โหมโรง ภาพยนตร์ไทยปี 2547 ของ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ที่เกือบลาโรงตั้งแต่สัปดาห์แรกเพราะไม่มีผู้ชม ก่อนถูกกู้ชีวิตด้วยพลังโซเชียลยุคแรกอย่างพันทิป จนจุดกระแสดนตรีไทยฟีเวอร์ทั่วประเทศ และกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ถูกส่งชิงรางวัลออสการ์
มีหนังไทยไม่กี่เรื่องที่เกือบตายตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ฉาย แล้วกลับมาเป็นตำนานที่คนพูดถึงข้ามทศวรรษ
โหมโรง คือเรื่องหนึ่งในนั้น
โหมโรง คือภาพยนตร์อะไร

โหมโรง เป็นภาพยนตร์ไทยปี พ.ศ. 2547 กำกับและเขียนบทโดย อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ อำนวยการผลิตโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ร่วมผลิตโดยสหมงคลฟิล์ม พร้อมมิตร โปรดักชั่น ภาพยนตร์หรรษา และกิมมิคฟิล์ม
เนื้อเรื่องของ โหมโรง ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) บรมครูดนตรีไทยยุครัตนโกสินทร์ ผ่านยุคทองที่รุ่งเรืองสูงสุดและยุคที่ตกต่ำที่สุดของวงการดนตรีไทย นำแสดงโดย อนุชิต สพันธุ์พงษ์, อดุลย์ ดุลยรัตน์, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง และ ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า
ก่อนจะมีชื่อว่า โหมโรง

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ โหมโรง ไม่ได้มีชื่อนี้ตั้งแต่แรก
ชื่อแรกที่อิทธิสุนทรตั้งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “แสนคำนึง” ตามชื่อเพลงที่หลวงประดิษฐไพเราะแต่งขึ้นเพื่อต่อต้านนโยบายควบคุมดนตรีไทยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่ชื่อนั้นดูหวานเกินไปและไม่สื่อสารเนื้อหา จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อโปรเจกต์ภาษาอังกฤษว่า The Overture แทน
ชื่อภาษาไทย “โหมโรง” มาทีหลังสุด เพราะเพลงโหมโรงคือเพลงที่ใช้เริ่มต้นการแสดงดนตรีไทย เปรียบเหมือนวงออร์เคสตราตะวันตกที่เปิดการแสดงด้วย Overture — ความหมายเดียวกันในสองภาษา
แรงบันดาลใจจากระนาดเอกหน้าวงออร์เคสตรา
จุดเริ่มต้นของ โหมโรง มาจากภาพที่อิทธิสุนทรไม่เคยลืม
ขณะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับครูดนตรีไทยหลายท่าน เขาได้ชมการแสดง “มหาราชาคอนแชร์โต” ของวง Bangkok Symphony Orchestra ซึ่งเป็นคอนแชร์โตที่แต่งขึ้นเพื่อโซโลระนาดเอกโดยเฉพาะ ภาพระนาดเอกวางเด่นอยู่หน้าวงออร์เคสตราเกือบร้อยชิ้นตลอดความยาว 19 นาที ทำให้เขาตัดสินใจว่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของดนตรีไทยจะเป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องแรกในรอบ 10 ปีของเขา
อิทธิสุนทรเริ่มต้นโปรเจกต์ โหมโรง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2544 แต่กว่าจะสร้างเสร็จและได้ฉายจริงในเดือนกุมภาพันธ์ 2547 รวมเวลาถึง 2 ปีครึ่ง
เกือบถูกถอดจากโรง ก่อนพันทิปจะกู้ชีวิต
สิ่งที่ทำให้ โหมโรง กลายเป็นปรากฏการณ์ไม่ใช่แค่เนื้อหา แต่คือเส้นทางที่แทบไม่มีใครเชื่อ
ช่วงสัปดาห์แรกที่ฉาย โหมโรง มีผู้ชมไม่ถึงสิบคนต่อรอบ เกือบถูกถอดจากโปรแกรมฉาย ผู้กำกับเองถึงกับเกือบคิดจะหนีไปบวช แต่ด้วยพลังของผู้ชมที่ติดอกติดใจ โดยเฉพาะในห้องเฉลิมไทยของเว็บไซต์ Pantip ที่ไม่อยากให้ โหมโรง ต้องลาโรงก่อนวัยอันควร จึงช่วยกันเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ จนเกิดกระแสโด่งดังไปทั่วประเทศ
นี่คือหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ของพลัง “ปากต่อปาก” ผ่านอินเทอร์เน็ตในยุคที่โซเชียลมีเดียยังไม่เกิด และกลายเป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นกับหนังไทยเรื่องใดมาก่อน
ดนตรีไทยฟีเวอร์ ปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครคาด
ผลพวงที่สำคัญที่สุดจาก โหมโรง คือการจุดกระแส “ดนตรีไทยฟีเวอร์” ทั่วประเทศ
หลายคนไม่ได้ดู โหมโรง เพียงรอบเดียวแต่ดูหลายรอบ ครูอาจารย์พานักเรียนไปดูในโรงภาพยนตร์เป็นหมู่คณะ และความสนใจในดนตรีไทยที่เคยซบเซากลับมาคึกคักอีกครั้ง จนถูกนำไปสร้างเป็นทั้งละครโทรทัศน์และละครเวที
ฉากที่คนดูจดจำมากที่สุดคือฉากประชันระนาดระหว่างศรกับขุนอิน ซึ่งอิทธิสุนทรได้แรงบันดาลใจมาจากภาพระนาดเอกหน้าวงออร์เคสตราที่เขาเห็นมาก่อน
รางวัลและเกียรติยศของ โหมโรง
โหมโรง ทำรายได้ 52.72 ล้านบาท และกวาดรางวัลมากมายทั้งจากรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 14 ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และอีกหลายสาขา รวมถึงรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี และรางวัลจากชมรมวิจารณ์บันเทิง
ในระดับนานาชาติ โหมโรง ได้รับรางวัล Audience Award จาก Miami International Film Festival และ Maine International Film Festival ในปี 2548 และได้รับเลือกเป็นตัวแทนภาพยนตร์จากประเทศไทยส่งเข้าประกวดรางวัลออสการ์ครั้งที่ 77 สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ
โหมโรง ในวันนี้ 20 กว่าปีที่ยังไม่จาง
แม้ผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว โหมโรง ยังถูกพูดถึงและฉายซ้ำอยู่เสมอ ในวาระครบรอบ 20 ปี ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า ผู้รับบทขุนอินในภาพยนตร์ ยังร่วมจัดกิจกรรมรำลึกถึงความสำเร็จของหนังเรื่องนี้
อิทธิสุนทรเคยให้สัมภาษณ์ว่าแรงบันดาลใจในการทำ โหมโรง ส่วนหนึ่งมาจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ทำให้เขาตั้งคำถามว่าควรแสวงหาความเป็นไทยและรากเหง้าของเราอยู่ที่ไหน — คำถามที่ โหมโรง ยังตอบได้อยู่จนถึงทุกวันนี้
เพลงที่เริ่มต้นก่อนการแสดงจะเริ่ม
ชื่อ โหมโรง หมายถึงเพลงที่เล่นก่อนการแสดงดนตรีไทยจะเริ่มขึ้นจริง — เป็นการประกาศว่าทุกอย่างกำลังจะมา
บางทีนั่นคือสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำกับวงการหนังไทยและดนตรีไทยจริงๆ — มันไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการที่คนไทยจำนวนมากหันกลับมามองรากเหง้าของตัวเองอีกครั้ง
โหมโรง (The Overture) | ฉาย: กุมภาพันธ์ 2547 | กำกับ: อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ | แรงบันดาลใจ: หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) | รายได้: 52.72 ล้านบาท | รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 14: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม | ตัวแทนไทยชิงออสการ์ครั้งที่ 77
