อาหารบนโลกกลมๆ ใบนี้เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ตามเวลาและโอกาส บ้างเปลี่ยนเพราะการเกิดขึ้นหรือเข้ามาของวัตถุดิบ บ้างเปลี่ยนเพราะการหายไปของวัตถุดิบ บ้างเปลี่ยนเพราะรสนิยมของคนยุคนั้น บ้างก็เปลี่ยนตามวิถีชีวิตแบบใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงของอาหารมักจะก่อให้เกิดประเด็นในการวิพากษ์ ผัดกะเพราเป็นหนึ่งในอาหารไม่กี่อย่างที่เร่งเร้าบทสนทนาเรื่องการเปลี่ยนไปของอาหารไทยได้อย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน ไม่แพ้รสชาติจัดจ้านของผัดกะเพรา

ผัดกะเพราเป็นอาหารจานด่วนในใจของใครหลายคน มันถูกเรียกว่า ‘อาหารสิ้นคิด’ เพราะคิดอะไรไม่ออกก็สั่งผัดกะเพราไข่ดาว ส่วนจะเป็นหมู ไก่ เนื้อ ก็แล้วแต่ความชื่นชอบส่วนบุคคล

ผัดกะเพราเป็น อาหารริมทาง หรือ street food แบบอาหารตามสั่ง ไม่ว่าจะร้านใหญ่ร้านเล็กก็ต้องมีอาหารรายการนี้ติดร้าน อาหารจานนี้นำเสนอความเรียบง่ายให้คนกิน เพราะเร่ิมต้นด้วยวัตถุดิบเพียงแค่พริก กระเทียม ใบกะเพรา เนื้อสัตว์ และน้ำปลา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษเศรษฐกิจ หรือความอยากกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ จึงเพิ่มถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหอมหัวใหญ่ ลงไป จนกลายเป็นวัตถุดิบที่ใส่กันจนเป็นปกติ ส่วนใบกะเพราน่ะเหรอ แทบจะต้องพลิกจานหา เพราะสัดส่วนของวัตถุดิบเริ่มเน้นหนักที่โปรตีนแทน

วัตถุดิบอย่างใบกะเพราก็มีคนหยิบยกขึ้นมาโต้เถียงกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว บางคนบอกว่าต้องใช้ใบกะเพราแดงบ้านเท่านั้น มันคือใบกะเพราสีดำแดงปนเขียวเข้ม ใบขนาดเล็ก ไม่ได้ใหญ่เหมือนใบกะเพราที่ขายตามห้างซึ่งผ่านการเร่งโตด้วยปุ๋ยและยา แถมยังไม่มีความหอมและความฉุนอย่างที่กะเพราควรจะมี กะเพราเป็นพืชที่ปลูกง่าย เอาดอกแห้งโรยๆ ก็ขึ้น เสน่ห์ของต้นกะเพราที่ปลูกแบบบ้านๆ คือ เวลาเอามือไปลูบที่ต้นจะได้กลิ่นหอมของกะเพราติดมือ และมีกลิ่นลอยกรุ่นอยู่ตรงนั้น

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

ต่อมาเป็นเรื่องของพริก พริกที่ใช้ต้องเป็นพริกขี้หนูสวน เม็ดเล็ก เรียว ไม่อ้วน ไม่ป้อม และต้องมีกลิ่นหอมมาก่อนความเผ็ด ผัดกะเพราจึงเป็นเหมือนอโรมาเธอราปี เป็นอาหารที่ใช้กลิ่นไว้บำบัดความหิวและความเครียดได้เป็นอย่างดี อาหารไทยในปัจจุบันมักลืมเอกลักษณ์สำคัญนี้ เพราะอาหารไทยที่ดีนอกจากจะต้องมีสมดุลระหว่างรสชาติและรสสัมผัสแล้ว กลิ่นของอาหารถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้อาหารไทยมีความเป็น ‘ลักษณะไทย’ ที่หาอาหารชาติใดเหมือน

มาถึงกระเทียม ผัดกะเพราต้องใช้กระเทียมไทยเท่านั้น แม้ว่าเราจะได้รับอิทธิพลด้านเทคนิคการทำอาหารมาจากชาติมหาอำนาจอย่างจีนล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ครัวอย่าง กระทะเหล็กและตะหลิว เครื่องปรุงอย่างน้ำมัน วิธีปรุงที่เรียกว่า ‘ผัด’ ซึ่งใช้ไฟแรง ดังเช่นวลีเกี่ยวกับการทำอาหารในภาษาไทยเรายุคก่อนคือ ‘ต้มยำทำแกง’ ไม่ใช่ ‘ต้มผัดแกงทอด’ ที่เราคุ้นหูจากเพลงโฆษณาทางโทรทัศน์

บางบ้านถนัดสับซอยพริกกับกระเทียม บางบ้านโขลก บางบ้านปั่นด้วยเครื่องปั่นมือขนาดเล็ก จะทำวิธีไหนก็ตามสะดวกเถิด ขออย่างเดียวแค่ทำแล้วต้องใช้เลย อย่าให้มีกลิ่นช้ำๆ ถ้าอยากรู้ว่ากลิ่นที่ว่านี้เป็นอย่างไร ก็ลองตำพริกกับกระเทียมแล้วตักใส่ถ้วยทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประเทศไทยสัก 3 – 4 ชั่วโมงหรือข้ามคืน แล้วลองดมดู มันคือกลิ่นเดียวกับพริกกระเทียมที่เอาไว้ให้เราเติมในน้ำจ้ิมสุกี้ตามร้านนั่นเอง

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

เครื่องปรุงถัดมาคือ น้ำปลาดี น้ำปลาแท้น้ำหนึ่ง ไม่ใช้น้ำปลาผสมและน้ำปลาเทียมเด็ดขาด ต่อด้วยน้ำตาลทรายไม่ขัดขาว เครื่องปรุงชนิดนี้สร้างข้อโต้เถียงในวงการอาหารไทยอย่างมหาศาล เพราะหลายคนเชื่อว่าอาหารไทยต้องไม่ปรุงรสด้วยน้ำตาล บางคนก็หนีจากน้ำตาลไปใช้ผงชูรสแทน แม้ว่าน้ำตาลทรายถูกผลิตในระบบอุตสาหกรรมซึ่งไม่สามารถทำเองที่บ้านได้ แต่ผงชูรสก็ดูจะไม่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่สิ่งที่หนักกว่าการพึ่งผงชูรสก็คือ การใช้น้ำมันหอย หรือซอสปรุงรส เพราะถ้าพลิกขวดอ่านฉลากดูจะเห็นว่า กว่าครึ่งคือน้ำตาลและผงชูรสในรูปแบบต่างๆ ทั้งนั้น เราเลือกใช้น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว ไม่ฟอกสี และหวังว่าจะมาจากอ้อยอินทรีย์ เพื่อตัดรสให้มันกลมๆ ลิ้นเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจให้หวานนำอย่างผัดกะเพราสมัยนี้

แล้วก็มาถึงเครื่องปรุงอีกสองอย่างที่ไม่จำเป็นในการผัดกะเพราเลยคือ ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วหวาน เรากำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่หรือเปล่า มันเป็นผัดกะเพรานะไม่ใช่ผัดซีอิ๊ว ผัดกะเพราไม่จำเป็นต้องสีเข้มถึงจะอร่อย แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเยิ้มเหนียวเป็นน้ำแดง ซึ่งความเยิ้มนี้มาจาก น้ำมันหอย มันกลายเป็นรูปลักษณ์ของผัดกะเพราที่มองดูแล้วอร่อย

อาจเป็นเพราะข้าวที่นิยมราดผัดกะเพราเป็นข้าวแข็งอย่างเหลืองประทิวหรือเสาไห้ เรากลัวข้าวแข็งไปจึงต้องทำให้กะเพราเยิ้มอย่างที่เป็นในปัจจุบัน ถ้าเราใช้ข้าวหอมมะลิที่นิ่มหน่อยก็น่าจะถูกจริตกับผัดกะเพราที่ไม่เยิ้มด้วยน้ำมันหอยหรือซีอิ๊วหวาน แต่อนิจจา อนิจจัง ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ใครชอบกินแบบไหนก็กินแบบนั้น ผลพลอยได้จากการกินต่างคนต่างรับผิดชอบกันเอง อัตตา หิ อัตตโน นาโถ อย่างแท้จริง

เอาล่ะ หลอกให้อ่านมาตั้งยาว ราวกับข้อมูลในโลกดิจิทัลก่อนจะกดตกลงยอมรับในเงื่อนไข เราก็มาถึงวิธีทำ

ตั้งกระทะ ทอดไข่เป็ดดาวซะก่อน จะได้ไม่ต้องล้างกระทะหลายรอบ ถ้าชอบไข่ขาวกรอบ ใช้ไฟแรง แต่ถ้าชอบไข่ขาวนิ่ม ใช้ไฟเบา ทอดให้ไข่แดงเป็นยางมะตูมหรืออ่อนกว่านั้นจะดี เพราะมันจะเยิ้มมาผสมกับผัดกะเพราพอดี

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

จากนั้น ซอยพริก สับกระเทียม เด็ดกะเพราทั้งใบ ทั้งดอก ตั้งกระทะใบเดิม ใส่น้ำมันหมู ผัดพริก กระเทียม ดอกกะเพรา ให้หอม ใส่หมูสับ เบาไฟ ขยี้ให้หมูไม่ติดเป็นก้อน จากนั้นเร่งไฟ ใส่น้ำปลาดี พริกไทยป่น แตะน้ำตาลนิดเดียว เอาใบกะเพราลง ผัดให้สลด เติมน้ำสต๊อกพอให้ขลุกขลิกราดข้าวได้ ชิมรส แล้วยกขึ้น

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

เครื่องปรุงคู่บุญของผัดกะเพราไข่ดาวคือ น้ำปลาพริก ถ้าใช้พริกดอยจะหอมอีกแบบและเผ็ดดี บีบมะนาวนิดหน่อย ให้หอมกลิ่นมะนาวเขียวพอสดชื่น ใครชอบเผ็ดก็เติมพริกซอยในน้ำปลาพริกได้ มากน้อยตามชอบใจ

ความไม่แน่นอนดูจะเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด การเปลี่ยนไปของผัดกะเพราเป็นธรรมชาติ เป็นเรื่องปกติ และเราคนไทยก็คงไม่มีผัดกะเพรา ถ้าไม่ได้รับเอาวัฒนธรรมการผัดและการใช้น้ำมันของจีน ถ้ามิชชันนารีจากโปรตุเกสไม่ได้นำพริกจากโลกใหม่มาถึงกรุงศรีอยุธยา เราอาจจะกินผัดพริกไทยกันอยู่ร่ำไป ถ้าไม่มีชาวจีนหรือชาวคริสต์มาเลี้ยงหมูให้ เราอาจจะกินกะเพรานกกระจาบกันอยู่ก็เป็นได้

อาหารเปลี่ยนแปลงได้ ขออย่างเดียวว่า เปลี่ยนแล้วดีขึ้น อร่อยขึ้น อย่างที่นักมานุษยวิทยา Jeffrey M. Pilcher (เจฟฟรีย์ เอ็ม. พิลเชอร์) เคยบอกไว้ว่า อาหารจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป ตราบเท่าที่เรายังปรุงมัน (เทคนิคอาจเปลี่ยนไปบ้าง) ด้วยความเคารพคนที่ทำอาหารจานนั้นมาก่อนเรา

โบคงทำได้เพียงภาวนาให้ผัดกะเพรา อาหารจานสิ้นคิดของคนไทย เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปอย่างงดงาม ตามกาลเวลา

คนโบราณกินผัดกะเพราต่างจากเรายังไง

Writer

ดวงพร ทรงวิศวะ

ดวงพร ทรงวิศวะ เกิดและโตที่กรุงเทพฯ จบการศึกษาทางด้านโภชนศาสตร์จากประเทศออสเตรเลีย อาหาร ประวัติศาสตร์ นโยบายการเมือง วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำเกษตร และเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่เชฟโบสนใจและนำมาประยุกต์ใช้กับการปรุงอาหารที่โบ.ลาน เชฟโบได้รับเกียรติเป็นเชฟหญิงที่ดีที่สุดของเอเชีย เมื่อปีพุทธศักราช 2556 หลังจากเปิดโบ.ลานได้ 4 ปี ทุกวันนี้เชฟยังมีความสุขกับการค้นหาสูตรอาหารที่คนหลงลืม ชิมรสชาติของพืชผักพื้นบ้าน และตีความอาหารไทยไปในทิศทางต่างกันตามแต่ละกรณี

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ปากะศิลป์

เรื่องเล่าและเรื่องราวที่รายล้อมอยู่รอบอาหารไทย

ข้าวต้มดูเหมือนจะเป็นอาหารธรรมดาๆ แต่ก็แตกแขนงออกมาได้หลายแบบตามความชอบส่วนบุคคล จนไปถึงความชอบส่วนตระกูล

ข้าวต้มฮกเกี้ยนอย่างที่บ้านต้องต้มข้นๆ ไม่เห็นข้าวเป็นเม็ดๆ ซดน้ำไม่ได้ หรือแบบที่ไม่ต้องพุ้ยเข้าปาก ข้าวต้มบางแบบก็ยังมีข้าวเป็นเม็ดสวย น้ำเยอะ บางทีก็ใส่มันชิ้นโตๆ พ่อเล่าให้ฟังว่าพอสงครามจบข้าวหายาก ต้องใส่มันใส่เผือกลงในข้าวต้มเพื่อเพิ่มปริมาณ แต่ปัจจุบันแม้ว่าข้าวจะมีมากมายก็ยังเป็นที่นิยมกินกันถ้วนหน้า

ข้าวต้มของใครหลายคนยังเป็นการหุงข้าวสวย แล้วเอาน้ำร้อนๆ มาราด นิยามลักษณะทางกายภาพของข้าวต้มจึงมีความหลากหลายสูงมาก   

ข้าวต้มมีนัยสำคัญที่แตกต่างกัน บ้างว่าเป็นอาหารคนป่วย จะท้องเสีย เป็นไข้ เจ็บคอ นอนโรงพยาบาล ก็หนีไม่พ้นข้าวต้มถ้วยนี้ จนมีสำนวนว่า ‘หยอดน้ำข้าวต้ม’ เกิดขึ้น

ข้าวต้มยังเป็นอาหารที่ติดยึดกับพิธีด้วย เมื่อเรามีเค้กเป็นของที่ขาดไม่ได้ในวันเกิด วันแต่ง เราก็ขาดข้าวต้มไม่ได้ในงานศพ แต่จะออกเป็นแนวข้าวต้มเครื่อง

บางคนก็ว่าเป็นอาหารคนเมา กินแล้วสร่างเมา อย่างข้าวต้มรอบดึกที่มีชื่อเสียงในเมือง ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีร้านข้าวต้มดังประจำจังหวัด

หรือจะเป็นข้าวต้มรอบเช้าของอาม่า อากง ที่มีรากอารยธรรมจีน

กับข้าวข้าวต้มรอบเช้าและรอบดึกมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน

ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน

กับข้าวข้าวต้มตอนเช้าหนีไม่พ้นหมูหยอง ผักกาดดอง ไข่เค็ม เต้าหู้ยี้ แตงกวาดองอย่างจีน ถั่วลิสงทอดโรยเกลือ กับข้าวข้าวต้มเช้าส่วนใหญ่เป็นของถนอมอาหาร น่าจะมาจากความสะดวกรวดเร็ว และกับข้าวของข้าวต้มมื้อเช้าส่วนใหญ่มาจากกระป๋องหรือขวด เปิดแล้วก็เทใส่จานได้เลย

แต่กับข้าวของข้าวต้มมื้อเย็นหรือรอบดึกนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กับข้าวข้าวต้มรอบดึกจะเป็นของที่ต้องใช้เวลาในการเตรียม การทำนานๆ อย่างพะโล้ จับฉ่าย กานาฉ่าย ต้มหน่อไม้ ทำกันเป็นวันๆ หรือหลายวัน จะมาตื่นเพื่อทำจับฉ่ายแล้วได้กินในมื้อเช้าคงสาหัสระดับหนึ่ง

กับข้าวข้าวต้มรอบดึกยังมีรสชาติที่จัดจ้านอีกด้วย อย่างผักกาดดองก็ง่ายเชียว ซื้อผักกาดดองจากเจ้าที่ไว้ใจได้โดยเลือกซื้อสองรส คือมีเค็ม มีเปรี้ยว ถ้าซื้อเปรี้ยวอย่างเดียวเอามายำไม่อร่อย ต้องเอาไปต้มกับกระเพาะหมู จัดการล้างสักหน่อยพอให้โอ่ แล้วสะเด็ดน้ำพักไว้ ซอยพริกขี้หนูบางๆ หอมซอย ผักชีเด็ดใบไม่ต้องมาก จับผักกาดดองลงชามโคม โรยน้ำตาลทราย ใส่หอม บีบมะนาว เหยาะน้ำปลาพอดี คลุกให้พอน้ำตาลละลาย โรยผักชีได้เลย

ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน

ปลาเค็ม ถ้าไม่เอาไปนึ่งกับหมูสับก็โดนยำเช่นเดียวกัน ตามมาด้วยพวกยำปูดองรสจัด กั้งดองรสจัด เหมาะกับคนที่กำลังเมาได้ที่ ไข่เค็ม กุนเชียง ก็ยำ เจออะไรก็จับมายำหมด เป็นสิ่งสะท้อนได้งดงามมากถึงความสามารถของคนไทยที่รับเอาวัฒนธรรมการกินของชาติอื่นแล้วทำให้กลายเป็นของไทย โดยมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนเหมือนกับเย็นตาโฟหรือก๋วยเตี๋ยวเรือ รับเอาของคนอื่นมาดัดแปลงให้ถูกปากแล้วยึดเลย

คนรุ่นนี้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร fusion น่าจะถอดบทเรียนเหล่านี้ได้จากคนรุ่นก่อนๆ อาหารไทย fusion ยุคนี้จะมีอรรถรสให้เสพมากกว่าที่เป็นอยู่  

ไหนๆ โบพูดถึงปลาเค็มนึ่ง ปลาเค็มนึ่งเป็นหนึ่งในอาหารจานหนึ่งที่พอจะทำที่บ้านได้ ไม่เกินความสามารถ ก็น่าจะเป็นหมูสับปลาเค็มนึ่ง ถ้าหมูสับดี ปลาเค็มอร่อย ก็ไม่ต้องพึ่งฝีมือ ปลาเค็มที่ทอดแล้วมาบิกับหมูสับติดมันนิดหน่อยกำลังดี เอาหอมแดงซอยผสมเข้า ลงน้ำตาลนิดหน่อยให้พอกลมๆ ถ้าชอบเผ็ดนิดๆ ก็ทุบพริกลงไปด้วย นึ่งไม่นานก็ได้กลิ่นหอมฉุย เตรียมตักข้าวต้มรับประทานได้   

ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน

ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน

นอกจากอาหารต้ม อาหารยำ อาหารนึ่งแล้ว อาหารจานผัดก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้

เมื่อกินข้าวต้มรอบดึกอย่างผัดผักบุ้งไฟแดง ผัดกุยช่ายขาวหมูกรอบ ไชโป๊ผัดไข่ ไข่เจียว ผัดใบปอ หอยกะพง รวมถึงผัดหนำเลี้ยบจีน ผัดใส่กระเทียมเยอะๆ ถึงจะอร่อย หนำเลี้ยบซึ่งหนังสืออาหารเก่าบางเล่มเรียก หนำพ้วย เป็นมะกอกสีดำชนิดหนึ่งจากจีน ต้องดองกับน้ำเกลือ ให้ความขื่น ความขมหายไป เหลือแต่ความมันไว้ และแน่นอนความเค็ม

ส่วนที่อร่อยของหนำเลี้ยบไม่ได้อยู่ที่เนื้อ แต่อยู่ที่เนื้อสีขาวที่อยู่ข้างในเม็ดของหนำเลี้ยบต่างหาก คนทำเท่านั้นถึงจะมีสิทธิพิเศษนี้

ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน

เมื่ือบิเนื้อออกจากเม็ดแข็ง แล้วเอามีดบังตอสับลงตรงกลาง จะได้เม็ดหนำเลี้ยบที่มีเนื้อสีขาว เหมือนหน้าสามเหลี่ยมตลกๆ เม็ดหนึ่งมีเนื้อในเม็ดนิดเดียว ใช้ไม้จิ้มฟันแคะเนื้อขาวนั้นออกมา เอาเข้าปาก เค็มๆ มันๆ เป็นหนึ่งในรสชาติที่บันทึกอยู่ในความทรงจำสมัยเด็ก เมื่อไปแกร่วอยู่ในห้องครัวก็จะได้ของอันโอชะนี้

คราวนี้ต้องจัดการกับเนื้อที่เหลือ เก็บเนื้อไว้สักครึ่งเม็ด ที่เหลือเอามาสับพร้อมกับหมู หมูเลือกมันมากหน่อย สับเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้ ตำกระเทียมไทยไม่ต้องละเอียดมาก ตั้งกระทะใส่น้ำมันหมูลงไป เจียวกระเทียมให้หอม พอกระเทียมใกล้จะได้ที่ ให้ใส่เนื้อหนำเลี้ยบที่ไม่ได้สับพร้อมหมูลงไป แล้วตักขึ้นให้หมด ตำกระเทียมเพิ่มอีกนิดหน่อยใส่ลงกระทะ ผัดพอให้กระเทียมไม่จับกันแล้วใส่เนื้อหมูที่สับกับเนื้อหนำเลี้ยบ ไฟไม่ต้องแรงมาก ผัดจนได้กลิ่นหอมและสุกดีแล้วจึงใส่พริกไทย

ถ้าเค็มมากให้ใส่น้ำตาลลงไปตัดนิดเดียว พอไม่ให้เค็มแหลมมากนัก ถ้าแห้งมากก็อาจเติมน้ำสต๊อกได้นิดหน่อย แต่อย่าให้แฉะมาก ตักขึ้นแล้วเอากระเทียมที่เจียวไว้กับหนำเลี้ยบโรยด้านบน

กับข้าวข้าวต้มมีเป็นร้อยชนิด เวลากินข้าวต้มรอบดึก กินคนเดียวไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่หรอก เพราะสั่งได้ไม่หลากหลาย ต้องยกพวกไปกินหลายๆ คน สั่งมาเต็มโต๊ะแล้วแย่งกันถึงจะอร่อย

ข้าวต้มและกับข้าวต้ม เมนูอาหาร fusion จีน-ไทยที่มีอรรถรสให้เสพกว่ายุคก่อน

Writer

ดวงพร ทรงวิศวะ

ดวงพร ทรงวิศวะ เกิดและโตที่กรุงเทพฯ จบการศึกษาทางด้านโภชนศาสตร์จากประเทศออสเตรเลีย อาหาร ประวัติศาสตร์ นโยบายการเมือง วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำเกษตร และเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่เชฟโบสนใจและนำมาประยุกต์ใช้กับการปรุงอาหารที่โบ.ลาน เชฟโบได้รับเกียรติเป็นเชฟหญิงที่ดีที่สุดของเอเชีย เมื่อปีพุทธศักราช 2556 หลังจากเปิดโบ.ลานได้ 4 ปี ทุกวันนี้เชฟยังมีความสุขกับการค้นหาสูตรอาหารที่คนหลงลืม ชิมรสชาติของพืชผักพื้นบ้าน และตีความอาหารไทยไปในทิศทางต่างกันตามแต่ละกรณี

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load