ทุก ๆ วันของการลืมตาตื่น เราเชื่อว่าหลายคนปรารถนาความสุข บ้างสุขที่ได้เจอ บ้างสุขที่ได้กิน บ้างสุขที่ได้เดินทาง และบ้างสุขที่ได้พักผ่อน ถ้าคุณกำลังมองหาสิ่งที่เราว่ามาทั้งหมด ‘SOOK HOTEL’ แห่งนี้พร้อมเปิดประตูบ้านต้อนรับ และมอบความสุขตั้งแต่เช้าตรู่ยันหลับฝันดี ด้วยเรื่องราวสุดอบอุ่นของครอบครัวโรงไม้ในเมืองเล็ก ๆ จังหวัดระนอง 

สุข โฮเทล เป็นโรงแรมบูทีกขนาดกะทัดรัดในเมืองรองขนาดกะทัดรัด ระนองมีเสน่ห์ไม่เป็นสองรองใคร ด้านประมงต้นแบบก็โดดเด่น สวนทุเรียนติด Top 5 ของประเทศ ปลูกกาแฟลำดับต้น ๆ แวดล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมู่เกาะ ทะเล ป่าไม้ ป่าชายเลน น้ำตก ภูเขา จนถึงน้ำพุร้อนปราศจากกลิ่นกำมะถัน 

สาธยายความดีงามของเมืองรองแดนใต้ให้คุณฟังมาขนาดนี้ จะไม่ให้เผลอตกหลุมรักอย่างไรไหว

นี่ยังไม่รวมเรื่องราวของ โต-ประกิต และ โอ-สุวัชชรินทร์ ตันโสภณ สองพี่น้องทายาทโรงไม้ ลูกหลานเมืองระนองแท้ ๆ ผู้เป็นเจ้าของ SOOK HOTEL ที่จะทำให้คุณเทใจให้เมืองน่ารักแห่งนี้คูณสอง เกริ่นมาแล้วก็ขอคุยโวสักนิด

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

โรงแรมสุข ตั้งใจนำเสนอความเป็นท้องถิ่นของเมืองระนอง ผ่านตราสัญลักษณ์ของโรงแรม อาหารรสหรอย ห้องพัก ฯลฯ ที่น่าสนใจ คือ การใช้สภาพภูมิอากาศแดนด้ามขวาน อย่าง ‘ฝน 8 แดด 4’ เป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ แถมตัวอาคารสร้างสรรค์ด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ประจำจังหวัด อย่างจวนเจ้าเมืองระนอง บ้านร้อยปี เทียนสือ บ้านบูรพาทิศอาทร และข้าวของเครื่องใช้ ประตู หน้าต่าง รวมถึงอิฐโบราณ โรงแรมแห่งนี้จึงดูกลมกลืนเป็นมิตรกับหมู่มวลอาคารเก่าและเพื่อนบ้านบนถนนเรืองราษฎร์ 

ความดีงามอีกอย่าง ที่นี่สร้างขึ้นด้วยแนวคิด Eco-friendly พ่วงด้วยการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design เป็นการผนึกกำลังเปลี่ยนภาพความคิดเป็นความจริง ระหว่างสองพี่น้องโต-โอ, Code Green Design, PASA Architects และ ซิกมา​ ดีไซน์​แอนด์คอนสตรัคชัน

ความเป็น ‘ระนอง’ ที่ถ่ายทอดผ่าน ‘คนระนอง’ ถูกก่อสร้างอย่างยั่งยืนพร้อมกับ SOOK HOTEL ที่หวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ส่งต่อความสุขให้คนมาอยู่และคนมาเยือน ขณะเดียวกันก็เติมชีวิตชีวาและสีสันให้กลับคืนสู่ท้องถิ่นอีกครั้ง

เตรียมเสื้อผ้า จัดกระเป๋า มุ่งหน้าลงใต้ แล้วดื่มด่ำเสน่ห์เมืองระนองให้หรอยจังฮู้ด้วยกัน

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

สุขสร้างได้ ณ บ้านเรา

ครอบครัวตันโสภณเป็นเจ้าของกิจการโรงไม้และนำเข้าไม้จากประเทศพม่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายหลังพี่ชายคนโตตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อพักกายและรักษาตัว ขณะเดียวกันน้องชายคนเล็กก็ตัดสินใจจะทำที่พัก

เดิมที พื้นที่ไร่เศษ ๆ นี้เป็นที่ดินผืนเก่าที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ในเมืองรองเล็ก ๆ มีวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ไม่เล็กซ่อนอยู่ ระนองเป็นเมือง 3 ยุค จากยุคเหมืองแร่สมัยคอซูเจียง ผ่านยุคป่าไม้ สู่ยุคประมง และปรับตัวสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ ลม แร่ธาตุ เหมาะเป็นเมืองประกอบอาชีพ เมืองอยู่ และเมืองท่องเที่ยว

“ระนองเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรทุกอย่างครบ ทั้งภูเขา ป่าไม้ ทะเล ป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ น้ำแร่ น้ำพุร้อน ใต้ทะเลก็ยังมีปะการัง เรียกว่ามีแหล่งท่องเที่ยวครบทุกอย่าง” พี่ชายเปรย ก่อนน้องชายเสริมต่อ “อาหารก็อร่อย มีเอกลักษณ์ด้วย เพราะการทำประมงของระนองเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทะเลที่นี่เลยมีทั้งปลาพม่า ปลาระนอง”

สองพี่น้องสลับกันแบ่งปันมุมมองของบ้านเกิดที่เขาอยู่มาทั้งชีวิตด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน และเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของ SOOK HOTEL ก็ได้รับคำตอบแสนเรียบง่ายจากผู้เป็นน้องชายว่า “ผมอยากกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น” 

“คำว่าสุขคำเดียวก็เลยครอบคลุมทุกอย่าง เป็นสิ่งที่ทุกคนตามหา” พี่ชายคน ‘โต’ เฉลยสุขในแบบของสุข

 “อ้อ อีกอย่าง คุณแม่ชื่อ สุขใจ ทุกอย่างลงตัวหมดเลย เราเลยไม่ลังเลที่เลือกใช้ชื่อนี้” 

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

อาริยสุข 4

คอนเซ็ปต์ประกอบ สุข โฮเทล มีด้วยกันทั้งหมด 4 ประการ

แรกริเริ่ม คือ บอกเล่าตัวตนตัวเอง ครอบครัว และบ้าน “ครอบครัวเราเป็นคนจีน ทำไม้มาเยอะ เราก็อยากเอาตรงนี้มาเล่า ข้าวของเครื่องใช้ในโรงแรมเป็นงานไม้ซะส่วนใหญ่ เพราะเราอยากเสนอลายไม้ เช่น ไม้สะเดาเขา ตะเคียนทองพม่า เราเอาไม้ที่เหลือจากธุรกิจครอบครัวมาใช้ พวกของสวยงามที่โชว์ในล็อบบี้ เป็นของสะสมของเรา น้องชาย และคุณแม่” 

สองสานฝัน คือ ตอบโจทย์ความชอบส่วนตัว คนน้องชอบความมินิมอล คนพี่ชอบความเป็นศิลปะ มีเนื้อหาในนั้น จึงออกมาเป็นที่พักที่อยู่ตรงกลางระหว่างความชอบของทั้งคู่ น้อยแต่มากแห่งนี้ และโตยังเสริมดีเทลอีกว่า “ความมินิมอลแรกที่น่าจะสะดุดตาคือชื่อโรงแรม เราใช้ฟอนต์เรียบง่าย สงบสุข ตามคาแรกเตอร์เลย” 

สามสำคัญ คือ ถ่ายทอดความเป็นระนองทุกซอกทุกมุมบนที่ดินผืนนี้ ประเดิมด้วยโลโก้ รูปลักษณ์คล้ายตราประทับประจำตระกูล ณ ระนอง ต้นตระกูลเก่าแก่สมัยก่อน วงกลมวงนี้เติมเต็มด้วยลวดลายโชว์ความเป็นระนอง ทั้งน้ำตก ภูเขา น้ำพุร้อน ต้นโกงกาง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ สายฝนและพระอาทิตย์ นอกจากรูปตราประทับจะเป็นโลโก้ด้วยแล้ว ยังมีกิมมิกสนุก ๆ อีกอย่างคือ 

“เราใช้เป็นตราประทับเวลาส่งจดหมายหรือโปสการ์ด เราชอบความคลาสสิกของโปสการ์ด ชอบเวลาได้รับสิ่งที่เราสแนปส่งกลับมาที่บ้าน เราเลยทำโปสการ์ดให้ลูกค้า เพื่อให้เขาได้สัมผัสความรู้สึกนั้นเหมือนกัน” เราอยากเขียนโปสการ์ดแล้วประทับตราขึ้นมาทันทีที่ฟังผู้เป็นพี่ชายเล่า

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

ความเป็นระนองถ่ายทอดต่อไปในส่วนสำคัญ สิ่งที่เป็นหัวใจของที่นี่ ก็คือสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในโรงแรม ได้กลิ่นอายความเป็นระนองเต็ม ๆ ผ่านตึกที่แฝงสไตล์จีนระนอง ได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านร้อยปี เทียนสือ บ้านเก่าอายุ 150 ปีในระนอง ถ่ายทอดผ่านภายนอก อย่างโครงสร้างตึก หลังคา ทางเดิน และภายในตกแต่งด้วยสิ่งที่โชว์ความเป็นระนอง ทั้งเก้าอี้แบบแบบโรงเตี๊ยมเอย ประตูล็อบบี้ทรงคล้ายประตูจีนเอย รูปทรงหน้าต่างตามแบบฉบับบ้านเก่าในระนองเอย เจ้าบ้านยังฝากไว้ว่า “ที่นี่มีความเป็นระนองอยู่ในทุกก้าวที่คุณเดิน”

และ สี่สุดท้าย คือ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-friendly ความตั้งใจของเจ้าบ้านคือ อยากลดขยะเหลือทิ้งจำนวนมากจากสิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง ที่นี่จึงไม่มีขวดน้ำพลาสติก สบู่แชมพูเป็นขวดแบบรีฟิล มีการคัดแยกขยะในกระบวนการสุดท้ายก่อนนำไปทิ้ง

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

สุขใจ สบายกาย

จวนเจ้าเมืองระนอง เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สองพี่น้องจึงตัดสินใจร่วมกับนักออกแบบ ถอดแบบความเป็นจวนใส่เข้าไปในล็อบบี้ อาคารทรงจีนโบราณ ตรงกลางเป็นห้องโถงใหญ่ มีหลังคาสูง ประตูสูง ประตูหน้าต่างเปิดต้อนรับผู้มาเยือน โดดเด่นด้วยโคมไฟสานด้วยต้นคุ้ม​ พืชท้องถิ่นในป่า​คล้ายหวาย ที่ประดับไว้บนเพดานจากฝีมือจักสานของช่างท้องถิ่น

ใบไม้เขียวขจีจากต้นไม้โดยรอบคอยให้ร่มเงา สวนขนาดย่อมทั้งหมดนี้เกิดจากความรักต้นไม้ของสองพี่น้อง จึงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ไม้เล็ก ไม้ใหญ่ ไม้เลื้อย ไม้ประดับส่ายใบอ่อนเริงระบำไปกับสายลม ทั้งคู่เล่าให้เราฟังว่า มีต้นไม้ที่โปรดปรานของเขาทั้งสองด้วย

“เราภูมิใจนำเสนอต้นยางอินเดียมาก ซื้อมาในระนอง มันเหลือ 3 – 4 ต้น เขาเลยขายให้ เราก็ซื้อมาชำ ได้เพิ่มมาเพียบเลย” พี่ชายเล่าอย่างมีความสุขถึงเนอสเซอรี่ต้นไม้ของเขา

“แล้วก็มีมอนสเตอร่า เอามาปลูกให้เลื้อยกำแพงตรงทางเดิน เราว่าน่าจะเหมาะกับภูมิอากาศ เพราะตรงนั้นอากาศชื้น” น้องชายแนะนำให้เรารู้จักพันธุ์ไม้อีกต้น และบรรยากาศโดยรอบยังเต็มไปด้วยแมกไม้ท้องถิ่นที่เริ่มหายากในปัจจุบัน เช่น ต้นกันเกราหรือเรียกอีกอย่างว่าต้นตำเสา กับกล้วยไม้โกมาชุมในจังหวัดประดับแซมต้นไม้ใหญ่

ต่อไปเป็นส่วนสำคัญ นั่นก็คือห้องพักที่จะทำให้ทุกคนได้ Have a Nice Stay ไปกับสัญลักษณ์ความเป็นเมืองระนอง อย่างแนวคิด ‘ฝน 8 แดด 4’

“เราอยากหยิบความเป็นระนองมาใส่ ก็นั่งนึกว่าระนองมีอะไรบ้าง มีฝนตกมากกว่าแดดออก อันนี้ชัดที่สุด” พี่ชายคนโตเผยที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ

SOOK HOTEL ประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 41 ห้อง แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ประจันหน้าเข้าหากัน ทั้งฝั่งฝนเย็นฉ่ำชุ่ม และฝั่งแดดแสนอบอุ่น

ลองจินตนาการไปพร้อม ๆ กับเรา เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ล็อบบี้โรงแรมแล้วเหลียวไปทางขวาจะพบกับฝั่งฝน ชั้นสองจวบจนชั้นสามเป็นที่อยู่ของห้องสแตนดาร์ดฝน ภายในห้องพักคุมโทนด้วยสีฟ้าเบบี้บลู สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้ามาในห้อง ถึงกลิ่นอายความชุ่มฉ่ำ ความเย็นของสายน้ำ ช่วยปลอบประโลมและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย 

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

เมื่อพักกายพักใจได้พักหนึ่ง เราขอพาทุกคนเดินลงบันไดมาสำรวจห้องพักในชั้นล่างสุดต่อ (อ้อ แอบกระซิบว่าที่นี่ไม่มีลิฟต์สักตัว เพราะไม่ต้องการก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน รวมทั้งอยากให้คนสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง) แต่ไม่ต้องกังวลใจแม้ไม่มีลิฟต์ เพราะบันไดที่นี่ออกแบบขั้นไม่ให้สูงชัน ลูกนอนบันไดกว้าง และลูกตั้งไม่สูงมาก ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้เดินอยู่บนบันได และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สูงอายุให้เดินสนุก ไม่สะดุดทุกย่างก้าว

พื้นที่ชั้นแรกแต่เป็นห้องโซนสุดท้ายของฝั่งฝน คือห้องซูพีเรียร์ฝนและห้องวิวสระว่ายน้ำ สำหรับใครที่ชอบกิจกรรมว่ายน้ำและรักความสดชื่นขั้นสุด เราขอแนะนำ 3 ห้องนี้ ขมิ้น มังคุด อัญชัน ความพิเศษอยู่ที่ดีไซน์ของแต่ละห้อง โทนสีแตกต่างกันออกไปตามชื่อ เราเชื่อว่าทุกคนคงแอบเดากันบ้างแล้ว จะเฉลยให้ว่า ขมิ้นจะเป็นโทนเหลืองสดใส ให้พลังงานดี ๆ มังคุดโดดเด่นด้วยสีโทนม่วงอ่อน หวานอ่อนโยนอย่างมีมิติ และอัญชันโทนฟ้า สีไม่ผิดแผกจากกลีบดอก เพียงแต่เจือจางให้เหลือความสบายตา เพียงไม่กี่สิบก้าวจากประตูห้อง ก็เปลี่ยนอิริยาบถลงสระน้ำได้เลย

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

ข้ามมาที่ฝั่งตรงข้ามขนานกับฝั่งฝน ก็คือฝั่งแดด ชั้นสองชั้นสามเป็นห้องสแตนดาร์ดแดด ภายในห้องตกแต่งด้วยสีประจำตัวของดวงอาทิตย์ สีเหลืองเรืองรองอำไพถูกปรับลดความเปล่งประกาย เป็นเหลืองนวลอำพัน เจ้าบ้านเลือกใช้ไม้โทนเหลืองประดับหัวเตียง มุมแดดจึงอบอุ่น เหมาะกับการพักกายเพื่อพักใจอย่างแท้จริง

ห้องริมสุดของสองชั้นนี้ ประกอบด้วย ห้องดีลักซ์สุข และ ดีลักซ์สบาย ทั้งสองตกแต่งด้วยโทนสีขาว เหมาะสำหรับคู่รัก บรรยากาศหวาน ๆ ไม่หวือหวา เพียงแต่ห้องดีลักซ์จะกว้างสบายกว่า และผ่อนคลายได้ด้วยการแช่จากุซซี่

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

ชั้นแรกของฝั่งแดดเป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว มีห้อง Family Standard และ ห้อง Family Deluxe ออกแบบตามหลัก Universal Design คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้สูงอายุและผู้พิการเป็นสำคัญ มีทางลาดสำหรับรถเข็น แยกออกจากประตูทางเข้าหลักจนถึงห้องพัก ประตูบานใหญ่เปิดออกจะพบกับขนาดพื้นที่ 50 ตร.ม. พร้อมกับทางเดินที่กว้างกว่าห้องทั่วไป เพื่อให้รถเข็นเข้าออกได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง พื้นที่ในห้องไม่มีสเต็ป เสมอกันทุกตารางเมตร ภายในห้องน้ำมีราวจับ มีที่นั่งอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุ

ที่นี่รองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง เพราะนอกจากดีไซน์ที่พักจะเน้นความสุขสงบ รวมทั้งมีสระว่ายน้ำสำหรับผู้คนที่อยากทำกิจกรรมแล้ว ยังมี Public Space ข้างสระว่ายน้ำ เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการนั่งทำงานรับลมอ่อน ๆ หรือถ้าหากมีประชุมด้วย ก็ปิดประตูแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการประชุมได้

พื้นที่ส่วนนี้เหมาะสำหรับนั่งชมไอแดดกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับบางเบาในตอนเย็นเป็นที่สุด

กินดี มีสุข

คนเราเริ่มต้นวันใหม่ดี ๆ ได้ง่าย ๆ แค่ได้มื้อเช้ามาเติมเต็ม

มื้อเช้าในแบบของสุข จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สองพี่น้องตั้งใจสื่อความเป็นระนองผ่านความพิถีพิถันในทุกจาน

“เราอยากให้เขามากินแล้วได้รสชาติความเป็นระนอง” พี่ชายเปรย

เจ้าบ้านสุข จึงเลือก ‘หมูฮ้อง’ หรืออีกหนึ่งชื่อที่คนระนองนิยมเรียกกันติดปากว่า ‘หมูค้อง’ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ประหนึ่งว่าถ้าไม่กินคือมาไม่ถึงเสิร์ฟเป็นจานหลัก หมูฮ้องสูตรลับ ๆ ฉบับสุขปรุงตามตำราสูตรเก่าแก่ ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เติมรสด้วยซีอิ๊วสูตรโบราณ (ถ้าชิมซีอิ๊วแล้วติดใจ อย่ารอช้า! ขอให้ตามมาดูต่อได้ที่สุขคัดสรร) 

อีกหนึ่งเมนูที่ชาวระนองนิยมทานกันเป็นอาหารเช้าคู่กับปาท่องโก๋ คือ ขนมจีนน้ำยาปลา กลิ่นเครื่องแกงคลอด้วยสมุนไพรในน้ำยาร้อน ๆ รสชาติถึงเครื่องด้วยพริกแกงใต้ เข้มข้นด้วยเนื้อปลาเน้น ๆ ชนิดที่ตักไปก็เจอแต่ปลา ๆๆ ถ้าได้ทานสักจานเป็นมื้อเช้า คงมีแบตเตอรี่ชีวิตเต็มร้อยไปทั้งวัน

อาหารเช้าของ SOOK HOTEL มีทั้งบุฟเฟต์และอาหารเซ็ต ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกที่มาพักในแต่ละซีซั่น เพื่อลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งโดยไม่จำเป็น แต่ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟในรูปแบบใด เมนูอาหารหลักก็ไม่ต่างกัน หมูฮ้องและขนมจีนน้ำยา เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ที่เจ้าบ้านอยากให้ทุกคนได้ลอง ส่วนเรื่องปริมาณหายห่วงได้เลย แม้ว่าจะเป็นอาหารเซ็ต ก็มีทั้งจานหลัก จานรอง ข้าว 1 อย่าง แกง 2 อย่าง ตบท้ายด้วยสลัดบาร์หรือชากาแฟ อิ่มหนำไม่แพ้บุฟเฟต์หลักเช่นกัน

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขคัดสรร

“ในละแวกโรงแรมเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง แถวนี้มีร้านอาหาร ข้างหน้าก็เป็นถนนคนเดิน ที่พักเราไม่มีร้านอาหาร คาเฟ่ หรือของฝากเยอะ ๆ เพราะงั้นแขกที่มา เขาก็จะออกไปข้างนอก ไปใช้บริการร้านอาหารท้องถิ่น เราจะมีคำแนะนำให้ และมีของหายากที่คัดมาให้แขก ซึ่งก็มาจากคนในชุมชนอีกเหมือนกัน” ของหายากที่โตว่านั้น มีมาแนะนำ 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่ ซีอิ๊วโฮมเมดโบราณตรานกแก้ว กาแฟโรบัสต้า และชาพม่า

ซีอิ๊วโบราณสูตรดั้งเดิมกว่า 80 ปีของระนอง เป็นซีอิ๊วโฮมเมดที่มีฤดูบ่มเฉพาะ แต่สุขคัดสรรได้สั่งตุนเอาไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว 

กาแฟโรบัสต้า ที่ปลูกตามชุมชนระนอง อันนี้ได้มาจากดีเจนักข่าวคนหนึ่งที่พยายามโปรโมตกาแฟระนอง เขาไปตระเวนตามชุมชนที่ปลูกกาแฟระนอง และเอากาแฟมาคั่วเอง แบ่งเปลือกกาแฟมา เป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผลผลิต” โตเล่าถึงเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีที่หอมและเข้มข้น หาไม่ได้จากถิ่นอื่น

ในแต่ละห้องพัก เจ้าบ้านจะเตรียมชาพม่าไว้รับแขก ส่วนมากที่ได้ชิมติดใจ ต้องกลับมาถามหา สุขจึงคัดสรรชาพม่ามาไว้ ให้สะดวกสำหรับทุกคน

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่สุขคัดสรรมาแล้วนั้น ที่นี่ยังคัดสรรที่กินที่เที่ยวบริเวณโดยรอบเมืองมาบอกต่อด้วย ชนิดว่าใครอยากกินอาหารแบบไหน ท่องเที่ยวสไตล์ใด ขอแค่เดินมาถามไถ่ ทุกคนในสุขจะเลือกร้านมาตอบโจทย์ทุกคนได้ทั้งหมด 

“เราอยากให้แขกออกไปใช้ชีวิต ไปสำรวจ ไปซื้อหาของชาวบ้าน ไปเยี่ยมเยือนร้านต่าง ๆ ในชุมชน อยากไปไหนมาถามเราได้เลย เรามีความสุขที่ได้แนะนำมาก ๆ” ความตั้งใจของโตส่งผ่านน้ำเสียงที่จริงใจ

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขทริป

ถ้าใครอยากสุข พักที่ สุข โฮเทล รับรองว่าครบครัน เพราะนอกจากเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ยังมีทริปท่องเที่ยวมากมาย พร้อมชวนทุกคนรับบทนักเดินทาง ออกสำรวจสิ่งเล็ก ๆ รอบเมืองระนอง

“ถ้าไปเสิร์ชหาในกูเกิล มันก็ขึ้นแค่จังหวัดหนึ่ง ยังมีหลาย ๆ อย่างที่เรายังไม่เห็นอีกเยอะ ซึ่งหลายคนบอกว่า มาระนองอาจจะมาครั้งเดียวไม่หมด อาจจะครั้งหนึ่งลงเกาะ อีกครั้งไปภูเขา ไปเดินป่าก็มีนะ” โตเกริ่นก่อนแนะนำสุขทริป

มาเยือนจังหวัดที่รายล้อมไปด้วยหมู่เกาะอย่างระนองทั้งที พลาดไม่ได้กับทริปดำน้ำ (บุคคลผู้จัดทริปพิเศษนี้ เป็นเพื่อนของเจ้าบ้านที่ทำทัวร์ท่องเที่ยวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) พิเศษสุดที่สุขทริป จะพาทุกคนไปดำน้ำ 3 เกาะ ทั้งเกาะกำ เกาะค้างคาว เกาะญี่ปุ่น รวมเรียกว่าหมู่เกาะกำ หมู่เกาะรักสันโดษ ห่างจากทะเลระนองออกไป อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน อำเภอกะเปอร์ ขับรถจากตัวเมืองเพียง 45 นาที ก็จะได้เข้าสู่โลกทางทะเล กิจกรรมสุดแสนสนุกรออยู่เพียบทั้งดำน้ำ สน็อกเกิ้ล ว่ายน้ำแข่งกับปลาการ์ตูน ชมหมู่มวลปะการัง  

“ถ้าไปที่นี่ห้ามพลาด มีไฮไลต์คือ ถึงเกาะปุ๊บจะมีทางเดินขึ้นไปจุดชมวิว มองลงมาเห็นหาดเป็นพระจัทร์ครึ่งเสี้ยว” ถ้าอยากรู้ว่าสวยงามขนาดไหน คงต้องมาชมด้วยตาตัวเองตามที่โตแนะนำ

มาต่อกันอีกทริปสำหรับสายชิลล์ กับการเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่แหลมนาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่บนเกาะ ต้องนั่งเรือไป  ไม่มีถนนเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านอยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และต้องการรักษาความสงบ  แต่คนที่แวะเวียนมาสามารถเข้าไปชมบรรยากาศบ้าน ชมวัฒนธรรม นั่งเรือ กินอาหารทะเล ตกปลา ไปลองใช้ชีวิตได้

หรือสำหรับสายสำรวจธรรมชาติ สุขทริปก็ได้เตรียม ทริปคลองลัดโนด ไปลุยโคลนปลูกป่าชายเลน นั่งเรือชมธรรมชาติ ดูป่าโกงกาง เล่นน้ำ ตบท้ายด้วยล่องแพใหญ่ ทานข้าวจากกลุ่มแม่บ้านชาวลัดโนด มีกุ้ง หอย ปู ปลา ทำสดพร้อมเสิร์ฟ

“กินข้าวเที่ยงเสร็จนั่งแพกลับ ระหว่างเรือลากแพ จะเล่นน้ำตรงไหนก็บอกให้จอดได้เลย” โตเสริมความสนุก

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขสู่ชุมชน

“ความตั้งใจที่เราอยากนำเสนอทุกอย่างที่เป็นท้องถิ่น เราก็อยากให้มาจากคนในท้องถิ่นด้วยเช่นกัน” น้องชายย้ำ

อาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่เราเล่าไป เป็นเพียงหนึ่งส่วนเล็ก ๆ 

“มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนเราสร้าง เราพยายามใช้ช่างท้องถิ่น ผู้รับเหมาท้องถิ่น งานไม้ก็ท้องถิ่น เพราะต้องการให้เกิดการกระจายรายได้” โอเผยกุญแจสำคัญในการเกิดขึ้นของสุข

นอกจากให้ความสำคัญกับเรื่องราวความเป็นเมือง SOOK HOTEL ยังไม่ละเลยกลุ่มคนผู้เป็นพลังสำคัญ นั่นก็คือพนักงานและคนในชุมชน ผู้คนในจังหวัดมีโอกาสในเส้นทางการทำงานที่หลากหลายขึ้นจากการเกิดขึ้นของสุข มีพื้นที่สำหรับคนรักงานบริการและงานโรงแรม แม่บ้านก็เป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ตั้งแต่สมัยทำโรงไม้ โตและโอไม่ทอดทิ้งทุกคนในเมืองระนองแห่งนี้ ทุกคนอยู่กันเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ เหมือนน้อง

“คนระนองใจดี เป็นมิตร พึ่งพาอาศัยกันได้” คำบอกเล่าจากโต ทำให้เราสัมผัสสิ่งที่เขาบอกได้จริง จากตัวเขาเอง

แม้ในยามวิกฤตโควิดที่ผ่านมา สองพี่น้องก็ละเว้นการเก็บค่าเช่าพื้นที่ในส่วนสุขปาร์คด้านหน้าโรงแรม เพราะเห็นใจผู้เช่าที่ขาดแคลนรายได้ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม สุข โฮเทล ถึงเป็นที่รักและสร้างความสุขให้คนในพื่นที่และนักท่องเที่ยว

“ถ้าได้มาสัมผัส แล้วจะรู้ว่าระนองเป็นเมืองน่ารัก มันมีความหลากหลายจริง ๆ ถึงเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายท้องถิ่น” โอเสริมความน่ารักของบ้านเกิดของเขา

“คุณไปเที่ยว ได้ใช้เวลาเข้าไปอยู่กับชาวบ้าน แต่ละชุมชนมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ด้วยตัวพี่และพี่โอเป็นคนระนองตั้งแต่เกิด เรารู้ว่าระนองเป็นยังไง เรามีแหล่งข้อมูลของเรา ตรงนี้มีเสน่ห์แบบนี้นะ เราเลยพยายามชูตรงนี้ขึ้นมา” โตเชิญชวนทิ้งท้ายอีกครั้ง เพราะอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสชีวิตที่ระนองแบบที่เขาประทับใจ ซึ่งบอกเล่าวันนี้พรุ่งนี้ หรือเขียนสิบหน้ากระดาษ A4 ก็คงแจงดีเทลสุขนี้ไม่หมด

“รายละเอียดยังมีอีกเยอะ ต้องมาลองพักดู เรายินดีต้อนรับเสมอ”

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

SOOK HOTEL

ที่ตั้ง : 283 ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 093 581 2500

เว็บไซต์ : www.sookhotel.com

Facebook : SOOK HOTEL

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

อรรถชัย สมเพชร

อาชีพช่างภาพ ความสุขของผมคือการถ่ายภาพ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

26 พฤศจิกายน 2565
2 K

ถ้านึกถึงเชียงราย หลายคนอาจนึกถึงความเงียบสงบของป่าเขาลำเนาไพร แต่ถ้าขยับเข้ามาในตัวเมืองสักหน่อย อีกบรรยากาศหนึ่งที่เราจะเห็นคือความคึกคักในย่านการค้าและโรงเรียน 

คึกคักมากเสียจนวันที่เรามาหยุดยืนตรงหน้าที่พักขนาดย่อมอย่าง ‘บ้านนอนเพลิน’ บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่และเสียงนกร้อง เราก็ตกอยู่ในภวังค์ เพราะนอกจากที่นี่จะเงียบสงบแล้ว ตัวบ้านยังชวนให้นึกถึงบ้านสวนที่ถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่ก็อยากวาร์ปไปพักใจทุกที

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ถ้าถามคนรุ่นปู่รุ่นย่า หลายคนอาจเรียกไม่ถนัดนักว่านี่คือ ‘บ้านนอนเพลิน’ แต่คนเชียงรายรู้จักกันดีว่าที่นี่คือ ‘โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์’ นอกจากสถานที่แห่งนี้จะเป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งแรก ๆ ของเมืองแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ยังดูแลเด็กได้ดีตั้งแต่รุ่นย่าอย่าง คุณย่าศรีพันธุ์ กิตติศัพท์ จนรุ่นหลานสาวอย่าง กุ้ง-ภชฤมน หาญพิพัฒน์ หรือ ครูกุ้ง ที่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ เรียกขาน

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลที่ว่าอยู่ภายใต้การดูแลของคุณย่าศรีพันธุ์กว่า 40 ปี ก่อนที่กุ้งจะรับช่วงต่ออีก 26 ปี และหันมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักสุดอบอุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2554 เอกลักษณ์ที่ใครมาก็หลงคือความอบอุ่นคล้ายมานอนบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติจนหลายคนต้องกลับมาซ้ำ 

พูดถึงตรงนี้อาจจะสงสัยกันว่า บ้านนอนเพลินนั้นน่าหลงใหลและนอนเพลินแค่ไหน เรื่องราวของโรงเรียนศรีพันธุ์เป็นยังไง ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ครูกุ้งรอพาไปชมอยู่กลางสวนเขียวแล้ว

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 70 กว่าปีก่อน เชียงรายปราศจากศูนย์เด็กเล็กที่รับเลี้ยงดูเด็กก่อนประถมเพื่อช่วยแบ่งเบาพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำมาหากิน เพราะเสียงเรียกร้องของผู้ปกครองเหล่านี้เอง คุณย่าศรีพันธุ์ซึ่งเคยเป็นคุณครูเก่ามาก่อนจึงเปลี่ยนผืนดินที่มีให้เป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่รับดูแลลูกเด็กเล็กแดง

“เมื่อก่อนเป็นอาคารโล่งกว้าง มีลานดิน ลานของเล่นทั้งในและนอกอาคาร ส่วนชั้นบนก็เป็นที่พักของคุณย่า เราก็มานอนที่โรงเรียนนี่แหละ เช้ามาก็เห็นเด็กวิ่งเล่นกันแล้ว” ครูกุ้งเล่าภาพความทรงจำในอดีต

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ดูแลเด็กได้ดีจนเป็นที่วางใจของคนเชียงรายแค่ไหน คงการันตีได้ด้วยอายุโรงเรียน 40 ปีแรก คุณย่าเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วน 26 ปีหลัง หลานสาวอย่างครูกุ้งซึ่งไม่เคยเป็นครูมาก่อนเข้ามาปรับเปลี่ยนระบบ และกลับมาเปิดให้โรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งนี้เดินหน้าต่อไปได้

“ความตั้งใจในการกลับมารับช่วงต่อคือ หนึ่ง เราไม่อยากไปทำงานที่อื่น สอง สมัยต่างจังหวัดนั้นมีอาชีพไม่เยอะ จะไปทำงานธนาคารก็ไม่ใช่ตัวเรา จะไปขายของเหมือนเด็กสมัยนี้ ก็ไม่รู้จะขายอะไรดี หรือจะไปรับราชการ เราก็ดันเป็นคนไม่ชอบทำอะไรในกรอบ เลยคิดว่าการกลับมารับช่วงต่อก็คงเป็นทางเลือกที่ดี” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

หลังคุณย่าปิดโรงเรียนไป 4 ปี หลานสาวพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับเปลี่ยนระบบโรงเรียนให้มีมาตรฐาน ปรับหลักสูตรให้เหมาะกับวัยของเด็ก และเพิ่มอาคารบางส่วนเพื่อรองรับนักเรียน

“รากฐานที่คุณย่าสร้างนั้นแข็งแรงมาก พอกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองที่เคยเรียนที่นี่โตจนมีลูกหลานหมดแล้ว เขาก็ไว้วางใจพาลูก ๆ มาฝากเรียนกับเราเหมือนเดิม

“เวลาพ่อแม่มาส่งเด็ก เขาจะเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเขาเรียนที่นี่ ถ่ายรูปตรงนั้น เล่นตรงนี้” กุ้งหัวเราะ พลางเล่าประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการยังสาวให้เราฟัง

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

“เราไม่เคยคิดเรื่องการทำโรงแรมเลยแม้แต่น้อย” ครูกุ้งเกริ่น “คิดว่าคงทำโรงเรียนแบบยาว ๆ ไปเลยแต่ 26 ปี อาจนานเกินพอ เลยอยากเปลี่ยนไปทำอะไรใหม่ ๆ มีอยู่วันหนึ่ง เราเดินออกจากที่นี่ ไปเจอร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่รู้จักกัน เราแนะนำให้เขาเปลี่ยนห้องว่าง ๆ ข้างบนเป็นที่พัก เขาก็สวนมาว่า โรงเรียนของเราต่างหากที่เหมาะกับการเป็นที่พัก” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ได้ยินแบบนั้น เมื่อเดินกลับมาพิจารณาอาคารตรงหน้าและเริ่มเห็นความเป็นไปได้

แต่ก่อนจะตัดสินใจทำจริงจัง เธอเลือกไปพูดคุยกับเจ้าของโฮมสเตย์ใกล้ ๆ นี้ก่อน

“เขาตาเป็นประกายมาก เขาบอกว่าทำแล้วสนุกนะ ได้คุยกับแขก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้วเชียงรายกำลังพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้าวันนั้นเขาไม่ตาวิบวับขนาดนั้น ไฟที่มอดของเราคงไม่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง” แม้คนในครอบครัวบางส่วนจะคัดค้านเพราะกลัวทำแล้วไม่รุ่ง แต่กุ้งหญิงแกร่งที่ชอบความท้าทายก็ยืนกรานว่าเธออยากลอง

“ถ้าไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ” เพราะแบบนั้น บ้านนอนเพลินจึงเกิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

จากโรงเรียนที่คนไว้ใจ สู่โรงแรมที่คนอยากพักใจ

28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 คือวันสุดท้ายของโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ที่ครูกุ้งเฝ้าดูแลมานานกว่า 26 ปี ในปีเดียวกันนั้นเอง ‘บ้านนอนเพลิน’ ที่พักขนาดย่อมใจกลางเมืองเชียงรายก็ถือกำเนิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

การรีโนเวตมาเป็นที่พักแบบบ้านนอนเพลินนั้นไม่ยุ่งยาก ด้วยความที่เคยเป็นโรงเรียนมาก่อน ห้องหับหลับนอนจึงมีมากโข แถมแต่ละห้องเรียนก็ยังมีห้องน้ำในตัวอีก 2 ห้อง เมื่อแบ่งพื้นที่ใหม่ บ้านนอนเพลินจึงมีห้องพักมากถึง 14 ห้องแบบลงตัวพอดี ชนิดไม่ต้องเพิ่มโครงสร้างอะไรมากนัก ซึ่งปัจจุบันห้องพักเหลือเพียง 9 ห้องเท่านั้น เพื่อจะได้ดูแลแขกอย่างทั่วถึง ส่วนห้องชั้นบนก็เปลี่ยนเป็นที่พักของครอบครัว

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย
ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

แรกเริ่ม ครูกุ้งเลือกธีมโรงเรียนอนุบาลเป็นไฮไลต์หลัก แต่ละห้องมีป้ายเลขห้องติดอยู่ บางห้องก็มีโต๊ะไม้นักเรียนประดับด้วย แต่ท้ายที่สุดกลิ่นอายความเป็นโรงเรียนอนุบาลก็เหลือเพียงป้ายเลขห้องและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

และสิ่งที่ทำให้บ้านนอนเพลินอบอุ่น คล้ายกับบ้านสวนของคุณย่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเธอเลือกเก็บต้นไม้เก่าอายุหลายสิบปีของคุณย่าไว้ และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าของครอบครัวมาตกแต่งมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ชั้นวางหนังสือตรงทางเข้า เก้าอี้โรงหนังจากโรงหนังเก่าของบ้านสามีมาจัดวาง หรือบริเวณครัวกลาง เธอก็เลือกเฟอร์นิเจอร์เดิมของโรงเรียนมาประดับ ชวนให้นึกถึงเวลาพักกลางวันที่เด็ก ๆ ต่อแถวเข้าคิวรับอาหารยังไงยังงั้น

ความอบอุ่นที่ชวนให้กลับมาพักแล้วพักอีก

“เชื่อไหมว่าคืนก่อนเปิดบ้านนอนเพลิน เรานอนไม่หลับ” 

ครูกุ้งเล่าแล้วอธิบายว่า ความที่สมัยก่อนยังไม่มีช่องทางโซเชียลมีเดียมากนัก การประชาสัมพันธ์ให้โลกรู้ว่ามีบ้านนอนเพลินอยู่ตรงนี้จึงเป็นเรื่องยาก แต่เหมือนเธอจะมากับดวง เพราะบ้านนอนเพลินเปิดพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างสิงห์ปาร์คพอดี แถมยังมีคนมารีวิวบ้านนอนเพลินควบคู่กับสิงปาร์กหรือไร่บุญรอดลงเว็บไซต์ให้ด้วย 

“ตอนแรกคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6 เดือนในการประชาสัมพันธ์ ปรากฏว่าเดือนแรกแขกก็เต็มแล้ว” 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

จากวันนั้นจนวันนี้ ครูกุ้งยังคงดูแลแขกเหมือนเพื่อนและญาติผู้ใหญ่จริง ๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนโควิด-19 ครูกุ้งและแขกสนิทกันแบบสุด ๆ เรียกว่าถ้าไม่มีแขก ก็คงไม่มีเพจเฟซบุ๊กบ้านนอนเพลิน 

“แขกคนแรกๆ เขามาทำเพจให้ แต่เขาพักคืนเดียวเลยยังทำไม่เสร็จ พออีกคืน แขกอีกคนเลยมาทำต่อจนเสร็จ” เธอเล่าขำ ๆ ความเป็นกันเอง ความน่ารักของห้องพัก และความสงบของบ้านนี้เอง ทำให้บ้านนอนเพลินยังคงเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งที่คนอยากมาเข้าพักแม้จะเปิดตัวมานานกว่า 1 ทศวรรษ 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

“มีคนบอกว่าทำไมเราไม่ทำเป็นตึกหลายชั้น จะได้คุ้มค่ากับที่ดินดี ๆ ที่อยู่ใจกลางเมืองเช่นนี้ แต่เรามองว่าบ้านนอนเพลินก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ เป็นแบบที่เราชอบ เป็นที่ที่มีต้นไม้เขียว ๆ แล้วก็เป็นบ้านของเราด้วย

“เราอยากให้แขกสัมผัสความรู้สึกเดียวกันกับที่เรารู้สึก ทุกคนบอกว่าที่นี่อบอุ่นและสงบเหมือนมาพักบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติผู้ใหญ่ หลายคนมาพักแล้วก็กลับมาอีก บางคนถึงขั้นบอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่ที่นี่ เขาไม่อยากพัก และมีคนที่มาพักทุกเดือน พอมาถึงก็บอกว่า ‘ผมกลับมาบ้านผมแล้วนะครับ’”

บ้านนอนเพลินนอนเพลินแค่ไหน คำตอบที่ได้คงชัดเจนแล้วในตอนนี้

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

บ้านนอนเพลิน

ที่ตั้ง : 382 ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 7926

Facebook : บ้านนอนเพลิน Baan Norn Plearn

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ปฏิเวธ ยืนธรรม

สถาปนิกอิสระ ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ชื่นชมแสงธรรมชาติสวยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load