‘เกม’ เป็นสิ่งที่ถูกตีตราให้เป็น ‘ผู้ร้าย’ ในสังคมมานาน ทำให้คนเล่นเกมมีภาพลักษณ์ที่ติดลบและถูกเหมารวมในทางที่ผิดอยู่เสมอ

บ้างก็บอกว่าไร้สาระ บ้างก็มองว่าเสียเวลา บางครั้งก็ถูกโทษว่าทำให้คนก้าวร้าว ด้วยชื่อเสียที่สะสมมานาน เกมจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับคนเป็นพ่อแม่ จนแทบไม่มีครอบครัวไหนที่อยากสนับสนุนให้ลูกเล่นเกม หรือเห็นว่าเกมจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาความคิดของเด็กได้

แต่กับเด็กหนุ่มวัย 18 ปีที่อยู่ตรงหน้าเราคนนี้ เขาคือคนที่เชื่อในทางเลือกของตัวเอง เขาเติบโตมากับการเล่นเกมด้วยความเข้าใจของครอบครัว แม้ว่าสังคมนอกบ้านจะมองว่าเกมคือปัญหา แต่ 1 ปีที่ผ่านมา ‘เกม’ คือสิ่งที่พลิกชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

เจได-วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์ หรือ ‘Disdai’ คือนักกีฬา eSports จากทีม ‘The Jungle’ เขาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรกและคนเดียวในการแข่งขันเกม ‘Hearthstone’ และเป็นนักกีฬาชุดแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

แม้ว่า eSports จะถูกพูดถึงมาสักพักแล้ว แต่ในปีนี้จะเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ eSports ไทยก็คงไม่เกินไปนัก เพราะนี่คือปีแรกที่ eSports ถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในเกมกีฬาที่มีการแข่งขันในระดับสากล และเป็นปีแรกที่ประเทศไทยมีนักกีฬา eSports ทีมชาติ ซึ่งเข้าแข่งขันเพียง 3 เกมเท่านั้นคือ Hearthstone, ROV และ StarCraft II

เราอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับนักเล่นเกมมืออาชีพคนนี้ไปด้วยกัน และชวนทุกคนมารู้จักกับเส้นทางของนักกีฬาทีมชาติ ก่อนที่จะเข้าสู่สนามเอเชียนเกมส์

ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์ ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์

Beginner

ถ้าให้เรามองจากภายนอก เด็กหนุ่มอายุ 18 ปีที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ไม่ได้ดูแปลกหรือแตกต่างจากเด็กหนุ่มในวัยเดียวกันเท่าไรนัก ยิ่งถ้ารู้ว่าเขาชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจก็ยิ่งไม่ต่างจากเด็กทั่วไปมากขึ้นไปอีก แต่เมื่อเราได้เห็นไดในยูนิฟอร์มของนักกีฬาทีมชาติ และได้ฟังเขาเล่าถึงเกมที่เขากำลังจะลงแข่งขันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทำให้เราเข้าใจว่า เด็กรุ่นใหม่ที่ฝันอยากเป็นนักเล่นเกมส์มืออาชีพอย่างเขา คงชื่นชมในความเท่ของเขาไม่น้อย

ไดบอกว่า เกมคือสิ่งที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เขาเริ่มเล่นเกม PlayStation 2 ได้เพราะพ่อและแม่เป็นคนซื้อเกมให้ ในขณะที่หลายครอบครัวไม่อยากให้ลูกเข้าใกล้เกม เพราะมองว่าเกมคือสิ่งอันตรายสำหรับเด็ก

เขาเล่นเกมทุกแนวที่เด็กผู้ชายสนใจ และเปลี่ยนเกมไปตามยุคสมัยอยู่เรื่อยๆ แต่ความสนใจในวัยเด็กของเขาไม่ได้มีแค่หน้าจอคอมหรือจอยเกมกดในมือเท่านั้น สิ่งที่เขาสนใจและหลงใหลมากเป็นพิเศษคือ ‘การแข่งขัน’

“ผมเริ่มเล่นเกมมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่ก็เล่นไปอย่างนั้นไม่ได้มีเป้าหมายอะไร เล่นเพราะที่บ้านมีเกมให้เล่น แต่ตอนเข้าโรงเรียนประถมผมสนใจครอสเวิร์ดมาก ยิ่งเล่นก็ยิ่งสนุก และได้เจอคู่แข่งใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ผมก็เลยรู้ว่าตัวเองชอบการแข่งขันตั้งแต่ตอนนั้น แต่พอขึ้นมัธยมก็เลิกเล่นไปเพราะโรงเรียนใหม่ไม่มีครอสเวิร์ดให้เล่นแล้ว และช่วงที่ขึ้น ม.4 ในวิชาพละต้องเรียนปิงปอง ในช่วงนั้นผมติดใจกีฬาปิงปองมากจนต้องหาโอกาสแข่งปิงปองกับเพื่อนอยู่เรื่อย พอแพ้บ่อยเข้าผมก็สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงเก่งกันจังเลย ผมก็กลับไปศึกษาวิธีการตีปิงปองมากขึ้น เพราะไม่อยากแข่งแพ้อีกแล้ว พอมีการแข่งขันในโรงเรียนผมก็ลงแข่งจนได้เหรียญทองมา แม้มันจะเป็นการแข่งขันเล็กๆ ภายใน แต่ผมก็จริงจังกับการแข่งมากเพราะผมไม่ชอบความพ่ายแพ้”

ไดยอมรับว่าเขาหลงใหลกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิและการคิดวิเคราะห์มากเป็นพิเศษ เขาสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเองสนใจได้เป็นวันๆ โดยที่ไม่มองว่ามันเป็นเกมที่กดดัน ความพ่ายแพ้ในการแข่งขันแต่ละครั้งไม่ได้ทำให้ไดรู้สึกท้อแท้กับสิ่งที่เขากำลังทำ แต่มันมักจะเปลี่ยนเป็นพลังให้เขากลับมาสู้ใหม่ได้เสมอ

ทุกครั้งที่แพ้เขาจะกลับมาศึกษาวิธีการเล่นใหม่ทุกครั้ง และเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แม้ว่าการแข่งขันครั้งนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม แต่เส้นทางการเล่นครอสเวิร์ดและตีปิงปองของไดก็หยุดอยู่แค่นั้น ระหว่างรอเข้าเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไดได้รู้จักกับเกม Hearthstone จากคำแนะนำของเพื่อน และเริ่มเล่นเกมนี้เพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น โดยที่ไม่ได้คาดฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นเกมที่เปลี่ยนชีวิตของเขาได้

Hearthstone เป็นเกมการ์ดที่ต้องใช้ทั้งความคิดและไหวพริบในการแก้ปัญหา เป็นเกมที่เหมาะกับความสามารถและบุคลิกของไดอยู่แล้ว เพราะเขาชอบเล่นเกมประเภทเดี่ยวและชอบใช้ความคิดมากเป็นพิเศษ

ในการเล่นทุกครั้งผู้เล่นจะต้องเลือกการ์ดมาทั้งหมด 4 ชุด หรือ 4 เด็ค (ชุดละ 30 ใบ) เมื่อเริ่มเล่นเกมทุกคนจะมีปริมาณเลือดเท่ากัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งกันเปิดการ์ด และต้องบริหารการ์ดที่มีอยู่ให้ดี ใครลงการ์ดไม่ดีก็เสียแต้ม และถ้าใครเลือดหมดก่อนก็เป็นฝ่ายแพ้

ความท้าทายที่ทำให้ไดหลงใหลในเกมนี้คือกลยุทธ์ในการใช้การ์ดที่เราจะต้องคาดการณ์ไปล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน และเราจะแก้เกมอย่างไรเมื่อเจอปัญหา คนที่จะเป็นแชมป์ในเกมนี้ได้จึงต้องคิดว่าจะใช้ไพ่อย่างไรให้เอาชนะคู่แข่งได้

ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์ ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์

Turn Pro

เราฟังเขาอธิบายวิธีการเล่นอย่างเชี่ยวชาญ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาคลุกคลีกับเกมนี้อยู่นานแค่ไหน

ไดบอกว่า จากวันแรกที่เขาโหลดเกมนี้ลงในโทรศัพท์มือถือ จนถึงวันนี้ที่เขากำลังจะไปแข่งในนามทีมชาติไทย เขาใช้เวลาเพียง 1 ปีกับอีกประมาณ 6 เดือนเท่านั้น ที่เปลี่ยนจากมือสมัครเล่นมาเป็นมืออาชีพ

กีฬาชนิดอื่นอาจจะต้องใช้เวลาฝึกฝนจนกว่านักกีฬาจะพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เส้นทางของนักกีฬา eSports ไม่ได้ซับซ้อนหรือต้องรอให้ความสามารถสุกงอมก่อนถึงจะลงแข่งได้ ด้วยความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเขา บวกกับธรรมชาติของเกมออนไลน์ที่สามารถฝึกฝนได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ทำให้เขาเก็บแต้มและไต่ไปถึงอันดับต้นๆ ได้ในระยะเวลาที่ไม่นานนัก

“อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนชอบการแข่งขันมาก ตอนแรกเล่นเพราะเพื่อนชวน พอผมเริ่มเล่นไปเรื่อยๆ แล้วผมสนุกมากขึ้น ผมก็ยังติดนิสัยเดิมคือไม่อยากแพ้ ก็เลยต้องศึกษาเกมเพิ่มขึ้น พอเห็นในคอมมูนิตี้ของเกมนี้เปิดให้มีการแข่งขันเก็บแต้มเพื่อคัดเลือกไปแข่งระดับโลก ผมก็เลยเริ่มลองจากตรงนั้นดู ซึ่งความง่ายของการเล่นเกมออนไลน์ทุกวันนี้คือมันมีทัวร์นาเมนต์ทุกวัน ผมลองแข่งครั้งแรกแล้วก็ได้เป็นแชมป์ประจำวันของวันนั้นเลย ทำให้เริ่มรู้ตัวว่าผมเก่งเกมนี้พอสมควร เลยศึกษาวิธีการเล่นมากขึ้นและพยายามแข่งเก็บแต้มมาเรื่อยๆ”

การเก็บแต้มได้เยอะก็ทำให้อันดับของเขาสูงขึ้น และมีโอกาสไปแข่งขันในรายการใหญ่ในต่างประเทศได้ ซึ่งไดก็เป็นหนึ่งในคนไทยไม่กี่คนที่ได้โอกาสไปแข่งขันที่ซิดนีย์และเกาหลีใต้

แต่เกมการแข่งขันทุกเกมล้วนมีความผิดหวัง มีความพ่ายแพ้ แม้ว่าจะฝึกซ้อมไปดีแค่ไหนก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้ในสิ่งที่ต้องการ อาการ ‘หัวร้อน’ จึงกลายเป็นคำที่นิยามที่มองว่าคนเล่นเกมว่าเป็นคนก้าวร้าว และขาดการควบคุมอารมณ์ได้มากกว่าคนทั่วไป

“ผมก็เคยเป็นแบบนั้นนะ แต่พอรู้ตัวว่าตัวเองกำลังหัวร้อนอยู่ผมจะหยุดเล่นเลย เพราะเล่นยังไงก็แพ้ ถ้าเราดันธุรังเล่นต่อมันจะทำให้เราเครียดมากขึ้นกว่าเดิม ผมจะหยุดพักไปดูหนังฟังเพลงไปเลย บางทีเราเล่นติดกันมากๆ เล่นยังไงก็แพ้ ยิ่งช่วงไต่อันดับท้ายเดือนเพื่อเก็บแต้มผมจะแพ้บ่อยมาก ผมจะสังเกตตัวเองอยู่ตลอดว่าตอนนี้ผมทำอะไร รู้สึกยังไง และฝึกให้ตัวเองใจเย็นมากขึ้น เพราะยิ่งเล่นแบบเครียดๆ ก็ยิ่งหลุดโฟกัสได้ง่าย และแทนที่จะทำให้ไต่อันดับได้มากขึ้นกลับทำให้เสียอันดับเปล่าๆ ผมจะรอเล่นในตอนที่ผมพร้อมและใจเย็นมากกว่านี้

ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์ ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์

Pro-player

ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงเท่านั้นที่ตามมากับความสามารถและอันดับที่สูงขึ้น การเข้าสู่วงการนักเล่นเกมอาชีพทำให้เขามีรายได้จากการแข่งขัน ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ และได้รับโอกาสดีๆ จากผู้ใหญ่ในวงการเกมที่ผลักดันให้เขาไปสู่จุดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

กว่าไดจะเข้ามาเป็นตัวแทนทีมชาติหนึ่งเดียวของไทยได้ไม่ใช่เพราะเขาดวงดีหรือมีโชคช่วย แต่การจะเข้าสู่รอบคัดเลือกได้นั้นต้องเริ่มตั้งแต่การเก็บแต้มให้ได้มากที่สุดและเอาชนะคู่แข่งจนขึ้นสู่อันดับสูงสุดได้

ที่สำคัญ eSports เป็นกีฬาที่ไร้ข้อจำกัดในด้านอายุ ซึ่งหมายความว่าใครก็ตามที่เก่งในการเล่นเกมเดียวกันกับเราก็สามารถเป็นคู่แข่งของเราได้หมด

การคัดเลือกตัวแทนเข้าแข่งขันเกม Hearthstone ในนามทีมชาติไทยต้องแข่งกันทั้งหมด 8 คน และแบ่งการคัดเลือกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เลือกคนที่มีแต้มเยอะที่สุด 4 คนของประเทศไทยมาเป็นตัวยืน และอีก 4 คนเฟ้นหาจากการแข่งขันกันอีกหลายร้อยคน

ด้วยความสามารถแบบไร้ข้อกังขาของได เขาคือ 1 ใน 4 คนของกลุ่ม 1 ซึ่งถูกคัดเลือกมาแล้วว่ามีคะแนนสูงสุดของประเทศ

จาก 8 คน จะต้องมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติ การแข่งขันในครั้งนี้จะต้องพบกันหมดทุกคน คนที่ชนะและได้แต้มมากที่สุดเท่านั้นจึงจะได้เป็นตัวแทนของทีมชาติไปแข่งเอเชียนเกมส์

“ในแมตช์คัดตัวเราเล่นกันคนละ 2 เกม ผมได้คะแนนกลางๆ มาตลอด ผมไปแพ้ไป 1 ครั้ง การแข่งในรอบสุดท้ายผมต้องชนะเพื่อให้เสมอกับผู้เข้าแข่งขันอีกคน ซึ่งคนนี้เป็นคนที่ผมเคยแพ้มาแล้ว พอชนะในครั้งนี้ก็ทำให้ได้แต้มออกมาเสมอกัน เลยต้องแข่งเพื่อวัดกันอีก 1 รอบว่าใครจะได้เป็นตัวจริง ในรอบแรกผมแพ้เพราะเขามีกลยุทธ์ในการเลือกชุดไพ่ที่เหนือกว่า ในรอบชิงผมเลยลองเปลี่ยนชุดไพ่ของตัวเองดูเพื่อแก้เกม จึงทำให้มีโอกาสสูสีขึ้นและพลิกกลับมาชนะจนได้”

ในการแข่งขันเพื่อคัดตัวเข้าเป็นทีมชาติ ไดต้องแข่งทั้งหมด 7 ครั้ง ใน 1 วัน และกลับมาแข่งกับคนที่เขาเคยแพ้มาแล้ว 1 ครั้งในรอบชิงชนะเลิศ เขาทำให้เราเห็นว่าสติและความพยายามเท่านั้นคือสิ่งที่ทำให้เขาพลิกเอาชนะเกมในครั้งนี้ไปได้ ถ้าเขากดดันตัวเองและเครียดกับเกมมากกว่านี้ วันนี้เราอาจจะไม่ได้มีตัวแทนทีมชาติไทยคนแรกชื่อ Disdai ก็เป็นได้

ถึงแม้ว่า Hearthstone จะเป็นเกมประเภทเดี่ยว แต่ไดไม่ได้เล่นเกมนี้อย่างโดดเดี่ยว เพราะเขายังมีทีม The Jungle ที่คอยสนับสนุนและให้คำปรึกษาในวิธีการเล่นเพื่อให้เขาเล่นเกมนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีสมาคมไทยอีสปอร์ต (TESF) คอยสนับสนุนการแข่งขันด้วยอีกทาง

ดูเหมือนว่าความสามารถของไดจะไม่ได้มีขีดจำกัดอยู่แค่นี้ นอกจาการแข่งขันในนามตัวแทนทีมชาติไทยครั้งแรกแล้ว ไดยังมีเป้าหมายที่ไกลกว่าและอยากไปให้ถึงให้ได้

“ตอนนี้ผมโฟกัสกับการแข่งขันเอเชียนเกมส์อย่างเดียว แต่ก็มีเป้าหมายใหญ่ว่าผมอยากเป็นแชมป์โลกสักครั้ง ส่วนเรื่องการทำเป็นอาชีพในอนาคตผมยังไม่ได้คิด ตอนนี้ผมอยากเรียนไปก่อน ส่วนการเล่นเกมยังเป็นงานเสริมอยู่ ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมากระแส eSports ในประเทศไทยบูมขึ้นจนน่าตกใจ ถ้าการแข่งขันครั้งนี้นักกีฬาไทยทำให้ eSports มีชื่อเสียงมากขึ้น มีผู้ใหญ่มาเห็นและสนับสนุนเรามากขึ้น จนทำให้มันเป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้จริงๆ พอถึงตอนนั้นแล้วผมอาจจะมาคิดอีกทีว่าอยากพัฒนาวงการเกมอย่างไรต่อ”

ตอนนี้ความฝันของไดไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลย เพราะปัจจุบันเขาเป็น 1 ใน 64 คนของเอเชียแปซิฟิกที่มีโอกาสแข่งขันในระดับโลก และไต่แรงก์ไปจนถึงอันดับที่ 16 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว

เมื่อถามถึงความกดดันในการแข่งขัน สีหน้าและแววตาของเขาคาดเดายากจนเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ด้วยบุคลิกนิ่งๆ ของเขาที่สร้างความหนักใจให้กับคู่แข่งแบบนี้ ทำให้เราเชื่อว่าเขาช่างเหมาะกับเกมนี้จริงๆ  

“ความกดดันในการแข่งมันมีอยู่แล้วนะ เพราะนี่คือการแข่งขันครั้งแรกของทีมชาติไทย คนทั้งประเทศกำลังดูเราอยู่ มีทั้งคนที่เล่นเกมและไม่ได้เล่นเกมนี้ก็คาดหวังกับเราเพราะเราเป็นทีมชาติ ตอนนี้ผมแค่ซ้อมให้เต็มที่ก่อนแข่งและเต็มที่ในการแข่งขันก็น่าจะพอแล้ว ถ้าเปลี่ยนจากความกดดันให้เป็นแรงผลักดันในการเล่นได้ก็น่าจะดีกว่า”

ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์ ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์

Hero Power

คนสำคัญที่ผลักดันให้ไดมาถึงทีมชาติได้ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นครอบครัวที่ไม่เคยปิดกั้นความสนใจของเขา แม้ว่าสังคมภายนอกจะยังไม่เข้าใจการเล่นเกม หรือเข้าใจว่า eSports คืออะไรกันแน่ แต่ไดยังเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำและมีกำลังใจจากคนรอบข้างเสมอ

“ผมโชคดีมากที่มีครอบครัวที่เข้าใจ เขาไม่ได้บอกว่าชอบให้ผมเล่นกีฬาหรือเล่นเกมมากกว่ากัน ฉะนั้น ทุกครั้งที่ผมจริงจังกับการทำอะไร ผมก็จะทำได้ดีในจุดของผมเสมอ เพราะแบบนี้ครอบครัวเลยสนับสนุนแทบทุกอย่าง เขาไม่เคยกีดกันและปล่อยให้ผมทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เขาก็โอเคกับสิ่งที่ผมทำ”

ด้วยการสนับสนุนและความเข้าใจของคนในครอบครัวจึงทำให้เขาสนุกกับการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ และรู้ตัวเองดีว่าการเล่นเกมของเขาในตอนนี้ต่างจากเด็กติดเกมอย่างไร

“ผมว่ามันต่างกันตรงที่คนสองคนเล่นเกมเหมือนกัน แต่ว่าคนหนึ่งหาประโยชน์จากมันได้มากกว่า คนที่เป็นนักกีฬา eSports สามารถสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ และมีเป้าหมายในการเล่นที่ชัดเจนมากกว่า ตอนที่ผมยังเด็กมากๆ eSports มันยังไม่ดังเหมือนตอนนี้ คุณตาคุณยายก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงหมกมุ่นกับการเล่นเกมมากขนาดนั้น เขามองว่ามันเสียเวลาชีวิตหรือเปล่าที่ผมเอาแต่นั่งเล่นเกมอยู่ในบ้าน ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ เขาออกไปเตะฟุตบอลกัน แต่ผมก็เข้าใจนะ เพราะการเล่นเกมของผมในตอนนั้นมันไม่เกิดประโยชน์เลยจริงๆ”

สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้ได้จากได คือเขาไม่ได้คิดเลยว่าใครจะมองสิ่งที่เขาทำอยู่อย่างไร เขามองแค่เป้าหมายของตัวเองและเดินไปตามเส้นทางที่เขาเชื่อเท่านั้น

“ผมว่าถ้ามันเป็นสิ่งที่เราชอบจริงๆ ต่อให้ใครจะคิดยังไงเราก็จะอยากทำมันต่อ ผมแค่รู้สึกว่าเราไม่ต้องสนใจคำพูดของคนอื่นเลยก็ได้ถ้าเรารู้จักตัวเองดีอยู่แล้ว เราแค่ตั้งใจทำมันให้ดี ทำสิ่งที่เรารัก เดี๋ยวผลลัพธ์มันก็ออกมาดีเอง แล้วการยอมรับจากคนรอบข้างมันจะตามมาด้วย เพราะมีแค่เราเท่านั้นที่รู้จักตัวเองดีที่สุดแล้วว่าเราชอบอะไร”

ได วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์, Disdai, นักกีฬา eSports, ทีมชาติไทย, เอเชียนเกมส์


ได-วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์ หรือ ‘Disdai’ คือตัวอย่างของคนที่รู้ตัวเร็วในเรื่องการเล่นเกม แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะมองการเล่นเกมว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ AXE มองว่าทุกคนมีความเท่ในแบบของตัวเอง เข้าใจผู้ชาย และเชื่อมั่นเสมอว่า การทำตามความเชื่อของคุณ เป็นตัวของตัวเอง และเดินหน้าทำในสิ่งที่คุณชอบต่อไป นั่นแหละคือความเท่ที่สุดแล้ว โดย AXE ได้ถ่ายทอดข้อความนี้ไว้ในทุกๆ โฆษณาที่ผ่านมา รวมถึงภาพยนตร์โฆษณาชิ้นล่าสุดนี้ด้วย ที่แสดงให้เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เพียงแค่คุณทำตามความฝันหรือความชอบของตัวคุณเอง นั่นแหละคือความเท่ที่สุดแล้ว

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

“พี่ครับ รอผมแป๊บนะ ผมกำลังข้ามเรือไป น่าจะไม่เกินสิบนาที” เสียงปลายสายของของ หมูปิ้ง-ศุภชัย บุญกระจ่าง โทรมาบอกก่อนจะถึงเวลานัด เขากำลังรอเรือข้ามฟากเพื่อมายังร้าน Them.x สถานที่นัดพูดคุยกันในวันนี้

หมูปิ้ง เด็กหนุ่มวัย 19 กำลังเป็นที่โด่งดังใน TikTok ด้วยชื่อ เชฟหมู ณ ป้อมยาม (@mooping2545) เขาสร้างคลิปทำอาหารในป้อมยาม ผสมกลมกล่อมด้วยมุกโบ๊ะบ๊ะที่เล่นคนเดียว กินคนเดียว แต่ชวนคนขำด้วยเป็นล้าน

 ไม่แปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะติดดูคลิปของเขา (เราเองยังติด) ด้วยจังหวะจะโคนการเล่นมุกที่ลื่นไหล ดูยังไงก็ชวนอมยิ้ม พร้อมลุ้นกับตอนท้ายว่าอาหารที่เขาทำจะรสชาติใช้ได้หรือไม่…

แล้วสุดท้ายหมูปิ้งก็บอกว่าอร่อย!

เตือนผู้อ่านทุกท่านที่กำลังอยากแวะไปส่องแอคเคาต์ไว้ตรงนี้ว่า อย่าดูระหว่างกินข้าวจะดีกว่า เกรงว่าจะฮาจนสำลัก

แม้รสชาติอาหารตรงหน้าจะขำขัน แต่รสชาติชีวิตของหมูปิ้งนั้นเข้มข้น เขาผ่านเรื่องราวอันมากมายเกินอายุ เริ่มต้นจากการตัดสินใจลาออกอย่างเด็ดเดี่ยวหลังเปิดเทอม ม.4 ได้ไม่นาน เพราะเขามองว่าการศึกษาไม่ตอบโจทย์ชีวิตขนาดนั้น ใช้ต้นทุนการไปโรงเรียนสูง ไหนจะค่าใช้จ่ายในการทำการบ้าน ทำโครงงานของแต่ละวิชาก็ต้องใช้เงินเยอะ รสชาติของการศึกษาไทยมันสุดจะขมขื่น โดยเฉพาะสำหรับเด็กคนหนึ่งที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก เมื่อตกผลึกกับตัวเองได้ เขาเลยลาออกเพื่อมาทำงานหาเงิน

หมูปิ้งเดินทางจากโคราชเพื่อมาหางานทำในเมืองใหญ่ หอบกระเป๋าเสื้อผ้ามากางที่สมุทรปราการ ลิ้มลองเมนูชีวิตแบบใหม่ 

รสชาติจะเป็นอย่างไร ขอชวนผู้อ่านชิมผ่านอักษรเรื่องเล่าด้านล่างนี้

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

EP.1 ยามมาทำงาน 

หมูปิ้งเล่าว่าหลังพ่อเลี้ยงเสียชีวิต ก็เท่ากับครอบครัวได้เสียเสาหลักของบ้าน ยายและแม่ไม่ได้ทำงาน พี่ชายและพี่สาวต่างก็มีภาระดูแลครอบครัวของตนเอง ผลจึงตกมาที่หมูปิ้ง ซึ่งพอจะเป็นกำลังหลักคนใหม่ หาเงินเลี้ยงดูแม่และยาย

“ครอบครัวผม แค่แกงหนึ่งถุงก็คิดแล้วคิดอีก ถ้าจ่ายเงินซื้อแล้ว มื้อต่อไปจะกินอะไร จะให้ผมมาเสียเงินกับการทำการบ้านหรือโครงงานมันไม่ใช่จริงๆ ผมไม่ได้แอนตี้คุณครูนะ เพราะครูเขาต้องสอนตามระบบ ผมแอนตี้ระบบการศึกษาแบบนี้มากกว่า

“พอลาออกก็เดินทางมาสมุทรปราการคนเดียว เพราะพี่ชายอยู่ที่นี่ หางานตามเพจต่างๆ ตอนเช้าไปทำงานร้านขายปุ๋ย พอตอนเย็นเลิกงานก็ต้องรีบอาบน้ำ มาทำร้านพิซซ่าต่อ เคยไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กด้วย ก็สนุกดีนะครับ” เขาว่า

นอกเหนือจากการทำงานหาเงิน หมูปิ้งชอบเข้าโบสถ์ สถานที่ที่ทำให้เขาค้นพบพรสวรรค์ และได้ฝึกฝนความสามารถของตัวเองผ่านกิจกรรมที่โบสถ์ เช่น เล่นดนตรี ถ่ายวิดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ซึ่งกลายเป็นทักษะติดตัวชั้นยอด

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

EP.2 ยามหิว

หมูปิ้งทำงานเล็กๆ น้อยๆ มานักต่อนัก จนได้มาเป็นยามประจำหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เนื่องจากตัวงานไม่ได้หนักมาก จึงพอมีเวลาเล่นโซเชียลมีเดีย เขาชื่นชอบการดูคลิปตาม YouTube และ TikTok เลยได้สมัคร TikTok เอาไว้ และทำคลิปสนุกตามสไตล์ไปเรื่อยๆ

“ตอนแรกผมลิปซิงก์เพลงทั่วไปตามกระแส มีคนติดตามพันกว่าคน พอยอด Follower ครบพัน เราก็ไลฟ์สดได้ จำได้ว่ามีสองคนเองที่เข้ามาดู มีคนหนึ่งคอมเมนต์ถามว่า ‘ถ้าหิวในป้อมยามจะทำอะไรกิน’ ก็เลยเกิดเป็นไอเดียขึ้นมาว่า เฮ้ย ผมอยากลองทำเป็นรายการ ด้วยความว่าง ด้วยสกิลล์การตัดต่อที่ผมมี ก็เลยออกมาเป็นรายการ ยามหิว” หมูปิ้งเล่าย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเขาอย่างไม่คาดฝัน

คอนเซ็ปต์ของ ‘ยามหิว’ คือการทำกับข้าวโดยไม่ต้องใช้เครื่องครัว หรือใช้เครื่องครัวให้น้อยที่สุด นักแสดงหลักของช่องที่เราเห็นบ่อยๆ เลยเป็นหม้อหุงข้าวใบเดียวที่ทำได้ทุกเมนู ตั้งแต่กะเพราหมูสับ ป๊อปคอร์น ข้าวผัด มันบดรสไข่เค็ม ต้มยำไก่ และอีกมากมายหลายหลาก จะมีอุปกรณ์อื่นๆ มาเป็นนักแสดงสมทบบ้างบางคลิป เช่น ทำเส้นขนมจีนด้วยวิธี DIY จากกระป๋องกาแฟและขวดคาราบาว 

หมูปิ้งกำลังใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดที่มีอยู่ เขาศึกษาจากคลิปของคนอื่นๆ เยอะมาก แล้วเอามาพัฒนากับงานตัวเอง

“ผมชอบดูหนัง อย่างหนัง Marvel ผมดูเอาสนุกและดูการขายของหนัง ซึ่งการขายของหนังมันมีความน่าสนใจ มีการปล่อยทีเซอร์ไปก่อน ผมเลยเอามาปรับใช้บ้าง เวลาผมปล่อยทีเซอร์ไป บอกทุกคนว่าผมจะปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการหน่อยนะ บอกคนดูว่าในเดือนนี้ คุณจะได้พบกับอะไรบ้าง นั่งตัดทีเซอร์เอาเอง เรียนรู้เอง 

“ผมเรียนรู้จาก YouTuber บ้านเราด้วย ดูการขายของเขา ขายยังไงให้น่าสนใจ ทำไมเราถึงหยุดดูเขานะ แล้วก็เอามาคิดว่าผมต้องทำยังไงดี ผมสังเกตจากคลิปที่ชอบดูบ่อยๆ เช่น Buffet Channel ดู พี่เติ้ล (ทวีศักดิ์ เพ็ชรปราณีนุกูล), พี่เจแปน (ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์) ผมเสพคลิปเขาเยอะมากเลยนะ รายการ ทำมาหาแดก ผมดูครบทุกอีพี แต่ละอีพีดูอย่างต่ำสามรอบ พอเราดูเยอะ มันก็เข้ามาในตัวเราอัตโนมัติเลย”

หมูปิ้ง ศุภชัย 'เชฟหมู ณ ป้อมยาม' TikToker ล้านวิววัย 19 ที่ทำอาหารด้วยหม้อหุงข้าวใบเดียว
หมูปิ้ง ศุภชัย 'เชฟหมู ณ ป้อมยาม' TikToker ล้านวิววัย 19 ที่ทำอาหารด้วยหม้อหุงข้าวใบเดียว

หมูปิ้งสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการดูคลิปเหล่านี้ไว้ 3 ข้อ

“หนึ่ง ตั้งแต่ไหนแต่ไร คนดูไม่ชอบโฆษณา คือถ้าโฆษณาไม่ดีจริงเขาจะไม่หยุดดู เพราะฉะนั้น ต้องทำยังไงก็ได้ให้โฆษณามันน่าสนใจด้วยการขายของผม

“สอง คือจริงใจ ไม่ดีบอกไม่ดี ถ้าต้องรับงานมาแล้วโดนบังคับว่าต้องพูดดี ผมไม่รับนะ ก่อนที่ผมจะรับงาน ผมจะขอดูสินค้าของเขาก่อน 

“สาม ผมจะบอกว่า รีวิวสไตล์ผมนะ ถ้าไม่ให้ ผมไม่รับ ลูกค้าที่เข้ามาส่วนมากโอเค เพราะเขาชอบสไตล์เรามาก เน้นอีกว่าขอฮาๆ มาก่อนเลยนะ ไม่ต้องห่วงผลิตภัณฑ์ ลูกค้าหลายคนหลังจากลงคลิปไปก็กลับมาจ้างเราต่อ ขอบอกตรงนี้ว่า ผมขอขอบคุณลูกค้านะครับผม”

@mooping2545

ยามหิว:ต้มยำไก่ในหม้อหุงข้าว #tiktokพากิน #ยาม

♬ เสียงต้นฉบับ – ยาม – ยาม

EP.3 ยามมีลูกค้าเข้า 

จากทำคลิปสนุกๆ สู่การสร้างรายได้อย่างจริงจัง

เกณฑ์การรับงานรีวิวของหมูปิ้งไม่มีอะไรมาก หนึ่ง ไม่ผิดกฎหมาย สอง ใช้ได้จริง สาม แมตช์กับคอนเทนต์ของหมูปิ้ง

โปรดักชันไม่ได้ยิ่งใหญ่ มีแค่มือถือธรรมดาเครื่องเดียว ภาพอาจไม่ชัดบ้าง ไม่มีการจัดไฟให้สวยๆ บางคลิปก็มีเสียงจิ้งหรีดเป็นมิวสิกแบกกราวนด์ นี่คือข้อจำกัด

แต่ใครหลายคนชอบ เพราะมันเรียล เข้าถึงง่าย และจริงใจ   

“ผมพยายามคิดว่า เราจะเล่นมุกกับสินค้าได้ยังไงบ้าง อย่างแลคตาซอย ผมก็เล่นว่า แลคตาซอย นมที่เวลาเราป่วยคนต้องซื้อมาให้กิน หรือกระทะ หมูกระทะ เขาบอกกระทะมันลื่นมากเลยนะ เราจะเล่นยังไงได้ ผมเลยเล่นมุก เวลากินหมูกระทะอย่าเอาไปใกล้เด็กนะ เดี๋ยวเด็กจะเอาไปเล่นเป็นสไลด์เดอร์

“ล่าสุดยาสีฟันเข้า จะแปรงฟันโชว์แล้วบอกฟันขาวก็ไม่ได้ ผมเลยเอายาสีฟันมา เปิดชิม แล้วบอกอร่อย แค่นี้เลย เรานึกไปถึงตอนเด็กๆ ที่หลายคนต้องเคยกินยาสีฟันและชอบรสยาสีฟัน ผมเลยหยิบตรงนั้นมาเล่น ให้ความสนใจว่ามันอร่อยไหมนะ ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด คนชอบมาก ลูกค้าก็ดีลต่อ

“ผมว่าเราต้องปล่อยให้ตัวเองสบาย ถ้ากดดันมันจะเครียด จากสิ่งที่เราชอบจะกลายเป็นไม่ชอบ อย่างลูกค้าบางเจ้าจะให้ผมทำคลิปเพลง ผมบอกลูกค้าว่า อย่าเร่งวันนะ ผมรู้ว่างานแบบนี้เร่งไม่ได้ ผมต้องชี้แจงก่อน” คอนเทนต์ครีเอเตอร์มือใหม่เล่าวิธีการทำงาน ในฐานะวิชาชีพเดียวกัน ยอมรับว่านี่คือวิถีของความเป็นมืออาชีพชัดๆ

“มีคนถามผมเหมือนกันว่าทำไมไม่ทำ YouTube เพราะงานแบบผมคู่แข่งเยอะ แต่ใน TikTok ส่วนมากจะเป็นลิปซิงก์ไม่ก็เต้น ที่ผมทำมันไม่มี ผมเลยเลือกเอางานไปลงที่ TikTok ก่อน คนดูทั้งเป็นวัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน แม้กระทั่งคนแก่ เข้าถึงได้ทุกวัย” หมูปิ้งเล่าถึงการวางกลยุทธสร้างแบรนดิ้งและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเฉียบคม

EP.4 ยามมีเคล็ดลับ

อย่างที่หมูปิ้งบอก การทำคลิปมีส่วนผสมสำคัญที่เรียกว่าความจริงใจ ความเรียลๆ ของชีวิตที่เรียบง่าย ส่วนข้อห้ามที่ต้องท่องให้ขึ้นใจคือ ห้ามนำเสนอไม่หมดหรือบิดเบือนความจริง เพราะแต่ละคลิปคนดูเยอะมาก 

“การทำคลิปแบบนี้มันต้องสร้างเซอร์ไพรส์ คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีต่อไป คนถึงจะอยากดูจนจบครับ อย่าปล่อยให้คนดูเดาทางออก ถ้าคนดูเดาทางได้ เขาปัดทิ้งเลยนะ เพราะมันไม่น่าสนใจแล้ว” หมูปิ้งเผยเคล็ดลับวิชาทำคลิปให้ฟังเพิ่ม

EP.5 ยามดัง 

หลังคลิปทำข้าวผัดในป้อมยามปล่อยออกไป ชาว TikTok ต่างถูกใจ รัวไลก์ให้คลิปนี้ของหมูปิ้ง จนเขาแจ้งเกิดเป็นดาว TikTok อย่างแท้จริง ใครๆ ก็ชอบคลิปของเขา

ตอนนี้มีงานถ่ายคลิปไปถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว

“ผมรับวันละคลิปเอง ถ้าเรารับเยอะมันจะกดดัน งานแบบนี้ต้องปล่อยตัวเองให้สบายๆ เลยรับได้วันละงานเองครับ ถ้าเรากดดันมันจะเครียด จากสิ่งที่เราชอบมันก็จะกลายเป็นไม่ชอบ”

ทั้งกระแสออนไลน์อันล้นหลาม ลามมาถึงกระแสออฟไลน์ในชีวิตจริง หมูปิ้งเล่าว่าทุกคนเริ่มมาทักทายเขาที่ป้อมยาม เพราะจำได้ ทั้งคนที่ขับรถเข้าหมู่บ้านแล้วต้องแลกบัตร ไปจนถึงลูกบ้านในหมู่บ้าน ทุกคนต่างเอ็นดูเด็กหนุ่มคนนี้

“หลังคลิปทำข้าวผัดดัง ลูกบ้านเขาจำได้เลยเข้ามาทัก เมื่อก่อนผมนั่งอยู่ในป้อมเงียบๆ คนเดียวสิบสองชั่วโมง แทบไม่ได้คุยกับใครเลย นอกจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเวลาเราไปซื้อของ ผมดีใจที่ได้คุยกับผู้คนมากขึ้น ลูกบ้านเขาก็ชอบ บอกว่าให้ทำอีกนะ ผมก็งง เพราะว่าเราถ่ายคลิปในเวลางาน ลูกบ้านไม่ห่วงเลย” หมูปิ้งเล่าแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เขาเล่าต่อว่าบางวันลูกบ้านถือหม้อมาให้ก็มี ส่วนลูกบ้านอีกคนก็เอาทอดมันกุ้งที่ตนทำขาย แบ่งมาให้กินอิ่มท้องทุกอาทิตย์ หมูปิ้งเลยกินทอดมันกุ้งโชว์ในคลิปหนึ่ง ไม่ต้องสืบเลยว่า ชาวเน็ตแห่ไปถามหาทอดมันกุ้งว่าซื้อจากไหน จะตามไปเอฟ

“ลูกบ้านขับรถมาหา แล้วก็มาขอบคุณเรา ทีแรกผมงงว่ามาขอบคุณทำไม สืบไปเลยรู้ว่าคลิปที่เราลงทำให้ทอดมันกุ้งพี่เขาขายได้ จากที่ร้านเงียบมาหลายวัน พี่เขาจะจ้างเรารีวิวต่อด้วยนะ ผมบอกพี่ไม่ต้องจ้างผม เราอิ่มหลายมื้อเพราะเขา เดี๋ยวจัดการให้แจ่มๆ เลย”

แม้จะแจ้งเกิดเป็นอินฟลูเอนเซอร์ แต่สำหรับหมูปิ้ง อาชีพยามคืออาชีพสุจริตอย่างหนึ่งในสังคมเสมอ ไม่ได้ดูด้อยค่าไปกว่าใคร หรือไม่มีศักดิ์ศรีอย่างที่สายตาบางคนมอง 

“เคยสงสัยไหมว่าทำไมยามถึงดูไม่เท่าเทียมและดูไม่มีศักดิ์ศรี นั่นเป็นเพราะสื่อไทยครับ อย่างละครสั้นสะท้อนสังคม ถ้าดูเพลินๆ จะสอนใจนะ แต่ถ้าดูดีๆ ละครเหล่านี้ได้แอบใส่ความคิดหนึ่งไปแล้วเรียบร้อย เขาจะสร้างสถานการณ์ว่า เด็กเสิร์ฟ วินมอเตอร์ไซค์ ยาม และงานบริการต่างๆ เป็นอาชีพที่ไม่มีศักดิ์ศรี อาชีพพวกนี้จะโดนดูถูก โดนขยี้ โดนรังแก คนในสังคมย่ำยี หรือประธานบริษัทปลอมตัวมาเป็นยามแล้วก็มีคนเข้ามาดูถูก สุดท้ายเฉลยความจริงเพื่อสั่งสอนตัวร้าย จบด้วยการที่ตัวละครนั้นพูดประโยคเท่ๆ ออกมา คนดูก็รู้สึกว่ามันสอนใจจังเลย 

“แต่สิ่งที่สื่อไทยใส่เข้าไปคือ ถ้าคุณทำอาชีพนี้ คุณต้องโดนดูถูกแบบนี้นะ ในโลกความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เราเจอคนที่พูดจาดีกับเราและเอ็นดูเรามากกว่า”

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

EP.6 ยามฝัน

ความฝันจริง ๆ ของหมูปิ้ง อยากเป็นอะไร-เราชงคำถามปิดท้าย

“ผมอยากเป็นครูสอนศาสนา” เขาว่า

“ผมไม่ได้เกิดในครอบครัวคริสต์ครับ ผมเป็นคริสต์คนเดียว ผมอยากเป็นครูสอนศาสนา ผมอยากรวย เพราะครอบครัวจะได้สบาย เมื่อมีเยอะแล้วก็แจกจ่ายให้คนอื่น ผมมีโอกาสไปบนดอยแล้วเห็นชีวิตเด็กด้อยโอกาส เขาไม่ได้กินไข่เจียวหรือแม้กระทั่งเนื้อหมูบ่อยๆ แบบเรา ผมรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเรามี เราอยากช่วยเขานะ 

“และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การตัดต่อ การถ่ายงานรีวิวที่ผมก็ชอบ ผมอยากเอาสองงานนี้มาแมตช์กัน ครูสอนศาสนากับอาชีพทำคลิป ผมเคยฝันเอาไว้ตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว ผมอยากเป็น YouTuber หรือ เป็น TikToker ผมพูดกรอกหูเพื่อนทุกวัน ชวนเพื่อนมาทำด้วย พูดมาตลอดเลยว่าเราอยากทำนะ จนตอนนี้ก็ได้ทำจริงๆ ก็ดีใจครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มบนแววตา

ถ้าเปรียบชีวิตตอนนี้เป็นเหมือนเมนูหนึ่ง จะเป็นอะไร

“ข้าวสวยครับ ข้าวเปล่าเลย ดูว่างๆ จืดๆ แต่มันสำคัญ อยู่กับเมนูไหนก็ได้ สำคัญที่ว่าคุณจะเอาอะไรมาใส่ข้าวจานนี้ จะเอารสไหนล่ะ รสเผ็ดเอามาสิ รสหวานเอามาสิ

“ข้าวเปล่าก็คือชีวิต อยากได้รสอะไรก็ตักเอาเอง ห้ามให้คนอื่นตักให้เด็ดขาด เพราะถ้าคนอื่นตักให้ แล้วคุณจะไม่ชอบจานนั้น คุณจะเขี่ยเข้าข้างจาน และรสชาติจานนั้นก็จะไม่อร่อย”

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

ขอบคุณสถานที่ : Them.x

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load