21 พฤศจิกายน 2560
1 K

ลมหนาวปลายปีเป็นสัญญาณว่าช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและการส่งความสุขมาถึงแล้ว เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทำให้ผู้คนออกมาใช้เวลาร่วมกันและ มองหาของขวัญให้ตัวเองและคนที่รัก
ในปีนี้ เอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์ตั้งโจทย์ใหม่ให้ตัวเอง จะทำให้ของขวัญของ 2 ห้างใหญ่ประจำพร้อมพงษ์ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อสินค้าธรรมดา แต่เป็นของขวัญพิเศษที่ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้ให้และผู้รับมีความหมายมากยิ่งขึ้น
เพื่อตอบโจทย์นี้ พวกเขาย้อนกลับไปคิดถึงจุดเริ่มต้นของเทศกาล
“เราให้ของขวัญใคร?”
“ทำไมคนเราต้องให้ของขวัญกัน?”

Jo Malone กระดาษห่อของขวัญ RelationGifts

ห้างเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์

Every Relationship is a gift of life

ครอบครัว คนรัก เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน เป็นคำตอบของคำถามแรก
ของขวัญก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะแสดงถึงความแน่นแฟ้น ความมั่นคงในความสัมพันธ์ระหว่างกัน
การให้ของขวัญ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะส่งความรักไปหาพวกเขา
RelationGifts จึงเกิดขึ้น ด้วยความเชื่อว่าทุกๆ ความสัมพันธ์คือของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน มันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความสุขและมีความหมาย
เราอยากให้การมอบของขวัญให้กันเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึกดีๆ มากกว่าแค่ทำตามธรรมเนียมปฏิบัติ
จึงออกมาเป็นแคมเปญ RelationGifts ที่ทางห้างรวมของขวัญสำหรับความสัมพันธ์ต่างๆให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ เพื่อให้ลูกค้าไม่ได้รับแค่สินค้า แต่ได้ส่งความปรารถนาดี ความคิดถึง และความจริงใจให้คนรอบตัว

ของขวัญ

นักคัดสรร

สำหรับลูกค้าของเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์คำว่า ‘นักคัดสรร’ น่าจะเหมาะที่สุด เพราะพวกเขามองหาสินค้าที่มีเอกลักษณ์และหาซื้อไม่ได้จากที่อื่นๆ ห้างสรรพสินค้าจึงไม่ได้มีแค่ ‘สรรพสินค้า’ แต่ต้องวางตัวเป็น curator of tastes คัดสรรของดีและเหมาะกับลูกค้าที่มีเอกลักษร์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว คนวัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ เพราะสิ่งที่ลูกค้าใส่ถุงกลับบ้านไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่เป็นรสนิยมและคุณค่าทางจิตใจ
เมื่อตัวห้างใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ลูกค้าเองก็ตั้งใจเลือกหาของขวัญที่เหมาะไปให้คนที่รัก ความพยายามของสองฝ่ายทำให้ของขวัญที่จะมอบให้ผู้คนรอบตัวปีนี้มีความหมายมากกว่าที่เคยKaweco

One and Only You

ความพิเศษของของขวัญไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่เป็นความตั้งใจและความใส่ใจของผู้ให้ที่สะท้อนผ่านของขวัญ ต่างหากที่มีความหมาย บริการห่อของขวัญที่ลูกค้าสามารถ customize ได้ทั้งกระดาษห่อ และการ์ดอวยพรตัวแทนความสัมพันธ์ต่างๆ จึงสร้างรอยยิ้มให้ผู้รับตั้งแต่แรกเห็น
นอกจากนี้สิ้นปีไปจนถึงปีใหม่ สินค้ามากมายของเอ็มโพเรียมยังสามารถ personalize และ customize กลายเป็นของขวัญเฉพาะตัวให้ผู้รับ ไม่ว่าจะเป็น Kaweco ปากกาสัญชาติเยอรมัน เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถเลือกสีและประกอบชิ้นส่วนปากกาได้ทุกส่วน ตั้งแต่ฝา หัวปากกา จนถึงตัวด้าม เหมาะเป็นของขวัญให้เพื่อนซี้ของคุณ, บริการ Customized Beauty Bouquet ครั้งแรกกับบริการจัดเครื่องสำอางที่เลือกซื้อเป็นช่อดอกไม้ด้วยสินค้าจากแผนก Beauty Hall ที่รับประกันว่าสาวๆ ต้องยิ้มแก้มปริเมื่อคนรักซื้อให้
แถมยังมีการ personalize อีกมากมายที่สลักชื่อผู้รับบนสินค้า เช่น การสลักตัวอักษรบนขวดน้ำหอมและเทียนหอม Jo Malone สำหรับคนรัก, การปักชื่อย่อบนเสื้อเชิ้ต Brooks Brothers ที่เหมาะจะมอบให้ตั้งแต่คนรัก, คุณพ่อหรือผู้ใหญ่ในครอบครัว, การแสตมป์ชื่อบนปกสมุดบันทึกม้วนได้ 360 องศา จาก Zequenz ก็เป็นไอเดียเก๋ๆ ที่ทำให้ของขวัญสำหรับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานชิ้นนี้พิเศษกว่าทุกปี
Kaweco beauty bouquet service

พบกับบริการ Personalized RelationGifts ที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบนของขวัญอีกมากมายทั่วทั้งห้างเอ็มโพเรียมตลอดเทศกาลปีใหม่นี้
It’s not just the gift you give, it’s also the love you get.
ด้วยความเชื่อของห้างซ่อนตัวอยู่ในของขวัญ แต่หีบห่อที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นรอยยิ้มจากใจของผู้ให้และการมีโมเมนต์ดีๆ ร่วมกัน

Brooks Brother Jo Malone Zequenz 360° Roll Up Journal

It’s not just the gift you give, it’s also the love you get.

สโลแกนประจำเทศกาลบอกชัด ความปรารถนาดีของห้างซ่อนตัวอยู่ในของขวัญ แต่หีบห่อที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นรอยยิ้มหวานและคำพูดดีๆ จากผู้ให้

ของขวัญ

มาสัมผัสและค้นหา RelationGifts สำหรับความสัมพันธ์ของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 มกราคม 2561 ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์

Facebook l Emporium Department Store

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

19 กรกฎาคม 2560
14 K

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป-ถ้าคุณโชคดีพอ-ท่ามกลางรถไฟฟ้าหลายขบวน คุณจะพบรถไฟขบวนหนึ่งที่ต่างจากขบวนอื่นๆ

ต่างจนอาจทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจ

หากมองจากภายนอก รถไฟฟ้าขบวนนี้ห่อหุ้มด้วยงานศิลปะที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย แทนที่จะเป็นโฆษณาจากแบรนด์ใหญ่ และหากเดินเข้าไปภายในขบวน พื้นที่โฆษณาภายในก็ถูกแทนที่ด้วยงานศิลปะอีกเช่นกัน หากคุณไม่ได้มัวแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความในโทรศัพท์เคลื่อนที่ คุณอาจพบเจอข้อความที่กระทบใจในพื้นที่รถไฟฟ้า

งานศิลปะทั้งในและนอกขบวนที่มีชื่อโปรเจกต์ว่า ‘Universal Connections by Spiritual Fractal’ เป็นผลงานของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินที่โด่งดังในระดับสากล ผลงานของเขาได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และซื้อขายกันในหมู่นักสะสมศิลปะทั่วโลก ซึ่งปกติงานของศิลปินผู้นี้ใช่ว่าจะหาชมกันได้ง่ายๆ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เพื่อเสพงานเขา อย่างผลงานล่าสุดของเขาที่ชื่อนิทรรศการ The Timeless Present Moment ก็จัดกันที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม (MAIIAM) จังหวัดเชียงใหม่

การที่งานศิลปะของเขามาปรากฏบนรถไฟฟ้ากลางมหานครจึงไม่ใช่เรื่องปกติ หรืออาจใช้คำว่าประหลาดอย่างที่ว่าไว้ก็คงไม่ผิดนัก

สำหรับใครที่กำลังอ่านบรรทัดนี้บนรถไฟฟ้าขบวนนั้น เราขอแนะนำให้เงยหน้าจากจอแล้วเสพบรรยากาศรอบๆ คุณให้มากที่สุด แม้มันอาจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แล้วค่อยมาอ่านบรรทัดถัดไปที่จะเฉลยทุกคำตอบ

ส่วนใครที่ยังไม่พบเจอ เราอยากชวนคุณอ่านเบื้องหลังโปรเจกต์นี้กันก่อน เผื่อวันหนึ่งคุณจะโชคดีได้โดยสารรถไฟขบวนนี้

Universal Connections by Spiritual Fractal

สถานีต้นทาง : เปลี่ยน ad เป็น art

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ในช่วงเวลาใกล้ๆ กับที่ asiola เว็บไซต์ระดมทุนถือกำเนิด

พีท-ประณิธาน พรประภา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง asiola คือเจ้าของความคิดในการเปลี่ยนพื้นที่โฆษณาบนรถไฟฟ้าเป็นงานศิลปะ และศิลปินที่เขานึกถึงคือ คามิน เลิศชัยประเสริฐ

อะไรคือจุดเริ่มต้น ทำไมต้องเป็นรถไฟฟ้า ทำไมจึงเป็นศิลปินรุ่นใหญ่จากเชียงใหม่

เชิญฟังคำตอบจากปากเขา

Universal Connections by Spiritual Fractal

จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้คือตอนไหน

เวลาผมคิดอะไรผมจะเริ่มคิดจากว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และใช้วิธีสร้างสรรค์เพื่อแก้ไข ปัญหาที่ผมมองเห็นก็คือ พวกเราโชคดีที่อยู่ในเมืองที่มีเสน่ห์ มีครบทุกอย่าง ทั้งความหลากหลาย จิตวิญญาณ แต่ยิ่งนับวันพวกป้ายโฆษณายิ่งมากขึ้น ซึ่งมันทั้งรำคาญตา รำคาญจิตใจ และเราหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ คือเราไม่ได้โดนแค่บน cloud ในโลกออนไลน์ แต่เรายังมาโดนบน ground อีกด้วย ผมเลยรู้สึกว่าถ้าเราหันมาใช้ป้ายพวกนี้ในทางที่ดี มันน่าจะมีประโยชน์

แล้วทำไมต้องเป็นรถไฟฟ้า

เราคิดว่ามีอะไรที่เป็นวิธีสื่อสารที่เข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียม แล้วเราก็คิดถึงรถไฟฟ้า เพราะว่ามันเป็นสื่อที่ทุกคนสัมผัสได้ ไม่ได้แบ่งแยกผู้ชม ใครก็นั่งรถไฟฟ้าได้ เป็นสาธารณะ อีกอย่างมีคนเห็นเยอะ ผมรู้สึกว่ามันน่าจะดี ถ้าเราสามารถใช้สื่อตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ได้

โดยส่วนตัวคุณเชื่ออะไรในงานศิลปะ จึงพยายามผลักดันมันให้ไปอยู่บนรถไฟฟ้า

ถ้าเกิดเราย้อนไปในอดีต ศิลปะนั้นเป็นต้นกำเนิดของหลายๆ อย่างการสร้างวัด สร้างโบสถ์ ก็คือการทำงานศิลปะนะ คนทำเขาเอาใจใส่ในสิ่งที่เขาทำ แต่พอวันเวลาผ่านไป คนคิดว่าศิลปะต้องเป็นงานที่เป็นชิ้นๆ แต่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น จริงๆ ศิลปะมันเป็นวิธีใช้ชีวิตของเราได้ และศิลปะที่ผมสนใจที่สุดคือศิลปะที่สามารถทำให้คนคิดได้ เราก็นึกถึงอาจารย์คามิน เลิศชัยประเสริฐ

อาจารย์คามินเป็นศิลปินที่ค่อนข้างมีจุดยืนที่ชัดเจน เป็น Conceptual Artist ซึ่งผมชอบ เพราะว่ามันกระตุ้นความคิดของทุกคน ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีความเข้าใจในงานไม่เหมือนกันก็ได้ ผมก็เลยเดินทางไปเจออาจารย์คามินที่เชียงใหม่ พอไปเจออาจารย์ผมก็เคารพแกมาก ผมว่าศิลปินอย่างนี้เหลือน้อยแล้ว ศิลปินที่ชีวิตของเขาคือศิลปะของเขาจริงๆ ซึ่งการที่อาจารย์เป็นอย่างนั้นมันยิ่งเหมาะมากกับสิ่งที่เรากำลังจะสื่อ

คุณเชื่อว่ารถไฟขบวนเดียวจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงเหรอ

ก็คงไม่ถึงกับสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ผมคิดคือ งานพวกนี้มันจะไปกระตุ้นความคิดเล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งผมว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ จากหลายๆ คน ดีกว่าการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ จากหนึ่งคนแน่นอน

Universal Connections by Spiritual Fractal

สถานีต่อไป : ระดมทุน

โปรเจกต์นี้ใช้วิธีระดมผ่านเว็บไซต์ asiola ระยะเวลาในการระดมทุนคือ 4 เดือน เป้าหมายที่ต้องการคือ 2,600,000 บาท

ไม่ใช่เรื่องง่ายในประเทศที่การระดมทุนผ่านโลกออนไลน์ยังเป็นเรื่องใหม่มาก เพราะฉะนั้นการหาเงินจากผู้ลงขันให้ถึงเป้าในระยะเวลาที่กำหนดจึงเป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย

พีท ในฐานะเจ้าของความคิดต้นทางและเป็นหนึ่งในทีม asiola จึงต้องหาวิธีสื่อสารให้คนเข้าใจโปรเจกต์ และสร้างสิ่งจูงใจให้คนมาระดมทุมในโปรเจกต์นี้

Universal Connections by Spiritual Fractal

ทำไมจึงเลือกใช้วิธีระดมทุนกับโปรเจกต์นี้

การระดมทุนเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดแล้ว ถ้าเกิดไม่มีตัวแปรที่เป็นการระดมทุนผมคงไม่ทำ สมมติเราบอกว่าเราจะทำงานศิลปะหุ้มรถไฟฟ้าแล้วเราก็หุ้มเองเลย มันก็จะจบแค่นั้น แต่โปรเจกต์นี้เราอยากทำสิ่งที่คนอื่นๆ ก็ต้องการเห็นมันเกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่เราคนเดียว คือถ้าคนอื่นไม่ต้องการ มันก็จะไม่เกิด

มั่นใจว่าจะสำเร็จไหมตอนระดมทุน

ค่อนข้างมั่นใจนะ เราสร้างโปรเจกต์จากการออกแบบรางวัลต่างๆ จากรางวัลใหญ่ แล้วก็เป็นรางวัลเล็กรองลงมา เราอยากให้รางวัลมีหลายระดับ ตั้งแต่สามร้อยบาทจนถึงหลักแสน ถ้ารางวัลเล็กขายไม่ได้ อย่างน้อยรางวัลใหญ่ก็น่าจะมีคนที่เราสื่อสารไปหาได้ เราก็นั่งคิดร่วมกับอาจารย์คามินว่าจะมีรางวัลอะไรบ้าง ซึ่งอาจารย์คามินเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง มูลค่าของงานอาจารย์ค่อนข้างสูง ไม่ใช่เป็นศิลปินที่งานไม่มีมูลค่า ที่ผ่านมาก็มีคนสนับสนุนผลงานอาจารย์คามินเยอะอยู่แล้ว ผมจึงค่อนข้างมั่นใจ

Universal Connections by Spiritual Fractal

สถานีปลายทาง : คามิน เลิศชัยประเสริฐ

เรานัดพบ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ที่กรุงเทพฯ ก่อนวันเสวนาในหัวข้อ ‘อุเบกขา : การเชื่อมต่อของจักรวาล’

สิ่งที่น่าสนใจของงานชุดนี้คือสื่อที่ใช้ในการนำเสนอนั้นหลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้า แอนิเมชันในยูทูบที่สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดในรถไฟฟ้าเข้าไปดูได้ และยังมีส่วนที่เป็นจิวเวลรี่ ซึ่งทำร่วมกับ อัตตา แกลเลอรี่

หากใครติดตามผลงานของคามินมาก่อน ย่อมรู้ว่าเขาคือศิลปินที่ทำความเข้าใจชีวิตผ่านการทำงานศิลปะ ทุกงานในช่วงหลังของเขาจึงมักเป็นหัวข้อที่ทำให้เราตระหนักถึงสัจธรรมบางประการของชีวิตมนุษย์

และงานชุด ‘Universal Connections by Spiritual Fractal’ ก็เป็นเช่นนั้น

Universal Connections by Spiritual FractalUniversal Connections by Spiritual Fractal

พอรู้ว่าต้องทำโปรเจกต์นี้ คุณเลือกจะถ่ายทอดผลงานอย่างไร

คือผมไม่ได้คิดเรื่องการถ่ายทอดก่อน ผมจะคิดว่าชีวิตผมตอนนี้สนใจเรื่องอะไร แล้วพอดีช่วงนั้นผมหมกหมุ่นอยู่กับ Fractal Geometry ซึ่งเป็นสิ่งที่ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อ Benoit Mandelbrot เขาพบว่าโครงสร้างของทุกสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ อย่างเช่น ร่างกายมนุษย์ เส้นเลือด ดีเอ็นเอ ต้นไม้ ภูเขา มันมีโครงสร้างที่ซ้ำกัน แม้แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็นในธรรมชาติอย่างคลื่นต่างๆ ก็มีโครงสร้างเดียวกัน มีการซ้ำกันในตัวมันเอง แล้วจังหวะนั้นคุณพีทเขามาหาผม ชวนผมทำโปรเจกต์บีทีเอส โดยที่ผมไม่รู้จักเขามาก่อน ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้กับเขา

Universal Connections by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

ทำไมอยู่ดีๆ สนใจ Fractal Geometry

จริงๆ ผมไม่ได้สนใจคำนี้นะ แต่ผมสนใจความจริง ผมสนใจเนื้อหาของการทำความเข้าใจธรรมชาติ เรื่อง fractal ผมเคยอ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เข้าใจในรายละเอียด จนกระทั่งผมมาดูสารคดีทางช่อง BBC แล้วก็เลยเริ่มเข้าใจมากขึ้น แต่ก็ไม่เคยเข้าใจว่ามันเชื่อมโยงกับการวิปัสสนาที่ผมทำอยู่ยังไง จนกระทั่งวันหนึ่งผมนั่งวิปัสสนาแล้วก็เข้าใจว่า อุปนิสัยของเราก็เกิดจากการซ้ำกันของการกระทำที่เราทำในแต่ละวัน เราเจออากาศแบบนี้แล้วเราไม่ชอบ เจออากาศเย็นเราชอบ มันก็ทำให้ผิวหนัง ร่างกาย อุปนิสัย เราเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราเจอทุกวันๆ กิจกรรมที่ซ้ำกัน ทำให้เกิดเป็นอุปนิสัยของแต่ละคน

ผมก็เลยโยงสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน ธรรมชาติที่เป็น physical อย่างต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ คลื่น พวกนี้มี fractal ทั้งหมด ส่วนภายในจิตใจ อย่างประสบการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในเรา พวกนี้เป็น Spiritual Fractal แล้วจิตใจเรากับจักรวาล กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก มันจะสัมพันธ์กันหรือว่าต่อกันช่วงไหน งานนี้ผมก็เลยใช้คำว่า Universal Connection by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

การตระหนักรู้ถึงสิ่งที่คุณว่ามันจำเป็นยังไงกับการใช้ชีวิต

อย่างน้อยเราจะรู้ว่าเรามาจากไหน เราเป็นอะไร แล้วเราจะเข้าใจว่าที่สุดแล้วเราก็เหมือนกัน เราเป็นหนึ่งเดียวกัน เราไม่ได้ต่างกัน เราก็เป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นวงโคจร เราจะเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเรา ซึ่งคุณค่าตัวนี้มีอยู่แล้วในมนุษย์ทุกคน แล้วเราก็จะมีอิสระจากวัตถุนิยมหรือสิ่งที่เป็น Propaganda ที่ทำให้เราต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ถึงจะมีความสุข ถึงจะเป็นคนมีรสนิยม เราจะมีความเชื่อมั่นและเข้าใจในความจริงของคุณค่าของตัวเราเอง ซึ่งอันนี้สำคัญ เพราะทุกวันนี้คนที่มีความสุขคือคนที่เข้าใจตรงนี้ ส่วนคนที่มีความทุกข์ก็คือคนที่ไม่เข้าใจตรงนี้แล้วพยายามจะหาความเข้าใจจากภายนอก หาคุณค่าจากภายนอก หาสิ่งที่คนยอมรับจากภายนอก

Universal Connections by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

การที่ต้องนำเสนองานศิลปะบนรถไฟฟ้าส่งผลต่อการทำงานยังไงบ้าง

จริงๆ ก็ไม่ส่งผลอะไร แค่เราก็ต้องแก้ปัญหากับพื้นที่ เช่นโฆษณาชิ้นที่ต้องติดข้างในเปลี่ยนเป็นงานผมทั้งหมด ผมก็ต้องคิดว่าถ้าคนขึ้นรถไฟฟ้ามาเขาจะคิดอะไร แล้วเขาจะเข้าถึงงานผมได้ยังไง คือโครงสร้างของการใช้รถไฟในชีวิตประจำวัน เราขึ้นไปก็ต่างคนต่างอยู่ ทุกอย่างบนนั้นก็เป็นเรื่องของการโฆษณา แต่ตอนนี้เรามีโอกาสที่จะเปลี่ยนโฆษณาทั้งหมด แล้วเราจะพูดอะไร ผมก็จะเลือกหลายๆ ข้อความทำเป็นโปสเตอร์ไปไว้ในรถไฟฟ้า ซึ่งถ้อยคำพวกนี้ผมเอาของหลายๆ คนมา เช่น ท่านดาไลลามะ ท่านพุทธทาส เล่าจื่อ ที่พูดเกี่ยวกับชีวิต เป็นข้อความที่ทำให้เราเข้าใจสัจธรรม เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ซึ่งผมคิดว่ามันมีประโยชน์มากสำหรับคนที่อาจจะต้องการกำลังใจหรือหลงทาง

ปกติในรถไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งที่คนใช้ในชีวิตประจำวัน เขาเห็นแต่สิ่งที่ยั่วยวนให้ซื้อ ให้บริโภค แต่เราเปลี่ยนเป็นข้อความที่บอกให้คุณพอใจในสิ่งที่มีอยู่ แม้กระทั่งกับความผิดหวัง เราทำให้เกิดความตระหนักรู้ในชีวิต เช่น อยู่ๆ คุณเห็นรูปหัวกะโหลกแล้วมีคำว่า ‘อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป’ อยู่บนรถไฟฟ้า แล้วเราพูดเรื่องนี้ทั้งขบวน ซึ่งบางคนเขาอาจจะกำลังป่วยอยู่ หรือบางคนอาจจะเพิ่งสูญเสียคนรัก เขาอาจจะปลงก็ได้

และที่โปสเตอร์ข้อความต่างๆ ข้างล่างเรายังสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าไปดูแอนิเมชัน Universal Connection by Spiritual Fractal ได้ด้วย

Universal Connections by Spiritual Fractal

แล้วคุณสนใจอะไรในจิวเวลรี่ ทำไมถึงนำมาเป็นส่วนหนึ่งของงานชุดนี้ด้วย

ผมไม่ได้สนใจในจิวเวลรี่ ผมสนใจวิธีคิดของพระเครื่องที่คนศรัทธา ผมพยายามจะล้อกับโครงสร้างของสังคมไทยที่เล่นเรื่องความเชื่อระหว่างมิติที่มองไม่เห็นอย่างพระเครื่อง อย่างไสยศาสตร์ ซึ่งนั่นเป็นศรัทธา แต่สิ่งที่ผมกำลังสื่อสารมันเป็นวิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าจิวเวลรี่อุเบกขาตัวนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นทั้งศิลปะ และมันก็ร่วมสมัย แล้วข้างหลังของทุกอันคุณก็สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดไปเข้าไปดูแอนิเมชันในยูทูบได้ด้วย ทำให้เครื่องประดับไม่ใช่แค่สิ่งที่เห็น

Universal Connections by Spiritual Fractal

งานชุดนี้ไม่มีคำอธิบายติดอยู่ที่รถไฟฟ้า คุณกลัวมั้ยว่าคนจะไม่เข้าใจ

ไม่กลัวอะไร เพราะทุกอย่างมันมีข้อจำกัดอยู่แล้ว เหมือนเราอ่านหนังสือ อ่านบทกวี คุณว่ามีกี่คนเข้าใจว่าคนเขียนเขียนว่าอะไร แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ของเรา หน้าที่ของเราคือทำให้งานเราดีที่สุด เหมือนคุณเขียนหนังสือเล่มนึง เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะทำให้คนทั้งโลกอ่านเข้าใจ ถ้าคุณเขียนปรัชญาจะให้เด็ก ป.4 อ่านเหรอ แล้วคุณต้องเปลี่ยนปรัชญาของคุณให้เด็กอ่านเข้าใจก็ไม่ได้อีก เหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสิ่งที่เล็กกว่าอะตอม คุณยังจะต้องไปเขียนทฤษฎีนี้ให้เด็กประถมอ่านเหรอ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ เพราะหน้าที่ของคุณคือการค้นพบตรงนั้น ซึ่งมันก็ยากพอแล้ว มันจึงจำเป็นต้องมีนักเขียน นักวิจารณ์ศิลปะ นักประวัติศาสตร์ศิลป์ นักข่าว ที่จะเป็นตัวแทนผมในการอธิบาย เพราะฉะนั้น ถ้าผมไม่รู้หน้าที่ ผมต้องไปนั่งคิดว่าบีทีเอสจะเข้าใจมั้ย คนดูจะเข้าใจมั้ย มิวเซียมจะเข้าใจมั้ย ถ้าคิดทุกอย่างนี้ผมไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะว่าปัญหามันเยอะมาก

แต่ผมเชื่อว่า หากคนเข้าใจ งานนี้อาจเปลี่ยนชีวิตเขา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเรา ทุกคนมีหน้าที่คนละอย่าง หน้าที่ของผมคือฝ่าฟันไปตรงนี้

Universal Connections by Spiritual Fractal

สำหรับคนที่อยากตามชมงานศิลปะบนรถไฟฟ้า สามารถตามไปได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 โดยรถไฟฟ้าขบวนนี้มีเพียงขบวนเดียว และไม่มีกำหนดแน่นอนว่าแต่ละวันจะวิ่งสายใด หากใครบังเอิญเจอ แนะนำให้เดินชมจนทั่วขบวน

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load