ลมพัดเอื่อย ๆ ต้นไม้โอบล้อม และอากาศบริสุทธิ์ 3 อย่างนี้เป็นสิ่งแรกที่สถานที่แห่งนี้มอบให้เรา เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในพื้นที่กว่า 1,400 ไร่ของ ‘Wisdom Valley’ พื้นที่สีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้สลับสูงใหญ่ แม้ลานกิจกรรมตรงหน้าจะเต็มไปด้วยจุดออกกำลังกาย ร้านรวงและผู้คนที่เดินไปมา แต่ก็ยังซุกซ่อนต้นไม้ใบหญ้าไว้ในทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่กลิ่นอายที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ชวนให้อยากสูดหายใจเข้าลึก ๆ จนเต็มปอด แล้วไปทำความรู้จักสถานที่แห่งนี้กัน

“เราต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน”

นี่เป็นประโยคแรกที่ อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ เจ้าของ Wisdom Valley และ โรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand ที่ตั้งอยู่ด้านใน บอกกับเรา, อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณภาพชีวิตยั่งยืนที่เธอหมายถึงคืออะไรกันนะ 

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

“การศึกษาที่ดี พื้นที่สีเขียว อากาศดี ๆ จากธรรมชาติที่สูดเข้าปอดได้อย่างสบายใจ ทดแทนฝุ่น PM 2.5 และควันรถคละคลุ้งที่เคยชินอย่างในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่ให้เกียรติธรรมชาติ เคารพสิ่งแวดล้อม มีเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต เป็นพื้นที่สำหรับปลดปล่อยพลัง ออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่เท่าที่อยากทำ และเป็นพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงได้วิ่งเล่น 

“ที่สำคัญคือเป็นพื้นที่แห่งความสบายใจ ให้คนที่มาเยือนได้รับอะไรบางอย่างที่เติมเต็มเขากลับไป ไม่ทางร่างกายก็ทางจิตใจ” เจ้าบ้านคลายความสงสัยในใจโดยที่เราไม่ต้องเอ่ยประโยคคำถาม

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

การศึกษาต้องมาก่อน

“ถ้าเป็นลูกเรา เราอยากให้เขาทำอะไรบ้าง”

คำถามนี้จุดประกายให้ Rugby School Thailand เกิดขึ้น ภายใต้หลักสูตรเดียวกับ Rugby School ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานหลายร้อยปีในประเทศอังกฤษ  และทยาเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน เริ่มต้นมาจากการให้ความสำคัญกับเด็ก ทั้งด้านการศึกษาและการใช้ชีวิตที่ดี ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ดีต่อตัวเด็ก แต่ต้องดีต่อโลกและสังคมด้วย

Rugby School Thailand จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงศาสตร์การเรียนรู้ตามตำราเท่านั้น แต่ตั้งใจให้เด็กเล่น เลอะ เปรอะ เปื้อนไปกับพื้นที่สีเขียวผืนกว้างแห่งนี้ ด้วยการทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งผจญภัยเข้าป่า เรียนรู้ธรรมชาติ ทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ ส่องสัตว์ตอนกลางคืน เรียนรู้การเอาชีวิตรอด ตั้งแต่ผูกแพ พายเรือ จุดไฟ จนถึงกางเต็นท์ 

นี่ยังไม่นับกิจกรรมนอกห้องเรียนและกีฬาอีกนับสิบ ที่เตรียมไว้รอให้เด็กน้อยมาเสียเหงื่อ 

ฟังแค่นี้ก็อยากย้อนเวลากลับไปตัวจิ๋วเท่านั้น แล้วผจญภัยอย่างไร้ขีดจำกัดบ้างเสียแล้ว

“นอกจากกีฬาพื้นฐาน เตะบอล ว่ายน้ำ บาสเกตบอล เราก็มีพายเรือ พาย SUP ลานสเก็ตบอร์ด เส้นทางเซิร์ฟสเก็ตรอบทะเลสาบ เส้นทางวิ่ง ปั่นจักรยาน พยายามทำให้หลากหลายและครอบคลุมที่สุด เพราะเรามีพื้นที่กว้างมาก ทั้งสูงต่ำ พื้นราบ ตอบโจทย์แทบทุกกีฬาเลย ซึ่งมันคือการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าแก่ทุกคนมากที่สุด”

ไม่ใช่แค่เด็กในโรงเรียน เด็กทุกคนสำคัญเท่ากัน, Wisdom Valley จึงไม่ได้เป็นแค่พื้นที่และแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กในโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังเปิดให้เด็ก ๆ ภายนอก เข้ามาเรียนรู้และสนุกกันใน Holiday Camp ที่เปิดรับสมัครและจัดขึ้นในทุก ๆ ปี ทั้ง Summer, Spring และ Christmas Camp ให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลังกันอย่างเต็มที่

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ต่อด้วยสุขภาพที่ดี

นอกจากพื้นที่กว้างขวางกลางหุบเขาแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจให้กับเด็ก ๆ ทั้งในและนอกโรงเรียนแล้ว หากใครไม่เด็กแล้วก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะที่นี่เปิดกว้างให้กับคนที่ (ใจ) ยังเด็ก มาเล่นสนุกอย่างไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุเหมือนกัน เพราะคนวัยไหน ก็ควรได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ!

Wisdom Valley จึงมีพื้นที่หลายส่วน เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้ได้อย่างอิสระ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 

ได้เวลาวิ่ง วิ่งนะ วิ่งนะ .. (ขออภัย หากทำให้หวนนึกถึงวัยเยาว์ขึ้นมาชั่วครู่)

นี่คือเสียงเพลงปลุกใจที่ลอยเข้ามาในสมอง เมื่อได้รู้ว่า Wisdom Valley มีเส้นทางวิ่งเทรลอันน่าสนุก ชวนให้อยากลุกขึ้นมาสะบัดแข้ง สะบัดขา ปัดฝุ่นที่ข้อเข่าและออกวิ่งด้วยใจเริงร่าอีกครั้ง ทั้งเส้นทางเบสิกตั้งแต่ 5 กม. จนถึง 21 กม. ส่วนใครยังรู้สึกท้าทายไม่พอ ก็ครีเอตเส้นทางได้เอง แต่แอบกระซิบบอกไว้หน่อยว่า เส้นทางวิ่งของที่นี่จะวิ่งผ่านเข้าไปในป่า ที่แม้แปลงสภาพกลายเป็นกรีนสเปซอันคึกคัก แต่ก็ยังเก็บความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างครบครัน ทั้งต้นไม้ใหญ่ จนถึงเจ้างูตัวน้อย เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย อย่าลืมปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้าไปวิ่งด้วยนะ 

หากใครมาวิ่งท่ามกลางบรรยากาศทิวเขา สูดอากาศบริสุทธิ์แล้วติดใจ Wisdom Valley ยังเปิดสถานที่กว้าง รับจัดงานหลากหลายประเภท เกิดเป็นกิจกรรมสุดท้าทายอย่าง Columbia Trail ที่เพิ่งเสร็จไปหมาด ๆ และ Adventure Trail ในเดือนเมษายนที่กำลังมาถึง ชวนนักวิ่งมือโปรจนถึงนักวิ่งมือใหม่ มาท้าทายกำลังขา ออกวิ่งไปพร้อม ๆ กัน

ถ้าอยากลองปั่นจักรยาน ปีนเขา หรือเดินสำรวจธรรมชาติสบาย ๆ ก็ใช้เส้นทางร่วมกันได้อย่างปลอดภัย เพราะเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเส้นทางสม่ำเสมอ ส่วนใครสนุกและอินกับการไถบอร์ด บริเวณกรีนปาร์คก็มี Wisdom Skate Park ลานสเก็ตขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ออกแบบร่วมกับสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีม เพื่อให้สนุกได้ตั้งแต่มือโปรและผู้เริ่มไถ

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ที่นี่ยังมีกิจกรรมชื่อน่ารักอย่าง Pre-Loved ชักชวนโปรสเก็ตบอร์ดหรือพี่ ๆ ที่มาเล่นบ่อยจนคุ้นหน้าคุ้นตา มาบริจาคข้าวของที่ไม่ใช้แล้ว ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า และบอร์ดเก่าสภาพดีที่ยังใช้ได้ ส่งต่อให้ผู้ที่ไม่มีทุนในการจับจ่าย ได้ใช้ของดีในราคาที่เก็บออมค่าขนมก็ซื้อได้ บางชิ้นอาจเต็มไปด้วยเรื่องราว ทั้งบอร์ดที่ชนะการแข่งขัน รองเท้าคู่โปรดในวัยเด็ก 

ไม่แน่นะ ของเหล่านี้อาจเป็นแรงผลักดันให้เด็กตัวน้อย ๆ ลุกขึ้นจริงจังกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นก็ได้ โดยทยาตั้งใจให้ลานสเก็ตแห่งนี้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสเก็ตบอร์ด เพื่อให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นมารับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่นักแข่งมากฝีมือ

Wisdom Valley พื้นที่สีเขียวกลางหุบเขา ชลบุรี ที่อยากให้คนทำกิจกรรมกลางแจ้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

ยัง ยังไม่หมด มีกีฬาทางบกแล้วก็ต้องมีกีฬาทางน้ำ! 

ที่นี่มีทะเลสาบถึง 5 แห่ง เปิดให้ผู้คนทั่วไปมาแฮงก์เอาต์ ทำกิจกรรม 1 แห่ง และส่วนที่เหลือเป็นแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน รวมทั้งสูบน้ำไว้ใช้ภายใน อีกกิจกรรมห้ามพลาดที่กำลังจะเปิดในเร็ว ๆ นี้ คือ พาย SUP (Stand Up Paddle Board) และโยคะบอร์ด ให้ออกกำลังกาย ใช้สมาธิจดจ้องกับบอร์ดกลางน้ำและสูดหายใจรับลมกลางหุบเขา

“เรื่องความปลอดภัยสำคัญมาก ลานสเก็ตเรามีเจ้าหน้าที่ มี Rescue Team คอยดูเด็ก ๆ ให้ทุกคนใส่อุปกรณ์ป้องกันให้ครบ อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ด้วยความที่เราชอบเล่นกีฬาลุย ๆ เกิดอุบัติเหตุจากกีฬามาก็เยอะ เคยล้มหัวฟาดสโนว์บอร์ดเข้าโรงพยาบาล ถ้าวันนั้นไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก เราก็คงไม่ได้มานั่งตรงนี้” 

ทยาเล่าที่มาว่าทำไมความปลอดภัยจึงมาเป็นอันดับต้น ๆ พยายามให้ทุกคนที่มาเล่นใส่เครื่องป้องกัน แม้ยังบังคับให้วัยซ่าใส่ไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็พยายามสอนให้เด็ก ๆ รับรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันให้มากที่สุด

ส่วนคนที่อยากได้สุขภาพที่ดีติดไม้ติดมือกลับบ้าน แต่ยังรู้สึกลุกก็โอย นั่งก็โอย #วัยรุ่นปวดหลัง หรือบาดเจ็บจากการออกกำลัง คลินิกกายภาพบำบัดวิสด้อม ก็รอต้อนรับอยู่เสมอ พร้อมบริการรักษาอาการทางกายภาพ ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบประสาท คัดคุณภาพมาทั้งนักกายภาพและเครื่องมือที่ทันสมัยสุด ๆ จนคนแน่นเอี้ยดเกือบทุกวัน

พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

ดีขึ้นได้อีกด้วยการกินอาหารดีและใช้ที่ของดี

“เริ่มต้นจากการที่เราอยากให้ผู้ปกครอง คุณครู เจ้าหน้าที่ และเด็ก ๆ ได้มีร้านอาหารอร่อย เป็นจุดแฮงก์เอาต์ที่มานั่งรับลมในตอนเย็น เลยเปิดให้ร้านค้าเข้ามาเช่าพื้นที่ขายของด้วย” เจ้าของพื้นที่ที่ใจดีเล่าความตั้งใจ

บริเวณนี้เลยคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเย็น เต็มไปด้วยเด็กน้อยที่วิ่งเล่นกันสนุกและผู้ใหญ่ที่มานั่งสังสรรค์ ล้อมวงสนทนา และกินข้าวท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้ แถมยังเห็นแสงสีจากวิวเมืองพัทยาอยู่ไกล ๆ

นอกจากร้านอาหารที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่ารสชาติดี ถูกปาก ก็มีร้านของชำบริเวณหัวมุม บรรยากาศโปร่งโล่ง สบายตา และเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ดีต่อใจนานาชนิด ที่ทำให้เราละสายตาไม่ได้ จนต้องแวบเข้าไปเยือน

“ร้าน Zero Waste แห่งนี้เป็นแพสชันของเราเอง ด้วยเราใช้เองอยู่แล้ว เลยตั้งใจอยากส่งเสริมเรื่องนี้ อยากให้คนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิกมากขึ้น รวมถึงสินค้าที่เป็น Eco Friendly อย่างการนำขวดมารีฟีลสบู่ แชมพู หรือยาสีฟันแบบเคี้ยว มันไม่ได้ดีแค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังดีต่อร่างกายเราด้วย” ทยาเสริมถึงร้านของชำไร้ขยะ ที่ช่วยให้ Wisdom Valley แม้ถูกเติมเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวอยู่แล้ว กลับดูเขียวอย่างเป็นธรรมชาติขึ้นไปอีก 

พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

ยัง ยังดีขึ้นกว่านี้อีก ถ้ามีสิ่งแวดล้อมที่ดี

นอกจากอากาศ การศึกษา สุขภาพ อาหารการกิน และของใช้ที่ดี

สิ่งแวดล้อมที่ดีก็เป็นอีกสิ่งที่ทยาตั้งใจบรรจุไว้ใน Wisdom Valley 

“เราอยากให้ที่นี่เป็น Zero Waste Community” เธอบอกด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“นั่นเป็นอีกสิ่งที่เราสอนและปลูกฝังให้กับเด็ก ๆ ในโรงเรียน” ทยาย้ำถึงความตั้งใจที่อยากให้เกิดขึ้น

นอกจากลดการใช้ผลิตภัณฑ์จากสารเคมี และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อร่างกาย เธอก็ยังช่วยลดสิ่งที่เป็นอันตรายต่อโลก ด้วยการรณรงค์เรื่องการลดใช้ Plastic Single Waste และมี Refill Station ให้จับจ่ายอย่างไร้ขยะ

แล้วเด็ก ๆ และผู้ใหญ่บางคนที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้อยู่บ้าง เธอมีวิธีปลูกฝังพวกเขาอย่างไร – เราสงสัย

“ใช้วิธีบังคับพฤติกรรมพวกเขาไปอย่างไม่รู้ตัว อย่างจุดทิ้งขยะ เรามีป้ายและคำอธิบายอย่างชัดเจน ว่าขยะประเภทไหน ควรทิ้งลงช่องไหน ถังขยะมีห้าหกช่อง ต้องเอะใจก่อนทิ้งบ้างล่ะ ว่าขยะในมือเข้าข่ายประเภทไหน รวมถึงมีป้ายเตือนรณรงค์เรื่องขยะอยู่รอบ ๆ อย่างเรื่องหลอดพลาสติกกับเต่าทะเลหรือภาวะโลกร้อน ให้พวกเขาค่อย ๆ ซึบซับเรียนรู้ด้วยตนเอง ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญต่อทุกคนบนโลก โดยไม่ต้องพูดหรือบังคับโดยตรง

“อย่างเศษอาหารที่เป็น Food Waste ทั้งจากร้านอาหารและในโรงเรียน ก็นำกลับไปเข้าเครื่อง Composter ที่โรงเรียน เอาไว้สอนเด็ก ๆ ด้วยว่า พยายามอย่ากินอาหารเหลือนะ ถ้าเหลือ เศษอาหารเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหน หากทิ้งไม่ดีก็เน่าเสีย แต่ถ้ากำจัดดีก็กลายเป็นปุ๋ย สุดท้ายก็สอนเรื่องกระบวนการเหล่านี้ ไปจนถึงเอาปุ๋ยมาปลูกผักด้วย”

สู่ความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดี ในอนาคต

เราถามถึงภาพในอนาคต ว่าทยาวาดภาพสถานที่นี่ไว้อย่างไร

“ตัว Wisdom Valley เราอยากขยับขยายกิจกรรมต่าง ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งทางบก ทางน้ำ อยากให้คนมาที่นี่เยอะ ๆ ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ร้านค้าที่อยู่กับเราขาดรายได้ เราพยายามช่วยเขาทั้งลดค่าเช่า เดือนไหนที่ Wisdom Valley ต้องปิดชั่วคราว เราก็ไม่เก็บค่าเช่า

“ในอนาคตเลยอยากจัดงานให้คนมาใช้เวลาที่นี่กันเยอะขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้คนจะได้มาทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ร้านค้าอื่น ๆ ก็จะอยู่ได้ ต่อจากนั้นก็ตั้งใจอยากทำ Residence ที่มีระบบ Smart Home ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่แวดล้อมไปด้วยปัจจัยการใช้ชีวิตที่ดี” ทยาเกริ่นถึงโปรเจกต์ในอนาคต

หากให้บอกเล่าถึงสถานที่แห่งนี้สั้น ๆ Wisdom Valley คงเป็นโครงการบนที่พื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ยักษ์ของชลบุรี ให้คนได้มาใช้เวลาช้า ๆ พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ใจกลางหุบเขา ใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ดีต่อร่างกาย ดีต่อสุขภาพ หากบางโอกาสที่มีคอนเสิร์ต มีดนตรีก็คงเป็นพื้นที่คุณภาพที่ผู้คนได้มาสนุก จับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ที่ดีในราคาเป็นมิตร เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม และกินอาหารอร่อย ๆ ในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยทิวธรรมชาติ

‘คุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน’

นี่คือความรู้สึกและสิ่งที่เราได้รับกลับมา หลังจากก้าวเท้าออกจากสถานที่แห่งนี้

พื้นที่สีเขียว 1,400 ไร่ ที่ตั้งใจให้คนมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง รัก(ษ์) ธรรมชาติ พักหายใจช้า ๆ และทำความรู้จักความยั่งยืนของชีวิต

Wisdom Valley

ที่ตั้ง : 188/5 หมู่ 1 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 

Nature Running Track : เวลา 06.00 – 08.00 (แนะนำ) และ 16.00 – 20.00 น.

Wisdom Lake : เวลา 06.00 – 21.00 น.

Wisdom Skate Park : เวลา 11.00 – 21.00 น.

ร้านอาหาร : เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3252 2496, 09 9939 6362

Facebook : Wisdom Valley

*นอกจากเปิดพื้นที่สีเขียวเป็นสาธารณะ ที่นี่ยังเปิดให้เช่าพื้นที่สำหรับจัดงานอีเวนต์ งานวิ่ง คอนเสิร์ต แคมป์ปิ้ง และอีกสารพัด

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

เรืองศิลป์ เสนสาร

ช่างภาพอิสระจากมหาสารคาม ผู้หลงใหลการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจนย้ายมาใช้ชีวิตที่บางแสน ปัจจุบันกำลังรวบรวมภาพที่ถ่ายไว้ทุกวัน เพื่อจัด Exhibition ของตัวเองในอนาคต

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 พฤศจิกายน 2565
2 K

“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load