ทุกวันนี้คนเมืองใช้ชีวิตกันเร่งรีบ เช้าวันจันทร์ตื่นไปทำงาน กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำ ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องบิดขี้เกียจแล้วเริ่มทำงานอีกครั้ง เมื่อพอจะมีเวลาว่างสั้นๆ หลายคนจึงเริ่มมองหาสถานที่พักผ่อนที่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่นัก แถมกระแส Workation ก็กำลังมา เลยขอวาร์ปไวๆ ไปดื่มด่ำกับบรรยากาศเพื่อชาร์จพลังใจให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง 

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมองหาที่แบบนั้นอยู่ อย่าพลาดที่จะเพิ่ม ‘SUNKISS.pool.bed’ ในลิสต์

“ที่นี่มีเสน่ห์ เข้ามาแล้วเหมือนตัดขาดจากภายนอก แค่เลี้ยวเข้าซอยมายี่สิบถึงสามสิบเมตรเมตรจากถนนใหญ่ ก็เจอสเปซที่ซ่อนอยู่ แต่คนจะไม่รู้เลยว่ามีบรรยากาศริมคลองดีๆ แบบนี้อยู่ด้วย” รณ-รณรงค์ ชมพูพันธ์ เป็นทั้งเจ้าของและสถาปนิกผู้ออกแบบเริ่มบรรยายถึง SUNKISS.pool.bed ที่พักแนวทรอปิคอลและคาเฟ่ ย่านตลิ่งชัน

SUNKISS.pool.bed ที่พักใกล้กรุงในจุมพิตพระอาทิตย์ สัมผัสชีวิตริมคลองบ้านไทร ย่านตลิ่งชัน

ซันคิสมีเจ้าของอย่างเป็นทางการอยู่ 3 คนด้วยกัน คือรณรงค์ กุ้ง-สุภาพร ชนประชา แฟนสาวผู้รักการทำอาหาร และ สุรินทร์ ชนประชา คุณพ่อของสุภาพร ซึ่งรายหลังถือได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนหลักเรื่องทุน 

“แฟนพี่เขาอยากทำร้านกาแฟ” รณเริ่มเล่า “พอคิดว่าอยากทำร้านกาแฟ ไอเดียที่พักก็ผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน เราคิดว่าถ้าคนมาพักเขาตื่นเช้ามานั่งกินกาแฟก็คงจะดี” เมื่อมีสองความเห็น ที่นี่จึงมีทั้งสองอย่างที่รณว่ามา

เมื่อพูดถึงความพิเศษของซันคิส รณรงค์บอกว่ามันคือ ‘ความง่าย’ ถึงแม้จะรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและกลิ่นอายวิถีชีวิตริมคลองแบบเก่าๆ แต่จริงๆ แล้วที่นี่คือส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ขับรถแค่ 20 นาที จากกลางเมืองก็มาถึงแล้ว ไม่ต้องแพลนเที่ยวอะไรให้ลำบากวุ่นวาย ซึ่งหากย้อนอดีต ตลิ่งชันเป็นย่านที่เรียกได้ว่าเป็นย่านแห่งสวนผลไม้ ชาวบ้านแถวนี้ปลูกอะไรก็งอกเงยเป็นล่ำเป็นสัน ยามเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จเรียบร้อยก็ล่องเรือไปขายกันตามตลาดน้ำ ซึ่งหนึ่งในอดีตชาวสวนตลิ่งชันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล หากแต่เป็นคุณตาของแฟนสาว เจ้าของที่ดินผืนนี้นี่เอง

SUNKISS.pool.bed ที่พักใกล้กรุงในจุมพิตพระอาทิตย์ สัมผัสชีวิตริมคลองบ้านไทร ย่านตลิ่งชัน
SUNKISS.pool.bed ที่พักใกล้กรุงในจุมพิตพระอาทิตย์ สัมผัสชีวิตริมคลองบ้านไทร ย่านตลิ่งชัน

“แฟนเป็นคนพามาดูไซต์ ตอนแรกเราอยากทำอะไรที่มันเรียบๆ กล่องขาวๆ กระจกๆ โมเดิร์นหน่อย” ด้วยความเป็นสถาปนิก เมื่อเห็นไซต์ รูปแบบอาคารก็วิ่งเข้ามาในหัว “แต่พอตอนขึ้นโครงสร้าง เราเริ่มจินตนาการขึ้นมาว่า ถ้าเป็นกล่องขาวๆ หมด ก็คงไม่เข้ากับบริบทโดยรอบเลย ถ้าเป็นแบบนั้นจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ อยู่สุขุมวิทก็ยังได้

“อาจจะเป็นเพราะเราเรียนสถาปัตยกรรมไทยที่ศิลปากรมา ตอนที่เรียน เรามีการไปทำ Measure Drawing ไปดูวัด แล้วเราให้ความเคารพกับของดั้งเดิม มันก็อาจจะมีส่วนกับความรู้สึกตอนที่เราเริ่มปรับแบบ”

ในที่สุดก็ออกมาเป็น SUNKISS.pool.bed ในแบบที่เราเห็น

มีความทรอปิคอล หลังคาเป็นสโลปกลมกลืนไปกับบ้านริมน้ำแถวนั้น แต่ก็ร่วมสมัยถูกใจผู้มาเยือน

“ตัวงานออกแบบเราเล่นกับแสงเงาที่มากระทบ” สถาปนิกหนุ่มอธิบายถึงเหตุผลของชื่อ SUNKISS “หน้าห้องพักคือทิศตะวันตก ช่วงบ่ายระแนงจะรับแสง เราก็เลยมองว่าเหมือนพระอาทิตย์มันสาดแสงไปโดนแล้วเกิดเงา”

ที่นี่แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนคาเฟ่และส่วนที่พัก

“ธีมของเราคือซัมเมอร์ เราอยากมีสระว่ายน้ำเป็นบรรยากาศที่เชื่อมระหว่างคนมาพักกับคนที่มาคาเฟ่” 

SUNKISS.pool.bed ที่พักใกล้กรุงในจุมพิตพระอาทิตย์ สัมผัสชีวิตริมคลองบ้านไทร ย่านตลิ่งชัน
SUNKISS.pool.bed ที่พักใกล้กรุงในจุมพิตพระอาทิตย์ สัมผัสชีวิตริมคลองบ้านไทร ย่านตลิ่งชัน

สระว่ายน้ำคือกิจกรรมเอาต์ดอร์ที่ผู้มาพักชื่นชอบ ส่วนกิจกรรมของคนมาคาเฟ่ นอกจากจะสั่งกาแฟ สั่งอาหารมากิน ก็คือการนั่งเพลินๆ ดูคนเล่นน้ำในสระนี่แหละ แม้ตั้งอยู่พุทธมณฑลสาย 1 แต่ที่นี่ก็มีลูกค้าประจำที่ขับรถมาเพื่อลิ้มรสเมนูอร่อยโฮมเมดที่นี่โดยเฉพาะ ด้วยความใส่ใจของแฟนสาวศิษย์เก่า เลอ กอร์ดอง เบลอ พร้อมพี่สาวและน้องสาวของเธอที่มาช่วยจนกลายเป็นพนักงาน SUNKISS.pool.bed.cafe จึงโดดเด่นทั้งกาแฟ อาหารคาว และขนมหวาน

“คนชอบสั่งสปาเกตตี้ผัดพริกแห้ง สโคน แล้วก็คุกกี้ คุกกี้ช็อกโกแลตอร่อยมาก ส่วนกาแฟแล้วแต่ชอบเลย” รณรงค์แอบโฆษณา เขาอยากให้ที่นี่เป็นที่ดื่มกาแฟดีๆ ของคนฝั่งธนฯ จะได้ไม่ต้องไปหากาแฟ Specialty ถึงในเมือง 

ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร
ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร
ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร

สิ่งที่เราสั่งมาลองชิมหลังจากคำโฆษณาของเขา คือ สปาเกตตี้ผัดพริกแห้ง สปาเกตตี้ซอสพริกเผามันกุ้ง และสโคนตามคำแนะนำ ส่วนกาแฟ Baby Bloom (Espresso with Pink Grapefruit Tonic) ก็ทั้งรสชาติดี ทั้งสวยน่ามองในเวลาเดียวกัน และระหว่างนั่งจิบกาแฟเพลินๆ คาเฟ่แห่งนี้ยังมีหนังสือสวยๆ ให้พลิกดู ถ้าเบื่อก็เดินไปชมสินค้าของร้านอย่างกระเป๋าผ้าหรือเทียน ใครที่เป็นสายชอบของกระจุกกระจิกน่าจะถูกใจโซนนี้เป็นพิเศษ

ในส่วนของห้องพักจะแบ่งเป็น 3 ประเภท มีห้องที่ติดสระว่ายน้ำหรือ Pool Side 2 ห้องข้างล่าง ห้องที่เป็น Double Bed 4 ห้องข้างบน และห้องที่อยู่ฝั่งทางเข้า เป็น Twin Bed อีก 7 ห้อง รวมทั้งหมด 13 ห้อง

ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร
ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร

ถัดจากห้องพักที่เปิดให้ผู้คนมานอน โซนริมน้ำเป็นเหมือนบ้านของรณรงค์และสุภาพร บริเวณด้านบนเป็นห้องนอน ส่วนด้านล่างเป็นทั้งออฟฟิศของซันคิสและสตูดิโอทำงานฟรีแลนซ์ของนักออกแบบหนุ่ม

“บางคนเขามองว่าเป็นบ้านแล้วมีห้องรับแขก มีห้องนอนแขก” คุณเจ้าของอาณาจักรเล่ายิ้มๆ 

“บางทีเรารับเช็กอิน ถ้าเป็นวันที่ร้านหยุดหรือว่าหลังหกโมงแล้วร้านปิด เราก็จะเตรียมกุญแจกับป้ายชื่อแขกไว้ให้ นี่เป็นวิธีการที่คนเขารู้สึกว่ามันง่าย คล่องตัว และมีความแคชชวลเยอะ”

ก่อนช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด SUNKISS.pool.bed มีลูกค้าต่างชาติประมาณเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ ด้วยที่ตั้งของสถานที่อยู่ใกล้สายใต้ใหม่ในระยะ 600 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ชาวต่างชาติลากกระเป๋าเดินมาได้สบายๆ

“เคยมีแขกต่างชาติคนหนึ่งที่เราประทับใจ และรู้สึกว่าตรงกับคอนเซ็ปต์ซันคิสมาก เขามาอยู่เดือนหนึ่ง ถอดรองเท้าเดินไปเดินมา ตอนกลางคืนตรงสายใต้จะมีตลาด เขาก็ทำตัวกลมกลืน เดินไปซื้อข้าวหมกไก่มานั่งกิน ตอนเช้าเล่นโยคะ กลางวันก็มากินกาแฟในร้าน อ่านหนังสือ หลักๆ เขาตั้งใจมาอยู่เพื่ออ่านหนังสือแล้วกลับไปสอบที่แคนาดา”

“ทุกวันนี้ยังคุยกันอยู่เลย” จากแขกที่เข้าพักกลายเป็น ‘เพื่อน’ 

พอเกิดสถานการณ์โควิด-19 ขึ้น รณรงค์ก็เลือกปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างให้เข้ากับแขกคนไทย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและการรับมือกับวัฒนธรรมบางอย่างของผู้เข้าพักที่แตกต่างไปจากเดิม

“ทุกอย่างมันคือการทดลองและการปรับตัวไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้า”

ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร
ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร
SUNKISS.pool.bed : ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร

ปัจจุบัน SUNKISS.pool.bed รองรับคนทุกกลุ่มที่อยากพักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งครอบครัวพาลูกเล็กๆ มาวิ่งเล่น มีทั้งคนรุ่นใหม่ทำงานในเมืองที่โหยหาบรรยากาศสบายๆ มีทั้งเซลส์จากต่างจังหวัด แล้วต้องการเข้าไปประชุมในเมือง บางคนก็มาเช่าพื้นที่ถ่ายรูป ยืมหนังสือสวยๆ ของคาเฟ่ไปเป็นพร็อพ บางคนก็มาเช่าพื้นที่สำหรับจัดงานแต่งงาน

‘คลองบ้านไทร’ หลังบ้านนี้ นอกจากจะทำหน้าที่สร้างบรรยากาศดีๆ ให้ซันคิส คลองยังทำหน้าที่พาเราไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาได้ด้วย หากนั่งเรือไปสัก 10 นาที จะมีตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำคึกคักย่านฝั่งธนฯ ถ้าอยากนั่งชมบ้านเรือนไทยเพลินๆ ระยะทางไกลกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะคลองฝั่งธนฯ ทะลุถึงกันหมด ทะลุไกลถึงเจ้าพระยา

“เรามีคนขับเรือนำเที่ยวที่ดีลไว้อยู่แล้ว ขับมารับลูกค้าที่นี่แล้วก็ไปดรอปที่คลองลัดมะยม ให้เขาเดินสักหนึ่งถึงสองชั่วโมง แล้วกลับมาส่ง” รณรงค์เล่าถึงแผนเที่ยวก่อนโควิด-19 ซึ่งทุกวันนี้เริ่มกลับมาบ้างแล้ว 

“คนขับเรือเป็นคนแถวนี้แหละครับ” ซันคิสมีการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ ซึ่งนอกเหนือจากคนขับเรือสองสามลำที่ผูกมิตรไมตรีกันไว้แล้ว ยังมีคุณแม่บ้านอีกคน ที่ด้อมๆ มาถามว่ามีงานให้ทำไหม ก็เลยได้อยู่ด้วยกันไปยาวๆ

SUNKISS.pool.bed : ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร
SUNKISS.pool.bed : ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร

ความสัมพันธ์ของละแวกบ้านและซันคิสเป็นไปด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย 

แม้จะไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ด้วยความเป็นสังคมกรุงเทพฯ แต่รณรงค์ก็ตั้งใจว่ากิจกรรมทุกอย่างจะอยู่บนพื้นฐานของการไม่รบกวนคนในพื้นที่ บางทีแขกอยากจะเช่าสถานที่จะพูลปาร์ตี้ ก็ต้องแจ้งแขกว่าไม่สะดวกรับ

“เราใช้เสียงไม่ได้ วันไหนเปิดเพลงเราจะเปิดเบาๆ ไม่โหวกเหวกโวยวาย หลังสองทุ่มก็ไม่อยากกวนเพื่อนบ้านแล้ว เราพยายามเคารพบริบทที่เขาอยู่มาก่อน” ชายหนุ่มยังอยากคงวิถีดั้งเดิมของพื้นที่ริมคลองบ้านไทร

ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าที่นี่เหมาะสำหรับดื่มด่ำบรรยากาศ มากกว่าการจัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเป็นไหนๆ

SUNKISS.pool.bed เป็นพื้นที่ทดลองทำโปรเจกต์ของคู่รักนักฝัน หลังจากนี้ไปสักพัก พวกเขาแอบบอกกับเราว่าอยากจะผุดพื้นที่เล่นสนุกขึ้นมาอีกสักที่ เรียกว่า SUNSET ซึ่งจะตั้งอยู่บนที่ดินอีกแปลงของคุณตาชาวสวนตลิ่งชันซึ่งอยู่ไม่ใกล้จากที่นี่มากนัก และอยู่ติดคลองนามว่า ‘คลองบัว’ โดยที่ชื่อ SUNSET เพราะอยู่ทางทิศตะวันตกดินพอดิบพอดี ทั้งคู่ใฝ่ฝันว่าจะให้เป็นที่พักอีกที่ที่เชื่อมกับ SUNKISS ได้ด้วยการสัญจรทางเรือ และทำให้อาณาจักรใหม่นี้มีความเป็นคอมมูนิตี้ อาจจะมีสตูดิโอโยคะ หรืออะไรก็ตามที่เหมาะเจาะกับพื้นที่

ก่อนจะถึงเวลา ‘พระอาทิตย์ตกดิน’ ขอชวนทุกคนมาดูกันก่อนว่า ‘จุมพิตจากพระอาทิตย์’ นั้นดีอย่างไร 

SUNKISS.pool.bed รอทุกคนมาเยือนอยู่นะ

SUNKISS.pool.bed : ที่พักสไตล์ทรอปิคัลพ่วงคาเฟ่บนที่ดินเก่าของชาวสวนตลิ่งชัน ในบรรยากาศริมคลองบ้านไทร

SUNKISS.pool.bed และ SUNKISS pool.bed.cafe

ที่ตั้ง : 57 หมู่ 17 ถนนพุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10170 (แผนที่)

คาเฟ่เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ (ปิดวันอังคาร) เวลา 08.00-18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2979 6098

Facebook : SUNKISS pool.bed.cafe

Writer

พู่กัน เรืองเวส

เด็กสถาปัตย์จบใหม่ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ตอนนี้กำลังสนุกกับการเรียนรู้โลกกว้างหลังเรียนจบ

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

เดือนแรกของปีมาถึงพร้อมกับสายลมหนาว สัญญาณเข้าสู่ฤดูกาลเดินทางมาอีกหน หลายคนคงมีจุดมุ่งหมายสัมผัสอากาศหนาวอยู่ในใจ ถ้ายังคิดไม่ตกว่าจะออกไปสูดอากาศดีที่ไหน หรือหากใครกำลังมองหาที่พักแนวโฮมสเตย์ ใช้ชีวิตวิถีชาวบ้านตามย่านเมืองเก่า เราขอเสนอที่พักในจังหวัดสุโขทัยแห่งนี้เข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือก

โฮมสเตย์หลังนี้อยากให้คุณนอนหลับสบายในบ้านไม้กลางสวนแสนอบอุ่น อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านสูตรคุณแม่ ทั้งยังมีส่วนช่วยเหลือโลกไปพร้อมกับการพักผ่อน นี่คือบางสิ่งที่คุณจะได้พบ ณ สถานที่แห่งนี้

หากพร้อมแล้ว แพ็กกระเป๋าสาวเท้าเข้าสวนผลไม้ ปะทะลมหนาวครั้งใหม่ที่เริ่มหวนพัดมาไล้ผิว ศุ-ศุภลักษณ์ คงรุ่ง สาวสุ้โข่ทัยเจ้าของ ‘สุขเสมอ Relaxation Homestay’ โฮมสเตย์รักษ์โลกที่พร้อมมอบประสบการณ์แสนเรียบง่ายแบบชาวบ้านท้องถิ่น แนบธรรมชาติอย่างใกล้ชิด รอต้อนรับเราอย่างอบอุ่นอยู่ปากทางเข้าสวน พร้อมชวนเราสวนทางลม ไล่เรียงเรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อครั้งรุ่งอรุณแห่งสุขเสมอเพิ่งเริ่มต้นขึ้นพ้นทิวไม้ในสวนของครอบครัว

สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์

รุ่งอรุณแห่งสุขเสมอ

สุขเสมอ Relaxation Homestay เกิดขึ้นบนสวนผลไม้ของครอบครัว ขนาดเพียง 3 ไร่นิด ๆ อบอุ่นด้วยวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เพราะอยู่ท่ามกลางชุมชนชาวสวนเก่าแก่ของเมืองสวรรคโลก มีต้นละมุดที่ปลูกกันเป็นหลักยืนพื้นมาตั้งแต่รุ่นเก่าก่อน ภายหลังสวนของศุเปลี่ยนจากสวนละมุดเป็นสวนมะยงชิด และปัจจุบันพัฒนาเป็นสวนผสมผสาน มีสมาชิกผลไม้ต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เช่น ขนุน มะม่วง กล้วย ฯลฯ หลังจากเธอกลับบ้านมาลองเปิดสวนเป็นร้านกาแฟได้สักพัก ศุมีความคิดอยากขยับขยายพื้นที่ให้เป็นบ้านพักกลางสวน ให้ผู้มาเยือนได้แอบอิงแนบชิดกับธรรมชาติ

“หลังเรียนจบ เราไป Work and Travel มาหกเดือน แล้วก็กลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ปีนั้นน้ำท่วมเราเลยกลับมาบ้าน ช่วงนั้นพ่อแม่ใกล้จะเกษียณ และเขาเพิ่งเปลี่ยนจากสวนละมุดเป็นสวนผลไม้อื่น ๆ ตั้งใจปลูกให้ลูก ๆ เวลาเราออกมาสวนกับพ่อแม่ตอนกลางคืน มันสวยนะ ก็เลยคุยกันว่าอยากทำที่พักในสวน” เจ้าบ้านสาวเล่าถึงที่มา

หลังจากศุได้ภาพของบ้านพักในหัว ที่เธอเก็บแรงบันดาลใจมาจากโรงแรมในต่างประเทศ สิ่งต่อมาที่เจ้าบ้านทำคือ เริ่มตั้งโจทย์ให้แตกต่าง ต้องสร้างคาแรกเตอร์ของที่พักให้แปลกใหม่ เธอสังเกตเห็นว่า นักท่องเที่ยวที่มาสุโขทัยบางกลุ่มตั้งใจมาพักผ่อน อยากลองสัมผัสวิถีของคนในพื้นที่ แบบที่หลายคนเลือกพักตามโฮมสเตย์ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากมาใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน ชนิดถอดแบบทั้งการกินอยู่ทุกกระเบียด

“โฮมสเตย์ทั่วไปในสุโขทัยก็มีอยู่แล้ว แต่เราอยากทำที่พักให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่อยากสัมผัสความเป็นโฮมสเตย์ ขณะเดียวกันก็ยังอยากนอนหลับสบาย อยากมีเครื่องทำน้ำอุ่น อยากมีแอร์” ศุค่อย ๆ ตีโจทย์ให้ฟัง

คอนเซ็ปต์ของที่นี่จึงออกมาเป็นที่พักในสวนผลไม้ และมอบความสะดวกสบายในการมาพักผ่อนคล้ายกับโรงแรม แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเป็นกันเองแบบวิถีชีวิตชาวบ้าน ตามอย่างที่โฮมสเตย์ควรจะเป็น

แถมความโชคดีอย่างหนึ่ง แม้ที่นี่อยู่ไม่อยู่ไกลจากชุมชนมากนัก แต่กลับสงบและไม่วุ่นวาย แขกไปใครมาก็ยังได้เห็นภาพวิถีชีวิตอย่างเก่าครบถ้วน ทั้งคุณย่า คุณยาย ตื่นเช้ามาใส่บาตร คุณป้าข้างบ้านมาเก็บผักผลไม้ในสวนเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นบรรยากาศที่คุณเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อนของเมืองสวรรคโลก

“เราเป็น Relaxation Homestay เป็นโฮมสเตย์ที่สบายกว่าทั่วไป ตอนเปิดแรก ๆ ก็เกินคาด เพราะเราไม่ได้มีจุดขายอะไร ไม่ใกล้เมืองเก่า แต่เรามั่นใจในชุมชนแถวนี้ว่า ยังมีวิถีชีวิตที่เราเห็นตั้งแต่เด็ก มันน่าสนใจนะ” เธอยิ้ม

สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์
สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์

พักอย่างสุขเสมอ

ท่ามกลางโอบกอดของหมู่มวลต้นมะยงชิด มีบ้านพัก 2 หลังตั้งอยู่ระหว่างแมกไม้ สาวคู่สนทนาเล่าอย่างภูมิใจว่า ตอนแรกสร้างนั้นตั้งใจพยายามไม่ให้รบกวนธรรมชาติที่มีอยู่ จึงแทบไม่ได้ตัดต้นไม้เดิมออกไปเลย 

“เราใช้การแทรกที่พักเข้าไปในที่ว่างในสวน ตั้งใจอยากให้เห็นวิวยอดไม้ด้านบน เพราะแถวบ้านไม่มีภูเขาเหมือนที่อื่น เลยทำที่พักให้สูงขึ้นจากพื้น ไม่ได้เป็นกระท่อมใต้ต้นไม้” เจ้าบ้านไขเหตุผลที่สร้างบ้านพักทรงสูงเหนือทิวไม้

‘เสมอจันทร์’ คือชื่อบ้านพักหลังแรกที่สร้างขึ้นในสวนแห่งนี้ เป็นบ้านหลังน้อยใต้ถุนสูง เมื่อเดินขึ้นบันไดไปจะมีห้องนอนอยู่ชั้นบน เหนือขึ้นมาจากต้นไม้ในสวน ซึ่งชื่อของบ้านหลังนี้ก็มาจากวิวของห้องนอนในคืนพระจันทร์เต็มดวง ที่จะโผล่ขึ้นมาทักทายผู้มาเยือนอยู่เสมอระดับเดียวกับระเบียงห้อง น่าจะถูกใจสำหรับคู่รักที่อยากมาพักผ่อนด้วยกัน

เมื่อผลตอบรับของบ้านหลังแรกดีเกินกว่าที่คิดไว้ ลูกค้าเก่ากลับมาพักซ้ำบ่อยครั้ง แขกหน้าใหม่ก็แวะมาไม่ขาด ‘นับดาว’ จึงเกิดขึ้นในอีก 1 ปีให้หลัง ครั้งนี้เธอสร้างไว้เป็นทางเลือกให้แขกที่มาพักแบบครอบครัวใหญ่ ออกแบบให้มีความสูงย่อมลงมา แต่ยังมองลอดเห็นยอดไม้ไม่ต่างกับหลังก่อนหน้า ตั้งใจว่าหากแขกพาผู้สูงอายุมาด้วย ก็จะชมสวนโดยไม่มีอุปสรรคเรื่องการขึ้นบันไดหลายขั้น ชั้นบนดีไซน์ให้ห้องพักทั้ง 2 ห้องโปร่งสบาย เพราะใช้กระจกเปิดโล่งรับลม ทำระเบียงตรงกลางไว้นั่งมองท้องฟ้าตัดกับพื้นที่สีเขียว ตื่นเช้ามาฟังเสียงนกร้อง ได้กลิ่นอายแบบที่หาไม่ได้จากเมืองหลวง

บ่อยครั้งแขกที่สนใจเข้าพักมักมาพร้อมคำถาม 

‘มีห้องน้ำในตัวมั้ย’ หรือ ‘นอนสบายหรือเปล่า’ 

สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์
สุขเสมอ : โฮมสเตย์รักษ์โลกในสวนมะยงชิด จ.สุโขทัย ให้คุณนั่งนับดาว-นอนเสมอดวงจันทร์

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ศุก็เลยทำห้องพักให้สบายไปเลยดีกว่า เพียงแต่ไม่หรูหราระดับโรงแรม ที่นี่จึงเป็นโฮมสเตย์ที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ทั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น (ที่เจ้าของบ้านกระซิบว่า มีฝักบัว Rain Shower ด้วยนะ) และที่น่าสนใจคือ การให้ความสำคัญกับการนอนมาก ๆ เธอพิถีพิถันเลือกที่นอนแบบที่ใช้ในโรงแรม ยามแขกกลับมาจากการเที่ยวที่เหนื่อยสุด ๆ จะได้พร้อมทิ้งตัวนอนหลับสบาย และพร้อมออกเดินทางต่อในวันถัดไป 

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อน ที่นี่ไม่มีโทรทัศน์และตู้เย็น 

“แต่เรามีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แรงมากนะ” ศุรีบบอก ก่อนอธิบายต่อ

“เราคิดว่าตรงนี้สำคัญกว่าทีวี เพราะสมัยนี้อยู่บ้านก็ดูได้ การมี Wi-Fi ก็ครอบคลุมทุกอย่าง ตอนแรกก็หวั่น ๆ แต่ตั้งแต่เปิดมาไม่มีลูกค้าติเรื่องนี้เลย ลูกค้าก็ชอบ เราก็ค่อย ๆ คัดกรองกลุ่มเป้าหมายของเราไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เขาก็มีไอแพดมาด้วย ขอแค่มี Wi-Fi ให้เขาก็พอ อย่างแขกที่มาทำงานช่วงโควิด เขาก็อยู่เป็นอาทิตย์ได้ ส่วนตู้เย็น ถ้าแขกมีของต้องแช่ ก็ฝากไว้ที่ร้านกาแฟของเราได้” ศุเฉลยเหตุของการตัดบางสิ่งและเพิ่มบางอย่างในห้องพัก

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

อยู่แบบสุขเสมอ

หลายต่อหลายคนที่มาสุโขทัย มีจุดมุ่งหมายคือการเยือนเมืองมรดกโลก ได้ออกแรงรีดเหงื่อจากการเดินทอดน่องชมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งความดีงามของสุขเสมอคืออยู่แทบจะกึ่งกลางพอดี ระหว่างเมืองเก่าเหนือกับเมืองเก่าใต้ ทำให้เลือกแวะไปท่องเที่ยวได้ทั้ง 2 ฝั่งด้วยระยะทางพอ ๆ กัน พักผ่อนสัก 2 คืนก็กำลังดี เพราะจัดโปรแกรมหนึ่งวันลงไปเมืองเก่าสุโขทัย อีกวันก็มุ่งทางเหนือไปอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้แบบไม่เหนื่อยมาก

ส่วนกิจกรรมภายในที่พัก จริง ๆ แล้วศุอยากแนะนำให้แขกได้ใช้เวลานอกสถานที่มากกว่า ตะลอนให้ทั่วจังหวัดสุโขทัย แล้วค่อยกลับมาดื่มด่ำบรรยากาศของที่พักในช่วงเย็น แต่หากมาในโอกาสเหมาะเหม็งช่วงหน้าผลไม้ เจ้าของบ้านพ่วงเจ้าของสวนก็ยินดีชวนคว้าตะกร้าคนละใบเดินเก็บผลไม้รอบสวน ถ้ามาแล้วไม่ใช่หน้าฤดูผลไม้ แต่ก็ไม่อยากออกไปไหนไกล ยังมีแกลเลอรี่และเวิร์กช็อปงานปั้นใกล้ ๆ ไว้เป็นอีกตัวเลือก หากสนใจลองให้เธอช่วยเป็นไกด์ให้ได้

เรื่องอาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญ แขกที่เจาะจงมาพักโฮมสเตย์ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากลิ้มชิมรสอาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบท้องถิ่น สำหรับที่สุขเสมอ มีอาหารเช้าเป็นแพ็กเกจพร้อมห้องพัก หากใครที่อยากได้อาหารเย็นด้วยก็แจ้งไว้ก่อนล่วงหน้า โดยคุณแม่ของศุจะเป็นผู้รับหน้าที่ถ่ายทอดรสมืออย่างเรียบง่าย ฉบับชาวสวนเมืองสวรรคโลกให้ได้ลองกัน เสิร์ฟมาครบสำรับทั้งต้ม ผัด แกง ทอด พร้อมเซ็ตน้ำพริกผักลวก ให้ดื่มด่ำตามประสาชาวบ้านกันอย่างอิ่มหนำ

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น
แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

แม้จะดูเป็นมื้อง่าย ๆ ธรรมดา แต่ขอบอกว่าที่นี่เลือกใช้วัตถุดิบปลอดภัย หาได้จากสวนของบ้าน อย่างไข่จากไก่ที่เลี้ยงไว้ ผักก็ปลูกเองจากสวน อาทิ กระเจี๊ยบ ตำลึง ตามแต่ว่าตอนนั้นจะมีผักอะไรพร้อมนำมาเข้าครัว ส่วนผลไม้ชนิดใดออกผลก็เก็บเตรียมไว้รับแขก อย่างช่วงไหนมีกล้วยก็ให้ลูกค้าลองชิม ส่วนช่วงมะยงชิดก็ทำเป็นเมนู Welcome Drink ที่สำคัญ ผลผลิตทั้งหมดยังเป็นออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นสวนที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้าเลย

ไม่เพียงแต่ในอาณาบริเวณของสุขเสมอเท่านั้นที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับคนและสัตว์ แต่ในสวนแถบนี้ต่างก็ยึดถือแนวทางปลอดสารพิษกันแทบทุกครัวเรือน ช่วยกันรณรงค์และขอความร่วมมือกันภายในชุมชนคนละไม้ละมือ จนตอนนี้ชาวสวนส่วนมากก็เปลี่ยนมาใช้การตัดหญ้าแทน ด้วยเหตุผลใหญ่ที่ว่า ‘ยาฆ่าหญ้าจะทำให้หิ่งห้อยหายไป’

ใช่ ที่สุขเสมอมีหิ่งห้อยด้วย

“ตอนกลางคืนมีหิ่งห้อย เราเห็นมานานแล้ว แต่ช่วงหนึ่งมันหายไป เพราะใช้ยาฆ่าหญ้ากันเยอะ” ศุเสริม

เพราะธรรมชาติของหิ่งห้อยเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม เมื่อในพื้นที่เริ่มลดการใช้สารเคมี ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือ หิ่งห้อยเริ่มกลับมา เจ้าของบ้านบอกว่าแม้ปริมาณไฟดวงจิ๋วจะไม่มากมายถึงขั้นอัมพวา แต่เวลามาก็มีหลายตัว ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและฤดูกาล เป็นเสน่ห์และความน่ารักจากธรรมชาติที่เข้ามาแต้มสวนยามค่ำให้งามยิ่งกว่าเดิม

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

ส่งต่อความสุขเสมอ

ปัจจุบันแนวทาง Zero Waste เป็นแนวทางที่หลายคนและหลายผู้ประกอบการเริ่มตระหนัก เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นวาระที่ต้องเร่งแก้ไข ระยะหลังมานี้หลายพื้นที่เลยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางนี้มากขึ้น 

สำหรับสุขเสมอ ที่นี่ยึดแนวทางเป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ มาตั้งแต่ก้าวแรก

“เราทำเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มเปิดเลยก็ว่าได้ เราค่อย ๆ ทำนะ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วได้เลย ต้องค่อย ๆ ปรับ และเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ถ้าผลิตภัณฑ์ไหนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เราก็เลือกมาใช้ในที่พัก รวมถึงมีการแยกขยะด้วย อีกอย่างเราปลูกต้นไม้อยู่แล้ว ขยะเปียกก็เอามาทำปุ๋ยได้” ศุเผยแนวทางจัดการขยะฉบับสุขเสมอ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องพักจำพวกคอตตอนบัดและแปรงสีฟัน ที่นี่เลือกใช้ที่เป็นก้านไม้ทั้งหมด นอกจากไม่สร้างขยะ แถมยังย่อยสลายได้ ตัดบางอย่างที่จะกลายเป็นขยะพลาสติกออกไป เช่น หมวกคลุมผม บรรจุภัณฑ์ในห้องน้ำใช้เป็นเซรามิกทั้งหมด และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิลจากธรรมชาติ อย่างแชมพูจากอัญชันและข้าวหอมนิล สบู่จากขมิ้นและน้ำผึ้ง ที่น่ารักคือ เธอเขียนบอกด้วยว่าเป็นฝีมือของคนในชุมชนรอบข้าง แขกจะได้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่ใช้ เธอว่าลูกค้าหลายคนใช้แล้วติดใจ ซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชนติดมือไปใช้ต่อที่บ้านก็มาก ถือเป็นการสนับสนุนวิสาหกิจของชาวบ้านอีกแรง

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

ส่วนถุงขยะอาจจะไม่ถึงกับใช้ถุงกระดาษ แต่พยายามนำถุงพลาสติกที่ได้เวลาซื้อของจากห้างร้านต่าง ๆ กลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดการซื้อถุงขยะพลาสติกไปได้เยอะ และภายในสุขเสมอก็มีจุดแยกขยะโดยเฉพาะ ขยะเปียกเอาไปทำเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ ใช้บำรุงพืชพรรณในสวน เศษผักผลไม้ในครัวก็เอาไปเป็นอาหารไก่ที่เลี้ยงไว้ ขณะที่ขยะพลาสติกก็เอาไปขายเป็นขยะรีไซเคิลได้ เป็นการจัดการขยะที่ไม่หวือหวา แต่เป็นวิธีง่าย ๆ ที่เริ่มทำเองได้ในครัวเรือน

“เราแค่อยากเป็นจุดเริ่มต้น” เธอพูดด้วยแววตามุ่งมั่น 

“แนวทางแบบนี้นี้ต้องเริ่มทำตั้งแต่บ้านเราเองก่อน เราค่อย ๆ ทำ ให้คนในซอยเห็นว่าเขาก็ทำได้ ไม่ยาก ช่วงแรกป้า ๆ แถวบ้านก็ไม่ค่อยเชื่อวิธีนี้ พอเราทำให้เขาเห็น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เขาก็จัดการขยะหน้าบ้านเขาเอง มีการมาคุยกัน จนเขาเชื่อมั่นเรามากขึ้น เพราะเห็นว่าเราทำสำเร็จ” ศุเล่าถึงความร่วมมือที่ค่อย ๆ ขยายไปยังคนในชุมชน

นอกจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมและชุมชนข้างเคียง สุขเสมอยังเชื่อมโยงกับผู้คนท้องถิ่นในขนาดที่กว้างขึ้น วันหนึ่งศุพบว่าในอำเภอใกล้ ๆ กันอย่างศรีสัชนาลัย มีไร่กาแฟไม่ต่างจากบนดอยทางเหนือ และรสชาติก็ดีไม่แพ้กันด้วย เมื่อเข้าไปพูดคุยจึงพบว่า เกษตรกรที่นี่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่งไปคั่วถึงเชียงใหม่ ก่อนนำกลับมาจำหน่ายที่สุโขทัย

“ตอนแรกเราชิมก็ไม่รู้ว่ามันมาจากที่ไหน แต่ชิมแล้วอร่อย เลยถามลุง แกบอกว่าปลูกอยู่ในศรีสัชนาลัยเนี่ยแหละ เราเลยสนใจ เพราะคิดว่ารสชาติไม่เหมือนโรบัสต้าทั่วไป พอสนิทสนมมากขึ้นก็ไปเที่ยวสวนของลุง สอบถามว่าส่งคั่วที่ไหน แกว่าปกติต้องส่งไปเชียงใหม่ มีค่าขนส่งไปกลับ ทำให้ต้นทุนกาแฟของลุงสูง” ศุเริ่มต้นพูดถึงที่มาของเครื่องคั่วกาแฟ ซึ่งเธอลงขันซื้อร่วมกับกลุ่มญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ ทางหนึ่งคือช่วยเกษตรกรเจ้าของสวนกาแฟในจังหวัดลดต้นทุน โดยยังจำหน่ายเมล็ดกาแฟได้ในราคาเท่าเดิม อีกทางคือให้แขกที่มาได้ลองชิมกาแฟดี ๆ ที่ปลูกในจังหวัดสุโขทัย

“ผลคือต่างคนก็ต่างพอใจ เพราะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จริง ๆ เราเลยลงทุนในส่วนนี้เพิ่ม และใช้กาแฟนี้มาตลอด ใครกินเราก็ภูมิใจที่จะบอกว่าเมล็ดกาแฟปลูกที่นี่” สาวเจ้าเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความสุข

ดวงอาทิตย์คล้อยลับลงจากยอดมะยงชิด พระจันทร์ขึ้นมาเสมอระเบียงบ้าน และดวงดาวเริ่มพราวเต็มฟ้า หิ่งห้อยเจ้าถิ่นบินมาทักทายนักเดินทางแปลกหน้า หลังจบบทสนทนา สิ่งหนึ่งที่เรารับรู้ได้คือ ทุกวันนี้สุขเสมอไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเจ้าบ้านที่สุขใจยามได้ต้อนรับแขกที่มาพัก หรือเป็นแค่โฮมสเตย์ที่มอบการพักผ่อนแสนสุขให้ผู้มาเยือน เพราะที่นี่ยังมีส่วนในทุกความสุขที่ช่วยเกื้อกูลให้ชุมชน ชาวสวนรอบข้าง ได้พากันสุขเสมอไปพร้อมกัน

แพ็กกระเป๋าเข้าสวนผลไม้แห่งเมืองสวรรคโลก พักผ่อนสบาย ๆ ในโฮมสเตย์ใกล้ชิดชุมชน ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกื้อกูลท้องถิ่น

Suksamer Relaxation Homestay

ที่ตั้ง : 40 ตำบลเมืองบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6916 6992

Facebook : Suksamer Relaxation Homestay

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ภาณุวิช ขวัญยืน

ช่างภาพจากสุโขทัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load