21 พฤศจิกายน 2560

ลมหนาวปลายปีเป็นสัญญาณว่าช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและการส่งความสุขมาถึงแล้ว เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทำให้ผู้คนออกมาใช้เวลาร่วมกันและ มองหาของขวัญให้ตัวเองและคนที่รัก
ในปีนี้ เอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์ตั้งโจทย์ใหม่ให้ตัวเอง จะทำให้ของขวัญของ 2 ห้างใหญ่ประจำพร้อมพงษ์ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อสินค้าธรรมดา แต่เป็นของขวัญพิเศษที่ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้ให้และผู้รับมีความหมายมากยิ่งขึ้น
เพื่อตอบโจทย์นี้ พวกเขาย้อนกลับไปคิดถึงจุดเริ่มต้นของเทศกาล
“เราให้ของขวัญใคร?”
“ทำไมคนเราต้องให้ของขวัญกัน?”

Jo Malone กระดาษห่อของขวัญ RelationGifts

ห้างเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์

Every Relationship is a gift of life

ครอบครัว คนรัก เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน เป็นคำตอบของคำถามแรก
ของขวัญก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะแสดงถึงความแน่นแฟ้น ความมั่นคงในความสัมพันธ์ระหว่างกัน
การให้ของขวัญ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะส่งความรักไปหาพวกเขา
RelationGifts จึงเกิดขึ้น ด้วยความเชื่อว่าทุกๆ ความสัมพันธ์คือของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน มันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความสุขและมีความหมาย
เราอยากให้การมอบของขวัญให้กันเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึกดีๆ มากกว่าแค่ทำตามธรรมเนียมปฏิบัติ
จึงออกมาเป็นแคมเปญ RelationGifts ที่ทางห้างรวมของขวัญสำหรับความสัมพันธ์ต่างๆให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ เพื่อให้ลูกค้าไม่ได้รับแค่สินค้า แต่ได้ส่งความปรารถนาดี ความคิดถึง และความจริงใจให้คนรอบตัว

ของขวัญ

นักคัดสรร

สำหรับลูกค้าของเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์คำว่า ‘นักคัดสรร’ น่าจะเหมาะที่สุด เพราะพวกเขามองหาสินค้าที่มีเอกลักษณ์และหาซื้อไม่ได้จากที่อื่นๆ ห้างสรรพสินค้าจึงไม่ได้มีแค่ ‘สรรพสินค้า’ แต่ต้องวางตัวเป็น curator of tastes คัดสรรของดีและเหมาะกับลูกค้าที่มีเอกลักษร์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว คนวัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ เพราะสิ่งที่ลูกค้าใส่ถุงกลับบ้านไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่เป็นรสนิยมและคุณค่าทางจิตใจ
เมื่อตัวห้างใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ลูกค้าเองก็ตั้งใจเลือกหาของขวัญที่เหมาะไปให้คนที่รัก ความพยายามของสองฝ่ายทำให้ของขวัญที่จะมอบให้ผู้คนรอบตัวปีนี้มีความหมายมากกว่าที่เคยKaweco

One and Only You

ความพิเศษของของขวัญไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่เป็นความตั้งใจและความใส่ใจของผู้ให้ที่สะท้อนผ่านของขวัญ ต่างหากที่มีความหมาย บริการห่อของขวัญที่ลูกค้าสามารถ customize ได้ทั้งกระดาษห่อ และการ์ดอวยพรตัวแทนความสัมพันธ์ต่างๆ จึงสร้างรอยยิ้มให้ผู้รับตั้งแต่แรกเห็น
นอกจากนี้สิ้นปีไปจนถึงปีใหม่ สินค้ามากมายของเอ็มโพเรียมยังสามารถ personalize และ customize กลายเป็นของขวัญเฉพาะตัวให้ผู้รับ ไม่ว่าจะเป็น Kaweco ปากกาสัญชาติเยอรมัน เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถเลือกสีและประกอบชิ้นส่วนปากกาได้ทุกส่วน ตั้งแต่ฝา หัวปากกา จนถึงตัวด้าม เหมาะเป็นของขวัญให้เพื่อนซี้ของคุณ, บริการ Customized Beauty Bouquet ครั้งแรกกับบริการจัดเครื่องสำอางที่เลือกซื้อเป็นช่อดอกไม้ด้วยสินค้าจากแผนก Beauty Hall ที่รับประกันว่าสาวๆ ต้องยิ้มแก้มปริเมื่อคนรักซื้อให้
แถมยังมีการ personalize อีกมากมายที่สลักชื่อผู้รับบนสินค้า เช่น การสลักตัวอักษรบนขวดน้ำหอมและเทียนหอม Jo Malone สำหรับคนรัก, การปักชื่อย่อบนเสื้อเชิ้ต Brooks Brothers ที่เหมาะจะมอบให้ตั้งแต่คนรัก, คุณพ่อหรือผู้ใหญ่ในครอบครัว, การแสตมป์ชื่อบนปกสมุดบันทึกม้วนได้ 360 องศา จาก Zequenz ก็เป็นไอเดียเก๋ๆ ที่ทำให้ของขวัญสำหรับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานชิ้นนี้พิเศษกว่าทุกปี
Kaweco beauty bouquet service

พบกับบริการ Personalized RelationGifts ที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบนของขวัญอีกมากมายทั่วทั้งห้างเอ็มโพเรียมตลอดเทศกาลปีใหม่นี้
It’s not just the gift you give, it’s also the love you get.
ด้วยความเชื่อของห้างซ่อนตัวอยู่ในของขวัญ แต่หีบห่อที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นรอยยิ้มจากใจของผู้ให้และการมีโมเมนต์ดีๆ ร่วมกัน

Brooks Brother Jo Malone Zequenz 360° Roll Up Journal

It’s not just the gift you give, it’s also the love you get.

สโลแกนประจำเทศกาลบอกชัด ความปรารถนาดีของห้างซ่อนตัวอยู่ในของขวัญ แต่หีบห่อที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นรอยยิ้มหวานและคำพูดดีๆ จากผู้ให้

ของขวัญ

มาสัมผัสและค้นหา RelationGifts สำหรับความสัมพันธ์ของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 มกราคม 2561 ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียมและเอ็มควอเทียร์

Facebook l Emporium Department Store

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

2 กุมภาพันธ์ 2561

เชื่อว่านาทีนี้คงไม่มีใครในประเทศไม่รู้จัก โครงการ ‘ก้าวคนละก้าว’ ของพี่อูน พี่ตูน หรือ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย โครงการวิ่งระยะทาง 2,215.40 กิโลเมตร จากใต้สุดที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถึงเหนือสุดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อระดมทุนให้มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ

ท่ามกลางเสียงเชียร์และกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศ นับถึงวันนี้ (31 มกราคม) ก้าวคนละก้าวมียอดเงินบริจาคทั้งสิ้น 1,368,585,336.85 บาท และแม้การวิ่งจะจบลง แต่ตัวเลขที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศยังไม่หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับเว็บไซต์ของโครงการที่ยังดำเนินต่อไป

วันนี้ เราจึงพามารู้จักทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์  kaokonlakao.com นี้ เว็บไซต์ศูนย์กลางการบริจาคเงินของโครงการนี้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ สาขารัชโยธิน

ท่าทีเคร่งขรึมของตัวแทนทีมงานทั้ง 9 คน บ่งบอกความเชี่ยวชาญในสายงานการเงินธนาคารและ IT อย่างคาดเดาได้ไม่ยาก แต่ทันทีที่เริ่มต้นบทสนทนาถึงวิธีคิดและการทำงานเบื้องหลังโครงการก้าวคนละก้าว สิ่งที่ได้ยินก็เปลี่ยนภาพจำเกี่ยวกับคนธนาคารที่เคยมีมาทั้งหมด

โจทย์ตั้งต้นที่สนุก วิธีแก้ไขปัญหาและทัศนคติในการทำงานที่เปลี่ยนไป ทำให้เผลอถามซ้ำๆ ตลอดการสนทนาว่า นี่เรากำลังคุยกับคนสายงานธนาคารจริงหรือเปล่า

ประชุม

More Than Banking

จริงๆ แล้วหน้าที่ของธนาคารไทยพาณิชย์สำหรับโครงการนี้น่าจะเป็นเพียงผู้รับฝากเงินระดมทุน คล้ายกับสมัยที่ทุกคนร่วมใจโทรเข้าไปบริจาคเงินกับนักแสดง ดารา และนางงาม ในรายการพิเศษ โดยมีสาวสวยชุดม่วงคอยให้เลขบัญชีและจดยอดตัวเลขบริจาค

แต่สิ่งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทำนั้นปลดล็อกทัศนคติเกี่ยวกับการบริจาคเดิมๆ ไปตลอดกาล

ประชุม ประชุม

“จากโจทย์บรรทัดเดียวจากพี่ตูน นั่นคือ ผมอยากได้เงิน 10 บาท จากคนไทย 70 ล้านคน” ทำให้ทีมงานที่ร่วมกันในโปรเจกต์พิเศษนี้ท้าทายความสามารถตัวเองด้วยการไปให้ไกลกว่าการเป็นธนาคารที่เปิดบัญชีรับเงินบริจาค

หลังจากได้รับโจทย์ตัวเลขจากพี่ตูน ทีม Payment ซึ่งนำทีมโดย วอช-วัชรพงษ์ พจนีย์นนท์ ก็กลับมาพร้อมแผนงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริจาคเงินให้ตอบทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่คนที่เดินไปฝากเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร คนที่ทำธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์ คนที่ใช้บัตรเครดิต ไปจนถึงคนที่เคยใช้ Crowdfunding เว็บไซต์ระดมทุนในต่างประเทศ รวมถึงเสนอระบบพร้อมเพย์ 

แล้ววิธีการใดที่จะทำให้โครงการนี้ได้รับเงิน 10 บาทจากทุกคนเร็วที่สุด วอชชวนเราคิด

และช่องทางแรกอย่าง SMS บริจาคเงินคือคำตอบ คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะทำอย่างไรให้มูลนิธิฯ ได้รับเงิน 10 บาทจาก SMS อย่างเต็มจำนวน ทีมงานจึงร่วมกับทางมูลนิธิฯ ขออนุญาตกับทาง กสทช. และคุยกับผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณรายต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือยกเว้นค่าธรรมเนียม อาจจะฟังดูเหมือนง่าย แต่ในทางปฏิบัติแล้วส่งผลต่อระบบหลังบ้านที่ต้องจัดการใหม่

นอกจากนี้ยังมีช่องทางอีกมากมายในการบริจาคที่ทีมงานคิดมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ ตั้งแต่การบริจาคผ่านปุ่มบริจาคใน Easy APP ไม่ต้องจำเลขบัญชีก็บริจาคได้ หรือ QR code ระบบพร้อมเพย์ ที่ช่วยให้การโอนต่างธนาคารไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม รวมถึงเป็น partner กับเว็บไซต์รักดี เพื่อทำระบบรับเงินบริจาคออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ที่สำคัญไม่แพ้ช่องทางบริจาคต่างๆ ก็คือการคิดที่จะสร้างเว็บไซต์ kaokonlakao.com ที่รวมทุกช่องทางการบริจาค และทำระบบที่รวบรวมทุกบาททุกสตางค์เพื่ออัพเดตยอดเงินบริจาค real time แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโครงการรับบริจาคไหนมาก่อน ทั้งหมดนี้มีกำหนดระยะเวลาในการเตรียมงานทั้งสิ้น 1 เดือน

และแม้จะไม่มีความรู้เรื่อง IT มากนัก เราก็พอจะนึกภาพออกว่าการมาของ real time สร้างความวุ่นวายให้ระบบหลังบ้านแค่ไหน

ประชุม

Mission Beyond The Mission

โปรเจกต์เว็บไซต์ก้าวคนละก้าวเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ทดลองที่เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของชาว SCB อย่างมาก เป็นตัวอย่างของการทำงานข้ามฟังก์ชันข้ามแผนกอย่างมีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้ทีมงานได้ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน

โดยมาในรูปแบบโจทย์บรรทัดเดียวที่เปิดกว้างทางความคิด จนออกมาเป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่เกิดประโยชน์ในมิติที่หลากหลายขึ้น บ้างตอบโจทย์การทำงานขององค์กร บ้างตอบโจทย์สังคม บ้างตอบโจทย์ passion ของตัวเอง

“หากเป็นเมื่อก่อน เราคงคิดไม่ออกว่านอกจากเปิดบัญชีรับบริจาคแล้ว เราจะทำอะไรอย่างอื่นได้บ้าง แต่เมื่อเปิดให้ทุกคนลองคิด ลองทำ ลองดู จึงเป็นที่มาของช่องทางและวิธีการต่างๆ จนออกมาเป็นเว็บไซต์ในที่สุด” ตั๊ก-กมลชนก จะโนภาษ จากทีม Marketing เล่า ก่อนจะเสริมว่า หัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่การคิดเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของตัวเอง อย่างการตั้งคำถามกับตัวเองว่า…เราทำอะไรได้มากกว่านี้บ้าง

จากกระบวนการทำงานของคนธนาคารสมัยก่อนที่มักจะทำแต่งานในส่วนงานที่ตัวเองรับผิดชอบ เช่น ถ้าเราดูเรื่องฝากเงิน เราก็จะดูแต่เรื่องฝากเงิน และจะตอบคำถามเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ฝากเงินไม่ได้ เป็นต้น โปรเจกต์พิเศษนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของการทำงานข้ามฟังก์ชันที่ทุกคนพร้อมเปิดใจเรียนรู้ไปด้วยกัน

การร่วมกันคิดหาสิ่งใหม่เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าก็เป็นอีกที่มาหนึ่งของฟังก์ชันในเว็บไซต์ก้าวคนละก้าวที่สามารถเข้ามาดูยอดบริจาคได้แบบ real time

“วิธีการระดมทุนเชิญชวนให้คนบริจาคเงินไม่ได้แตกต่างไปจากโครงการก่อนๆ ที่มี แต่ด้วยไลฟ์สไตล์และการเข้าถึงข้อมูลที่เปลี่ยนไป จากที่เคยใช้โทรทัศน์และวิทยุสื่อสารทางเดียว เมื่อมีช่องทางที่หลากหลายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การสร้างความรู้สึกร่วมจึงทำได้ง่ายกว่า” วรรณ-ธนวรรณ กิจรังษีวิบูลย์ จากทีม Digital Banking เล่าเหตุผลที่ฟังก์ชันของเว็บไซต์ก้าวคนละก้าวมีมากกว่าข้อมูลช่องการบริจาคเงิน

ประชุม

แอปพลิเคชัน

I Believe I Can Fly

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันและพูดถึงอยู่ตลอดการสนทนา คือเรื่องการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี และการทำงานเป็นทีม ที่ทำให้องค์กรไปได้เร็ว เพราะถ้าผู้ใหญ่ในองค์กรทำอะไรเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ฟันเฟืองของคนทำงานก็คงหมุนต่อไม่ได้

หนึ่งในตัวอย่างของการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ของสถาบันการเงินแห่งแรกในประเทศอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็คือโครงการเว็บไซต์ก้าวคนละก้าว

นอกจากวิธีการรับบริจาคที่ทั่วถึงคนทุกไลฟ์สไตล์แล้ว ทีมยังคิดถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างใบเสร็จออนไลน์ และการอัพเดตยอดเงินบริจาคแบบ real time ซึ่งทั้งหมดนี้มีระยะเตรียมงานทั้งหมดเพียง 1 เดือนเท่านั้น

“ตอนที่ได้รับโจทย์จากผู้ใหญ่ให้ทำหน้าที่ Project Manager โครงการนี้ ไม่ว่าเราจะติดต่อประสานไปยังส่วนงานไหนก็ไม่มีคำว่าทำไม่ได้เลย ทุกคนจะพูดเหมือนกันว่ามาลองดูกันก่อนว่าจะทำยังไงได้บ้าง ตั้งต้นที่โจทย์ เหมือนทุกคนกำลังลงเรือลำเดียวกัน เห็นปลายทางชัดเจนร่วมกันว่ามันต้องทำได้สิ ทุกคนช่วยกันหาโซลูชั่นตามความถนัดของตัวเอง” ติ้ง-ธนพร พัฒนวนิชชากร Project Manager ที่เปลี่ยนตัวเองจากนักสื่อสารจากทีม Marketing มาเรียนรู้กระบวนการทั้งหมดไปพร้อมกันกับทีม 

“แม้จะมีเวลาน้อยมากในการเตรียมระบบหลังบ้าน แต่เป็นธรรมชาติของทีม IT ที่จะทำงาน support ทุกฝ่ายให้ทันในเวลาที่กำหนดหากทีมงานฝั่ง Business สรุปโจทย์ความต้องการชัดเจน และโครงการนี้ก็เช่นกัน กระบวนการที่รวดเร็วเกิดจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวของทำงานคู่ขนานกันไป เช่น ตอนเราคิดแก้ปัญหาเรื่องระบบสำหรับใบเสร็จออนไลน์ ติ้งก็ช่วยประสานเรื่องกฎหมายกับทางทีมกฎหมายสรรพากรของแบงก์ ซึ่งแม้สุดท้ายจะไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย เราก็ได้ลองทำอย่างที่สุดแล้ว” หนิง-อารีรัตน์ เหลืองรุจินันท์ หัวหน้าทีมวางแผนงานด้าน IT เล่าบรรยายกาศการทำงานแข่งกับเวลา

ก้าวคนละก้าว

ก้าวคนละก้าว

แม้เราจะได้ยินศัพท์ IT ในตลอดการสนทนา แต่เพราะทุกคนร่วมด้วยช่วยกันอธิบายซ้ำๆ ในภาษาที่ง่ายอย่างไม่กลัวเสียเวลา ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมบรรยากาศของการทำงานที่มีคนหลากหลายสาขา ตั้งแต่ทีมงานการตลาด โฆษณา ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี งานกำกับและควบคุม งานหน้าบ้านและหลังบ้านธนาคารนี้ จึงเป็นตัวแปรเล็กๆ แต่สำคัญของความสำเร็จของเว็บไซต์ก้าวคนละก้าว

น่าเสียดายที่แผนการใบเสร็จออนไลน์ไม่สามารถเกิดขึ้นจริง ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายในหลายประเด็น จึงทำได้เพียงเป็นช่องทางให้ผู้บริจาคกรอกข้อมูลนำส่งมูลนิธิทางออนไลน์เท่านั้น

ทุกสิ่งที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทยทำสิ่งนี้ เพราะหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจอื่น จึงเป็นหน้าที่ของทีม Compliance ในการเข้าหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขออนุญาตกับธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารสามารถให้บริการสิ่งนี้ได้

“สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง คือความปลอดภัยของข้อมูลและการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของการเก็บข้อมูลลูกค้า ความปลอดภัยของการใช้บริการเว็บไซต์ ทีมงานจึงต้องประสานงานกับผู้ดูแลโครงการเพื่อเตรียมข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ครอบคลุมความเสี่ยง แสดงถึงความตั้งใจของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ส่งผลให้การขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยสำเร็จลุล่วงไปได้ ก็เป็นเพราะเรามีทีมงานสนับสนุนที่ดี” อรรถวิทย์ จุ่งพิวัฒน์ จากทีม Compliance เล่าถึงสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญ

“ถ้าเป็นฝ่ายกำกับยุคเก่าก็คงคิดถึงสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่คำตอบของทีมนี้คือ ได้แหละ ขอลองดูก่อน และหากสิ่งไหนร้ายแรงมากจริงๆ เขาก็จะคอยบอก แต่ก็บอกว่าขอลองดู และเขาจะทำให้เราเห็นข้อเท็จจริงทุกอย่าง ว่ามีวิธีการใดทำให้เกิดขึ้น ไม่ใช้การพูดปฏิเสธ ทั้งๆ ที่เป็นทีมในแผนกที่ควรจะกังวลกับเรื่องนี้มากที่สุด” ตั๊ก-กมลชนก จะโนภาษ จากทีม Marketing เป็นตัวแทนเล่าถึงทัศนคติในการทำงานของทีม Compliance

Working with the Soul

คิดว่าอะไรทำให้บรรยากาศการทำงานเปลี่ยนขนาดนี้ เราถาม

“สิ่งหนึ่งที่พวกเราเหมือนกันคือ เราเคยเป็นลูกค้าแบงก์ที่รู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่เป็น ในวันที่เรามาเป็นพนักงานธนาคารเราก็อยากเปลี่ยน เมื่อก่อนธนาคารจะมองที่ผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็นหลัก แล้วเอาสิ่งนั้นไปขายลูกค้า ตอนนี้กลายเป็นว่าลูกค้าอยากได้อะไรธนาคารต้องทำเพื่อตอบสนองเหล่านั้น พฤติกรรมคนยุคนี้เป็นอย่างไรเราต้องทำ product ให้เหมาะกับพฤติกรรมนั้นมากกว่า” อดีตคนทำงานสายโฆษณาอย่างวรรณ ทีม Digital Banking เล่า

มาถึงทีมงานส่วนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ทีมสาขา ในตลอดเส้นทางจากเบตงถึงแม่สาย ที่มาพร้อม ‘กฐินโมเดล’ หรือการเอาเงินมากองรวมกันในห้องแล้วเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อนับเงิน เป็นบรรยากาศการร่วมแรงที่ทุกคนปลื้มปีติไปตามๆ กันเงินบริจาค

“งานเรากลายเป็นส่วนเล็กๆ ในโปรเจกต์นี้ไปเลยนะ เมื่อเห็นพี่ๆ สาขานั่งนับเงินทีละบาท สิบบาท ยี่สิบบาท เราเป็นแค่จุดจุดเดียว ในโปรเจกต์ที่ฟังดูเล็กอย่าง ‘แค่รับเงินบริจาค’ แบบนี้ แต่เบื้องหลังแล้วมีคนที่เกี่ยวข้องเยอะมาก” แจง-มณฑิรา อหันทริก จากทีม Enterprise Architecture รีบเล่า

“เราไม่ค่อยได้ทำงานร่วมกับฝ่ายอื่น นี่จึงเป็นโอกาสให้เห็นการทำงานของหลายๆ ฝ่าย ทีมสาขาเขาก็ภูมิใจในทีมไอทีขององค์กรมากๆ เลยนะ ยังคุยกันเองอยู่เลยว่าองค์กรของเราสุดยอดจัง” ยุ-ยุพา จั่นเพ็ชร ผู้อำนวยการสาขารัชโยธิน ส่งต่อความภูมิใจจากทีมสาขากลับสู่ทีมงานหลักทุกคน

“ตอนแรกผมแค่คิดอย่างเดียว ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้”

“พี่ตูนมักจะพูดเสมอเรื่องพลังบวก และเราก็เห็นกับตาว่าพลังบวกส่งต่อคนใน SCB อย่างไร ยิ่งมีพลังบวกยิ่งที่ทำให้เรายิ่งพยายาม ถ้าไม่มีทางที่หนึ่ง ก็อาจจะมีทางที่สองและสาม และในวันที่ประสบความสำเร็จเราก็อิ่มเอมกับมัน และไม่ใช่แค่กับโปรเจกต์นี้ แต่เป็นทุกๆ โปรเจกต์ของเรา” วอชกล่าวในฐานะทีมหน้าด่านที่อยู่รับโจทย์พี่ตูนตั้งแต่วันแรก ขณะที่ทุกคนที่เหลือยิ้มรับคำพูดนั้น

ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว สาเหตุที่ทุกคนพร้อมใจกันในวันนี้จะเป็นเพราะพี่ตูนหรือเปล่า

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือการเปิดรับโอกาส กล้าที่ลองผิด ลองดู ลองทำ เรียนรู้บทเรียนเกิดขึ้นและรับความรู้สึกอิ่มเอมร่วมกัน

ก้าวคนละก้าว

ภาพ: kaokonlakao.com  

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load