The Cloud x OKMD

น้อยคนทีเดียวที่จะไม่รู้จักตลาดหนองมน แหล่งตลาดค้าขายสินค้า อาหารทะเลของสด ของแห้ง และอาหารแบบพร้อมรับประทาน ห่อหมก หอยจ๊อ และขนมหวาน ขนมฉาบ น้ำอ้อย น้ำตาลสด และขนมที่ขึ้นชื่ออย่างข้าวหลามและขนมจาก

หนองมนเป็นชุมชนเก่า จึงมีวัด ศาลเจ้า และตลาดอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องกัน เป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยมีบ้านเรือนผู้คนอยู่รอบ ๆ ตลาด ก่อนจะมีการขยายพื้นที่ ตัดถนน และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาคารบ้านเรือน จากห้องแถวไม้ชั้นเดียวประตูบานเฟี้ยม หรือห้องแถวไม้สองชั้นมีระเบียง กลายเป็นตึกรามและอาคารพาณิชย์ ดังนั้นกลุ่มอาคารบ้านเรือนร้านค้าที่อยู่รอบ ๆ บริเวณตลาด จึงจะเรียกพื้นที่นี้ว่า หน้าตลาด หลังตลาด และท้ายตลาด… หรือชุมชนท้ายตลาด

ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ

‘ร้านหนังสือท้ายตลาด’ ตั้งอยู่ในชุมชนท้ายตลาด หนองมน แต่มิได้เป็นห้องแถวไม้มาก่อน หากแต่เป็นอาคารพาณิชย์ที่ก่อสร้างใหม่ บนพื้นที่ของผู้มีอันจะกินในชุมชนท้ายตลาดในอดีต ซึ่งการก่อสร้างอาคารหรือการก่อเกิดร้านหนังสือนั้น เรื่องราวออกจะยาวอยู่สักหน่อย แต่พอสรุปได้ว่าเมื่อมีอาคารพาณิชย์แล้ว เรายังคงคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี เพื่อให้เป็นสถานที่หรือกิจการที่มีกิจกรรมต่าง ๆ พบปะเพื่อนฝูง ลูกศิษย์ลูกหาหลังสิ้นสุดการทำงานในองค์กร และน่าจะเป็นกิจการที่ก่อให้เกิดรายได้เลี้ยงตัวเอง อย่างน้อยก็เป็นค่าอาคารที่ต้องผ่อนส่งธนาคาร

เราได้ศึกษาค้นคว้าสิ่งที่อยากทำไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจเลยแม้แต่น้อย แต่ที่มีอยู่ไม่น้อยคือ ความเป็นศิลปินและนักวิชาการ สุดท้ายก็มาลงที่ ร้านหนังสือ เพราะมีโอกาสเข้าร่วมอบรม ‘การทำร้านหนังสืออิสระ’ โครงการของ คุณเรืองเดช จันทรคีรี ทั้งได้นำมาสู่การเปิด ‘ร้านหนังสือท้ายตลาด Ceramic Art & Book Shop’ ในช่วงเวลาของงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระ ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2557 

ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ

การอบรมครั้งนั้นทำให้ได้รับความรู้อยู่ไม่น้อย แต่ได้นำหลักและวิธีบริหารจัดการร้านหนังสือมาใช้บ้าง โดยพิจารณาเลือกวิธีการที่เหมาะสม กับการบริหารจัดการสไตล์ของเราเอง เริ่มจากวางแผนให้ช่างทำชั้นหนังสือแบบที่จัดวางหนังสือและงานอื่น ๆ ได้ด้วย ร้านโปร่ง ๆ โล่ง ๆ เพื่อจะวางหนังสือแบบวางเรียงโชว์หน้าปกเป็นหลัก

สำหรับการเลือกหนังสือนั้น เราเลือกหนังสือตามแนวที่ชอบ ที่สนใจ ในสายวิชาการที่เกี่ยวข้อง และหรือหนังสือบันเทิงตามแนวทางที่ชอบซื้อ และต้องการอ่านเป็นหลัก ได้แก่ หนังสือแนวศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์โบราณคดี โดยเป็นหนังสือที่ออกแนววิชาการอยู่บ้าง เรื่องราวของการท่องเที่ยว วรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล และหนังสือที่ทางร้านมีอยู่มากแต่คนซื้อน้อย คือหนังสือกวีนิพนธ์ (แต่เจ้าของร้านชอบ)

ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ
ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ

ระยะหลังมานี้ ได้เพิ่มหนังสือแนวเกษตร เกษตรสังคม สุขภาพอนามัย และอาหารการกิน และที่สำคัญ ร้านหนังสือท้ายตลาด จะสั่งซื้อหนังสือแบบซื้อเงินสดจากสำนักพิมพ์ โดยซื้อปกละ 2 เล่มเป็นหลัก หรือซื้อสดแบบสะดวก ๆ ง่าย ๆ ในกรณีที่ไปพบเจอหนังสือที่ถูกใจ นับว่าไม่ใช่ระบบที่ดี ที่ถูกต้องแต่อย่างใด (หลายคนบอกอย่างนี้) ดังนั้น ร้านหนังสือท้ายตลาดจะเรียกว่าเป็น Independent Bookshop ก็ได้ แต่ถ้าจะเรียกว่าเป็นร้านหนังสือในแนว Individual Bookshop น่าจะเหมาะที่สุด

เจ้าของร้านทำงานด้านเซรามิกอยู่ด้วย จึงมีผลงานศิลปะเซรามิกมาประดับและจัดวางตามชั้น ตามผนัง เพื่อเพิ่มเติมรูปทรงอิสระความเป็นสีสัน ความมันวาว หรือพื้นผิวที่ขรุขระ ให้ชั้นหนังสือ ดูแปลกแตกต่างไปจากสี่เหลี่ยมของรูปเล่มหนังสือได้บ้าง นอกเหนือจากการช่วยเติมเต็มพื้นที่ว่างของชั้นวาง เพราะเรามีหนังสือไม่มากเหมือนร้านหนังสือทั่วไป

ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ
ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ

ในช่วงปีที่ 2 ทางร้านได้เปิดพื้นที่จัดกิจกรรมของกลุ่มเครือข่ายกลุ่มเกษตรเติมสุข ทำให้มีกิจกรรม เกิดความร่วมมือ การอมรม การให้ความรู้ในเรื่องราวต่าง ๆ เช่น การทำปุ๋ยหมัก การเพาะถั่วงอก การทำอาหาร และรวมถึงการจัดตลาดอินทรีย์เล็ก ๆ หน้าร้านหนังสือ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม เล่นดนตรีเล็ก ๆ และเสวนาเล็ก ๆ เป็นระยะ ๆ ในเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม เรื่องการปั่นจักรยาน หรือการแบ่งปันพื้นที่ ให้กับร้านค้าผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และรวมถึงกิจกรรมล่าสุด คือการเข้าร่วมกิจกรรมแกลเลอรี่ไนต์ กับมหาวิทยาลัยบูรพาและองค์กรชุมชน

เวลาที่เปลี่ยนไป ทำให้ทุกสรรพสิ่งย่อมมีความเปลี่ยนแปลง รวมถึงร้านหนังสือท้ายตลาด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งหลายหนเช่นกัน แต่ก็อย่างว่า สถานการณ์หนังสือและร้านหนังสือในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากเหลือเกิน และหนักหนาอยู่ 

ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ
ร้านหนังสือท้ายตลาด หนองมน Individual Bookshop ที่มีหนังสือที่รักและเซรามิกที่ชอบ

ไม่เพียงแต่สถานการณ์โรคระบาดโควิด แต่มันคือความเปลี่ยนแปลงของสื่อเทคโนโลยีและวิธีการรับรู้สื่อ ข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงที่เปลี่ยนรูปแปลงร่างไปด้วย การต้องการความสะดวกสบาย และความรวดเร็วในวิถีปัจจุบัน แม้ว่าเสน่ห์และคุณค่าของหนังสือจะมีอยู่มากมายเหลือเกิน แต่เราคงมิอาจต้านทานกระแสที่เชี่ยวกรากนี้ได้

ประกอบกับข้อจำกัดของที่ร้านหนังสือท้ายตลาด โดยเฉพาะการทำร้านหนังสือที่ไม่ได้ทำเป็นอาชีพโดยตรง ทั้งยังคงมีงานอื่นที่ต้องทำและรับผิดชอบอยู่อีกมาก ทำให้ร้านนี้มีรูปแบบแนวทางเป็นของตัวเอง และคงไม่สามารถเป็นต้นแบบ หรือแนวทางธุรกิจร้านหนังสือตามมาตรฐานทั่วไปได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง (แต่ว่าไปแล้ว ร้านหนังสือท้ายตลาดนี้ก็ไม่สามารถทำเป็นอาชีพได้จริง ๆ) 

หากแต่ร้านหนังสือท้ายตลาดเป็นส่วนหนึ่งของความสุข และหลายคนก็บอกเราว่า ถ้าเป็นความสุขก็ทำไป เราจึงประคับประคองและยังคงร้านหนังสือท้ายตลาดต่อเนื่องมาจนถึงย่างเข้าปีที่ 8 โดยปรับการบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม โดยเปิดบริการเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ ในเวลา 10.00 – 16.00 น. แต่ถ้าทางร้านหาแนวทางการบริหารจัดการใหม่ ๆ ที่ดีกว่า หรือมีกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ก็จะได้แจ้งให้ทราบทางเพจ ร้านหนังสือท้ายตลาด

จนกว่าเมื่อวันหนึ่งมาถึง วันที่ไม่มีความสุขในการทำร้านหนังสือ หรือร้านหนังสือเป็นภาระเกินศักยภาพของตัวเราแล้ว ก็จะเรียนให้ทราบต่อไป

ร้านหนังสือท้ายตลาด

ที่ตั้ง : 270/ 14 ถนนสันติเกษม (หน้าปากซอย 6) ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1715 5886

Facebook : ร้านหนังสือท้ายตลาด

วัน-เวลาทำการ : วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 16.00 น.

หนังสือแนะนำ

1

รหัสคดีโนเบล

บรรณาธิการ : เรืองเดช จันทรคีรี

ผู้แปล : ร. จันเสน

สำนักพิมพ์ : มวจ

ราคา : 395 บาท

ร้านหนังสือท้ายตลาด Ceramic Art & Book Shop ชลบุรี ชุมชนคนรักหนังสือ เซรามิก ศิลปะ และเกษตรอินทรีย์

ระบบเรื่องสั้นสอบสวนและอาชญนิยาย ของ 13 นักเขียนรางวัลระดับโลก พิมพ์ฉลองวาระ 120 ปีรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม (ค.ศ. 1901 – 2021)

แปลกพิกล คนรักหนังสือ Seven kinds of people you find in bookshop

ผู้เขียน : Shaun Bythell

ผู้แปล : ลลิตา ผลผลา 

สำนักพิมพ์ : BIBLIO

ราคา : 215 บาท

ร้านหนังสือท้ายตลาด Ceramic Art & Book Shop ชลบุรี ชุมชนคนรักหนังสือ เซรามิก ศิลปะ และเกษตรอินทรีย์

Shaun Bythell ผู้มีสายตาแห่งนักสังเกต เขารวบรวมนักอ่านทุกคนมาไว้ในหนังสือเล่มนี้ จากสายตาของคนขายหนังสือที่รักหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ นี่เป็นหนังสือที่จะให้มุมมองอันสนุกสนาน และบางทีก็ชวนสงสัยต่อผู้คนในร้านหนังสือ 

Meet Locals in India

ผู้เขียน : รงรอง หัสรังค์

สำนักพิมพ์ : I draw & travel

ราคา : 450 บาท

ร้านหนังสือท้ายตลาด Ceramic Art & Book Shop ชลบุรี ชุมชนคนรักหนังสือ เซรามิก ศิลปะ และเกษตรอินทรีย์

เป็นบันทึกการเดินทางด้วยตัวอักษรและภาพวาดของ รงรอง หัสรังค์ เธอว่าหลงรักอินเดียตั้งแต่แรกเห็น เหมือนกับความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นกับใครสักคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน สิ่งที่คิด สิ่งที่เห็น และสิ่งที่ได้ยินจากการเดินทาง ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวและภาพวาดประกอบ

แมววัด

นักเขียน : ยูโตะ ฟุคะยะ

สำนักพิมพ์ : ผีเสื้อ

ราคา : 239 บาท

ร้านหนังสือท้ายตลาด Ceramic Art & Book Shop ชลบุรี ชุมชนคนรักหนังสือ เซรามิก ศิลปะ และเกษตรอินทรีย์

ยูโตะ ฟุคะยะ สมุดบันทึกของเด็กที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวของแมววัดแต่ละตัว ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกและเหตุการณ์ต่าง ๆ แฝงไปด้วยความคิด ความเชื่อ ความดีงาม และคุณธรรม

ชุมชนนิเวศวิถี

ผู้เขียน : คาเลน ที. ลิตฟิน

ผู้แปล : ดิสทัต โรจนาลักษณ์

สำนักพิมพ์ : วินนี่ บุ๊คส์

ร้านหนังสือท้ายตลาด Ceramic Art & Book Shop ชลบุรี ชุมชนคนรักหนังสือ เซรามิก ศิลปะ และเกษตรอินทรีย์

ราคา : 399 บาทชุมชนนิเวศวิถี อาจไม่ใช่คำตอบเดียวต่อปัญหามนุษยชาติ แต่เป็นหนึ่งในหลายคำตอบ เราไม่สามารถไปตั้งชุมชนนิเวศวิถีใหม่ได้ทุกคน หากแต่นำบทเรียนมาปรับใช้ ด้วยหลักการพื้นฐานแห่งการแบ่งปันทรัพยากร ความคิด ความฝัน ทักษะความชำนาญ เรื่องราว ความยินดี และความเศร้าโศก

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

Avatar

ภรดี พันธุภากร

ผู้เชี่ยวชาญคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และเจ้าของร้านหนังสือท้ายตลาด (หนองมน ชลบุรี)

Photographer

Avatar

เรืองศิลป์ เสนสาร

ช่างภาพอิสระจากมหาสารคาม ผู้หลงใหลการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจนย้ายมาใช้ชีวิตที่บางแสน ปัจจุบันกำลังรวบรวมภาพที่ถ่ายไว้ทุกวัน เพื่อจัด Exhibition ของตัวเองในอนาคต

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบอ่านหนังสือ และฝันอยากเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดมาก ห้องสมุดที่มีหนังสือให้ดู ให้อ่านเยอะ ๆ มีอาชีพที่ได้อยู่กับหนังสือไปตลอดชีวิต ตอนจะเข้ามหาวิทยาลัยก็สนใจสาขาบรรณารักษ์ แต่คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในตอนนั้นไม่เพียงพอ ความคิดที่จะเป็นบรรณารักษ์จึงค่อย ๆ จางไป หากการชอบอ่านหนังสือ อยากอยู่กับหนังสือยังคงอยู่ เวลาว่าง ๆ ผมชอบไปตามร้านหนังสือต่าง ๆ

จนวันหนึ่งได้เจอกับ ‘ร้านเล่า’ ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงกาดเชิงดอย ข้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ในขณะนั้น ปัจจุบันย้ายมาที่ถนนนิมมานเหมินท์) ผมไปที่ร้านเล่าทุกอาทิตย์ ด้วยเสน่ห์ของร้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และมีหนังสือแบบที่เราชอบที่มักจะหาซื้อยากจากร้านหนังสือใหญ่ ๆ ทั่วไป จนวันหนึ่งผมอยากหางานพิเศษทำ จึงลองไปสมัครงานที่ร้านเล่า และเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นเพราะอยากทำมาก ผมเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านเล่าเมื่อ พ.ศ. 2546 จนเป็นพนักงานประจำเรื่อยมาจน พ.ศ. 2564 เป็นเวลา 18 ปี

ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ที่ร้านเล่า ความฝันอยากเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัว แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ความฝันลาง ๆ ว่า สักวันหนึ่งถ้ามีจุดหักเหอะไรเกิดขึ้น และได้ทำอาชีพอื่นที่ทำที่บ้านได้ ก็อยากจะมีร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านของตัวเอง ทำงานไปด้วยเปิดร้านหนังสือไปด้วย กระทั่งการมาของโควิด-19 ที่ทำลายหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งธุรกิจร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ยอดขายลดลงมาก 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ประกอบกับผมกำลังอยู่ในระหว่างการสร้างบ้านที่ผมกับภรรยา (อัง-ชฏิลรัตน์ ดอนปัน) ช่วยกันออกแบบเอง ซึ่งต้องการความใส่ใจมากพอสมควร จึงได้พูดคุยกับพี่ ๆ ที่ร้านเพื่อออกมาดูแลการสร้างบ้านเต็มตัว และพูดคุยกับภรรยา ซึ่งออกจากงานเพราะโควิด-19 เช่นกัน ที่เริ่มทำเบเกอรี่ทดลองขายมาสักพักถึงแผนการดำเนินชีวิตหลังจากบ้านเสร็จ

ลงตัวกันที่จะลองเปิดร้านเบเกอรี่โฮมเมดและร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้าน ส่วนร้านหนังสือ อยากให้เป็นร้านหนังสือทางเลือก ในแบบที่ตัวเราเองอยากเข้า วางหนังสือหลากหลายที่เราคัดเลือกมาแล้วในระดับหนึ่ง ไม่อยากขายหนังสือแบบเดียวกันเป็นพรืดเหมือนร้านใหญ่ ๆ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ตอนเริ่มต้น ส่วนเบเกอรี่มีปัญหาไม่มากนัก เพราะภรรยาผมเริ่มลองทำมาสักพักแล้ว เพียงจัดการส่วนต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แต่ในส่วนร้านหนังสือมีปัญหาหลายอย่าง

เริ่มจากปัญหาทุนที่จำกัดในการซื้อสิ่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ชั้นหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ เราแก้ปัญหาด้วยการพยายามทำเองในส่วนที่ทำได้ โต๊ะเก้าอี้บางส่วนหาซื้อของเก่ามาขัดทาสีเอง ชั้นหนังสือที่มีขายราคาแพงเกินไปสำหรับเรา จึงหาซื้อไม้หาช่างเพื่อทำชั้นหนังสือ ส่วนที่จำเป็นต้องซื้อก็หาในราคาสมเหตุผล

ปัญหาค่าประกันหนังสือของสายส่งหลายรายราคาค่อนข้างสูงสำหรับร้านเล็ก ๆ บางสายส่งไปถึงหลักแสนบาท จึงใช้ประสบการณ์จากการทำงานที่ร้านเล่า เลือกสายส่งที่ค่อนข้างเอื้อเฟื้อกับร้านหนังสืออิสระ คัดเลือกหนังสือที่เราชอบและเห็นว่าน่าสนใจ ซึ่งส่วนมากจะเป็นวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การเมือง เป็นหนังสือที่ตามร้านใหญ่อาจจะไม่มี หรือหาตามร้านใหญ่ค่อนข้างยาก เพื่อทดแทนจำนวนหนังสือที่ยังมีน้อย

หรือปัญหาที่เคยได้เห็นตั้งแต่ทำงานที่ร้านเล่า คือหนังสือบางสำนักพิมพ์เข้าถึงยาก เนื่องจากอยู่กับสายส่งใหญ่ที่มีระบบครบวงจร มีสำนักพิมพ์ สายส่ง และหน้าร้านของตนเอง เข้าถึงยากทั้งค่าประกันที่สูงและการพยายามเพิ่มยอดขาย หนังสือที่กำลังเป็นที่สนใจมักจะสั่งไม่ได้ เพราะสายส่งเลือกส่งหนังสือไปที่หน้าร้านตนเองก่อน เมื่อเริ่มคลายความนิยมหรือมีพอเหลือจากหน้าร้านของสายส่งจึงเริ่มพอสั่งได้ บางสายส่งถ้าจะซื้อขาดมาขาย ก็ต้องซื้อในจำนวนที่เยอะเกินกำลัง – 50,000 บาทกับราคาลดเท่ากับฝากขายปกติ 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องของสายส่งที่มีระบบครบวงจร ยังส่งผลต่อสำนักพิมพ์อิสระในบางแง่ เช่นบางครั้งมีการเพิ่มเปอร์เซ็นฝากขาย หรือการเลือกวางหนังสือ ส่งผลกระทบต่อนักเขียนเป็นทอด ๆ ไป สายส่งเหล่านี้เลือกได้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งร้านไหน และจะดันหนังสือเล่มไหนหรือสำนักพิมพ์อะไรให้ขายดี

สิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องเชิงธุรกิจ เป็นความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ แต่ในอีกทางมันมักจะเป็นอุปสรรคที่ร้านหนังสืออิสระหลายร้านมักต้องเจอ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำธุรกิจของร้านหนังสืออิสระบางร้านเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก และทำให้การขยายตัวของร้านหนังสืออิสระมีน้อย สวนทางกับจำนวนนักอ่านที่เพิ่มมากขึ้น จากที่เคยทำงานร้านหนังสือมานานพอสมควร พอได้เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าตอนนี้นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน อ่านหนังสือกันเยอะขึ้นมาก เมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์กับเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว จำนวนนักอ่านเพิ่มมากขึ้น แต่นักเขียน สำนักพิมพ์ ที่ไม่ใช่ของสายส่ง สายส่งที่ไม่มีสำนักพิมพ์และหน้าร้านของตนเอง กลับไม่ได้มีผลตอบแทน ไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้นมากนัก เทียบกับบริษัทที่ครบวงจร

เราวางแผนแก้ปัญหาเรื่องการเข้าถึงหนังสือบางเล่มได้ยาก เงินสำหรับใช้จ่ายในครอบครัวจะใช้เงินจากการขายเบเกอรี่ ส่วนเงินที่ได้จากการขายหนังสือนั้น จะติดต่อกับสำนักพิมพ์ที่ขายขาดหนังสือเล่มที่เราต้องการ นำกำไรจากการขายหนังสือมาซื้อหนังสือเหล่านี้ ค่อย ๆ ซื้อทีละเล็กทีละน้อยเท่าที่ไหว ค่อย ๆ สะสมหนังสือที่เราสนใจ เพื่อวันหนึ่งข้างหน้าจะได้มีหนังสือให้เลือกอ่านเยอะขึ้น และหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่านี้

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แน่นอนว่าลำพังการเริ่มทำร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ ด้วยทุนจำกัด คงให้ผลตอบแทนไม่ได้มากพอสำหรับเราในตอนนี้ แต่พวกเราคิดว่าถ้าเรานำ 2 อย่าง ‘หนังสือ + เบเกอรี่’ มาไว้ด้วยกัน น่าจะพอมีทางเป็นไปได้ พอมีทางที่เราจะอยู่ได้ในเชิงธุรกิจ และได้ทำร้านหนังสือในแนวทางที่เราต้องการ พอมีทางที่ร้านหนังสือทางเลือกแบบเราจะค่อย ๆ ดีขึ้นในวันข้างหน้า คนที่ชอบหนังสือ มาดูหนังสือก็อาจจะอยากลองชิมเบเกอรี่ คนที่มากินเบเกอรี่แล้วเห็นชั้นหนังสือ ก็อาจจะสนใจลองเดินดูและซื้อหนังสือได้

ก่อนเปิดร้าน หลายคนเป็นห่วงเรื่องระยะทาง ที่ไม่เพียงอยู่ไกลจากตัวเมือง หากยังต้องเข้าซอกเล็กซอยน้อยกว่าจะถึง แต่เราคิดว่าในปัจจุบันตัวเมืองเชียงใหม่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายตามอำเภอต่าง ๆ ที่ติดอำเภอเมือง หลายคนถึงแม้จะทำงานอยู่ในเมือง แต่ก็มีบ้านและใช้ชีวิตนอกเวลางานอยู่นอกเมือง เราไม่กังวลมากนัก แต่ก็ไม่คาดหวังมากเกินไปเช่นกัน รู้สึกเพียงว่าเหนื่อยมาก ๆ เพราะเราทำทุกอย่างเอง อยากให้ถึงวันเปิดเร็ว ๆ เพื่อที่หลังจากนั้น จะได้รู้ว่าอะไรดีไม่ดีแล้วค่อย ๆ ปรับแก้กันต่อไป เบเกอรี่พอมีลูกค้าเก่าอยู่บ้างแล้ว น่าจะค่อยเป็นค่อยไปได้ สิ่งที่กังวลเป็นเรื่องของชุมชนมากกว่า ว่าเราจะทำให้ชุมชนมีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ก่อนเปิดร้าน เราเพียงประกาศในช่องทางโซเชียลมีเดียและบอกกล่าวพี่น้องเพื่อนฝูง วันนั้นจึงมีเฉพาะคนรู้จักและลูกค้าเก่าเบเกอรี่มาให้กำลังใจ ค่อนข้างชุลมุนแต่อบอุ่น ทุกคนต่างเต็มใจรอ ช่วยอุดหนุนหนังสือ ไม่หงุดหงิดกับที่จอดรถที่มีเพียงน้อยนิด ทุกคนให้กำลังใจ เอาใจช่วยเรา รวมทั้งร้านหนังสืออิสระด้วยกันเอง ร้าน Book Re:public มาอุดหนุนขนมเครื่องดื่ม และซื้อหนังสือที่ผมเดาว่าที่ร้านเองก็น่าจะมีขาย พี่ ๆ ร้านเล่า และเวิ้งมาลัย มาให้กำลังใจ รวมถึงช่วยเก็บแก้วเก็บจาน ช่วยโบกช่วยดูที่จอดรถ น้องบางคนถึงกับมาช่วยล้างจาน

หลังจากนั้นหลายคนก็ช่วยไปเผยแพร่ ช่วยโฆษณาต่อ ๆ ไป จึงเริ่มมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ ช่วยให้เราเริ่มตั้งไข่และเดินก้าวแรกได้เร็วขึ้น เริ่มมีผู้คนหลากหน้าหลายตาเข้ามา คนที่เคยซื้อขนมอยู่ในเมือง แต่เพิ่งรู้ข่าวก็อุตส่าห์ขับรถไกลมาหาพวกเรา หรือบางคนมาเพื่ออุดหนุนร้านหนังสืออิสระโดยเฉพาะ แต่ที่มักจะเรียกรอยยิ้มและกำลังใจให้เราเสมอ คือพ่อแม่ที่โดนลูกเกณฑ์มาด้วยความไม่เต็มใจ บ่นอุบอิบถึงความไกลและเส้นทางที่ลำบากเมื่อตอนมาถึง แต่ตอนกลับมักจะมาพูดคุยกับเราด้วยสีหน้าสบายใจยิ้มแย้มแจ่มใส คุณแม่ท่านหนึ่งพูดเล่นอย่างน่ารักว่า อยากซื้อที่ดินสร้างบ้านติดกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องผลกระทบต่อคนในชุมชนเราก็ค่อย ๆ คลายความกังวล หมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เป็นชุมชนที่ดี ผู้คนน่ารักและเอื้อเฟื้อ หลายคนคอยบอกทางคนที่หลงทาง บางคนคอยแนะนำเรื่องต่าง ๆ ช่วยแชร์รีวิว มาสอบถามสารทุกข์สุกดิบ อุดหนุนให้กำลังใจ ครั้งหนึ่งลูกค้าบอกว่าหลงทางเลยจอดสอบถามคนในหมู่บ้าน ไม่คิดว่าจะถึงกับขี่มอเตอร์ไซค์นำทางมาส่งถึงที่ร้าน – มาทราบตอนหลังว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านเองที่นำทางมาส่ง

ถึงจะเหนื่อยกันมากในช่วงแรก ๆ แต่เรื่องเหล่านี้คอยพยุง คอยช่วยเป็นพลังใจเราได้อย่างมากมายมหาศาล

แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่นับจากเปิดร้าน วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565 มาจนถึงตอนนี้ ถึงจะมีปัญหาอยู่บ้าง ผมก็ยังสบายใจ ได้ช่วยภรรยาทำขนมตอนเย็น ได้อยู่กับหนังสือ ลงมือแล้วและพยายามทำไปเรื่อย ๆ หาทางให้ร้านอยู่ให้ได้ ได้หาได้คัดเลือกหนังสือ ยังรู้สึกดีเมื่อมีคนซื้อหนังสือ หรือคนบอกว่าหนังสือน่าสนใจ เป็นทางเลือกเล็ก ๆ ให้กับคนที่สนใจในหนังสือ ยังได้อยู่กับหนังสือเหมือนเมื่อที่เคยเป็นมา 18 ปี

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แนะนำหนังสือ

โดย Harvest Moon Bookshop

1

เงาสีขาว

นักเขียน : แดนอรัญ แสงทอง

สำนักพิมพ์ : สามัญชน

ราคา : 780 บาท

นวนิยายแห่งความบ้าคลั่ง ปอกเปลือยตัวตนของปัจเจกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและมืดหม่น ออกมาในรูปแบบกระแสสำนึก ภาคกลางของนวนิยายไตรภาคที่เราไม่มีทางได้อ่านภาคต้นและภาคปลายแล้ว เป็นหนังสือที่ตั้งใจไว้นานแล้วว่า ถ้ามีร้านหนังสือต้องมีเล่มนี้ขาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

2

มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ

นักเขียน : ภรณ์ทิพย์ มั่นคง

สำนักพิมพ์ : อ่าน

ราคา : 550 บาท

หนังสือที่ควรอ่านเพื่อเรียนรู้ เพื่อสร้างความภูมิคุ้มกันให้กับจิตใจ ในการที่จะสู้กับความอยุติธรรมต่าง ๆ ในสังคมและชีวิต แค่ส่วนแทรกที่นำมาจากการเขียนบันทึกตอนอยู่ในคุก บนหน้ากระดาษพระคัมภีร์ที่แอบฉีกมาก็ควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่งแล้ว

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

3

เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

สำนักพิมพ์ : สมมติ

ราคา : 300 บาท

รวมบทสัมภาษณ์ โดยมือสัมภาษณ์มากประสบการณ์ เรียกได้ว่าเป็นชั้นต้นคนหนึ่งของเมืองไทย เลือกคนสัมภาษณ์ได้น่าสนใจ ไม่ฟูมฟายเกินไป หลายคำถามนำไปสู่การเปิดมุมมองที่หลากหลาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

แนะนำโดย Waltz Bakes

4

วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว

นักเขียน : มูเระ โยโกะ

นักแปล : สิริพร คดชาพร

สำนักพิมพ์ : Sandwich

ราคา : 230 บาท

เรื่องราวของอากิโกะ อดีตบรรณาธิการสาวที่ผันตัวมาเปิดร้านอาหาร ขายแค่แซนด์วิชกับซุปเคียงคู่กัน โดยบอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวันที่เกิดขึ้นรอบตัวอากิโกะอย่างราบเรียบ แต่แฝงด้วยนัยยะสำคัญของการใช้ชีวิตบางอย่างเอาไว้ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นใจและผ่อนคลายในขณะเดียวกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

5

เยิรเงาสลัว

นักเขียน : จุนอิชิโร ทานิซากิ 

นักแปล : สุวรรณา วงศ์ไวศยวรรณ

สำนักพิมพ์ : openbooks

ราคา : 265 บาท 

เป็นหนังสือที่ชวนเราละเลียดมองในความงามของความเงาสลัวที่กระทบลอดส่องผ่านตามซอกซอนสถาปัตยกรรมบ้านเรือน เครื่องครัวของใช้ หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่มีสุนทรียะของความสลัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นหนังสือที่ทำให้เราหยุดนิ่งและซึมซับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเข้าใจ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

Waltz Bakes x Harvest Moon Bookshop

ที่ตั้ง : 114/2 บ้านสันผักหวานน้อย หมู่ 7 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4488 4824, 09 5698 2410

วัน-เวลาทำการ : เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดวันพุธ

Facebook : Harvest Moon Bookshop และ Waltz Bakes

Instagram : harvestmoon_bookshop และ Waltz_bakes

Writer & Photographer

Avatar

ปิยศักดิ์ ประไพพร

ใช้ชีวิตวัยเด็กที่จังหวัดลำพูน ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ตอนอายุ 13 ปี เข้าเรียนภาควิชาสังคมวิทยา - มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ไม่จบการศึกษา ทำงานที่ร้านเล่า 18 ปี ปัจจุบันร่วมกับภรรยาเปิดร้านขนมและร้านหนังสืออยู่ที่บ้าน ในหมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load