หากใครเคยได้นั่งรถผ่านตรงข้ามโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง คงจะสังเกตบ้างว่ามีตึกลายแผนที่โบราณสีขาว-น้ำเงินตระหง่านอยู่

“ลงทุนขนาดนี้ ใครจะชอบตึกลื้อเหรอ” อากงเพื่อนบ้านพูด ไม่รู้ว่ากำลังปรามาสหรือถามด้วยความสงสัยจากใจจริงกันแน่

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แม้ดูจะแปลกตาชาวบ้านแถวนั้นบ้าง แต่ ‘The Kheha’ (เดอะ เคหา) ที่พักนักท่องเที่ยวและร้านอาหารที่อดีตเป็นธนาคารนี้ ก็สร้างมาจากแพสชันในศิลปะของผู้เป็นเจ้าของร้าน อ้อย-อินทิรา ทัพวงศ์ และการร่วมมือออกแบบ ร่วมใจเพนต์ผนังทั้งภายนอก-ภายในของแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์วัย (กำลังจะ) เกษียณ

เราเห็นกระบวนการก่อร่างของตึกนี้มาแต่ไหนแต่ไร ด้วยพ่อก็เป็นหนึ่งในแก๊งศิลปินที่ว่า

“วันนี้ไปไหน”

“ไปร้าน” พ่อตอบประโยคที่เราคุ้นเคยมาร่วมปี ถึงจะเหนื่อย แต่แน่นอนว่าทุกคนสนุกกับการไปเพนต์ผนังกับเพื่อน

ไม่ง่ายเลยที่ตึกธนาคารยุค 80 จะปรับฟังก์ชันภายใต้ข้อกำหนดยิบย่อยได้อย่างดี ไม่ง่ายเลยที่จะนำศิลปะหลายสไตล์ของคนร่วมสิบมารวมกันให้ลงตัวได้ และไม่ง่ายอีกเช่นกันที่จะเริ่มเปิดทำการภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ควรค่าที่อย่างยิ่งที่จะนำเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้มาเล่า

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

ออกเรือสำเภา

อินทิรา เจ้าของ The Kheha เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ทำงานอยู่ที่แบรนด์เสื้อผ้าแถวหน้าของเมืองไทยมานาน 40 ปี เธอเคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันที่ตนเองเรียนจบมาด้วย

อินทิรามีพื้นเพเป็นคนบางลำพู ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเกสต์เฮาส์-โฮสเทลมากมายให้เห็นจนชินตา ด้วยความเป็นนักเรียนศิลปะ เธอคิดเงียบ ๆ ว่า ถ้านักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้สัมผัสการถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านงานศิลปะก็คงดี ประจวบเหมาะกับที่ทำเสื้อผ้ามาถึงจุดอิ่มตัว เธอก็คิดอยากทำอะไรที่อยู่ถาวร จับต้องได้ สร้างสรรค์ และแสดงถึงความคิดของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ความคิดจะทำที่พักนักท่องเที่ยวจึงแล่นเข้ามาในหัว

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“เราเห็นแบบไทยจ๋าไปแล้ว หรือไม่ก็ตะวันตก เป็นโรงแรมหรูหราไปเลย เราก็อยากหาอะไรที่มันมีความสวยงามของศิลปะไทยและตะวันตกมารวมกันอย่างสวยงาม” เจ้าของร้านในลุคเสื้อคอเต่าคิดฝัน “อยากให้เป็นที่รวมคนที่ชอบงานศิลปะ ชอบท่องเที่ยว เป็นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทั้งโมเดิร์นและชอบความเป็นไทย”

‘เพนต์ตึกเป็นแผนที่’ เป็นไอเดียเริ่มต้นของโปรเจกต์ สำหรับเธอ แผนที่สื่อถึงการเดินทางของนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก เธออยากให้ตึกของเธอมีลายแผนที่เดินเรือสมัยโบราณวาดไว้ ส่วนภายในตึกก็เป็นภาพวาดตามธีมตะวันออกพบตะวันตกโดยแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์

หลังจากที่วนหาตึกเหมาะ ๆ ในถิ่นกำเนิดอย่างบางลำพูอยู่หลายรอบแล้วไม่พบจนเกือบถอดใจ เธอก็มาพบกับตึกที่ต้องตาอย่างจังเข้าที่ย่านบำรุงเมือง

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“โอ้ว้าว! ตึกเก่า ทรงสวยว่ะ!” อินทิราอุทาน แล้วภาพแผนที่โลกในหัวก็ถูกทาบลงบนตึกนั้นโดยอัตโนมัติ “มันทั้งอยู่สามแยก ทั้งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล ที่จอดรถไม่มี แต่เราไม่ได้คิดเรื่องฮวงจุ้ยหรืออุปสรรคอะไรเลย เราคิดแค่ว่าถ้าวาดต้องเจ๋งแน่”

ก่อนหน้านั้นเธอได้เกริ่นถึงโปรเจกต์ตามใจตัวเองนี้กับรุ่นพี่คนหนึ่งไว้ว่า หากมีโอกาสได้ทำเข้าจริง ๆ ก็อยากให้รุ่นพี่คนนี้เป็นคนลงมือแปลงโฉมตึกให้ โชคดีที่เมื่อได้เห็นตึกที่อินทิราเล็งไว้ เขาก็ตอบรับทำสมใจ รุ่นพี่คนนั้นคือ สมชาย จงแสง ดีไซเนอร์จาก Deca Atelier และศิลปินศิลปาธร สาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์คนแรกของประเทศ

“เราก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่มัณฑนศิลป์ แล้วอ้อยเขาก็ทำดีไซน์ ทำแฟชั่น เพราะฉะนั้นไอ้เรื่องแพสชันศิลปะมันไม่ต้องคุยแล้วล่ะ เขามีของเขาอยู่แล้ว” สมชายบอกถึงเหตุผลที่ตัดสินใจรับงานนี้ “แล้วอ้อยเขาก็มาแบบง่ายๆ เราไม่เกร็งกับตัวเขา”

เมื่อได้ฤกษ์เริ่มคิดงาน อินทิราก็เริ่มคิดถึงภาพวาดภายในที่เธออยากให้เพื่อน ๆ มาช่วยวาด

“เราไม่คิดถึงคนอื่นเลย เรานึกถึงไอ้เพื่อนที่เราสนิท จะได้ขอร้องให้มาช่วยกันง่ายขึ้น” เธอหัวเราะลั่น “แต่ละคนมีศักยภาพในแนวของตัวเอง คนนี้เก่งด้านเพนต์เนี้ยบมาก อีกคนเพนต์แบบเป็น Abstract อีกคนเพนต์ลายไทย มันก็มีหลากหลาย เลยมาปรึกษาพี่สมชายว่า พี่ ถ้ามันเป็นหลายแนวจะอยู่รวมกันได้มั้ย”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

‘Less is a bore’

แฟชั่นดีไซเนอร์อารมณ์ดีอย่างอินทิราไม่ชอบความมินิมอล เธอเป็นคนชอบเอาอะไรเยอะ ๆ มาอยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งงานยาก ๆ ตรงนี้จะตกเป็นหน้าที่ของสมชายในการจัดวางทุกอย่างเข้าด้วยกัน

“ปกติเราต้องคิดเองทั้งหมด แต่อันนี้เราเอาสิ่งที่เขามีแพสชันมาทำ มีเพื่อนของเขามาร่วมกันวาดรูป คิดในแง่ของการทำงานมันก็สนุกเนอะ” แม้จะยาก แต่สมชายก็ดูจะเอ็นจอยไม่แพ้กัน

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แปลงตึกธนาคารเป็นที่พำนัก

ดั้งเดิมทีเดียวที่ตั้งของตึกนี้เคยเป็นตึกแถว 3 ห้อง จากนั้นก็ทุบสร้างใหม่เป็นตึกนี้ที่อายุราว 40 ปี ซึ่งเคยใช้เป็นบริษัทเงินทุน และเปลี่ยนมาเป็นธนาคารธนชาตตามลำดับ

สมชายเล่าว่าถนนสวนมะลินี้เป็นย่านธุรกิจใหม่ โดยทั่วไป รอบ ๆ จะเป็นตึกแถวขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เป็นบริษัทของคนจีน ตึกนี้จึงดูแปลกและสมัยใหม่เมื่อเทียบกับตึกอื่น ๆ ในละแวก

“Space เนี่ย มันต้องมี Spirit นะ” สมชายเริ่มเล่าถึงความยากของงานชิ้นนี้ เมื่อสิ่งที่อินทิราอยากได้ไม่ใช่แค่ดีไซน์เท่านั้น แต่เธอต้องการงานศิลปะด้วย “ถ้าเราได้ตึกเก่าย่านรัตนโกสินทร์มา มันจะมี Volumn ของ Space ที่เหมาะ แค่เราใส่อะไรไปนิด ๆ Spirit มันก็จะได้เลย แต่เมื่อเป็นตึกสมัยใหม่ยุค 80 ความรู้สึกก็จะเป็นอีกแบบ”

อย่างที่เคยเห็นกัน ตึกธนาคารที่เก่าหน่อยจะมีความแกรนด์ เมื่อเดินเข้าประตูไปจะพบกับโถงฝ้าสูงแบบ Double Height ซึ่งความแกรนด์นี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีเสียทุกครั้งไป สำหรับสมชาย ที่พักควรมีความ Cozy แต่โถงใหญ่ที่นี่ทำให้ตึกนี้ดูคล้ายโชว์รูม โดยการลดทอนความโอ่อ่านี้ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน

“ปกติผมจะใช้สถาปัตยกรรมซ้อนเข้าไปอีกทีหนึ่ง แต่อันนี้มันทำไม่ได้ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง วิธีแก้ก็คือ Tone Down มันลงมา เช่น สีเข้มขึ้น ฝ้าลดลง ให้ความรู้สึกมันกระชับขึ้นครับ แล้วก็ทำ Space ที่ใหญ่ให้ Borderless (ไร้ขอบเขต) ซอยแพตเทิร์นกระเบื้องบนพื้นและผนัง อย่าให้เห็นรูปทรงของ Space ชัดเจน”

“อย่างผนังห้องนี้นะครับ จริง ๆ ห้องมันอยู่แค่นี้ แต่เราก็ดึงผนังสีดำนี่ออกไปอีก เพื่อลดความใหญ่ของ Space ข้างล่างลง” สมชายชี้ผนังห้องชั้นลอยที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ให้ดู “แล้วก็ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวของห้องนี้ด้วย พอดึงผนังออกไป คนนั่งกินข้าวข้างล่างก็มองไม่เห็นห้องนี้”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จริงอย่างที่ผู้ออกแบบตั้งใจ พอดึงผนังออกไป เราก็รู้สึกว่าห้องเงียบสงบและเป็นส่วนตัวพอจะใช้เป็นห้องประชุมได้เลย

นอกจากนั้นยังมีความยากอีก 3 อย่าง 

ยากแรกคือความเป็นสามเหลี่ยมของตึก ทำให้ลำบากในการซอยห้องพักเป็นรูปทรงที่ตอบโจทย์

ยากที่สองคือความแบนของตึกสำนักงาน ทำให้ห้องออกมายังไม่ลงตัวเท่าที่คิด Volumn ของ Space ยังไม่ค่อยไปด้วยกันกับงานเพนต์ของเพื่อน ๆ ตามที่ตั้งใจไว้

ยากที่สามคือเรื่องข้อกำหนดของการทำห้องพักให้เช่าชั่วคราว ซึ่งมีเรื่องทางหนีไฟที่ต้องอยู่ด้านหน้า และเรื่องการห้ามยื่นอะไรออกมานอกถนนตามราชกิจจานุเบกษา จึงต้องย้ายคอมเพรสเซอร์แอร์มาไว้ด้านหน้า และทำฟาซาดตึกเพื่อลดความเป็นโชว์รูมไม่ได้

แม้ด้านดีไซน์จะยังไม่เต็มร้อย ถึงอย่างนั้นอินทิราและสมชายก็พอใจในแง่ของการเป็นที่พักที่มีจำนวนเตียงเพียงพอ มีห้องหลายแบบให้เลือกสรร ทั้งห้องนอนรวมกันมีเตียงสองชั้น สำหรับชาวแบ็กแพ็กที่อยากหาที่นอนง่าย ๆ และห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

“งานดีไซน์ที่ต้องตอบโจทย์ก็คงเป็นหมดนั่นแหละ ต้องปรับให้ได้ตามปัจจัยแวดล้อม” แฟชั่นดีไซเนอร์ให้ความเห็น “อย่างเวลาเราออกแบบเสื้อผ้า เราอยากให้มีตรงนี้ ๆ หน่อย มันก็ไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าติดอันนี้ไปแล้วราคาแพง ติดอันนี้ลูกค้าอาจจะไม่เก็ต มีอยู่แล้ว เพราะเราไม่ใช่ Pure Art มันต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร
The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จับแพะชนแกะ จับเยอะชนแยะ

เจ้าของโปรเจกต์ตั้ง ‘ความเป็นไทยที่ไม่ใช่ไทยจ๋า มีความเป็นไทยผสมกับตะวันตก’ เป็นโจทย์ให้กับเพื่อน ๆ และรุ่นน้องมัณฑนศิลป์อีก 3 คนที่มาช่วยงาน โดยมีพ่อของเรา ตั้ง-ณัฐพงษ์ เรืองเวส ผู้เป็น Interior Designer เป็นที่ปรึกษาเรื่องหาตัวเพื่อนที่มีสไตล์เหมาะ ๆ มาวาด เรื่องเลือกรูปวาดให้ตรงธีม และเป็นผู้ร่วมวาดเองด้วยอีก 1 คน

“ประเทศไทยนี่มองได้หลายมุมนะ แต่ส่วนตัวเรามองความเป็นไทยในแง่ของความสนุก สดชื่นเฮฮา คาดการณ์ไม่ได้ มากกว่าไทยประเพณี ก็เลยคิดว่าดีแล้วที่มีใครต่อใครมาช่วยกันทำให้ Space สนุก”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

ตามที่ได้บอกไป ตึกนี้มีลักษณะ Space บางอย่างที่เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นโถงทางเข้าที่ใหญ่โต หรือชั้นอื่น ๆ ที่ฝ้าเตี้ยมาก ๆ เพราะเคยเป็นสำนักงานมาก่อน ดังนั้น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ดีไซเนอร์หลักอย่างสมชายจะต้องทำ คือพิจารณาว่างานของใครมีคาแรกเตอร์เหมาะจะอยู่ใน Space แบบไหนกันบ้าง

“อย่างจ๊วด ภาพเขาไม่ต้องเป็นห้องก็ได้ ภาพเขาดูทันสมัย เป็นกึ่ง ๆ กราฟฟิตี้ เหมาะจะอยู่ใน Space ที่มัน Borderless” สมชายวิเคราะห์ให้ฟัง งานของ จ๊วด-วรเศรษฐ์ นพอภิรักษ์กุล คือภาพคนที่อยู่บริเวณชั้นล่าง

“ส่วนอันนี้ถ้าไป Borderless มันคงไม่ได้ มันต้องเป็นห้องจบ” สมชายพูดพลางผายมือไปที่ภาพวาดแนวจิตรกรรมฝาผนังของ ต๊อก-ทศพร แสวงการณ์ ในห้องที่เรานั่งคุยกันอยู่ “อย่าง อภิชัย วิจิตรปิยกุล เขาเป็นคนเขียนสวย เขียนเล็ก งานเขาต้องอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ได้ ถ้าเราเอางานเขาไปลงในพื้นที่ใหญ่ ๆ อย่างงานจ๊วดมันก็จะหาย มองไม่เห็น”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“บางทีก็มีถามกันขำ ๆ ว่า ทำไมฉันไม่ได้มีเขียนอยู่ตรงนั้นตรงนี้บ้าง!” อินทิราเม้าท์เพื่อนออกรส ในที่สุดแล้วก็มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง ได้แก่ ห้องจิตรกรรม ห้องพวงมาลัย ห้องดอกไม้ไทย ห้องดอกไม้ขาว ห้องลายสักไทย ห้องท้องร่องสวน ห้องลายสักไทย ห้องลายรดน้ำประยุกต์ และห้องลายไทยสตูดิโอ

แล้วก็มาถึงส่วนสำคัญที่อินทิราฝันไว้ตั้งแต่ตอนแรก คือแผนที่ภายนอกอาคารโดยเพื่อนชื่อ ‘สุทิน’ โดยใช้เป็นแผนที่โบราณยุคที่ชาวตะวันตกเดินทางล่าอาณานิคม วาดเป็นลายเส้นและมีภาพเรือสำเภาในแผนที่

“สีที่ใช้เป็นสีที่บอกคาแรกเตอร์ทั้งตะวันตกและตะวันออก เพราะตอนทำคอนเซ็ปต์เรานึกถึงเครื่องลายครามของจีน ของฝรั่ง ที่เป็นสีไวท์-บลู” สมชายบรรยาย

การเพนต์ภายนอกนี้เป็นส่วนที่เหนื่อยที่สุดของโปรเจกต์ สุทินและทีมของเขาต้องใช้การตีสเกลเป็นช่อง ๆ แทน เพราะตึกติดถนน ทำให้ใช้การถอยระยะฉายโปรเจกเตอร์เพื่อวาดเหมือนงานอื่น ๆ ไม่ได้ ทั้งยังต้องตั้งนั่งร้านสูงเท่าตึกสี่ชั้น แล้วคลุมสแลนตามกฎของเทศบาล ระหว่างทำจึงต้องเผชิญกับทั้งความร้อน ทั้งฝุ่น และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย วาดรูปไปพร้อมกับสลิง 

The Kheha เป็นที่ที่รวมความร่วมมือของเพื่อนหลายต่อหลายคน บางคนไม่ถนัดวาดก็ช่วยทำโลโก้ บางคนก็ช่วยเขียนคำบรรยาย รวมทุกขั้นตอนใช้เวลาทั้งหมดปีกว่า ๆ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“การทำงานของที่นี่แตกต่างจากที่อื่น ที่สำคัญคือมัณฑนศิลป์มันคือการออกแบบ ไม่ใช่ Pure Art ด้วย” อินทิราอธิบาย “แล้วมันก็เป็นการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะเกรงใจ แต่นี่เรามาลำบากด้วยกัน สนุกด้วยกัน เหมือนมานอนคณะ บางคนก็มาจากต่างจังหวัด มานอนที่นี่

“เอาจริง ๆ ถ้าไม่รักกันจริงไม่มีใครทำให้ มันไม่ได้สบาย ตอนวาดก็ยังเจาะ ฝุ่นเยอะ แอร์ก็ยังไม่ได้ติด เหมือนเขียนงานในไซต์ก่อสร้าง ผิดคาแรกเตอร์ของศิลปิน”

ถ้าเธอเทียบการมาเพนต์ผนังด้วยกันกับการ ‘นอนคณะ’ ได้ ถึงจะเหนื่อยหน่อย แต่จะเรียกโปรเจกต์นี้ว่าเป็นการคืนความสดชื่นของวัยเยาว์ก็ไม่ผิด

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

สนุกกับความเป็นไปได้

“ชื่อ The Kheha มาจากลูกชายนะ” อินทิราเผยตอนใกล้จบ

“สามีแต่งกลอนเก่ง ชื่อที่เขาตั้งจะยากมาก เป็นสวรรค์เป็นอะไร มันเพราะแต่มันไม่ใช่ พอลองคิดว่าเป็นที่พักนักเดินทาง ลูกชายก็บอกว่า เคหาไง แปลว่าบ้าน ภาษาอังกฤษก็เขียนสวยนะแม่”

เส้นทางของบ้านหลังนี้ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว หลังจากที่สร้างเสร็จก็เจอกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกแรกปะทะเข้ามาทันที นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกมาไม่ได้เหมือนที่คาดไว้ The Kheha ก็ไม่ได้เปิดเต็มทุกฟังก์ชันอย่างที่ตั้งใจ ด้านล่างที่เคยเตรียมไว้เป็นรีเซปชันและ Working Space จึงได้ปรับเป็นร้านอาหาร

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

คอนเซ็ปต์ของการตกแต่งเป็นไทยผสมตะวันตก คอนเซ็ปต์ของอาหารเองก็เช่นกัน โดยเชฟที่มาช่วยทำเมนูออกแบบให้อาหารมีความผสมผสาน อย่างสปาเกตตี้ผัดกะเพรา หรือครัวซองต์กับมัสมั่น ฟังดูไทยแต่ก็มีอะไรใหม่ ๆ เข้าไปด้วย

“มัสมั่นรสชาติเหมือนกินที่บ้านที่แม่เราเคี่ยวเอง แต่ก็ปรุงแต่งอะไรให้มันไปตามคอนเซ็ปต์” อินทิราเล่า ก่อนบอกว่าเมนูเด็ดที่สุดของที่นี่ คือข้าวน้ำพริกกากหมูปลาทูทอดและไข่เจียวมหาศาล (ที่แปลว่าเครื่องเยอะ)

“จากที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นร้านอาหารอย่างสมบูรณ์ พอทำแล้วกลับประสบความสำเร็จ เราก็เลยโชคร้ายในโชคดี โชคดีในโชคร้าย

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“Space ที่เคยบอกว่าดูกว้างก็เลยโอเค ไม่ต้อง Cozy แล้ว กลายเป็นร้านอาหารที่เพดานโปร่ง นั่งสบาย ลูกค้าไม่รู้สึกอึดอัดเวลามาทาน”

แม้บาร์ด้านบนดาดฟ้าที่ตั้งใจให้เป็นไฮไลต์จะไม่ได้เปิดใช้เพราะสถานการณ์โรคระบาด ห้องพักหลายห้องที่เตรียมไว้ก็เปิดได้บางห้อง แต่ถึงอย่างนั้นอินทิราก็ยังนำพาความคึกคักมาสู่บ้านหลังนี้จนได้ ด้วยการใช้ Space ที่ยังไม่ได้กั้นเป็นห้องชัดเจนมาจัดนิทรรศการศิลปะ

ปี 2021 เราได้มาร่วมงานนิทรรศการ ‘วันศิลป์ พีระศรี’ อยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นอินทิราชวนเพื่อน ๆ ในแวดวงเดียวกันให้นำงานศิลปะเกี่ยวกับอาจารย์ศิลป์มาแสดง ทั้งภาพวาดและประติมากรรม เมื่อวางอยู่ใน Space ที่มีลวดลายฝีมือศิษย์สำนักอาจารย์ฝรั่งแล้วก็ได้บรรยากาศไม่น้อย

“ช่วงที่จัดงานอาจารย์ศิลป์ก็รื้อเมนูที่อาจารย์ชอบขึ้นมาทำ” เจ้าของร้านชาวศิลปากรกล่าว 

“เคยมีเพื่อนของเพื่อนเป็นศิลปินจากนิวยอร์ก มาเช่าพื้นที่เป็นสตูดิโออยู่เป็นเดือน ๆ ด้วยนะ” พื้นที่ที่ว่าคือห้องลายไทย แต่เธอบอกว่า จริง ๆ แล้วทุกชั้นที่มีพื้นที่เปล่า ๆ ใช้เป็นสตูดิโอได้ทั้งหมด “ตอนนี้ก็มีศิลปินจากเยอรมนีกำลังจะมาเหมือนกัน เขาเห็นตึกแล้วมันดึงดูด พอขึ้นไปดูแล้วก็บอกว่าเจ๋งมาก”

“Living in an art space.” อินทิราว่า

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

จากที่คุยกันกว่า 2 ชั่วโมง สำหรับเรา The Kheha คือความไม่คาดฝัน ตั้งแต่แนวคิดของเพนติ้งที่มาจากมุมมองของอินทิราว่า ประเทศไทยสนุกสนาน คาดการณ์ไม่ได้ มาจนถึงการทำงานที่ต้องแก้ปัญหาระหว่างทางกันไม่ได้พัก และเมื่อเปิดใช้งานก็มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ท้ายที่สุด เราจบลงด้วยการช่วยกันระดมสมองว่า ต่อไปที่นี่จะแปลงร่างเป็นอะไรได้อีกบ้าง ซึ่งก็ได้ข้อสรุปหลวม ๆ ว่า The Kheha ต้อนรับทุกคนที่ชอบศิลปะ เห็นคุณค่าของงานที่ทีมงานช่วยกันลงไม้ลงมือและลงใจเต็มร้อย โดยสามารถติดต่อเข้ามาใช้พื้นที่ในตึกที่ยังว่างได้แบบไม่จำกัดว่าจะใช้ทำอะไร อาจจะทำสตูดิโอ จัดสัมมนา จัดเวิร์กชอป หรือหากอยากเช่าดาดฟ้าไปจัดกิจกรรม รับลมชมดาวก็ได้เช่นกัน

ดูเหมือนว่าตึกลายแผนที่โบราณ อดีตตึกธนาคารนี้จะเล่นสนุกได้อีกเยอะ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

สำหรับคนชอบสถาปัตยกรรม รักบรรยากาศวินเทจ ชอบเดินเล่นชมเมืองสวยๆ หรือรสนิยมตรงกับทุกข้อที่กล่าวมา ย่านเมืองเก่าภูเก็ตคงเป็นจุดหมายที่น่าไปเยี่ยม อาคาร 2 ชั้นสไตล์เพอรานากันที่เรียงรายตามถนนสายเก่าคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมที่ปีนังหรือมะละกา ตึกแถวของเมืองท่าติดทะเลผสมวัฒนธรรมจีนเข้ากับกลิ่นอายฝรั่ง ดีเทลเล็กๆ อย่างขอบโค้งของหน้าต่าง ลายฉลุบนกำแพง หรือระเบียงกว้างบนชั้นสอง ล้วนยืนหยัดทนแดด ฝน ลมทะเล และกาลเวลา มาอย่างสง่างาม

ฉันเดินดูตึกเก่าที่ภูเก็ตทั้งวันได้โดยไม่เบื่อ และชอบนอนพักในย่านเมืองเก่ามากกว่าโรงแรมใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะความสวยน่ามอง แต่เพราะยุคสมัยของตึกแบบนี้จบลงไปแล้ว อดีตที่อาศัยอยู่ในอิฐปูนทำให้บ้านเรือนที่นี่มีความจริง มีความทรงจำ และมีความหมายพิเศษสำหรับแขกผู้มาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

ตึกสีชมพูพาสเทลแบบหนัง Wes Anderson ในซอยรมณีย์ ถนนถลาง เป็นหนึ่งในอาคารที่ฉันประทับใจมากที่สุด มันสวยเก๋ตามสมัย ขณะเดียวกันก็รักษาความดีงามของยุคเก่าไว้ครบถ้วน ชั้นล่างของตึกเป็นร้านไอศกรีม Torry’s Ice Cream ที่อร่อยเป็นบ้าเป็นหลัง ส่วนชั้นบนเป็นที่พักเล็กๆ ชื่อ 2rooms Boutique House โดยสองสามีภรรยา ทัช-ธรัช กับ ชมพู่-วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ สถาปนิกจาก Dhamarchitects ตัดสินใจลงทุนรีโนเวตอาคารเก่าเป็นโรงแรมที่สะท้อนตัวตนของพวกเขามากที่สุด

บ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อน (ร้อนพอจะเป็นข้ออ้างให้ซื้อไอศครีมกินหลายลูกโดยไม่รู้สึกผิด) ฉันได้โอกาสเข้าไปเมียงมองห้องพักแสนสวย และพูดคุยกับทัชเรื่องการตบแต่งอาคารเพอรานากันนี้ใหม่ ตั้งแต่โครงสร้างภายนอกจนถึงไอเดียเบื้องหลังทุกซอกทุกมุม

ชิโน-โปรตุกีส

บ้านตัวอย่าง

Dhamarchitects เป็นบริษัทสถาปนิกที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโรงแรมในภาคใต้ ทัชชอบธรรมชาติ ส่วนชมพู่ชอบศิลปะ ทั้งคู่ผสานจุดเด่นของตนเองเข้ากับบริบทสิ่งแวดล้อมใกล้ทะเล ยิ่งรับงานออกแบบโรงแรมในภูเก็ตและพังงามากเข้า พวกเขาก็เริ่มมองเห็นจุดผิดปกติบางอย่างในการสร้างและรีโนเวตโรงแรมในปัจจุบัน

“เราทำโรงแรมบ่อยจนเป็นของถนัด และเจอว่าโปรแกรมที่เจ้าของโรงแรมให้มามักมีความผิดพลาด เวลาทำโรงแรม เจ้าของต้องไปกู้ต้องแบงก์มา เขาเชื่อว่าต้องทำห้องเยอะๆ เพื่อให้ได้เงินเยอะพอไปผ่อนแบงก์ ทีนี้พอในเมืองมีห้องเต็มไปหมด ก็ต้องแข่งฟันราคากันเละ ทั้งที่เพดานราคาก็ไม่สูงอยู่แล้วเพราะไม่เห็นวิวทะเล เราเลยคิดว่าเมืองเก่าควรมีห้องจำกัด หมดแล้วหมดเลย คุณต้องต่อคิวกันมานอน ยิ่งมีห้องน้อย ห้องก็จะเต็มเร็วขึ้น ราคาย่านนี้ก็สูงขึ้น”

สถาปนิกหนุ่มเล่าว่าเคสที่เขามักเจอคือลูกค้าถูกใจตึกเก่าเลยตั้งใจซื้อมาทำโรงแรม แต่พอคำนวณตัวเลขธุรกิจแล้วก็ต้องทุบตึกโบราณทิ้ง เพราะค่ารีโนเวตแพงกว่าสร้างใหม่ สุดท้ายเรื่องมักลงเอยที่การสร้างที่พักราคาย่อมเยาแห่งใหม่ขึ้นเสมอ

“สมมติคุณมีตึกแถว 1 คูหา 2 ชั้น ชั้นล่างต้องเป็นที่รับแขก มันจะแบ่งได้สักกี่ห้องเชียว แบ่งเป็นห้องข้างหน้ากับห้องข้างหลังดีสุด ตรงกลางมีทางเดินกับห้องเล็กๆ เบ็ดเสร็จแล้วคุณอยากได้เงินเท่าไหร่ บางทีเราก็ถามเขาไปกวนๆ นะ พี่กล้าทำห้องเดียวใหญ่ๆ แล้วขายราคาเท่า 3 ห้องมั้ย ยิ่งห้องเยอะ ต้นทุนก็อีกเรื่องนึงนะ ทั้งค่าเตียง ค่าอุปกรณ์ปูที่นอน เขามักจะไม่เชื่อ ถามกลับเสมอว่าทำได้จริงเหรอ เราเลยอยากทำ mock-up ขึ้นมาให้ดู จำลองธุรกิจให้เขาดูด้วยว่ามันเป็นไปได้”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

“จริงๆ ไอเดียของเราคือ 1 room คอนเซปต์แรกคือ 1 ชั้นมี 1 ห้อง แต่เผอิญเราได้ 2 ห้องเลยทำเป็น 2 rooms เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนมาพักทุกวัน เดือนนึงมี 10 – 20 วันก็เพียงพอแล้ว เราพยายามบอกเรื่องนี้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามา พาเขามาดูตัวอย่างที่นี่ ล่าสุดลูกค้าที่อยากได้ห้องเยอะก็เปลี่ยนใจแล้ว เอาห้องน้อยๆ ก็ได้ พอเห็นภาพก็นึกออกว่ามันน่าอยู่ เห็นความเป็นไปได้หลายทางในการทำที่พัก”

สถาปนิกหนุ่มสาวใส่ความเชื่อของตัวเองเต็มที่ลงในการออกแบบโรงแรมเล็กๆ เมื่อไม่มีโจทย์ลูกค้ามากำหนด สิ่งเดียวที่เป็นตัวตั้งในสมการออกแบบคือข้อจำกัดของอาคารเก่าเท่านั้น

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

เชื่ออย่างไหน ทำอย่างนั้น

อาคาร 2 คูหานี้เคยเป็นสำนักพิมพ์ผลิตแผ่นพับภาษาอังกฤษชื่อ Art and Culture ที่รวมรวมเรื่องงานศิลปะในภูเก็ตมานานนับ 10 ปี เมื่อเจ้าของที่เป็นชาวต่างชาติตัดสินใจย้ายออกจากตึก Dhamarchitects เข้ามาเซ้งตึกต่อกับบริษัทตันติโกวิทย์ และเปลี่ยนสำนักงานติดแอร์ทั้งหลังให้กลายเป็นอาคารโปร่งกึ่ง outdoor ตามสไตล์บ้านแบบบาบ๋าย่าหยาอีกครั้ง

เมื่อเดินผ่านหน้าบ้านที่เป็นร้านไอศครีม กลางบ้านสีเหลืองคือคอร์ตกว้าง หลังคาเปิดออกเห็นท้องฟ้า มีบ่อรับน้ำฝนตรงกลาง ด้านหลังมีบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แยกออกเป็นห้องพัก 2 ปีก

ชิโน-โปรตุกีส

“การอยู่บนเกาะภูเก็ตทำให้วัสดุที่ใช้แพงขึ้นเพราะมีค่าขนส่ง แต่สิ่งที่ได้มาฟรีคือแดด ลม ฝน ที่นี่แดดจัด ลมแรง ฝนมาทีก็หนักเลย ของพวกนี้มันทำให้ฤดูกาลมันชัด เราไม่สามารถไม่คิดถึงมันได้ อีกอย่างคือตึกเก่าจะมีแพตเทิร์นของมัน เห็นบ่อน้ำก็รู้ว่าเคยเป็นคอร์ต พอเปิดโรงแรมก็ต้องเอาพวกนี้มาเล่น ฝนตกก็ให้เห็นไปเลยว่าตก มีที่ให้ลมระบายได้ แล้วสถาปัตยกรรมที่โอเคมันต้องเล่นกับแสงเงา เราต้องคิดว่าอาคารเราสวยที่สุดตอนกี่โมง อย่างที่นี่ตอนเช้าๆ จะสวยดี สบายหน่อยเพราะไม่ร้อน เน้นให้อยู่สบายแบบกว้างๆ โล่งๆ คือเราจะป้องกันแดดฝน 100% เลยก็ได้ ใครก็ทำได้ ปิดให้หมดเลย แต่เราอยากให้เข้า ให้โดนสักหน่อย เปียกบ้างก็ไม่เป็นไร”

“เราโตมาแบบฝนตกแล้วคว้าสบู่วิ่งออกไป แล้วพี่ชายคว้าแชมพูตามหลัง บางทีฝนหยุด ฟองยังไม่หมดก็มี แต่เดี๋ยวนี้คนกลัวฟ้ากลัวฝนกันหมด นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ตากฝนแบบเบิกบานใจ เลยอยากออกแบบให้ความรู้สึกเก่าๆ มันกลับมา”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ผลของการออกแบบโดยใช้สัญชาติญาณและอ่านร่องรอยสถานที่ ทำให้อาคารหลังนี้กลับไปมีหน้าตาคล้ายคลึงกับสมัยก่อนโดยบังเอิญ ระหว่างที่ค้นข้อมูลเรื่องบ้านเก่า สถาปนิกหนุ่มได้เจอคนเก่าแก่ที่เฉลยให้เขาฟังว่าอาคารหลังนี้เคยเป็นร้านกาแฟมา 70 ปี มีเจ้าของกิจการคนเดียวไม่เคยเปลี่ยนมือ

“ตึกนี้ถือเป็นตึกที่ประหลาด ถ้าเป็นห้องแถวเขามักจะซอยเป็นห้องๆ แต่ตึกนี้ออกแบบมาตั้งแต่แรกให้มี 2 คูหา บ้านอยู่ข้างบน ข้างล่างเป็นร้าน เขาบอกว่าสมัยก่อนมันก็หน้าตาแบบนี้แหละ แค่บันไดเป็นบันไดทึบขึ้นข้างเดียว เราก็เชื่อว่ามันควรจะเป็นแบบนี้”

ชิโน-โปรตุกีส

ลงมือเปลี่ยนแปลง

ก่อน Dhamarchitects เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ ชั้นบนของตึกเป็นห้องทำงานเจ้าของสำนักพิมพ์ ส่วนชั้นล่างเป็นที่ทำงานพนักงาน ปัญหาเดิมของตึกทึบเดินแอร์ทั้งระบบคือความมืดและความร้อนอับ บันไดพาดคร่อมปิดบ่อน้ำ สถาปนิกหนุ่มสาวจัดการรื้อพื้นชั้น 2 บันได และหลังคาบางส่วนออก แล้วทำบันไดใหม่เป็นแบบ outdoor ให้พื้นที่เปิดโล่งและบ่อน้ำได้กลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

กำแพงด้านหลังบ้านเจาะรูเป็นวงกลมขนาดใหญ่ 2 วงซ้อนกันเพื่อให้ผนังมีความพรุน ไม่ทึบตัน ทัชอธิบายว่าเขาไม่สามารถรื้อกำแพงได้ตามชอบใจเพราะตึกเก่าใช้ผนังรับน้ำหนัก เลยต้องเลือกเจาะแค่บางส่วนให้แดดส่องและลมระบาย

“ที่เจาะผนังเป็นรูปนี้เพราะ 1 รูมก็คือ 1 เซลล์ มันเป็น 2 เซลล์ผสานกัน และเป็นโลโก้ของ 2 rooms ด้วย มองแล้วมันเหมือนตัวดับเบิ้ลโอของคำว่า room”

ชิโน-โปรตุกีส

เราเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แบ่งเป็นปีกซ้ายขวา แต่ก่อนพื้นที่นี้ล้อมด้วยกระจกใสและมีบานเลื่อน สองสามีภรรยาไม่รื้อกระจกออกเพราะใช้กันเสียงได้ แต่ใช้วิธีปูไม้ล้อมกระจกอีก 1 ชั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้ห้องพัก ห้องนอนทั้งสองห้องขนาดไม่สมมาตรเพราะตัวตึกเอียงเล็กน้อย แต่ออกแบบให้คล้ายคลึงเหมือนห้องแฝด ด้านหน้าห้องนอนจะมีห้องน้ำบานเฟี้ยมกึ่ง outdoor ด้านหน้า ส่วนห้องนอนสีน้ำเงินขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มดูภูมิฐาน ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าอยู่เหมือนบ้าน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

ตกแต่งภายใน

นอกจากเตียง ตู้เสื้อผ้า โซฟานั่งเล่น ห้องนอนของ 2rooms Boutique House ยังมีโต๊ะให้เขียนหนังสือและทานข้าว เพราะเจ้าของตั้งใจออกแบบให้แขกที่มาพักนั่งนอนเล่นได้ทั้งวันในห้องแบบ open plan และแทนที่จะซื้อภาพสีน้ำหรือสีน้ำมันมาตกแต่งห้อง พวกเขาก็ติดภาพสเกตช์โรงแรมต่างๆ ที่เคยออกแบบหรือรีโนเวตแทน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“ตัวตึกภายนอกมันช่วยเราได้เยอะ ข้างนอกเราไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะมันต่อเนื่องกันทั้งซอยอยู่แล้ว แต่ข้างในเราต้องทำให้มันมีลูกเล่น ทำให้เป็นแบบจีนยุคแรกๆ ไม่ออกสไตล์โคโลเนียล และเครื่องเรือนจะผสมความเป็นจีนกับอย่างอื่นนิดหน่อย เอาเครื่องเรือนมือสองมาผสมปนๆ กัน อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้ใส่ทีวีก็เอามาทำเป็นมินิบาร์ แต่ไม่มีทีวี เพราะเราเป็นคนไม่ดูทีวี และเชื่อว่าคนสมัยนี้ก็ไม่ค่อยดูทีวี เขาดูไอแพ็ดดูมือถือกัน เราว่าถ้าติดไปอย่างงั้นๆ อย่าติดเลยดีกว่า แต่ถ้าเป็นโรงแรมของลูกค้า เขาก็จะอยากให้มีสักหน่อย (หัวเราะ)”

ชาว Dhamarchitects อยากให้แขกอยู่กับตัวเอง อยู่กับความเรียบง่าย และใช้ชีวิตช้าลง พื้นที่หน้าเตียงจึงมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงพร้อมแผ่นเสียงพร้อมสรรพแทนที่โทรทัศน์

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“เรา 40 แล้ว เราเบื่อที่เราลืมเพลงที่เราฟัง ลืมว่าตั้งค่ากล้องไว้ว่าอะไร เพราะของที่สะดวกมันคิดแทนเราหมด เลยเลือกของที่ดึงสติกลับมาหมดเลย กลับมาใช้อะไรช้าๆ แอนะล็อก ของสมัยที่เรายังเด็กกว่านี้ คิดมากกว่านี้ เวลาฟังเพลงก็ไม่ฟังเพลย์ลิสต์ที่ไหลไปเรื่อยๆ อย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียง 5 เพลงก็ต้องลุกขึ้นไปเปลี่ยนแผ่นแล้ว แต่เราก็มีของที่เรารู้สึกว่าสำคัญนะ ไม่ได้ตั้งใจให้แขกต้องลำบาก เตรียมปลั๊กแบบนานาชาติ จานชามเผื่อซื้อของมากินในห้อง คือคิดเผื่อคนพักเลย ไม่ได้คิดว่าทำโรงแรมแล้วต้องทำแค่นั้นแค่นี้พอ”

พื้นที่รื่นรมย์

การพักผ่อนที่ 2rooms Boutique House ไม่มี welcome drink แต่จะมี welcome scoop จากร้านไอศครีมด้านหน้าให้กินวันละลูก ทัชเล่าให้ฟังว่าเขาตัดสินใจให้ร้าน Torry เช่าพื้นที่หน้าตึกทันทีที่ได้ชิมไอศครีม ปัจจุบันซอยรมณีย์จึงเป็นจุดแวะเยี่ยมที่มีชีวิตชีวา ผู้คนเดินเข้าออกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจตลอดทั้งวัน

“ซอยรมณีย์ ชื่อนี้บอกแล้วว่ามันเกี่ยวกับธุรกิจโคมเขียวโคมแดงต่างๆ คนจะลงทุนบางคนเขาก็รู้สึกว่าที่มันไม่มงคล แต่เส้นนี้เป็นเส้นเดียวที่ตึกทุกหลังยังสมบูรณ์ใกล้เคียงแบบเดิมอยู่ เราน่าจะลองเปลี่ยนค่านิยมลบๆ จากรมณีย์แบบนั้นให้กลายเป็นรมณีย์อีกแบบนึง เป็นที่พักที่ดี และทำให้ย่านนี้ดีขึ้นได้”

สถาปนิกหนุ่มตบท้าย ฉันกวาดตามองถนนสายเล็กๆ เบื้องหน้าที่ดูอบอุ่นน่ารักแล้วเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาพูด รมณีย์ในปัจจุบันกำลังมอบความรื่นรมย์แจ่มใสให้กับทุกคนที่ผ่านมาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

2 rooms Boutique House

สถาปนิก: ธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ, วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ
16 ซอยรมณีย์ ถนนถลาง ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต
FB | 2rooms Boutique House
076 354 335

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load