15 มิถุนายน 2564
1 K

‘ไอ้’ ในที่นี้ผมหมายถึง ไอ้ด้วน ซึ่งเป็นช้างตัวผู้โตเต็มวัย ค่อนไปทางอาวุโสแล้วตัวหนึ่ง

มันเป็นช้างที่มีชื่อเสียง คนทำงานในป่าด้านตะวันตกรู้จักดี แม้ว่าจะไม่เคยพบตัว แต่ก็จะรู้ถึงกิตติศัพท์เสียงเล่าลือ 

ชื่อเสียงของมันได้มาเพราะเคยทำร้ายคนกระทั่งเสียชีวิตมาแล้ว 3 ราย อีกทั้งเข้าจู่โจมคนที่พบกับมันอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาทำงาน ระหว่างทางพบกับไอ้ด้วนอย่างกะทันหันตรงทางโค้ง หยุดรถไม่ทัน ชนมัน รถล้ม เขาลุกขึ้นวิ่ง แต่ไม่พ้น ไอ้ด้วนเข้าถึงตัว

อีกรายเป็นเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่า ค่ำวันนั้นเขาขี่มอเตอร์ไซด์จากบ้านกลับสถานี อีก 3 กิโลเมตรจะถึงสถานี ตรงนั้นเป็นทางขึ้นเนินชัน ไอ้ด้วนอยู่บนทาง เขาทิ้งรถ พยายามปีนขึ้นไหล่ทาง ไอ้ด้วนใช้งวงลากตัวเขา เตะที่ลำตัว ก่อน เดินหลบไป ซี่โครงและอวัยวะภายในเสียหายรุนแรง เขามาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ระหว่างทางเขาพูดเพียงว่าหายใจไม่ออก

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
 ในโป่งแหล่งอาหารเสริมในระหว่างสมาชิกในฝูงกำลังกิน ช้างตัวหนึ่งจะเดินดูบริเวณรอบๆ

คนหลายคนเข้ามาหาเห็ดบริเวณแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เผชิญหน้ากับไอ้ด้วน พวกเขาส่งเสียงเอะอะ โยนประทัดไล่ ไอ้ด้วนไม่หนี ตรงเข้าต่อกรกับชายคนหนึ่งที่ถือมีดในมือ

คนเสียชีวิต ไอ้ด้วนกลายเป็นช้างมีชื่อเสียงขจรไกลที่ไม่มีใครอยากพบ

ฉายาไอ้ด้วนได้มา เพราะบริเวณปลายหางของมันไม่มีพู่อย่างตัวอื่น ปลายหางถูกตัดไป 

พื้นที่มันอยู่แถวๆ สำนักงานเขตและแนวเขต ในฤดูเห็ด จะมีคนมากมายเข้ามาเก็บเห็ดโคนซึ่งมีมูลค่าสูง เสียงปะทัด เสียงเอะอะ เล่ากันว่าไอ้ด้วนปะทะกับคน ถูกตัดปลายหางขาด อีกหลายครั้ง มันบาดเจ็บเพราะกระสุนปืน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นอันทำให้มันจู่โจมทันทีที่พบคน บาดแผลไม่ฉกรรจ์ จนถึงตาย

ไม่ตาย แต่มันจำ

ช้างที่อยู่ในถิ่นเดียวกับไอ้ด้วนและคนพบกับมันบ่อย คนเรียกมันว่า ‘ไอ้เตี้ย’ เพราะรูปร่างอ้วนใหญ่ ไม่สูงนัก ดูจะเตี้ยๆ

ไอ้เตี้ยไม่ขี้หงุดหงิด คล้ายเป็นช้างใจเย็นอารมณ์ดี พบเจอคนก็ไม่สนใจ หากินตามปกติ ถ้าพบเจอบนเส้นทาง จะหลบให้รถผ่านไปก่อน

นิสัยดีๆ ของไอ้เตี้ยดูเหมือนทำให้ไอ้ด้วนดูน่าเกรงขามมากขึ้น

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
ช้างเด็กจะถูกประกบด้วยแม่หรือช้างพี่เลี้ยงเสมอ

พายุฝนต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั้งผืนป่าชุ่มฉ่ำ ใบไม้เขียวทึบ เส้นทางในป่าหลายช่วงเป็นหล่มโคลน ร่องลึก เนินลื่นไถลทั้งๆ ที่เดือนที่ผ่านมาได้รับการเกรดกระทั่งราบเรียบ

18.00 น. ผมขับรถกลับจากซื้อเสบียงในเมือง มุ่งหน้ากลับเข้าป่า

ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าที่อยู่ระหว่างทาง แวะส่งเสบียง ยาเส้น และเหล้าขาว ที่คนในหน่วยฝากซื้อ คุยกับพวกเขาสักพักก็เดินทางต่อ 

มาได้ราว 4 กิโลเมตรก่อนไต่ขึ้นทางชันๆ พ้นสะพาน ซึ่งเป็นไม้ท่อนวางพอดีล้อข้างละท่อน เส้นทางโค้งไปทางซ้าย สองข้างทางเป็นป่าไผ่ใบเขียวทึบ

พ้นจากโค้งมีร่างทะมึนขวางผมชะลอรถ หันไปหยิบกล้อง

เสียง “แปร๋น” ดังสนั่น  ผมหันกลับมามองร่างทะมึนนั้นอีกครั้ง หัวใหญ่โต ใบหูโบกสบัด มันคือไอ้ด้วน

ผมใส่เกียร์และถอยรถอย่างเร็ว ไอ้ด้วนวิ่งตรงเข้าหา

ชะลอรถเมื่อเห็น ไอ้ด้วนหยุดวิ่ง เดินช้าๆ เข้ามาหยุดห่างผม ราว 3 เมตร ส่ายหัวไป-มามอง สายตาของเราพบกัน

มันหันหน้า เดินหลบเข้าข้างทาง ผมขยับรถผ่านมา

วันนี้ไอ้ด้วนคงอารมณ์ดี

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
หลังไฟไหม้ทุ่งหญ้าระบัดเขียวๆ หญ้าอ่อนๆ เริ่มขึ้น เป็นอาหารที่ดีของช้าง

ในป่าคือโรงเรียน เราต่างรู้ดี และรู้กันดีด้วยว่า ในโรงเรียนนี้มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากมาย

สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพืชและสัตว์เป็น ‘ครู’ ผู้สอน

‘สอน’ ให้ผู้สนใจเลือกเรียนได้ทั้งเรื่องกายภายนอก และเรื่องการเติบโตภายใน 

ผมเลือกเรียนวิชาเติบโตภายใน ใช้เวลาเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้มานานพอสมควร ผมพบกับครูที่ใจดี ครูหงุดหงิด  ครูที่พบกับปัญหา 

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
การชูงวงสูดกลิ่น คือสิ่งที่ทำเมื่อได้กลิ่นสัตว์ผู้ล่าบริเวณนั้น

‘โลก’ ระหว่างผมกับครูไม่สวยงามนักหรอก การอยู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย

ว่าตามจริง มีการสั่งสอนเกิดขึ้นเสมอ มีหลายครั้ง ผมจ่ายค่าบทเรียนด้วยเลือดและบาดแผล

ป่าเป็นสังคมที่ชีวิตอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน ผมเป็นสิ่งแปลกปลอม เหล่าครูๆ ไม่วางใจผมหรอก จากสายตาของครูจำนวนไม่น้อย เชื่อว่าผมคือสัตว์อันตราย

แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลอันจะทำให้ผมเลิกเคารพนับถือครู

ที่บ้านพักคืนนั้น

เทียนบนโต๊ะไม้เก่าๆ วับแวม เหล้าขาวดองม้ากระทืบโรงหมดไปครึ่งขวด 

เสียงหัวเราะเฮฮา ผมเล่านาทีการพบเจอไอ้ด้วนให้เพื่อนๆ ฟัง

เรื่องตื่นเต้น คับขัน กลายเป็นเรื่องสนุกทุกครั้งเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
พลบค่ำ คือช่วงเวลาที่ช้างจะมาที่แหล่งน้ำ

ฝนไม่มาเยี่ยมแล้ว 2 วัน คืนแรม 15 ค่ำ ท้องฟ้ามืด ดาวส่องประกายระยิบ อากาศยามดึกเย็นยะเยือก 

ผมนั่งบนบันไดขั้นที่ 3 ที่ตรงนี้ หลายครั้งเสือดาวมาใช้เป็นที่นั่งสังเกตการณ์ บ้านพักถูกห้อมล้อมด้วยป่า ผม มองรอบๆ กวางส่งเสียง 

ผมนึกถึงไอ้ด้วน ไม่รู้ว่าเราจะพบกันอีกกี่ครั้ง มันจะทำร้ายใครอีกหรือไม่

ที่เห็นในระยะใกล้คือช้างตัวโตขี้หงุดหงิดตัวหนึ่ง

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์

ผมนำหน้าชื่อด้วนว่า ‘ไอ้’ ด้วยความคุ้นเคย

ระหว่างผมกับไอ้ด้วนสถานะของเราเหมือนกัน คือยังเป็นนักเรียนที่ทำผิดพลาดอยู่เสมอๆ เราคงต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกนาน

ไอ้ด้วนนั้น ผมไม่นับถือมันในฐานะที่เป็นครูหรอก

แต่นับถือมันในฐานะเพื่อน 

เพื่อนที่ใช้วิธีตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง

‘ไอ้’ ที่ไม่ได้หมายถึงสัตว์อันตรายและต้องเกลียดชัง 

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

หมู่เกาะยาเอะยามะ (Yaeyama) เป็นหมู่เกาะที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดโอกินาว่า เกาะอิชิงากิ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของหมู่เกาะแห่งนี้ เป็นเมืองใหญ่เพียงเมืองเดียวที่เป็นศูนย์กลางของการเดินทางไปยังเกาะต่าง ๆ ของหมู่เกาะยาเอะยามะ ด้วยสนามบิน New Ishigaki และท่าเรือเฟอรี่ที่จะข้ามไปยังเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะ

เกาะอิชิกากิตั้งอยู่ห่างจากโอกินาว่าลงมาประมาณ 400 กิโลเมตร และอยู่ห่างไปจากไต้หวันไปเพียงราว 300 กิโลเมตรเท่านั้น ชีวิตผู้คนในแถบนี้จึงมีการผสมผสานกันระหว่าง 2 วัฒนธรรมทั้งของจีนและญี่ปุ่น ซึ่งพบทั้งในอาหาร ศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงเรื่องความเชื่อและอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เกาะอิชิงากิถือว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของการดำน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากท้องทะเลในบริเวณนี้คือที่ตั้งของแนวปะการังที่มีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง

กระแสน้ำอุ่น Kuroshio ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำที่หมุนวงรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ได้นำความอุดมสมบูรณ์จากท้องทะเลเข้ามาสู่ญี่ปุ่น เช่นเดียวกันกระแสน้ำกัลฟ์สตรีมในมหาสมุทรแอตแลนติก และกระแสน้ำนี้ก็นำพาความหลากหลายของชีวิตขึ้นมาจากทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ หนึ่งประเทศที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า Coral Triangle ประกอบไปด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และปาปัวนิวกินี ซึ่งเป็นศูนย์กลางความหลากหลายของแนวปะการังและสรรพชีวิตในแนวปะการังบนโลกของเรา ทำให้ในบริเวณหมู่เกาะยาเอะยามะ รวมไปถึงโอกินาว่านี้ เป็นแนวปะการังเขตร้อนที่อยู่ในตำแหน่งสูงและห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดในโลก

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
แนวปะการังแข็งในบริเวณหมู่เกาะยาเอะยามะและโอกินาว่า แนวปะการังเขตร้อนที่อยู่ห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ในช่วงเวลาที่ผมมาดำน้ำ บริเวณนี้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นถึง 33 องศาเซลเซียส ยาวนานนับเดือน จนทำให้ปะการังในแนวน้ำตื้นหลาย ๆ พื้นที่เริ่มพบปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว แต่เมื่อลมมรสุมเริ่มพัดผ่านเข้ามา อุณหภูมิของน้ำก็จะลดต่ำลง และปะการังส่วนใหญ่ก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติ

หากแนวปะการังในบริเวณหมู่เกาะยาเอะยามะนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากไปกว่านั้น ก็คือ จะต้องรับมือกับอุณหภูมิน้ำที่เปลี่ยนแปลงมากมายตามฤดูกาล อุณหภูมิน้ำจะลดลงไปถึง 16 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูหนาว และในช่วงฤดูร้อนบางปี อุณภูมิก็จะสูงขึ้นมาถึง 30 องศาเซลเซียส ทำให้แนวปะการังที่หมู่เกาะแห่งนี้มีความน่าสนใจ ซึ่งแตกต่างไปจากแนวปะการังเขตร้อนในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
แนวปะการังแข็งในบริเวณนี้ปรับตัวให้ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงของปี แนวปะการังน้ำตื้นในบริเวณนี้ เกิดและตายลงสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอดเวลา เมื่อปะการังบางส่วนตายไป ก็จะเป็นรากฐานให้เมล็ดพันธุ์ปะการังตัวใหม่เข้ามายึดเกาะโครงสร้างนั้นและใช้ชีวิตเติบโตต่อไป

ก้าวแรกเมื่อลงจากเครื่องบิน ผมรู้สึกแปลกใจมากที่เกาะแห่งนี้ดูไม่เหมือนญี่ปุ่นที่ผมเคยรู้จักสักนิดเดียว ถ้าจะบอกว่ามันคือฮาวาย หรือกวม หรือปาเลา ผมก็คิดว่าใช่

ตลอดเวลาที่นั่งรถแท็กซี่เข้ามาในเมือง สองข้างทางคือพื้นที่รกร้าง พื้นที่บางส่วนเป็นฟาร์มเกษตรกรรม สิ่งที่เลื่องชื่อที่สุดบนเกาะแห่งนี้ก็คือเนื้อวัวจากเกาะอิชิงากิ ซึ่งโด่งดังไม่แพ้เนื้อวัวจากแหล่งอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ตัวเมืองอิชิงากิจัดได้ว่าค่อนข้างเล็ก มีถนนอยู่ไม่กี่บล็อก ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่ 2 – 3 แห่ง กิจกรรมหลักของผู้คนที่เดินทางมาเกาะแห่งนี้มีอยู่ 2 – 3 อย่าง ถ้าไม่ดำน้ำ ก็ตกปลา หรือไม่ก็เล่นเซิร์ฟ

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะยาเอะยามะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ในท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์ เมืองอิชิงากิเป็นเมืองส่งออกเนื้อวัวคุณภาพสูงไม่แพ้หลายพื้นที่ในญี่ปุ่น

เรือที่เราออกไปดำน้ำนั้นเป็นเรือ Day Trip ดัดแปลงมาจากเรือประมงของญี่ปุ่น ค่อนข้างกว้างขวาง สะอาด และสะดวกสบายมาก มีห้องอาบน้ำและห้องน้ำขนาดใหญ่ไว้บริการ ถังดำน้ำส่วนใหญ่ที่ใช้บนเกาะนี้เป็นถังเหล็กใบสั้น ๆ ใช้วาวล์แบบ Yoke Valve เหมือนที่ใช้ในบ้านเรา ส่วนอุณหภูมิน้ำในช่วงหน้าร้อนของปีนี้สูงถึง 33 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าร้อนที่สุดตั้งแต่ผมเคยดำน้ำมาเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดสำหรับการดำน้ำที่หมู่เกาะยาเอยามะ ก็คือแนวปะการัง ปกติที่อื่น ๆ ในโลก แนวปะการังแข็งส่วนใหญ่มักเป็นแนวลาดลงไปตาม Reef Slope หรือไม่ก็เป็นแนวยาวแบน ๆ ราบ ๆ ไปตามข้างชายเกาะ แต่แนวปะการังแข็งของที่นี่เป็นเสมือนหุบเขาที่มียอดเขาสูงต่ำสลับซับซ้อนกันไปสุดลูกหูลูกตา เวลาที่เราดำน้ำไปก็จะเหมือนล่องลอยไปตามยอดของหุบเขาเหนือหน้าผาสูง เต็มไปด้วยปะการังหลากหลายสายพันธุ์ สีสัน และรูปทรงที่แย่งกันเกาะบนเหลี่ยมมุมต่าง ๆ ของยอดเขาอันสลับซับซ้อน ยิ่งในปีนี้เป็นปีที่อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นไปเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดสภาวะปะการังฟอกขาว โดยเฉพาะในบริเวณแนวปะการังน้ำตื้นใกล้ผิวน้ำ ก็จะได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น และจากความร้อนของแสงแดด

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
แนวปะการังแข็งที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาราวกับเนินเขา เกิดขึ้นมาจากการทับถมตัวของแนวปะการังชั้นแล้วชั้นเล่า ทำให้การดำน้ำในบริเวณนี้เหมือนกับการว่ายเวียนไปมาเหนือยอดเขาและหุบเหวแห่งปะการัง

โอโยะ ไดฟ์ลีดเดอร์ของผมบอกว่า ปีนี้น้ำร้อนมากผิดปกติ ทำให้ปะการังเริ่มฟอกขาวมาเกือบเดือนแล้ว เพราะปีนี้ยังไม่มีพายุเข้าเลย ทำให้อุณหภูมิของน้ำไม่ลดลงเลย ถ้ามีพายุเข้ามาสักลูกหรือ 2 ลูก ปะการังที่ฟอกขาวก็น่าจะกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ

นอกเหนือไปจากแนวปะการังที่งดงามแล้ว เกาะยาเอะยามะยังเป็นจุดหนึ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดในญี่ปุ่น เรื่องการมาเฝ้าชมพฤติกรรมการทำความสะอาดร่างกายของปลากระเบนราหู หรือ Manta Ray ในบริเวณ Cleaning Station 

ถ้าหากจะนับจำนวนปลากระเบนราหูที่พบได้ในบริเวณนี้ อาจจะไม่มากเท่ากับในบริเวณอ่าว Hanifaru ที่มัลดีฟส์ หรือในบริเวณหมู่เกาะโคโมโด แต่การเฝ้าชมพฤติกรรมการทำความสะอาดร่างกายของกระเบนราหูที่มาลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ เหนือทุ่งปะการัง ซึ่งเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนของจุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อในบริเวณนี้ อย่าง Manta Road หรือ Manta City ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนเช่นเดียวกัน

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
ท้องทะเลสีครามและฟ้าสีสดใสในบริเวณประภาคาร Hirakubozaki บริเวณตอนเหนือของเกาะอิชิงากิ ถ้าหากไม่มีแอปฯ ตรวจสภาพอากาศ ไม่มีทางที่เราจะรู้เลยว่ามีพายุขนาดใหญ่ระดับ Super Typhoon กำลังเคลื่อนที่ตรงเข้ามาในวันรุ่งขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมอยากเดินทางมาดำน้ำในบริเวณนี้ ก็คือปลาบู่ทะเลตัวเล็ก ๆ ในกลุ่ม Stonogoiops ชนิดหนึ่งที่มีขนาดใกล้เคียงกับ Black-ray Goby ในบ้านเรา พบไปได้ทั่วมหาสมุทรอินเดียและน่านน้ำแปซิฟิก หากที่ในบริเวณนี้ มีปลาบู่ทะเลตัวเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Yasha Goby หรือ Stonogobiops yasha ที่เพิ่งถูกค้นพบในช่วงไม่กี่ปี ก่อนเปลี่ยนศตวรรษในราวปี 1990 และเพิ่งได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการในปี 2001 ที่ผ่านมานี้เอง ด้วยสีสันที่สวยสะดุดตาของมันทำให้ Yasha Goby เป็นที่หมายปองของกลุ่มคนเลี้ยงปลาทั่วโลก ซึ่งใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครองใส่ตู้เลี้ยงปลาไว้ที่บ้าน

แต่สำหรับผม Yasha Goby ที่อาจหาดูได้ตามแหล่งขายปลาอย่างตลาดนัดสวนจตุจักรหรือตามตู้ปลาบ้านเพื่อนนั้น ทำให้ผมต้องเก็บกระเป๋า แพ็กอุปกรณ์ดำน้ำ และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำน้ำหนักรวมกันมากกว่า 50 กิโลกรัม ขึ้นเครื่องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมานับสิบชั่วโมง เปลี่ยนเครื่อง 2 รอบ เพื่อจะมาดูปลาตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของมันจริง ๆ

เมื่อมาถึงผมก็พยายามค้นหาเจ้า Yasha Goby ตามบริเวณแนวพื้นทรายด้านนอกแนวปะการัง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบเห็น จนกระทั่งวันหนึ่งผมมาพบกับ Koji ซึ่งเป็นไดฟ์ลีดเดอร์อีกคนหนึ่งที่บอกว่าเขาเคยเห็น Yasha Goby และถ่ายภาพไว้ด้วยในบริเวณจุดดำน้ำที่ชื่อว่า Osaki Hanagoi Reef 

เราลงไปตามแนว Slope และพยายามค้นหาเจ้า Yasha Goby กันอยู่ 30 นาที จนเกือบจะหมดเวลาที่เราจะใช้ได้ในความลึกนั้น (การดำน้ำที่ญี่ปุ่นนี้เขาค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องเวลามาก ว่าจะให้ดำน้ำแค่ไดฟ์ละประมาณ 45 นาทีเท่านั้น) ในขณะที่พวกเรากำลังบ่ายหัวเพื่อกลับเรือ ผมเหลือบไปเห็นปลาตัวจิ๋ว ๆ สีสันสดใส ลอยตัวขึ้นมาเหนือพื้นทรายเพื่ออ้าปากจับกินแพลงก์ตอนที่ล่องลอยมากับกระแสน้ำ อยู่เหนือพื้นทรายที่ห่างไปประมาณ 5 เมตร มันคือเจ้า Yasha Goby ที่เราตามหากันมาทั้งไดฟ์นั่นเอง

ผมทรุดตัวลงนอนบนพื้นทราย พยายามประคองลมหายใจให้เป็นปกติ และเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าที่สุดเข้าไปทีละคืบ ปลาบู่ในกลุ่มนี้ค่อนข้างไวต่อการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ เราสังเกตอากัปกิริยาและภาษากายได้จากการเคลื่อนไหวของมัน 

ถ้ามันลอยตัวขึ้นกลางน้ำและอ้าปากกินแพลงก์ตอน เราค่อย ๆ ขยับเข้าไปได้ทีละนิด แต่ถ้าหากมันหยุดนิ่งลงนอนบนพื้นทรายและยกครีบหลังขึ้นสูง แปลว่ามันเริ่มระแวงและพร้อมมุดกลับลงไปในรูที่อาศัยอยู่กับกุ้งดีดขันตัวเล็ก ๆ แล้ว ผมใช้เวลาในการขยับเข้าไปทีละคืบ ๆ อย่างช้า ๆ เกือบ 5 นาที กว่าที่จะเข้าใกล้และสร้างความคุ้นเคยกับเจ้า Yasha Goby ก่อนเริ่มต้นบันทึกภาพแรก และใช้เวลาอีกเกือบ 10 นาที ก่อนที่จะกลับขึ้นมาพักน้ำและขึ้นสู่ผิวน้ำ

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
ปลาบู่ทะเล Yasha Goby (Stonogobiops yasha) ปลาบู่ทะเลตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งมีรายงานพบเป็นครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา และได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ในปี 2001 ปลาบู่ทะเลชนิดนี้พบได้มากในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะในบริเวณหมู่เกาะโอกินาว่าและยาเอะยามะ รวมไปถึงบางส่วนของเกาะไต้หวัน

เราดำน้ำมาได้สัก 3 – 4 วัน โอโยะก็บอกกับผมว่า มะรืนนี้พายุกำลังจะเข้า เรืออาจจะออกไปดำน้ำไม่ได้อย่างน้อย 4 – 5 วัน จะเลื่อนตั๋วกลับเมืองไทยไหม หรือจะรอให้พายุผ่านพ้นไปก่อน สถานการณ์ของปะการังที่ฟอกขาวอยู่อาจดีขึ้นเมื่ออุณหภูมิของน้ำลดต่ำลง

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
พายุไต้ฝุ่น หินหนามหน่อ ขณะกำลังเคลื่อนตัวผ่านเข้ามาในบริเวณชายฝั่งเกาะอิชิงากิ เนื่องจากท้องทะเลในบริเวณนี้ต้องพบกับสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดเวลา ท่าจอดเรือในเมืองนี้จึงต้องสร้าง Break Water เป็นแนวกันคลื่นลมในท้องทะเลไม่ต่ำกว่า 3 – 4 ชั้น
หมู่เกาะยาเอะยามะ ศูนย์กลางการดำน้ำของญี่ปุ่น จุดชมปลากระเบนราหูทำความสะอาดร่างกายตัวเอง และปลาแสนสวย Yasha Goby
บนนถนนในเมืองที่ดูไร้ผู้คนราวกับเมืองร้าง ในช่วงเวลาที่พายุพัดผ่านเข้ามา เมืองอิชิงากิเคยประสบเหตุพายุพัดถล่มเมืองไปหลายครั้ง และครั้งล่าสุดคือเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนที่พายุพัดถล่มเข้าใจกลางเมือง มีรถลอยขึ้นไปติดระเบียงชั้นสองของโรงแรม และมีเรือถูกพายุขึ้นมาอยู่บนฝั่งหลายลำ การใช้ชีวิตท่ามกลางพายุทำให้คนที่นี่ต้องปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติไม่แพ้ปะการัง เมื่อมีประกาศแจ้งเตือนพายุ ทุกคนก็จะเริ่มตุนอาหารและหาที่หลบภัยอยู่ในบ้าน จนเมื่อพายุพัดผ่านไป ทุกคนก็ออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ

ก่อนพายุเข้าวันหนึ่งผมขับรถวนเวียนรอบเกาะ บนเนินสูงกลางทุ่งโล่งเหนือหน้าผาริมทะเล ผมเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งยืนต้นโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งหญ้า รูปทรงอันแปลกตาของมันนั้นเติบโตขึ้นจากความพยายามที่จะถ่วงสมดุล เพื่อรับกับสภาพอากาศจากลมพายุรุนแรงที่โถมกระหน่ำเข้าในบริเวณชายฝั่งของเกาะแห่งนี้เกือบทุกปี

หมู่เกาะยาเอะยามะ ศูนย์กลางการดำน้ำของญี่ปุ่น จุดชมปลากระเบนราหูทำความสะอาดร่างกายตัวเอง และปลาแสนสวย Yasha Goby
ต้นไม้โดดเดี่ยวกลางทุ่งหญ้าเหนือหน้าผาริมทะเล พยายามเอนต้นเพื่อต่อสู้กับลมพายุที่พัดแรงถาโถมเข้ามาในบริเวณริมชายฝั่งเกาะอิชิงากิ ตลอดช่วงฤดูมรสุมที่พายุไต้ฝุ่นส่วนใหญ่จะก่อตัวขึ้นในบริเวณกลางมหาสมุทรแปซิฟิก และมักเคลื่อนตัวผ่านเข้ามาในบริเวณนี้ปีละอย่างน้อย 7 – 8 ลูก

ด้วยที่ตั้งของเกาะแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิกและเป็นแหล่งกำเนิดของพายุไต้ฝุ่น ที่ประมาณการณ์กันว่าจะมีพายุเกิดขึ้นในบริเวณนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 30 ลูก และมีโอกาสที่ไต้ฝุ่นเหล่านี้จะเคลื่อนตัวพัดผ่านเข้ามาในบริเวณหมู่เกาะในแถบโอกินาว่านี้อย่างน้อยโดยเฉลี่ยปีละ 7 – 8 ลูก ผู้คนที่นี้ค่อนข้างคุ้นชินกับวิถีชีวิตที่จะต้องรับมือกับพายุ และอยู่กับพายุอย่างคุ้นชินไปกับมัน

หมู่เกาะยาเอะยามะ ศูนย์กลางการดำน้ำของญี่ปุ่น จุดชมปลากระเบนราหูทำความสะอาดร่างกายตัวเอง และปลาแสนสวย Yasha Goby
ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ส่วนใหญ่ปรับชีวิตให้รับมือกับสภาพอากาศที่เลวร้ายจากลมมรสุมและพายุไต้ฝุ่นได้ดี ผมบันทึกภาพในไว้ในเย็นวันก่อนที่พายุ Super Typhoon Hinnamnor จะเคลื่อนที่ตรงเข้ามาที่เกาะแห่งนี้ ในยามเย็นวันนั้น ผู้คนก็ยังคงออกมาชื่นชมความงดงามของแสงสุดท้ายของวัน ก่อนที่จะหลบอยู่ในบ้านไปอีกเกือบสัปดาห์ 1 เต็ม ๆ ในช่วงที่ไต้ฝุ่นความเร็วลมเกือบ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาที่เกาะ

หลาย ๆ คนที่อยู่ในเมืองใหญ่ อาจคิดว่าพายุไต้ฝุ่นเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย ทำให้ฝนตกน้ำท่วม บ้านเรือนของผู้ตนเสียหาย ผู้คนได้รับอันตราย หากในความเป็นจริงแล้ว พายุไต้ฝุ่นคือองค์ประกอบหนึ่งในการหมุนเวียนของน้ำบนโลกใบนี้ ที่นำพาน้ำจากมหาสมุทรให้กลับกลายเป็นฝน ไปตกตามพื้นที่ต่าง ๆ บนโลกใบนี้ หากไม่มีลมพายุและลมฝนเกิดขึ้นบนโลกเลย สถานการณ์ที่เราทั้งหลายต้องเผชิญกับความแห้งแล้งอาจจะน่ากลัวมากกว่า

แน่นอนที่สุดว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศบนโลกใบนี้ ส่งผลให้เกิดพายุที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น มนุษย์เองก็ต้องปรับตัวรับกับสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน

ทุกสิ่งในธรรมชาติล้วนต้องปรับตัว ไม่เว้นแม่แต่มนุษย์ที่เป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในธรรมชาตินี้เช่นกัน

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load