอบคนนี้กัน

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

คุณเริ่มต้นมาเป็นนักวาดภาพประกอบได้ยังไง 

ก็จากการชอบวาดรูป เรารู้สึกว่าเราโชคดีที่ชอบวาดรูปตั้งแต่สมัยอนุบาลสาม และโชคดีที่ความชอบมันทำเป็นอาชีพได้

ทำไมถึงชอบวาดรูป

มันเด็กจนจำไม่ได้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ แล้วเราเป็นคนไม่ได้ชอบกิจกรรมอย่างอื่น เราไม่ชอบเล่นกีฬา การเรียนก็ไม่ได้ชอบอะไรมาก รู้แต่ว่าการวาดรูปเป็นของที่ทำได้ดีเพราะคนรอบตัวชื่นชม ประกวดอะไรก็ชนะ ได้ของรางวัลเป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากๆ มาตลอด 

ช่วงนั้นรู้สึกว่าศิลปะทำให้เราเป็นคนพิเศษ โดดวิชาพละไปจัดบอร์ดหรือวาดรูปในห้องศิลปะได้ ทุกคนรอบตัวก็ดูจะสนับสนุน จากอนุบาล ประถม มัธยม ก็วาดรูปมาตลอดนะ จะมากน้อยแล้วแต่ความยากของวิชาหลัก 

ช่วงที่ค่อยๆ โตขึ้น ก็เริ่มวาดของนอกเหนือจากสิ่งที่ครูให้วาด เหมือนเป็นภาพที่ติดอยู่ในหัวแล้ว มันจับใจเราในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งก็มีทั้งของที่เราชอบอย่างเกม การ์ตูน ในยุคนั้นทั้งที่ชอบหรือไม่ชอบ สวย เท่ น่าเกลียดน่ากลัว เราวาดมันออกมาหมดเลยหลากหลายรูปแบบ แล้วตอนนั้นเริ่มอยากทำมันเป็นอาชีพ ก็เลยเรียนที่คณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากร ก็ต้องมาวาดแบบดรออิ้งด้วย โชคดีที่เราวาดได้ และมันสนุกทั้งหมดเลย ก็เลยเห็นข้อดีของงานทุกๆ แบบ

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

แต่คุณก็ไม่ได้เลือกเรียนสาขาภาพประกอบ แต่กลับเลือกเรียนออกแบบสิ่งพิมพ์แทนใช่มั้ย

ตอนเข้ามหาลัยมาแรกๆ ไอ้เราก็สายวาดใช่มั้ย อาจารย์ให้โจทย์อะไรมาก็จะทำเป็นการ์ตูนหรือภาพประกอบจัดจ้านไว้ก่อน วาดมือรายละเอียดยิบๆ สู่การตัดทอน ทำโลโก้ ปกหนังสือต่างๆ แล้วเพื่อนที่เราคบด้วยก็เป็นพวกชอบงานกราฟิก มันก็พาไปดูโน่นดูนี่ บางทีเห็นรูปวาดสวยๆ ถูกนำไปจัดวางไม่ดีก็เสียดาย อยากทำให้มันดีทั้งวาดและเลย์เอาต์ ก็เลยลงเรียนโทสิ่งพิมพ์ตอนปีสาม และเริ่มสนใจสิ่งพิมพ์มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำ Special Project (เทียบเท่าพรีทีสิสในสมัยนี้) เป็นปกซีดีเพลง และทำทีสิสเป็นภาพประกอบหนังสือ

แล้วคุณได้มาเริ่มทำภาพประกอบตอนไหน

ภาพประกอบก็ได้ทำเรื่อยๆ นะ ทั้งงานเรียนและงานจ๊อบเล็กๆ น้อยๆ โชคดีที่มีรุ่นพี่สองสามคนที่ไปทำงานกับนิตยสาร เขาเห็นเราพอวาดได้ตั้งแต่สมัยเรียนก็เลยชวน เราเป็นเหมือนฟรีแลนซ์ไปรับงานมาทำ 

ต้องอธิบายงานภาพประกอบในตอนนั้นก่อนว่า มันเป็นงานที่ไม่ได้เป็นอาชีพชัดเจน คนที่ทำงานตรงนี้มีน้อยมาก แล้วค่าวาดภาพประกอบในนิตยสารก็ถือว่าน้อย แต่การได้ตีพิมพ์งานตัวเองในนิตยสารมันก็เหมือนได้เผยแพร่ผลงานไปในวงกว้าง เราก็เลยวาดให้นิตยสาร LIPS มาจนเรียนจบและเริ่มทำงานประจำที่แรก 

งานประจำที่ว่าคือทำทุกอย่างจริงๆ สกิลล์ในการทำคอมฯ ทุกโปรแกรมได้จากที่นี่ ซึ่งตอนนั้นจากที่วาดภาพประกอบให้ LIPS หัวเดียว ก็มีนิตยสารหัวอื่นๆ เริ่มติดต่อเข้ามา เริ่มได้งานวาดสตอรี่บอร์ด ภาพโฆษณา แพ็กเกจจิ้งก็เริ่มเข้ามาหลากหลาย จนถึงจุดที่มั่นใจว่ารอดแล้วกับการเป็นนัดวาดภาพประกอบ ก็ลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว ลงสนามวาดทุกอย่างที่ขวางหน้า เรียกว่าเหมาทั้งนิตยสารและแบรนด์เสื้อผ้า ตอนนั้นเรามั่นใจว่างานเราเยอะชิ้นที่สุดนะ

จากการที่มีคนจ้างเยอะในวงการเดียวกัน มันทำให้คุณต้องสร้างสรรค์งานที่หลากหลายสไตล์ด้วยใช่ไหม 

นิตยสารแต่ละหัวที่ติดต่อมาเขาจะมีบุคลิกแตกต่างกัน LIPS, a day, หรือ HAMBURGER ตอนนั้นก็งงเหมือนกันนะ เพราะยังไม่ตกตะกอนเหมือนตอนนี้ ยังมีการลองผิดลองถูก LIPS จะแนวไลฟ์สไตล์ที่ไปทางแฟชั่นหรูๆ ซะเยอะ มีทั้งคอลัมน์ Quiz ที่ประเด็นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คอลัมน์เกี่ยวกับ Sex ที่วาดเป็นคน เนื้อหนังมังสา ส่วน a day นี่ได้ทำปกเยอะมาก เขาอาร์ตสุดเหวี่ยง เปิดรับได้ทุกแนวอยู่แล้ว สนุกสนานมาก HAMBURGER ไลฟ์สไตล์กับแฟชั่นเหมือน LIPS แต่ติดดินขึ้น

เราทำภาพประกอบคอลัมน์รีวิวหนัง ภาพก็จะเปลี่ยนตามหนัง แต่มีจุดร่วมกันที่เราใส่ Typo ชื่อหนังลงไปในภาพแบบเนียนๆ โดยรวมต่อเดือนวาดเป็นสิบรูป บางคอลัมน์ยาวนานหลายปี ถ้าเราทำสไตล์เดิมเรื่อยๆ ไม่เราก็เขาก็คงเบื่อ เวลานิตยสารเปลี่ยนรูปแบบเราก็ปรับตามเขาไป ดูสิ่งที่เขาทำและปรับให้กับไปในทิศทางเดียวกัน พอเข้าใจเขาก็เลยอยู่ด้วยกันมายาวๆ อย่าง LIPS เนี่ยวาดให้เป็นสิบปีเลย

หรืออย่างงานที่วาดให้แบรนด์แฟชั่นหรือร้านอาหารที่มีความเป็นภาพวินเทจเก่าๆ ยุโรปๆ ส่วนหนึ่งเพราะผมมารู้ตัวเองว่าชอบของเก่าถึงได้ซื้อพวกหนังสือเก่าเก็บไว้ และผสมกับเกมที่ชอบเล่นอย่าง Final Fantasy ช่วงยุคแรกๆ ซึ่งลูกค้าที่เราคิดไว้ว่าเขาน่าจะชอบก็ชอบมาก

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès
โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

อยากรู้ว่าการที่ยืนระยะทำงานเป็นฟรีแลนซ์มาได้ยาวนานขนาดนี้ คุณมีวิธีการคิดงานหลังจากที่ได้รับโจทย์ยังไง

ขอใช้คำว่านิมิตได้มั้ย (หัวเราะ) คือเวลาได้รับโจทย์มา ภาพงานที่เสร็จแล้วจะโผล่ในหัวมาทันที มันคงเป็นเพราะเคยวาดมาเยอะ แต่ถ้าคิดไม่ออกหรือเป็นงานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็จะต้องคิดเอาจากคลังภาพในหัวที่เราศึกษาและดูมาก็เยอะ เพราะเป็นคนชอบดูแต่ไม่ชอบอ่าน จำภาพมากกว่าเนื้อหาน่ะ พอเริ่มเห็นว่างานจะออกไปทางไหนได้ก็หยิบเอาไอเดียภาพนั้นมาปรับให้เหมาะกับลูกค้าทั้งสไตล์และเทคนิค ให้ลูกค้าชอบก่อน เดี๋ยวเราจะชอบเอง อันนี้คืองานที่มีคนจ้างทำนะ

อย่างการประกวดผ้าพันคอ Hermès ก็เหมือนกัน พอรู้ข่าวว่ามีการประกวด ในหัวเรามีไอเดียและเห็นออกมาเป็นภาพเลย เราก็ลุยทำต่อในไอเดียนั้นจนประกาศมาได้รางวัลที่สอง เราค่อนข้างเชื่อสัญชาตญานของตัวเองนะว่าเขาจะชอบมันเหมือนที่เราชอบ

ฟังดูง่ายมากเลย หรือคุณมีหลักในการทำงานแบบไหนอีกบ้างมั้ย

อย่าปฏิเสธงานโจทย์ยาวๆ หรือตีกรอบมาให้แคบๆ ผมเคยทำภาพประกอบให้นิตยสารแฟชั่นเล่มหนึ่ง ให้นักวาดแต่ละคนวาดคนละแบรนด์ร่วมฉลองนิตยสารครบสิบห้าปี โดยมีบรีฟมาว่าให้วาดเจ้าของแบรนด์นั้นๆ ใส่ชุดแบรนด์ตัวเองถือแชมเปญ และมีเลขสิบห้าใหญ่ๆ เราก็เข้าใจตามนั้น ผ่านไปสักพักทางหนังสือก็โทรมาบอกว่า เขารู้สึกว่าบรีฟมากเกินไป กลัวศิลปินจะขัดใจ ไม่ต้องทำตามบรีฟหมดก็ได้ เราก็เลยตอบเขาไป ทำเสร็จแล้วครับ ได้ตามที่ขอทุกอย่างครับ 

ผมกลับรู้สึกว่าเราชอบเอาใจคนอื่น สมมติว่าคุณมาจ้างให้ผมวาดรูปให้ ผมจะคิดว่าวาดยังไงก็ได้ให้คุณชอบ ไม่ต้องกังวลเลย

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

แล้วคุณจะรู้ใจลูกค้าแต่ละคนได้ยังไงว่าใครจะชอบแบบไหน

การเดาว่าลูกค้าจะชอบแบบไหนมันคือประสบการณ์ล้วนๆ ก็เหมือนการวาดรูปพอร์ตเทรตให้คนที่รู้จักกับคนที่ไม่รู้จักนั่นแหละ ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน เราก็วาดจากที่เห็นอยู่ตรงหน้า รูปร่างหน้าตา การแต่งหน้าแต่งตัว แล้วคาดเดาว่าเขาน่าจะชอบประมาณนี้ คือมันไม่ได้แม่นเท่ากับการได้รู้จักพูดคุยกัน ซึ่งเวลามีงานจากลูกค้าใหม่ เราต้องตื๊อข้อมูลจากเขาประมาณหนึ่ง ถ้าเขาไม่ให้ก็ไปหาเอาเอง แล้วก็ทำงานแบบที่คิดว่าเขาน่าจะชอบส่งไป คือมันจะเป็นงานที่สวยตามมาตรฐานนะ แต่ถ้าเป็นงานจากคนรู้จักกัน หรือเป็นลูกค้าประจำเนี่ย เราจะกล้าเสนออะไรที่มากกว่าความสวยตามมาตรฐาน เพราะงานสวยมาตรฐาน ลูกค้าที่เคยร่วมงานกันมาแล้วเขาจะเฉยๆ สำหรับเราที่เป็นนักวาดภาพประกอบมันน่ากลัวจะตายเวลาที่คนเห็นงานเราแล้วเขาไม่รู้สึกอะไร

แต่กับลูกค้าบางคนก็มากับโจทย์ที่ไม่อยากทำ อย่างงานที่วาดแล้วสวยยาก แต่เรามักจะเห็นทางรอด เราชอบมองเห็นอะไรดีๆ ในขณะที่คนอื่นมองข้ามมันไป ของไม่สวยหรือธรรมดาสำหรับคนอื่นเราจะทำให้สวยขึ้นเอง เคยมีเพื่อนคนหนึ่งพูดแซวว่า “ไอ้โอวาดกระดุมเม็ดเดียวให้สวยจนเอาไปติดร้านได้” (รูปกระดุมนี้ติดอยู่ที่ร้าน PAINKILLER – ผู้เขียน)

แล้วคุณเคยมีงานที่ทำไม่ได้บ้างมั้ย

งานปกอัลบั้มแดดส่องของวงโมเดิร์นด็อก ตอนรับโจทย์มาลูกค้าอยากได้เป็นภาพสีน้ำมัน ซึ่งเราไม่เคยทำ ทำไม่เป็น แต่ก็เสียดายโอกาสการวาดปกโมเดิร์นด็อก คือคิดเอาเองว่าสีน้ำมันคงไม่ต่างกับสีโปสเตอร์มากหรอก ก็ลองไปวาดดู แต่เวลาน้อยเกินไป เลยย้ายไปลองวาดในคอมฯ แทน ทดลอง ทดลอง แล้วก็ทดลอง จนได้สุดยอดเทคนิคที่ได้งานใกล้เคียงสีน้ำมันจนคนดูไม่ออก นี่รู้สึกรอดตายแถมได้วิชาอีก

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

ซึ่งคุณไม่กลัวทำงานผิดพลาดแล้วกลายเป็นเสียชื่อในวงการเหรอ

ผมเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว ก็เลยมีจำนวนครั้งให้ลองผิดลองถูกเยอะ เดี๋ยวก็ทำได้เองน่ะ พูดถึงงานที่เสียชื่อก็มี แต่คนที่รู้สึกคือตัวเราเอง ซึ่งมันนานมากๆ แล้ว เป็นงานวาดการ์ตูนต่อจากพี่คนหนึ่งที่เขาสไตล์จัดมากๆ ตอนนั้นคิดไม่ได้ว่าไม่ควรรับ (หัวเราะ) หรือรับมาแล้วก็ควรทำที่ตัวเองถนัด ไม่ใช่ไปแสร้งเป็นตัวเขา เลยออกมาเป็นงานฟีลวาดเล่นสบายๆ แต่ดูเกร็งๆ ขัดๆ และฝืนมาก จนไม่กล้าหยิบมันขึ้นมาดูเลยเป็นครั้งที่สอง 

ดูเหมือนคุณไม่กลัวการไปทำงานอะไรใหม่ๆ ที่ทำไม่เป็น

สมัยตัวคนเดียวเป็นคนที่อ้ากว้างกับโอกาสมาก (หัวเราะ) รับได้ทุกอย่าง ขอทำก่อน ดีไม่ดีค่อยว่ากัน 

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès
โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

อย่างช่วงที่ผ่านมาคุณทำงานทั้งภาพประกอบในนิตยสารและลวดลายผ้าต่างๆ ของแบรนด์แฟชั่น มีการปรับตัวระหว่างแต่ละสิ่งยังไงบ้าง

กว่าเราจะปรับตัวได้ก็นานอยู่ สิ่งแรกคือเปิดใจกับแฟชั่นก่อนว่า มันเรื่องของเทรนด์เข้ามาเกี่ยวข้อง โปรดักชันที่มากมายกว่าการพิมพ์ลงบนหนังสือ

สมมติเรื่องเรื่องหนึ่ง คิดออกมาเป็นภาพที่มีองค์ประกอบสิบอย่างที่อยู่บนกระดาษเราคงไม่คิดอะไร แต่พออยู่บนเสื้อผ้า เราอาจเลือกมันมาแค่สองสามอย่างที่เอามาอยู่บนเสื้อผ้าแล้วน่าใส่ แล้วเอาไปตัดทอน ให้เหมาะกับการผลิตเสื้อผ้านั้นๆ รวมไปถึงคนที่ซื้อด้วย อย่างเช่น ลดสีลงเพื่องานสกรีน เพราะผู้ชายชอบเสื้อสีน้อยๆ หรือย่อให้เล็กจิ๋วแล้วยังโอเคเพื่อการปักบนอกเสื้อ

ภาพวาดของเราไม่ใช้ทั้งหมดในคอลเลกชัน แต่เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยเล่าเรื่อง เมื่อก่อนเคยไฟแรงคิดลายเต็มไปหมดเลย แต่เสื้อไม่ใช่หน้านิตยสาร มันไม่มีใครกล้าใส่

การที่คุณเป็นนักวาดภาพประกอบที่ทำงานได้หลากหลายแทบทุกแนวและเทคนิค การไม่มีคาแรกเตอร์ชัดๆ ทำให้ได้หรือเสียอะไรบ้าง

ข้อดีคือไม่เบื่อ เปิดกว้าง ได้ทำอะไรมากมายหลากหลายไม่รู้จบ แต่ข้อเสียก็คือด้วยความที่เราทำแบบนั้นที แบบนี้ที ความสามารถเราก็อาจจะไม่แน่นเท่าคนที่เขาทำแบบเดียวซ้ำๆ จนชำนาญ ลูกค้าบางคนรู้จักเราจากชื่อ พอเขาเห็นความหลากหลายของงานกลับมองเราว่าไม่ชัดเจน ซึ่งก็เข้าใจได้ 

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

คุณเคยพูดหลายทีแล้วว่าเป็นคนขี้เบื่อและขี้กลัวว่าคุณภาพงานไม่ถึง นอกจากสองสิ่งนี้มีอย่างอื่นที่ผลักดันการทำงานของคุณอีกมั้ย

ตรงๆ ก็ลูกค้าไง ทำงานให้เขานะ ถ้าทำงานไม่ออกหรือสับสนกับตัวเองมากๆ ให้คิดถึงผลกระทบกับคนอื่นถ้างานไม่เสร็จ

เราชอบความรู้สึกตอนกำลังลงมือทำงานอยู่ คือชอบทำงานที่ดี เวลาวาดแล้วรู้สึกว่ามันสวย เฮ้ยโอเคว่ะ พอได้เห็นงานที่ค่อยๆ ทำเป็นรูปเป็นร่างออกมาดี ก็เออ… มีความสุขแล้ว

ทั้งที่ทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบอิสระที่มีผลงานอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี อะไรทำให้คุณตัดสินใจทิ้งการเป็นคนทำงานอิสระมาเปิดออฟฟิศ projecttSTUDIO

ก่อนหน้านี้ เวลาทำงานเรามักจะได้รับบรีฟผ่านเอเจนซี่มาอีกที แทบไม่ได้เจอลูกค้าโดยตรงสักเท่าไหร่ แล้วเรามักจะเจอว่างานที่ส่งไปมันถูกนำไปใช้งานต่อแบบที่เราควบคุมไม่ได้ ในกรณีที่เราคิดว่าการใช้งานมันน่าจะทำได้ดีหรือสนุกกว่านี้ แล้วพอดีจังหวะที่ เหมียว (ธาริดา นิมมานวุฒิพงษ์) เขามีประสบการณ์การทำงานด้าน Creative Direction ที่นิวยอร์กแล้วกลับมาไทย ซึ่งเราก็ดูเขาทำงานมาสักพัก เลยรู้สึกว่าถ้าได้ทำงานร่วมกันจะทำให้งานออกมาแข็งแรงมาก เพราะมีจุดแข็งทางครีเอทีฟครอบคลุมแทบจะทุกด้าน น่าจะสร้างอะไรอื่นๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะทำด้วยตัวคนเดียว 

และการเปิดออฟฟิศขึ้นมาทำให้เราได้พบเจอลูกค้าใหม่ๆ ที่สมัยทำงานเป็นฟรีแลนซ์คงไม่ได้เจอแน่ๆ อย่างพวกแบรนด์ใหญ่ๆ ห้างสรรพสินค้า หรืองานจากต่างประเทศ ที่สำคัญที่สุดคือเราสามารถเป็นคนเสนอไอเดีย แนะนำหรือแลกเปลี่ยนความคิดกับลูกค้า เราเองได้เรียนรู้อะไรเยอะขึ้นมาก เวลาเห็นงานออกมาเราจะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่าง รู้จักการทำงานเป็นทีม และเห็นจุดแข็งจุดด้อยของตัวเอง 

ยกตัวอย่างเช่นงานแคมเปญ LIFE QUEST ที่เป็นแอนิเมชันของทาง Central Embassy งานนั้นเกิดตอนนั่งคุยกันสองคนว่า ทำไมโฆษณาห้างฯ เอาแต่ดารามาเป็นจุดขาย ลองคิดเสนอมุมใหม่ให้ผู้บริโภคกัน ก็เลยมาทำแอนิเมชันที่สนุก ลึกซึ้ง และตอบโจทย์ที่ลูกค้าอยากขายอย่างมีชั้นเชิงหน่อย งานนี้นอกจากเราวาด สร้างตัวละคร เรายังช่วยกันคิด เขียนบท เลือกคนพากย์ ไปขายงานกันเองแบบเริ่มจากศูนย์จริงๆ โชคดีด้วยที่ลูกค้าเชื่อใจ ลูกค้าเลยปล่อยให้ทำแบบไม่กังขา เพราะพลังของการทำงานเป็นออฟฟิศจริงๆ โปรเจกต์นี้ไม่มีทางเกิดขึ้นถ้ามีเราคนเดียว

โอ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ จากเด็กอนุบาลชอบวาดรูป สู่นักวาดภาพประกอบไทยที่ได้รางวัลการออกแบบจาก Hermès

ซึ่งรูปแบบการทำงานของคุณก็ต้องเปลี่ยนไปด้วยมั้ย

ใช่ เมื่อก่อนเราก็แค่วาดภาพประกอบตามโจทย์ แต่ตอนนี้ก็เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ด้วย ดูทั้งเรื่องของออกแบบโลโก้ ดูแบรนด์ดิ้งด้วย อย่างตอนนี้ที่ออฟฟิศมีกันหกถึงเจ็ดคน มันก็ดูเกี่ยวกันหมด คนนี้แวะดูนี่แล้วเดี๋ยวไปแวะดูนั่น แล้วเราก็ต้องคุยกันเป็นทีม
ปีแรกค่อนข้างยากเพราะที่ผ่านมาฉายเดี่ยวตลอดไง ไม่ได้มองทุกอย่างเผื่อใครเลย เอาตัวเองเป็นหลัก ก็ต้องทำงานให้ช้าลง บางทีเราก็มั่นใจเกินไปเราคิดว่าเราอ่านลูกค้าขาดแล้ว ไม่ฟังคนอื่นเลย จนพังไปตั้งหลายงาน ต้องทำงานเป็นทีมและนึกถึงทุกคน เพราะเราเป็นออฟฟิศแล้ว

ภาพประกอบที่ดีของนักวาดภาพประกอบอย่างคุณนั้นเป็นยังไง

ภาพประกอบเนี่ย เรื่องกับภาพจะต้องไปด้วยกันใช่มั้ย เวลาเราดูภาพแล้วอ่านเรื่อง หรืออ่านเรื่องแล้วดูภาพ แล้วพบว่ามันไม่ไปด้วยกันเลย ถือว่าไม่ผ่าน การเล่าเรื่องด้วยภาพจะเล่าตรงๆ อ้อมๆ หรือจะไม่เล่าเลย แสดงอารมณ์ น้ำเสียง รสชาติอะไร สไตล์หรือเทคนิคแบบไหนก็แล้วแต่เลย ถ้ามันเข้ากับเรื่องที่จะเล่าก็ไม่มีปัญหา

สำหรับเรามันจะยากตรงความงามนี่แหละ ความงามในที่นี้ก็ดันมีหลากหลายอีก คุณว่างาม ผมว่าน่าเกลียด อยู่ที่จะให้ใครมองอะนะ แต่ที่ยากที่สุดคือมันต้องจับใจในแรกเห็น 

สรุป ภาพประกอบที่ดีสำหรับเรา คือภาพที่เล่าเรื่องนั้นๆ ได้อย่างเหมาะเจาะและงดงามจับใจ

ตอนนี้คุณก็ประกวดได้รางวัลจากงานออกแบบระดับโลกอย่าง Hermès แล้วก็มีบริษัทออกแบบของตัวเอง ยังมีอะไรที่คุณยังอยากทำอยู่อีกมั้ย

อยากทำอะไรที่เป็นตัวเราสุดๆ ละมั้ง มีภาพสวยๆ ในหัวเยอะก็วาดเล่นได้แค่เพลินๆ เหมือนยังขาดแรงผลักดันให้มันเข้มข้น จริงจังขึ้น เป็นแบบนี้มาตลอด จนปีนี้แหละที่มีทางออกให้มันอย่างสวยงามแล้ว

ซึ่งทางออกที่คุณว่านั้นก็คือ?

ยังบอกไม่ได้ บอกได้แค่ไม่ใช่งานนิทรรศการของตัวเองแน่ๆ (ยิ้ม)

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ลายเส้นคมเข้มทรงพลัง รายละเอียดเนื้อหนังคมชัดทุกมัดกล้าม สีหน้าตัวละครสื่ออารมณ์ได้ราวกับมีชีวิต แม้สถานการณ์ในเรื่องอาจนำไปสู่หายนะหรือจุดจบของชีวิต Pop Mhan (ป็อป มาห์น) หรือ ป็อป-กชกร มโนชญากรณ์ นักวาดการ์ตูนและออกแบบตัวละครชาวไทย ก็ยังปลดปล่อยพลังและความเข้มแข็งผ่านตัวละครของเขาได้อย่างเหลือเชื่อ นั่นคือเอกลักษณ์ที่สะท้อนผ่านผลงานกว่า 25 ปี และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง DC Comics และ Marvel เลือกให้เขาสร้างสรรค์ผลงานตลอดมา

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Batman, Aquaman และ Ghost Rider

ใครหลายคนคงเคยได้ยินชื่อการ์ตูนอันโด่งดังจากค่าย Marvel มาบ้าง ทั้ง Spider-Man, X-Men, All-New X-Factor และ Ghost Rider หรือจะเป็นค่าย DC Comics เรื่อง The Flash, Aquaman, Batgirl, He-Man, Gears of War และ World of Warcraft รวมถึงค่าย Dark Horse Comics ที่เคยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ก็ล้วนมีผลงานที่ป็อปได้ฝากฝีมือไว้ทั้งในฐานะ Artist, Cover Artist, Penciller, Inker และ Colorist

แต่กว่าชีวิตที่ไม่เคยฝันจะกลายมาเป็นอย่างที่ฝัน ป็อปผ่านเส้นทางการแข่งขันและเติบโตมาอย่างไรบ้าง การทำงานกับค่ายฮีโร่ยักษ์ใหญ่อย่าง DC และ Marvel จะท้าทายขนาดไหน เราลิสต์ทุกคำถามเอาไว้รอคอยรุ่งเช้า (ที่สหรัฐอเมริกา) เพื่อให้เขาเล่าให้ฟังแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

“ผมพูดไทยได้นะครับ ผมจะได้ฝึกพูดภาษาไทย อยู่ที่นี่ถ้าได้พูดแค่คำสองคำก็มีความสุขมากแล้ว”

ปลายสายเริ่มต้นบทสนทนาอย่างสดใส เขาไม่ได้เปิดกล้องให้เราเห็น แต่ไม่เป็นไร เพราะเราจดจำใบหน้าของเขาได้ตั้งแต่ในงาน Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015 เมื่อ 7 ปีก่อน ครั้งนั้นเขาเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานและแชร์ประสบการณ์บนเวทีใหญ่ให้คนในบ้านเกิดรู้จัก เชื่อว่าใครหลายคนก็คงได้รับแรงบันดาลใจจากเขามาตั้งแต่ตอนนั้น

“จริง ๆ แล้ว ตอนเด็กผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นนักวาดการ์ตูน ช่วงก่อนอายุ 18 ปี ยังไม่ได้คิดเลย เพิ่งมาคิดว่าอยากวาดตอนที่จบมัธยมแล้ว พอผมรู้ว่าผมอยากเป็น ผมก็พุ่งเข้าใส่มัน 120 เปอร์เซ็นต์

“จุดเริ่มต้นของผมที่อเมริกาคือตอน 4 ขวบ ครอบครัวพามา เพราะคิดว่าจะแค่ไปเที่ยว แต่เขาเห็นว่าอเมริกาอาจจะดีกว่าสำหรับลูก เขาเลยให้เราอยู่และเรียนที่นั่นไปก่อน”

ปลายสายพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลา เราสมมติตัวเองว่าอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟสักเรื่องเพื่ออรรถรสในการฟัง แต่พล็อตชีวิตเรื่องนี้ คือความจริงที่เจ้าของไม่มีอะไรอยากเปลี่ยนแปลง

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015

Vol.1
To the land of free, get ready to fly

เด็กชายคนหนึ่งเติบโตและรู้จักแต่เพียงอเมริกา เขาจำไม่ได้ว่าตนเองคิดถึงบ้านเกิดหรือไม่ เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่ยังเด็กมาก เขาสเก็ตช์ภาพเล่นไปเรื่อยตามประสา กระทั่งเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจึงเริ่มจริงจังขึ้น เพราะได้แข่งวาดภาพกับเพื่อน

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

“ผมชอบวาดกะโหลก รถ อะไรที่เท่ ๆ ดุดันหน่อย แต่ยังไม่ถึงขั้นอนาโตมีนะ การ์ตูนที่ผมดูยุคนั้นจะเป็น Transformers, Ultron หรือ Scooby-Doo แต่ไม่ค่อยได้ดูพวกฮีโร่เท่าไหร่ ผมชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า”

เขาบอกว่าตนเรียนไม่เก่งและค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อก็สูง หลังจบชั้นมัธยม ป็อปผู้ไม่รู้ว่าตนเองมีความฝันอะไรจึงเริ่มหางานทำ กระทั่งมีโอกาสพบนักวาดการ์ตูนชาวเวียดนามคนหนึ่งแถวบ้าน หนทางในการประกอบอาชีพครั้งใหม่จึงเริ่มขึ้น ผ่านการฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์คนแรกนาน 1 ปี

แวง (Hoang Nguyen) เคยวาดการ์ตูนเรื่อง The Punisher ให้กับค่าย Marvel มาก่อน เขาให้ป็อปฝึกวาดฉากหลังและลงหมึกตัวละครตามลายเส้นอันดุดันของเขา พร้อมกันนั้นป็อปก็ค้นพบแนวทางการวาดของตัวเอง โดยการนำความชอบที่มีต่อการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งโดดเด่นด้านการแสดงอารมณ์และพลังมาผสมรวมกับแนวตะวันตกอย่างลงตัว

จุดพลิกผันครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อป็อปเดินทางไปร่วมงาน Chicago Comic & Entertainment Expo ในฐานะผู้แสดงผลงาน ความหวังในตอนนั้นคือการพบกับแมวมองในวงการการ์ตูนสักคน

“ผมได้พบกับ จิม ลี (Jim Lee) ที่นั่น เขากำลังแจกลายเซ็นอยู่ คิวยาวจนแทบจะวนรอบตึกได้ ตอนนั้น Image Comics เป็นบริษัทที่ดังมาก เขาดูผลงานของผมแล้วบอกว่า “OK, you come with me.” ผมก็เลยบินไปสตูดิโอของเขาที่แคลิฟอร์เนีย ไปเรียนกับเขาประมาณ 1 ปีครึ่ง ไต่ระดับเป็น Staff Artist ของบริษัท เริ่มวาดการ์ตูนให้เขา จากนั้นผมก็กลับไปเวอร์จิเนียเพื่อดูแลคุณย่า ผมบอกกับจิมว่าเดี๋ยวจะกลับมาภายใน 1 – 2 เดือน แต่จริง ๆ ผมก็หาทางกลับบ้านด้วย เพราะไม่ค่อยชอบปาร์ตี้ ที่นั่นเขาปาร์ตี้กันเยอะ ผมห้ามตัวเองไม่ค่อยเป็น (หัวเราะ)”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
ผลงานหน้าปก X-Men สมัยที่ Pop Mhan ร่วมงานกับ Jim Lee

สุดท้ายชายหนุ่มผู้ต้องการพักผ่อนเพื่อรีสตาร์ทตัวเองก็ถูกไล่ออก เพราะเขาพักนานไปหน่อย

หลังค้นพบความสงบ ความรู้สึกหมดไฟกลับเข้าครอบงำจนเขาไม่อยากวาดการ์ตูนต่อ ที่ผ่านมาเขาต้องรับแรงกดดันมหาศาล ด้วยชื่อเสียงของสตูดิโอที่ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งของวงการ ทำให้ป็อปต้องรีบเรียน รีบฝึก และรีบเก่งให้ถึงมาตรฐานของบริษัท

“ผมเชื่อว่าพรสวรรค์เป็นส่วนน้อย แต่การฝึกคือ 100 เปอร์เซ็นต์ การมีทั้งสองเป็นสิ่งที่ดี แต่ต่อให้ไม่มีพรสวรรค์ก็เป็นนักวาดการ์ตูนได้ ผมพยายามมาก ทำงานหนัก และชอบการแข่งขัน ในหมู่เพื่อนเวลาเริ่มวาดการ์ตูน หลายคนมักจะแข่งขันกับตัวเองหรือเพื่อนในกลุ่ม แต่ผมไม่เคยแข่งขันกับเขา ผมตั้งเป้าเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าแข่งกับจิม ลี ผมรู้ว่าตัวเองไม่เคยไปถึงระดับนั้น แต่การเปรียบเทียบกับเบอร์หนึ่งมันจะทำให้พัฒนา”

Impossible Goal ไม่ได้ทำให้ชายคนนี้รู้สึกหมดหวัง ในทางกลับกัน มันคือแรงบันดาลใจที่มอบพลังให้แบบไม่จำกัดไม่ต่างจากการ์ตูนฮีโร่ที่เขาวาด

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

Vol.2
Behind the desk of hero maker

ชีวิตนักวาดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือคนรอบกาย ครอบครัวของป็อปไม่ได้สนับสนุนเขามากนัก เพราะเป็นห่วงว่าจะไม่ใช่อาชีพที่สร้างรายได้ในระยะยาว แต่ถึงอย่างนั้น ครอบครัวก็ปล่อยให้ป็อปทำในสิ่งที่เขาชอบ จนผลลัพธ์กลายเป็นเครื่องพิสูจน์อันน่าภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมยังอยู่ในวงการจนถึงตอนนี้ได้ คือการปรับเปลี่ยนสไตล์ของตัวเอง เพราะผมเป็นคนขี้เบื่อ แต่เอกลักษณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนของผมคือเรื่องพลังในการวาด ผมชอบวาดการ์ตูนที่มีเอเนอจี้และไดนามิก”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
การ์ตูนเรื่อง He-Man

99 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตป็อปคือการวาดภาพให้คนอื่น บริษัทจะส่งสคริปต์เนื้อเรื่องมาให้ พร้อมรายละเอียดว่าเป็นโปรเจกต์ของฮีโร่คนไหน แต่ละหน้ามีอะไรบ้าง

“สมมติเป็น Spider-Man: No Way Home ของ Marvel เขาจะบอกว่า หน้าที่ 1 ช่องที่ 1 Setting คือนิวยอร์ก ช่องที่ 2 มี ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เดินอยู่ ช่องที่ 3 มีตัวร้ายเข้ามา เขาจะบอกหมดว่าอะไรเกิดขึ้นในหน้านี้บ้าง อันนี้แล้วแต่สไตล์ของคนเขียน หน้าที่ของผมคือ การเอาสคริปต์มาทำ Break Down หรือทำ Thumbnail คือการร่างภาพเอาไว้คร่าว ๆ Loose Drawing แต่ละช่องจะใหญ่เท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่ มีกี่ช่อง และ Storytelling จะ Make Sense ไหม ถ้าหากปีเตอร์เดินแบบนี้ เราจะวาดมุมไหน Camera Angle แบบไหนดี ผมจะรับหน้าที่ออกแบบภาพทั้งหมด (หน้าที่นี้เรียกว่า Penciller)”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

ก่อนลงมือวาดจริง นักวาดจะต้องส่ง Thumbnail ทั้งเล่มกลับไปให้บรรณาธิการตรวจสอบความถูกต้องและความสมจริง เมื่อเสร็จแล้วนักวาดจะขึ้นภาพตามขนาดจริงประมาณ 11 x 17 นิ้ว ความคมชัด 600 DPI (กรณีวาดภาพในคอมพิวเตอร์) หลังจากนั้นจะลงหมึกสีขาวดำ (หน้าที่ Inker) แล้วส่งให้บรรณาธิการอีกครั้ง ในจุดนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในโปรเจกต์ เช่น เปลี่ยนทรงผมของตัวละคร นักวาดก็จะต้องเปลี่ยนทรงผมในการ์ตูนให้ตรงกันด้วย แต่โดยมากจะเป็นการเปลี่ยนรายละเอียดอย่างอื่น เช่น ลายชุด มากกว่า

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

เมื่อบรรณาธิการให้ผ่าน ผลงานจะถูกส่งไปให้ทีม Colorist ลงสี จากนั้นจึงส่งไปให้ทีม Letterer ใส่บอลลูนคำพูด เสร็จแล้วจะกลายเป็น Proof ให้นักวาดดูอีกครั้ง เรียบร้อยแล้วจึงส่งพิมพ์

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“อย่างในส่วนการลงสีที่ต้องส่งกลับมาให้ดู เพราะบางครั้งเขาอาจจะใส่สีพระอาทิตย์แดงมากเกินไป ไม่ตรงกับอารมณ์ที่ต้องการ หรือบางครั้งอาจจะใส่พลาด จากกลางวันกลายเป็นตอนเย็น” ป็อปอธิบายรายละเอียดเบื้องหลังเพิ่มเติม

“มีหลายหน้าที่ในกระบวนการทำงาน ผมทำได้หลายหน้าที่ แต่เขาจะไม่ให้เราทำ เพราะเขาต้องการให้เราโฟกัสในหน้าที่และต้องการความเร็ว ถ้าทำทุกอย่างคนเดียวจะใช้เวลานานมาก 1 เล่มเขาให้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เร็วที่สุดที่เคยทำทั้งเล่ม 5 วัน ไม่หลับไม่นอนกันเลย 1 หน้าเคยต้องทำภายใน 6 ชั่วโมง ขณะที่ตัวปกอาจให้เวลาถึง 2 สัปดาห์”

บางครั้งหน้าปกและเนื้อเรื่องก็เป็นฝีมือของนักวาดคนละคนกัน เพราะบริษัทต้องการให้นักวาดที่มีชื่อเสียงวาดภาพปก ซึ่งป็อปบอกว่ามีอาชีพนักวาดภาพปกโดยเฉพาะอยู่ด้วย ส่วนตัวเขาเคยได้วาดภาพปกอยู่หลายเรื่อง ทั้ง He-Man & Masters of the Universe รวมถึง Aquaman: Deep Dives และ The Amazing Spider-Man

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

Vol.3
25 years along with heroes

นักวาดชาวไทยผู้คร่ำหวอดในวงการการ์ตูนมาอย่างยาวนานไม่ได้รับหน้าที่วาดตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว เพราะเขาต้องออกแบบการเล่าเรื่องด้วยภาพ รวมถึงออกแบบตัวละครด้วย

“เขาให้ผมดีไซน์ฮีโร่และตัวร้ายคนใหม่ ซึ่งตรงนี้เราต้องคุยกับนักเขียนว่า ตัวละครใหม่มีพลังแบบไหน นิสัยอย่างไร ชอบทำอะไร จากนั้นผมจะนำรายละเอียดมาสร้างคาแรกเตอร์ สมมติเป็นตัวร้าย เขาเป็นคนร้อนแรงไหม หรือสุขุม ชั่วร้าย เท่ ผมก็จะวาดออกมาให้เห็นภาพ ใช้สีอะไรดี ใส่เสื้อหนังสีดำจะเหมาะไหม ใส่แว่นตาดำด้วยหรือเปล่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับบุคลิกนิสัยของตัวละคร

“ตัวหนึ่งที่ผมออกแบบคือ Cobalt Blue ในเรื่อง The Flash ตัวนี้ผมไม่ได้รับแนวทางในการออกแบบมากเท่าไหร่ เขาบอกแค่ว่า นี่จะเป็นตัวร้ายใน The Flash เป็นฝาแฝดของตัวเอก เขาต้องมีสีฟ้าบนร่างกาย บอกผมแค่นี้ ผมก็ไปหาทางเอาเองว่าจะออกแบบอย่างไร นอกจากตัวนี้ก็มี Black Flash เขาส่งภาพที่นักเขียนสเก็ตช์บนกระดาษทิชชูมาให้ แค่เป็นคนสีดำ มีสัญลักษณ์สายฟ้า ให้ผมไปออกแบบ (หัวเราะ) แต่ที่เท่คือเขาเอาตัวละครนี้ไปใส่ในทีวีโชว์ด้วย มันดีมาก”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

นอกจากตัวร้ายแล้ว ป็อปยังได้นำตัวละครเก่าออกมาปัดฝุ่นและปรับใหม่ เช่น Green Arrow และ Spider-Man แต่บางครั้งก็ไม่ได้ใช้ เพราะโปรเจกต์ถูกยกเลิกไปก่อน

“ผมชอบตัวละครของ Marvel แต่ชอบทำงานให้ DC มากกว่า เพราะเขาเทกแคร์ศิลปิน ผมเลยวาดให้ DC เยอะ จริง ๆ นอกจาก 2 ค่ายนี้ยังมี Dark Horse Comics เขาเคยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ผมก็เข้าไปทำกับเขา ผมเป็นแฟนคลับ Star Wars ตอนนั้นวาด Jedi Quest เกี่ยวกับอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ ตอนเด็ก”

หลังเกริ่นจบ ชายที่อยู่อีกซีกโลกคัดเลือกผลงานที่เขาภูมิใจจำนวน 5 ชิ้น มาเล่าเบื้องหลังการวาดและออกแบบให้เราฟังอย่างภูมิใจ นี่คือเครื่องพิสูจน์ความพยายามตลอด 25 ปี

01 Amazing Spider-man #1

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ภาพนี้ผมวาดให้ Marvel ความจริงคือ ผมแค่วาดเล่น ๆ แต่บรรณาธิการของ Marvel เขาบังเอิญมาเห็นเลยถามว่า “Can I use that?” ผมก็ตกลง มันเลยได้มาเป็นหน้าปกของเล่ม ผมภูมิใจเพราะก่อนที่จะมีการเพิ่มนักวาดเข้ามา คนวาดปกอย่างเป็นทางการมีแค่ 2 คน คือผมกับ Humberto Ramos นักวาดการ์ตูนชาวเม็กซิกัน”

02 Assassin’s Creed Syndicate

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

ผลงาน Assassin’s Creed Syndicate เวอร์ชันของ F. Gary Gray และ Pop Mhan

“สิ่งนี้คือ Animated Comic ผมทำร่วมกับ F. Gary Gray ผู้กำกับเรื่อง Friday (1995) และ Fast & Furious 8 (2017) มันมีหลายขั้นตอนมากในโปรเจกต์ เพราะต้องได้ฟีดแบ็กจากหลายคน แต่เดดไลน์มันใกล้มาก ได้ฟีดแบ็กปุ๊บต้องรีบส่ง มันกดดันและเครียดมาก เวลาเราทำงานวาดการ์ตูน รายได้อาจจะไม่สูงเท่าไหร่ แต่โปรเจกต์แยกแบบนี้รายได้จะสูง งานนี้ผมวาดเป็นการ์ตูนก่อน แล้วเขาจะเอารูปภาพไปตัดเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ วาดไปประมาณ 500 รูป ยิ่งวาดเยอะเขาก็ยิ่งต้องจ่ายเยอะ (หัวเราะ)”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

03 Jedi Quest

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ตอนนั้นทำงานให้แค่ DC และ Marvel ผมเห็นว่า Dark Horse Comics ได้โปรเจกต์เกี่ยวกับอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ มา ผมก็เลยไปถามเพื่อนที่รู้จักบรรณาธิการว่าขอร่วมทำด้วยได้ไหม เขาก็โอเค แต่ผมต้องเริ่มจากส่งงานให้ Lucasfilm ก่อน เพื่อให้ได้ใบรับรองจากพวกเขา มันยากมากในช่วง Episode 1 – 2 แต่พอผมได้มาก็ภูมิใจมาก

“สุดท้ายก็ได้ทำ Jedi Quest สมใจ เขาเริ่มส่งไฟล์แบบ Top Secret มาให้เราดู เพื่อจะได้เข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และอนาคินจะเป็นอย่างไรในแต่ละตอน รวมไปถึงตอนที่ยังไม่ได้เผยแพร่อย่างเป็นทางการ ผมก็ไปออกแบบว่าตัวเอกจะเป็นยังไง ตัวร้ายและยานอวกาศจะเป็นยังไง จะดีไซน์อะไรต้องผ่าน Lucasfilm หมด”

04 The Flash

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ตอนนี้ค่าย DC และ Marvel ไม่ค่อยมีซีรีส์ที่ทำต่อได้ยาว ๆ เป็น Flagship Title แล้ว นั่นคือความแตกต่างระหว่างตอนนี้กับสมัยก่อน สมัยนี้อาจจะออกมาแค่ 3 ฉบับ 6 ฉบับ 12 ฉบับ สำหรับผมมันเลยเป็นโปรเจกต์ใหญ่ หมายความว่าเขาเชื่อใจเรามากพอจะให้เราเป็นศิลปินของงานนี้ เป็น Regular Artist ของซีรีส์ ‘That book is yours.’ เพราะฉะนั้นเราจะได้ครีเอตอะไรเองมากขึ้นด้วยตำแหน่ง ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นี้

“ผมเริ่มทำประมาณฉบับที่ 375 ซึ่งเขาพิมพ์มานานแล้ว พอผมเข้าไปเลยกดดัน ตอนนั้น DC มี Flagship Title เป็น Superman, Batman, The Flash และ Wonder Woman เราต้องทำให้ถึงเป้าหมายในการขายของเขาด้วย ทุกอย่างมีความหมายหมด แต่สมัยนี้ไม่มีแล้ว ผมน่าจะวาดไปประมาณ 8 เล่ม นานแล้วครับ ผมแอบลืม (หัวเราะ)”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เปรียบเทียบ The Flash ฉบับเก่า และฉบับ Pop Mhan

05 Union

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“อันนี้ก็เก่าและสำคัญ เพราะทำตอนเพิ่งเริ่มงานใหม่ ๆ ตอนนั้นทำให้ จิม ลี ผมเป็น Regular Artist เหมือนกัน เรื่องนี้เลยเป็น First Series ของผม ทำแค่เล่มเดียวหรือเล่มครึ่งแล้วก็กลับเวอร์จิเนีย จากนั้นทำประมาณ 2 เล่มแล้วก็เลิก”

Vol.4
Who is the real hero?

แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 25 ปี เด็กชายที่เติบโตมาเป็นนักวาดการ์ตูนมืออาชีพก็ยังไม่คิดว่าเขาได้สัมผัสกับความสำเร็จ เพราะทุกช่วงชีวิตคือการเรียนรู้และการก้าวเดินไปข้างหน้า

“ผมไม่รู้ว่าความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าพูดถึงชื่อเสียง ผมอาจจะมีนิดหน่อยตรงที่พอจะมีคนรู้จักบ้าง แต่เรื่องความสำเร็จ ผมคงยังไม่ถึงจุดนั้น” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เขาเล่าไป จะกลายเป็นแรงบันดาลใจหรือแรงสนับสนุนให้ใครสักคน

“ตอนนี้มีโซเชียลมีเดียจึงเป็นเรื่องง่ายขึ้นถ้าอยากทำงานสายการ์ตูน คนไทยทำงานการ์ตูนให้บริษัทจีน ญี่ปุ่น หรืออเมริกาก็ได้ ส่วนมากค่าย DC และ Marvel จะมองหาเด็กจากต่างประเทศ เพราะค่าจ้างถูกกว่า ขณะที่คนอเมริกาต้องการรายได้สูง สมมติอเมริกันขอ 150 เหรียญต่อหน้า คนต่างชาติอาจจะได้ประมาณ 30 เหรียญต่อหน้าก็แฮปปี้แล้ว”

ป็อปอธิบายให้เห็นภาพของตลาดโลก อีกหนึ่งกลยุทธ์ของศิลปินคือการสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองก่อน เพื่อให้จำนวนแฟนคลับที่ติดตามกลายเป็นเครื่องการันตีกับบริษัทว่า การ์ตูนเล่มนั้นเพิ่มยอดขายได้มากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน บริษัทก็ไม่ได้มองหาแต่นักวาดค่าจ้างถูกเท่านั้น เพราะหากมีโปรเจกต์ใหญ่เข้ามา บริษัทจะเลือกนักวาดจากชื่อเสียงของพวกเขามากกว่า

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“กลยุทธ์ 2 อย่างคือสร้างเอกลักษณ์ของตนเองและสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง นักวาดแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไป เวลาดูงานของพวกเขาจะสังเกตได้จากอนาโตมีที่ต่างกัน รวมไปถึงแนวในการวาด คือแบบเหมือนจริงและแบบการ์ตูน ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นแนวการ์ตูน ขณะที่ UK หรือ USA จะไปทางเหมือนจริงทั้งฉากและคน แต่ของญี่ปุ่นความเหมือนจริงจะอยู่ที่ฉากหลัง นั่นคือ License ของแต่ละคน นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการลงเฉดเทา นักวาดบางคนใช้แค่ขาวดำ แต่บางคนจะมีรายละเอียดการลงสีเทา ซึ่งจะเห็นเป็นแพตเทิร์นของคนคนนั้น

“ถึงจะทำตามโจทย์ที่เขาบอกมา แต่จินตนาการยังจำเป็น เพราะการที่คนจ้างเรา เขาจ้าง Vision ของเรา ซึ่งไม่เหมือนใคร Differentiation คือสิ่งที่เขาต้องการ การจ้างคน 10 คนควรจะได้ผลลัพธ์ 10 อย่าง เราต้องหา Vision ของเราเองให้เจอ”

นอกจากเอกลักษณ์ที่เป็นจุดขายหลักของศิลปิน หากมีแฟนคลับติดตามจำนวนหนึ่ง ตลาดรองของพวกเขายังเป็นการขายภาพวาดให้นักสะสมได้ด้วย ดังนั้น ป็อปจึงแนะนำให้ลองโพสต์ผลงานลงบนอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างโอกาสให้ตนเอง

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
วิดีโอการลงสีการ์ตูนในช่อง Youtube Pop Mhan Comix

ปัจจุบัน นอกเหนือจากงานการ์ตูนที่วาดมาอย่างยาวนาน ป็อปกำลังทำโปรเจกต์ ‘Rumble Bot’ ขึ้นมาเพื่อผลิตเป็นการ์ดเกม การ์ตูน และวิดีโอเกม โดยเป็นโปรเจกต์ที่กำลังหาพาร์ตเนอร์มาร่วมทำ

เราถามเขาปิดท้ายว่า จากที่วาดการ์ตูนฮีโร่มานาน เขาเคยสงสัยไหมว่า ฮีโร่ที่แท้จริงต้องเป็นแบบไหน

เขาตอบแทบทันที

“ผมเอาสิ่งนี้มาคิดบ่อย ๆ การเป็นฮีโร่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังวิเศษอะไรเลย ฮีโร่อยู่ในใจของเรา การกระทำของเรา อะไรก็ตามที่ทำเพื่อคนอื่น เพื่อสังคม นั่นคือฮีโร่”

เราเชื่อว่าการถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองให้ผู้อื่นฟัง คือการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนความฝันของใครคนหนึ่ง ชายผู้ถ่อมตัวคงไม่คิดจะเรียกตัวเองว่าเป็นฮีโร่ แต่ใครสักคนที่กำลังอ่านบทความนี้อย่างจดจ่อ พร้อมไฟในใจที่เพิ่งถูกจุดติด คงคิดในสิ่งตรงกันข้าม

ก่อนจบบทสนทนา ปลายสายพูดอีกครั้งว่าพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง เขาอยากให้คนที่มีความฝัน มีความพยายามควบคู่ไปด้วยกัน แล้ววันหนึ่ง ‘Zero will be a Hero.’

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

ภาพ : Pop Mhan

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load