ผู้มาก่อน (เวลา)

ผนังภายนอก ‘อาคารท้องพระโรง’ สีเหลืองตัดกับท้องฟ้าสีเทา บรรยากาศดูครึ้มฟ้าครึ้มฝน เราเลือกที่นั่งให้ไกลจากสิ่งที่เราอยากพิจารณาเป็นพิเศษ เพื่อลอบสังเกตความงามที่ดำรงอยู่ 

วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง

นับแต่อดีตจนถึงวันนี้ เรือนดนตรีสีเขียวหลังเดิมในสวนแก้วยังคงสวยงามสะอาดตา ไม่น่าแปลกใจถ้าจะมีใครทักท้วงว่า หลังจากการบูรณะซ่อมแซมและอนุรักษ์ สีเขียวที่ทาขึ้นใหม่ดูจะฉูดฉาดมากไปกว่าเดิมหรือไม่ เพราะยิ่งเรามีความคุ้นเคยและผูกพันกับสิ่งใดมากเท่าไหร่ เมื่อมีอะไรบางอย่างถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิมเพียงเล็กน้อย เราย่อมมองเห็น เราย่อมกังวล เป็นลักษณะจำเพาะของมนุษย์ละมั้ง เราพยายามทุกวิถีทางที่จะแช่แข็งสิ่งที่เราผูกพันเอาไว้ แม้ว่าตัวเราเองก็ดำรงอยู่ในกระแสธารของเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ทุกครั้งที่กลับมายังมหาวิทยาลัยศิลปากร ไม่ว่าจะด้วยโอกาสอะไรก็ตาม เรามักใช้เวลาเข้าไปนั่งใน ‘สวนแก้ว’ ที่ตั้งอยู่ด้านข้างอาคารท้องพระโรง สถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความสงบร่มรื่น ไม่ครื้นเครงนักในช่วงเวลาวิกฤต COVID-19 เช่นนี้  

วินาทีที่สายตากระทบกับผลงานประติมากรรมที่ถูกจัดวางอยู่โดยรอบสวนแก้ว ทำให้ท่วงทำนองของเพลงประจำมหาวิทยาลัย ซานตาลูเซีย (Santa Lucia) โลดแล่นขึ้นจนรู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจ เพราะพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำในอดีต พลางคิดไปว่าสวนแก้วได้มอบช่วงเวลาพิเศษที่งดงามเป็นนิจนิรันดร์ 

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน หลังจากนั่งรำลึกความหลังได้สักพัก และชื่นชมกับภายนอกอาคารโบราณ สายตาของเราเหลือบไปเห็นหญิงสาวสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตรงทางเข้าสวนแก้ว อาจารย์เต้-ดร.ปรมพร ศิริกุลชยานนท์ ผู้อำนวยการหอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร ถือสมาร์ทโฟนโบกไปมา ประหนึ่งเป็นสัญญาณว่าเธอได้รับข้อความที่เราส่งไปเมื่อครู่ว่า มาถึงก่อนถึงเวลานัด อาจารย์เต้เชื้อเชิญเราให้เข้าไปในหอศิลป์ฯ ทันที เพราะเกรงว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ และจริงอย่างที่คาด ไม่นานนักฝนเม็ดเบาก็โปรยตัวลงมาเดินเล่นในศิลปากรกับเรา 

อาจารย์เต้-ดร.ปรมพร ศิริกุลชยานนท์ ผู้อำนวยการหอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร

พื้นที่และใจความสำคัญ

เรามองดูฝนโปรยปรายผ่านบานประตูหอศิลป์ฯ ก่อนจะหยุดสายตาที่ ‘กำแพงแก้ว’ กำแพงขนาดเล็กที่ล้อมรอบอาคารท้องพระโรง อาจารย์เต้เล่าให้ฟังในภายหลังว่า กำแพงแก้วเป็นอีกจุดหนึ่งที่บูรณะซ่อมแซม เนื่องจากเหตุต้นไม้ใหญ่รูปหัวใจโค่นล้ม สร้างความเสียหายให้แก่อาคารและบริเวณโดยรอบ 

“ไม่ว่าปูนปั้นประดับหัวเสา ลวดบัวปูนปั้น ระแนงลูกกรงเหล็กหล่อ และเสากำแพงแก้ว ตลอดแนวด้านขวาของกำแพงแก้วคือส่วนที่ได้รับการบูรณะและซ่อมแซมขึ้นใหม่” 

ปัดฝุ่นแห่งกาลเวลาใน Extended Release นิทรรศการหลังการบูรณะหอศิลป์ฯ วังท่าพระ ศิลปากร
ปัดฝุ่นแห่งกาลเวลาใน Extended Release นิทรรศการหลังการบูรณะหอศิลป์ฯ วังท่าพระ ศิลปากร

หากไม่มีใครบอก เราคงแยกไม่ออกระหว่างของเก่าและของใหม่ และหากอาจารย์เต้ไม่เล่าต่อ เราคงไม่ทราบว่าเธอและทีมงานได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในอาคารท้องพระโรงให้มีระบบไฟที่กลมกลืนไปกับตัวอาคาร และเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศให้เป็นแบบฝังบนเพดาน ซึ่งแต่เดิมใช้แอร์ตู้ บุคลากรในหอศิลป์ฯ ยังพยายามลบล้างภาพจำเก่าๆ ของหอศิลป์ฯ ที่คงอยู่มานานนับทศวรรษ 

“มีคนชอบถามอยู่ตลอดว่า ที่นี่เข้าได้ด้วยเหรอ เราไม่ใช่เด็กศิลปากร ฟังดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหา แต่เรามองว่ามันเป็นปัญหา” อาจารย์เต้เล่าให้ฟังด้วยความใส่ใจ เธอมองว่าหอศิลป์ของมหาวิทยาลัยควรมีบทบาทและมอบคุณประโยชน์ให้สังคมในวงกว้างมากกว่านี้

“บทบาทของหอศิลป์ฯ ในมหาวิทยาลัยศิลปากร น่าจะเชื่อมโยงเรื่องราวจากภายในให้เป็นที่รับรู้สู่สังคมภายนอก พร้อมให้คนภายนอกก้าวเข้ามาเยี่ยมเยือนพื้นที่ ส่วนคนที่อยู่ภายในเอง ก็ควรได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและความเป็นไปที่อยู่ภายนอก ทางหอศิลป์ฯ ได้จัดทำโปรแกรมนิทรรศการและกิจกรรมการศึกษาก่อนที่หอศิลป์ฯ จะปิดซ่อมแซม ซึ่งได้วางแผนโปรแกรมยาวตลอดปี เมื่อได้กลับมาเปิดหอศิลป์ฯ ภายหลังการซ่อมแซมครั้งนี้ ทิศทางของเราก็ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเราจะเป็นพื้นที่สำหรับศิลปะร่วมสมัย”   

นับเป็นเรื่องที่ท้าทายของอาจารย์เต้ ในฐานะผู้อำนวยการหอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่ 2 เธอต้องดูแลงานหลักของหอศิลป์ฯ อันได้แก่ การจัดการพื้นที่ การจัดการคลังสะสมของมหาวิทยาลัย ทั้งการเผยแพร่ การเก็บและซ่อมแซมผลงานศิลปะในสะสม ที่ได้จากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ (นับแต่ครั้งที่ 15 – 67 รวมแล้วหลายร้อยชิ้น) และการจัดการโครงการบริการอื่นๆ ปัจจุบันเธอทำงานร่วมกับทีมงานฝ่ายนิทรรศการและฝ่ายกิจกรรมการศึกษา โดยหอศิลป์ฯ มีภัณฑารักษ์ประจำที่จะคอยให้คำแนะนำในรายละเอียด รวมถึงดูภาพรวมของนิทรรศการและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น

ปัดฝุ่นแห่งกาลเวลาใน Extended Release นิทรรศการหลังการบูรณะหอศิลป์ฯ วังท่าพระ ศิลปากร
วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง

ฝุ่นผงแห่งกาลเวลา

กลับมาที่อาคารท้องพระโรง สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เป็นที่ประทับและทรงงานของเจ้านายหลายท่าน รวมถึงเป็นที่ทำงานของเหล่าช่างหลวง หลังจากนั้นถูกเปลี่ยนมาเป็นพื้นที่การเรียนการสอนศิลปะแบบตะวันตกแห่งแรกของประเทศไทย กระทั่งกลายมาเป็นหอศิลป์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ 

ประวัติศาสตร์ของพื้นที่แห่งนี้ ‘ซ้อนทับ’ ด้วยกาลเวลาหลายยุคหลายสมัย แม้แต่ชั้นสีของตัวอาคารก็ยังประกอบไปด้วยพื้นผิวที่ทับซ้อนด้วยเทคนิค ‘ปูนหมัก ปูนตำ’ การฟื้นฟูบูรณะซ่อมแซมตัวอาคารจึงต้องทำตามหลักวิชาการ โดยหอศิลป์ฯ ทำงานร่วมกับกรมศิลปากรและสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมไทย จนได้แนวทางอนุรักษ์อาคารที่เหมาะสม นั่นคือการซ่อมแซมคืนสภาพ และสำหรับในส่วนที่เสียหายหนักจะทำการเปลี่ยนวัสดุ โดยคงรูปแบบจากการบูรณะอาคารครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2540  

เมื่อระยะเวลาแห่งการซ่อมแซมถูกยืดขยายไปตามความละเอียดและประณีตของงาน ถึงครั้งที่ตัวอาคารท้องพระโรงได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดยสมบูรณ์ ทีมหอศิลป์ฯ ต้องมานั่งคิดถึงนิทรรศการเปิดตัวครั้งแรกด้วย 

“เราอยากให้ศิลปินคนแรกเป็นศิลปินร่วมสมัย ซึ่งเป็นทิศทางของหอศิลป์ที่ต้องการจะยืนหยัดให้ชัดเจน และเป็นศิษย์เก่าศิลปากรที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เพื่อให้คนในศิลปากรเองได้รู้จักและเห็นงาน โดยเฉพาะนักศึกษา ทำให้นึกถึงพี่โต๊ะ-ปรัชญา พิณทอง ศิลปินไทยที่สร้างชื่อในต่างประเทศ” อาจารย์เต้กล่าวถึงศิลปินพร้อมกับเดินนำชม และแนะนำให้เราทราบถึงผลงานศิลปะที่ภัณฑารักษ์ประจำหอศิลป์ฯ คุณกฤษฎา ดุษฎีวนิช ทำขึ้นร่วมกับศิลปิน ติดตั้งอยู่บนผนังซ้ายมือก่อนที่จะได้เดินเข้าไปสำรวจพื้นที่ด้านใน   

ภาพอดีตในสภาวะยืดขยาย Extended Release

ก่อนเริ่มเล่าผลงานจาก 1 – 10 ตามแบบฉบับการไล่เรียงผลงานตามพื้นที่การจัดวางจากชั้นล่างสู่ชั้นบน เราอยากเล่าถึงผลงานวิดีโออาร์ตของ ปรัชญา พิณทอง บนชั้นสองของอาคารท้องพระโรง ซึ่งเป็นผลงานที่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึงของเรา เรียกว่าเป็นผลงานที่เราได้ใช้เวลาในการซึมซับและร่วมประสบการณ์อยู่ด้วยกันนานทีเดียว

วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง
วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง
วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง

ผลงานวิดีโอขนาดยาว 8.59 นาที Extended Release, 2020 ถ่ายทำด้วยกล้อง iPhone และนำไปแปลงเป็นฟิล์ม 35 มม. ฉายด้วยแสงไฟที่ส่องตรงไปยังฉากผ้าใบที่นำกลับมาใช้ใหม่ ยิ่งจ้องมองให้ดี เราจะเห็นความไม่สมประกอบของผ้าใบที่ถูกขึงอยู่กลางห้อง ผู้เขียนคาดเดาว่าเป็นความจงใจของศิลปิน ในการเลือกวัสดุใช้แล้วที่ทิ้งร่องรอยของการปะติดปะต่อ 

การจ้องมองภาพของฟิล์มที่ถูกหมุนวนอย่างรวดเร็ว ทำให้เราเห็นกระบวนการฉายหนังแบบโบราณ ศิลปินพยายามย้อนกลับจากโลกอนาคตสู่อดีตผ่านสื่อที่แตกต่าง แต่ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน การเคลื่อนไหวเพียงวินาทีเดียวกลับถูกยืดขยายออกเป็นเฟรมต่อเฟรม หรือนี่คือนัยยะที่แฝงไว้ซึ่งชื่อของนิทรรศการ

ส่วนความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากเครื่องโปรเจกเตอร์โบราณนั้น ส่งแรงไปยังพื้นไม้ที่เรากำลังเหยียบยืนอยู่เสมือนหนึ่งแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรที่เข้ามาทำความสะอาดขัดถูไถขจัดคราบสิ่งสกปรกในหอศิลป์ฯ จนเกิดฝุ่นฟุ้งเป็นม่านหมอกของอดีตที่ปะปนอยู่ในมวลอากาศแห่งปัจจุบัน 

ในห้องถัดไป มีผลงานผืนผ้าใบจำนวน 31 ชิ้นวางอยู่บนพื้นในแต่ละด้านของห้อง พิงตัวไว้โดยไร้การยึดเหนี่ยวหรือต้านแรงดึงดูด นัยหนึ่งสะท้อนให้เห็นการน้อมนอบและเคารพสถานที่ ด้วยการที่ไม่พยายามเจาะหรือแขวนรูปภาพตามขนบการจัดแสดงงานศิลปะทั่วไป 

วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง
วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง
วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง

อีกมุมหนึ่ง ศิลปินพยายามทิ้งเบาะแสบางอย่างให้เห็น จากคราบฝุ่นสีน้ำตาลที่ตกหล่นอยู่บริเวณขอบแคนวาส หากได้ตั้งใจชมวิดีโออาร์ตในห้องที่ผ่านมา เราจะทราบกระบวนการสร้างงานศิลปะของปรัชญา ศิลปินนำตัวเองเข้าสู่กระบวนการปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดหอศิลป์ฯ ปรัชญาเข้ามาในช่วงที่ฝุ่นฟุ้ง สิ่งที่ศิลปินจัดการกับความคิดและพื้นที่ คือการนำแคนวาสสีขาวมาวางไว้ตามจุดต่างๆ สีที่ก่อตัวขึ้นบนแคนวาสอย่างอิสระคือการดักจับฝุ่นที่ตลบอบอวน 

ศิลปินไม่ได้หงายผลงานให้เราได้เห็นทุกชิ้น ผลงานบางส่วนถูกซ้อนทับเป็นชั้น วางอยู่กลางห้องหรือโถงทางเดิน เสมือนต้องการเปรียบเปรยถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านกาลเวลา บางส่วนก็ไม่ถูกเปิดเผย บางส่วนก็ถูกซ้อนทับไว้จนมองเรามองไม่เห็น และไม่แม้แต่จะกล้าแตะต้องหยิบขึ้นดู การทับซ้อนของประวัติศาสตร์อาจเป็นเรื่องต้องห้าม เราเดินผ่านห้องต่างๆ ด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็น และพอรู้ตัวอีกที ก็รู้สึกได้ว่าเรากำลังอยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เคยปกคลุมและครอบครองด้วยผู้คนหลายยุคสมัย บางห้องอาจเป็นห้องส่วนตัว ผนัง เสา บันได บานประตู หน้าต่าง เคยผ่านการมองเห็นและสังเกตการณ์จากผู้คนหลากหลายชนชั้น ฝุ่นแห่งกาลเวลาที่ปกคลุมหอศิลป์นานนับทศวรรษ เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้โดยแนวคิดของศิลปินร่วมสมัย ปรัชญา พิณทอง 

วังท่าพระโฉมใหม่ หอศิลป์ฯ ศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการร่วมสมัยเล่าเรื่องการบูรณะตัวเอง

ก่อนที่จะจากกัน อาจารย์เต้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “Extended Release เป็นนิทรรศการที่ตระหนักถึงคอนเซปต์งานและให้ความสำคัญกับสถาปัตยกรรมภายในอาคารท้องพระโรง เพื่อให้งานศิลปะได้แสดงศักยภาพสอดคล้องไปกับพื้นที่ เราพยายามไม่สร้างความรบกวนกับพื้นที่จนเกินความจำเป็น งานของศิลปิน ปรัชญา พิณทอง ภายใต้การทำงานร่วมกันกับภัณฑารักษ์ คุณกฤษฎา ดุษฎีวนิช ในครั้งนี้ ถือเป็นการกำหนดหมุดหมายและภาพลักษณ์ของหอศิลป์ฯ ที่ต้องการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางทีดีขึ้น”

การออกแบบความรู้สึก

องค์ประกอบแวดล้อมภายในนิทรรศการ Extended Release ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวอักษรที่บิดเบี้ยว การออกแบบการ์ดเชิญที่ให้เนื้อสัมผัสเหมือนฝุ่นผง การออกแบบสูจิบัตรขนาดใหญ่ลักษณะเป็นแผ่นพับซับซ้อน การออกแบบ Wall Text ที่เลือกพรินต์บนกระดาษไขขาวบาง แล้วใช้แม่เหล็กนาบติดไปกับผนัง สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดส่งผลต่อความรู้สึกภายในของผู้เขียน อาจเรียกรวมว่าเป็นการออกแบบ ‘ความรู้สึก’ 

ART CENTRE, SILPAKORN UNIVERSITY
ART CENTRE, SILPAKORN UNIVERSITY

มันบอกเราว่า ในบางนิทรรศการ สิ่งที่ผู้ชมจะได้รับกลับมาอาจไม่ใช่ความปรารถนาที่จะซื้อภาพผลงาน สิ่งที่ได้อาจเป็นการที่เราได้ทำความรู้จักกับสถานที่ ได้พูดคุยกับใครสักคนหนึ่งที่บังเอิญเจอและมีความชอบคล้ายกัน พูดคุยกับภัณฑารักษ์ หรืออาจเป็นการพูดคุยกับตัวเอง โดยนำเอาประสบการณ์ส่วนตัวโต้ตอบกับวัตถุและแนวคิดของศิลปินอย่างเป็นอิสระ

หากใครมาเงี่ยหูฟังเราที่นิทรรศการนี้ ก็คงได้ยินบทสนทนาที่ว่าด้วยทั้งอดีตและอนาคต มันทั้งสวยงาม หนักหน่วง และมีแสงแห่งความหวังเรืองรองระยิบเคล้าเสียงฝนพรำ

ART CENTRE, SILPAKORN UNIVERSITY

ทั้งนี้ นิทรรศการ Extended Release เลื่อนวันเปิดให้เข้าชมเป็นวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 และมีความเป็นไปได้ที่จะยืดระยะเวลาแสดงออกไปอย่างน้อย 5 สัปดาห์ ตามสถานการณ์และมาตรการของหอศิลป์ฯ ผู้สนใจติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ART CENTRE, SILPAKORN UNIVERSITY

Writer

Avatar

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

ช่วงนี้เทรนด์ของการกลับมาใช้ผ้าไทยยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง มีนักออกแบบและศิลปินหลายคนหันมาสนใจพัฒนาศักยภาพของผ้าพื้นถิ่นให้เราได้ตื่นเต้นกับลุคใหม่ ๆ ที่ใส่ง่ายและร่วมสมัย หนึ่งในนั้นที่น่าจับตามองคือ คุณฐากร ถาวรโชติวงศ์ หรือ อาจารย์กร จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้กำลังมีนิทรรศการ Spiritual Eternity จัดแสดงผลงานกว่า 40 ชิ้นอย่างอลังการ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในอาคารไปรษณีย์กลาง งานนี้นอกจากนำเสนอผลงานแปลกตาจากไอเดียล้ำ ๆ ของคุณฐากรที่ได้คิดค้นร่วมกับผู้ประกอบการทั่วประเทศไทยแล้ว หากมองลึกลงไปในระหว่างวัสดุเส้นด้าย เรายังได้เรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณและความรักในเส้นทางสิ่งทอของนักออกแบบรุ่นใหม่คนนี้อีกด้วย 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

จุดเริ่มการเดินตามฝัน

หลังจากเปิดนิทรรการไปได้ไม่กี่วัน คุณฐากรสละเวลามาแนะนำงานและกระบวนการเบื้องหลังให้เราฟังอย่างเป็นกันเอง บทสนทนาของเราเริ่มขึ้นในห้วงเพลง Claire de Lune ที่เปิดซ้ำ ๆ ไปมาในแกลเลอรี่ โดยเขาบอกว่ามันเป็นเพลงที่เขาชอบฟังมากที่สุดขณะถักทอผ้าของตน

“ไม่รู้ว่าตอนนั้นเรามองมุมมองของศิลปินกับนักออกแบบผิดไปรึเปล่า แต่มันทำให้รู้สึกว่า เราอยากค้นหา มากกว่าอยากนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ” คุณฐากรเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ และเริ่มมีแรงขับที่จะสร้างผลงานของตัวเอง

“เราเลยเริ่มเดินสายประกวด TIFA (Thai Innovative Fashion Award) ปี 2016 ปรากฏว่าชนะ แล้วเป็นปีแรกที่ประกวดด้วยนะ ทำให้เรามั่นใจมาก ตัดสินใจออกจากงานเลย”

อย่างไรก็ดี เส้นทางในฝันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด “ตอนนั้นเราเอาผ้าที่ออกแบบไปทำกระเป๋า เลยคิดว่าจะทำแบรนด์กระเป๋าดีกว่า แต่ทำไปแล้วรู้สึกว่ามันทำอย่างยั่งยืนไม่ได้ หนึ่งคือเราไม่มีเงินที่หมุนพอจะสต็อก สองคือเราไม่ได้เป็นที่รู้จักขนาดนั้น ถึงแม้จะผ่านการประกวดมาแล้วก็ตาม ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ให้คนรู้จักเราเยอะกว่านี้ เลยเริ่มเดินหน้าเข้าวงการแสดงงาน ก็เริ่มที่ TCDC นี่แหละกับงาน Bangkok Design Week” 

คุณฐากรบอกว่า ต้องขอบคุณ TCDC ที่ให้โอกาส ทั้ง ๆ ที่เป็นการแสดงงานครั้งแรกของเขา เขาตัดสินใจจัดแสดงผ้าผืนเดียวที่ตนเองทอด้วยโครงสร้าง Interknit ที่คิดขึ้นมาเอง โดยผ้าผืนนั้นก็นำกลับมาจัดแสดงในโชว์นี้ด้วย 

“บอกเลยว่าเป็นผ้าที่ทำยากมาก แต่มันมาแค่ผืนเดียวไง ซึ่งคนดูก็คงชื่นชม แต่ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมอะไรมากมาย จากนั้นแรงขับเริ่มมาแล้ว เรากลับมาคิดว่า ทำไมเราทำขนาดนี้ คนยังไม่ตอบรับเท่าที่ควรนะ รู้สึกอยากเอาชนะ ปีต่อมาก็เลยทำอีก เป็นชิ้นใหญ่ 15 เมตร ทำไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดคนเริ่มให้ความสนใจ มีมหาวิทยาลัยชวนไปสอน เป็นอาจารย์พิเศษ สุดท้ายเป็นอาจารย์ประจำจวบจนทุกวันนี้” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

สไตล์ที่นิยามด้วยการทดลองไปเรื่อย ๆ

“กรว่างานกรประหลาด (หัวเราะ) ไม่ได้รู้สึกว่าความงามของเรางามแบบจับต้องได้เสียทีเดียวนะ คนต้องทำความรู้จักกับมันนิดห่นึง อาจจะเด่นที่วัสดุแปลก ๆ คนอาจจะนึกไม่ถึง (Exotic Materials) การจับนั่นผสมนี่… มันมาจากการชอบทดลอง” คุณฐากรเล่า เมื่อเราถามถึงการนิยามไสตล์หรือลักษณะจำเพาะของเขา

“การลองทำให้เราเริ่มรักงานตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ คือพอได้ลองเราก็ได้ใช้เวลาทำงาน รู้ตัวอีกทีเวลาก็หมดไปเป็นวัน ๆ เออทำไมเราอยู่กับมันได้นานขนาดนั้นนะ แสดงว่าเราคงมีความสุขในกระบวนการนี้ มันคงเป็นมิติทางจิตวิญญาณ เป็น Spiritual ของเราจริงๆ แหละ ถ้านึกย้อนไปตอนแรก ๆ ที่เราอยากใช้ชีวิตเป็นดีไซเนอร์ เราเคยตั้งคำถามว่าเราจะไปอยู่ตรงไหน คำตอบของการใช้ชีวิตคืออะไร 

“มันคือการมีชื่อเสียงหรือมีเงิน แต่พอได้ทำ มาเจอสิ่งที่เราอยู่กับมันได้นาน ๆ ทั้งวันทั้งคืน เราเลยคิดว่าอันนี้ละมั้งคือคำตอบของชีวิต ถ้ามันหมายถึงการค้นพบสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข เราคงได้ค้นพบสิ่งนั้นแล้วแหละในช่วงอายุนี้”

เขาบอกว่าแนวคิดนี้คือที่มาของชื่อนิทรรศการที่พูดถึงจิตวิญญาณและเวลาที่เป็นนิรันดร์ วางบริบทชวนให้ผู้เข้าชมได้ครุ่นคิดทบทวนการเดินทางและความหมายของชีวิต ผ่านแรงมือแรงใจในผ้าแต่ละผืนที่จัดแสดงในแกลเลอรี่

เมื่อเราถามว่าผ้าชุดไหนที่เขาใช้เวลาครุ่นคิดกับมันมากที่สุด คุณฐากรผายมือไปที่โซนด้านขวาของนิทรรศการ 

“โซนนี้คือทำเองหมดเลย” คุณฐากรยิ้มอย่างภูมิใจ เขาพาเราไปดูผ้า 2 ชิ้นที่ล้อกัน ชิ้นหนึ่งสร้างสรรค์จากเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีดำ แทรกด้วยเส้น Reflective Rainbow เหลือบรุ้ง อีกชิ้นสร้างสรรค์จากเส้นเอ็นใสแทรกด้วยเส้นพลาสติด Vinyl Hologram 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

“แรงบันดาลใจของเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะ อย่าง 2 ชิ้นนี้โจทย์คือ ต้องจัดแสดงในงาน อาจารย์ศิลป์ พีระศรี แล้วตอนนั้นกระแสการย้ายประเทศกำลังมา ตอนเราทำงานเลยตั้งคำถามว่า แล้วตรงไหนล่ะที่เราอยากจะไปอยู่ คิดไปคิดมาไปโผล่ Valhala หรือสุขาวดีในเทพปกรณัมนอร์ส เราเลยเอาไอเดียของคำว่าสุขาวดีหรือสวรรค์ในแต่ละศาสนามาทับซ้อนกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนที่คล้ายกันคือความเรืองรอง ความสุขแบบประเจิดประเจ้อ ก็เลยเอาตรงนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจเลือกวัสดุที่มีความเล่นกับแสงระยิบระยับ

 “เรารู้สึกว่าเราไม่อยากสร้างอะไรขึ้นมาคลุม แล้วทำทุกชิ้นให้มันเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าง 3 ชิ้นนี้มีแรงบันดาลใจจากซูเปอร์ฮีโรของมาร์เวล คือไปดูหนังเรื่อง Eternals แล้วชอบมาก เราตีความภาพลักษณ์ของตัวละคร Thena ออกมาเป็นชิ้นนี้ ถักด้วยคอตตอนสีครีมแทรกเส้นหนังเดียว PU สีเงิน ส่วนอันนั้นเป็น Scarlet Witch ใช้เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีแดง แทรกด้วยเส้นหนัง PU เหมือนกัน แต่เป็นสีแดง Hologram และเทปเลื่อมสีแดง”

ขณะที่เราตื่นตากับผ้าแต่ละชิ้น อดถามไม่ได้ว่าเขาใช้เวลาการถักนานไหม

“แต่ละอันใช้เวลาไม่เท่ากันนะครับ ซึ่งถ้ามีเวลาทำทั้งวันมันก็คงไม่นานขนาดนี้ แต่พอดีว่าเราเองก็มีงานประจำะ อันนี้เราเลยต้องกลับมาจากสอนเสร็จ ไปอาบน้ำ แล้วค่อยลงมานั่งกับเครื่องทอ ได้สักวันละ 10 – 20 เซนติเมตรบ้าง สะสมไปเรื่อย ๆ”

การพัฒนาองค์ความรู้จากท้องถิ่น

แน่นอนว่าเมื่อจัดงานที่ TCDC สิ่งที่ถูกชูโรงด้วย คือหนึ่งในพันธกิจขององค์กรด้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ และต่อยอดในธุรกิจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งโชว์นี้คุณฐากรบอกว่ามีผลงานจำนวนไม่น้อยที่เขาได้ร่วมพัฒนากับกลุ่มผู้ประกอบการจากเหนือจรดใต้ประเทศไทย

 “มันเกิดจากความสนใจของเราเองนี่แหละ เรารู้สึกว่าผ้าไหมไทย โดยรวมแล้วไม่มีความสดใหม่เท่าไร คือวิธีการเรายึดตั้งเดิมได้ แต่น่าจะมีภาพลักษณ์ (Visual) ใหม่ด้วย” 

คุณฐากรเล่าต่อไปว่า หนึ่งสิ่งสำคัญในการพัฒนางานกับทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว คือความกล้าที่จะแหวกแนวขนบและความเชื่อดั้งเดิม โปรเจกต์แรก ๆ ที่เขาเริ่มทำงานด้วย คือการพัฒนาผ้าไหมแต้มหมี่กับอำเภอชนบท บ้านหัวฝาย จังหวัดขอนแก่น 

“เราเริ่มคุยกับชุมชนนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ตอนเรียน ป.โท ตอนแรกคือติดต่อเขา ซื้อผ้ามาทำกระเป๋า ทำจ๊อบนั้นจ๊อบนี้ไปเรื่อย ๆ พอรู้จักกันนาน ๆ เข้า เริ่มมีการไว้เนื้อเชื่อใจ เรามาเป็นอาจารย์ด้วย เลยถามเขาไปว่า พี่ลองให้ผมออกแบบลายผ้าให้ดูไหม โดยลายแรก ๆ ที่ทำไปเป็นลายผีเสื้อ แรงบันดาลใจมาจากตอนที่เราไปลงพื้นที่ที่ขอนแก่น คุณแม่สุภาณี ภูแล่นกี่ เป็นปราชญ์ชาวบ้านและเป็นประธานกลุ่มทอผ้าไหมที่นั่น บอกเราว่าเขาซาบซึ้งในชีวิตของผีเสื้อนะ เพราะว่าหนอนไหมผีเสื้อเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชน ทำให้พวกเขามีงาน จากนั้นพวกมันก็ตายไป เลยเป็นเรื่องราวของความผูกพันระหว่าง 2 สปีชีส์ 

“เราเลยอยากทำคอลเลกชันผีเสื้อขึ้นมา อย่างไรก็ดี ตัวหนอนไหมไม่ได้มีลวดลายอะไร เราเลยตั้งคำถามว่ามีผีเสื้ออะไรอีกทีทำไหมได้และมีลวดลายสวยงาม เลยไปลงที่ผีเสื้อไหมอีรี่ ซึ่งเป็นผีเสื้อกลางคืน ปีกใหญ่หน่อย”

ตอนที่ทำออกมาแล้วเสร็จ คุณฐากรยอมรับว่าเป็นลายผ้าที่ประหลาดมาก แต่ปรากฏว่าขายดี มีผู้สนใจมากมาย รวมทั้ง คุณปันปัน นาคประเสริฐ ที่ซื้อเหมาไปเกือบหมด 

พอโปรเจกต์นั้นประสบความสำเร็จ หน่วยงานต่าง ๆ ก็เริ่มติดต่อมา โดยเฉพาะ CEA และ TCDC เชียงใหม่ ที่ช่วยประสานงานให้เจอกันในโครงการ Collaborative Project 2021 จนได้พัฒนาผ้าฝ้ายย้อมหินกับกลุ่มผ้าฝ้ายเชิงดอน อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

“งานเซ็ตนี้สนุกมาก เพราะผู้ประกอบการเปิดรับไอเดียของเรา” คุณฐากรเล่าอย่างภูมิใจ “อย่างชุดนี้เป็นลายยางกล้วย ตั้งต้นคือชุมชนนี้ย้อมสีผ้าจากหินโมคคัลลาน เป็นหินชนิดที่พบในบริเวณท้องถิ่นนั้นแหละ พวกเขาเอาหินไปบดให้เป็นผงสี มันโยงไปได้ถึงต้นกำเนิดศิลปะโบราณ เขาก็คงเอาความรู้นั้นมาทำเป็นเทคนิคย้อมผ้าด้วย ปรากฏว่าการย้อมในช่วงแรก ๆ สีติดไม่ค่อยดีเท่าไร เราก็เลยถามเขาว่าทำยังไงสีถึงติดดีขึ้นมาล่ะ เขาบอกว่าเขาหยอดยางกล้วยลงไป มันเลยจุดประกายให้เราว่า ยางกล้วยต้องมีคุณค่ากว่าการเป็น Mordant (สารช่วยการติดทนของสีบนผ้า) แล้ว

“เราใช้กล้วยดิบซึ่งมียางเยอะที่สุด เอาสีมาทาบนต้นกล้วยที่ถูกตัด สีก็จะติดกับกล้วย แล้วก็เอาไปปั๊มประทับลงบนผ้า แสตมป์ไปเรื่อย ๆ จนยางกล้วยหมดและสีจาง ก็ฝานกล้วยและทาสีลงใหม่ ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ อันข้าง ๆ เป็นต้นอ่อนกล้วย ตอนนี้เป็นลายลิขสิทธ์ของเขาไปเลย” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

ไอเดียใหม่ ๆ ที่ต้องงดงามและยั่งยืน

อีกไฮไลต์หนึ่งของนิทรรศการคือโซนผ้าบาติก จำนวนไม่น้อยในนี้ได้ร่วมพัฒนากับผู้ประกอบการไทยบาติก จังหวัดกระบี่ จากเป็นทุนวิจัยสำหรับบุคลากรของคณะมัณฑนศิลป์ 

“สิ่งที่อยากอธิบายเกี่ยวกับงานนี้คือ มันไม่ใช่วิจัยเพื่อพัฒนาลวดลาย แต่เกิดจากการตั้งคำถามว่า สิ่งที่เรากำลังช่วยผู้ประกอบการบาติกคืออะไร โดยคอนเซปต์แล้วบาติกเป็นเทคนิคการสร้างลาย ไม่ใช่เทคนิคการทอผ้าแบบอื่น ๆ เราเลยมีคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งทางรัฐไม่ได้ส่งดีไซเนอร์หรืออาจารย์ไปช่วยออกแบบลายกับคนในพื้นที่ แล้วพวกเขาจะเอาอะไรออกแบบลายใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองล่ะ นอกจากนี้ เวลาออกแบบลายให้เขา เขาก็จะใช้ได้แค่เจ้าเดียว เป็นลิขสิทธิ์ของเขา ไม่มีการต่อยอด เราเลยตัดสินใจไปพัฒนาเทคนิค และกระบวนการผลิตแทน แถมเราใช้แนวคิดความยั่งยืนมาครอบด้วย”

คุณฐากรชี้ให้เราดูผ้าหลาย ๆ ชิ้นที่เขาภูมิใจ “ชิ้นชื่อ Melt Osmosis หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ผ้าน้ำแข็ง มีจุดเริ่มมาจากการลงพื้นที่กับผู้ประกอบการ เราเห็นเขาใช้เทคนิค Osmosis คือเขาลงสีผ้าให้เปียกชุ่ม จากนั้นค่อยเอาโอเอซิสที่เขาใช้ปักดอกไม้ไปวางบนผ้า ตัวโอเอซิสที่เป็นโฟมก็จะดูดน้ำขึ้นมา สร้างลักษณะสีซึม ๆ บนผ้า แต่เรารู้สึกว่าโอเอซิสไม่ยั่งยืน มันเป็นโฟมที่ใช้แล้วทิ้ง เราเลยลองเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง พอลงสีแล้ววางน้ำแข็งให้มันละลาย สร้างความเจือจางเฉพาะจุดบนผ้าได้แทน ต้นทุนถูกกว่า ไม่เป็นพิษ ใช้ได้เลย” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

 “อีกชิ้นเป็นผ้ายืดลายเส้นเหมือนเกลียวคลื่น อันนี้ปกติเราจะไม่เห็นบาติกบนผ้ายืด เพราะลงสียาก เราพยายามหาคุณสมบัติของผ้ายืด คือผ้าจะฝืดและหนืด สีไหลช้า เขียนเทียนก็ยาก จะลงสีก็ยาก เราเลยลองใช้ Brushwork วาดลงผ้าไปเลย ติดบ้างไม่ติดบ้างเป็นเสน่ห์ไป และลดการใช้เทียนด้วย เพราะการที่ผู้ประกอบการอยู่กับเทียนนาน ๆ ก็ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ ส่วนผืนนี้ที่ใกล้ ๆ กัน ด้วยความผ้าที่มีความฝืด พอจับขยุมแล้วมันอยู่ตัว เราเลยเอาผงสีโรยแล้วเอาฟ็อกกี้ฉีด สีก็จะซึมเข้าหากัน กลายเป็นสีผสมแนวฟุ้ง ๆ ไม่เหมือนใคร”

ความท้าทายต่อไปคุณฐากรบอกว่า ผู้ประกอบการแม้ว่าจะเชื่อใจเราเต็มที่ ก็ต้องฝึกทดลองต่อด้วย ด้วยความที่แต่ละฝ่ายเรียนมาไม่เหมือนกัน ผู้ประกอบการแต่ละคนต้องฝึกหาองค์ประกอบที่ลงตัว หรือการเลือกสีที่ออกมาแล้วงดงามในมุมมองของผู้ซื้อด้วย เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่การทดลองจะออกมาสำเร็จลงตัวเสมอไป ชวนให้เราตั้งคำว่า คุณฐากรรับมืออย่างไรเมื่อไอเดียของเขาล้มเหลว

“ก็ทำใหม่” เขาหัวเราะ

“มันไม่สาแกใจก็ทำใหม่ ไปต่อ จนกว่าจะได้” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

จิตวิญญาณที่อยากส่งต่อ

งานอีกส่วนในนิทรรศการนั้น คุณฐากรบอกว่าได้แรงขับจากการทำงานเป็นอาจารย์

 “เราอยากทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อทดสอบความสามารถของเรา และเป็นโอกาสเผยแพร่ความรู้ด้วย” คุณฐากรเล่า “ที่จริงสิ่งที่เราภูมิใจมากในฐานะอาจารย์ คือบางชิ้นในนี้ทอโดยลูกศิษย์ เราภูมิใจเพราะรู้สึกว่าเขาเอาจากเราไปได้หมด แล้วเขาเก่งกว่าเรา”

จากช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้การเรียนการสอนต้องจัดในรูปแบบออนไลน์ วิชาที่คุณฐากรสอนมักเน้นการปฏิบัติเพื่อเกิดทักษะ ทำให้นักเรียนจำเป็นต้องจะส่งพัสดุมาให้ตรวจที่บ้าน เกิดเป็นซองพัสดุที่เหลือทิ้งจำนวนมาก อาจารย์กรคนเก่งเลยคิดไอเดีย ออกโจทย์สร้างผลงานจากวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ออกมางดงามอย่างไม่น่าเชื่อ งานส่วนนี้ถูกแสดงภายใต้ชื่อชุด From My Students

สุดท้ายก่อนจากกันเราถามคุณฐากรว่า เมื่อมองกลับไปในช่วงเวลานับสิบปีที่คลุกคลีอยู่กับสิ่งทอ เขาได้เรียนรู้อะไรจากเส้นทางของตัวเองมากที่สุด

“มาถึงจุดนี้ได้คือโคตรอดทน” คุณฐากรกล่าว

“เราไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมมากขนาดนั้น แต่พ่อแม่รักเรา เขาให้เราทำในสิ่งที่เราอยากจะทำมาตลอด แม้บางครั้งจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็ดื้อฝืนด้วยความมุมานะของเรา สุดท้ายมาถึงตรงนี้ เราก็ต้องอดทนกับความคาดหวังของครอบครัว ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรายืนหยัดกับสิ่งนี้ที่เราเลือกได้ เราต้องอดทนกับผู้ร่วมงานที่อาจจะไม่เข้าใจเรา อีกทั้งปัญหาอุปสรรค์ต่าง ๆ ร้อยแปดระหว่างทาง และที่สำคัญคืออดทนกับตัวเอง คือเราจะเอาแบบนี้ เราต้องเอาให้ได้” 

นอกจากความอดทนแล้ว เขายังอยากฝากข้อคิดเรื่องการพัฒนาต่อยอดโดยไม่ก็อปปี้ของเดิมด้วย 

“ไม่อยากฝากเรื่องฝีมือนะ เด็กสมัยนี้พัฒนาฝีมือได้รวดเร็วเพราะสื่อมันเยอะ กลายเป็นว่าอีกสิ่งที่อยากฝากคือ อย่าทำงานซ้ำ ถ้ามีคนทำแล้วอย่าไปทำซ้ำวนลูป ผู้ประกอบการทุกวันนี้เขาให้เราไปช่วยพัฒนา เราก็ไม่ควรไปทำสิ่งที่เขาทำได้อยู่แล้ว แค่ไปเปลี่ยนลายเปลี่ยนสี มันไม่ได้ยั่งยืน สำหรับกร เราควรให้ความรู้เขาด้วย ซึ่งเราก็ต้องกล้าทดลองก่อน และพอเราทดลองด้วยตัวเราเอง มันก็ไม่มีทางซ้ำใครอยู่แล้ว เวลาเอาไปถ่ายทอดต่อเขาก็ใช้ได้นาน ถ้ามันซ้ำ มันก็หากินได้ไม่นาน”

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

นิทรรศการ Spiritual Enternity โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ 

วันที่ 2 – 28 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 – 19.00 น. 

วันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) 

ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ TCDC กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2105 7400 #213, 214 หรือเว็บไซต์ www.tcdc.or.th

Writer

Avatar

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load