ลมพัดเอื่อย ๆ ต้นไม้โอบล้อม และอากาศบริสุทธิ์ 3 อย่างนี้เป็นสิ่งแรกที่สถานที่แห่งนี้มอบให้เรา เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในพื้นที่กว่า 1,400 ไร่ของ ‘Wisdom Valley’ พื้นที่สีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้สลับสูงใหญ่ แม้ลานกิจกรรมตรงหน้าจะเต็มไปด้วยจุดออกกำลังกาย ร้านรวงและผู้คนที่เดินไปมา แต่ก็ยังซุกซ่อนต้นไม้ใบหญ้าไว้ในทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่กลิ่นอายที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ชวนให้อยากสูดหายใจเข้าลึก ๆ จนเต็มปอด แล้วไปทำความรู้จักสถานที่แห่งนี้กัน

“เราต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน”

นี่เป็นประโยคแรกที่ อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ เจ้าของ Wisdom Valley และ โรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand ที่ตั้งอยู่ด้านใน บอกกับเรา, อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณภาพชีวิตยั่งยืนที่เธอหมายถึงคืออะไรกันนะ 

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

“การศึกษาที่ดี พื้นที่สีเขียว อากาศดี ๆ จากธรรมชาติที่สูดเข้าปอดได้อย่างสบายใจ ทดแทนฝุ่น PM 2.5 และควันรถคละคลุ้งที่เคยชินอย่างในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่ให้เกียรติธรรมชาติ เคารพสิ่งแวดล้อม มีเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต เป็นพื้นที่สำหรับปลดปล่อยพลัง ออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่เท่าที่อยากทำ และเป็นพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงได้วิ่งเล่น 

“ที่สำคัญคือเป็นพื้นที่แห่งความสบายใจ ให้คนที่มาเยือนได้รับอะไรบางอย่างที่เติมเต็มเขากลับไป ไม่ทางร่างกายก็ทางจิตใจ” เจ้าบ้านคลายความสงสัยในใจโดยที่เราไม่ต้องเอ่ยประโยคคำถาม

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

การศึกษาต้องมาก่อน

“ถ้าเป็นลูกเรา เราอยากให้เขาทำอะไรบ้าง”

คำถามนี้จุดประกายให้ Rugby School Thailand เกิดขึ้น ภายใต้หลักสูตรเดียวกับ Rugby School ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานหลายร้อยปีในประเทศอังกฤษ  และทยาเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน เริ่มต้นมาจากการให้ความสำคัญกับเด็ก ทั้งด้านการศึกษาและการใช้ชีวิตที่ดี ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ดีต่อตัวเด็ก แต่ต้องดีต่อโลกและสังคมด้วย

Rugby School Thailand จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงศาสตร์การเรียนรู้ตามตำราเท่านั้น แต่ตั้งใจให้เด็กเล่น เลอะ เปรอะ เปื้อนไปกับพื้นที่สีเขียวผืนกว้างแห่งนี้ ด้วยการทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งผจญภัยเข้าป่า เรียนรู้ธรรมชาติ ทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ ส่องสัตว์ตอนกลางคืน เรียนรู้การเอาชีวิตรอด ตั้งแต่ผูกแพ พายเรือ จุดไฟ จนถึงกางเต็นท์ 

นี่ยังไม่นับกิจกรรมนอกห้องเรียนและกีฬาอีกนับสิบ ที่เตรียมไว้รอให้เด็กน้อยมาเสียเหงื่อ 

ฟังแค่นี้ก็อยากย้อนเวลากลับไปตัวจิ๋วเท่านั้น แล้วผจญภัยอย่างไร้ขีดจำกัดบ้างเสียแล้ว

“นอกจากกีฬาพื้นฐาน เตะบอล ว่ายน้ำ บาสเกตบอล เราก็มีพายเรือ พาย SUP ลานสเก็ตบอร์ด เส้นทางเซิร์ฟสเก็ตรอบทะเลสาบ เส้นทางวิ่ง ปั่นจักรยาน พยายามทำให้หลากหลายและครอบคลุมที่สุด เพราะเรามีพื้นที่กว้างมาก ทั้งสูงต่ำ พื้นราบ ตอบโจทย์แทบทุกกีฬาเลย ซึ่งมันคือการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าแก่ทุกคนมากที่สุด”

ไม่ใช่แค่เด็กในโรงเรียน เด็กทุกคนสำคัญเท่ากัน, Wisdom Valley จึงไม่ได้เป็นแค่พื้นที่และแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กในโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังเปิดให้เด็ก ๆ ภายนอก เข้ามาเรียนรู้และสนุกกันใน Holiday Camp ที่เปิดรับสมัครและจัดขึ้นในทุก ๆ ปี ทั้ง Summer, Spring และ Christmas Camp ให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลังกันอย่างเต็มที่

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ต่อด้วยสุขภาพที่ดี

นอกจากพื้นที่กว้างขวางกลางหุบเขาแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจให้กับเด็ก ๆ ทั้งในและนอกโรงเรียนแล้ว หากใครไม่เด็กแล้วก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะที่นี่เปิดกว้างให้กับคนที่ (ใจ) ยังเด็ก มาเล่นสนุกอย่างไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุเหมือนกัน เพราะคนวัยไหน ก็ควรได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ!

Wisdom Valley จึงมีพื้นที่หลายส่วน เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้ได้อย่างอิสระ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 

ได้เวลาวิ่ง วิ่งนะ วิ่งนะ .. (ขออภัย หากทำให้หวนนึกถึงวัยเยาว์ขึ้นมาชั่วครู่)

นี่คือเสียงเพลงปลุกใจที่ลอยเข้ามาในสมอง เมื่อได้รู้ว่า Wisdom Valley มีเส้นทางวิ่งเทรลอันน่าสนุก ชวนให้อยากลุกขึ้นมาสะบัดแข้ง สะบัดขา ปัดฝุ่นที่ข้อเข่าและออกวิ่งด้วยใจเริงร่าอีกครั้ง ทั้งเส้นทางเบสิกตั้งแต่ 5 กม. จนถึง 21 กม. ส่วนใครยังรู้สึกท้าทายไม่พอ ก็ครีเอตเส้นทางได้เอง แต่แอบกระซิบบอกไว้หน่อยว่า เส้นทางวิ่งของที่นี่จะวิ่งผ่านเข้าไปในป่า ที่แม้แปลงสภาพกลายเป็นกรีนสเปซอันคึกคัก แต่ก็ยังเก็บความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างครบครัน ทั้งต้นไม้ใหญ่ จนถึงเจ้างูตัวน้อย เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย อย่าลืมปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้าไปวิ่งด้วยนะ 

หากใครมาวิ่งท่ามกลางบรรยากาศทิวเขา สูดอากาศบริสุทธิ์แล้วติดใจ Wisdom Valley ยังเปิดสถานที่กว้าง รับจัดงานหลากหลายประเภท เกิดเป็นกิจกรรมสุดท้าทายอย่าง Columbia Trail ที่เพิ่งเสร็จไปหมาด ๆ และ Adventure Trail ในเดือนเมษายนที่กำลังมาถึง ชวนนักวิ่งมือโปรจนถึงนักวิ่งมือใหม่ มาท้าทายกำลังขา ออกวิ่งไปพร้อม ๆ กัน

ถ้าอยากลองปั่นจักรยาน ปีนเขา หรือเดินสำรวจธรรมชาติสบาย ๆ ก็ใช้เส้นทางร่วมกันได้อย่างปลอดภัย เพราะเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเส้นทางสม่ำเสมอ ส่วนใครสนุกและอินกับการไถบอร์ด บริเวณกรีนปาร์คก็มี Wisdom Skate Park ลานสเก็ตขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ออกแบบร่วมกับสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีม เพื่อให้สนุกได้ตั้งแต่มือโปรและผู้เริ่มไถ

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ที่นี่ยังมีกิจกรรมชื่อน่ารักอย่าง Pre-Loved ชักชวนโปรสเก็ตบอร์ดหรือพี่ ๆ ที่มาเล่นบ่อยจนคุ้นหน้าคุ้นตา มาบริจาคข้าวของที่ไม่ใช้แล้ว ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า และบอร์ดเก่าสภาพดีที่ยังใช้ได้ ส่งต่อให้ผู้ที่ไม่มีทุนในการจับจ่าย ได้ใช้ของดีในราคาที่เก็บออมค่าขนมก็ซื้อได้ บางชิ้นอาจเต็มไปด้วยเรื่องราว ทั้งบอร์ดที่ชนะการแข่งขัน รองเท้าคู่โปรดในวัยเด็ก 

ไม่แน่นะ ของเหล่านี้อาจเป็นแรงผลักดันให้เด็กตัวน้อย ๆ ลุกขึ้นจริงจังกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นก็ได้ โดยทยาตั้งใจให้ลานสเก็ตแห่งนี้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสเก็ตบอร์ด เพื่อให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นมารับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่นักแข่งมากฝีมือ

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

ยัง ยังไม่หมด มีกีฬาทางบกแล้วก็ต้องมีกีฬาทางน้ำ! 

ที่นี่มีทะเลสาบถึง 5 แห่ง เปิดให้ผู้คนทั่วไปมาแฮงก์เอาต์ ทำกิจกรรม 1 แห่ง และส่วนที่เหลือเป็นแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน รวมทั้งสูบน้ำไว้ใช้ภายใน อีกกิจกรรมห้ามพลาดที่กำลังจะเปิดในเร็ว ๆ นี้ คือ พาย SUP (Stand Up Paddle Board) และโยคะบอร์ด ให้ออกกำลังกาย ใช้สมาธิจดจ้องกับบอร์ดกลางน้ำและสูดหายใจรับลมกลางหุบเขา

“เรื่องความปลอดภัยสำคัญมาก ลานสเก็ตเรามีเจ้าหน้าที่ มี Rescue Team คอยดูเด็ก ๆ ให้ทุกคนใส่อุปกรณ์ป้องกันให้ครบ อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ด้วยความที่เราชอบเล่นกีฬาลุย ๆ เกิดอุบัติเหตุจากกีฬามาก็เยอะ เคยล้มหัวฟาดสโนว์บอร์ดเข้าโรงพยาบาล ถ้าวันนั้นไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก เราก็คงไม่ได้มานั่งตรงนี้” 

ทยาเล่าที่มาว่าทำไมความปลอดภัยจึงมาเป็นอันดับต้น ๆ พยายามให้ทุกคนที่มาเล่นใส่เครื่องป้องกัน แม้ยังบังคับให้วัยซ่าใส่ไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็พยายามสอนให้เด็ก ๆ รับรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันให้มากที่สุด

ส่วนคนที่อยากได้สุขภาพที่ดีติดไม้ติดมือกลับบ้าน แต่ยังรู้สึกลุกก็โอย นั่งก็โอย #วัยรุ่นปวดหลัง หรือบาดเจ็บจากการออกกำลัง คลินิกกายภาพบำบัดวิสด้อม ก็รอต้อนรับอยู่เสมอ พร้อมบริการรักษาอาการทางกายภาพ ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบประสาท คัดคุณภาพมาทั้งนักกายภาพและเครื่องมือที่ทันสมัยสุด ๆ จนคนแน่นเอี้ยดเกือบทุกวัน

พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

ดีขึ้นได้อีกด้วยการกินอาหารดีและใช้ที่ของดี

“เริ่มต้นจากการที่เราอยากให้ผู้ปกครอง คุณครู เจ้าหน้าที่ และเด็ก ๆ ได้มีร้านอาหารอร่อย เป็นจุดแฮงก์เอาต์ที่มานั่งรับลมในตอนเย็น เลยเปิดให้ร้านค้าเข้ามาเช่าพื้นที่ขายของด้วย” เจ้าของพื้นที่ที่ใจดีเล่าความตั้งใจ

บริเวณนี้เลยคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเย็น เต็มไปด้วยเด็กน้อยที่วิ่งเล่นกันสนุกและผู้ใหญ่ที่มานั่งสังสรรค์ ล้อมวงสนทนา และกินข้าวท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้ แถมยังเห็นแสงสีจากวิวเมืองพัทยาอยู่ไกล ๆ

นอกจากร้านอาหารที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่ารสชาติดี ถูกปาก ก็มีร้านของชำบริเวณหัวมุม บรรยากาศโปร่งโล่ง สบายตา และเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ดีต่อใจนานาชนิด ที่ทำให้เราละสายตาไม่ได้ จนต้องแวบเข้าไปเยือน

“ร้าน Zero Waste แห่งนี้เป็นแพสชันของเราเอง ด้วยเราใช้เองอยู่แล้ว เลยตั้งใจอยากส่งเสริมเรื่องนี้ อยากให้คนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิกมากขึ้น รวมถึงสินค้าที่เป็น Eco Friendly อย่างการนำขวดมารีฟีลสบู่ แชมพู หรือยาสีฟันแบบเคี้ยว มันไม่ได้ดีแค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังดีต่อร่างกายเราด้วย” ทยาเสริมถึงร้านของชำไร้ขยะ ที่ช่วยให้ Wisdom Valley แม้ถูกเติมเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวอยู่แล้ว กลับดูเขียวอย่างเป็นธรรมชาติขึ้นไปอีก 

พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

ยัง ยังดีขึ้นกว่านี้อีก ถ้ามีสิ่งแวดล้อมที่ดี

นอกจากอากาศ การศึกษา สุขภาพ อาหารการกิน และของใช้ที่ดี

สิ่งแวดล้อมที่ดีก็เป็นอีกสิ่งที่ทยาตั้งใจบรรจุไว้ใน Wisdom Valley 

“เราอยากให้ที่นี่เป็น Zero Waste Community” เธอบอกด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“นั่นเป็นอีกสิ่งที่เราสอนและปลูกฝังให้กับเด็ก ๆ ในโรงเรียน” ทยาย้ำถึงความตั้งใจที่อยากให้เกิดขึ้น

นอกจากลดการใช้ผลิตภัณฑ์จากสารเคมี และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อร่างกาย เธอก็ยังช่วยลดสิ่งที่เป็นอันตรายต่อโลก ด้วยการรณรงค์เรื่องการลดใช้ Plastic Single Waste และมี Refill Station ให้จับจ่ายอย่างไร้ขยะ

แล้วเด็ก ๆ และผู้ใหญ่บางคนที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้อยู่บ้าง เธอมีวิธีปลูกฝังพวกเขาอย่างไร – เราสงสัย

“ใช้วิธีบังคับพฤติกรรมพวกเขาไปอย่างไม่รู้ตัว อย่างจุดทิ้งขยะ เรามีป้ายและคำอธิบายอย่างชัดเจน ว่าขยะประเภทไหน ควรทิ้งลงช่องไหน ถังขยะมีห้าหกช่อง ต้องเอะใจก่อนทิ้งบ้างล่ะ ว่าขยะในมือเข้าข่ายประเภทไหน รวมถึงมีป้ายเตือนรณรงค์เรื่องขยะอยู่รอบ ๆ อย่างเรื่องหลอดพลาสติกกับเต่าทะเลหรือภาวะโลกร้อน ให้พวกเขาค่อย ๆ ซึบซับเรียนรู้ด้วยตนเอง ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญต่อทุกคนบนโลก โดยไม่ต้องพูดหรือบังคับโดยตรง

“อย่างเศษอาหารที่เป็น Food Waste ทั้งจากร้านอาหารและในโรงเรียน ก็นำกลับไปเข้าเครื่อง Composter ที่โรงเรียน เอาไว้สอนเด็ก ๆ ด้วยว่า พยายามอย่ากินอาหารเหลือนะ ถ้าเหลือ เศษอาหารเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหน หากทิ้งไม่ดีก็เน่าเสีย แต่ถ้ากำจัดดีก็กลายเป็นปุ๋ย สุดท้ายก็สอนเรื่องกระบวนการเหล่านี้ ไปจนถึงเอาปุ๋ยมาปลูกผักด้วย”

สู่ความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดี ในอนาคต

เราถามถึงภาพในอนาคต ว่าทยาวาดภาพสถานที่นี่ไว้อย่างไร

“ตัว Wisdom Valley เราอยากขยับขยายกิจกรรมต่าง ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งทางบก ทางน้ำ อยากให้คนมาที่นี่เยอะ ๆ ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ร้านค้าที่อยู่กับเราขาดรายได้ เราพยายามช่วยเขาทั้งลดค่าเช่า เดือนไหนที่ Wisdom Valley ต้องปิดชั่วคราว เราก็ไม่เก็บค่าเช่า

“ในอนาคตเลยอยากจัดงานให้คนมาใช้เวลาที่นี่กันเยอะขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้คนจะได้มาทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ร้านค้าอื่น ๆ ก็จะอยู่ได้ ต่อจากนั้นก็ตั้งใจอยากทำ Residence ที่มีระบบ Smart Home ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่แวดล้อมไปด้วยปัจจัยการใช้ชีวิตที่ดี” ทยาเกริ่นถึงโปรเจกต์ในอนาคต

หากให้บอกเล่าถึงสถานที่แห่งนี้สั้น ๆ Wisdom Valley คงเป็นโครงการบนที่พื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ยักษ์ของชลบุรี ให้คนได้มาใช้เวลาช้า ๆ พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ใจกลางหุบเขา ใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ดีต่อร่างกาย ดีต่อสุขภาพ หากบางโอกาสที่มีคอนเสิร์ต มีดนตรีก็คงเป็นพื้นที่คุณภาพที่ผู้คนได้มาสนุก จับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ที่ดีในราคาเป็นมิตร เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม และกินอาหารอร่อย ๆ ในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยทิวธรรมชาติ

‘คุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน’

นี่คือความรู้สึกและสิ่งที่เราได้รับกลับมา หลังจากก้าวเท้าออกจากสถานที่แห่งนี้

พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

Wisdom Valley

ที่ตั้ง : 188/5 หมู่ 1 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 

Nature Running Track : เวลา 06.00 – 08.00 (แนะนำ) และ 16.00 – 20.00 น.

Wisdom Lake : เวลา 06.00 – 21.00 น.

Wisdom Skate Park : เวลา 11.00 – 21.00 น.

ร้านอาหาร : เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3252 2496, 09 9939 6362

Facebook : Wisdom Valley

*นอกจากเปิดพื้นที่สีเขียวเป็นสาธารณะ ที่นี่ยังเปิดให้เช่าพื้นที่สำหรับจัดงานอีเวนต์ งานวิ่ง คอนเสิร์ต แคมป์ปิ้ง และอีกสารพัด

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

เรืองศิลป์ เสนสาร

ช่างภาพอิสระจากมหาสารคาม ผู้หลงใหลการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจนย้ายมาใช้ชีวิตที่บางแสน ปัจจุบันกำลังรวบรวมภาพที่ถ่ายไว้ทุกวัน เพื่อจัด Exhibition ของตัวเองในอนาคต

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ชายหาดสีขาวทอดตัวยาวเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลตัวจิ๋ว ทิวสนเรียงราย แคมป์ช้างตัวเล็กใหญ่ ร้านอาหารและบาร์เครื่องดื่มในบรรยากาศอะโลฮ่า และมีโรงเรียนสอนเซิร์ฟบอร์ดสำหรับผู้ใหญ่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหาดปะการัง หรือ Memories Beach จังหวัดพังงา จึงกลายเป็นหาดประจำของนักเซิร์ฟบอร์ดมือใหม่และมือเก๋าที่แวะเวียนไปมาบ่อย ๆ

ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนตั้งใจมาปักไว้ บ้างปักหมุดชั่วคราว บ้างก็ปักหลักอยู่ยาว แพร-เพียงแพร โชติฐ์สถาพรป์ ก็เป็นอีกคนที่หลงรักที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอเก็บกระเป๋าโยกย้ายมาอยู่เขาหลักเมื่อ 3 ปีก่อน พร้อมก่อตั้ง Seapiens Camp Khaolak แคมป์ธรรมชาติสำหรับเด็ก ๆ ที่สอนเล่นเซิร์ฟ ผจญภัยและทำความรู้จักกับท้องทะเลอย่างเป็นมิตรที่หาดปะการัง

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

“ชื่อของที่นี่มาจากคำว่า Sapiens เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ แล้วเราก็อยากให้ที่นี่เป็นสถานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทะเลและมนุษย์ไว้ด้วยกัน ก็เลยเอาคำว่า Sea ไปใส่ไว้แทน กลายเป็น Seapiens” แพรเฉลยที่มาแสนน่ารักของชื่อแคมป์ให้เราฟัง 

“ที่นี่เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนนั้นเขาหลักยังมีนักท่องเที่ยวไม่เยอะ เรากับ Co-founder มาที่นี่ครั้งแรก เจอเด็กคนหนึ่งกำลังเซิร์ฟอยู่ น้องเล่นเก่งมาก เล่นทั้งวันเลย สุดท้ายเราตัดสินใจเข้าไปทักทายน้อง พอได้คุยกันรู้สึกเลยว่าน้องแตกต่างจากเด็กคนอื่นที่เราเคยเจอ ดูมั่นใจ แววตาเขามีความสุขมาก ๆ ตอนนั้นน้องน่าจะอายุแค่ 7 – 8 ขวบ แต่น้องบอกกับเราว่า น้องอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ มีเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ 7 ขวบ เราสองคนก็เลยคิดว่าอยากให้เด็กคนอื่นมีโอกาสลองมาเล่น เราอยากเห็นสิ่งที่อยู่ในเด็กคนนี้ ไปอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่นด้วย” เธอย้อนความถึงจุดเริ่มต้น 

“โปรแกรมแรกของ Seapiens Camp Khaolak เลยเริ่มต้นมาจากสอนเซิร์ฟบอร์ดให้เจ้าตัวน้อยก่อน เพราะเราสองคนถนัดกันอยู่แล้ว จากนั้นเราคิดต่อว่า เขาหลักเป็นทะเลที่มีทรัพยากรสมบูรณ์มาก มีความพร้อมในเรื่องการท่องเที่ยว ก็เลยเกิดเป็นโปรแกรมอื่นตามมาด้วย ในคอนเซ็ปต์ Edutainment เรารู้สึกว่าการที่เขาเดินทางมาหาเราถึงพังงา จะทำยังไงให้มันไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้องสนุกและได้เรียนรู้ ได้ Entertainment ได้ Education ไปพร้อม ๆ กัน ทุก ๆ โปรแกรมเลยเป็นความรู้ 40 เปอร์เซ็นต์ สอดแทรกอยู่บนพื้นฐานการเล่นอีก 60 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสนุกเป็นตัวนำเด็ก ๆ ไป” เธอเล่าแนวคิด

ทำไมความสนุกถึงควบคู่ไปกับการเรียนรู้ได้ เด็กที่โตในยุคเรียนเป็นเรียน ห้ามเล่น! อดเอ่ยปากถามไม่ได้

“สำหรับเรา เด็กก็คือเด็ก สิ่งแรกที่เด็กคิด เด็กอยากทำ ก็คือการเล่น เพราะฉะนั้น..เล่นเลย! จากนั้นค่อยเอาความรู้เข้าไปใส่ในการเล่นของเขา เขาจะได้รับความรู้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืน ในทุกกิจกรรมเราจะมีสื่อการสอน ทั้งสื่อภาพ สื่อวิดีโอ ไปจนถึงเกมที่ให้เขาได้ลงมือด้วยตัวเองจริง ๆ” แพรเล่าวิธีการคิดกิจกรรมชนะใจเด็ก ๆ 

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

PRIVATE SURFING

โปรแกรมแรกที่ครองใจเด็ก ๆ มานักต่อนัก ทั้งเจ้าตัวน้อยจอมซนที่ชอบทะเล วิ่งไปลุยทรายตั้งแต่แรกเห็น จนถึงเจ้าตัวน้อยที่ยังกลัวเลอะ ไม่กล้าก้าวเท้าเหยียบทราย ให้เปลี่ยนใจไปหลงรักเขาหลัก คลื่นทะเล และหาดทราย

“เราให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกับเซิร์ฟคัลเจอร์ก่อน เล่าประวัติความเป็นมา เปิดการ์ตูนสนุก ๆ เล่าให้เขาฟัง มีเกมที่เราคิดขึ้นเอง สอนให้เขาได้เรียนรู้ถึงการเกิดคลื่น ให้เขาเข้าใจว่าคลื่นมันเกิดจากอะไร ก่อนที่จะไปเล่นเซิร์ฟ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน โดยที่เราไม่ต้องบังคับหรือยัดเยียดเนื้อหาให้เขา

“ซึ่งความปลอดภัยเป็นอย่างแรกที่เราคิด เพราะถ้าเด็กเล่นแล้วเจ็บขึ้นมา จะเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจเด็ก เขาจะไม่เล่นแล้ว ไม่เอาแล้ว ความปลอดภัยที่แคมป์เลยมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างโปรแกรมเซิร์ฟ เด็กจะต้องใส่ทั้งหมวกกันน็อก ทั้งชูชีพ แล้วก็มีคุณครูที่ดูแลน้องเฉพาะคนเลย จริง ๆ คุณครูที่แคมป์ทุกคนเป็น Surfer ทั้งหมด เราเล่นเซิร์ฟอยู่แล้ว เราอยู่กับทะเลทุกวัน เราบอกกันตลอดว่าจะต้องดูแลน้องทุกคนเหมือนเป็นน้องสาวกับน้องชายของเราเอง เวลาที่น้องเล่นเซิร์ฟ เราผลักส่งเขาไป เราจะต้องไปรับเขาเหมือนไปรับน้องเรา ต้องไปถึงตัวเขาให้เร็วที่สุด” เธอย้ำอย่างหนักแน่น

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

เรียนรู้กันกันจนเหนื่อย และแล้วก็ถึงเวลา… แคมป์ไฟ! อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดของเจ้าตัวแสบทั้งหลาย ที่เด็ก ๆ ติดใจไม่แพ้การ์ตูนหรือท้องทะเล คือการจุดไฟ ปิ้งมาร์ชเมลโล่ แม้จะเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ที่อร่อยสำหรับเด็ก ๆ แต่ Seapiens Camp Khaolak ก็ยังไม่พลาดที่จะสอดแทรกความรู้ลงไปตามคอนเซ็ปต์ Edutainment

“เล่นเซิร์ฟเสร็จ ก็จะมีแคมป์ไฟ จุดไฟตรงกลางวงให้เด็ก ๆ ปิ้งมาร์ชเมลโล่กัน คุณครูที่คอยมาช่วยจุดไฟก็จะเล่าให้ฟังว่าทำไมต้องจุดไฟแบบนี้ ทำไมต้องวางหินแบบนี้ เด็ก ๆ ก็สนใจ เข้ามาดูเราใกล้ ๆ ช่วยเราหยิบจับฟืน เขาจะได้ความรู้เรื่องการเกิดไฟ รวมถึงทิศทางลม และทรายที่อยู่บริเวณนั้นด้วย” เธอเล่า ก่อนพาไปสู่กิจกรรมน่าสนุกถัดไป

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

SHAPER HOUSE

“หนูอยากทำอันนี้ (เซิร์ฟบอร์ด) กลับบ้านด้วย” เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นมา ลอยเข้าหูของคุณครูผู้รับฟังเสียงเจ้าตัวน้อยพอดี โปรแกรม Shaper House อันน่าสนุกจึงเกิดขึ้นในห้องเรียนกลางหาดทรายแห่งนี้ 

“Shaper เป็นชื่อเรียกอาชีพคนทำเซิร์ฟบอร์ดในต่างประเทศ ทำเงินได้มหาศาลเลย แต่ในประเทศไทย อาชีพนี้ยังไม่แพร่หลาย จุดเริ่มต้นของโปรแกรมนี้ เราอยากเอาอาชีพนี้มาเป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ เห็นว่า ในโลกนี้มีอาชีพอะไรอีกเยอะมาก อยากให้น้องได้สนุกกับการดีไซน์เซิร์ฟบอร์ดของตัวเอง ผ่านกระบวนการเคลือบเซิร์ฟบอร์ด ได้หยิบจับอุปกรณ์ที่ใช้จริงในโรงงาน ให้น้องได้เป็นคนแรกที่สัมผัสว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เรารู้จักในทุกวันนี้” เธอเล่าความตั้งใจ

ในคลาสเรียนนี้ เด็ก ๆ เริ่มต้นด้วยการดูการ์ตูนแสนสนุก เรียนรู้วิธีการทำเซิร์ฟบอร์ดด้วยเปลือกหอย ตามฉบับ Shaper มือโปรในอดีต ก่อนจะสำรวจรอบ ๆ ตัวภายในห้อง Shaper Room ที่ทำมาเพื่อ Shaper ตัวน้อยโดยเฉพาะ เพื่อหาอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ยุคปัจจุบันใช้กัน จากนั้นมีวิดีโอสอนทำเซิร์ฟบอร์ดทีละขั้นตอน เพื่อตอบข้อสงสัยในใจเด็ก ๆ จากนั้นปล่อยให้วัยซนดีไซน์ ระบายสี และลงมือขัดเซิร์ฟบอร์ดอันจิ๋วด้วยตัวเองจนเสร็จ พร้อมพกเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

MEET MARINE LIFE

ไปสำรวจสัตว์ทะเลกัน! 

เมื่อได้ยินคำนี้ ขอยอมรับตามตรงว่าแม้ร่างกายและวัยจะไม่เด็กแล้ว ก็ยังแอบตื่นเต้นตามเสียงเรียกของคุณครูไม่ได้ แล้วเจ้าตัวน้อยที่ร่างกายและหัวใจยังเด็ก จะตื่นเต้นแค่ไหนกันนะ 

“เด็ก ๆ ชอบมาก!” คุณครูแพรขวัญใจเด็ก ๆ ยืนยันกับเรา 

“เราจะจับมือพาเขาไปสำรวจทะเล ให้เขาได้คว้าแว่นขยายและกล้องส่องทางไกล สวมชุดกันฝนหลากสีออกเดินทางไปกับเรา คุณครูจะคอยเล่าให้ฟังว่า ระบบนิเวศบริเวณนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจะเจอใครกันบ้าง จะเจอพี่ทากทะเลหรือเปล่านะ จะเจอพี่ปลิงทะเลไหม แล้วทำไมพี่ปูเสฉวนถึงมาอยู่ตรงนี้กันนะ มื้อกลางวันของพี่ปักเป้าเขาเป็นอะไร

“เราอัปเดตลิสต์สัตว์ทะเลที่เด็ก ๆ เจอกันในเพจ Seapiens Camp ด้วยนะ เพราะบางครั้งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่เราเพิ่งเคยเจอ บางครั้งเป็นสิ่งที่เจอประจำ เราสอนเขาได้ว่าทำไมพี่คนนี้ถึงมาให้เจอบ่อย ๆ ทำไมพี่คนนี้ไม่ค่อยมา” 

เด็ก ๆ จะได้ทบทวนความรู้ระหว่างทาง ด้วยเกมแปะสติกเกอร์ ให้เจ้าหนูเสนอว่าสัตว์ทะเลชนิดไหน อาศัยอยู่ตรงไหนของทะเลกันนะ ใต้โขดหินหรือเปล่า ในหาดทรายหรือเปล่า พี่คนไหนที่เจอเขาว่ายอยู่เยอะ ๆ ช่วยกันแปะสติกเกอร์รูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ ลงบนภาพการ์ตูน ก่อนคุณครูใจดีจะชวนเด็ก ๆ สวมชุดปฏิบัติการสำหรับนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ไปเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลที่สนใจ แล้วนำมาส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อเรียนรู้เรื่องกายภาพจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วง ว่าการเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลมาเรียนรู้ พี่ ๆ สัตว์ทะเลจะกลับบ้านถูกไหม แพรก็แอบกระซิบช่วยให้หมดห่วงว่า “สัตว์และปะการังทุกตัวที่เราเก็บไปเข้าห้องแล็บ เราจะพาเขากลับมาปล่อยที่เดิมทุกครั้ง เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์และธรรมชาติด้วย” 

จบทริปด้วยการจูงมือเจ้าหนูกลับมาวาดรูป ทบทวนว่าวันนี้ได้ทำความรู้จักพี่ ๆ สัตว์ทะเลตัวไหนบ้าง

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

OCEAN AND ART

“โปรแกรมนี้เราเริ่มต้นจากการที่อยากให้เด็ก ๆ เก็บขยะทะเล ถ้าเราบอกเขาว่า เด็ก ๆ ไปเก็บขยะกัน เขาคงไม่อยากไป เลยคิดกันว่าจะทำยังไงให้เขาอยากลุกออกไปเก็บขยะกับเรา โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนบังคับ เริ่มต้นจากเราชวนเขาดูสื่อการเรียนรู้ก่อน ชวนให้เขาคิดกับเราว่าทำไมน้ำทะเลถึงมีสีฟ้านะ สื่อที่เราเตรียมมาก็จะช่วยตอบข้อสงสัยของเขา ว่ามันเป็นการสะท้อนของแสงนะ ออกมาเป็นโปรแกรมศิลปะ ชวนให้เขาได้มาสร้างเมืองริมทะเลตามจินตนาการ ได้สร้างหาดทราย น้ำทะเลของตัวเอง” แพรบรรยายถึงความสนุกที่มาของกิจกรรมน่าสนุกอย่าง Ocean and Art

พอเด็ก ๆ ทำทรายและทะเลเสร็จแล้ว ทีนี้ก็เข้าทาง!

“เด็ก ๆ ไปเก็บขยะมาสร้างบ้านกัน” น้ำเสียงน่าสนุกของคุณครูเกริ่นขึ้น ก่อนเจ้าตัวน้อยจะรีบลุกอย่างตื่นเต้นในทันที เพื่อไปเก็บขยะมาสร้างเป็นเมืองในจินตนาการของตัวเอง “โปรแกรมนี้สำหรับเราถือว่าประสบความสำเร็จมาก น้องบางคนเก็บขยะมาสร้างโมเดลบ้านเสร็จแล้ว ยังถือถุงมาบอกเราอีกว่าหนูอยากไปเก็บขยะต่อ เรายังสอนเขาต่อเรื่องของขยะได้อีก ชวนเขาคิดไปถึงของเล่นที่บ้าน ถ้าหนูเอาไปทิ้ง จะต้องใช้เวลากี่ปีในการย่อยสลาย หนึ่งร้อยปีเลยนะรู้ไหม สุดท้ายเขาก็จะเข้าใจเรื่องการทิ้งขยะมากขึ้น เล่นแบบระมัดระวัง คุ้มค่าที่สุด” เธอเล่าถึงเรื่องราวเรียกรอยยิ้ม

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp 

“การที่เขาได้มาเข้าแคมป์ เขาจะต้องปรับตัวเข้ากับธรรมชาติรอบ ๆ เป็นฝ่ายที่คอยทำความเข้าใจกับธรรมชาติ เราว่าเรื่องนี้เด็ก ๆ จะได้พัฒนาการไปเต็ม ๆ เลย เดินไปสำรวจหินจะต้องทำยังไง เพราะหินก็เป็นหิน เป็นพื้นเรียบให้เขาไม่ได้ เขาก็จะต้องเรียนรู้ที่จะระมัดระวัง เดินช้า ๆ เพื่อไม่ให้ล้ม” เธออธิบายถึงวิธีคิด นอกจากปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เจ้าตัวน้อยยังต้องคอยปรับตัวเข้ากับเพื่อนและคุณครู เรียนรู้ที่จะไว้ใจเพื่อนร่วมเดินทางด้วย

แล้วมีน้อง ๆ คนไหนที่งอแงบ้างไหมนะ – เราสงสัย

“เยอะเลยค่ะ แต่ด้วยความที่คุณครูเจอมาบ่อย ก็จะคิดกันเสมอว่านี่คือการพาน้อง ๆ ไปเล่น ต้องไม่ทิ้งน้องนะ เราก็จะมีวิธีการคุยกับน้อง ถ้าหนูไม่ไปกับพี่แพร หนูจะเสียดายนะ เพราะพี่แพรจะพาเราไปดูบ้านปูเสฉวน ทำให้เขารู้สึกว่าเราก็เล่นกับเขาได้นะ เราเป็นเพื่อนเขาได้ พอได้พาเขาไปดูปูเสฉวน เด็ก ๆ ก็จะเห็นว่าปูมันอยู่ในเปลือกหอย เราก็สอนเขาได้ ถ้าเขาไปทะเล แล้วเก็บเปลือกหอยกลับบ้าน พี่ปูเสฉวนก็จะไม่มีบ้านอยู่นะ เราเชื่อว่าทุกอย่างกลายเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กได้หมด เพียงแต่ว่าเราต้องใส่เรื่องราวเข้าไป ที่นี่ทุกอย่างจะถูกเล่าผ่านเรื่องราวน่าสนุก พี่คนนี้เขาเกิดมาแบบนี้ มีเพื่อนเป็นพี่คนนี้นะ ทำเรื่องธรรมดาให้มันน่าสนุก เด็ก ๆ เขาก็จะตื่นตาตื่นใจ” แพรเผยเคล็ดลับมัดใจเจ้าหนู

แพรยังกระซิบให้เราฟังด้วยว่า การมาเปิดแคมป์ธรรมชาติให้เจ้าตัวน้อยมาเรียนรู้ ทั้งการเล่นเซิร์ฟ การจุดไฟ การดูคลื่น ไม่ทิ้งขยะในทะเล รวมถึงทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้น้ำหลากชนิดแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่เป็นเพียงการสอนเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ในฐานะผู้สอนก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งเหมือนกัน, เรียนรู้เรื่องอะไรบ้างเหรอคะ – เราถามกลับ

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

“เราได้เรียนรู้ว่า เด็กทุกคนต่างกัน เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก โลกนี้มีอะไรที่เขาจะต้องเจออีกเยอะ ต้องค้นหาตัวตน เด็กบางคนได้เรียนรู้ เจอความเป็นตัวเองจากกิจกรรมนี้ บางคนเจอจากอีกกิจกรรมหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เพื่อเด็ก ๆ ทุกคนจะได้สนุก แล้วก็เจอตัวตนของตัวเองจากที่นี่” เธอตอบ 

“มีหลายครอบครัวกลับมาที่ Seapiens Camp ปีละสองสามครั้ง มาอยู่อาทิตย์ สองอาทิตย์ บางครอบครัวมาบ่อยจนกลายเป็นเพื่อน ไปเล่นเซิร์ฟด้วยกันทั้งคุณครู พ่อแม่ลูก ไปกินข้าว ปิ้งบาร์บีคิวที่หาดด้วยกันก็มี พ่อแม่บางคนไม่คิดว่าลูกตัวเองจะทำได้ บางคนไม่คิดว่าลูกจะยอมเดินบนทราย พอมาที่นี่ลูกเขากลับกล้าเดินลุยทรายกับพี่ ๆ ไปสำรวจสัตว์ทะเล เราดีใจมาก มีความสุขมาก ที่เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ปลดล็อกความกลัวของตัวเอง แล้วยอมวิ่งลงไปเล่นกับเรา

“บางคนยังพูดไม่ชัดเลย บอกเราว่า ‘อยากไปเรียนเจิฟ ไปเรียนเจิฟ’ ที่สำคัญเราดีใจที่เด็กบางคนมาแคมป์เราแล้วเขามีเป้าหมายใหม่ในชีวิตเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง บางคนบอกว่าอยากเป็นนักเซิร์ฟทีมชาติ บางคนบอกว่าอยากจับสัตว์ทะเลทุกวัน มันเกิดการพัฒนาต่อ เขาอาจจะโตไปเป็นสัตวแพทย์ เรียนประมง เราไม่รู้ว่าอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น ความฝันจะเปลี่ยนไหม แต่อย่างน้อยวันนี้เขาเข้าใจการมีเป้าหมาย และเติบโตไปอย่างมีเป้าหมายแล้ว” แพรเสริม 

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าทะเลเป็นบ้านของเขา ให้เขาสนุก สบายใจ อยากกลับมาที่นี่อีก คิดว่าการที่เขามาแคมป์กับเรา ต้องมีสักเรื่องที่โดนใจเขา พอเขารู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้าน เมื่อเขาเติบโตขึ้น เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นในวันนี้ ในอีก 2 หรือ 3 ปีนี้ แต่ว่าในอีก 10 ปี 20 ปี ที่เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เหมือนเรา เขาจะไม่มีทางทำลายบ้านของเขาแน่ ๆ” 

เธอทิ้งท้ายถึงภาพอนาคตที่อยากเห็น

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp Khaolak

ที่ตั้ง : หาดปะการัง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา (แผนที่)

สอบถามวัน-เวลาจัดกิจกรรมและโปรแกรมห้องเรียนธรรมชาติได้ที่ 

โทรศัพท์ : 08 0991 2516

เว็บไซต์ : www.seapienscamp.comFacebook : Seapiens Camp Khaolak

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load