29 พฤศจิกายน 2564
7 K

Johnson & Johnson, P&G, Unilever, Colgate, Kao, Boots หรือแม้กระทั่งแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงอย่าง SNAILWHITE, อ้วยอันโอสถ, โอสถสภา, ห้าตะขาบ, ดอกบัวคู่ ชื่อที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดนี้มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่หนึ่งอย่าง ทั้งหมดเป็นลูกค้าของบริษัท ‘Specialty Natural Products’

Specialty Natural Products (SNP) คือผู้ผลิตสารสกัดและสารตั้งต้นจากสมุนไพรไทยสำหรับใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเวชสำอาง อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่ม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เป็นที่ยอมรับและเลือกใช้ของแบรนด์ระดับแนวหน้าของประเทศและโลกมากมาย

เมื่อเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา หลายครั้งสมุนไพรก็มักถูกลืมเลือน เพราะมีสารเคมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่บริษัทนี้ยอมให้เกิดขึ้น 

ด้วยการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับสมุนไพรไทย Specialty Natural Products จึงสร้างนวัตกรรมและเพิ่มคุณค่าให้กับสมุนไพรไทย จนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

วันนี้ The Cloud จึงอยากเชิญชวนทุกท่านรู้จักกับ แพน-ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Specialty Natural Products ผู้อยู่เบื้องหลังการปลูกธุรกิจนี้ให้เติบโตจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

เบื้องหลังการปลูกธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจะต้องตั้งใจรดน้ำดูแลแค่ไหน เชิญชมกันได้เลย

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

หว่านเมล็ด

ธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ คุณแม่ของแพน ได้ทำธุรกิจไร่ชาพร้อมครอบครัว และเห็นโอกาสว่าเมื่อทรัพยากรจากธรรมชาติโดนแดด ฝน ลม อากาศ จะทำให้ทรัพยากรต่าง ๆ เปลี่ยนสภาพไป และหลายครั้งก็ทำให้คุณประโยชน์ที่ดีหายไปเช่นเดียวกัน 

ประกอบกับความสำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพ ที่จะช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ ซึ่งประเทศไทยเองมีจุดแข็งเรื่องการเกษตร มีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชได้หลากหลายชนิด เมื่อนำปัจจัยเหล่านี้มารวมกัน จึงเกิดบริษัท Specialty Natural Products ขึ้นมา

“อะไรก็ตามที่ปลูกในประเทศไทย เราเชื่อว่าดีที่สุดในโลก เพราะไม่ว่าจะดิน น้ำ อากาศ สมบูรณ์มาก แล้วก็ยังต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าได้ อย่างหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของประเทศเราคือภูมิปัญญาพื้นบ้าน มันคือเสน่ห์ คือวัฒนธรรม พอเอามาบวกกับสิ่งที่เราเชื่ออยู่แล้ว Specialty Natural Products เลยเน้นในเรื่องการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัยต่าง ๆ มาบวกกับทรัพยากรธรรมชาติ กลายเป็นสิ่งที่แก้ไขปัญหาหรือลดความเจ็บป่วยของของมนุษย์ โดยที่ควบคุมคุณภาพได้จากต้นทางจนถึงปลายน้ำ”

แม้ว่าในวันนี้แพนจะเชื่อมั่นในสมุนไพรไทยเต็มที่ แต่เชื่อไหมว่าในวันแรกเริ่ม แพนก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่ยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของสมุนไพรไทยขนาดนั้น 

“เราคิดว่ามันดีแหละ แต่ไม่น่าดีถึงขั้นเห็นผลขนาดนั้น ยังไงยานอกน่าจะเร็วกว่า น่าจะมีประสิทธิภาพกว่า เราก็เลยไปพิสูจน์ พอวันนั้นลองใช้เอง เห็นว่ามันดีจริง ๆ แล้วก็สงสัยต่อว่าทำไมถึงดี อยากเข้าใจว่าทำไมใช้อันนี้ถึงดีกว่าใช้ของนำเข้าตั้งหลายอย่างด้วยซ้ำ 

“แล้วพอได้เข้ามาคลุกคลี ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจ ทุกวันนี้คือรักไปเลย หลงใหลไปเลย เห็นอะไรก็อยากให้เอามาใช้ อยากให้มันสร้างประโยชน์ได้”

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

รากงอก

ก่อนจะก้าวเข้ามาช่วยงานคุณแม่ในบริษัทนี้ แพนเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีประยุกต์ อ่านถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าเธอเลือกเรียนคณะนี้เพราะถูกวางตำแหน่งให้เป็นทายาทรุ่นสอง แต่ไม่ใช่

ย้อนกลับไปตอนที่ต้องเลือกคณะในมหาวิทยาลัย เธอยอมรับว่าจริง ๆ แล้วไม่ได้มีความคิดจะรับช่วงต่อธุรกิจ แต่เพราะมองว่าเคมีเป็นสิ่งที่นำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย 

จนกระทั่งก่อนจบปริญญาตรีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวะชีวิตก็ได้พาเธอเข้ามาในบริษัท พร้อมกับนำความท้าทายมาให้อย่างไม่คาดคิด 

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

“ตอนนั้นเราทำแบรนด์ของตัวเองอยู่แล้ว จังหวะนั้นเป็นจังหวะที่ผู้บริหารในบริษัทลาออกไปพอดี จนไม่มีผู้บริหารมาหลายเดือน คุณแม่เลยบอกให้ลองเข้าไปช่วยหน่อย เราก็เข้าไปแบบชั่วคราว ระหว่างรอสมัครงานที่บริษัทต่างชาติ ข้อดีคือบ้านเราจะปล่อย ถ้าตรงนี้ให้เราทำ แม่ก็ไม่เข้าเลย แทนที่จะรีบไปสัมภาษณ์คนใหม่ เขาก็กล้าเสี่ยงกับเราระดับหนึ่ง ปล่อยให้เราลองผิดลองถูก ซึ่งก็ทำผิดเยอะนะ 

“ตอนนั้นบริษัทยังไม่ใหญ่ มีพนักงานอยู่ประมาณสามสิบต้น ๆ เราเข้าไปได้ไม่ถึงเดือน พนักงานลาออกหมดเลย เหลือไม่ถึงยี่สิบคน”

ในวัยเพียง 21 ปี ผู้บริหารสาวต้องเจอกับปรากฏการณ์ที่พนักงานลาออกไปกว่าครึ่งบริษัทด้วยเหตุผลส่วนตัว ทำให้เธอต้องสร้างทีมใหม่ ซึ่งแทบไม่ต่างจากการเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้ง 

“สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น คือให้เวลากับตัวเอง ไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักแค่ไหน ตอนนั้นบริษัทขายของไม่ได้เพราะไม่มีคน ก็สัมภาษณ์ ค่อย ๆ เทรน เราทำไม่เป็นก็ลงไปทำกับเขาเลย เข้าไปลองจับเอง ทำเองกับทีมใหม่ที่เราเพิ่งสร้างขึ้นมา”

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

รดน้ำ พรวนดิน

ขั้นตอนต่อไปคือการวางรากฐาน อันจะเป็นส่วนสำคัญในการบำรุงบริษัทให้เติบโตได้อย่างมั่นคง

‘งานวิจัยขึ้นหิ้ง’ คือคำที่เราได้ยินบ่อย ๆ ในวงการวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับ Specialty Natural Products งานวิจัยของที่นี่ไม่ใช่งานวิจัยขึ้นหิ้ง แต่เป็นความเชี่ยวชาญที่เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นสิ่งที่ขายได้จริง

“เราเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ทำงานวิจัยขึ้นหิ้งเหมือนกัน เพราะโตมาในวิธีการสอนที่ว่า วิทยาศาสตร์ถ้าจะให้เจ๋ง ต้องทำได้ดีที่สุดในห้องแล็บ ผลวิเคราะห์ต้องดีและประสบความสำเร็จ แล้ว Mindset นี้ เป็นสิ่งที่ทำให้งานวิจัยแต่ละอันขึ้นหิ้ง เพราะคุณต้องการของที่บริสุทธิ์ ละเอียด และแปลกที่สุด แต่ถามว่าเอาไปใช้ทำอะไร 

“บางครั้งการทำงานวิจัยที่ดูดีและแตกต่าง มันนำกลับมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ยาก ดังนั้น ถ้าเราประนีประนอมลงมาหน่อย แต่คุณสมบัติยังอยู่ มันก็เอาไปประยุกต์ต่อได้ แค่เปลี่ยนวิธีคิดตอนทำการทดลอง ว่าไม่จำเป็นต้องดี แปลก หรือเท่ที่สุด แต่ต้องตอบโจทย์ ขยาย และเอาไปใช้ในชีวิตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้ในการทำธุรกิจจนถึงทุกวันนี้”

การปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานวิจัย ทำให้แพนและทีมเปลี่ยนสมุนไพรหลายชนิด ให้กลายมาเป็นสารสกัดและนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง เมื่อคิดได้ ก็ต้องลงมือทำได้ 

แพนเริ่มหาวิธีควบคุมการปลูกสมุนไพร ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสกัดที่มีคุณภาพ การทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพืชสมุนไพรธรรมชาตินั้นเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ ในหลาย ๆ ครั้ง การเก็บเกี่ยวในเดือนเดียวกันแต่คนละปี ก็อาจได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน 

“เราเริ่มจากเอาวิสาหกิจชุมชน กลุ่มหมู่บ้าน มาเป็นตัวกลาง ให้ซื้อวัตถุดิบจากจังหวัดเดิม แหล่งปลูกเดิมมาก่อน เพื่อควบคุมคุณภาพให้ได้ใกล้เคียงกันที่สุด เรามีองค์ความรู้ด้านการปลูก บางงานอาจจะไม่ได้รู้ทุกอย่างเหมือนชาวบ้าน แต่เราต่อยอดจากสิ่งที่เขาทำได้ การที่ทำงานคลุกคลีกับเขามากยิ่งขึ้น ทำให้เริ่มวางแผนการปลูกให้เขา เพื่อเราจะได้นำมาใช้ผลิตได้”

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

เมื่อเริ่มควบคุมการผลิตโดยการให้ความสำคัญกับชาวบ้าน เช่น เข้าไปช่วยตรวจดินและให้ความรู้ต่าง ๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไป คือทำให้ผลผลิตของชาวบ้านออกมาได้ดีกว่าเดิม 

แพนก่อตั้งโครงการ ‘แทนคุณไทย’ ขึ้นมา 

“กลุ่มพนักงานที่รักในการปลูกจะเข้าไปช่วยคิดวิธีการ ทำอย่างไรให้สารสำคัญสูงขึ้น เพราะว่าจะนำมาลดต้นทุนการผลิตได้ ในขณะเดียวกันก็ซื้อในราคาแพงขึ้นได้นะ เพราะว่าต้นทุนเราไม่ได้ขยับ ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรที่เริ่มเข้าโครงการก็จะทำงานน้อยลง และได้เงินเยอะขึ้น” 

นอกจากนี้ บริษัทยังทดลองปลูกเองเพื่อนำร่อง และค้นหาวิธีที่จะทำให้ได้สารสำคัญจากสมุนไพรมากขึ้น ก่อนจะนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

“สิ่งที่เรากำลังทำก็คือการทำงานร่วมกัน เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง เขาปลูกเก่งกว่าก็ให้เขาปลูกไป โตไปด้วยกัน ถ้าทำเองทุกอย่างก็ตายพอดี” เธอหัวเราะ “แต่เราเอาทุกอย่างที่คนเก่งทำมารวมกันเพื่อเพิ่มมูลค่าตอนจบได้ ถ้าทำงานแล้วคนรอบ ๆ ตัวมีความสุขด้วย มันเหมือนเกิดมาแล้วมีคุณค่า ทุกวันนี้ หลายวิสาหกิจ หลายหมู่บ้าน เขาไม่ต้องเข้ามาทำงานโรงงานแล้ว เขามีอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจปลูกสมุนไพรของตัวเอง 

“เรารู้สึกชื่นใจที่ทำให้เขามีอาชีพเลี้ยงชีวิต ซึ่งยั่งยืนกว่า” 

ณ วันนี้ โครงการแทนคุณไทยเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไปแล้วกว่า 200 ครัวเรือน และในอนาคตตัวเลขนี้ก็ยังจะเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ

Specialty Natural Products ผู้ผลิตสารสกัดจากสมุนไพรไทยให้หลายแบรนด์ดังระดับโลก

เติบใหญ่

เปลี่ยนสมุนไพรให้เป็นสินค้าเป็นเรื่องยากแล้ว แต่การขายและสร้างความเชื่อมั่นในสมุนไพรเป็นเรื่องยากกว่า และความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อความเข้าใจต้องใช้เวลา ในโลกธุรกิจ เวลาจึงเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างมาก

“สิบกว่าปีที่แล้ว วัตถุดิบมักเป็นของนำเข้าหมดเลย เป็นวัตถุดิบที่จริง ๆ ไม่ต่างจากสารสกัดในประเทศไทยเลย ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดจากฝรั่งเศสกิโลกรัมละแสน ญี่ปุ่นกิโลกรัมละห้าหมื่น นำเข้ามาบวกภาษีเข้าไป หน้าที่ของเราคือเอามาผสม แปะแบรนด์เขา เขาเอาออกไป แล้วก็กลับเข้ามาขายในประเทศไทยอีก” แพนเล่าถึงสิ่งที่พบในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ

“ที่เรามองเห็นคือต้นไม้จากเทือกเขาในสวิตเซอร์แลนด์ ข้างในนั้นมีสารเหมือนกับสิ่งที่ปลูกได้ในเขาค้อบ้านเรา แต่ว่าต้นทุนเราถูกกว่ามาก

“Made in Thailand ยี่สิบปีที่แล้วกับวันนี้ต่างกันมาก ปัญหาคือคำว่า ‘ผลิตในประเทศไทย’ คนไทยไม่เชื่อ แต่ญี่ปุ่นเชื่อนะ มันใช้เวลานานมากกว่าที่จะทำให้เขาเปิดใจรับ ซึ่งก็มีคนไทยส่วนหนึ่งที่รับ และส่วนต่างประเทศที่รับเร็วกว่า”

กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย

เป้าหมายของ Specialty Natural Products ในวันนี้คือการส่งออกได้เยอะที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้สมุนไพรไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติแล้ว ยังเป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยได้อีกด้วย

“ณ วันนั้นสิ่งที่เราทำคือ ถ้าคุณยังไม่เชื่อ งั้นเราส่งออกให้ดูก่อน ลูกค้าช่วงแรกก็จะมีต่างประเทศที่เราใช้เป็น Reference Brand หลาย ๆ ครั้ง ถามว่าเราขายได้กำไรไหม ณ วันนั้นคือแทบไม่ได้กำไรเลย แต่เราอยากได้ Reference เพื่อมาสื่อสารกับผู้บริโภคในไทย นั่นคือสิ่งที่เราทำ ทำไมคนไทยไม่ใช้ของที่ถูกกว่าแต่ดีเท่ากัน ในเมื่อต่างประเทศเขายังใช้เลย แล้วเขายังเอากลับมาขายด้วย นี่ก็คือสิ่งที่เราสื่อสารในช่วงแรก อีกสิ่งหนึ่งก็เหมือนกับสิ่งที่ทำให้เราเชื่อในสมุนไพรไทย คือเอาไปให้ลองใช้เลย ทำเป็นอะไรสักอย่างให้ไปลองดู ลองจับ ลองสัมผัส”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่มากมายเชื่อมั่นในบริษัทนี้ คือความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าประสบความสำเร็จ

ลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ ธุรกิจต้องผลิตสิ่งที่ลูกค้าต้องการถึงจะขายได้ แต่แพนมองไปไกลกว่านั้น

“คือทุกวันนี้เราคิดแทนลูกค้าเลย เราเห็นลูกค้าเยอะมากว่าในแต่ละช่องทาง คนที่ประสบความสำเร็จเขามีกลุ่มลูกค้าเป็นยังไง ควรจะเป็นแบบไหน แล้วเราคิดแทนเขาต่อ เพราะต้องการให้ทุกคนที่มาผลิตกับเราประสบความสำเร็จ ของต้องดี อันนี้ชัวร์อยู่แล้ว เป็นพื้นฐาน แต่เราก็ช่วยคิดต่อด้วยว่า ถ้าจะขายลูกค้ากลุ่มนี้ มาร์เก็ตติ้งประมาณนี้ ใส่อะไรเพิ่มได้ในเรื่องของนวัตกรรม เราเชื่อว่าเราทำเต็มที่มาก ให้ลูกค้าเขาไปโฟกัสเรื่องตลาดเยอะ ๆ ไปสื่อสาร ไปเปิดตลาดใหม่ต่างประเทศ ไม่ต้องห่วงเรื่องผลิตภัณฑ์ มั่นใจได้เลย” 

ด้วยความตั้งใจที่ใส่ลงไปในสินค้านี้ จึงทำให้ลูกค้ารายหนึ่งที่นำเอาสารสกัดจาก Specialty Natural Products ไปใช้ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสูตรของผลิตภัณฑ์เลยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าธุรกิจ และรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ได้อย่างยาวนาน 

กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย
กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย

กิ่งก้านสาขา

เมื่อวางรากฐานและสร้างความเชื่อมั่นได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการขยายบริษัท เหมือนกับต้นไม้ที่เติบใหญ่และแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป

แพนได้ก่อตั้งบริษัทลูกขึ้นมาถึง 4 แห่ง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทแม่ให้ยั่งยืนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

บริษัท Specialty Innovation รับจ้างออกแบบสูตรของสินค้าให้กับลูกค้าของ Specialty Natural Products เพื่อสร้างมูลค่าให้สมุนไพรไทยได้สูงที่สุด และทำให้สารสำคัญไม่ถูกทำลายไประหว่างกระบวนการผลิต 

บริษัท L-Solar ใช้พลังงานแสงอาทิตย์สร้างพลังงานเพื่อนำกลับมาใช้ในโรงงานผลิต จนทำให้บริษัทได้รับมาตรฐาน LEED Gold จากสหรัฐอเมริกา 

บริษัท Kanae Innovation ร่วมกับบริษัท Kanae จากประเทศญี่ปุ่น พัฒนาแพ็กเกจจิ้งที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น และทำมาจากวัสดุรีไซเคิล 

และบริษัท WellNovation ร่วมกับ สวทช. เปิดตัวสินค้าภายใต้แบรนด์ Colosure ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดตัวธุรกิจสำหรับตลาด B2C ครั้งแรกของกลุ่มบริษัท

“เป้าหมายทางธุรกิจของเราก็กลับไปแบบช่วงแรก คืออยากเพิ่มมูลค่าผลิตผลการเกษตรในประเทศไทย โดยส่งออกให้ได้เยอะ เพราะจะเป็นการเพิ่มมูลค่าที่ดีที่สุด ในฝั่งของ Social Impact ก็อยากให้ยั่งยืน อยากให้คนที่เราทำงานด้วยมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นทีมของเราเอง หรือกลุ่มวิสาหกิจที่ทำงานด้วยกันมา” แพนกล่าวถึงอนาคตของกลุ่มบริษัทหลังจากนี้ 

“อีกส่วนหนึ่งคือ ถ้าวันหนึ่งเราสร้างระบบได้ การขยายก็อาจจะต้องใช้เงินทุน เราก็จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัว LiVE Platform ที่เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีความสามารถในการปรับตัว ย่นระยะเวลาในการเติบโตไปได้ ทั้งเรื่องเน็ตเวิร์ก เงินทุน หรือความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ”

การหาเงินทุนนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเติบโตของทุกธุรกิจ โดยสำหรับกลุ่มบริษัท Specialty Natural Products ก็ตั้งเป้าหมายที่จะนำ WellNovation เข้าในตลาด LiVE Exchange ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างคุณค่าให้แก่สมุนไพรไทยต่อไป 

กลุ่มบริษัทที่เปลี่ยนสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับของแบรนด์ระดับโลกด้วยนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากประเทศไทย

Lessons Learned 

  • สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บริหาร คือการสื่อสารและการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน เพราะหัวใจของการบริหารก็คือผู้คน
  • การสร้างนวัตกรรมต้องไม่กลัวที่จะผิดพลาด มิเช่นนั้นเราจะไม่กล้าทำอะไรใหม่ ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องรับฟังลูกค้าด้วย 
  • การทำธุรกิจต้องไม่ยึดติด ถ้าอะไรเป็นโอกาสที่ดีควรคว้าเอาไว้ แต่ถ้าเป็นสิ่งไม่ดีก็ต้องไม่ยึดติด เพราะอย่างไรมันก็จะผ่านไป ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี
  • เปิดตาให้กว้าง ไม่ว่าอะไรเข้ามาก็จะมีทางออกเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อและความมั่นใจให้กับตนเอง ระหว่างการเดินทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

Specialty Natural Products

Line ID : @snpthai  

โทรศัพท์ :  0 3845 8698 และ 08 6307 3610

Website : www.snpthai.com

Facebook : Specialty Natural Products – SNP

LiVE Platform แพลตฟอร์มเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับ SMEs และ Startups เติบโตและมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุน www.live-platforms.com

Writer

Avatar

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

Avatar

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

Merry Christmas! สุขสันต์วันคริสต์มาสล่วงหน้า

ใครกันเล่าจะไม่ชอบคริสต์มาส เทศกาลส่งท้ายปีที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก หากย้อนกลับไปตอนเป็นเด็ก หลายคนอาจจะเคยไปเดินตามห้างสรรพสินค้ากับครอบครัว ภายในห้างจะตกแต่งต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยของตกแต่งชิ้นน้อยใหญ่หลากสีสัน ทั้งถุงมือ ถุงเท้า ลุงซานตาคลอส ลูกกวาด กวางเรนเดียร์ สายรุ้ง กล่องของขวัญ และอีกมากมาย

แต่เคยสงสัยไหมว่า ของตกแต่งที่สร้างความสุข และความสุนทรีในช่วงเทศกาลนี้มาจากไหน ใช่คุณลุงซานต้าหรือเปล่า ที่เป็นผู้เนรมิตสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหมดขึ้นมา 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เปล่าเลยครับ ความจริงแล้วต้นคริสต์มาสสุดอลังการที่เราเห็นกันในหลายศูนย์การค้าชั้นนำ มีจุดเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘ของชำร่วยประดับรถ’ เมื่อ 35 ปีที่แล้วต่างหาก

ต้นคริสต์มาสและลุงซานตาคลอสมากมายเรียงรายอยู่ด้านหน้าอาคาร 4 ชั้นของโกดังของ Bangkok Christmas บริษัทส่งออกและขายของตกแต่งคริสต์มาสแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อเดินเข้ามาภายในถึงกลับต้องอุทานใจว่า ว้าว! นี่มันคนละโลกกันเลย 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เรามีโอกาสมาพูดคุยกับ แม่วิไลวัลย์ วัชสิริเสรี ผู้ก่อตั้งดินแดนแห่งนี้ และ แนน-ศรีวิตตา วัชสิริเสรี ทายาทรุ่นสองที่มุ่งมั่นให้ธุรกิจครอบครัว จากที่เคยเป็นเพียงร้านขายของตกแต่งหน้าเทศกาล มาเป็น One-stop Service โดยเพิ่มบริการรับออกแบบและตกแต่งเข้าไป เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าทุกอย่างตามต้องการ

เรื่องราวต่อไปนี้คือการทำธุรกิจเพื่อส่งมอบความสุข ในช่วงเวลารื่นรมย์ที่สุดของปี

จากพาหุรัด สู่บางกอกคริสมัส

ปี 1987 คือจุดกำเนิดของ Bangkok Christmas Decoration

“โรงงานนี้เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 นะคะ 30 กว่าปีแล้วค่ะ” แม่วิไลวัลย์เล่า

จุดเริ่มต้นมาจากแม่วิไลวัลย์ผู้เคยทำของชำร่วยสำหรับตกแต่งรถหรืองานแต่งเพื่อนำส่งตลาดพาหุรัด ในเวลาต่อมา เพื่อนชาวไต้หวันที่เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องจักรและการทำโรงงาน เสนอให้พัฒนาเป็นโรงงานทำของตกแต่งคริสต์มาส ประกอบกับด้วยความที่ว่า ณ เวลานั้น เมืองไทยยังไม่มีธุรกิจประเภทนี้ คุณแม่และคุณพ่อจึงตัดสินใจเริ่มต้นกิจการ โดยเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจต่าง ๆ มาจากเพื่อนชาวไต้หวันคนนั้น

ในช่วงแรกพวกเขาเน้นทำธุรกิจส่งออกเป็นหลัก เป็นธุรกิจแบบ B2B ส่งออกตั้งแต่ของตกแต่งต้นคริสต์มาส เครื่องประดับต่าง ๆ สู่ห้างร้านในต่างประเทศ เช่น Kmart และ Walmart ที่สหรัฐอเมริกา เพราะตลาดคริสต์มาสในเมืองไทยตอนนั้นยังไม่บูมเท่าไหร่

“ส่ง Kmart นี่ทำกันทั้งวันทั้งคืนเลย ตอนเรายังเด็ก ๆ ขายดีมาก” แนนเล่าความหลังวัยเด็กด้วยรอยยิ้ม

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

ทว่าภายหลังจากที่โรงงานเปิดได้ไม่กี่ปี ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มเปิดประเทศ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ธุรกิจการทำของตกแต่งคริสต์มาสเพื่อส่งออกก็ผุดขึ้นมามากมายในเมืองจีน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่และมีค่าแรงถูก ยากที่จะสู้ หลายโรงงานจึงต้องปิดตัวลง

บางกอกคริสมัสต้องปรับโมเดลธุรกิจใหม่ จากที่เน้นส่งออกเป็นหลักในช่วงแรก ผันมาตีตลาดในเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งโชคดีที่ช่วงเวลาเดียวกัน มีการเกิดขึ้นของธุรกิจการค้าขายสินค้าและบริการอย่างทันสมัย (Modern Trade) ในบ้านเรา

ธุรกิจอย่างห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เพิ่งเริ่มเข้ามาตีตลาดในเมืองไทย บางกอกคริสมัสส่งสินค้าไปตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ 

ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าในประเทศ ทำให้ในเวลาต่อมา แม่วิไลวัลย์ได้มีการขยับขยายไปเปิดโรงงานแห่งที่สอง ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

จุดเปลี่ยน

“พอเขาจบธรรมศาสตร์ ก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ตอนหลังแม่บอกว่า พอแล้ว ให้กลับมา ไม่ต้องเรียนแล้ว จบโทก็พอแล้ว” คุุณแม่วิไลวัลย์พูดด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกสาว

แนนเรียนจบปริญญาตรีบัญชีและบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ (BBA) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นเรียนต่อปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) ที่มหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน ประเทศอังกฤษ กระทั่งช่วงปี 2004 – 2005 ก็กลับเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจของคุณแม่ และมองเห็นถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

กล่าวคือ ช่วงเวลานั้นบางกอกคริสมัสเพิ่มบริการรับจัดตกแต่งดิสเพลย์ตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรม เนื่องจากคนไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเทศกาลคริสต์มาส เราจึงเริ่มเห็นต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ตามสถานที่โอ่อ่าเหล่านั้น 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

“คนไทยเริ่มเห็นความสำคัญของเทศกาลคริสต์มาสมากขึ้น แม้ไม่ใช่ชาวคริสต์ แต่ก็พร้อมที่จะเฉลิมฉลองทุกซีซั่น โดยเฉพาะคริสต์มาสซึ่งพอดีเป็นช่วงท้ายปี คนก็อยากเฉลิมฉลอง”

นับว่าเป็นความโชคดีที่โมเดิร์นเทรดเข้ามาในช่วงนั้น นอกจากจะนำสินค้าไปวางขาย ยังได้ให้บริการตกแต่งสถานที่แบบ One-stop Service ซึ่งส่งเสริมวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ในสังคมบ้านเรา

“ปกติสมัยก่อนไม่มีใครตั้งต้นคริสต์มาสในบ้านหรอก” แนนเล่า “เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นเทรนด์ คนก็อยากจะซื้อมาตั้งให้มีบรรยากาศ ร้านอาหาร คาเฟ่ ก็มีหมดค่ะ”

สินค้าเกือบทั้งหมดของบางกอกคริสมัสเป็นงานคราฟต์คุณภาพ ทางโรงงานนำไอเดียหรือรูปแบบของสินค้าตกแต่งที่ต้องการ ให้กลุ่มแม่บ้านหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนต่าง ๆ ในภาคเหนือและภาคกลางเป็นผู้ผลิต เพื่อให้ได้งานฝีมือที่มีคุณภาพ และยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน

เกือบทั้งหมดจึงได้ชื่อว่า Made in Thailand มีบางส่วนที่นำเข้ามาเพราะอยากให้สินค้าหลากหลาย ทั้งรูปแบบที่เรียบง่าย ไปจนถึงลวดลายสุดอลังการ

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ
Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เอกลักษณ์คือแตกต่าง

ธุรกิจผลิตของตกแต่งคริสต์มาสที่คล้ายคลึงกันก็มีอยู่บ้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บางกอกคริสมัสจึงต้องมีการดึงเอาความแตกต่างและเอกลักษณ์ของตัวเองออกมา เพื่อสู้กับการผลิตในแถบอี้อู (Yiwu) เจ้อเจียง (Zhejiang) ที่เป็นเมืองทำของตกแต่งคริสต์มาสโดยเฉพาะในประเทศจีน

เมื่อวางตัวเป็น One-stop Service จึงมั่นใจได้เลยว่า หากมาที่บางกอกคริสมัส ทุกคนจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน เพราะสินค้าทั้งหมดทำจากวัสดุคุณภาพสูง ยกตัวอย่างเช่น ของตกแต่งต้นคริสต์มาสทำจาก PVC ที่ป้องกันการติดไฟแบบฉับพลัน คงทน เก็บไว้ใช้ซ้ำในปีต่อไปได้ ไม่ต้องทิ้งพลาสติกทุุกปี รวมไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างสีสันและสัมผัสของกระดาษ หรือสินค้าบางชนิดที่บริษัทอื่นไม่ทำ แต่ที่นี่ทำ

ถึงแม้ว่าในหนึ่งปีจะมีเทศกาลคริสต์มาสเพียงหนึ่งครั้ง แต่ความต้องการของลูกค้าต่างประเทศก็ยังคงมีอยู่พอสมควร เพราะเอกลักษณ์ที่แตกต่าง งานคราฟต์แบบไม่เหมือนที่อื่น คุณภาพของวัสดุที่ใช้ หรือแม้แต่ไอเดียใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ สิ่งเหล่านี้ตอบสนองความต้องการแทบจะตลอดทั้งปี โดยเฉพาะสินค้าส่งออกเมืองนอกปิดการขายตั้งแต่ต้นปี แล้วใช้ช่วงเวลาระหว่างปีผลิตและขนส่ง

“เราแตกต่างในเรื่องของคุณภาพ เน้น Niche Market มากกว่า เราไม่ได้เน้น Volume เยอะเป็นหลักร้อยล้านอยู่แล้ว เราทำเพื่อให้พนักงานมีงานทำ ให้ธุรกิจอยู่รอด 

“เราจะไม่ลดคุณภาพ นั่นไม่ใช่แนวเรา เพราะเน้นตลาด Niche ที่คนมองหาสินค้าที่คุณภาพสูงมากกว่า ต่อให้ลดคุณภาพ ราคาก็สู้เขาไม่ได้ แล้วก็จะพากันสู่แนวล่างทั้งตลาด ซึ่งเราไม่ใช่แนวนั้น เราควรรักษาคุณภาพไว้และทำให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ”

นอกจากความแตกต่างแล้ว ดีไซน์ที่หลากหลายของสินค้ายังเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างจากที่อื่นในเมืองไทยหรือเมืองจีน ซึ่งมัดใจลูกค้าทั้งไทยและเทศให้กลับมาซื้อใหม่ในทุก ๆ ปี ได้อีกด้วย

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ
โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

สู้และยืนหยัด

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่บริษัท Bangkok Christmas Decoration ดำเนินกิจการสร้างความสุขให้กับผู้คนทุกสิ้นปี ธุรกิจผ่านวิกฤตมากมาย ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง (Asian Financial Crisis) วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Subprime Mortgage Crisis) วิกฤตน้ำท่วม พ.ศ. 2554 แต่ไม่มีครั้งไหนรุนแรงเท่าวิกฤตโควิด-19

“ช่วงวิกฤตนั้นเราไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าส่งออกไม่เยอะ ที่สำคัญเรามีการจ่ายมัดจำก่อน มี Fixed Term ที่กระทบหนักสุดก็โควิดนี่แหละ หนักที่สุดเท่าที่เคยเจอมา” 

ภายหลังจากวิกฤตโควิด-19 ผู้คนในสังคม รวมถึงธุรกิจน้อยใหญ่ต่างได้รับผลกระทบ บางกอกคริสมัสก็เช่นเดียวกัน จากที่เน้นตีตลาดในประเทศ ไปจนถึงบริการรับจัดตกแต่งตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรมต่าง ๆ พอเจอมรสุมของโรคระบาดใหญ่เข้าปกคลุม ธุรกิจที่เป็นลูกค้าหลักก็ดำเนินการต่อไปไม่ได้ ผู้คนก็ไม่มีอารมณ์จะออกมาเดินจับจ่ายใช้สอย หลายกลุ่มเริ่มหันไปช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น 

บางกอกคริสมัสต้องปรับเปลี่ยนมาจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์ผสมผสานไปด้วยเช่นกัน

กระทั่งใน 2022 เมื่อสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะเกือบเป็นปกติ ลูกค้าเริ่มกลับมาซื้อสินค้า มีการจัดงานตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรมมากขึ้น แนนบอกกับเราว่า มีโปรเจกต์จัดตกแต่งใหญ่ ๆ มากกว่า 20 โปรเจกต์ 

แต่การทำธุรกิจมาพร้อมอุปสรรค บางกอกคริสมัสยังคงเผชิญปัญหาคู่แข่งที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นคู่แข่งที่มีการรับพรีออร์เดอร์จากต่างประเทศเข้ามาขาย การตัดราคาสินค้าของโรงงานผลิต ซึ่งทำให้ราคาการขายของตลาดโดยรวมควบคุมยาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและยืนหยัดในคุณภาพ ประกอบกับการขายที่เน้นเฉพาะกลุ่ม ธุรกิจจึงยังคงยืนหยัดอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

ต้นคริสต์มาสที่เติบโต

แล้วความสำเร็จของ Bangkok Christmas Decoration คืออะไร – เราถาม

จากของชำร่วยแขวนรถ ทำด้วยมือส่งตลาดพาหุรัด สำหรับแม่วิไลวัลย์ ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้สลักสำคัญอะไร กระทั่งเปลี่ยนผ่านมาสู่การทำธุรกิจของตกแต่งคริสต์มาสรายใหญ่แห่งแรกในเมืองไทย

ส่วนแนนมองอีกมุม

“ถ้าถาม Organizer หรือคนจัดงานคริสต์มาส เขาจะนึกถึงเราเป็นอันดับแรก ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น เพราะเราพัฒนามาจนมีชื่อเสียงในด้านการจัด Display เขาก็บอกต่อกันมา ดาราที่มาซื้อ เราก็ไม่เคยชวนหรือจ้างเขามาเลย เกิดจากการบอกต่อทั้งหมด 

“ในแง่นั้น เรามองว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังอยากทำให้ดีกว่านี้ อาจจะมีการต่อยอดทำอะไรที่กว้างขึ้น จริง ๆ ก็คิดอยากจะทำคาเฟ่คริสต์มาสนะคะ”

ฟังแล้วก็อยากเห็นคาเฟ่คริสต์มาสเกิดขึ้นจริง ๆ ในเมืองไทย

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

ธุรกิจแห่งการสร้างความสุข

ท้ายที่สุดแล้วสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจ บทเรียนจากการเรียนรู้ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่แนนอยากส่งต่อคือ

“เราต้องหาตัวเราให้เจอว่าถนัดแนวไหน เราจะสร้างความแตกต่างของเราให้แตกต่างจากคนอื่นได้อย่างไร คนทำธุรกิจ อย่าทำอะไรตามคนอื่น พยายามหาจุดของตัวเองให้ได้ ถ้าทำตามคนอื่น เราก็ต้องตามเขาไปเรื่อย ๆ”

สำคัญที่สุดคือคุณภาพของสินค้า ความสุขที่อยากส่งต่อ และคุณค่าในทางธุรกิจที่ไม่ใช่เพียงเงินตรา

ความสุขของแนนคือการได้เห็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปตกแต่งแล้วมีความสุข เขาชมว่าสวย หรือเวลาเดินผ่านไป มองไปเห็นแล้วก็มีความสุข แนนเองก็มีความสุขไปด้วย เพราะเธอบอกว่าสินค้าของบางกอกคริสมัสเป็นสินค้าที่สร้างความสุขในตัวอยู่แล้ว จะมีอะไรที่สุขไปกว่าการได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้สร้างความสุข แล้วตัวเองก็มีความสุขไปด้วย

และนี่คือ Bangkok Christmas Decoration

คริสต์มาสปี 2022 นี้ ทุกคนมีของตกแต่งต้นคริสต์มาสกันหรือยังครับ

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

Lessons Learned

  • การเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าทำตามคนอื่น หาจุดยืนของตัวเองแล้วลงมือทำ
  • ความสุขและความสำเร็จอยู่ที่มุมมองของปัจเจกบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวใด ๆ
  • คุณค่าที่มากกว่าเงินตรา เป็นได้ทั้งการทำสินค้าคุณภาพ ความพอใจของลูกค้า และประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าจะได้รับ

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load