The Cloud x Startup Thailand

“เราไม่ได้เป็นบริษัทจัดหางาน แต่เรากำลังเปลี่ยนชีวิตคน”

พลภัทร ทรงธัมจิตติ Co-Founder & CMO ของ GetLinks มีสีหน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยพลังพลุ่งพล่านทุกครั้งที่เขาเอ่ยประโยคนี้

มนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดสำหรับวงการสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นความหวังในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ด้วยจังหวะใหม่ที่เร็วขึ้นและล้ำขึ้นอย่างที่ไม่เคยมียุคใดทำได้มาก่อน

จึงจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาความสามารถของบุคคลสามกลุ่มหลักๆ คือ Developer Designer และ Digital Marketer หรือที่เรียกรวมกันง่ายๆ ว่า 3D Talents และคนกลุ่มนี้แหละที่จะเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของการหมุนโลกต่อไป

“เราเลือกแก้ปัญหาเกี่ยวกับชีวิตคนและทางเลือกให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น เราแทบจะไม่พูดว่าหางานเลยด้วยซ้ำ ภารกิจของเราคือการ connecting people เมื่อเราตั้งใจที่จะแก้ปัญหาที่ใหญ่มากพอ มันจึงมีแรงขับจากตัวองค์กรและทีมงาน ในการเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ

คุณสมบัติที่ 1 : อุดมการณ์และความตั้งใจ

การเดินทางของเก็ตลิงค์ผ่านอุปสรรคและสนาม pitching มานับไม่ถ้วน  ซึ่งทุกครั้งเขาได้เรียนรู้จากมันเสมอ พลภัทรเผยว่าช่วงที่ยากสุดสำหรับสตาร์ทอัพก็คือการทำ Product Market Fit เพราะต้องรู้ความต้องการของตลาด และผลิตภัณฑ์ต้องทำหน้าที่เป็นทางออกในการแก้ปัญหาของตลาดด้วย เหตุที่มันยากเพราะมีสินค้าบริการจัดหางานเดิมอยู่เต็มไปหมด แล้วอะไรคือสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครนึกถึงมาก่อน

สำหรับเก็ตลิงค์ ก่อนที่จะไปถึงคำตอบนั้น ความเข้าใจในความต้องการของตลาดเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดในเวลาเดียวกัน สำหรับการทำธุรกิจ “ไม่ว่าจะทำสตาร์ทอัพอะไรก็ตาม เราเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา การเก็บข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจผู้ใช้งานจึงสำคัญต่อธุรกิจมาก ยิ่งปัญหาที่ใหญ่มากๆ เราก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวเพราะเราอยากแก้ปัญหาที่ใหญ่พอจะสร้างคุณค่าต่อโลกใบนี้”

ด้วยความเชื่อนี้เองที่ทำให้บริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่มีงบจำกัดสามารถจัดงานจ๊อบแฟร์ที่มีบริษัทสตาร์ทอัพมาร่วมด้วยมากที่สุดในไทย รวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในชื่อของ BKK Startup Job Fest เมื่อปี 2015 โดยเลือกผสมผสานระหว่างการหาคนและหางานเข้ากับ Tech Conference ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับสตาร์ทอัพกลับไปด้วย ซึ่งดึงดูดความสนใจของคนในวงการและคนทั่วไปได้มากถึงราว 3,500 คน พลภัทรบอกว่า ในตอนนั้นแม้จะยังไม่สามารถมอบสิ่งตอบแทนให้คนที่มาช่วยงานในรูปแบบของเงินได้ สิ่งที่ต้องมอบให้ผู้ที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์ก็คือการแสดงให้เห็นถึงอิมแพคสำคัญที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกคน

GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ GetLinks บริษัทที่เชื่อมต่อคนที่ถูกต้องเข้ากับงานที่ถูกใจ

คุณสมบัติที่ 2 : ความฝันที่มีร่วมกัน

ความฝันอันยิ่งใหญ่ของเก็ตลิงค์ คือการเปลี่ยนชีวิตของผู้คน ให้คนที่ถูกต้อง ได้มาเจอโอกาสที่ถูกต้องสำหรับการพัฒนาตัวเอง กระตุ้นกระบวนการในการเชื่อมต่อกันของคนทั่วโลก เนื่องมาจากในประเทศไทยนั้นยังมีคนไม่เพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของวงการสตาร์ทอัพที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง แถมยังต้องแข่งขันกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากต่างประเทศอีก

เมื่อเก็ตลิงค์มองเห็นภาวะนี้อย่างชัดเจนจึงไปเปิดตัวในหลายประเทศ ทั้งดึงตัวบุคลากรจากต่างประเทศเข้ามาในไทย และผลักดันคนไทยให้ก้าวไกลโกอินเตอร์ เพื่อให้เกิด Cross Boarder สร้างสมดุลของทีมทำงานที่ถูกต้องทั่วภูมิภาคเอเชีย เช่น เวียดนามเป็นแหล่งส่งออกเดเวล็อปเปอร์และโปรแกรมเมอร์ ส่วนเกาหลีใต้ก็เป็นแหล่งผลิต Data Scientist ออกมาจำนวนมาก ส่วนประเทศที่มีความต้องการบุคลากรเข้ามารับตำแหน่งงานอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ ที่มีบริษัทจดทะเบียนเยอะ ต้องการคนเยอะ เก็ตลิงค์เป็นตัวกลางในการคัดเลือกหัวกะทิจากแต่ละสาขาตำแหน่งในอัตราส่วน 5:100 ของผู้สมัครทั้งหมด นำมาจับคู่เข้ากับความต้องการของบริษัทที่ต้องการคนคุณภาพ ทำงานดีและมีวิธีคิด วิธีการทำงานที่เข้ากันได้จริง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลตอบรับของผู้ใช้งานเก็ตลิงค์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์เล่าว่ามีความสุขกับงานใหม่มาก ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้สมัครงานหรือบริษัทที่รับพนักงานใหม่เข้าไป

เมื่อผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพเชื่อว่าตัวเองกำลังทำงานที่มีความหมาย ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต่างรู้สึกเช่นเดียวกันตามไปด้วย พนักงานของเก็ตลิงค์ทุกคนต่างรับรู้ความฝันของทุกคนหมด

“เราแชร์ฝันกันเสมอ สุดท้ายแล้วมันจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักและเป็นคุณค่าที่ขับเคลื่อนพวกเขาอยู่ข้างใน แล้วก็เป็นตัวขับเคลื่อนออกมา ผมรู้ว่าบางคนอยากเปิดร้านดอกไม้ อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ อยากเป็นหัวหน้าทีม พอเราเข้าใจเขา มันก็กลายเป็น propose driven ทั้งหมด” พลภัทรอธิบายรูปแบบการทำงานของบริษัทซึ่งให้ความสำคัญแก่ความฝันของทุกคนอย่างแท้จริง

“ยิ่งเราเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชีวิตคน มันจะอยู่ไม่ได้ถ้าเราไม่แคร์ความฝัน ไม่แคร์ความต้องการของของพนักงานเราเอง เราคุยกันรายเดือนเลย บนโต๊ะประชุมเราถามกันว่า ฝันของคุณเป็นยังไงบ้าง ใกล้ความจริงขึ้นบ้างหรือยัง มันสำคัญมากเลยนะ เราไม่ได้คุยว่างานเป็นยังไงบ้าง ในมุมนี้เราให้เวลาในการคุยเรื่องของเขา เราอยากสนับสนุนคนที่มีฝันและกำลังทำมันอยู่ เราชอบเพราะเราได้ช่วยเขาทำฝันด้วย และเขาก็มาช่วยทำให้ฝันของเราเป็นจริงเหมือนกัน”

คุณสมบัติที่ 3 : ความสำเร็จที่มีคุณค่าและส่งผลต่อผู้อื่น

“ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เราอยากเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จมาก เพราะการประสบความสำเร็จนั้นหมายถึงเราได้สร้างคุณค่าและสร้างบุคลากรด้านสตาร์ทอัพรุ่นต่อไปให้สตาร์ทอัพอื่นๆ อีกมากมาย” ซึ่ง ‘อื่นๆ อีกมากมาย’ ที่เขาหมายถึงก็คือการวางรากฐานคนทำงานด้านสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพทั่วเอเชียให้ได้ในเร็ววัน

การทำงานที่ผ่านมาของเก็ตลิงค์ตอกย้ำให้พลภัทรเห็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนและสำคัญมาก 2 เรื่อง

นั่นก็คือเรื่อง Dare to Dream เพราะคนเรามักไม่กล้าฝันหรือคิดอะไรที่ใหญ่กว่าตัวเยอะนัก คนที่กล้าพูดความฝัน หรือทำความฝันนั้นให้เป็นจริงมีน้อย

“กฎง่ายๆ ของผม คือ ถ้ามีฝันแล้วไม่พูดออกมาก็จะไม่มีวันทำได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวิธีการทำงานของสมองของเรา คือเมื่อเราพูดแล้วจะคิด เชื่อแล้วก็จะกลับมาทำ เริ่มแรกต้องเริ่มฝันแล้วแชร์มันออกมาก่อน”

ชวนให้คิดว่า หรือจริงๆ แล้วเหตุเราไม่กล้าฝันเพราะเราอาจจะไม่ได้อยากได้มันมากพอ

“มีคนมาถามผมเยอะนะ ว่าอยากสำเร็จต้องทำยังไง หาไอเดียเริ่มต้นยังไง จริงๆ มันมีคำถามเดียวเลยคือ ‘คุณอยากได้มันมากแค่ไหน’ สำหรับเรา เป้าหมายของเราไม่ใช่กำไรสูงสุด แต่เราอยากเห็นชีวิตคนที่เปลี่ยน อยากเห็นโคตรๆ เลย เราเลยเลือกที่จะตั้งเป้าหมายกับสิ่งที่มันจับต้องไม่ได้มากกว่า เป็นสิ่งที่เราเข้าใจและรู้สึกมันได้”

ในขณะที่เรื่องที่สองคือ Don’t Think Just Do

“ไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำไปเลย เหตุผลง่ายๆ คือคนทำมันน้อย สตาร์ทอัพไอเดียมีเป็นพันเลย แต่คนเริ่มลงมือทำน้อยมาก วิธีคิดคือให้มองหา worst case ถ้ามันไม่แย่มากก็ลองทำดูเลย ถ้าพูดจากประสบการณ์คนที่ทำสตาร์ทอัพมาแล้ว ยังไงสตาร์ทอัพมันมีวิวัฒนาการอยู่แล้ว สิ่งที่เราทำวันนี้ก็ไม่เหมือนวันแรก เพราะระหว่างทางตลาดเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทุกวันที่ทำงานเราเจอปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราก็อยากแก้ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายเราก็จะเจอทางออกที่มันเปลี่ยนโลกในแบบที่เราอยากจะเป็น สำหรับผมสิ่งนั้นคือ การเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันด้วยเทคโนโลยี”

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาบริการสำหรับธุรกิจ (Business Service)

พลภัทร ทรงธัมจิตติ, Co-founder & CMO of GetLinks

Website: GetLinks.co

Writer

สุวิชา พิทักษ์กาญจนกุล

นักเขียนอิสระ ที่รักการค้นคว้าข้อมูลแปลกๆ เป็นงานอดิเรก มองหาเรื่องสนุกไม่จำกัดหมวดหมู่ สนใจใคร่รู้ทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

ไม่ว่าจะเป็นใต้คอนโดฯ หน้าร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งตามท้องถนน โลโก้รูปหมีแพนด้าสีชมพูน่ารัก คงเป็นภาพคุ้นตาของหลายๆ คน โดยเฉพาะในยุคโควิด-19 ที่หลายร้านจำต้องงดให้บริการทานที่ร้าน เหลือเพียงการซื้ออาหารกลับบ้าน จึงทำให้บริการเดลิเวอรี่ผสานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คนอย่างเลี่ยงไม่ได้

เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่ ‘foodpanda’ แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่จากเยอรมนีเปิดให้บริการในไทย จนตอนนี้กลายเป็นบริการเดลิเวอรี่อาหารเจ้าแรกที่ให้บริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดของประเทศ

foodpanda แพลตฟอร์มส่งอาหารจากเยอรมนีที่ใช้ Data เพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าไทย

อุตสาหกรรมธุรกิจเดลิเวอรี่อาหารเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุด โดยมีทั้งผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลก ไปจนถึงสตาร์ทอัพหน้าใหม่เจ้าเล็กๆ การอยู่ให้รอดแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายแล้ว แต่การอยู่ให้ได้เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ทศวรรษนั้น คือสิ่งที่ยากยิ่งกว่า

วันนี้ The Cloud มีนัดหมายพิเศษกับ แชมป์-อุรุรัตน์ ผลชีวิน และ อาย-ณิชาภัทร คงไพศาลนที สอง Senior Product Specialist ประจำ foodpanda ประเทศไทย เพื่อชวนผู้อ่านทุกท่านมาค้นหาหัวใจเบื้องหลังความสำเร็จ ว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มรายหนึ่ง อยู่ในสมรภูมิที่ดุเดือดนี้มากว่า 9 ปี อีกทั้งยังตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ตรงใจ แม้ว่าทุกสิ่งในโลกธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

foodpanda แพลตฟอร์มส่งอาหารจากเยอรมนีที่ใช้ Data เพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าไทย

กำเนิดแพนด้า

หากย้อนเวลาไปเมื่อราว 10 ปีก่อน ขณะนั้นบริการส่งอาหารในประเทศไทยมีค่อนข้างน้อย ที่เราคุ้นตาก็จะเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดไม่กี่เจ้าที่มีบริการเดลิเวอรี่ และร้านอาหารในยุคนั้นก็ยังไม่มีแพลตฟอร์มให้สั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างครบครัน

ทว่า ณ ขณะนั้นเอง ด้วยเทคโนโลยีที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้น ไลฟ์สไตล์การกินดื่มของคนไทยก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เริ่มเคยชินกับการพึ่งพิงเทคโนโลยี เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันมากขึ้น 

นี่คือโอกาสที่ foodpanda เห็นว่าในอนาคต ธุรกิจบริการส่งอาหารจะกลายเป็นบริการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างแน่นอน

foodpanda จึงถือกำเนิดใน พ.ศ. 2555 ด้วยความตั้งใจแก้ปัญหาของลูกค้าที่พบเจอในตอนนั้น เช่น ความไม่สะดวกที่ต้องออกไปซื้อของเอง การเสียเวลานานเพื่อรออาหาร หรือแม้กระทั่งปัญหาสภาพอากาศ ที่จอดรถ และการจราจร ซึ่งล้วนมีผลต่อการเดินทางไปทานอาหารที่ร้าน เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ทั้งเรื่องความรวดเร็วและสะดวกสบาย เปิดตัวพร้อมโลโก้รูปหมีแพนด้าสีส้มหน้าตาน่ารัก ช่วยสร้างภาพจำให้กับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีแบรนด์เปลี่ยนเป็นสีชมพู ให้ความรู้สึกสนุกสนาน สดใส และเข้าถึงง่ายในเวลาต่อมา

ขณะนั้น foodpanda ได้ก้าวเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์กับร้านอาหาร เพื่อเป็นช่องทางออนไลน์ในการสั่งซื้อให้กับลูกค้า และจัดส่งอาหารให้ถึงหน้าบ้าน มากไปกว่านั้น ยังทำลายความจำเจ สร้างตัวเลือกที่หลากหลายให้โดนใจลูกค้า โดยการมอบประสบการณ์การสั่งอาหารเดลิเวอรี่แบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น ขนมหวาน ชาไข่มุก รวมถึงเพิ่มประเภทอาหารตามความนิยมของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมอาหารและการกินของคนไทยที่หลากหลายเป็นอย่างมาก

นอกจากการบริการแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญมาตลอดนับตั้งแต่วันแรกคือเทคโนโลยี ทำให้เห็นโอกาสว่า ไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัลจะไม่จำกัดอยู่แค่ในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองต่างๆ 

foodpanda จึงลงทุนขยายการเติบโตเรื่อยมา พร้อมกับความเชี่ยวชาญด้วยข้อมูลที่สั่งสมมาตลอด 9 ปี จนให้บริการได้ครบทั้ง 77 จังหวัด และครอบคลุมการให้บริการไปถึงสินค้าของกิน ของใช้อื่นๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกพื้นที่

foodpanda แพลตฟอร์มส่งอาหารจากเยอรมนีที่ใช้ Data เพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าไทย

แพนด้ารู้ใจ

สิ่งสำคัญที่สุดที่นำพาให้ foodpanda ประสบความสำเร็จเช่นในทุกวันนี้ได้ คงหนีไม่พ้นข้อมูลหรือ Data
สำหรับธุรกิจเดลิเวอรี่อาหาร เวลาเป็นปัจจัยสำคัญ Data ที่ดีและแม่นยำจะทำให้ธุรกิจบริหารจัดการเวลาได้อย่างลงตัว

“ด้วยบริการแบบ On-demand ทำให้ปัจจัยในการส่งอาหารมีเยอะมาก อาจจะเป็นสภาพอากาศ หรือรถพี่ไรเดอร์ยางแตก มีหลายสถานการณ์ที่เราต้องรู้ เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ในขณะเดียวกัน อาหารก็ยังไปถึงมือโดยคุณภาพเหมือนกับไปทานที่ร้าน”

มากไปกว่านั้น ตั้งแต่คราวที่เริ่มต้นธุรกิจจนถึงปัจจุบัน foodpanda ไม่ได้ทำตลาดแค่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจใน 12 ตลาดทั่วเอเชียแปซิฟิก คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไทย มาเลเซีย ปากีสถาน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ ลาว กัมพูชา เมียนมา และญี่ปุ่น

Data จึงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่เปรียบเสมือนภาษากลางในการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า ทำให้ทีมในแต่ละประเทศเข้าใจลูกค้าตรงกัน จนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อีกด้วย

“foodpanda มีทุกจังหวัด เพราะฉะนั้น Data สำคัญในการเข้าใจคนท้องถิ่น พอเราเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าว่า แต่ละภูมิภาคชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ก็จะทำให้เราสามารถ Personalize การบริการให้เหมาะกับคนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้นเราจะมองทุกอย่างด้วยมุมมองของกรุงเทพฯ”

foodpanda แพลตฟอร์มส่งอาหารจากเยอรมนีที่ใช้ Data เพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าไทย

เมื่อสร้างบริการที่รู้ใจลูกค้าได้ การใช้ Data ยังเป็นประโยชน์กับพาร์ทเนอร์อีกกลุ่มก็คือเหล่าไรเดอร์

“ในแต่ละภูมิภาค พี่ไรเดอร์ก็มีคอมมูนิตี้ของตัวเอง อย่างเช่นที่เชียงใหม่ ร้านค้ารู้จักพี่ไรเดอร์ของเราแทบทุกคน คุยสนิทสนมกันเลย เป็นสังคมที่น่ารักมาก”

การสร้างสังคมที่อบอุ่นระหว่างไรเดอร์กับร้านค้าก็เกี่ยวข้องกับการนำ Data มาใช้ โดยจะช่วยให้แอปพลิเคชันรู้เทรนด์ว่าลูกค้าชอบสั่งอะไร บริษัทจะเพิ่มร้านค้าเหล่านั้นเข้าไปบนแพลตฟอร์ม วันถัดไปพอมีลูกค้ามาใช้เยอะขึ้น ไรเดอร์มีงานมากขึ้น และร้านค้าก็ได้รับออเดอร์เพิ่มขึ้น

ในช่วงโควิด-19 มีการเพิ่มฟีเจอร์ Contactless อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสื่อสารกับไรเดอร์ได้ดีขึ้น ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

“ผู้ใช้ในเมืองไทยส่วนใหญ่ใช้จ่ายเป็นเงินสด แต่ในช่วงโควิด-19 เราเริ่มเห็นว่าคนหันมาใช้ Digital Payment มากขึ้น เราเลยตั้งคำถามว่า หรือจริงๆ ลูกค้าไม่อยากเจอกับพี่ไรเดอร์แล้ว เกิดเป็นฟังก์ชัน Contactless เช่น ใช้ Online Payment ไปพร้อมๆ กับสื่อสารให้พี่ไรเดอร์เข้าใจว่า ไม่ต้องเจอกัน วางอาหารไว้ได้เลย”

foodpanda แพลตฟอร์มส่งอาหารจากเยอรมนีที่ใช้ Data เพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าไทย

คนเลี้ยงแพนด้า

สำหรับคนส่วนใหญ่ เมื่อได้ยินคำว่า Data อาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นทักษะที่ยากจะเรียนรู้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดกลับไม่ใช่ทักษะ แต่เป็น Mindset

“หนึ่งคือ โฟกัสว่าลูกค้ามี Pain Point อะไร ไม่ใช่คิดแค่ว่าฉันจะทำให้ธุรกิจโตแบบนี้ เพราะฉะนั้น ก่อนจะไปดู Data ต้องเข้าใจก่อนว่าเป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดี ไม่อย่างนั้นถ้ามี Data เยอะ จะรู้ได้ยังไงว่าต้องดูอันไหนก่อน หรืออันไหนสำคัญกว่า

“สองคือ เป็นคนเปิดกว้าง เพราะบางทีเรามอง Data แล้วมันไม่เป็นไปตามที่คิด เราจึงต้องเปิดกว้างว่า บางอย่างเราทำผิดได้”

สำหรับทั้งแชมป์และอาย การเข้ามาในสายงานด้าน Product ก็เริ่มมาจากความสนใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคและประสบการณ์ของลูกค้า ทำให้สามารถเข้าถึงปัญหา และแก้ไขออกมาได้ด้วยมือของทั้งคู่เอง

foodpanda แพลตฟอร์มส่งอาหารจากเยอรมนีที่ใช้ Data เพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าไทย

ครอบครัวแพนด้า

ธุรกิจจะโตได้ นอกจากข้อมูลแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ทีมผู้อยู่เบื้องหลัง

foodpanda เปิดกว้างต่อความหลากหลายหรือ Diversity

“องค์กรเรามีในหลายประเทศ เนื่องจากแต่ละคนมาจากหลายแบกกราวนด์ จึงมีความคิดหรือมุมมองไม่เหมือนกัน การที่เราเปิดกว้าง ทำให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ราบรื่น เพราะเรายอมรับในความคิดเห็นของคนอื่น” อายว่า

“พอวัฒนธรรมเป็นอย่างนี้ มันเลยไม่มีกรอบ เช่น ถ้าเราอยากคุยกับ MD ก็เข้าไปคุยได้เลย ที่นี่ทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนมีความพิเศษ ทุกคนให้เกียรติความคิดเห็นกันและกัน” แชมป์เสริม

ด้วยวัฒนธรรมแบบนี้ ทำให้ที่ foodpanda สามารถสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ตลอดเวลา

“บางทีเราอาจจะคลุกคลีกับธุรกิจ Food Delivery จนลืมไปว่า บางอย่างสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ การที่เราเปิดกว้างทางความคิด ทำให้ได้ไอเดียหรือมุมมองของปัญหาใหม่ๆ ถ้าไม่มีตรงนี้ เราก็จะหยุดอยู่ที่เดิม แล้วก็แก้ปัญหาด้วยด้วยวิธีเดิมๆ และการเปิดกว้างยังทำให้พนักงานรู้สึกดี พร้อมทำงานต่อไปอีกด้วย

“สิ่งหนึ่งที่เราชอบมาก เป็นประโยคที่ว่า Feeling welcome is different from being invited. ซึ่งที่นี่ทำให้รู้สึกว่าได้รับการต้อนรับจริงๆ

“ช่วง Work from Home เราก็มี Diversity Series ซึ่งเป็น Live Session เราเชิญพนักงานมาไลฟ์ในมุมมองของตัวเองว่า Diversity มีอะไรบ้าง เช่น เรื่องเพศ องค์กรไม่ได้ปิดกั้นหรือตัดสินใครที่ตรงนั้น แต่ดูกันที่ความสามารถ เราเชิญพนักงานในแต่ละแผนกมาพูดในมุมมองของตัวเองว่า เขาได้รับโอกาสยังไง เขาได้พัฒนาตัวเองยังไง”

นอกจากนี้ ที่ foodpanda ยังให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานให้มีความเป็นอยู่ที่ดี โดยมี Wellness Day ช่วยส่งเสริมให้พนักงานไปทำสิ่งที่ตัวเองสนใจได้ 

แพนด้าในอนาคต

แม้จะอยู่ในธุรกิจมาเกือบ 10 ปี แต่ก็ยังเจอความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงทุกๆ วัน รูปแบบการทำธุรกิจแบบนี้ทำให้พนักงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

อายบอกว่า มันเป็นความท้าทายที่ทำให้ตัวเองได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการทำงาน เพราะไม่อยากทำอะไรจำเจ
เช่นเดียวกับแชมป์ที่พบว่างานนี้คือความสุข เพราะพื้นฐานเป็นนักเรียนรู้ การเจอคนที่หลากหลายทำให้รู้เรื่องใหม่ๆ กว้างขึ้นไปอีก และที่สำคัญ เขาชื่นชอบอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ตลอดเส้นทางการเติบโตของ foodpanda สิ่งหนึ่งที่พวกเขายึดมั่นมาตลอด คือการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ก้าวต่อไปนี้คือการสนับสนุนร้านค้าขนาดกลาง ขนาดเล็ก และร้านค้าท้องถิ่น โดยนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่มีมาช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจชุมชน ในขณะที่จะยังคงจุดยืนที่ ‘อาหาร’ ซึ่งพวกเขาเชี่ยวชาญไว้เหมือนเดิม

ภาพ : foodpanda

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load