ชุดดำล้วน เสื้อคอเต่า หมวกเบเรต์ แว่นกันแดด เพลงแจ๊ส คาเฟ่อวลควันบุหรี่ บทกวี และการเต้นระบำ

คือภาพจำของขบถกลุ่มหนึ่งในช่วงราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1940 อันเป็นช่วงเวลาที่ชาวตะวันตกกำลังดื่มด่ำกับความหวังใหม่หลังสงครามโลก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นยุคแห่งความฟุ้งเฟื้อและความนิยมในวัตถุ จนเกิดคนกลุ่มที่ว่านี้เริ่มต่อต้าน

โดยเรียกกันว่าเป็นคน ‘Beat Generation’ หรือ ‘Beatnik’ ซึ่งมีแนวคิดและความเชื่อร่วมกันคือการกลับไปหาค้นความสำคัญต่อคุณค่าที่ถูกลืมอย่างเรื่องจิตวิญญาณและความหมายของชีวิต พวกเขาต่างคลั่งไคล้ในศิลปะ แฟชั่น และดนตรี ต่างดำเนินชีวิตแบบอิสรเสรี รวมกลุ่มกันเฉพาะที่ และใช้ชีวิตอยู่ ‘นอกกระแส’ ของสังคม

Beatnik จึงเป็นกลุ่มคนที่ตั้งต้นจากความขบถและความแตกต่าง และด้วยไลฟ์สไตล์และการแต่งตัวที่มีเอกลักษณ์ ชาว Beatniks จึงยังถูกพูดถึงและถูกหยิบยกให้เป็นต้นแบบของความโลดโผนและการปลีกตัวออกจากค่านิยมเดิมๆ อยู่เสมอ

ในกรุงเทพฯ ถ้าให้นึกถึงย่านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโก้เก๋ที่ว่า คงหนีไม่พ้นถนนสุขุมวิท และหนึ่งในสถานที่ไอคอนบนถนนสุขุมวิท แหล่งแฮงค์เอ้าท์ของคนรุ่นเก่าแต่เก๋าคือ Rex Hotel โรงแรมสุดโก้ ที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบและกลิ่นอายของยุค 50s

ภาพ:  ชัชวาล จันทโชติบุตร

เวลาเปลี่ยนไป เมืองขยายและเติบโต ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น จาก Rex Hotel สู่ Beatniq คอนโดมิเนียมแห่งใหม่ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาอย่างประณีต เพื่อคงสเน่ห์และบรรยากาศโก้เก๋คลาสสิคบนถนนสุขุมวิทเอาไว้ 

เชินชิน เชิดชูชุย Brand Consultant แห่ง Ketchup IMC, ศุภสิริ ไพรสานฑ์กุล ผู้ควบคุมคอนเซ็ปต์งานออกแบบ และ อรรถพร คบคงสันติ Design Director บริษัท T.R.O.P คือผู้อยู่เบื้องหลังความตั้งใจในการส่งต่อรหัสสถาปัตยกรรมในครั้งนี้

พวกเขาเล่าให้ฟังว่าถึงความพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวของสถาปัตยกรรมใหม่ให้ต่อเนื่องไปกับ Sense of Place ของสถานที่ตั้ง และยังคงเคารพรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของ Rex Hotel โดยมีการรีเสิร์ชอย่างหนักเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมยุคในนั้น ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ และงานภูมิสถาปัตยกรรม

นอกจากจะหยิบเอาความสนุกและความเรียบเท่ของขบถแห่งยุค 50 มาเล่าใหม่ผ่านคอนเซ็ปต์และชื่อ รูปลักษณ์ของคอนโดมิเนียม Beatniq โดย SC ASSET ยังได้แรงบันดาลใจมาจากบรรดาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่คาบเกี่ยวอยู่ในยุคสมัยเดียวกันนั้นหรือที่เรียกว่า Mid-Century Modern มาออกแบบอีกด้วย

Beatniq

จาก Mid-Century Modern

คำว่า Mid-Century Modern เป็นคำเรียกรูปแบบงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ แฟชั่น กราฟิกดีไซน์ รวมถึงสถาปัตยกรรมในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งได้รับอิทธิพลความเป็นสมัยใหม่ (Modernism) ตามสังคมโดยรวม

นักออกแบบที่เป็นผู้นำแนวคิดที่สำคัญในช่วงนี้ล้วนเป็นเหล่ามาสเตอร์ที่แนวคิดและผลงานยังส่งผลถึงคนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสอนสถาปัตยกรรม Bauhaus ที่นำพาศิลปะและสถาปัตยกรรมไปสู่แนวคิดและคติความงามแบบใหม่ๆ หรือเก้าอี้ของ Charles and Ray Eames ที่แต่ละตัวนั้นล้วนเป็นไอคอนที่ชวนให้นึกถึงยุค Mid-Century อยู่เสมอ

Beatniq Beatniq

ในส่วนของสถาปัตยกรรมก็เป็นช่วงที่แนวคิดการออกแบบได้รับอิทธิพลทางความคิดจาก Modernism มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีลักษณะร่วมกันหลักๆ คือ การใช้วัสดุสมัยใหม่อย่างคอนกรีต เหล็ก กระจก ไม่ประดับตกแต่ง เน้นความเป็นเหตุเป็นผล

โดยใช้การแสดงออกของรูปลักษณ์อาคารผ่านการใช้วัสดุและโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงการคิดคำนึงถึงหน้าที่ใช้สอยเป็นสำคัญ แนวคิดเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมในยุคสมัยต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ดังที่เราจะเห็นได้จากใน Beatniq ที่ก็โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ทรงกล่องสี่เหลี่ยมและแพตเทิร์นของช่องลมที่ดึงดูดและเตะตามาจากที่ไกล ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบสถาปัตยกรรมอันทรงพลังจากอดีตทั้งสิ้น

Beatniq

Beatniq

สู่เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมชิ้นใหม่

Beatniq มีแพตเทิร์นสี่เหลี่ยมของแผงกันแดดช่องลมเป็นจุดเด่นที่สุดบนเปลือกอาคาร โดยใช้วิธีการออกแบบที่เรียบง่าย แต่ได้สร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นจนกลายเป็นภาพจำ ด้วยการเพิ่มมิติให้กับด้านของผนังที่ใหญ่โต

ไม่ว่าจะด้วยการสร้างความลึก หรือเพิ่มมิติของแสงและเงาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการใช้วัสดุและรูปทรงเรขาคณิตที่ออกแบบอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนเรื่องราวและแนวคิดจากสถาปัตยกรรมในยุค Mid-Century ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น การออกแบบภายในก็ยังสะท้อนเรื่องราวของ Mid-Century Modern โดยเฉพาะในล็อบบี้ที่ใช้หินอ่อนและกระจกเรียงแพตเทิร์นตามอย่างเปลือกด้านนอกของอาคาร อันเป็นการสื่อสารเรื่องราวระหว่างภายนอกและภายในอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว

Beatniq Beatniq

อีกส่วนหนึ่งที่มีความโดดเด่น คือ Floating Pavilion ที่ผู้ออกแบบกล่าวว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของมาสเตอร์ในอดีต-Mies Van de Rohe โดยพาวิลเลียนนี้ทำหน้าที่เป็นทางเดินเชื่อมที่ลอยตัวอยู่เหนือสระว่ายน้ำ เพื่อให้ผู้ใช้สระสามารถว่ายไปจนสุดขอบอาคารได้

ในขณะที่ผู้ใช้งานอื่นก็สามารถเดินใช้พื้นที่โดยรอบได้โดยไม่กีดขวางกัน รูปแบบของสถาปัตยกรรมนั้นก็เน้นที่ความโปร่งเบา โดยใช้กระจกและโครงสร้างที่เล็กบางเพื่อลดความหนาหนักของกล่องอาคารที่ลอยอยู่ เมื่ออาคารเสร็จ ลักษณะสถาปัตยกรรมบนชั้นนี้จึงคล้ายเป็นการหวนคืนไปสู่รูปแบบการออกแบบอย่างผลงานในอดีตของมาสเตอร์ท่านนี้ตามที่ตั้งใจ

Beatniq

ในบริบทอันรื่นรมย์ของสุขุมวิท

ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน สุขุมวิทนั้นเป็นย่านที่รู้กันอยู่ว่าคึกคักอยู่เสมอด้วยที่กินที่เที่ยวที่มีมากมาย เต็มไปด้วยเรื่องราวของความรื่นเริง และสีสันของชีวิตคนเมืองตามอย่างยุคสมัย ยังไม่นับรวมสมัยตัดถนนในยุคแรก ที่สุขุมวิทก็ยังเป็นเส้นถนนที่พาคนกรุงฯ ออกไปที่ตากอากาศเช่นสถานที่ยอดฮิตอย่างบางปู หรือแม้แต่บางแสน

Beatniq

บนถนนสุขุมวิท 32 แห่งนี้ นอกจากบรรยากาศความโก้เก๋ที่ถูกส่งตรงมาจากยุคเก่า และข้าวต้มรอบดึกที่คนยังคอยไปรับประทานใน Rex Hotel จนวันสุดท้าย องค์ประกอบของอาคาร Rex Hotel หรือแม้แต่ตึกแถวโดยรอบถนนสุขุมวิทเองก็ล้วนมีรูปแบบและกลิ่นอายของความเป็น Mid-Century Modern อยู่ในตัวเป็นคุณสมบัติ

จึงกล่าวได้ว่า เรื่องราว Mid-Century Modern ใน Beatniq นั้นเกิดจากบริบทดั้งเดิมมีส่วนช่วยสร้าง หรือในทางกลับกัน แม้ที่ดินจะถูกเปลี่ยนเป็นอาคารสูงใหญ่ แต่ Beatniq ก็ยังคงช่วยส่งต่อบรรยากาศของบริบทเก่าต่อไป อย่างไม่ขาด

เป็นบรรยากาศของความรื่นรมย์ ที่คงยากจะหาที่อื่นเทียบเคียง

ภาพ : พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ

รายละเอียดเพิ่มเติมของ Beatniq ติดตามได้ที่ : www.Beatniq32.com

Writer

กรกฎ หลอดคำ

เขียนเรื่องบ้านและงานออกแบบเป็นงานประจำ สนใจเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมในงานสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

“ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ แต่กำเนิด หรือย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ 3 สิ่งที่ต้องมีคือ หนึ่ง ความสุข สอง ความสะดวกสบาย สาม ความปลอดภัย”

กรุงเทพมหานคร เป็นจุดศูนย์กลางของประเทศที่มีประชากรเยอะ และจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ ‘โอกาสดี ๆ’ มากมายกระจุกกันอยู่ที่เมืองนี้ ตราบใดที่ยังเป็นเช่นนั้น ประเด็นที่ว่า ‘อะไรคือคุณภาพชีวิตที่ดีในแบบฉบับของคนในเมืองที่วุ่นวาย’ และ ‘ทำอย่างไรให้คุณภาพชีวิตแบบนั้นเกิดขึ้นจริง’ ก็เป็นโจทย์สำคัญที่โครงการคอนโดมิเนียมทั้งหลายจะต้องคำนึงถึง

วันนี้ พัชร์ธนิน ภัคไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และ รวิศชา วัฒนเลิศอุดม จาก ‘Artisan Ratchada’ คอนโดใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จะมานั่งคุยกับเราเกี่ยวกับการอยู่อาศัยที่ดีในมุมมองของพวกเขา

บทสนทนาเริ่มต้นในห้องตัวอย่างบรรยากาศสบาย ๆ ห้องหนึ่งในโครงการ

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“กลุ่มที่พัฒนาเป็นชาวต่างชาติ เป็นคนจีนทางฮ่องกง เขาเริ่มวางแนวคิดของโครงการจากการใช้ชีวิตในฮ่องกง” พัชร์ธนินเริ่มเล่าที่มาที่ไปเป็นอันดับแรก

“ถ้าเราได้ไปเที่ยวฮ่องกง จะรู้สึกว่าชีวิตค่อนข้างสะดวกสบาย ทั้งเรื่องการอยู่อาศัย การเดินทาง และการจับจ่ายใช้สอยต่าง ๆ เขาก็เอาข้อดีเหล่านั้นมาย่อส่วนอยู่ในโครงการนี้”

Artisan Ratchada เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ยึดคอนเซ็ปต์ว่า ‘Craft Your Living, Connect Everything’ โดย Craft Your Living หมายถึง ผู้พักอาศัยจะได้ออกแบบการใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองมากที่สุด และ Connect Everything หมายถึง การเชื่อมต่อทั้งในด้านทำเลและไลฟ์สไตล์ที่ลื่นไหล ไร้ข้อจำกัด ใช้ชีวิตได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหนไกล

นอกจากความ ‘ครบถ้วน’ และ ‘ครบวงจร’ ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ผู้บริหารยังตั้งใจสร้างชุมชนให้เป็นหมู่บ้านที่อบอุ่น ไม่แข็งกระด้างไปตามเมืองใหญ่ ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดี พร้อมสนับสนุนลูกบ้านและชุมชนโดยรอบในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ

เรียกว่าเป็นทีมงานคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงการให้เข้าถึงหัวใจของการอยู่อาศัย ทั้งด้านฟังก์ชันที่ใช้ชีวิตอยู่ (อย่างมีประสิทธิภาพ) ได้จริง และด้านหัวจิตหัวใจ กับสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งต้องการจาก ‘บ้าน’ สักหลังที่เขาเลือก

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

ลงเสาเอก

ก่อนอื่นเราคงต้องแนะนำให้รู้จัก ‘RISLAND’ ซึ่งเป็น Developer ที่ดำเนินธรุกิจในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ไทย ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และอเมริกา โดยโครงการพักอาศัยจะถูกพัฒนาให้เหมาะสม ตามโครงสร้างพื้นฐานและบริบทของประเทศนั้น ๆ

สำหรับที่ไทย ตอนนี้ RISLAND เปิดตัวไปแล้ว 7 โครงการ มีหมู่บ้าน Lake Serene ที่พระราม 2 คอนโด Cloud ทองหล่อ-เพชรบุรี คอนโด Skyrise Avenue สุขุมวิท 64 คอนโด Cloud Residences ที่สุขุมวิท 23 และคอนโด The Livin เพชรเกษมและรามคำแหง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคอนโด High Rise ใกล้ BTS และ MRT

“มาถึง Artisan Ratchada” พัชร์ธนินเล่ามาถึงโครงการที่เรามาดูกันในวันนี้ “ที่ดินแปลงนี้ค่อนข้างใหญ่ เพราะฉะนั้นตอนพัฒนา เราก็เลยมองว่า ถ้าคนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ตรงนี้จะอยากได้อะไรบ้าง”

อย่างที่เราได้เล่าไปตอนต้นว่า ทางผู้พัฒนามุ่งเน้นไปที่ความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย และการเชื่อมต่อของไลฟ์สไตล์ Artisan Ratchada จึงออกมาในลักษณะโครงการมิกซ์ยูส 34 ชั้น มีห้องพัก 1,337 ห้อง ชั้น 5 – 34 แยกเป็น 4 ทาวเวอร์ พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ผู้พักอาศัยแต่ละทาวเวอร์ใช้ร่วมกันที่ชั้น 4 รวมถึงส่วนพลาซ่าที่รวบรวมร้านต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน และส่วนสำนักงานที่ ชั้น 1 – 3

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ในพื้นที่ส่วนกลาง เรามีห้องสมุดขนาดใหญ่ คนที่อยู่ในห้องแล้วเบื่อก็ไปอ่านหนังสือในห้องสมุดได้ จะทำงานเราก็มีห้องประชุม หากต้องการใช้ก็จองกับทางนิติฯ ได้ หรือคนที่มีลูก อยากพาลูกมาเดินเล่น เราก็มีห้อง Kids Zone ที่มีเครื่องเล่นเด็ก”

สำหรับเราซึ่งเป็นผู้มาเยือนชั่วคราว แอบนึกภาพว่าหากได้อยู่ที่นี่ ห้องสมุดคงเป็นส่วนที่จะมาใช้เวลาในวันสบาย ๆ หยิบหนังสือสักเล่มสองเล่มลงมาจากห้อง แล้วปักหลักที่โต๊ะสักตัว

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ส่วน Outdoor ของเราก็บรรยากาศดีมาก” ไม่เกินจริงทีเดียว ทันทีที่เปิดประตูออกไปสูดอากาศภายนอกอาคาร ลมเย็นแรง ๆ ก็พัดมาปะทะ ชนิดที่ว่าหากใส่หมวก หมวกก็อาจจะหนีจากหัวไปง่าย ๆ ให้อารมณ์เหมือนเวลาไปพักผ่อนตามต่างจังหวัด

“ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับคนโสดหรือ Single Family เท่านั้น คนมีลูกหลายคนก็อยู่ได้”

ทั้งคู่บอกกับเราว่า พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่เน้นว่าต้อง ‘ใช้ได้จริง’ สระว่ายน้ำก็ยาวระดับ Half Olympic ออกกำลังกายได้จริงจัง ห้องซาวน่า-ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็กว้างขวาง เข้าไปใช้งานได้โดยไม่ต้องแย่งกัน

สำหรับโซนพลาซ่า ชั้นแรกเป็นร้านอาหาร ร้านทำเล็บ ร้านทำผม ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟ ชั้นสองเป็นคลินิก ออฟฟิศสำนักงาน และเอกซ์เพรสต่างๆ ส่วนชั้นสามเป็นออฟฟิศสำนักงานของบริษัทอื่น ๆ ซึ่งความเชื่อมต่อของไลฟ์สไตล์ก็คือทั้งหมดที่กล่าวมานี่แหละ

“เหมือนเราอยู่บ้านแล้วอยากซื้อของ ก็ไม่ต้องแต่งตัวมากเหมือนไปห้าง แค่ลงไปข้างล่างก็มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านทำผม ร้านกาแฟพร้อม” เธอเล่าข้อดีของความครบวงจรนี้ “เท่าที่เห็น ลูกบ้านก็แฮปปี้กับเรื่องนี้นะ เราเห็นคนใส่ชุดนอน ใส่สลิปเปอร์ลงมาเหมือนเขาอยู่ในบ้านเลย”

พลาซ่าชั้น 1 – 3 นี้ นอกจากจะอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยแล้ว ผู้คนในละแวกใกล้เคียงหรือคนที่สัญจรผ่านไปมาก็เข้ามาใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะมีแต่ลูกบ้านที่ขึ้นทาวเวอร์พักอาศัยได้ และต้องใช้การ์ดแตะไปที่ชั้นของตัวเองอย่างเจาะจงด้วย

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

นอกจากนี้ ‘เชื่อมต่อ’ ยังหมายถึงทำเลเชื่อมต่อกับภายนอกได้ดี เนื่องจากโครงการอยู่ใจกลางย่านรัชดา ซึ่งเข้าออกได้ 2 ทาง คือทางถนนเทียมร่วมมิตรและทางซอยประชาอุทิศ 24

ในส่วนขนส่งสาธารณะ ก็ใกล้กับ MRT ถึง 3 สถานี คือพระราม 9 ห้วยขวาง และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยทางโครงการจะมีรถตู้รับ-ส่งไปถึงสถานี

แม้จะไม่ใช่ ‘ใจกลางเมือง’ แบบสีลม สาทร หรือสุขุมวิท แต่ก็มีห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สถานศึกษา และโรงพยาบาลชั้นนำมากมายอยู่ในโซนนี้ อีกทั้งถือเป็นจุดที่เชื่อมเข้าไปกลางเมืองได้ง่ายด้วยถนนและทางด่วนหลายเส้น

ชีวิตดี ๆ ที่ออกแบบได้เอง

วาร์ปกลับมาที่ห้องพักของโครงการกันอีกครั้ง

ห้องพักที่นี่มียูนิตน้อย เพียง 8 – 12 ยูนิตต่อชั้น ขนาดตั้งแต่ 28 – 77 ตารางเมตร เหมาะสำหรับคนเมืองสมัยนี้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อเปิดประตูออกไปที่ระเบียง ก็ไม่รู้สึกว่าระเบียงห้องอื่นอยู่ใกล้ชิดกันจนเกินพอดี

“ระเบียงเรากว้างด้วยนะครับ” รวิศชาพูดพลางเลื่อนประตูออกไปหาทิวทัศน์ด้านนอก ซึ่งไม่มีอาคารสูงโดยรอบมาบดบังสายตา “หยิบคอมพิวเตอร์ไปนั่งชมวิวตอนกลางคืน พิมพ์งานได้สบายเลย”

“นี่ลูกบ้านเราย่างหมูกระทะกินกันด้วยนะ” พัชร์ธนินเสริมขึ้นมากลั้วหัวเราะ “เรางงเลย เห็นเขาเอาไปลงไอจี นี่ระเบียงเรานี่”

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

นอกจากนี้ ห้องพักยังเป็นส่วนที่อธิบายคอนเซ็ปต์ Craft Your Living ได้เป็นอย่างดี

Artisan Ratchada ใช้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ได้รับการยอมรับในไทยและต่างประเทศอย่าง IKEA โดยห้องตัวอย่างของแต่ละประเภท A, B, C, D, E และ F ตกแต่งด้วยผลิตภัณฑ์จาก IKEA ในสไตล์ที่แตกต่างกัน บ้างดูขี้เล่น บ้างก็ดูขรึม บ้างคลาสสิกหรูหรา ซึ่งเวลาขาย จะขายเป็นห้องเปล่า สมมติว่าลูกค้าต้องการห้องลักษณะและขนาดแบบ A แต่ตกแต่งแบบ D ก็ซื้อห้อง A และขอลิสต์เฟอร์นิเจอร์ห้อง D จากฝ่ายขายได้ ซึ่ง Interior Designer จะมาให้คำแนะนำและช่วยดูความเหมาะสมในการจัดห้องอีกที

Artisan Ratchada คอนโดที่ให้ลูกบ้านตั้งแต่ที่พัก จนถึงห้างที่ใส่ชุดนอนมาเดินได้

“ในการขายคอนโด Pain Point หนึ่งที่เจอคือ ลูกค้านึกไม่ออกว่าจะตกแต่งยังไง วางโซฟายังไง เราก็เลยตกแต่งให้ดูทุกห้อง ในสไตล์ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง เพื่อให้ลูกค้าได้ไอเดียในการตกแต่ง” รวิศชากล่าว

จากที่เราได้เดินตามทั้งคู่ไปเยี่ยมชมห้องแต่ละประเภท ก็เข้าใจได้เลยว่า ลูกค้าคงจะได้เลือกสรรสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองกันอย่างสนุกสนานไม่น้อย

“แต่ละคนมีความต้องการในการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน” เขาพูดต่อ “เราอยากให้ที่นี่เป็นที่ที่คุณได้ออกแบบพื้นที่เอง เข้ามาในห้องก็ต้องรู้สึกถึง Space ว่าที่นี่แหละคือ Place ของเรา รู้สึกว่าน่าอยู่จังเลย เป็นห้องที่จะทำอะไรก็ได้ที่เป็นตัวเรา ในเวอร์ชันที่เราชอบที่สุด”

ถัดไปจาก IKEA ทาง Artisan Ratchada ยังได้ Karmakamet แบรนด์เครื่องหอมชั้นนำของไทยมาออกแบบกลิ่นในแต่ละห้อง

“อย่างในห้องนี้จะมี 3 กลิ่น ห้องนั่งเล่นก็กลิ่นหนึ่ง ห้องนอนกลิ่นหนึ่ง ห้องนอนเล็กที่เป็นห้องเด็กก็กลิ่นหนึ่ง แต่ละห้องจะแตกต่างกัน”

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

นอกจากนี้ รวิศชายังชี้ชวนให้เรามองไปที่งานศิลปะบนผนังห้อง เป็นผลงานของ Illustrator คนไทย ซึ่งทางโครงการเลือกมาตกแต่งห้องตัวอย่าง เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเลือกซื้อภาพสวย ๆ เหล่านี้ไปติดที่ห้อง ถือเป็นการสนับสนุนผลงานของคนไทยกันเอง

สิ่งเหล่านี้ เรามองว่าเป็นความพิถีพิถันของทีมงาน ในการส่งมอบประสบการณ์ดี ๆ ของการอยู่อาศัยให้ลูกบ้าน ทั้งทำให้ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวเอง อบอวลอยู่ในกลิ่นที่ชื่นชอบ และสุนทรีไปกับงานศิลปะ ใครได้เข้ามาสัมผัสก็น่าจะประทับใจได้ไม่ยาก

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน
อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

ใจส่งถึงใจ

‘ความสัมพันธ์’ เป็นสิ่งที่ทางทีมงาน Artisan Ratchada ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จึงได้มีการร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อเข้าถึงหัวใจของทุกคนให้มากขึ้น

ตอนที่ซื้อห้อง ลูกค้าจะได้ Gift Voucher จากหลายแบรนด์เป็นของขวัญ ซึ่งลูกค้าเลือกไม่รับ แล้วไปรับสิทธิพิเศษอย่างอื่นแทนได้ตามความสมัครใจ

หลายครั้งทีมงานก็มอบของขวัญให้กับลูกบ้านในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งของขวัญล้วนเป็นแบรนด์ที่ทีมงาน ‘ตั้งใจเลือก’ มาอย่างดี เช่น เป็นผลงานดีไซเนอร์คนไทย หรือเป็นของดีที่อุดหนุนมาจากชุมชน

อย่าง ‘Moreover’ แบรนด์ของตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลจากดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ ก็มีการออกแบบกิฟต์เซ็ตแม่เหล็กเสริมฮวงจุ้ยมอบให้แก่ลูกบ้าน ทั้งยังเคยร่วมมือกับ Green Corner ซึ่งเป็นแบรนด์ต้นไม้ของคนไทย ออกแบบโซนสีเขียวบริเวณระเบียงห้องให้ลูกบ้าน หรือหากมีใครชอบทำอาหาร Glass House ก็เคยออกแบบแปลนห้องยูนิตพิเศษ กั้นโซนครัวเพื่อตอบโจทย์โดยเฉพาะ

“ไม่เฉพาะของตกแต่งนะคะ บางทีก็เป็นของกิน” พัชร์ธนินเล่าเพิ่มเติม “เช่น กล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์จากชุมชน ปลูกแบบไม่ได้ใช้สารเคมี และมีกระบวนการที่พิถีพิถัน ซึ่งเราก็เล่าสตอรี่ตรงนี้ให้ลูกบ้านฟังด้วย

“เวลาที่เรามอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ลูกบ้านหรือลูกค้า เราจะอธิบายถึงที่มาที่ไปของของขวัญอย่างละเอียด ถือเป็นการสนับสนุนแบรนด์ไปในตัว”

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

“ในช่วงโควิด เราอุดหนุนสินค้าของลูกบ้าน แล้วนำมาแจกจ่ายให้ชุมชนรอบ ๆ โครงการ” รวิศชาเล่าย้อนไปถึงช่วงที่สถานการณ์โรคระบาดกำลังหนักหน่วง

ช่วงวิกฤตแบบนี้มีคนได้รับผลกระทบกันเยอะ ลูกบ้านของ Artisan Ratchada เองก็เช่นกัน หากลูกบ้านคนไหนมีสินค้าที่อยากบริจาคให้ชุมชน หรือแม้แต่ให้ทางโครงการช่วยอุดหนุนธุรกิจขายข้าวกล่องหรือเครื่องดื่มเพื่อนำไปบริจาคก็ติดต่อได้ ซึ่งชุมชนที่เคยได้รับน้ำใจ ได้แก่ บริเวณปากซอยประชาอุทิศ 24 ชุมชนตรงถนนเพชรบุรี และชุมชนพระราม 9 ที่ใต้ทางด่วน

“ก่อนซื้อหรือหลังซื้อ เขาก็ยังเป็นลูกค้าของเรา เป็นคนสำคัญของเรา ฝ่ายขายจะไม่ตัดจบ แบบซื้อไปแล้วเท ไม่สนใจว่าเขาเจอปัญหาอะไร เพราะฉะนั้น ติดต่อฝ่ายขายได้ เราช่วยเต็มที่” เขาประกาศเจตนารมณ์

“ถ้าอยู่ในตึกแล้วมีอาชีพอะไรที่อยากให้เราช่วยประชาสัมพันธ์ หรือมีอะไรที่เราเป็นกระบอกเสียงได้ เราก็จะทำตรงนั้น”

เขาบอกว่า อยากให้ Artisan Ratchada เป็นที่ที่ทุกคนรู้สึกสบายใจเมื่อได้อาศัยอยู่

เหมือนเป็นหมู่บ้านแนวตั้งเลย เราออกความเห็น นึกภาพชุมชนที่ทุกคนเกื้อกูลกันเป็นอย่างดี

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

ความสุขที่ไม่หยุดนิ่ง

“เราพยายามพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยตลอดเวลา ฉะนั้นลูกค้าก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ” รวิศชาพูดต่อว่า อะไรที่ลูกบ้านต้องการหรือทำให้ลูกบ้านมีความสุข สะดวกสบายที่สุด แล้วพวกเขาทำได้ ก็จะเร่งทำขึ้นมา

“การที่อยู่แล้วแฮปปี้หรือไม่แฮปปี้ ทุกที่มันมีทั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่า After Sales Service เราทำได้ดีขนาดไหน เร็วขนาดไหน

“เขารักแล้ว เขาเลือกเรา เขาตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ เราก็อยากรักษาความภูมิใจในโครงการของเรา และให้เกียรติเขาไปพร้อมกัน”

พัชร์ธนินพูดกับเราด้วยตาที่เป็นประกาย

อาร์ติซาน รัชดา  โครงการใหม่ย่านรัชดา-พระราม 9 จาก RISLAND ที่ตั้งใจมอบความสะดวกสบายแบบเป็นตัวเองให้ลูกบ้าน

เราเห็นถึงแพสชันในการพัฒนาคอนโดและความใส่ใจในการออกแบบแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ของทีม ทำให้มั่นใจไปด้วยว่า ลูกบ้านของ Artisan Ratchada จะได้รับการดูแลในทุก ๆ เรื่องด้วยความละเอียดอ่อนที่สุด

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load