ตอนอ่านหนังสือ เราจินตนาการหลากหลายมากว่า ในวังหลวงและพระราชฐานชั้นในเป็นยังไงนะ ก็ได้แต่พยายามนึกภาพที่เราเห็นและส่อง Google Maps ตั้งแต่ตำหนัก แถวเต๊ง พระที่นั่งองค์ต่างๆ แล้วก็มโนภาพชาววังที่ใช้ชีวิตอยู่ด้านใน โดยมีกำแพงพระบรมมหาราชวังสีขาวสูงใหญ่กั้นเอาไว้กับโลกภายนอก มีเพียงประตูศรีสุดาวงศ์หรือที่เรียกว่าประตูดินเท่านั้นที่เป็นช่องทางออกสู่ภายนอกได้

พูดถึงประตูพระบรมมหาราชวังแล้วก็มักจะสร้างปัญหาให้บ่อยๆ เวลาไปเที่ยววัดพระแก้ว ยิ่งโดยเฉพาะตอนนัดหมายต้องบอกให้ถูกว่ารอประตูไหน และเข้าประตูไหน ซึ่งก็ไม่มีใครเรียกชื่อประตูเลยนอกจาก ‘ประตูตรงศิลปากร’ ‘ประตูตรงสนามหลวง’

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ประตูวิเศษไชยศรี

ชื่อประตูนั้นสำคัญไฉน

สำคัญตรงที่ประตูของพระบรมมหาราชวังทั้ง 12 ประตูใหญ่นั้นมีชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้รู้ว่าประตูใดอยู่ตรงไหน และอยู่ใกล้กับส่วนไหน ที่สำคัญอีกเรื่องที่น่าสนใจคือชื่อนั้นถูกตั้งให้คล้องจองกันทั้งหมดและมีความหมายที่ไพเราะมากทีเดียว เริ่มไล่เรียงกันที่ประตูวิมานเทเวศร์ซึ่งอยู่ตรงท่าช้าง ไล่ตามเข็มนาฬิกาก็จะเรียงได้ตามนี้

วิมานเทเวศร์ วิเศษไชยศรี มณีนพรัตน์ สวัสดิโสภา เทวาพิทักษ์ ศักดิ์ไชยสิทธิ์ วิจิตรบรรจง อนงคารักษ์ พิทักษ์บวร สุนทรทิศา เทวาภิรมย์ อุดมสุดารักษ์

แถมสามารถอ่านชื่อแบบถอยหลังโดยคงความหมายและความไพเราะได้อีก ลองอ่านดูสิ

สุดารักษ์อุดม ภิรมย์เทวา ทิศาสุนทร บวรพิทักษ์ คารักษ์อนงค์ บรรจงวิจิตร ไชยสิทธิ์ศักดิ์ พิทักษ์เทวา โสภาสวัสดิ์ นพรัตน์มณี ไชยศรีวิเศษ เทเวศร์วิมาน

รู้จักชื่อประตูแล้วก็ให้จำไว้เลยว่าจะเข้าวัดพระแก้ว ไปเจอกันที่ประตูวิเศษไชยศรีนะ

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

จุดแรกที่ไม่ควรพลาดเลยเมื่อเข้ามาจากประตูวิเศษไชยศรีคือบริเวณลานสนามหญ้าด้านหน้าศาลาสหทัยสมาคมที่เราจะได้เห็นมุมมองเหมือนหน้าเหรียญบาทเป๊ะๆ ฉากหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียว ฉากหลังเป็นหลังคาพระอุโบสถอยู่ด้านขวา และตรงกลางเป็นพระศรีรัตนเจดีย์ พระมหามณฑป และปราสาทพระเทพบิดรซ้อนกันเป็นชั้นๆ มุมนี้จึงเป็นมุมมหาชนของนักท่องเที่ยวก่อนจะไปเจอกับของจริงด้านใน

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

เมื่อผ่านประตูเข้าไปแล้ว (ด้วยการเดินตัวปลิวเพราะเราเป็นคนไทยไม่เสียเงิน) ก็จะเจอพระระเบียงที่ถูกแต่งแต้มด้วยจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวของ รามเกียรติ์ และยักษ์เฝ้าประตูอยู่ทุกทิศ ลองสังเกตดีๆ ที่ฐานของยักษ์มีชื่อบอกว่ายักษ์ตนนี้ชื่ออะไร และที่สำคัญคือเป็นยักษ์จากเรื่อง รามเกียรติ์ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นทศกัณฐ์ สหัสเดชะ พิเภก กุมภกรรณ และอื่นๆ อีกมากมาย

ความสนุกอีกอย่างคือการไล่ตามหาตอนแรกและตอนจบของ รามเกียรติ์ ที่อยู่ตามพระระเบียงว่าอยู่ห้องไหน ซึ่งเราจะได้เห็นตอนต่างๆ ที่ผ่านหูผ่านตามาจากบทเรียนภาษาไทยตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษายันระดับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นหนุมานอมพลับพลา กุมภกรรณทดน้ำ ศึกกรุงลงกา และอื่นๆ อีกมากมายที่กระตุ้นความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องเรียนภาษาไทยออกมาโดยไม่รู้ตัว

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ตอนหนุมานอมพลับพลา

นอกจากจิตรกรรมฝาผนังแล้ว บริเวณโดยรอบของฐานไพทีซึ่งเป็นที่ตั้งของพระศรีรัตนเจดีย์องค์ใหญ่สีทอง พระมหามณฑป และปราสาทเทพบิดร ก็เป็นอีกจุดที่สามารถเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินและถ่ายรูปสวยๆ กับรูปปั้นของสัตว์หิมพานต์ ไม่ว่าจะเป็นกินรี กินนร อสุรปักษี ครุฑ นาค ยักษ์ รวมถึงนครวัดจำลองที่ใหญ่และงานละเอียดสุดๆ

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

นักท่องเที่ยวชอบมาทำท่าเลียนแบบยักษ์กันตรงนี้

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

มาถึงวัดพระแก้วไม่เข้าไปไหว้พระแก้วมรกตก็ถือว่ามาไม่ถึง

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือที่เรียกกันว่า พระแก้วมรกต ที่แกะสลักจากหยกอ่อนเนไฟรต์ เป็นศิลปะยุคก่อนเชียงแสนจนถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานระบุว่าพบครั้งแรกที่เชียงราย (วัดพระแก้ว) เกิดเหตุการณ์ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์พบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทองจึงได้นำไปไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิก(จมูก) เกิดกระเทาะออกทำให้เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงได้นำพระพุทธรูปมากระเทาะปูนออกทั้งองค์ พบว่าเป็นเนื้อหยกทั้งองค์

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

พระแก้วมรกต เครื่องทรงฤดูร้อน (ถ่ายจากพื้นที่อนุญาตให้ถ่ายภาพ)

มีเรื่องเล่าถึงการเดินทางของพระแก้วมรกตไว้ว่า พระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่เชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่ช้างทรงกลับเดินไปทางลำปาง เชียงใหม่เห็นว่าลำปางเองก็อยู่ในอาณาจักรล้านนา พระแก้วมรกตก็เลยไปประดิษฐานอยู่ที่พระแก้วดอนเต้า จนสมัยพระเจ้าติโลกราชก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปเชียงใหม่ และเมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งล้านช้าง(ลาว) เสด็จกลับหลวงพระบาง ก็อัญเชิญพระแก้วมรกตไปด้วยพร้อมกับพระพุทธสิหิงค์ ทางเชียงใหม่ขอคืนได้แค่พระพุทธสิหิงค์

เมื่อล้านช้างย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมาเวียงจันทน์ พระแก้วมรกตถูกอัญเชิญลงมาด้วย พอเข้าสมัยธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราชก็อัญเชิญพระแก้วมรกตมาที่วัดอรุณฯ และข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน

จะว่าไปแล้วข้อสังเกตคือ วัดที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกตจะถูกตั้งชื่อว่า ‘วัดพระแก้ว’ ทั้งสิ้น และเราก็เดินทางไปวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตมาแล้วถึง 3 แห่งด้วยกันในทริปนี้ ตั้งแต่หอพระแก้วที่เวียงจันทน์ วัดอรุณฯ และที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

จากวัดพระแก้วเส้นทางเดินต่อไปคือ การเข้าสู่พระราชฐานชั้นกลางของพระบรมมหาราชวัง

พระบรมมหาราชวังแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ พระราชฐานชั้นหน้า จะอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าทั้งหมดจนถึงประตูพิมานไชยศรี (ไม่รวมวัดพระแก้ว) ปัจจุบันเป็นพื้นที่ตั้งของสำนักงานต่างๆ และที่ทำการทหารรักษาพระราชวัง

ต่อไปคือพระราชฐานชั้นกลาง เป็นส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมได้บางส่วน โดยเป็นพื้นที่สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีพระที่นั่งหลายองค์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ส่วนสุดท้ายคือพระราชฐานชั้นใน โดยเริ่มตั้งแต่ประตูสนามราชกิจ (ประตูย่ำค่ำ) ไปถึงแถวเต๊ง เป็นที่เฉพาะของสตรีล้วนๆ และเด็กชายที่อายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งพื้นที่ชั้นในนี่แหละที่เป็นฉากในนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งองค์หลักที่นักท่องเที่ยวได้ชมและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วยก็คือ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นพระที่นั่งในหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419  ประกอบด้วย ปราสาท 3 องค์ แต่ละองค์เชื่อมต่อกันด้วยมุขกระสัน ความโดดเด่นของพระที่นั่งองค์นี้คือการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมยุโรป ตัวอาคารพระที่นั่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แต่หลังคาพระที่นั่งเป็นยอดปราสาทรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย เป็นที่มาของชื่อ ‘ฝรั่งสวมชฎา’

 

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ก่อนพระอาทิตย์จะสิ้นแสง เราออกมาจากพระบรมมหาราชวังในช่วงเวลาที่ใกล้ปิดแล้ว ความหิวเริ่มครอบงำ การเที่ยวครั้งนี้ใช้พลังงานไปเยอะเลยทีเดียวจากการเดิน เดิน เดิน และเดิน บวกกับอากาศร้อนระอุของช่วงสงกรานต์ ผ่านไปแล้ว 2 เมืองหลวง นับเป็นครึ่งทางของทริปนี้แล้ว เหลืออีกเพียง 2 เมืองหลวงใน 2 ประเทศที่จะต้องเดินทางต่อไป โดยการเดินทางครั้งนี้จะเป็นการนั่งรถไฟแบบรวดเดียวเกือบ 24 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ ไปยังกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ชักจะตื่นเต้นซะแล้วสิ 

To be continued…

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

ตอนอ่านหนังสือ เราจินตนาการหลากหลายมากว่า ในวังหลวงและพระราชฐานชั้นในเป็นยังไงนะ ก็ได้แต่พยายามนึกภาพที่เราเห็นและส่อง Google Maps ตั้งแต่ตำหนัก แถวเต๊ง พระที่นั่งองค์ต่างๆ แล้วก็มโนภาพชาววังที่ใช้ชีวิตอยู่ด้านใน โดยมีกำแพงพระบรมมหาราชวังสีขาวสูงใหญ่กั้นเอาไว้กับโลกภายนอก มีเพียงประตูศรีสุดาวงศ์หรือที่เรียกว่าประตูดินเท่านั้นที่เป็นช่องทางออกสู่ภายนอกได้

พูดถึงประตูพระบรมมหาราชวังแล้วก็มักจะสร้างปัญหาให้บ่อยๆ เวลาไปเที่ยววัดพระแก้ว ยิ่งโดยเฉพาะตอนนัดหมายต้องบอกให้ถูกว่ารอประตูไหน และเข้าประตูไหน ซึ่งก็ไม่มีใครเรียกชื่อประตูเลยนอกจาก ‘ประตูตรงศิลปากร’ ‘ประตูตรงสนามหลวง’

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ประตูวิเศษไชยศรี

ชื่อประตูนั้นสำคัญไฉน

สำคัญตรงที่ประตูของพระบรมมหาราชวังทั้ง 12 ประตูใหญ่นั้นมีชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้รู้ว่าประตูใดอยู่ตรงไหน และอยู่ใกล้กับส่วนไหน ที่สำคัญอีกเรื่องที่น่าสนใจคือชื่อนั้นถูกตั้งให้คล้องจองกันทั้งหมดและมีความหมายที่ไพเราะมากทีเดียว เริ่มไล่เรียงกันที่ประตูวิมานเทเวศร์ซึ่งอยู่ตรงท่าช้าง ไล่ตามเข็มนาฬิกาก็จะเรียงได้ตามนี้

วิมานเทเวศร์ วิเศษไชยศรี มณีนพรัตน์ สวัสดิโสภา เทวาพิทักษ์ ศักดิ์ไชยสิทธิ์ วิจิตรบรรจง อนงคารักษ์ พิทักษ์บวร สุนทรทิศา เทวาภิรมย์ อุดมสุดารักษ์

แถมสามารถอ่านชื่อแบบถอยหลังโดยคงความหมายและความไพเราะได้อีก ลองอ่านดูสิ

สุดารักษ์อุดม ภิรมย์เทวา ทิศาสุนทร บวรพิทักษ์ คารักษ์อนงค์ บรรจงวิจิตร ไชยสิทธิ์ศักดิ์ พิทักษ์เทวา โสภาสวัสดิ์ นพรัตน์มณี ไชยศรีวิเศษ เทเวศร์วิมาน

รู้จักชื่อประตูแล้วก็ให้จำไว้เลยว่าจะเข้าวัดพระแก้ว ไปเจอกันที่ประตูวิเศษไชยศรีนะ

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

จุดแรกที่ไม่ควรพลาดเลยเมื่อเข้ามาจากประตูวิเศษไชยศรีคือบริเวณลานสนามหญ้าด้านหน้าศาลาสหทัยสมาคมที่เราจะได้เห็นมุมมองเหมือนหน้าเหรียญบาทเป๊ะๆ ฉากหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียว ฉากหลังเป็นหลังคาพระอุโบสถอยู่ด้านขวา และตรงกลางเป็นพระศรีรัตนเจดีย์ พระมหามณฑป และปราสาทพระเทพบิดรซ้อนกันเป็นชั้นๆ มุมนี้จึงเป็นมุมมหาชนของนักท่องเที่ยวก่อนจะไปเจอกับของจริงด้านใน

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

เมื่อผ่านประตูเข้าไปแล้ว (ด้วยการเดินตัวปลิวเพราะเราเป็นคนไทยไม่เสียเงิน) ก็จะเจอพระระเบียงที่ถูกแต่งแต้มด้วยจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวของ รามเกียรติ์ และยักษ์เฝ้าประตูอยู่ทุกทิศ ลองสังเกตดีๆ ที่ฐานของยักษ์มีชื่อบอกว่ายักษ์ตนนี้ชื่ออะไร และที่สำคัญคือเป็นยักษ์จากเรื่อง รามเกียรติ์ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นทศกัณฐ์ สหัสเดชะ พิเภก กุมภกรรณ และอื่นๆ อีกมากมาย

ความสนุกอีกอย่างคือการไล่ตามหาตอนแรกและตอนจบของ รามเกียรติ์ ที่อยู่ตามพระระเบียงว่าอยู่ห้องไหน ซึ่งเราจะได้เห็นตอนต่างๆ ที่ผ่านหูผ่านตามาจากบทเรียนภาษาไทยตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษายันระดับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นหนุมานอมพลับพลา กุมภกรรณทดน้ำ ศึกกรุงลงกา และอื่นๆ อีกมากมายที่กระตุ้นความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องเรียนภาษาไทยออกมาโดยไม่รู้ตัว

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ตอนหนุมานอมพลับพลา

นอกจากจิตรกรรมฝาผนังแล้ว บริเวณโดยรอบของฐานไพทีซึ่งเป็นที่ตั้งของพระศรีรัตนเจดีย์องค์ใหญ่สีทอง พระมหามณฑป และปราสาทเทพบิดร ก็เป็นอีกจุดที่สามารถเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินและถ่ายรูปสวยๆ กับรูปปั้นของสัตว์หิมพานต์ ไม่ว่าจะเป็นกินรี กินนร อสุรปักษี ครุฑ นาค ยักษ์ รวมถึงนครวัดจำลองที่ใหญ่และงานละเอียดสุดๆ

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

นักท่องเที่ยวชอบมาทำท่าเลียนแบบยักษ์กันตรงนี้

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

มาถึงวัดพระแก้วไม่เข้าไปไหว้พระแก้วมรกตก็ถือว่ามาไม่ถึง

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือที่เรียกกันว่า พระแก้วมรกต ที่แกะสลักจากหยกอ่อนเนไฟรต์ เป็นศิลปะยุคก่อนเชียงแสนจนถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานระบุว่าพบครั้งแรกที่เชียงราย (วัดพระแก้ว) เกิดเหตุการณ์ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์พบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทองจึงได้นำไปไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิก(จมูก) เกิดกระเทาะออกทำให้เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงได้นำพระพุทธรูปมากระเทาะปูนออกทั้งองค์ พบว่าเป็นเนื้อหยกทั้งองค์

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

พระแก้วมรกต เครื่องทรงฤดูร้อน (ถ่ายจากพื้นที่อนุญาตให้ถ่ายภาพ)

มีเรื่องเล่าถึงการเดินทางของพระแก้วมรกตไว้ว่า พระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่เชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่ช้างทรงกลับเดินไปทางลำปาง เชียงใหม่เห็นว่าลำปางเองก็อยู่ในอาณาจักรล้านนา พระแก้วมรกตก็เลยไปประดิษฐานอยู่ที่พระแก้วดอนเต้า จนสมัยพระเจ้าติโลกราชก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปเชียงใหม่ และเมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งล้านช้าง(ลาว) เสด็จกลับหลวงพระบาง ก็อัญเชิญพระแก้วมรกตไปด้วยพร้อมกับพระพุทธสิหิงค์ ทางเชียงใหม่ขอคืนได้แค่พระพุทธสิหิงค์

เมื่อล้านช้างย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมาเวียงจันทน์ พระแก้วมรกตถูกอัญเชิญลงมาด้วย พอเข้าสมัยธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราชก็อัญเชิญพระแก้วมรกตมาที่วัดอรุณฯ และข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน

จะว่าไปแล้วข้อสังเกตคือ วัดที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกตจะถูกตั้งชื่อว่า ‘วัดพระแก้ว’ ทั้งสิ้น และเราก็เดินทางไปวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตมาแล้วถึง 3 แห่งด้วยกันในทริปนี้ ตั้งแต่หอพระแก้วที่เวียงจันทน์ วัดอรุณฯ และที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

จากวัดพระแก้วเส้นทางเดินต่อไปคือ การเข้าสู่พระราชฐานชั้นกลางของพระบรมมหาราชวัง

พระบรมมหาราชวังแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ พระราชฐานชั้นหน้า จะอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าทั้งหมดจนถึงประตูพิมานไชยศรี (ไม่รวมวัดพระแก้ว) ปัจจุบันเป็นพื้นที่ตั้งของสำนักงานต่างๆ และที่ทำการทหารรักษาพระราชวัง

ต่อไปคือพระราชฐานชั้นกลาง เป็นส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมได้บางส่วน โดยเป็นพื้นที่สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีพระที่นั่งหลายองค์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ส่วนสุดท้ายคือพระราชฐานชั้นใน โดยเริ่มตั้งแต่ประตูสนามราชกิจ (ประตูย่ำค่ำ) ไปถึงแถวเต๊ง เป็นที่เฉพาะของสตรีล้วนๆ และเด็กชายที่อายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งพื้นที่ชั้นในนี่แหละที่เป็นฉากในนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งองค์หลักที่นักท่องเที่ยวได้ชมและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วยก็คือ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นพระที่นั่งในหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419  ประกอบด้วย ปราสาท 3 องค์ แต่ละองค์เชื่อมต่อกันด้วยมุขกระสัน ความโดดเด่นของพระที่นั่งองค์นี้คือการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมยุโรป ตัวอาคารพระที่นั่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แต่หลังคาพระที่นั่งเป็นยอดปราสาทรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย เป็นที่มาของชื่อ ‘ฝรั่งสวมชฎา’

 

วัดพระแก้ว, ฝรั่งสวมชฎา, เที่ยว

ก่อนพระอาทิตย์จะสิ้นแสง เราออกมาจากพระบรมมหาราชวังในช่วงเวลาที่ใกล้ปิดแล้ว ความหิวเริ่มครอบงำ การเที่ยวครั้งนี้ใช้พลังงานไปเยอะเลยทีเดียวจากการเดิน เดิน เดิน และเดิน บวกกับอากาศร้อนระอุของช่วงสงกรานต์ ผ่านไปแล้ว 2 เมืองหลวง นับเป็นครึ่งทางของทริปนี้แล้ว เหลืออีกเพียง 2 เมืองหลวงใน 2 ประเทศที่จะต้องเดินทางต่อไป โดยการเดินทางครั้งนี้จะเป็นการนั่งรถไฟแบบรวดเดียวเกือบ 24 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ ไปยังกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ชักจะตื่นเต้นซะแล้วสิ 

To be continued…

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

ในวันที่ไปไหนมาไหนในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ สะดวกสบายขึ้นกว่าแต่ก่อน เรามีรถไฟฟ้าให้ไปถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็ว เรามี Grab ที่พาเราไปส่งได้ทุกที่ การพาตัวเองจากบ้านเพื่อไปทำงานหรือไปเรียนกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก (อาจจะขอยกเว้นเรื่องความติดขัดของการจราจร และราคารถไฟฟ้าที่เห็นแล้วต้องปวดหัว) จริงๆ ยังมีการเดินทางด้วยยานพาหนะอีกชนิดหนึ่งที่ยังมีคนเลือกใช้เพื่อเดินทางไปเรียนกันเป็นกิจวัตร ตั้งแต่ยุคที่ถนนหนทางยังไม่สะดวกเท่าทุกวัน 

นั่นคือรถไฟ

รถไฟปู๊นๆ เนี่ยแหละ 

ทั้งเป็นรถไฟระหว่างเมืองที่มาจากต่างจังหวัด หรือเป็นรถไฟระยะใกล้ที่วิ่งแค่ในแถบชานเมือง ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นอีกทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกพอตัว

เรากำลังจะไปทำความรู้จัก ‘รถไฟชานเมือง’ หรือ Commuter Train 

รถไฟประเภทหนึ่งที่ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อคนที่พักอาศัยอยู่ในย่านรอบนอกของเมือง แล้วต้องเข้ามาสู่ใจกลางเมืองใหญ่ ด้วยการขนคนได้ทีละมากๆ และมีความปลอดภัยสูง จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถไฟระบบนี้เป็นทางเลือกของใครหลายคน

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ระบบรถไฟชานเมืองเน้นการขนส่งจากใจกลางเมืองใหญ่ออกไปรอบนอก ในระยะวิ่งไม่เกิน 200 กิโลเมตร หรือช่วงเวลาเดินทางไม่เกิน 3 – 4 ชั่วโมง มีสถานีที่อยู่ห่างในระยะที่เราเดินไม่ได้ และรถไฟจอดทุกสถานีที่วิ่งผ่าน (ในบางประเทศมีให้บริการเป็นรถชานเมืองด่วนด้วย) มีคนขึ้นลงตลอดการเดินทาง แตกต่างจากรถไฟระหว่างเมืองที่คนเน้นเดินทางไกลมากกว่า รวมถึงรอบเวลาก็มีมากพอให้เราไม่ต้องรอนานเมื่อพลาดขบวนก่อนหน้า 

คำนิยามของ รถไฟชานเมือง รฟท. ได้บอกเอาไว้ว่า มันคือรถไฟที่เข้า-ออก สถานีกรุงเทพและสถานีธนบุรี เดินทางไปปลายทางที่ห่างจากต้นทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร และจอดรับส่งผู้โดยสารทุกสถานี ไม่เว้นแม้แต่ป้ายหยุดรถที่เป็นจุดขึ้นลงย่อยๆ 

สำหรับ รถไฟชานเมือง ของไทยถือว่าได้รับความนิยมพอสมควร ด้วยราคาประหยัด ใช้เวลาเดินทางไม่นานเมื่อเทียบกับถนน รวมถึงการเจาะเข้ามาถึงในกลางเมือง มันจึงพาคนจากแหล่งที่อยู่อาศัยต่างๆ เดินทางเข้าสู่เมืองได้แบบส่งตรงถึงใจกลาง 

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ทางที่เธอไป

กรุงเทพมหานครมีปทุมธานีอยู่ด้านเหนือ นครปฐมอยู่ตะวันตก และฉะเชิงเทราอยู่ตะวันออก

การขยายตัวของเมืองทำให้จังหวัดรอบๆ ที่มีอาณาเขตติดกับกรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน พื้นที่อยู่อาศัยที่เคยอยู่ในไข่แดงของกรุงเทพค่อยๆ กระจายออกไปทั่วทุกทิศ แล้วไปประสานกับกลุ่มชุมชนดั้งเดิมซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของเมือง ก็ไม่พ้นเส้นทางคมนาคมทางถนนที่ดูเหมือนจะตัดตามสถานที่ต่างๆ ไปหรือแม้แต่การเปิดเส้นทางใหม่ๆ ให้เมืองเข้าไปหา ถ้าตรงไหนป๊อปปูลาร์หน่อย เส้นทางสัญจรก็มีตัวเลือกหลากหลายรูปแบบ

มาดูเส้นทางรถไฟของกรุงเทพฯ และปริมณฑลกันหน่อย ทุกคนคงมีข้อมูลชุดเดียวกันในหัวแล้วว่า สถานีรถไฟหลักของประเทศไทยก็คือสถานีกรุงเทพ หรือที่เราติดปากเรียกกันว่าหัวลำโพง ทางรถไฟที่มุ่งหน้าไปทั่วทุกภาคของไทยนั้นตั้งจุดสตาร์ทที่นี่ ก่อนจะแยกออกไปทิศทางต่างๆ

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ
รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ทางรถไฟสายเหนือและสายอีสานจับมือไปทางด้านทิศเหนือ ผ่านพื้นที่การค้าแถบโบ๊เบ๊ ยมราช สามเสน บางซื่อ บางเขน หลักสี่ สนามบินดอนเมือง เข้ารังสิต และวิ่งต่อไปอยุธยา

สายตะวันออก วิ่งไปมักกะสัน หัวหมาก ลาดกระบัง หัวตะเข้ และข้ามจังหวัดออกไปฉะเชิงเทรา

สายใต้ วิ่งไปด้านทิศตะวันตก ผ่านบางซ่อน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปบางบำหรุ ตลิ่งชัน เข้าศาลายา และไปนครปฐม

เห็นไหม แต่ละที่ชื่อคุ้นๆ ทั้งนั้น

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ในทุกเช้า ภาพที่เห็นจนชินตาคือขบวนรถไฟชานเมืองจากทั้งสามสารทิศมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ

รถไฟขบวนยาวบ้างสั้นบ้าง พาผู้โดยสารมาเต็มขบวนเดินทางเข้าสู่ในเมือง มีคนสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นลงตลอดทาง อยู่ที่ว่าปลายทางของคนคนนั้นอยู่ที่ไหน 

รถไฟที่มาจากทางทิศเหนือของกรุงเทพฯ คนจะเริ่มหนาแน่นที่อยุธยา เมื่อชุดแรกลงที่รังสิตก่อนชุดใหม่จะขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงบางซื่อ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนไป MRT ที่นี่มีคนลงเยอะพอสมควร แล้วรถไฟก็เดินทางต่อผ่านสามเสน โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่เรียกได้ว่าลงรถไฟปั๊บ เข้าโรงพยาบาลปุ๊บ และพาผู้โดยสารชุดสุดท้ายไปแตะปลายทางที่สถานีกรุงเทพ 

สายตะวันออกถือว่าลูกค้าก็ไม่น้อยหน้า ด้วยเพราะถนนเข้าเมืองค่อนข้างอ้อม ทำให้รถไฟชานเมืองกลายเป็นขวัญใจคนทำงาน คนส่วนใหญ่เดินทางมาจากฉะเชิงเทรา หัวตะเข้ ลาดกระบัง หัวหมาก ผู้โดยสารชุดใหญ่ก็ลงที่อโศก ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางกับ MRT ส่วนที่เหลือก็มีกระจายลงที่พญาไทบ้าง ยมราชบ้าง และไปจบการเดินทางที่สถานีกรุงเทพเหมือนสายอื่นๆ 

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ
รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

สถานีกรุงเทพ คือจุดหมายปลายทางและจุดเริ่มต้นการเดินทางที่อยู่ในใจกลางเมืองมากที่สุด แวดล้อมไปด้วยย่านเศรษฐกิจ การค้า ที่อยู่อาศัยที่สำคัญและหนาแน่น ไม่ต่างกับสถานีรถไฟหลักในต่างประเทศ ซึ่งมุ่งตรงเข้าใจกลางเมืองให้มากที่สุดเช่นกัน นี่คือภารกิจที่สำคัญของรถไฟชานเมือง 

พลังที่เธอมี

อย่างที่ว่าไป เจ้ารถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมทำหน้าที่ของมัน ส่งคนตอนเช้า รับคนกลับตอนเย็น วนลูปไปหลายสิบปีจนสิ่งใหม่ๆ เริ่มเข้ามาถึงกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเรา ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เกิดขึ้นมาอีกมากมายที่เป็นตัวเลือกของการเดินทางที่สะดวกขึ้น 

จากคนรอบนอกที่ต้องนั่งรถไฟชานเมืองเข้ามาทำงาน ก็เปลี่ยนเป็นรถตู้บ้าง รถไฟฟ้าบ้าง ทำให้รถไฟชานเมืองที่เคยรุ่งเรืองและครองการเดินทางเข้าเมืองมานานมีคนใช้น้อยลง จนคนแทบนึกไม่ถึงว่ามีวิธีเดินทางแบบนี้อยู่ด้วย ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆ มันก็มีจุดแข็งที่ไม่แพ้ใคร 

รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

อันดับแรก มีตารางเวลาเป็นของตัวเอง ซึ่งเราคำนวณและวางแผนได้เลยว่าจะไปถึงที่หมายปลายทางของเราตอนกี่โมง แม้จะเกเรบ้าง แต่ก็คาดคะเนได้ไม่ยาก แถมใช้เวลาในการเดินทางใช้เวลาไม่นาน อันนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกไม่ถึง จากหัวลำโพงใจกลางเมืองมุ่งสู่รังสิต ศาลายา หัวตะเข้ ด้วยเวลาแค่ 60 นาที ไปอยุธยา นครปฐม ฉะเชิงเทรา ภายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แถมไม่ต้องมาลุ้นอีกว่าวันนี้รถจะติดไหม

สองคือการเข้าถึงหลายๆ สถานที่ที่ถนนหนทางสายหลักไม่ได้ตัดเข้าไปหา ส่วนใหญ่ก็เป็นเมืองดั้งเมืองเดิมที่อยู่กันมานานแสนนานตามแนวทางรถไฟนั่นแหละ การที่สถานีรถไฟถูกห้อมล้อมด้วยที่อยู่อาศัย ตามคอนเซปต์รถไฟไปที่ไหนเมืองเกิดที่นั่น ทำให้การเข้าถึงรถไฟของคนในละแวกนั้นๆ ไม่ใช่เรื่องยาก และดูเหมือนว่าจะง่ายกว่าการเดินทางด้วยวิธีอื่นซะอีก 

สาม ราคาค่ารถที่ถู้กถูกเสียจนเอามือทาบอก เริ่มต้นแค่เพียง 2 บาท ก็นั่งไปได้ตั้ง 10 กิโลเมตร แถมไปไกลขึ้นค่ารถก็ไม่ได้แพงเลย จะไปดอนเมืองก็จ่ายแค่ 5 บาท ไปอยุธยาก็ 15 บาท ราคาสบายกระเป๋าแบบนี้ จับต้องได้กันทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน คนค้าขาย มนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่ผู้บริหาร หากเดินทางประจำ ใช้ตั๋วเดือนที่มีส่วนลด ก็ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงไปอีก

รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

แม้มีจุดแข็งตามที่บอกไปแล้ว จุดอ่อนของมันก็ยังพอมีอยู่บ้าง หลักๆ เลยคือเรื่องของรอบเวลาที่ไม่ได้มีถี่มากเหมือนรถไฟฟ้า และการใช้รถร้อน ซึ่งความสบายอาจจะสู้กับรถตู้ รถเมล์ หรือรถไฟฟ้าไม่ได้ นี่ก็เป็นปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คนนิยมใช้รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมน้อยลง 

ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของมันก็ไม่ได้ต่างกับขนส่งมวลชนประเภทอื่นเท่าไหร่ ตามข้อจำกัดของรถไฟที่ไม่ได้สามารถซอกแซกไปทุกที่เหมือนมอเตอร์ไซค์ แต่ก็ยังมีผู้ติดอกติดใจเลือกเดินทางกับมันในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจจะเป็นการเดินทางที่แฝงไว้ด้วยความหวังว่า ในวันหนึ่ง ระบบรถไฟดั้งเดิมแบบนี้จะถูกยกขึ้นมาเป็นนัมเบอร์วันด้วยคุณภาพที่ดีขึ้น เสริมกับศักยภาพที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้น 

แล้วอนาคตของรถไฟชานเมืองของไทยจะเป็นยังไง

รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น
รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

ตอนต่อไปของเธอ

ปลายปีนี้ จะมีรถไฟสายใหม่เปิดตัว นั่นคือ ‘รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง’

ความตั้งใจของรถไฟสายนี้อัปเลเวลให้รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมกลายเป็นรถไฟวิ่งด้วยไฟฟ้า แอร์เย็นฉ่ำ แถมรอบถี่ขึ้น ชนิดที่ว่าพลาดขบวนนี้แล้วรออีกไม่กี่นาทีขบวนใหม่ก็มา มีแนวเส้นทางเกาะไปตามทางรถไฟเดิม พร้อมสถานีที่เหมือนกับรถไฟเดิมแบบแทบจะถอดมา โดยมีบ้านใหม่อยู่ที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งสร้างมาเพื่อทดแทนบ้านเดิมที่หัวลำโพงซึ่งคับแคบลงทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

เจ้ารถไฟสายสีแดงถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วยรถไฟไปยังพื้นที่ชานเมือง เส้นทางนั้นประกอบด้วยทิศเหนือและทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ ก่อน แล้วจึงสร้างส่วนต่อขยายตามมาด้วยทิศตะวันออกที่ไปสุดสายที่สถานีหัวหมาก และทิศใต้มุ่งหน้าเข้าหัวลำโพง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการพาคนจากทั่วประเทศที่ต้องมาลงรถไฟที่สถานีกลางเข้าสู่หัวลำโพง ใจกลางเมืองที่เคยเป็นอดีตสถานีหลัก 

และในอนาคต เมื่อทั้งสี่ทิศทางเสร็จสมบูรณ์นั้น การเดินทางในกรุงเทพฯ และรอบนอกด้วยรถไฟจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

น่าเสียดายที่การเกิดขึ้นของระบบรถไฟใหม่ๆ ทำให้ความสนใจมันถูกเทลงไปอย่างเอนเอียง มันอาจจะไม่แปลกหรอกที่ใครๆ ก็ชอบของที่ใหม่กว่า สดกว่า ดีกว่า จนทำให้รถไฟชานเมืองดั้งเดิมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ไม่ค่อยมีใครสนใจ ทั้งที่มันสามารถยกเครื่องใหม่ให้เทียบเท่ากับรถไฟรุ่นลูกที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดได้ ซึ่งถ้ามันถูกอุ้มชูไปควบคู่กัน เราเองก็จะมีตัวเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันให้เดินทางได้มากกว่านี้แน่นอน

การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

แม้ว่าวันนี้รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมอาจจะยังไม่ใช่การเดินทางที่สะดวกสบายที่สุด ไม่ใช่วิธีแรกๆ ที่นึกถึงในการเดินทาง แต่ก็ยังเป็นเพื่อนเดินทางที่ทำหน้าที่พาหลายชีวิตเดินทางเข้าออกกรุงเทพฯ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องตามสภาพที่จะทำได้ ทุกวันเมื่อมันเคลื่อนออกจากชานชาลาสถานีต้นทางพร้อมพระอาทิตย์ขึ้น และถึงปลายทางในยามพลบค่ำ วันรุ่งขึ้นมันก็พร้อมทำหน้าที่รับคนกลุ่มเดิมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมาถึงชานชาลาสถานีปลายทางในเช้าวันใหม่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เป็นวัฏจักร 

รถไฟสายสีแดงก็คงเป็นความหวังใหม่ที่จะพัฒนาคุณภาพของรถไฟชานเมืองให้กับผู้คนอีกมากมาย มันอาจจะเป็นโมเดลของรถไฟชานเมืองในภูมิภาคที่ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ และในอนาคตข้างหน้า เราอาจจะได้เห็นภาพคนมหาศาลขึ้นรถไฟไปทำงานกันเป็นกิจวัตรเหมือนที่ญี่ปุ่นก็ได้

การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

เกร็ดท้ายขบวน

  1. สถานีกรุงเทพหรือหัวลำโพงนั้น ไม่ได้ปิดตัวลงอย่างที่เป็นข่าว จะเหลือเพียงรถไฟชานเมืองบางขบวนเท่านั้นที่จะทำหน้าที่ส่งผู้โดยสารถึงสามเสน รามาธิบดี ยมราช พญาไท อุรุพงษ์ และหัวลำโพง ซึ่งรถไฟสายสีแดงไปไม่ถึง 
  2. โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เมื่อเต็มรูปแบบแล้วทิศเหนือจะไปถึงบ้านภาชี (อยุธยา) ทิศใต้ไปถึงมหาชัย ทิศตะวันออกไปถึงฉะเชิงเทรา และทิศตะวันตกไปถึงนครปฐม
  3. ในภูมิภาค รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมก็มีแต่มันมีชื่อเรียกว่า ‘รถท้องถิ่น’ ซึ่งก็เป็นรถไฟที่ให้บริการสอดคล้องกับช่วงเวลาที่คนเดินทางไปทำงาน เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  4. ปัจจุบันมีคนใช้รถไฟชานเมืองเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เลือกใช้บริการเพราะราคาประหยัดและรถไม่ติด คุณๆ ก็ลองดูได้นะครับ

เช็กรอบเวลารถไฟชานเมืองได้ที่ www.railway.co.th หรือโทรสอบถามตารางที่เบอร์ 1690

ในวันที่ไปไหนมาไหนในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ สะดวกสบายขึ้นกว่าแต่ก่อน เรามีรถไฟฟ้าให้ไปถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็ว เรามี Grab ที่พาเราไปส่งได้ทุกที่ การพาตัวเองจากบ้านเพื่อไปทำงานหรือไปเรียนกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก (อาจจะขอยกเว้นเรื่องความติดขัดของการจราจร และราคารถไฟฟ้าที่เห็นแล้วต้องปวดหัว) จริงๆ ยังมีการเดินทางด้วยยานพาหนะอีกชนิดหนึ่งที่ยังมีคนเลือกใช้เพื่อเดินทางไปเรียนกันเป็นกิจวัตร ตั้งแต่ยุคที่ถนนหนทางยังไม่สะดวกเท่าทุกวัน 

นั่นคือรถไฟ

รถไฟปู๊นๆ เนี่ยแหละ 

ทั้งเป็นรถไฟระหว่างเมืองที่มาจากต่างจังหวัด หรือเป็นรถไฟระยะใกล้ที่วิ่งแค่ในแถบชานเมือง ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นอีกทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกพอตัว

เรากำลังจะไปทำความรู้จัก ‘รถไฟชานเมือง’ หรือ Commuter Train 

รถไฟประเภทหนึ่งที่ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อคนที่พักอาศัยอยู่ในย่านรอบนอกของเมือง แล้วต้องเข้ามาสู่ใจกลางเมืองใหญ่ ด้วยการขนคนได้ทีละมากๆ และมีความปลอดภัยสูง จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถไฟระบบนี้เป็นทางเลือกของใครหลายคน

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ระบบรถไฟชานเมืองเน้นการขนส่งจากใจกลางเมืองใหญ่ออกไปรอบนอก ในระยะวิ่งไม่เกิน 200 กิโลเมตร หรือช่วงเวลาเดินทางไม่เกิน 3 – 4 ชั่วโมง มีสถานีที่อยู่ห่างในระยะที่เราเดินไม่ได้ และรถไฟจอดทุกสถานีที่วิ่งผ่าน (ในบางประเทศมีให้บริการเป็นรถชานเมืองด่วนด้วย) มีคนขึ้นลงตลอดการเดินทาง แตกต่างจากรถไฟระหว่างเมืองที่คนเน้นเดินทางไกลมากกว่า รวมถึงรอบเวลาก็มีมากพอให้เราไม่ต้องรอนานเมื่อพลาดขบวนก่อนหน้า 

คำนิยามของ รถไฟชานเมือง รฟท. ได้บอกเอาไว้ว่า มันคือรถไฟที่เข้า-ออก สถานีกรุงเทพและสถานีธนบุรี เดินทางไปปลายทางที่ห่างจากต้นทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร และจอดรับส่งผู้โดยสารทุกสถานี ไม่เว้นแม้แต่ป้ายหยุดรถที่เป็นจุดขึ้นลงย่อยๆ 

สำหรับ รถไฟชานเมือง ของไทยถือว่าได้รับความนิยมพอสมควร ด้วยราคาประหยัด ใช้เวลาเดินทางไม่นานเมื่อเทียบกับถนน รวมถึงการเจาะเข้ามาถึงในกลางเมือง มันจึงพาคนจากแหล่งที่อยู่อาศัยต่างๆ เดินทางเข้าสู่เมืองได้แบบส่งตรงถึงใจกลาง 

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ทางที่เธอไป

กรุงเทพมหานครมีปทุมธานีอยู่ด้านเหนือ นครปฐมอยู่ตะวันตก และฉะเชิงเทราอยู่ตะวันออก

การขยายตัวของเมืองทำให้จังหวัดรอบๆ ที่มีอาณาเขตติดกับกรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน พื้นที่อยู่อาศัยที่เคยอยู่ในไข่แดงของกรุงเทพค่อยๆ กระจายออกไปทั่วทุกทิศ แล้วไปประสานกับกลุ่มชุมชนดั้งเดิมซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของเมือง ก็ไม่พ้นเส้นทางคมนาคมทางถนนที่ดูเหมือนจะตัดตามสถานที่ต่างๆ ไปหรือแม้แต่การเปิดเส้นทางใหม่ๆ ให้เมืองเข้าไปหา ถ้าตรงไหนป๊อปปูลาร์หน่อย เส้นทางสัญจรก็มีตัวเลือกหลากหลายรูปแบบ

มาดูเส้นทางรถไฟของกรุงเทพฯ และปริมณฑลกันหน่อย ทุกคนคงมีข้อมูลชุดเดียวกันในหัวแล้วว่า สถานีรถไฟหลักของประเทศไทยก็คือสถานีกรุงเทพ หรือที่เราติดปากเรียกกันว่าหัวลำโพง ทางรถไฟที่มุ่งหน้าไปทั่วทุกภาคของไทยนั้นตั้งจุดสตาร์ทที่นี่ ก่อนจะแยกออกไปทิศทางต่างๆ

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ
รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ทางรถไฟสายเหนือและสายอีสานจับมือไปทางด้านทิศเหนือ ผ่านพื้นที่การค้าแถบโบ๊เบ๊ ยมราช สามเสน บางซื่อ บางเขน หลักสี่ สนามบินดอนเมือง เข้ารังสิต และวิ่งต่อไปอยุธยา

สายตะวันออก วิ่งไปมักกะสัน หัวหมาก ลาดกระบัง หัวตะเข้ และข้ามจังหวัดออกไปฉะเชิงเทรา

สายใต้ วิ่งไปด้านทิศตะวันตก ผ่านบางซ่อน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปบางบำหรุ ตลิ่งชัน เข้าศาลายา และไปนครปฐม

เห็นไหม แต่ละที่ชื่อคุ้นๆ ทั้งนั้น

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ

ในทุกเช้า ภาพที่เห็นจนชินตาคือขบวนรถไฟชานเมืองจากทั้งสามสารทิศมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ

รถไฟขบวนยาวบ้างสั้นบ้าง พาผู้โดยสารมาเต็มขบวนเดินทางเข้าสู่ในเมือง มีคนสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นลงตลอดทาง อยู่ที่ว่าปลายทางของคนคนนั้นอยู่ที่ไหน 

รถไฟที่มาจากทางทิศเหนือของกรุงเทพฯ คนจะเริ่มหนาแน่นที่อยุธยา เมื่อชุดแรกลงที่รังสิตก่อนชุดใหม่จะขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงบางซื่อ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนไป MRT ที่นี่มีคนลงเยอะพอสมควร แล้วรถไฟก็เดินทางต่อผ่านสามเสน โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่เรียกได้ว่าลงรถไฟปั๊บ เข้าโรงพยาบาลปุ๊บ และพาผู้โดยสารชุดสุดท้ายไปแตะปลายทางที่สถานีกรุงเทพ 

สายตะวันออกถือว่าลูกค้าก็ไม่น้อยหน้า ด้วยเพราะถนนเข้าเมืองค่อนข้างอ้อม ทำให้รถไฟชานเมืองกลายเป็นขวัญใจคนทำงาน คนส่วนใหญ่เดินทางมาจากฉะเชิงเทรา หัวตะเข้ ลาดกระบัง หัวหมาก ผู้โดยสารชุดใหญ่ก็ลงที่อโศก ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางกับ MRT ส่วนที่เหลือก็มีกระจายลงที่พญาไทบ้าง ยมราชบ้าง และไปจบการเดินทางที่สถานีกรุงเทพเหมือนสายอื่นๆ 

รถไฟชานเมือง ตัวเลือกเข้ากรุงเทพฯ ของคนบ้านไกล กำลังจะมีสายสีแดงใหม่ที่บางซื่อ
รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

สถานีกรุงเทพ คือจุดหมายปลายทางและจุดเริ่มต้นการเดินทางที่อยู่ในใจกลางเมืองมากที่สุด แวดล้อมไปด้วยย่านเศรษฐกิจ การค้า ที่อยู่อาศัยที่สำคัญและหนาแน่น ไม่ต่างกับสถานีรถไฟหลักในต่างประเทศ ซึ่งมุ่งตรงเข้าใจกลางเมืองให้มากที่สุดเช่นกัน นี่คือภารกิจที่สำคัญของรถไฟชานเมือง 

พลังที่เธอมี

อย่างที่ว่าไป เจ้ารถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมทำหน้าที่ของมัน ส่งคนตอนเช้า รับคนกลับตอนเย็น วนลูปไปหลายสิบปีจนสิ่งใหม่ๆ เริ่มเข้ามาถึงกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเรา ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เกิดขึ้นมาอีกมากมายที่เป็นตัวเลือกของการเดินทางที่สะดวกขึ้น 

จากคนรอบนอกที่ต้องนั่งรถไฟชานเมืองเข้ามาทำงาน ก็เปลี่ยนเป็นรถตู้บ้าง รถไฟฟ้าบ้าง ทำให้รถไฟชานเมืองที่เคยรุ่งเรืองและครองการเดินทางเข้าเมืองมานานมีคนใช้น้อยลง จนคนแทบนึกไม่ถึงว่ามีวิธีเดินทางแบบนี้อยู่ด้วย ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆ มันก็มีจุดแข็งที่ไม่แพ้ใคร 

รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

อันดับแรก มีตารางเวลาเป็นของตัวเอง ซึ่งเราคำนวณและวางแผนได้เลยว่าจะไปถึงที่หมายปลายทางของเราตอนกี่โมง แม้จะเกเรบ้าง แต่ก็คาดคะเนได้ไม่ยาก แถมใช้เวลาในการเดินทางใช้เวลาไม่นาน อันนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกไม่ถึง จากหัวลำโพงใจกลางเมืองมุ่งสู่รังสิต ศาลายา หัวตะเข้ ด้วยเวลาแค่ 60 นาที ไปอยุธยา นครปฐม ฉะเชิงเทรา ภายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แถมไม่ต้องมาลุ้นอีกว่าวันนี้รถจะติดไหม

สองคือการเข้าถึงหลายๆ สถานที่ที่ถนนหนทางสายหลักไม่ได้ตัดเข้าไปหา ส่วนใหญ่ก็เป็นเมืองดั้งเมืองเดิมที่อยู่กันมานานแสนนานตามแนวทางรถไฟนั่นแหละ การที่สถานีรถไฟถูกห้อมล้อมด้วยที่อยู่อาศัย ตามคอนเซปต์รถไฟไปที่ไหนเมืองเกิดที่นั่น ทำให้การเข้าถึงรถไฟของคนในละแวกนั้นๆ ไม่ใช่เรื่องยาก และดูเหมือนว่าจะง่ายกว่าการเดินทางด้วยวิธีอื่นซะอีก 

สาม ราคาค่ารถที่ถู้กถูกเสียจนเอามือทาบอก เริ่มต้นแค่เพียง 2 บาท ก็นั่งไปได้ตั้ง 10 กิโลเมตร แถมไปไกลขึ้นค่ารถก็ไม่ได้แพงเลย จะไปดอนเมืองก็จ่ายแค่ 5 บาท ไปอยุธยาก็ 15 บาท ราคาสบายกระเป๋าแบบนี้ จับต้องได้กันทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน คนค้าขาย มนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่ผู้บริหาร หากเดินทางประจำ ใช้ตั๋วเดือนที่มีส่วนลด ก็ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงไปอีก

รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

แม้มีจุดแข็งตามที่บอกไปแล้ว จุดอ่อนของมันก็ยังพอมีอยู่บ้าง หลักๆ เลยคือเรื่องของรอบเวลาที่ไม่ได้มีถี่มากเหมือนรถไฟฟ้า และการใช้รถร้อน ซึ่งความสบายอาจจะสู้กับรถตู้ รถเมล์ หรือรถไฟฟ้าไม่ได้ นี่ก็เป็นปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คนนิยมใช้รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมน้อยลง 

ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของมันก็ไม่ได้ต่างกับขนส่งมวลชนประเภทอื่นเท่าไหร่ ตามข้อจำกัดของรถไฟที่ไม่ได้สามารถซอกแซกไปทุกที่เหมือนมอเตอร์ไซค์ แต่ก็ยังมีผู้ติดอกติดใจเลือกเดินทางกับมันในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจจะเป็นการเดินทางที่แฝงไว้ด้วยความหวังว่า ในวันหนึ่ง ระบบรถไฟดั้งเดิมแบบนี้จะถูกยกขึ้นมาเป็นนัมเบอร์วันด้วยคุณภาพที่ดีขึ้น เสริมกับศักยภาพที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้น 

แล้วอนาคตของรถไฟชานเมืองของไทยจะเป็นยังไง

รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น
รถไฟชานเมือง : การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

ตอนต่อไปของเธอ

ปลายปีนี้ จะมีรถไฟสายใหม่เปิดตัว นั่นคือ ‘รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง’

ความตั้งใจของรถไฟสายนี้อัปเลเวลให้รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมกลายเป็นรถไฟวิ่งด้วยไฟฟ้า แอร์เย็นฉ่ำ แถมรอบถี่ขึ้น ชนิดที่ว่าพลาดขบวนนี้แล้วรออีกไม่กี่นาทีขบวนใหม่ก็มา มีแนวเส้นทางเกาะไปตามทางรถไฟเดิม พร้อมสถานีที่เหมือนกับรถไฟเดิมแบบแทบจะถอดมา โดยมีบ้านใหม่อยู่ที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งสร้างมาเพื่อทดแทนบ้านเดิมที่หัวลำโพงซึ่งคับแคบลงทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

เจ้ารถไฟสายสีแดงถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วยรถไฟไปยังพื้นที่ชานเมือง เส้นทางนั้นประกอบด้วยทิศเหนือและทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ ก่อน แล้วจึงสร้างส่วนต่อขยายตามมาด้วยทิศตะวันออกที่ไปสุดสายที่สถานีหัวหมาก และทิศใต้มุ่งหน้าเข้าหัวลำโพง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการพาคนจากทั่วประเทศที่ต้องมาลงรถไฟที่สถานีกลางเข้าสู่หัวลำโพง ใจกลางเมืองที่เคยเป็นอดีตสถานีหลัก 

และในอนาคต เมื่อทั้งสี่ทิศทางเสร็จสมบูรณ์นั้น การเดินทางในกรุงเทพฯ และรอบนอกด้วยรถไฟจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

น่าเสียดายที่การเกิดขึ้นของระบบรถไฟใหม่ๆ ทำให้ความสนใจมันถูกเทลงไปอย่างเอนเอียง มันอาจจะไม่แปลกหรอกที่ใครๆ ก็ชอบของที่ใหม่กว่า สดกว่า ดีกว่า จนทำให้รถไฟชานเมืองดั้งเดิมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ไม่ค่อยมีใครสนใจ ทั้งที่มันสามารถยกเครื่องใหม่ให้เทียบเท่ากับรถไฟรุ่นลูกที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดได้ ซึ่งถ้ามันถูกอุ้มชูไปควบคู่กัน เราเองก็จะมีตัวเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันให้เดินทางได้มากกว่านี้แน่นอน

การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

แม้ว่าวันนี้รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมอาจจะยังไม่ใช่การเดินทางที่สะดวกสบายที่สุด ไม่ใช่วิธีแรกๆ ที่นึกถึงในการเดินทาง แต่ก็ยังเป็นเพื่อนเดินทางที่ทำหน้าที่พาหลายชีวิตเดินทางเข้าออกกรุงเทพฯ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องตามสภาพที่จะทำได้ ทุกวันเมื่อมันเคลื่อนออกจากชานชาลาสถานีต้นทางพร้อมพระอาทิตย์ขึ้น และถึงปลายทางในยามพลบค่ำ วันรุ่งขึ้นมันก็พร้อมทำหน้าที่รับคนกลุ่มเดิมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมาถึงชานชาลาสถานีปลายทางในเช้าวันใหม่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เป็นวัฏจักร 

รถไฟสายสีแดงก็คงเป็นความหวังใหม่ที่จะพัฒนาคุณภาพของรถไฟชานเมืองให้กับผู้คนอีกมากมาย มันอาจจะเป็นโมเดลของรถไฟชานเมืองในภูมิภาคที่ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ และในอนาคตข้างหน้า เราอาจจะได้เห็นภาพคนมหาศาลขึ้นรถไฟไปทำงานกันเป็นกิจวัตรเหมือนที่ญี่ปุ่นก็ได้

การเปลี่ยนแปลงรถไฟราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่น่าสนับสนุน เพื่อการเดินทางเข้า-ออก เมืองหลวงราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

เกร็ดท้ายขบวน

  1. สถานีกรุงเทพหรือหัวลำโพงนั้น ไม่ได้ปิดตัวลงอย่างที่เป็นข่าว จะเหลือเพียงรถไฟชานเมืองบางขบวนเท่านั้นที่จะทำหน้าที่ส่งผู้โดยสารถึงสามเสน รามาธิบดี ยมราช พญาไท อุรุพงษ์ และหัวลำโพง ซึ่งรถไฟสายสีแดงไปไม่ถึง 
  2. โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เมื่อเต็มรูปแบบแล้วทิศเหนือจะไปถึงบ้านภาชี (อยุธยา) ทิศใต้ไปถึงมหาชัย ทิศตะวันออกไปถึงฉะเชิงเทรา และทิศตะวันตกไปถึงนครปฐม
  3. ในภูมิภาค รถไฟชานเมืองแบบดั้งเดิมก็มีแต่มันมีชื่อเรียกว่า ‘รถท้องถิ่น’ ซึ่งก็เป็นรถไฟที่ให้บริการสอดคล้องกับช่วงเวลาที่คนเดินทางไปทำงาน เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  4. ปัจจุบันมีคนใช้รถไฟชานเมืองเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เลือกใช้บริการเพราะราคาประหยัดและรถไม่ติด คุณๆ ก็ลองดูได้นะครับ

เช็กรอบเวลารถไฟชานเมืองได้ที่ www.railway.co.th หรือโทรสอบถามตารางที่เบอร์ 1690

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

แฮม คือชื่อเล่น มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิทและใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมากกว่าบ้านของตัวเอง เสพติดการเดินทาง แฮมมึนคือฉายาแต่ไม่เคยมึนเรื่องเที่ยว เรื่องกิน และเรื่องรถไฟ เป็นผู้ริเริ่ม hashtag #ทีมนั่งรถไฟ ใน Twitter Instagram และ Facebook

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load