กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายตัวหนึ่งโล้สำเภามาจากจีนแผ่นดินใหญ่ 

กระต่ายตั้งคำถามว่าจะทำเครื่องครัวที่มีเอกลักษณ์ ใช้ได้นานๆ แตกหักยาก และมีสีสันสวยงามได้อย่างไร 

วันหนึ่งเขาได้ตั้งโรงงานผลิตเครื่องเคลือบอีนาเมลขึ้น ทำให้คนไทยทุกครัวเรือนได้ใช้ปิ่นโต หม้ออวย กะละมัง หม้อแขก ช้อน ถาดพ่นลาย จานชามพ่นลายสีสวยๆ และไม่ใช่แค่ครัวไทยเท่านั้น สินค้าของกระต่ายพ่อลูกยังไปไกลถึงสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น และเกาหลี

น่าดีใจที่นิทานเรื่องนี้ยังเล่าต่อได้ไม่มีวันจบ กระต่ายและสินค้าของเขากระโดดโลดแล่นคู่คนไทยมากว่า 65 ปีแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเอาแรงแต่อย่างไร 

พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของสยามอีนาเมล เจ้าของแบรนด์ภาชนะเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย

The Cloud นัดหมาย พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของสยามอีนาเมล เจ้าของแบรนด์ภาชนะเคลือบอีนาเมลตรากระต่ายในบ่ายวันหนึ่ง เราคุยกันถึงความเป็นมากว่า 65 ปีของธุรกิจภาชนะเคลือบ การต่อยอดของทายาทรุ่นสอง และแผนการที่จะพาแบรนด์ไปสู่ธุรกิจร้อยปีของทายาทรุ่นสาม

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครเผลอเรียกถาดและชามพ่นลายดอกไม้สีสวยนี้ว่าสังกะสีบ้าง เพราะเรื่องราวเบื้องล่างทั้งหมดจะทำให้คุณเอ็นดูและมองภาชนะเปลี่ยนไป ยิ่งถ้าได้มาเดินดูโรงงานด้วยกันกับเราตอนนี้ คุณจะรักเจ้าภาชนะพวกนี้จนอยากสะสมให้ครบทุกคอลเลกชัน

นิทานเรื่องนี้สอนวิชาการทำธุรกิจครอบครัวอย่างไร มาฟังกัน

ธุรกิจ : บริษัท โรงงานอุตสาหกรรมภาชนะเคลือบ จำกัด (SIAM ENAMEL)

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2498

อายุ : 65 ปี

ประเภท : ผู้ผลิตภาชนะเคลือบ เครื่องใช้ในครัวเรือน ภายใต้เครื่องหมายการค้า ตรากระต่าย

ผู้ก่อตั้ง : โสภณ สันติพันธ์พิทักษ์

ทายาทรุ่นสอง : สนิท สันติพันธ์พิทักษ์

ทายาทรุ่นสาม : พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์

พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของสยามอีนาเมล เจ้าของแบรนด์ภาชนะเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย

มีสี แต่ไม่ใช่สังกะสี

หลายคนเรียกเครื่องเคลือบอีนาเมลตามความเคยชินว่า ‘สังกะสี’ เพราะเห็นว่าทำมาจากเหล็ก เมื่อเคาะแล้วเกิดเสียงคล้ายกระเบื้องสังกะสีมุงหลังคา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

อีนาเมล หรือ Enamel Coating คือเทคโนโลยีเคลือบแก้ว เกิดขึ้นครั้งแรกที่เยอรมนีเมื่อราว พ.ศ. 2303 ก่อนจะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายช่วง พ.ศ. 2393 เพราะสีสันซึ่งเกิดจากกระบวนการทางเคมีของสีที่เคลือบไว้ด้านนอกชิ้นงาน แล้วอบด้วยความร้อนอุณหภูมิกว่า 800 องศาเซลเซียส จนผิวภายนอกเปลี่ยนสถานะเป็นแก้ว (Glass Code) ให้พื้นผิวเรียบเงาและสีสันสดใส มักใช้ในการผลิตภาชนะเครื่องครัว เครื่องประดับ และงานโครงสร้าง

เหตุผลที่อีนาเมลได้รับความนิยมในการผลิตเครื่องครัว เพราะคุณสมบัติทนต่อความร้อนสูง นำไปตั้งเตาไฟได้ มีคุณสมบัติกระจายความร้อนได้ดีทำให้อาหารปรุงสุกง่าย ไม่ทำปฏิกิริยากับสภาพความเป็นกรดหรือด่างของอาหาร ปลอดภัยจากสารปนเปื้อนของเนื้อโลหะ ทำความสะอาดง่ายทำให้มีเชื้อโรคตกค้างน้อย แต่ด้วยผิวสัมผัสที่คล้ายแก้วจึงต้องระมัดระวังเรื่องการกระแทก แต่ถึงแม้ผิวจะมีการกะเทาะบ้างก็ยังใช้งานได้อยู่ ไม่ได้แตกเสียทั้งใบ เพราะเนื้อในที่เป็นเหล็กก็ยังทนทานแข็งแรง หากดูแลรักษาถูกวิธีก็จะมีอายุการใช้งานยืนยาวไม่ต่ำกว่า 50 – 60 ปี 

ผู้บุกเบิกตลาดอีนาเมลและงานพ่นลายดอกไม้ที่สุดแสนคลาสสิ

จุดเริ่มต้นของธุรกิจผู้ผลิตภาชนะเคลือบเครื่องใช้ในครัวเรือนภายใต้เครื่องหมายการค้า ตรากระต่าย มาจากอากงโสภณ ผู้ทำงานในบริษัทนำเข้าสินค้าเมื่อครั้งอยู่ประเทศจีน ก่อนจะย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในประเทศไทย และเริ่มต้นกิจการเทรดดิ้งเล็กๆ ของตัวเองที่ถนนทรงวาด โดยสั่งสินค้ามาจากหลายแหล่งทั่วโลก 

และเพราะเห็นว่าเครื่องใช้ในครัวเรือนยุคนั้นนอกจากเซรามิกก็มีให้เลือกไม่มาก แถมยังแตกหักง่าย อากงโสภณผู้อยากทำเครื่องครัวที่ใช้ได้นานๆ และมีสีสันสวยงาม จึงตัดสินใจก่อตั้งบริษัทบนถนนทรงวาดที่เดิม และสร้างโรงงานแห่งแรกในย่านท่าพระเมื่อ พ.ศ. 2498

ช่วงแรก อากงโสภณเริ่มจากทดลองทำสินค้าหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นปิ่นโตสีเหลือง กะละมังสีขาว และสินค้าซึ่งมีต้นแบบจากต่างประเทศ เช่น หม้ออวย หรือหม้อหูหิ้วสีน้ำเงินที่มีแรงบันดาลใจมาจากหม้อสไตล์สแกนดิเนเวีย 

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

ขณะที่ปิ่นโตของไทยมีต้นแบบมาจากเบนโตะของญี่ปุ่น เปี้ยงตังของจีน กล่องข้าวของอินเดีย กล่องแซนด์วิชของชาติที่กินขนมปังเป็นหลัก แม้หน้าตาไม่เหมือน แต่มีคอนเซปต์การใช้งานเหมือนกัน นั่นคือภาชนะใส่อาหารพกพาไปในที่ต่างๆ 

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

“เบนโตะญี่ปุ่นก็เหมาะกับอาหารการกินของเขาซึ่งมักจะเป็นของแห้ง ขณะที่อาหารไทยมีข้าว มีกับที่เป็นแกง ผัด ต้ม จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมหน้าตาของปิ่นโตสีเหลืองขอบเขียวสุดคลาสสิกนี้ จึงมีลักษณะเป็นชั้นแยกไม่ให้อาหารรวมกัน” พิริยะเล่า

ยากจะบอกว่าใครเป็นคนริเริ่มทำปิ่นโตเจ้าแรกสุด เพราะเกือบทั้งหมดมาจากแหล่งเดียวกัน มีจุดเริ่มต้นไม่ต่างกัน แต่ถ้าถามว่าตอนนี้เหลือใครในประเทศไทยที่ยังผลิตปิ่นโตอยู่ ก็คงต้องบอกว่ามีชื่อของสยามอีนาเมล เจ้าของแบรนด์ภาชนะเคลือบตรากระต่ายอยู่ในลำดับต้น

และไม่ใช่แค่ปิ่นโต ตรากระต่ายยังเป็นเจ้าแรกที่ทำถาดอีนาเมลพ่นลายดอกไม้ที่เราเห็นคุ้นตา

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

โดยสรุปแล้ว ตรากระต่ายในยุคบุกเบิกได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด อากงโสภณทำให้สินค้าประเภทหม้อ ชาม กะละมัง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ยุคที่กระต่ายกระโดดไปญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา

อีนาเมลตรากระต่ายในมือทายาทรุ่นที่ 2 เริ่มต้นขึ้นใน พ.ศ. 2526 

เป็นยุคที่บริษัทย้ายฐานการผลิตมาที่หนองแขมซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานปัจจุบัน ลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม เพื่อขยายการผลิตและบุกเบิกทำตลาดในต่างประเทศ 

เป็นยุคที่เริ่มรับจ้างผลิตให้แบรนด์ญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และแบรนด์ไทยที่ส่งขายตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ 

ขณะที่สินค้าภายใต้แบรนด์ตรากระต่ายก็เริ่มหลากหลายขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก
ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

“ยุคนั้นเราผลิตหม้อหลายแบบหลายขนาดมาก มีถ้วยสลัดขนาดใหญ่ มีหม้อด้าม Saucepan ที่มีฝาปิด หม้อชุดเจ็ดใบ หม้อชุดแปดใบ มีกล่องจัดเก็บอาหารอีนาเมลมาพร้อมฝาพลาสติกหรือฝาแก้ว สีสันเยอะขึ้น ลวดลายเยอะขึ้น รวมถึงสินค้ารูปแบบใหม่ๆ” พิริยะเล่าพร้อมส่งแคตตาล็อกรุ่นแรกให้เราดู ประทับใจวิสัยทัศน์ของผู้เป็นพ่อที่ลุกขึ้นมาทำหนังสือรวมสินค้าก่อนใคร

ลวดลายที่เยอะขึ้นมาจากเทคโนโลยีใหม่หรือดีแคล (Decal) คือการพิมพ์ลายรูปลอกที่ออกแบบพิเศษ เหมาะกับการเผาด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส ให้ภาพสวยคมชัด ตอบสนองความต้องการของตลาดที่มองความสวยงามเปลี่ยนไป 

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

ระหว่างเดินชมกระบวนการผลิต จนถึงคลังที่เก็บรูปลอกลายที่มีมาทั้งหมด เราถามถึงที่มาของชื่อเรียกแทนรูปลายดอกไม้ ผลไม้ และหมีน้อย อย่าง 925 958 ก็ได้รู้ว่าตั้งตาม ค.ศ. และเดือนที่ออกแบบและผลิตครั้งแรก เช่น 958 คือ ค.ศ. 1995 เดือน 8 ทำให้คิดถึงคอลเลกชันของแบรนด์เสื้อผ้าดังๆ ขาดแต่เติม สปริง ซัมเมอร์ วินเทอร์ ฟอล ลงไปเท่านั้น และลายของอีนาเมลรุ่นรูปลอกลายที่ขายดีตลอดกาล ได้แก่ 925

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

ขณะที่เทคนิคพ่นลายบนถาดและจานชามยังมีอยู่ โดยเป็นงานที่ใช้ฝีมือทั้งหมด ตั้งแต่ออกแบบ ฉลุลายพิมพ์ และการพ่นสีทับทีละสี ก่อนอบด้วยความร้อน

ในแง่การผลิต นี่เป็นยุคที่ตรากระต่ายพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างก้าวกระโดด เพียงเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานการผลิตที่กำหนดและความต้องการของตลาดในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อบริษัทที่ทำให้ยั่งยืนมาจนวันนี้ แม้สินค้าจะไปถึงมือผู้ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก แต่ชื่อของตรากระต่ายก็ยังไม่กระโดดข้ามไปไกล เพราะพวกเขาเลือกที่จะทุ่มเทพลังให้กับการพัฒนาคุณภาพซึ่งเป็นจุดสำคัญ

“เครื่องเคลือบอีนาเมลเป็นสินค้าที่คนจดจำสินค้าได้ แต่ไม่ได้จดจำแบรนด์ได้ว่ายี่ห้ออะไรหรือใครคือผู้ผลิต แบรนดิ้งเดียวที่มีในยุคนั้น คือกระดาษพิมพ์ลายโลโก้กระต่ายทากาวติดภาชนะ ตั้งใจให้หลุดออกง่ายเพียงล้าง เพราะรู้อินไซด์ว่าคนไม่ชอบให้กาวสติกเกอร์เหนียวติดทนภาชนะจนทิ้งรอย” พิริยะเล่า

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก
ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

หากโจทย์ในการทำธุรกิจของตรากระต่ายยุคแรกของอากง คือเครื่องครัวที่แปลกใหม่และใช้ได้นาน

โจทย์ของคุณพ่อ สนิท สันติพันธ์พิทักษ์ คือการทำให้ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่มอบความสุข

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

“เวลาเดินทางไปที่ต่างๆ คุณพ่อคุณแม่ชอบดูเครื่องครัวมาก ต้องแวะเข้าร้านเครื่องครัวตลอดเวลา ตอนเด็กๆ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ที่บ้านมีไม่เยอะพอหรือ มาวันนี้ผมเองก็เริ่มเป็นแบบนั้นแล้ว ยิ่งเจออะไรสวยๆ ยิ่งชอบ”

เคมี-ฟิสิกส์-ชีวิต

“ความทรงจำเดียวที่มีเวลาครูถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรคือนักวิทยาศาสตร์ เพราะอ่านมาจากหนังสือการ์ตูน”

พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของสยามอีนาเมล เจ้าของแบรนด์ภาชนะเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย

หลังเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์การอาหารจาก University of Melbourne พิริยะเลือกกลับมาฝึกงานที่บริษัทขนมแห่งหนึ่ง และเริ่มต้นทำงานฝ่ายวิจัยและพัฒนา (Research & Development) และฝ่ายควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ก่อนกลับไปเรียนต่อปริญญาโทด้านธุรกิจและการตลาดที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นเดิม แล้วเริ่มทำงานสายการเงินในธนาคาร HSBC ที่ประเทศออสเตรเลีย

“เมื่อรู้ตัวว่าชอบงานด้านการตลาด อยากทำงานในบริษัทชั้นนำของโลก และได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่บริษัทยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) ในส่วนของตลาดผลิตภัณฑ์ผงปรุงรส ทำให้ได้ติดต่อกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียเหนือ ซึ่งมีลูกค้ากลุ่มต่างๆ ได้แก่ ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน และกลุ่มลูกค้าในตลาดสด นอกจากประสบการณ์ เรื่องช่องทางจัดจำหน่าย การวางแผนระบบ และอบรมพนักงานขาย ระหว่างทางเจอสินค้าของที่บ้านตามที่ต่างๆ นั่นจานเคลือบร้านข้าวแกงของเรา นั่นหม้ออวยของบ้านเรา นั่นก็ถาดส้มตำของบ้านเราหนิ และกะละมังใส่ข้าวเหนียวมะม่วงก็ของเราหนิ”

พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของสยามอีนาเมล เจ้าของแบรนด์ภาชนะเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย

จากตอนแรกที่รู้สึกเคยชินกันของใกล้ตัว ก็เริ่มสังเกตมากขึ้นทีละเล็กละน้อย เขาบอกว่ารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด หลังทำงานมากว่า 5 ปี พิริยะก็ตัดสินใจลาออกเพื่อไปเรียนภาษาจีนที่ไต้หวันและตามด้วยการทำงานต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นรากฐานในการต่อยอดการทำธุรกิจของครอบครัวในอนาคต

“ที่ผ่านมาไม่เคยถูกกดดันว่าต้องมาทำงานที่บ้าน แต่หลังจากทำงานประจำ ก็เริ่มรู้สึกเสียดายหากสิ่งที่ครอบครัวสร้างมาจะหายไป และเริ่มรู้ตัวว่าอยากทำสิ่งนี้ จึงตัดสินใจกลับมาทำธุรกิจที่บ้านอย่างเต็มตัว โดยพยายามผลักดันตัวเองในด้านภาษาและผนวกเข้ากับแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อนำกลับมาปรับใช้กับงานที่บ้าน”

ถ้าอยากเห็นอะไรที่ดีขึ้น อย่าไปยึดติดกับคำว่าเปลี่ยน

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก
ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

หน้าที่แรกที่พิริยะได้รับมอบหมาย คืองานดูแลฝ่ายผลิตซึ่งเป็นหัวใจของโรงงาน

“เชื่อว่าทายาททุกคนคิดคล้ายกันว่า เข้ามาทำงานแล้วต้องเปลี่ยนระบบบางอย่างให้ทันสมัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หนึ่ง เราต้องเรียนรู้สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก่อน สอง ไอเดียใหม่ๆ ลองได้ไม่จำกัด แต่ต้องผ่านการศึกษาในหลายๆ มิติให้ดีก่อน สาม จงใจเย็น การจะสร้างอะไร พัฒนาอะไรรากฐานต้องดี และมันคือการที่เราค่อยๆ พัฒนาอย่างมีความอดทนไม่ใจร้อน เพราะหากทำอะไรด้วยความใจร้อนมักจะได้งานหยาบหรือมีผลกระทบที่เสียหายได้ หลายๆ ธุรกิจใช้เวลาสร้างกันมายาวนาน รากฐานเขาจึงมั่นคง”

พิริยะเล่าศาสตร์การโน้มน้าวง่ายๆ อย่างการค่อยๆ แสดงให้เห็น 

ไม่ใช่ว่าทุกคนมีความคิดที่อยากต่อต้าน เพียงแค่เขาคุ้นชินกับแนวทางเดิมที่มีมาก่อน 

“สิ่งสำคัญคือ ถ้าอยากทำอะไรให้ดีขึ้น อย่าไปยึดติดกับคำว่าเปลี่ยน ทุกวันมันเปลี่ยนอยู่แล้ว แค่เราต้องหาทางร่วมพัฒนาไปในแนวทางที่ทุกคนจะเห็นและยอมรับกับสิ่งนั้น ซึ่งคุณต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าอยากเห็นอะไร”

สิ่งที่ทายาทรุ่นสามของอีนาเมลตรากระต่ายอยากเห็น คือกิจการที่เติบโตขึ้น ผลิตสินค้าจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทัศนคติของคนทำงานที่ดี ความรู้สึกดีๆ ที่ลูกค้ามีต่อสินค้า เขาอยากสร้างพลังเชิงบวกให้กับแบรนด์และองค์กรโดยรวม

เมื่อตั้งเป้าหมายชัด ลำดับถัดมาคือการโน้มน้าวตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองก่อน แล้วจึงโน้มน้าวคนรอบข้าง

“ช่วงที่เข้ามาดูแลแบรนดิ้ง ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนในบริษัทไม่มีใครสนใจเรื่องนี้เลย เราก็ต้องมานั่งคุยกันว่าในสถานการณ์นี้ สิ่งที่เราทำนั้นมีจุดเด่น จุดด้อยอะไร เมื่อรู้จักตัวเราเองแล้วก็มาโฟกัสสิ่งที่เราทำได้ดี รวมถึงมีจุดอ่อนข้อไหนบ้างที่เราควรพัฒนา เพราะเราไม่อาจเก่งได้ทุกอย่าง แต่เราต้องเก่งในส่วนที่จำเป็น”

บ่อยครั้งเราพบว่าธุรกิจเก่าแก่หลายธุรกิจมักคิดว่า “ทำแบบเดิมก็ขายได้ดีอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องคิดเพื่อขายดีกว่าเดิมเลย” ทายาทผู้รับช่วงต่อควรโน้มน้าวพวกเขาอย่างไร เราถาม

“สำคัญคือเราต้องรู้ถึงประเด็นปัญหาที่อยู่ในนั้นอย่างลึกซึ้งก่อน เมื่อเห็นทางพัฒนา ก็ไปเสนออย่างมีทางเลือกให้เขา นั่นคือคิดไปส่วนหนึ่งแล้วรอฟังความคิดเห็นหรือแนวทาง แล้วค่อยปรับกันไป ไม่ใช่ว่าผมถูกอยู่คนเดียวและไม่ใช่ว่าสิ่งที่เขาทำดีอยู่แล้วจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ทุกคนมีความเห็นได้ ไม่มีใครผิดเสมอหรือถูกตลอด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องการบริหารจัดการคน การจะไปจากศูนย์ให้ถึงร้อยไม่ได้ทำได้ในวันเดียว ก้าวแรกวันนี้อาจจะแค่ศูนย์จุดห้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ออกจากศูนย์ เพราะถ้าคุณย่ำอยู่กับที่ก็ไม่มีทางตามใครทัน” พิริยะตอบ

Timeless is more

เมื่อโจทย์ของตรากระต่ายยุคบุกเบิก คือเครื่องครัวที่แปลกใหม่ใช้ได้นาน

โจทย์ของทายาทรุ่นสอง คือการทำให้ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่มอบความสุข

อีนาเมลตรากระต่ายในมือทายาทรุ่นที่ 3 มีโจทย์คือต้องการสร้างทางเชื่อมระหว่างยุคสมัย และทำให้สินค้าเครื่องครัว ตรากระต่าย กลายเป็นสินค้าที่มอบความสุขให้คนทุกยุคทุกวัย

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก
ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

“เรามองว่าของเหล่านี้ยังสวยและอยู่เหนือกาลเวลา ทำอย่างไรให้ของเหล่านี้เข้ามาใกล้กับวิถีชีวิตคนสมัยนี้มากขึ้น ลวดลายและทรงที่คนรุ่นเก่าเห็นแล้วคิดถึงวันวาน ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็สามารถตื่นเต้นไปกับของเหล่านี้ โดยที่ผนวกแนวคิดของการลดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม และเลือกใช้ของที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างปิ่นโต” 

ไม่เพียงนำไอเท็มคลาสสิกกลับมา แต่ยังคิดถึงการปรับหน้าตาให้ใช้งานได้เหมาะมากขึ้น หรือเพิ่มสีสันใหม่ๆ ลวดลายใหม่ๆ ที่เข้ากับรสนิยมของคนปัจจุบันให้ได้มากยิ่งขึ้น

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก
ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

นอกจากงานส่วนบริหารและพัฒนาสินค้า พิริยะตั้งใจอยากสร้างตรากระต่ายให้เป็นแพลตฟอร์มหรือพื้นที่ให้ศิลปินไทยมีโอกาสแสดงผลงานหรือสร้างงานร่วมกัน เช่นหลายปีก่อน ตรากระต่ายทำแก้วเคลือบคอลเลกชันสงกรานต์ ในลายเส้นทันสมัย

ไปจนถึงใส่เทคนิคการผลิตใหม่ๆ ใส่แรงบันดาลใจจากศิลปะลงไป ทำให้สินค้าร่วมสมัยมากขึ้น เช่น เครื่องเคลือบซีรีส์สลัดสี แรงบันดาลใจจากเทคนิคสลัดสีของแจ็กสัน พอลล็อก ศิลปินชาวอเมริกัน จนได้ปิ่นโตเคลือบและขันน้ำเคลือบลวดลายสนุกไม่เหมือนใคร

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

เพราะความเชื่อใจที่สร้างมาตั้งแต่อดีต หากเสียไปแล้วคงไม่กลับคืนมาง่ายๆ

ระหว่างชื่นชมแก้วเคลือบรุ่นคลาสสิกในขนาดเอสเพรสโซ่ช็อตที่อยู่บนชั้นรวมงานตรากระต่าย เราก็เอ่ยปากขอซื้อ พิริยะรีบตอบว่ายินดีแนะนำร้านค้าย่านที่พักอาศัยให้ 

“หลักการในการทำธุรกิจของเรา เราเน้นที่จะสนับสนุนคู่ค้าของเราในทุกระดับ โดยเราเลือกใช้เครื่องมือต่างๆ โดยเฉพาะการสื่อสารทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ สำหรับสร้างแบรนด์และทำการตลาด เพื่อสนับสนุนร้านค้าที่เป็นตัวแทนของเรา เพราะต้องคิดถึงความสัมพันธ์อันดีของคู่ค้าที่มีมาตั้งแต่อดีตด้วย แม้วันนี้มีเครื่องมือมากมายที่ทำให้เราขายเองได้ง่ายมาก แต่ถ้าทำแบบนั้นกิจการร้านค้าของตัวแทนเขาจะอยู่อย่างไร” พิริยะบอกว่านี่คือคำขอแรกๆ ของพ่อในวันที่เขาเข้ามาทำงานที่บ้านเต็มตัว

หนึ่ง เมื่อตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ขอให้คิดให้รอบ ลองทำให้สุด

สอง ขอให้คิดถึงผู้อื่น อย่าเห็นแก่ยอดขายและความสะดวกจนลืมใครไว้ข้างหลัง ความเชื่อใจที่สร้างมาตั้งแต่อดีต หากเสียไปแล้วคงไม่กลับคืนมาง่ายๆ

ผู้รักษาคงไว้ซึ่งความสงบสุข

ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่แก่นของธุรกิจมีใจความพ้องกันกับความหมายของชื่อสกุล ‘สันติพันธ์พิทักษ์’

สันติ (น.) แปลว่า ความสงบ

พันธ์ (ก.) แปลว่า ทำให้ติด หรือเกี่ยวกันไว้, ผูก, มัด, ตรึง.

พิทักษ์ (ก.) แปลว่า ดูแลคุ้มครอง, ปกป้องคุ้มครอง.

ครอบครัวสันติพันธ์พิทักษ์เป็นครอบครัวที่สนใจการทำธุรกิจ พิริยะเล่าว่าอากงเป็นคนทำธุรกิจเยอะมาก นอกจากเครื่องเคลือบอีนาเมล ยังเคยลองทำธุรกิจเสื้อผ้า ผ้าอนามัย เรื่อยไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ คุณพ่อของเขาก็เช่นกัน ระหว่างเข้ามาทำงานรับช่วงต่อก็ยังทำธุรกิจโรงงานเทียน โรงงานเชือกกระสอบ

“มีทั้งไปได้ดีและไม่ได้ดี ซึ่งต่อมาหลายๆ ธุรกิจที่ไปได้ก็มีการขายกิจการให้หุ้นส่วน เราเชื่อว่าท่านก็พยายามในสายงานเขาเต็มที่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมอากงและพ่อจึงไม่ปิดกั้นความคิดผมเลย พวกเขาบอกเสมอว่าการที่เขาทำไม่สำเร็จในอดีต ไม่ได้หมายความคุณจะทำไม่สำเร็จนะ เขายินดีให้ไปลอง แต่ก็จะแอบกระซิบให้ฟังว่าอันไหนเคยลองแล้วแต่ไม่เวิร์ก” พิริยะเล่า

ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก
ทายาทรุ่นสาม เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย ผู้ต่อยอดธุรกิจ 65 ปีให้อยู่คู่ครัวไทยและไปไกลระดับโลก

“ถ้าตรากระต่ายในยุคอากงคือบุกเบิก ยุคคุณพ่อคือขยับขยายและเติบโต ผมก็ขอเป็นเพียงผู้รักษาและส่งต่อสิ่งนี้ไปยังรุ่นต่อไป อยากให้ธุรกิจเติบโตไปถึงร้อยปี

“เครื่องครัวหรือแม้แต่ภาชนะใส่อาหารไม่ใช่แค่ใช้งาน แต่เป็นบรรยากาศ เป็นสุนทรียะที่คนไม่ค่อยนึกถึง ถ้าเครื่องครัวของผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้ได้รับความสุขกับช่วงเวลาตรงหน้าคงดีไม่น้อย” พิริยะทิ้งท้าย

แม้ตลอด 65 ปี เครื่องเคลือบอีนาเมลตรากระต่ายจะนำเสนอสินค้าคนละแบบ คนละยุค แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือความตั้งใจอยากให้เครื่องครัวเป็นสิ่งที่นำความสุขง่ายๆ ให้กับทุกคนในทุกวัน

พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของสยามอีนาเมล เจ้าของแบรนด์ภาชนะเคลือบอีนาเมลตรากระต่าย

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : ไก่ทอง ออริจินัล

อายุ : 24 ปี

ประเภท : ร้านอาหาร 

ผู้ก่อตั้ง : คุณจิ๋ม-อรุณี มนตรีวัต

ทายาทรุ่นสอง : คุณหนู-แสงอรุณ มนตรีวัต

ต้องโทรจองเมนูหายากก่อนไป ลูกค้ารอคิวยาวจนไม่มีที่นั่ง 

จะมีร้านอาหารกี่ร้านที่ตั้งใจทำอาหารอย่างพิถีพิถัน ตั้งสเปกวัตถุดิบคุณภาพสูง ใส่ใจให้ทุกจานพิเศษ เข้มงวดจนเมนูที่ขายมีจำกัด ยอมให้อาหารเสิร์ฟช้าขึ้น รอคิวยาวหน่อย แต่การันตีคุณภาพและบริการมาถึง 24 ปี 

อาหารไทยสไตล์ Oriental ที่คิดค้นสูตรเองทั้งหมดทุกเมนู เกิดจากความรู้จริงในศาสตร์การทำอาหารของ คุณจิ๋ม-อรุณี มนตรีวัต จนประยุกต์สูตรเฉพาะของร้านได้เอง หากพูดถึงตับทอดกระเทียมพริกไทยและน้ำแข็งไสสุดอลังการ ต้องนึกถึงชื่อ ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ เป็นชื่อแรกเท่านั้น

ทายาทรุ่นสองของร้านเริ่มต้นสานต่อด้วยความไม่ชอบทำอาหาร เพราะเห็นแม่เข้าครัว บริการลูกค้าตั้งแต่เช้าตรู่ถึงเที่ยงคืน แม้ในตอนแรกจะไม่รักแต่ก็อยากรักษา มุ่งมั่นเปลี่ยนพรสวรรค์การทำอาหารของรุ่นหนึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานในรุ่นสอง ใช้หัวใจในการเข้าครัวให้ทุกจานออกมาเป๊ะ รสชาติอร่อยเหมือนเดิม 365 วัน ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงจนมี 4 สาขา คือ เมืองทองธานี, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า และสาขาล่าสุดที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ไก่ทอง ออริจินัล โดยทายาทรุ่นสองที่ตั้งสเปกอาหารสูงด้วยความใส่ใจและเข้มงวดมาตลอด 24 ปี

วันนี้ The Cloud ชวนคุยกับ คุณหนู-แสงอรุณ มนตรีวัต ณ สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่มีคอนเซ็ปต์ร้านแบบมินิมอล สื่อถึงการทำอาหารที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ละเอียดอ่อน มีบรรยากาศโล่งโปร่งสดใส คล้ายความซื่อสัตย์ที่มีให้ลูกค้าเสมอมา

ไก่ทอง ออริจินัล โดยทายาทรุ่นสองที่ตั้งสเปกอาหารสูงด้วยความใส่ใจและเข้มงวดมาตลอด 24 ปี

Original Recipes

คุณแม่จิ๋ม อรุณี รักการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งอาหารไทย จีน ฮ่องกง ฝรั่ง มักเข้าครัวทำอาหารตั้งแต่เช้าตรู่ถึงมืดค่ำเป็นประจำ เป็นผู้คิดค้นสูตรอาหารต้นตำรับของร้าน

ไก่ทอง ออริจินัล โดยทายาทรุ่นสองที่ตั้งสเปกอาหารสูงด้วยความใส่ใจและเข้มงวดมาตลอด 24 ปี

สมัยก่อนร้านดั้งเดิมใช้ชื่อว่า ‘ก๊ำไก๊ไก่ทอง’ โดยคำว่า ก๊ำไก๊ เป็นภาษาฮ่องกง แปลว่า ไก่ทอง มีสาขาแรกที่เมืองทองธานี ตกแต่งร้านแบบจีน ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ ในยุคของคุณหนู แสงอรุณ ทายาทรุ่นสองที่เข้ามารีโนเวตร้านและสร้างแบรนด์ใหม่ให้ทันสมัยขึ้น ขยับขยายเป็น 4 สาขา

เสน่ห์ของ ไก่ทอง ออริจินัล คืออาหารไทย Oriental ที่ผสานเทคนิคการทำอาหารแบบตะวันตกกับตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นสูตรที่มีเอกลักษณ์ซึ่งคุณหนูบอกว่าตั้งต้นมาจากแม่ 

“ทุกเมนูแม่ประยุกต์ขึ้นมาเอง มีความเป็นออริจินัล เราไม่สามารถหาทานเมนูแบบนี้ที่ร้านอื่น เพราะเราคิดค้นขึ้นมาเองตั้งแต่สูตร วัตถุดิบ การผสมผสานเทคนิค คิดทุกอย่างเองโดยไม่ได้มีต้นแบบมาจากที่ไหน”

เมนูซิกเนเจอร์ตลอดกาลคือตับหมูทอดกระเทียมพริกไทย (สูตรฟัวกราส์ฝรั่งเศส) ที่แตกต่างจากฟัวกราส์ฝรั่งเศสทั่วไป “ปกติเวลานึกถึงตับจะเป็นอาหารฝรั่งหรือญี่ปุ่น ไม่ใช่อาหารไทย ของเราเป็นตับที่ทานกับข้าว หาทานที่ไหนไม่ได้”

เมนูตับหมูทอดกระเทียมพริกไทย (สูตรฟัวกราส์ฝรั่งเศส) มาตรฐานของร้านไก่ทอง ออริจินัล ทุกจานที่จัดเสิร์ฟเป็นตับสด คัดพิเศษจากหมูสุขภาพดีที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ หรือเรียกว่า ‘ตับหนึ่งในร้อย’ หมายถึงในหมู 100 ตัว จะมีตับจากเพียง 1 ตัวเท่านั้นที่ได้มาตรฐานของร้าน นั่นคือ สีตับสวย นิ่ม รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาร่วมกัน เช่น น้ำหนัก อายุ สุขภาพของหมู เรียกว่าต้องเป็นตับที่สวยเป๊ะทุกองศา หากวันไหนที่ไม่ได้วัตถุดิบตรงตามมาตรฐาน ร้านก็จะไม่ทำเมนูนั้น ๆ เสิร์ฟขึ้นโต๊ะให้ลูกค้าเด็ดขาด และนอกจากตับหมู ทางร้านยังมีเมนูตับไก่และตับห่านทอดกระเทียมพริกไทย ซึ่งคัดเฉพาะวัตถุดิบพรีเมียมและคงความเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่อร่อยไม่แพ้กัน  

และคุณหนูยังเผยเทคนิคการสับกระเทียมจากจีน ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้หลากหลายเมนูทอดกระเทียมของร้านเป็นที่นิยม ไม่ใช่แค่ตับ แต่รวมถึงเมนูกุ้งและหมูทอดกระเทียมด้วยว่า “ต้องสับเม็ดกระเทียมให้เท่ากัน เลี้ยงไฟในการผัดให้เหลืองทองเท่ากัน มีเทคนิคไปจนถึงขั้นตอนเทเครื่องปรุง แม้ให้สูตรไปหมดเลยแต่ถ้าทำบางอย่างผิดไป ก็ไม่ได้อาหารออกมาแบบที่ร้านขาย ต้องมีเทคนิคในทุกการทำ”

ไก่ทอง ออริจินัล โดยทายาทรุ่นสองที่ตั้งสเปกอาหารสูงด้วยความใส่ใจและเข้มงวดมาตลอด 24 ปี

คุณหนูบอกว่าหากเปิดเมนูจะพบซิกเนเจอร์ของอาหารทุกจาน ตั้งใจทำหมดจนเลือกไม่ถูกว่าเมนูไหนเด่น ไม่ว่าจะเป็นกระทงไก่ทองที่เป็นออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อย แกงป่าหมูชาบูที่ประยุกต์ใส่เนื้อหมูชาบูหอมนุ่มกับเครื่องแกงไทย หรือจี๊ผา หมูทอดสูตรฮ่องกงชิ้นหนา กรอบนอกนุ่มในกำลังพอดี และอีกหลายเมนูสุดพิเศษ

ความลับที่ทำให้คิดค้นสูตรเองได้ทั้งของคาวและหวาน คือการคิดสูตรซอสเอง

เมื่อถามว่าทำไมต้องพิถีพิถันเรื่องสเปกละเอียดขนาดนั้น คุณหนูให้คำตอบว่า “ไม่มีซอสไหนที่ซื้อมาแล้วใช้ได้เลย ต้องเอามาพัฒนาเพิ่ม บางซอสขาดรสหวาน บางซอสขาดความหอม เราเลยผสมซีอิ๊วเองเพราะหาที่ถูกใจไม่ได้” 

ตัวอย่างเช่นน้ำผึ้ง ต้องใช้น้ำผึ้งป่าเดือน 5 เนื้อดีที่สุดจากเดือน 5 เท่านั้น เพราะรสไม่ติดเปรี้ยว พอน้ำผึ้งดี เวลานำไปทำเมนูปลากะพงฮันนี่ ราดปลากะพงสด ๆ ทั้งตัวด้วยน้ำปลาผสมน้ำผึ้ง จึงได้รสหวานเค็มลงตัว

ที่ ไก่ทอง ออริจินัล ประยุกต์จนอร่อยได้ขนาดนี้ เพราะพวกเขาตั้งใจคิดมาแล้ว

ไก่ทอง ออริจินัล โดยทายาทรุ่นสองที่ตั้งสเปกอาหารสูงด้วยความใส่ใจและเข้มงวดมาตลอด 24 ปี

งานคราฟต์ในครัวที่ใส่ใจอย่างเข้มงวด 

คุณหนูเปรียบการทำอาหารว่าทำช้าเพราะประณีตและละเมียดละไมเหมือนทำงานฝีมือ กลเม็ดเคล็ดลับไม่ได้ซับซ้อน แต่ใส่ใจรายละเอียดอย่างเข้มงวด หากกรรมวิธีคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็ไม่ปล่อยผ่านไป มาตรฐานที่ ไก่ทอง ออริจินัล ต้องมี ได้แก่

หนึ่ง คือใช้กรรมวิธีดั้งเดิม ทำสด ๆ 

“ไม่ใช้เครื่องจักรเข้ามาผสม ตำมือ ใช้คนคั่ว เพราะเครื่องไม่สามารถตอบโจทย์เราได้  ถ้าทำด้วยมือ เราควบคุมขนาดที่ต้องการได้ ไม่เละไป ของบางอย่างถ้าเละไปจะมีกลิ่นเหม็น” ด้วยเครื่องแกงที่ตำเอง คัดเอง แกงป่าของร้านจึงเป็นรสไทยแท้ จัดจ้านถึงเครื่อง 

“อาหารทำสดทุกอย่าง ไม่ใช่อาหารสำเร็จรูปในห้างทั่วไป แกงสด ตำสด ไม่มีทำเตรียมไว้”

สอง คือกระบวนการที่พิเศษ

เคาหยกคือเมนูที่คุณหนูบอกว่าทำยากที่สุดของร้าน เป็นหมูสามชั้นปรุงรสด้วยซีอิ๊วนำเข้าและซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ผักนำไปอบกับน้ำชา 36 ชั่วโมง หมูต้องตุ๋นให้นุ่มละลายในปาก รวมใช้เวลา 2 วันถึงได้เคาหยก 1 หม้อ

สาม คือสเปกวัตถุดิบที่พอดี

ไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้ง เนื้อ หมู ล้วนคัดของดีที่สุดให้ลูกค้า 

สำหรับเมนูดังอย่างปลาเต๋าเต้ยนึ่งซีอิ๊ว ความละเอียดคือ “ปลาเต๋าเต้ยต้องมีขนาด 1.3 – 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น เท่ากับว่าช่วงน้ำหนักห่างกันได้แค่ 3 ขีด ถ้าเล็กกว่า 1.3 จะไม่มีเนื้อ ความหนาของชิ้นปลาจะไม่มา แต่ถ้าแก่เลย 1.6 เนื้อปลาจะแก่และเหนียว ความหวานของปลาจะหายไป การหาปลาต้องใช้เรือประมงเฉพาะทาง ถ้าวัตถุดิบพอดีแล้วความหวานของปลาจะออกมาเอง  

“กุ้งก็มีขนาดว่าห้ามเกินเท่าไหร่ ถ้าตกไซส์แล้วจะมีปัญหากับหน้าร้านต่อ เพราะใช้เทคนิคการทำแบบหนึ่ง ถ้าน้ำมันกับกุ้งไม่สัมพันธ์กัน กุ้งก็แข็งไป มีเทคนิคว่าต้องทอดแบบนี้และสุกเท่านี้ สัมพันธ์กันหมดทั้งระบบ”

ถ้าเป็นพะแนงเนื้อต้องใช้เนื้อที่อยู่รอบนอกเนื้อลูกมะพร้าวของวัว และต้องเป็นเนื้อแดง ติดเอ็น แทรกมันเท่านั้น  

ไก่ทอง ออริจินัล โดยทายาทรุ่นสองที่ตั้งสเปกอาหารสูงด้วยความใส่ใจและเข้มงวดมาตลอด 24 ปี

เพราะหลายเมนูทำยากและคัดวัตถุดิบพิเศษ จึงมีจำนวนจำกัด

“เราเปิดในห้าง แต่บางเมนูไม่ใช่หาทานได้ตลอดเวลา บางทีแต่ละสาขามีไม่กี่ที่ต่อเมนู เช่น น่องไก่ปักกิ่ง เป็นน่องไก่ทอดใหญ่มากประมาณ 3 – 4 น่อง ขนาดแบบนี้มีไม่เยอะ ลูกค้าเจอของหมดบ่อยเพราะเราคัดของจริง ๆ เลือกสเปกของที่หาไม่ได้ทั่วไป”  

ไม่ใช่แค่ของคาวเท่านั้นที่ใส่ใจดั่งงานฝีมือ ของหวานอย่างน้ำแข็งไสก็มีกรรมวิธีพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นอกจากสั่งทานได้ที่ร้านหลังอิ่มท้องจากของคาวแล้ว คุณหนูยังเปิดโซนสำหรับคนที่อยากทานของหวานโดยเฉพาะ ชื่อ The Dessert by Kaithong Original ตั้งอยู่ข้างสาขาที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี 

สูตรน้ำแข็งไสของร้านไม่ใช่แค่เปิดเครื่องแล้วกดน้ำแข็งออกมาอย่างรวดเร็ว แต่คุณหนูบอกว่ามีกรรมวิธีที่ละเอียดกว่านั้น “ใช้เวลาทำ 5 – 10 นาที เพื่อดูว่าอุณหภูมิของเกล็ดน้ำแข็งแต่ละอันพอดีไหม ถ้าน้ำแข็งใช้ไม่ได้ เวลาบีบจะใส ๆ ฉีดน้ำแล้วจะละลายกับซอส ถ้าดูน้ำแข็งไสของเรา จะเห็นว่าเป็นเส้นเรียงกัน ไม่ใช่ฝุ่น” เกล็ดต้องใส เนื้อขาวละเอียดบางเบา และมีความเย็นพอดีที่กลมกล่อมกับซอสทำให้รสไม่เพี้ยน

น้ำแข็งไสของ ไก่ทอง ออริจินัล มีหลายสิบรส โดยรสพิเศษตอนนี้ คือ Shaved Ice Double Tea Signature มีซอสไซรัปได้แก่ชาไทยและชาเขียวเกียวคุโระ ใบชาเขียวที่ดีที่สุดจากญี่ปุ่นผสมกันอย่างละครึ่ง ทานคู่กับโมจิและซอสคุโรมิทสึสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเองอีกเช่นกัน

ไก่ทอง ออริจินัล โดยทายาทรุ่นสองที่ตั้งสเปกอาหารสูงด้วยความใส่ใจและเข้มงวดมาตลอด 24 ปี

จากพรสวรรค์สู่มาตรฐาน

มาตรฐานความอร่อยของ ไก่ทอง ออริจินัล คือ 365 วันต้องมีรสชาติเหมือนกัน ถ้าชวนเพื่อนมาทานอีกวันต้องอร่อยเหมือนเดิม แม้สิ่งที่เหมือนเดิมเสมอมาจากรุ่นสู่รุ่นคือรสชาติ แต่คุณหนูบอกว่าแนวทางทำอาหารของตัวเองกับแม่นั้นต่างกันเยอะมาก 

รุ่นหนึ่งเน้นพรวรรค์ รุ่นสองสร้างมาตรฐาน

“แม่ทำอาหารอร่อยแบบจำสูตรไม่ได้ อร่อยได้ด้วยสัญชาตญาณ รสชาติเหมือนกันทุกจาน ถ้าตั้งใจเกินไปจะไม่ได้ ทำกับข้าวไม่เคยเหมือนกันสักวัน แต่รสชาติเหมือนกันทุกวัน”

คุณหนูยกตัวอย่างความยากในการเรียนทำอาหารกับแม่ว่า “สมมติผัดราดหน้าเส้นใหญ่ เมื่อวานใช้ไฟแรง แต่พรุ่งนี้อาจใช้ไฟอ่อน เพราะคุณภาพวัตถุดิบไม่เหมือนกัน เส้นไม่เหมือนกัน น้ำมันที่อยู่ในเส้นไม่เท่ากัน แป้งในเส้นล็อตนี้ไม่เหมือนล็อตเมื่อวาน ทำให้ต้องปรับที่วิธีทำเพื่อให้รสชาติเหมือนเดิม” 

เพราะลองผิดลองถูกในการทำอาหารมาทั้งชีวิต คุณจิ๋มจึงรู้ลึกเรื่องอาหารจนประยุกต์ได้ พนักงานในครัวโกหกไม่ได้ ซิกแซกไม่ได้ เพราะเธอบอกได้หมดว่าจานนี้ไม่เหมือนเดิมยังไง

“ถ้าจะทำอาหารให้ออกมาเหมือนกัน คุณรู้แค่สูตรและระบบไม่ได้ คุณต้องรู้จักอาหาร” คือสิ่งที่ทายาทรุ่นสองได้เรียนรู้จากแม่

ความท้าทายสำคัญของทายาทร้านอาหารคือการสานต่อพรสวรรค์ของแม่ ซึ่งมีความยากในช่วงแรก แม่ครัวที่เก่งย่อมกะปริมาณด้วยตา ปรุงรสและขยับมืออย่างรวดเร็ว ปราดเปรียวเกินมือใหม่จะตามทัน “แม่สะบัดช้อนในการทำกับข้าวมาตลอด แต่เราเริ่มจากเข้ามาชั่ง ตวง วัด พนักงานเห็นว่าเราทำกับข้าวไม่เป็นแล้วเข้าไปพยายามเปลี่ยนแปลง สายตาทั้งในครัวและหน้าร้านเลยต่อต้าน” 

คุณหนูเปลี่ยนอุปสรรคเป็นโอกาส ด้วยการยกระดับมาตรฐานให้เป็นระบบยิ่งขึ้น

“พนักงานใหม่เรียนจากการทำอาหารเร็ว ๆ ไม่ได้เหมือนกัน เราเลยคิดว่า ถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้ แปลว่าทุกคนที่เดินเข้ามาหลังจากนี้จะทำเป็นแบบเรา เลยเริ่มที่ตัวเองก่อน

“เราไปจับแรงสะบัดมาชั่ง ปรับทีละเมนูกับพนักงาน บอกว่าลองสะบัดให้ดูหน่อย ทำสูตร จดตัวเลข แล้วมาปรับว่ารสที่ถูกต้องควรเพิ่มอะไร สมมติสูตรแต่ละวันเคยใช้ส่วนผสม 5 ส่วน ก็ไม่ได้ใช้ 5 ตลอด ต้อง 6 8 4 บ้าง เป็นเราที่คุมสูตรด้วยตัวเลขแต่ตั้งต้นมาจากแม่ ถอดสูตรอาหารออกมา” 

แปลงพรสวรรค์ของแม่เป็นระบบ ปูมาตรฐานอย่างแข็งแรงจนขยับขยายถึง 4 สาขาได้อย่างยั่งยืน 

จดหมายถึงลูกค้าที่รัก 

ความใส่ใจไม่ได้อยู่แค่บนจานและในครัวเท่านั้น แต่ยังอยู่ในบริการทุกรายละเอียดอีกด้วย 

“สมัยก่อนร้านไก่ทองมีไมค์ คุณแม่จะประกาศทางไมค์แล้วเดินคุยกับลูกค้าเองทุกโต๊ะ” 

คุณหนูบอกว่าเป็นคนไม่ชอบพูดคุยเหมือนคุณแม่ จึงเปลี่ยนวิธีสื่อสารกับลูกค้าเป็นทางจดหมายแทน ทุกครั้งที่ลูกค้ามาที่ร้าน จะพบซองจดหมายจ่าหน้าถึงคุณลูกค้าที่รัก วางบนจานทุกจาน โต๊ะทุกโต๊ะ โดยเปลี่ยนเนื้อหาในจดหมายทุก 3 – 4 เดือน

เบื้องหลังทุกจานที่เปี่ยมความใส่ใจและเข้มงวดอย่างมีคุณภาพของ ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ ในมือทายาทรุ่นสอง

“ที่มาเกิดจากแม่มีเรื่องอยากบอกลูกค้า บางทีแม่อยากให้ลูกค้าเข้าใจในมุมคนทำว่า ที่บ่นเรื่องนี้กันมันเกิดจากอะไร เช่น ทำไมอาหารหมด ช้า เราอยากบอกว่าทำไม เป็นการสื่อสารระหว่างลูกค้ากับเจ้าของร้าน เพราะเราพึ่งพนักงานในการสื่อสารออกไปร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้” 

เนื้อหาในจดหมายเล่าเรื่องราวเบื้องหลังความใส่ใจในครัว ตั้งแต่เหตุผลว่าทำไมหลายเมนูถึงสั่งยาก เพราะวัตถุดิบที่มีมาตรฐานนั้นมีจำกัด ตับ เนื้อ อาหารทะเลที่ดีนั้นเป็นอย่างไร ทำไมร้านอื่นสั่งง่ายแต่ที่ร้านต้องคัดแล้วคัดอีกและเข้มงวด 

คุณหนูเสริมว่า “ทุกสาขาของไก่ทอง ออริจินัล มีลูกค้ารอหน้าร้านเยอะมาก บางทีรับลูกค้าได้จำกัด เพราะเราพยายามรักษาคุณภาพของแต่ละโต๊ะให้ดีที่สุด เคยมีคนว่าเรื่องไม่ได้นั่ง แต่ร้านเราไม่เคยถูกว่าเรื่องรสชาติเลย”

ด้วยหลายเมนูที่มีจำกัด จึงเขียนทิ้งท้ายในจดหมายว่า โทรจองเมนูหายากอย่างตับก่อนได้ และอยากบอกว่าไม่ได้หยิ่งอย่างที่ใครเข้าใจ แต่เป็นเพราะใส่ใจและอยากบริการอย่างเต็มที่เท่านั้น 

เบื้องหลังทุกจานที่เปี่ยมความใส่ใจและเข้มงวดอย่างมีคุณภาพของ ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ ในมือทายาทรุ่นสอง

แพสชันคือการรักษามาตรฐาน  

ความเชี่ยวชาญในการทำอาหารของคุณหนูต่างจากคุณแม่ที่ไม่ได้ตั้งต้นจากความรักตั้งแต่แรก “ตอนแรกไม่ชอบ เพราะถ้าจะทำให้รสชาติอาหารเหมือนกันทุกวัน คุณไปไหนไม่ได้ทั้งชีวิต วัตถุดิบเปลี่ยนตลอด รู้สึกว่าต้องเสียสละเวลาเยอะมาก”

จากการตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำในแบบที่แม่ทำในช่วงแรก เริ่มพยายามแก้ปัญหาและอยากทำให้ดีขึ้น จนพัฒนาจากความรู้สึกไม่ชอบเปลี่ยนเป็นรักโดยไม่รู้ตัว “รักเพราะอยากรักษาสิ่งที่แม่สร้างมา รักษาชื่อเสียงของแม่ ไม่ให้เสียชื่อที่แม่ทำมาตลอด”

ความรู้สึกอยากรักษาของคุณหนูเติบโตเป็นความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐาน

“ไก่ทอง ออริจินัล ไม่ได้มีเป้าหมายแบบคนอื่นว่าต้องเปิดกี่ร้านภายในกี่ปี การเติบโตของเราไม่ได้เป็นไปในแง่กำไร เราอยากเติบโตในแง่ความรู้ ความสามารถ มองว่าโอกาสจะเข้ามาเองถ้าเราดีพอ อยู่ที่ว่าเราจะไปไหม กลับไปดูแลตัวเองให้ดี แล้วโอกาสจะมาเอง พร้อมก็เปิดต่อ ไม่พร้อมก็หยุด ไม่ได้มองว่าต้องเปิดเยอะ”  

เมื่อถามถึงหัวใจการประสบความสำเร็จในการทำร้านอาหารที่เปิดมายาวนานคืออะไร

“หัวใจของร้านคือหัวใจ เราให้หัวใจ ใส่ใจกับทุกเรื่อง เราต้องรัก ถ้าไม่รัก ทนรับมือกับปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ไหว” คุณหนูเฉลย

เพราะการทำร้านอาหารมีความท้าทายทุกวัน ไม่มีวันไหนที่ไม่มีปัญหา 

“การทำงานกับคนทั้งพนักงานและลูกค้า เราต้องทำเป็นทุกอย่าง เพราะวันที่ไม่เหลือใคร เราไปทำแทนในทุกจุดได้ทั้งหมด ตอนเปิดสาขาใหม่ช่วงแรกในวันสงกรานต์ ลูกค้าเต็มร้าน เราทำแทนทุกอย่างได้ ช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้พนักงานได้ เพราะบางทีเขาเหนื่อยมาก”

ความตั้งใจของทายาทรุ่นสอง ไก่ทอง ออริจินัล ในวันนี้ คือการรักษาคุณภาพ มาตรฐาน และบริการในทุกจาน ทุกสาขา “เราได้ยินมามากกับคำว่า ธุรกิจรุ่นลูกไม่เหมือนเดิม อยากฆ่าคำนี้ให้ได้ รวมถึงคำว่าเปิดสาขาแล้วไม่สามารถให้มันเหมือนเดิมได้”

อยากสร้างมาตรฐานให้เหมือนเดิม สมกับที่เปิดมา 24 ปี 

เบื้องหลังทุกจานที่เปี่ยมความใส่ใจและเข้มงวดอย่างมีคุณภาพของ ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ ในมือทายาทรุ่นสอง
เบื้องหลังทุกจานที่เปี่ยมความใส่ใจและเข้มงวดอย่างมีคุณภาพของ ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ ในมือทายาทรุ่นสอง
เบื้องหลังทุกจานที่เปี่ยมความใส่ใจและเข้มงวดอย่างมีคุณภาพของ ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ ในมือทายาทรุ่นสอง
เบื้องหลังทุกจานที่เปี่ยมความใส่ใจและเข้มงวดอย่างมีคุณภาพของ ‘ไก่ทอง ออริจินัล’ ในมือทายาทรุ่นสอง

ช่องทางการติดต่อร้านไก่ทอง ออริจินัล 

1. ติดต่อร้าน ไก่ทอง ออริจินัล ผ่านสาขาต่าง ๆ ได้ที่

สาขาเมืองทองธานี โทร. 02 981 7771-2 และ 082 661 6642

สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ โทร. 02 102 5385-6 และ 097 241 2871

สาขาเซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า โทร. 076 688 988 และ 099 415 2446

สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02 160 5865 และ 064 169 2544

2. ติดต่อผ่านทาง LINE Official Account ได้ที่ https://bit.ly/KaithongOriginalLine

3. สั่งอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ : Lineman, Robinhood, Grabfood (ค้นหาคำว่า ‘ไก่ทอง ออริจินัล’)4. ติดต่อร้าน The Dessert by KAITHONG ORIGINAL สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี 02 160 5868

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load