15 กันยายน 2560
28 K
The Cloud X Maru

ไม่รู้ว่าคุณเป็นเหมือนฉันหรือเปล่า นอกจากชอบซื้อหนังสือใหม่สม่ำเสมอ ฉันยังชอบสะสมหนังสือ จนตอนนี้หนังสือบางเล่มที่มีเก่ากรอบชำรุด แม้กระทั่งการติดสก็อตเทปก็ช่วยอะไรไม่ได้

ที่จริง ทางออกดีที่สุดอาจเป็นการบริจาคแล้วซื้อเล่มใหม่ แต่หนังสือหลายเล่มเต็มเปี่ยมด้วยความทรงจำ ตั้งแต่มหากาพย์แฟนตาซีเล่มหนาที่ทำให้เห็นภาพตัวเองวัยประถมใช้เวลาวันหยุดเก็บตัวอ่านหนังสือ จนถึงวรรณกรรมภาษาอังกฤษเวอร์ชันร่นย่อที่ทำให้คิดถึงตัวเองสมัยเริ่มเรียนอังกฤษ

เพราะผูกพันจนตัดใจไม่ลงแบบนี้ ฉันเลยมองหาวิธีอื่น จนได้มาเจอว่าที่จริงเราซ่อมหนังสือที่รักได้เอง ศาสตร์การซ่อมหนังสือยุคนี้แพร่หลายทั่วโลก ทำได้ไม่ยากเกินกำลัง และไม่ได้จำกัดอยู่แค่หนังสือเก่าแก่นับร้อยปี  

ซ่อมหนังสือ

นับเป็นกิจกรรมน่านั่งทำที่บ้านในวันหยุดอย่างยิ่ง

พื้นฐานที่คุณต้องมีก่อนลงมือซ่อมหนังสือคือการเข้าเล่ม (เย็บแม็กรายงานก็เป็นการเข้าเล่มแบบหนึ่ง) นอกนั้นก็คือทักษะพื้นฐาน เช่น ตัด เย็บ และเจาะรู ซึ่งเรามีติดตัวกันอยู่แล้ว เมื่อทักษะพร้อม อุปกรณ์พร้อม เราก็กลายเป็นคุณหมอที่ช่วยรักษาเพื่อนรักได้เอง ตั้งแต่หน้ากระดาษขาดจนถึงเนื้อในหลุดออกจากกัน ถ้ารู้วิธี ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เป็นอันเสร็จ

ซ่อมหนังสือ ซ่อมหนังสือ

ส่วนจะรู้ได้ยังไงว่าซ่อมแล้วโอเคมั้ย กุ๊ก-ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล กูรูนักซ่อมหนังสือแห่งร้านรับซ่อมหนังสือ Book Clinic เคยบอกฉันถึงหัวใจของกิจกรรมนี้

“หัวใจของการซ่อมหนังสือคือการทำให้มันกลับไปสภาพเดิม เหมือนกับการอนุรักษ์สิ่งอื่นๆ อีกสิ่งที่สำคัญคือ ถ้าเอาอะไรใส่เข้าไป ต้องเอาออกมาได้ เผื่อวันหนึ่งมีเทคโนโลยีการซ่อมแบบใหม่ที่ดีกว่าจะได้รื้อออกได้” กุ๊กบอกไว้อย่างนั้น

นอกจากได้เพื่อนเก่าที่ผูกพันกลับคืนมา กุ๊กยังบอกไว้ด้วยว่า ถ้าทำไปเรื่อยๆ การซ่อมหนังสือนี่แหละอาจจะกลายเป็นงานอดิเรกชนิดใหม่

“บนโลกนี้มีหนังสือที่พังเยอะมาก ถ้าคุณชอบซ่อมหนังสือ คุณจะมีงานอดิเรกที่ทำไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวันหมด แล้วพี่ชอบอยู่บ้านด้วย ไม่ชอบออกไปเจอคน ก็อยู่บ้าน เปิดเพลงฟังไปซ่อมหนังสือไป”

ซ่อมหนังสือ ซ่อมหนังสือ

แน่นอนว่าฉันเห็นด้วยเต็มที่ เพราะตัวเองก็ไม่ชอบเจอคนเยอะๆ เหมือนกัน วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ได้ซ่อมหนังสืออยู่บ้านเงียบๆ จึงช่วยชาร์จแบตให้กับร่างกายและจิตใจได้ดี ที่สำคัญ เวลาที่เลือกหนังสือเก่ามาซ่อม หนังสือใหม่ๆ ก็จะได้มีที่อยู่ชั่วคราว ผลักเรื่องปวดหัวไปได้หนึ่งเรื่องจนกว่าฉันจะซ่อมหนังสือเสร็จทั้งหมด หรือจนกว่าฉันจะเก็บตังค์ซื้อชั้นที่ใหญ่กว่าเดิมได้ (ฮา)

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพบว่ามีเพื่อนรักนอนป่วยอยู่เต็มชั้น ขอแนะนำให้ลองใช้วันหยุดนั่งลงทำให้พวกเขากลับมาแข็งแรงสดใสนะ

อุปกรณ์

(อาจไม่ใช้ทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับอาการชำรุด)

ซ่อมหนังสือ

  1. หนังสือที่ชำรุด
  2. กรรไกร
  3. คัตเตอร์หรือมีด
  4. ฟุตเหล็ก
  5. แผ่นรองตัด
  6. กาวชนิดใดก็ได้ (ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การกะปริมาณกาวให้พอเหมาะกับอาการชำรุด)
  7. ตะเกียบ แท่งเหล็ก หรือแท่งไม้ ต้องยาวกว่าความยาวหนังสือ
  8. อุปกรณ์เจาะรูหรือสว่านขนาดเล็ก
  9. กระดาษสาสีขาวขนาด 8 แกรม ถ้าไม่มีใช้กระดาษสีขาวเนื้อบางแทนได้  เช่น กระดาษรองขนม
  10. ที่ทับกระดาษ
  11. กระดาษทราย
  12. bone folder สำหรับรีดกาวส่วนเกิน หรือไม้บรรทัด
  13. ค้อน
  14. แผ่นพลาสติกหนาสำหรับรองกาว
  15. พู่กันสำหรับทากาว
  16. เข็มและด้าย

วิธีทำ

การต่อกระดาษที่ขาด

1. ต่อชิ้นส่วนกระดาษที่ขาดเข้าด้วยกันเหมือนต่อจิ๊กซอว์ (ถ้ารอยฉีกอยู่ด้านที่ติดกับสันหนังสือ ให้ดึงหน้ากระดาษนั้นออกมา เมื่อเสร็จค่อยประกอบกลับเข้าไป)

ซ่อมหนังสือ

2. ฉีกกระดาษขาวบางเป็นเส้นยาวขนาดตามรอยขาด แล้ววางบนรอยต่อเพื่อดามแผล

3. วางแผ่นพลาสติกรองด้านล่าง ทากาวบางๆ ระวังอย่าทาหนาเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้แห้งช้า

ซ่อมหนังสือ

4. ใช้กระดาษสาดามแผลทั้งสองด้านเพื่อความแข็งแรง

5. รอให้แห้ง แล้วใช้กรรไกรตัดเล็มกระดาษสาส่วนที่เกินออกมาจากหน้ากระดาษเดิม

6. กรณีต้องดึงหน้ากระดาษออกมา ให้ทากาวบริเวณหน้าตัดของขอบกระดาษ เสียบกลับเข้าไปในเล่ม แล้วใช้ฟุตเหล็ดตบบริเวณสันทั้งด้านบน ด้านข้าง และด้านล่าง เพื่อให้กระดาษเข้าที่และไม่ล้นออกมา *หมายเหตุ วิธีนี้ใช้ได้กับการประกอบแผ่นเดียวเท่านั้น ถ้าประกอบหลายแผ่นต้องดึงออกมาทั้งเล่มแล้วค่อยประกอบกลับเข้าไปใหม่ > ดูหัวข้อ การติดหน้าปก

ซ่อมหนังสือ

การเย็บเล่ม

1. เคาะปึกกระดาษให้สันเท่ากันทุกด้าน แล้วใช้คลิปหนีบกระดาษขนาดใหญ่ช่วยหนีบให้เข้าที่ เทคนิคคือเคาะแล้วหนีบกระดาษด้านเดียวก่อน เคาะอีกครั้งแล้วหนีบกระดาษอีกด้าน จากนั้นถอดที่หนีบกระดาษด้านแรกออก เคาะแล้วหนีบใหม่อีกครั้ง การทำเช่นนี้จะช่วยให้เคาะได้เนี้ยบกริบ

ซ่อมหนังสือ

2. มาร์กจุดที่จะเจาะกระดาษ วัดจากสันด้านในเข้ามาประมาณ 3 มิลลิเมตร แล้วตีเส้นเพื่อเป็นไกด์ไลน์ มาร์กจุดแรกตรงกึ่งกลางเส้น ส่วนจุดที่สองและสามให้วัดประมาณ 1 นิ้วจากขอบด้านบนและด้านล่าง

ซ่อมหนังสือ

3. เจาะรูตามที่มาร์กไว้ด้วยอุปกรณ์เจาะรู (หาซื้อได้ตามร้านทุกอย่าง 60 บาท) หรือหากหนังสือหนามาก ให้ใช้สว่านขนาดเล็กเจาะเอาจะง่ายกว่า

ซ่อมหนังสือ

4. ฝนเข็ม หากใช้ด้ายสำหรับเย็บผ้าทั่วไป ให้ใช้อย่างน้อย 4 เส้นเพื่อความแข็งแรง  

5. เย็บเล่มโดยเริ่มจากการร้อยด้ายผ่านรูตรงกลาง ผูกปมตายหนึ่งครั้ง จากนั้นร้อยไปที่รูด้านบน ร้อยกลับมารูกลาง แล้วร้อยไปที่รูด้านล่าง ร้อยกลับมารูกลางเพื่อผูกปมตาย เสร็จแล้วถอดที่หนีบกระดาษออกได้ โดยเทคนิคที่ช่วยให้เย็บได้แน่นหนาขึ้นคือ ก่อนผูกปมตายครั้งสุดท้ายให้ใช้ค้อนทุบกระดาษลงไป เพราะเวลาร้อยด้ายผ่านรูกระดาษจะเคลื่อนตัว ทำให้มีช่องว่างระหว่างแผ่นกระดาษ เมื่อใช้ค้อนทุบลงไปกระดาษก็จะกลับไปแนบชิดกันเหมือนเดิม

ซ่อมหนังสือ

การประกอบหน้าปก

1. กำหนดรอยพับของปก โดยวางฟุตเหล็กนำทางแล้วใช้สันคัตเตอร์กรีดเบาๆ ต้องระวังเป็นพิเศษหากกระดาษปกบาง หากมีการเย็บเล่ม รอยพับต้องใหญ่พอปิดรอยเย็บอย่างมิดชิด  

ซ่อมหนังสือ ซ่อมหนังสือ

2. ขูดกาวเก่าออกจากสันหนังสือด้วยคัตเตอร์หรือมีด หรือใช้น้ำมันรอนสันเช็ดออกก็ได้ การกำจัดกาวเก่าออกจะช่วยสร้างพื้นที่ในการยึดติดให้กับกาวใหม่ ทำให้กาวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

3. ทากาวลงบนสันหนังสือ ระวังอย่าทาเยิ้มเกินไป จากนั้นประกอบเข้ากับหน้าปก

ซ่อมหนังสือ ซ่อมหนังสือ

4. ใช้ตะเกียบ 1 คู่ดามบริเวณสันหนังสือทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มัดตะเกียบเข้าด้วยกันด้วยหนังยาง ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ปกแนบสนิทกับสันมากขึ้น

ซ่อมหนังสือ

5. สอดแผ่นพลาสติกเข้าไปรองหน้าปกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อในเปื้อนกาวส่วนเกิน

ซ่อมหนังสือ : ลงมือชุบชีวิตหนังสือเล่มโปรด ให้เพื่อนรักอยู่กับเราไปได้อีกนาน

6. ใช้ bone folder รีดบริเวณสันหนังสือเพื่อไล่กาวส่วนเกิน ใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดกาวออก ถ้าไม่มี bone folder ให้ใช้ไม้บรรทัดรีดแทนได้

ซ่อมหนังสือ

7. ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 2 – 3 ชั่วโมง เมื่อแห้งแล้วถอดตะเกียบและดึงแผ่นพลาสติกออกได้

นอกจากอยู่บ้านนอนอ่านหนังสือ หนอนหนังสือยังมีอีกกิจกรรมที่นั่งทำเองที่บ้านได้ นั่นคือลงมือซ่อมหนังสือเล่มโปรดให้กลับมีชีวิตเหมือนใหม่ กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่ทำให้เราไม่ต้องทิ้งหนังสือเล่มโปรดที่ผูกพัน แต่ยังอาจกลายเป็นงานอดิเรกแสนเพลิน หรือถ้ามีคนใกล้ชิดรักหนังสือเหมือนกัน จะมาซ่อมด้วยกันก็รื่นรมย์ไม่น้อย การซ่อมหนังสือจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมอยู่บ้านที่เราอยากแนะนำ สำหรับชาวคอนโด ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co-Creation Space ให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์หลากหลาย เช่น พื้นที่ห้อง Quiet Room ของโครงการ Maru Ekkamai ห้องสำหรับอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมใต้บรรยากาศเงียบสงบ ที่บอกเลยว่าน่าเข้าไปนั่งซ่อมหนังสือที่สุด

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. อุปกรณ์ส่วนใหญ่หาซื้อได้ที่ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ อย่าง ‘bone folder’ ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับนักซ่อมหนังสือโดยเฉพาะที่นี่ก็มีขาย
  2. ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ทุกอย่าง แต่ประยุกต์จากอุปกรณ์ที่เรามีอยู่ในบ้านได้ อย่างกระดาษสาที่ใช้กระดาษเนื้อบางอื่นๆ ทดแทน
  3. การซ่อมหนังสือไม่ใช่ศาสตร์ตายตัว เราพลิกแพลงเทคนิคและทดลองซ่อมด้วยวิธีใหม่ๆ ได้

Writer

Avatar

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ เพิ่งผันตัวมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ กำลังเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่างสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากทำ รักทุกอย่างที่เป็นรสหรือกลิ่นลูกพีช

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

24 ธันวาคม 2565
2 K

ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ Sustainable Fashion กันอย่างจริงจังมากขึ้น ใช้เวลาทำความรู้จักแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน สืบหาประวัติและที่มาก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อของชิ้นหนึ่ง ตั้งใจเตรียมตัวและเดินทางไปงานแลกเสื้อผ้า รวมถึงสนับสนุนการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

แต่นั่นคือทั้งหมดของแฟชั่นยั่งยืนแล้วหรือยัง 

อีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มลงมือทำเองได้ที่บ้าน คือ ‘การซ่อมแซมเสื้อผ้า’ ซึ่งลดกระบวนการผลิตจากทรัพยากรใหม่ต่าง ๆ และเสริมส่งให้อายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ รวมไปถึงอายุของโลกของเรายาวขึ้นอีกนิด วิธีการซ่อมที่อยากแนะนำนั้นไม่ซับซ้อน เพียงใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ผสานกับความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัว เสกให้เสื้อผ้าเก่านั้นดูใหม่ขึ้นในพริบตา

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ ผ้า

กว่าเสื้อผ้าสุดเก๋ตัวหนึ่งในตู้จะเดินทางมาอยู่บนตัวเรานั้น มันผจญภัยผ่านหลายกระบวนการแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาวัสดุ การผลิตในระบบอุตสาหกรรมผ่านแรงงานจำนวนมาก การบรรจุใส่หีบห่อและขนส่ง การวางขายในร้านหรือออนไลน์ ไปจนถึงการทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะอยู่กับผู้บริโภคนานที่สุดในช่วง ‘การใช้งาน’ เมื่อเสื้อผ้าเกิดร่องรอยขึ้น ผู้ใส่ก็อาจไม่อยากใช้งานเสื้อผ้านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่า ‘มันเก่า ไม่สมบูรณ์ ดูไม่เรียบร้อย’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวคิดการซ่อมเสื้อผ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงในหลายประเทศ นั่นคงเป็นเพราะทุกคนตระหนักเรื่องความยั่งยืน และร่วมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เราลองลงมือเย็บปักพร้อมกันทีละขั้นตอน

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ เข็ม

‘เย็บ ปัก ถัก ร้อย’ หลายคนแค่ฟังก็รู้สึกยาก เพราะนึกถึงวิธีการที่ละเอียดจนน่าปวดหัว อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะใช้งานไม่ง่าย จะทำตามอย่างไรยังคิดไม่ออก ใจเย็นก่อน! เราคัดเลือกอุปกรณ์คู่ใจในการเริ่มลงมือซ่อมเสื้อผ้าครั้งแรกสำหรับมือใหม่มาให้แล้ว 

ไม่ต้องมีจักรเย็บผ้าอันใหญ่ ๆ เพราะการเย็บปักด้วยมือนั้นง่าย เริ่มต้นทำด้วยเข็ม ด้าย และอื่น ๆ อีกมากมายในวิชา กพอ.

1. เสื้อผ้าที่มีร่องรอย

2. เข็มเย็บผ้าหรือเข็มปักผ้า

3. ด้าย ไหมปัก หรือไหมพรม 

4. สะดึง

5. เข็มหมุด

6. กรรไกรก้ามปูหรือทั่วไป

7. ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ มือ

1. หยิบเสื้อผ้าที่มีร่องรอยซึ่งเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมโยนทิ้งไปขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ร่องรอยดังกล่าวจะเป็นรูขาด รอยเลอะเปรอะเปื้อน หรือความไม่ตั้งใจใดก็ได้

2. สังเกตร่องรอย แล้วลองใช้เวลาทบทวนที่มาและเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

3. ขึงสะดึงให้ตึงรอบ ๆ ร่องรอย จะได้สะดวกต่อการทำงานเย็บปัก

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

4. ร่างลวดลายอย่างง่าย โดยอาจอิงกับจินตนาการหรือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงจากเรขาคณิต และเส้นสายจากธรรมชาติ

5. ในที่นี้เราเลือกเสื้อสีส้มตัวโปรดที่ไม่ได้หยิบมาซ่อมสักที เสื้อเชิ้ตนี้มีรอยขาดขนาดเล็กตรงด้านหลังของแขนขวา ร่องรอยไม่ได้ใหญ่มาก แต่เวลาใช้งานเพื่อนบางคนก็มักจะทักว่า “เสื้อขาดตรงนี้หรือเปล่า” ตอนนี้คงถึงเวลารักษารอยกันแล้วล่ะ

6. ขอหยิบรูปทรง ‘Sparkle’ ซึ่งมีลวดลายเหมือนประกายส่องแสงและขั้นตอนการเย็บไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผนวกกับเรื่องราวในตอนนั้นที่ซื้อเสื้อตัวนี้จากตลาดที่อากาศร้อน และมีแสงแดดจากพระอาทิตย์ส่องเป็นประกาย 

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

7. นำรูปทรงที่เลือกสรรในจินตนาการหรือในอินเทอร์เน็ตมาลงมือร่างที่ร่องรอยบนผ้า โดยใช้ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า หากไม่มี ใช้ดินสอหรือสีธรรมดาเขียนลงไปอ่อน ๆ ก็ได้

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

8. เลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้าในมุมมองของคุณ จะเป็นคู่สีตรงข้าม สีข้างเคียงกัน หรือสีที่โปรดปรานก็ย่อมได้ ในที่นี้ขอเลือกสีที่ชอบซึ่งเป็นสีส้ม อ่อนลงเล็กน้อยและไม่โดดจากสีเสื้อจนเกินไป จากนั้นจึงร้อยด้ายเข้าในเข็ม และมัดปมที่ปลายด้าย

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

9. ปักเข็มขึ้นมาบนผ้าจุดหนึ่งตามรอยดินสอ ให้ปมที่ผูกไว้อยู่ด้านในเสื้อผ้า และปักเข็มลงบนจุดต่อไปตามที่ร่างไว้ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

10. ปักขึ้นและลงเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสร้างกรอบให้รูปทรง จากนั้นปักขึ้นลงคล้ายการระบายสีให้เต็มพื้นที่ รูปทรงจะปรากฏขึ้นช้า ๆ ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่เลือกว่าซับซ้อนมากน้อยเท่าไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการรังสรรค์

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

11. ในระหว่างนี้เราเลือกใช้ด้ายมากกว่าหนึ่งสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีอายุขัยตัวนี้ และตั้งใจสื่อสารว่านี่เป็นลวดลายที่มีมิติ สร้างขึ้นจากความละเมียดละไม ไม่ได้ต้องการลบร่องรอยให้กลืนหายไป

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

12. ซ่อมเสร็จแล้ว! เสื้อเชิ้ตตัวเก่านี้ดูใหม่ขึ้นเป็น ‘ประกาย’ จากพลังความตั้งใจและความสร้างสรรค์ พร้อมให้นำไปสวมใส่ต่อ

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

ซ่อม กับ ใส่

สวมใส่ไปกับรอยซ่อม ไม่ต้องเขินอาย! 

แม้เสื้อผ้าตัวแรกที่ผ่านการซ่อมแซมสำเร็จแล้ว อาจดูไม่สมบูรณ์และถูกใจสักทีเดียว ไม่เป็นไร นี่คือการเรียนรู้และลงมือทำจากฝีมือของเราที่พัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ขั้นตอนการเย็บปักถักซ่อมเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงวิธีการพื้นฐานที่ทุกคนทดลองหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเองได้โดยการลงมือทำต่อไป พอซ่อมเสร็จแล้ว อย่าลืมนำเสื้อผ้าที่มีร่องรอยและลวดลายไปสวมใส่เป็นประจำด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความสร้างสรรค์ล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายามจากสองมือของเรา 

การซ่อมเสื้อผ้าเป็นอีกทางเลือก หากคุณอยากเริ่มลงมือทำอะไรง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน การเย็บปักลวดลายให้ร่องรอยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ สนับสนุนการบริโภคแฟชั่นอย่างยั่งยืน หรือทำให้อยากใช้งานเสื้อผ้าตัวนั้นต่อไป แต่ยังสร้างสมาธิระหว่างการเย็บปัก ความภูมิใจในการเริ่มต้นลงมือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมยังนำผลงานสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ไปอวดเพื่อนได้ด้วยนะ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

วันไหนเสื้อผ้าเกิดร่องรอย ก็ซ่อมแซมวนไป จนกว่าจะสวมใส่ต่อไม่ได้!

หากอยากรู้แนวคิดและหลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยืดอายุเสื้อตัวโปรดต่อไป ลองมาทำความรู้จักกับ Community ที่ส่งเสริมการซ่อมเสื้อผ้า ใช้งานซ้ำ และเล่าเรื่องราวแฟชั่นยั่งยืน ได้ที่

https://www.facebook.com/amore.amend

Writer

Avatar

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load