16 กุมภาพันธ์ 2561
153 K

บางทีการสานสัมพันธ์ไทย-จีนก็ง่ายนิดเดียว เพียงหนึ่งมื้ออาหาร กับข้าวไทย กับข้าวจีน ทานคู่กับข้าวต้มกุ๊ย พุ้ยข้าวไป คุยกันไป เพลิดเพลินเจริญอาหาร แถมพลังงานเต็มร่างกาย

ตรุษจีนปีนี้ ไม่ว่าคุณจะกินหมูเห็ดเป็ดไก่ตามธรรมเนียมหรือไม่ เราอยากชวนไปทานข้าวต้มที่กำเนิดจากจีนแผ่นดินใหญ่ เรียนรู้วัฒนธรรมจับตะเกียบจากตำนานร้านข้าวต้มกุ๊ย 7 ร้านรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่ร้านเก่าอายุ 20 ปีจนถึง 100 ปี มีทั้งแบบบุฟเฟต์และ a la carte ให้เลือกพุ้ยในราคาย่อมเยาแต่คุณภาพคับถ้วย (ข้าวต้ม)

1

 คิดเมนูสร้างสรรค์เองได้ที่ ‘ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค’

ระดับความเก่า : 20 ปี

ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ข้าวต้มบุฟเฟต์ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค

บุฟเฟต์ข้าวต้มที่เปิดมากว่า 2 ทศวรรษ ทานได้แบบไม่อั้น ต้มผัดแกงทอดมีครบ ข้าวต้มมีให้เลือกหลายแบบทั้งข้าวต้ม ข้าวกล้องผสมข้าวซ้อมมือ ข้าวต้มขาว ข้าวต้มเผือก และข้าวต้มมันแบบโบราณที่ใส่มันและเผือกชิ้นเต็มคำ

ลองเดินสำรวจอาหารกันบ้างฝั่งนั้นก็หมูกรอบ เดินไปอีกหน่อยก็มีก๋วยเตี๋ยว อ๊ะ! ตรงนั้นมีผักและวัตถุดิบสารพัดให้เลือกมาผัดได้ตามชอบใจ ทั้งกุ้ยฉ่ายขาว แขนง คะน้า เต้าหูปลา ผักบุ้ง เห็ดหูหนู และสารพัดผักอีกมากมาย หรือจะสั่งเมนูสำเร็จอย่างผัดกระเฉดกุ้งวุ้นเส้น พ่อครัวผัดแบบจานต่อจาน เสิร์ฟร้อนทานอร่อย เครื่องเคียงก็มีครบตามแบบฉบับข้าวต้มกุ๊ย หมูหยอง กุนเชียง ไชโป๊ว ยำผักกาดดอง ใบปอ ไข่เค็ม ฯลฯ ใครชอบรสเข้มข้น แนะนำคากิและเป็ดพะโล้ คากิหนึ่งคำ ข้าวต้มหนึ่งคำ เป็ดพะโล้หนึ่งคำ ข้าวต้มหนึ่งคำ ลงตัว!

ขอกระซิบบอกเบาๆ ว่าที่นี่ยังมีอีกหนึ่งเมนูน่าโดน คือปลาตะเพียนต้มเค็มสูตรดั้งเดิม ที่นำปลาไปทอดก่อนต้มเพื่อไม่ให้เนื้อเละ คั่วน้ำตาลปี๊บให้หอม สีเหลืองสวยน่าทาน จะไปกินตอนเช้า สาย บ่าย ค่ำ ก็อร่อยเสมอต้นเสมอปลาย

ที่อยู่: ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง
เวลาทำการ:  17.00 – 24.00 น.
ติดต่อ:  02 290 0125
2

อิ่มอร่อยกับ 200 กว่าเมนูของแสงชัยโภชนา

ระดับความเก่า : 47 ปี

แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา แสงชัยโภชนา

ริมถนนสุขุมวิท 32 มีโต๊ะ เก้าอี้ วางเป็นหย่อม พร้อมรถเข็นใส่แก้วและน้ำดื่ม มองเข้าไปในร้านข้าวต้มติดแอร์ คนแน่นเต็มร้าน ที่ผนังด้านหนึ่งมีรูปถ่ายคนดังนับร้อยเบียดกันอยู่บนผนัง หากสังเกตดีๆ จะมีผู้ชายคนเดิมอยู่ในทุกรูป เขาคือ เฮียเหลา-สมชาย จิตรเจริญวิรกุล ทายาทรุ่น 2 แสงชัยโภชนา

“ย้อนไปเมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้ว คุณพ่อเป็นเพียงบริกรอยู่ในร้านข้าวต้มกุ๊ยย่านสนามเสือป่า เจ้าของเป็นคนจีน มีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นลูกค้าประจำ พ่อไปส่งให้ตลอด จนสุดท้ายหุ้นกันกับเพื่อนบริกรอีกคนเปิดร้านข้าวต้ม เปลี่ยนที่มาเรื่อย จนมาลงตัวที่เส้นสุขุมวิท” เฮียเหลาเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสนุก

เมื่อถามถึงเมนูเด็ดจาก 200 เมนู เฮียเหลาแนะนำอย่างคล่องแคล่ว จับตะเกียบให้พร้อม เริ่มด้วยข้าวต้มกลิ่นใบเตยหอมฉุย เสิร์ฟจานแรกด้วยเป็ดพะโล้ชิ้นหนานุ่ม เกี่ยมบ๊วยรวนหมูสับถ้วยโต เมนูดั้งเดิมสมัยคุณพ่อ เซอร์ไพร์สด้วยเครื่องในหมูหลากชนิดด้านล่าง บอกได้เลยว่าอย่าตัดสินเกี่ยมบ๊วยแค่หน้าตา ถ้าไม่ลองชิมปูดองสดใหม่เนื้อเด้ง ราดน้ำจิ้มแสนอร่อย ต่อด้วยปลาหิมะนึ่งซีอิ๊วเนื้อแน่นที่เป็นสูตรลับของทางร้าน และอย่าลืมเหลือพื้นที่ว่างในท้องให้สุดยอดเมนูเด็ดแฝงเรื่องราว ‘ปูนึ่งนมสด’

เฮียเหลาเล่าอย่างภูมิใจว่า “มีลูกค้าท่านนึงบอกเฮียว่า อยากทานอะไรก็ได้ที่คล้ายไข่ตุ๋น แต่ส่วนตัวเฮียไม่ชอบไข่เพราะคาว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทำให้ ลองจินตนาการผสมเอาเองจากประสบการณ์การทำอาหาร ลูกค้าชิมคำแรก ให้เฮีย 100% บอกว่าขึ้นเมนูได้เลย” หลังจากได้ลองชิม อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ แค่วางบนโต๊ะ ความหอมของนมและเนื้อปูลอยมาเตะจมูก สีเหลืองนวลตาตัดกับสีขาวของเนื้อปูชวนให้ลิ้มลองเป็นที่สุด เนื้อปูให้มาแบบไม่มีกั๊ก หากยังไม่จุใจกับ 5 เมนูอร่อย ขอเชิญชวนไปพิสูจน์ได้ตามพิกัดด้านล่าง เฮียเหลาพร้อมบริการ!

ที่อยู่:  ปากซอยสุขุมวิท 32 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย
เวลาทำการ:  18.00 – 04.00 น.         
ติดต่อ: 081 376 0150
Facebook:   ร้านแสงชัยโภชนา
3

กินข้าวต้มสีฟ้า แดง ขาว ที่ ‘ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย’

ระดับความเก่า : 50 ปี

ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย ห้องอาหารมาลัย โรงแรมมาเลเซีย

ห้องอาหารมาลัยอยู่เป็นคู่ขวัญกับโรงแรมมาเลเซียมากว่า 50 ปี ถ้านึกถึงข้าวต้มบุฟเฟต์ 24 ชั่วโมง สถานที่แห่งนี้คงอยู่ในใจใครหลายๆ คน ทั้งยังได้พ่อครัวมือดีจากโรงแรม Rex มาดูแลเรื่องข้าวต้มโดยเฉพาะ ปัจจุบันห้องอาหารมาลัยได้ปรับรูปแบบจากบุฟเฟ่ต์เป็น a la carte อาหารมีให้เลือกมากมาย ข้าวต้มสีสันสดสวยเป็นเอกลักษณ์ก็ยังคงมีอยู่ ทั้งข้าวซ้อมมือสีแดง ข้าวต้มอัญชันสีฟ้าสดใส หรือข้าวต้มขาวแบบดั้งเดิม มีให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน

เมนูแนะนำมีมากมายจนเลือกไม่ถูก คัดแล้วคัดอีกจนเหลือ 5 เมนูที่อยากชวนไปลอง เริ่มที่เย็นตาโฟหม้อไฟชามยักษ์ เสิร์ฟร้อนแบบควันพวยพุ่ง น้ำซุปเย็นตาโฟสีชมพูเข้มรสข้น เปรี้ยวนิด หวานหน่อย เครื่องแน่นแบบยกมาทั้งทะเล แขนงผัดน้ำมันหอย ผักแขนงสีเขียวสด กัดเข้าไปคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความกรอบ หอมน้ำมันหอย อีก 3 เมนูคลาสสิกที่ทานกับข้าวต้มแล้วเข้ากันเป็นที่สุด ‘ปลาเค็ม’ มาพร้อมเครื่องเคียง พริก หอมแดง บีบมะนาวหน่อย อร่อยถึงใจ ต่อด้วยยำกุ้งแห้ง และผัดใบปอที่คลุกเคล้ากับกระเทียมสับ ผัดหอมๆ รสชาติเข้มข้น ว่าแล้วก็อยากเบิ้ลข้าวต้มเพิ่มอีกสักถ้วย

แอร์เย็นฉ่ำกับข้าวต้มสีสวย เสิร์ฟพร้อมกับแสนอร่อย จะคุยจ้อกับแก๊งเพื่อน หรือแอบละสายตามองจอสี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่มีนักกีฬาวิ่งกันอยู่เต็มสนามบ้างก็ไม่ผิด ปล่อยให้บรรยากาศและข้าวต้มมื้ออร่อยบันทึกเรื่องราวของค่ำคืนนี้ด้วยตัวของมันเอง

ที่อยู่:  ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
เวลาทำการ:  24 ชั่วโมง
ติดต่อ:  02 679 7127
Facebook:  Malai Coffee House 24-Hour Services
4

ชิมสูตรลับจีนแต้จิ๋วจากเตาถ่านที่ร้าน ‘ข้าวต้มบวร’

ระดับความเก่า : 60 ปี

ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร ข้าวต้มบวร

จากจีนแผ่นดินใหญ่ สู่ไทยแลนด์แดนข้าวอร่อย อากงพกความรู้ด้านอาหารติดตัวมาด้วย จึงเปิดร้านขายข้าวต้มเล็กๆ หน้าวัดบวรฯ สมัยนั้นชื่อร้านก็ไม่มี เกิดการบอกกันปากต่อปากจนเป็นชื่อร้านข้าวต้มบวรในที่สุด โดยสั่งสมสูตรลับและความอร่อยยาวนานถึง 60 ปี

โจ-ธุราทร สวัสดิ์ธนะโรจน์ ทายาทรุ่นสามบอกที่มาที่ไปของข้าวต้มกุ๊ยที่ได้รับฟังมาจากคุณพ่อว่า “จริงๆ เรียกข้าวต้มคุ้ย เพราะว่าเวลากินต้องยกถ้วยข้าวแล้วใช้ตะเกียบคุ้ยข้าวเข้าปาก เพี้ยนไปเพี้ยนมา จนเป็นข้าวต้มกุ๊ย” สิ่งประดิษฐ์หนึ่งอย่างของร้านที่อากงมอบไว้ให้สานต่อความอร่อยคือ เตาถ่านประยุกต์ ทำจากหม้อใบใหญ่ก่อปูนขึ้นไปไม่สูงมาก เป็นเคล็ดลับให้ไฟถึงทั่วอาหาร และกลิ่นหอมของถ่านก็จะเพิ่มความหอมให้อาหารแต่ละจานด้วย

เมนูส่วนใหญ่ล้วนทำจากเตาถ่านเพื่อคงความดั้งเดิม และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นคากิพะโล้ น้ำพะโล้รสเข้มข้นหวานเค็ม แถมเนื้อคากิไม่ได้เปื่อยจนเคี้ยวไม่ได้ แต่หนุบหนับเด้งสู้ฟัน ปลาจะละเม็ดน้ำแดง คัดแต่ปลาสดและมีคุณภาพเท่านั้น ผัดเกี๊ยมฉ่ายกระเพาะหมู ต้มหน่อไม้จีน และหนึ่งเมนูลับห้ามพลาด ‘หมูสับนึ่งไข่เค็ม’ หมูปรุงรสก้อนโตรสชาติกลมกล่อม ไข่เค็มตรงกลางทั้งหอมทั้งมัน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวจนต้องแนะนำให้ไปลองสักครั้งในชีวิต ตบท้ายด้วยไอศกรีม homemade ถ้วยน้อยที่ทำด้วย heartmade ของทางร้าน บอกเลยว่ารสชาติดีไม่แพ้กัน

ที่อยู่:  ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร
เวลาทำการ:  16.00 – 03.00 น. ปิด วันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของทุกเดือน, วันสงกรานต์
ติดต่อ:   02 629 1739
Facebook:    ข้าวต้มบวร
5

ชิมรสมือมือหนึ่งเรื่องของทอดและสุดยอดเมนูลับ ‘ข้าวต้มเทเวศร์ สูตรเชี่ยวชาญ’

ระดับความเก่า : 63 ปี

ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์ ข้าวต้มเทเวศร์

เฮียฮง-สุภกริช สมวสุนธรา ทายาทรุ่นสองวัย 68 ปี ผู้ขนานนามตนเองว่า ‘เจ๊ก Made in Thailand’ ที่เรียกตนเองแบบนั้นก็เพราะว่า คนจีนโบราณมักห่วงสูตร ใครเข้าไปหลังไจ๋ (หน้าเขียง) มักจะโดนไล่ แต่เฮียฮงไม่ใช่แบบนั้น แต่จะฝึกฝนเด็กในร้าน สอนเทคนิคและสูตรอาหาร หวังเพื่อให้มีคนสืบทอดต่อ จนได้พ่อครัวที่มองตาก็รู้ใจ อยู่คู่กับร้านมากว่า 40 ปี เฮียฮงยังเปรียบตนเองอีกว่า “ป๋าเป็นพระเกจิ จะไปไหนก็ได้ เพราะฝากวัดไว้กับเจ้าอาวาสแล้ว” พูดเสร็จก็หัวเราะชอบใจ

เฮียฮงเป็นคนเล่าเรื่องสนุก ยังพูดติดตลกกับเราอีกว่าเมนูเด็ดมักได้มาจากวงสนทนาเคล้าน้ำเมา อย่างไส้พะโล้ทอดกรอบ ได้มาก็เพราะว่าเบื่อไส้พะโล้ เลยลองเอาไปทอดให้กรอบ ใส่กระเทียมนิด พริกไทยหน่อย ทดลองอยู่ 3 ครั้งจนลงตัว ออกมาเป็น 1 ในเมนูอร่อยของร้าน ทดลองเก็บไว้ 1 คืน เช้ามาจิ้มกับซีอิ๊วดำ ก็ยังคงกรอบ อร่อย เหมือนนั่งทานที่ร้าน ขอยกให้เป็นไส้พะโล้ทอดกรอบในดวงใจ

เมนูอร่อยของร้านยังมีอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเป็ดตุ๋นฟักมะนาวดอง เนื้อเป็ดนุ้มนุ่มหอมกลิ่นมะนาว ฟักก็แทบจะละลายในปาก หรือจะเป็นหนำเลี้ยบกุ้งสับหยาบ จานนี้รสชาติสุขุมนุ่มลึก แต่ถ้าบ้านไหนพาเจ้าตัวน้อยมาทานด้วย ต้องสั่งวุ้นเส้นกระเทียมดอง เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี

หากคิดว่าเมนูเด็ดมีเพียงเท่านี้ ต้องบอกเลยว่าคิดผิด! เพราะอีกหนึ่งจานลับสุดยอด ต้องกระซิบถามเจ้าของร้านเท่านั้น คือ ‘หมูสับผัดปลาเค็มใส่กุ้งแห้ง’ เมนูโบราณหอมทานง่าย เข้ากันกับข้าวต้มร้อนๆ เหนียวนุ่มกำลังดี ซดน้ำเก๊กฮวยสีเหลืองสด สูตรเข้มข้นของทางร้านตบท้าย ขอยกนิ้วให้มื้อพิเศษแบบนี้ พร้อมพูดว่า อร่อยจริงๆ อร่อยจริงๆ อร่อยจริงๆ ถ้าใครอยากลองเมนูลับ แอบไปกระซิบเฮียฮง หรือกดสั่งจากบริการเดลิเวอรี่ได้เลย

ที่อยู่: ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร
เวลาทำการ:  17.00 – 02.00 น.          Delivery: 17.00 – 23.00 น.
ติดต่อ:  062 669 6292  Line: @kaotomthewet
Facebook:   ร้านข้าวต้มเชี่ยวชาญพานิช(เทเวศร์)
6

พุ้ยข้าวต้มโรงเตี๊ยมที่ ‘เพ่งเพ้ง บางลำพู’

ระดับความเก่า : 74 ปี

เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู เพ่งเพ้ง บางลำพู

จากร้านข้าวต้มหม้อเดียวและกับข้าว 1 อย่างเลียบคลองรอบกรุงของนายเพ้ง สู่ร้านข้าวต้มติดแอร์ชื่อดังย่านบางลำพู อากงส่งตะหลิวต่อไปยังทายาทรุ่นสาม บุ๊ค-ไมตรี จันทรภาสวร ชายหนุ่มวัย 36 ปี
บอกกับเราว่า “ถ้าไม่มีกรมศิลป์ฯ ก็ไม่มีเพ่งเพ้ง”

“สมัยก่อน ร้านเพ่งเพ้งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘โรงเตี๊ยม’ลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่เป็นพนักงานจากกรมศิลปากร ที่มักสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่ให้กับทางร้าน เพราะเมนูอาหารยังมีไม่มาก จับนู่นผสมนี่จนเกิดเป็น ‘ยำจับฉ่ายวุ้นเส้น’ ที่กลายเป็นเมนูเด็ดของร้านจนถึงปัจจุบัน” ทายาทรุ่น 3 ขยายความให้เราฟัง

ชื่อแปลก หน้าตายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ จับฉ่ายอะไรกันใส่วุ้นเส้น แถมยำอีก แต่พอชิมคำแรกเข้าไป ทุกอย่างที่คิดผิดไปหมด เป็นความลงตัวที่แม้แต่แม่ก็ทำให้อร่อยแบบนี้ไม่ได้ ยิ่งทานคู่กับข้าวต้มเม็ดอวบเหนียวนุ่มจากข้าวหอมมะลิต้นฤดู หมูสับก้อนโตต้มบ๊วยเปรี้ยวชื่นใจ ไส้พะโล้ทอดที่ยืนยันว่าโคตรกรอบ ยำเป็ดย่างรมควัน ต่อด้วยผัดหอยกะพง และปลาขนุนทอดที่ทานได้ทั้งตัว ยิ่งกินยิ่งซาบซึ้งใจ เมนูอร่อยและราคาถูกยังมีอีกเพียบ ถ้าอดใจไม่ไหว ยกหูโทรศัพท์สั่งเดลิเวอรี่ รับรอง กริ๊ง! เดียว อิ่มอร่อยถึงบ้าน

ที่อยู่ ซอยข้างร้านอัดรูปจำลองศิลป์ ถนนพระสุเมรุ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร
เวลาทำการ: 16.00 – 21.30 น. หยุดทุกวันที่ 19 – 20 ของเดือน
ติดต่อ: 086 332 9959
Facebook:  ข้าวต้มเพ่งเพ้ง
7

คีบกานาฉ่ายดึกดำบรรพ์ที่  ‘ข้าวต้มแปลงนาม 24 น.’

ระดับความเก่า : 100 ปี

ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม ข้าวต้มแปลงนาม

เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเชฟหรือพ่อครัวปรุงอาหาร แต่ถึงเวลาต้องรับช่วงต่อกิจการร้านข้าวต้มของพ่อ ที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นอากง วรพงศ์ หล่อศรีธนชัย ก็พร้อมที่จะเรียนรู้และฝึกฝน ประยุกต์ความอร่อยจากที่เคยได้ชิม พัฒนาเป็นสูตรของตนเองปีแล้วปีเล่า จนเป็นขวัญใจคอข้าวต้มวัยเก๋ามานักต่อนัก ครองใจสื่อทุกประเภท แม้แต่ห้างดังก็ชวนไปออกร้านอยู่บ่อยครั้ง

“ทำอาหารก็เหมือนงานศิลปะ ต้องมีความอดทนและใจเย็น ค่อยๆ ชิม ค่อยๆ ปรุง เสริมเติมแต่งรสชาติจนกว่าจะถูกปาก” ทายาทรุ่นสามวัย 61 ปีบอกกับเราด้วยแววตามุ่งมั่น

กว่าจะออกมาเป็นหนึ่งเมนูอร่อยไม่ง่าย อย่าง ‘กานาฉ่าย’ หากมองภายนอกก็แค่ผักเขียวเข้มที่โปะอยู่บนจาน แต่แท้จริงแล้วกว่าจะออกมาเป็นกานาฉ่ายสูตรดึกดำบรรพ์จากเมืองจีน ใช้เวลานานกว่า 2 วัน ใจจดใจจ่อคอยเคี่ยวอยู่ตลอด เฝ้าประคบประหงมเจ้าผักดองรสเปรี้ยว เติมรสชาติให้ถูกปากคนไทย จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ถึงขั้นคนไทยนิยมซื้อตุนไว้พกพาเวลาไปเที่ยวเมืองนอก

ต้มกะหล่ำปลีถือเป็นอีกหนึ่งหมัดเด็ดที่มัดใจชาวข้าวต้มกุ๊ย กะหล่ำปลีต้มจนเปื่อย แต่ใบยังเรียงกันสวย เนื้อไม่เละ ทั้งยังละลายในปาก เห็ดหอมคู่ใจฉ่ำไปด้วยน้ำซุปรสกลมกล่อม ได้ลองสักครั้งจะติดใจ ไหนจะไก่น้ำแดง ซี่โครงหมูอบ ที่หมึกแดงยังยืนยันว่าอร่อยจริงๆ แถมข้าวต้มกุ๊ยยังผสมระหว่างข้าวหอมมะลิและข้าวเก่า ใช้เทคนิคน็อกน้ำเย็นให้เม็ดข้าวด้านในสุก แต่ด้านนอกยังเรียวสวย ชวนทาน

ใส่ใจกระทั่งรายละเอียดของเม็ดข้าวขนาดนี้ ขอให้ข้าวต้มแปลงนามอยู่กับเราไปอีกนับร้อยปี

ที่อยู่: ถนนไมตรีจิตต์ (วงเวียน 22) แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
เวลาทำการ:  17.00 – 05.00 น.
ติดต่อ: 02 226 2842
Facebook:  ข้าวต้มแปลงนาม 24 น.

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

ฐนกฤต ทิพย์เวียง

ช่างภาพสายเหนือ พร้อมที่จะลุยทุกสถานการณ์ ยกเว้นตอนท้องเสีย

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load