26 มิถุนายน 2560
5 K

ในอีกไม่นานนี้เราคงจะได้เห็นการเริ่มต้นสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมกันมาโดยตลอด

ตามที่เราเรียนหนังสือมาในสมัยประถม มนุษย์ถ้าขาดอากาศหายใจจะตายในเวลา 3 นาที ถ้าขาดน้ำเราจะตายในเวลาประมาณ 3 วัน ด้วยเพราะเหตุนี้เมืองแทบทุกเมืองในโลกจึงถูกสร้างขึ้นใกล้และชิดกับแม่น้ำ ซึ่งต่อมาในภายหลังเมื่อเรากินน้ำจากก๊อกไม่ใช่จากแม่น้ำแล้ว แม่น้ำจึงถูกปรับเปลี่ยนการใช้งานให้กลายมาเป็นพื้นที่สาธารณะแทน

ถ้าจะพูดกันถึงพื้นที่สาธารณะทั้งทางเลียบแม่น้ำและอื่นๆ เราคงไม่พูดถึงประเทศเดนมาร์กไม่ได้

ว่ากันว่าชาวเดนมาร์กเป็นประชากรที่มีความสุขที่สุดชาติหนึ่งในโลกจากการจัดอันดับของหลายสถาบัน จากการได้ไปเยือนประเทศนี้มาเป็นเวลาสั้นๆ ผมพบว่า แม้เราจะเรียกอัตราภาษีมหาโหดของเดนมาร์กที่นำไปสู่ค่าครองชีพแสนแพงว่าเป็นความสุขไม่ได้ ก็น่าจะเรียกสวัสดิการรัฐอย่างการศึกษา การรักษาพยาบาล รวมไปถึงการมีพื้นที่สาธารณะสวยงาม สะอาด น่าใช้ เข้าถึงได้ง่าย เป็นมิตร กระจายอยู่ในแทบทุกจุดของเมือง ว่าเป็นความสุขของคนเดนมาร์กได้

และความสุขของที่ผมอยากหยิบยกมาเล่าตรงนี้ คือทางริมแม่น้ำของชาวโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์กนี่เอง  

Kalvebod Brygge Kalvebod Brygge

ทางริมน้ำสายนี้คือ Kalvebod Brygge อยู่กลางเมืองโคเปนเฮเกน ห่างจากสถานีรถไฟกลางของเมืองแค่ประมาณ 500 เมตร คำว่า โคเปนเฮเกน ในภาษาเดนมาร์กมีความหมายว่า เมืองอ่าวแห่งพ่อค้า พื้นที่กลางเมืองแห่งนี้ในอดีตคือท่าเรือ สถานีรถไฟ และเขตโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ต้องพูดถึงความสะอาดของน้ำในแม่น้ำหรอก เพราะไม่มีใครคิดสั้นขนาดจะลงไปเล่นน้ำแน่ๆ

ต่อมาภายหลังรัฐบาลมีแผนพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่นี้ เริ่มต้นจากการผลักดันท่าเรือและโรงงานอุตสาหกรรมออกไปแล้วเริ่มสร้างตึกออฟฟิศก่อน แล้วค่อยพัฒนาตัวทางเดินริมน้ำ Kalvebod ขึ้นมาภายหลัง โดยเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 2013

ความเจ๋งของ Kalvebod คือ มันเป็นพื้นที่ริมน้ำที่ตอบสนองความต้องการใช้ชีวิตหลากหลายของผู้คนได้อย่างดี  เพราะเดนมาร์กมีภูมิอากาศที่หนาวมากและฝนตกแทบจะตลอดทั้งปี การใช้ชีวิตนอกบ้านในพื้นที่สาธารณะจึงเกิดขึ้นเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น

Kalvebod Brygge

Kalvebod Brygge

Kalvebod Brygge

อธิบายหน้าตาของมันแบบคร่าวๆ ก่อนนะครับ ลองนึกภาพทางเดินระเบียงไม้กว้างขวางที่ยาวต่อเนื่องขนานไปกับแม่น้ำ มันกว้างขวางและมีการแบ่งเป็นขั้นบันไดรองรับคนโคเปนเฮเกนที่มานั่งๆ นอนๆ จิบเบียร์ กินอาหารและขนมที่ขนมากันเองได้อย่างสบาย (แหงสิ นั่งกินตามร้านมันแพงนะ) และเป็นส่วนตัว หรือถ้าอึดอัด ก็ยังมีพื้นระเบียงชั้นบนให้นั่งพักชมวิวมุมสูงได้ด้วย

สำหรับขอบทางเดิน Kalvebod ไมไ่ด้กั้นขอบกันตกหรืออะไรทั้งนั้น เพื่อให้คนกระโดดลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำได้เลย (ทั้งที่ก่อนหน้านี้น้ำในแม่น้ำนี้ก็ไม่ได้สะอาด) แต่ถ้าโดดลงแม่น้ำแล้วรู้สึกว่ามันอันตรายไป ก็มีสระวายน้ำที่กั้นพื้นที่ของแม่น้ำให้บริการด้วย

Kalvebod Brygge

ส่วนตัวทางเดินเอง บางส่วนก็มีการเล่นระดับสูงบ้างต่ำบ้าง ซึ่งไม่ได้เอาสวยอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างพื้นที่ในมิติใหม่ๆ ให้ผู้คนที่มาใช้งาน เช่น ทางเดินไม้ที่ยกสูงขึ้นมาเหล่านี้บางอันก็กลายเป็นสไลเดอร์ให้คนลื่นลงน้ำไปได้เลย หรือพื้นที่ข้างใต้ระนาบที่ยกขึ้นมาเป็นสไลเดอร์ก็กลายมาเป็นท่าจอดเรือคายัค

ถ้ามากับครอบครัวที่มีลูก เครื่องเล่นและสนามเด็กเล่นก็ถูกติดตั้งรวมไว้ในพื้นที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ถ้ามากับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ที่แห่งนี้ก็ยังคงยินดีต้อนรับเช่นเดียวกัน เพราะมันเป็นสถานที่ที่ไม่มีขั้นบันไดให้ต้องไต่เลย (ไม่นับขั้นบันไดที่เอาไว้นั่งนะ)

และอีกข้อดีของการแบ่งแยกพื้นที่เล่นระดับไว้หลากหลายแบบคือ ทำให้พื้นที่ริมน้ำนี้แบ่งพื้นที่ออกเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วย อย่างการแข่งไตรกีฬา หรืองานเทศกาลอื่นๆ ก็จัดแข่งได้ โดยไม่ต้องปิดพื้นที่สงวนไว้เฉพาะนักแข่ง คนทั่วไปก็มานอนเล่นดูการแข่งไปด้วยได้อย่างสบายๆ

Kalvebod Brygge Kalvebod Brygge

จากการที่พื้นที่นี้ตอบสนองผู้คนที่มาใช้ได้หลากหลาย คนโคเปนเฮเกนก็เลยชอบมาใช้งานกันเป็นอย่างมาก บางคนเรียกการมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะแบบนี้ว่าการเป็นส่วนหนึ่งของเมืองด้วยซ้ำ ซึ่งความพิเศษที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ดีไซน์เก๋ไก๋ของทางเดินไม้ริมน้ำนี้ก็คือ มันเป็นการออกแบบการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างคนกับแม่น้ำ ไม่ใช่เพียงแค่ให้คนได้นั่งรับลมมองดูแม่น้ำเฉยๆ แต่ให้คนในเมืองและแม่น้ำได้รู้จักและสนิทสนมกันต่างหาก พอคนและแม่น้ำได้คุ้นเคยกันแล้ว คนก็จะหันมาดูแลแม่น้ำกันเองโดยอัติโนมัติ

เห็นแล้วก็อยากให้ทางเลียบแม่น้ำของบ้านเรารองรับความต้องการใช้พื้นที่ของเราบ้าง หรืออย่างน้อยแค่ถามเราหน่อยก็ยังดีว่าอยากได้พื้นที่เลียบแม่น้ำแบบไหน…

ถ้าใครสนใจอยากลงเล่นน้ำ หรือเห็นความสนุกสนานของชาวโคเปนเฮเกนที่มีต่อแม่น้ำแล้วละก็ ขอเชิญให้ไปในช่วงเวลา Harbour Festival ที่จัดเป็นประจำในทุกๆ ปีนะครับ รายละเอียดลองอ่านในลิงก์ได้เลย

www.visitcopenhagen.com/copenhagen/harbour-festival-kulturhavn-festival-gdk414389

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

Play is a Serious Matter

ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สนามเด็กเล่นเป็นพื้นที่สาธารณะที่พบเห็นได้โดยทั่วไป ไม่ต้องพยายามหาก็เจอ

ด้วยผังเมืองที่ถูกวางแผนไว้อย่างละเอียดและพัฒนาต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ทำให้สนามเด็กเล่นแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของเมือง ไม่ว่าบริเวณนั้นจะมีความหนาแน่นของประชากรมากน้อยแค่ไหนก็ตาม (ถ้ายิ่งหนาแน่นน้อยสนามเด็กเล่นก็ยิ่งกว้าง ถ้าหนาแน่นมาก สนามเด็กเล่นก็ยิ่งสูงและมีลูกเล่นแปลกๆ เพิ่มขึ้น)

ไม่มีตัวเลขแน่ชัดจากทางภาครัฐว่าทั้งประเทศมีสนามเด็กเล่นกี่แห่ง แต่ถ้าจะนับเฉพาะเขตเมืองชั้นในของอัมสเตอร์ดัม ก็มีคุณแม่ชาวดัตช์และลูกๆ ครอบครัวหนึ่งที่พยายามขี่จักรยานตระเวนไปรีวิวสนามเด็กเล่นทั่วทุกแห่งเขตนี้ จนเขียนไกด์บุ๊กขายพร้อมเผยแพร่ให้แม่ๆ คนอื่น และยังคงอัพเดตพื้นที่ใหม่ๆ ผ่านหน้าเว็บ www.playamsterdam.nl อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

จนถึงวันนี้เธอกับลูกๆ นับได้ 427 แห่งเข้าไปแล้ว (โดยที่เขตเมืองชั้นในที่ว่ามีพื้นที่พอๆ กับเขตลาดกระบังของเราเขตเดียว)

แล้วอะไรทำให้มีสนามเด็กเล่นได้เยอะขนาดนั้น

ในอดีต สนามเด็กเล่นมักเป็นพื้นที่ของเอกชนที่เก็บค่าเข้าหรือบริการเฉพาะสมาชิก จึงมีแต่เด็กที่ทางบ้านฐานะดีเท่านั้นที่มีโอกาสได้เล่น

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

ช่วงหลังสงครามโลกครั้งนี้เอง ที่มีการซ่อมแซมบูรณะพื้นที่หลายส่วนของเมือง และช่วงนั้นจำนวนประชากรเด็กก็เพิ่มมากขึ้น (Post-war baby boom) กระทรวงการพัฒนาเมือง (Public Works Department of Urban Development) จึงกำหนดให้บริเวณที่อยู่อาศัยต่างๆ ต้องมีสนามเด็กเล่นสาธารณะอย่างน้อยย่านละหนึ่งแห่ง

อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองนำร่องที่นำแนวคิดการสร้างย่านที่อยู่อาศัยแบบนี้มาใช้ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ความดีความชอบส่วนใหญ่มาจาก Aldo van Eyck (อัลโด ฟัน ไอก์) สถาปนิกผู้ออกแบบสนามเด็กเล่นกว่า 700 แห่ง ทั่วเมืองอัมสเตอร์ดัม (ซึ่งไม่ซ้ำกันเลย) ระหว่าง ค.ศ.1947 – 1978 ลักษณะโดดเด่นของสนามเด็กเล่นของฟัน ไอก์ คือความเรียบง่ายและความกลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ แต่ก็กระตุ้นให้เด็กๆ มีจินตนาการกับรูปแบบในการเล่นได้อย่างเป็นอิสระ มีพื้นที่ให้ตีความใหม่ๆ ตามต้องการได้ โดยมักมีองค์ประกอบพื้นฐานของสนามเด็กเล่นเพียงแค่ บ่อ / ลานทราย บาร์โหน ทางลาด และสเต็ปเปอร์

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

งานออกแบบสนามเด็กเล่นของฟัน ไอก์ มีอิทธิพลมากพอที่ทำให้เด็กยุค 50 60 70 ที่โตในอัมสเตอร์ดัมมีความทรงจำวัยเด็กร่วมกันทั้งรุ่น เพราะทุกคนก็ล้วนเคยได้ฝึกฝนจินตนาการในสนามเด็กเล่นของเขา

ที่สำคัญ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในอัมสเตอร์ดัมถูกนำไปใช้ต่อที่เมืองอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย

สนามเด็กเล่น

Adventure Playgrounds

ในปัจจุบัน รูปแบบและความตื่นเต้นของการเล่นในสนามเด็กเล่นเปลี่ยนไปบ้าง สนามเด็กเล่นของฟัน ไอก์ ยังคงถูกรักษาไว้แบบต้นฉบับเดิมเพียง 19 แห่งเท่านั้น จากจำนวน 700 กว่าแห่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ฟัน ไอก์ ทิ้งไว้ให้คนยุคนี้คือพื้นที่ของสนามเด็กเล่น ที่ส่วนใหญ่ยังคงรักษาที่มั่นไว้ในตำแหน่งเดิมของแต่ละย่านได้ แถมยังเหลือพื้นที่ความเป็นเด็กไว้ในหัวใจผู้ใหญ่ชาวดัตช์อีกไม่น้อยด้วย นั่นน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่สนามเด็กเล่นยังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศนี้ และถูกพัฒนาต่อเนื่องจากสนามเด็กเล่นที่เคยมีแค่บาร์โหนและบ่อทราย กลายเป็นหอคอยและสไลเดอร์ที่สูงและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ของสนามเด็กเล่นที่เรียกว่า Adventure Playgrounds ซึ่งก็กำลังแพร่หลายมากทั้งที่เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และอังกฤษ

สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่น

Reference

Adrian, F. (2000). “Funtion”. In Words and Building, A Vocabulary of Modern Architecture (pp. 174-195). Thames & Hudson.

ASLA, T. D. (2017, January). Parkour for Kids: Exciting Playground Design. Retrieved from smartcitiesdive: http://www.smartcitiesdive.com/ex/sustainablecitiescollective/parkour-kids/1053191/

Demerijn. (2013, March 27). Aldo van Eyck and the City as Playground. Retrieved from https://merijnoudenampsen.org/2013/03/27/aldo-van-eyck-and-the-city-as-playground/

Rodriguez, H. (2006, December). The Playful and the Serious: An approximation to Huizinga’s Homo Ludens. Retrieved from gamestudies: http://gamestudies.org/0601/articles/rodriges

Russell, B. (2015, March). Playing around in Amsterdam. Retrieved from Expatica: http://www.expatica.com/nl/out-and-about/Playing-around-in-Amsterdam_104590.html

Taylor-Foster, J. (2016 , May 13). Amsterdam’s Seventeen Playgrounds: Aldo van Eyck’s Neglected Legacy. Retrieved from Archdaily: http://www.archdaily.com/787273/amsterdams-seventeen-playgrounds-aldo-van-eycks-neglected-legacy

van den Bergen, M. (2002, June 26). The playgrounds of Aldo van Eyck. Retrieved from Achined: https://www.archined.nl/2002/06/de-speelplaatsen-van-aldo-van-eyck

Writer

ชิตพล ลี้รัตนพานิชย์

อดีตนักศึกษาปริญญาโทที่เมืองรอตเตอร์ดัม ใช้เวลานอกห้องเรียนส่วนใหญ่ขี่จักรยานไปเมืองต่างๆ ทั่วประเทศเนเธอร์แลนด์ สนใจเรื่องผู้คน วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและการพัฒนาเมืองของชาวดัตช์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load