11 กุมภาพันธ์ 2565
4 K

น้อยคนที่จะรู้ว่าระยองเป็นแหล่งปลูกโกโก้ของไทย นอกจากนั้น ระยองก็มีแชมป์นักชงโกโก้คนแรกของประเทศไทยด้วยเช่นกัน 

กะทิ-ทิพากร บวรเนาวรักษ์ แชมป์ Chocorista หรือนักชงช็อกโกแลตคนแรกของเมืองไทย จากการแข่งขัน Grand Cacao Championship 2021 และเป็นเจ้าของ PLearn Chocolate คาเฟ่เล็ก ๆ ในเมืองระยอง คาเฟ่นี้มีแต่เครื่องดื่มและขนมจากช็อกโกแลตเท่านั้น และที่ใช้ก็เป็นโกโก้ที่มาจากแหล่งปลูกในไทยเป็นส่วนใหญ่เสียด้วย

ถ้าว่ากันตามตรง ผมว่าคาเฟ่ที่มีแต่ช็อกโกแลตก็ว่าท้าทายแล้ว แต่คาเฟ่ที่มีช็อกโกแลตในจังหวัดระยองเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจกว่า

กะทิเริ่มสนใจช็อกโกแลตมาไม่นานมาก ตั้งแต่เริ่มต้นสนใจโกโก้จนถึงเข้าแข่งขันและคว้าแชมป์ ใช้เวลาไม่ถึง 3 ปี 

เรียนรู้การเดินทางจากผลโกโก้สู่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยที่ PLearn Chocolate จ.ระยอง

เรื่องบังเอิญที่กะทิตั้งใจจะซื้อสวนในระยองเพื่อปลูกผลไม้อย่างมังคุด ทุเรียน ในแบบสวนผลไม้ที่เราคุ้นเคยเมื่อนึกถึงจังหวัดภาคตะวันออก ที่ว่าบังเอิญคือ เจ้าของสวนคนก่อนปลูกโกโก้ทิ้งไว้ด้วย จะตัดทิ้งก็เสียดาย เลยเก็บเอาไว้ก่อน 

ความตั้งใจแรกของกะทิคือ อยากรู้ว่าจะทำอะไรจากโกโก้ที่เธอมีอยู่ในสวนได้บ้าง เมื่อเริ่มสนใจ เลยเริ่มลองหาข้อมูลเพื่อทำความรู้จักกับผลไม้ชนิดนี้ เริ่มจากเอาผลโกโก้ในสวนมาลองหมักเองแบบเล็ก ๆ ตามที่หาวิธีจากอินเทอร์เน็ต แต่ก็ยังไม่สำเร็จ 

การล้มเหลวในความพยายามครั้งแรก ไม่ได้ทำให้กะทิล้มเลิกความตั้งใจ แต่กลับอยากทำให้ได้ จนไปเรียนกระบวนการทำช็อกโกแลตอย่างจริงจัง

คนที่เรียนทำช็อกโกแลตมา มักจะเริ่มต้นจากช็อกโกแลตแท่งก่อนเป็นอันดับแรก กะทิก็เช่นกัน เธอเริ่มจากทดลองใช้เมล็ดจากแหล่งปลูกต่าง ๆ มาทำตามขั้นตอนที่เรียนมา จนได้ช็อกโกแลตบาร์ แล้วส่งไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มคนทำช็อกโกแลตด้วยกัน

พอได้ลองเริ่มทำช็อกโกแลตตั้งแต่เริ่มต้นจากผลโกโก้ เห็นกรรมวิธีสุดคราฟต์และส่วนผสมที่ดีใส่ลงไปจนออกมาเป็นช็อกโกแลต ไม่ได้ผสมส่วนผสมอื่น ๆ เหมือนช็อกโกแลตที่ทำแบบอุตสาหกรรม เลยยิ่งรู้สึกดีกับช็อกโกแลตมากขึ้นจนอยากแนะนำให้คนได้รู้จักและเข้ามาหลงรักเหมือนตัวเอง 

เรียนรู้การเดินทางจากผลโกโก้สู่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยที่ PLearn Chocolate จ.ระยอง

แต่กะทิเห็นว่า วัฒนธรรมช็อกโกแลตบาร์กับคนไทยยังไม่คุ้นเคยเท่าแบบที่เป็นเครื่องดื่ม ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับเธอ เพราะช็อกโกแลตหรือโกโก้ เมื่อเป็นเครื่องดื่มมันเข้าถึงคนไทยได้ทุกเพศทุกวัยมากกว่าจริง ๆ

กะทิตัดสินใจเปิดร้านแรกที่หาดแสงจันทร์ จังหวัดระยอง แต่เปิดแค่เฉพาะวันเสาร์วันเดียว ทำเป็นร้าน Specialty Craft Chocolate Drink ใช้โกโก้จากระยอง จันทบุรี และเชียงราย มาทำเป็นเครื่องดื่ม เพื่ออยากรู้ว่าคนระยองจะสนใจเครื่องดื่มจากโกโก้ไทยอย่างที่เธอคิดไว้แค่ไหน

แล้วทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่คิด มีคนให้ความสนใจเยอะและได้เกิดการพูดคุยกับลูกค้าที่มาซื้อเครื่องดื่ม กะทิให้ลองชิม แล้วอธิบายว่ารสที่ดื่มเป็นรสจากเมล็ดโกโก้ มีความต่างกันในแต่ละแหล่งปลูก แบบไม่ได้เติมสารอะไรลงไปเลย กะทิบอกว่าคนที่ได้ชิมและรู้เรื่องราวชอบกันเป็นส่วนใหญ่ เริ่มเข้าใจคราฟต์ช็อกโกแลตและมีเสียงตอบรับที่ดี ทำให้มั่นใจและเห็นภาพชัดขึ้นว่า สิ่งนี้เป็นมากกว่างานอดิเรก แต่จะกลายเป็นธุรกิจได้จริง ๆ 

ที่เชียงใหม่หรือจังหวัดทางภาคเหนือ ร้านขายช็อกโกแลตแบบเฉพาะทางเริ่มมีให้เห็นแล้ว แต่ในระยองหรือจันทบุรีที่เป็นแหล่งปลูกโกโก้ที่ดีของไทย กลับยังไม่มีคาเฟ่ขายคราฟต์ช็อกโกแลตเลย 

เรียนรู้การเดินทางจากผลโกโก้สู่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยที่ PLearn Chocolate จ.ระยอง
เรียนรู้การเดินทางจากผลโกโก้สู่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยที่ PLearn Chocolate จ.ระยอง

พอมีหน้าร้าน ก็มีการพูดคุยและเกิดคำถามกับช็อกโกแลต ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กะทิอยากให้เกิดขึ้นหลังจากตัดสินใจเปิดคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ชื่อ PLearn Chocolate ที่มาของชื่อคือคำว่า Play บวกกับ Learn เพราะที่นี่เป็นทั้งที่ที่ได้ทดลองทำช็อกโกแลตด้วยความสนุก และได้เรียนรู้ไปด้วย

กะทิใช้วิธีมองเทรนด์จากกาแฟสเปเชียลตี้เทียบกับโกโก้ ทิศทางของทั้งสองอย่างคล้ายคลึงกัน ถ้ากาแฟอยู่ในชีวิตประจำวันของคนได้แล้ว ความตั้งใจของเธอก็คืออยากให้เครื่องดื่มคราฟต์ช็อกโกแลตเข้าไปเป็นสิ่งที่คนจะดื่มได้ทุกวันให้ได้

เครื่องดื่มช็อกโกแลตในร้านเป็นดาร์กช็อกโกแลตแบบ 70 เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่มีรสขมมากเกินไป เป็นช็อกโกแลตแบบดื่มง่าย นอกจากรสของช็อกโกแลตแล้ว กะทิยังให้ความสำคัญกับรูปแบบการนำเสนอเครื่องดื่มเมนูต่าง ๆ ด้วย คล้าย ๆ กันกับการสร้างสรรค์เมนูแบบซิกเนเจอร์ในวงการกาแฟ รสชาติของโกโก้จากจันทบุรีมีความเปรี้ยว ซึ่งอาจดื่มยากหากจะดื่มอย่างเดียว จึงปรับเป็นเมนู Choco Strawberry ให้รสฟรุตตี้ของสตรอว์เบอร์รี่ช่วยปรับรสเปรี้ยวของโกโก้ให้ดื่มง่ายขึ้น

ส่วนผสมส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบจากระยองให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ เมนู Choconut เป็นเมนูที่นำเอาช็อกโกแลตผสมกับน้ำมะพร้าว ก็ใช้มะพร้าวที่ปลูกในจังหวัดระยอง เป็นมะพร้าวหวานหอม 

เรียนรู้การเดินทางจากผลโกโก้สู่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยที่ PLearn Chocolate จ.ระยอง
เรียนรู้การเดินทางจากผลโกโก้สู่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยที่ PLearn Chocolate จ.ระยอง
เรียนรู้การเดินทางจากผลโกโก้สู่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยที่ PLearn Chocolate จ.ระยอง

เมื่อปลายปี 2021 มีการแข่งขัน Grand Cacao Championship 2021 หรือการแข่งขันชงช็อกโกแลตขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นภายในงาน Thailand Coffee Fest 2021 กะทิไม่พลาดที่จะมีส่วนร่วมกับรายการแข่งขันครั้งแรกนี้ด้วย รูปแบบการแข่งขันคือการชงช็อกโกแลตร้อนและเย็น แต่ละคนต้องใช้เทคนิคชงให้ออกมาได้ดีที่สุดในเวลาที่กำหนด ผู้แข่งขันแต่ละคนจะแบ่งกลุ่มตามออริจินของโกโก้ในไทย 

การได้โกโก้ของกลุ่มเกษตรกรนางั่ว จ.เพชรบูรณ์ ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจ เพราะใช้โกโก้จากออริจินนี้อยู่ในร้านอยู่แล้ว จึงทำให้เข้าใจรสชาติของโกโก้จากแหล่งปลูกนี้เป็นอย่างดีและคุ้นมือในการชง จนผ่านเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งการตัดสินจะมาจากโจทย์เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่

แต่เพราะความตั้งใจแรกของกะทิ คือต้องการเป็นส่วนหนึ่งในรายการเพื่อเพิ่มประสบการณ์ และไม่คิดว่าจะเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ เลยต้องคิดเมนูสำหรับรอบชิงชนะเลิศในเวลาจำกัด

ผลจากประสบการณ์การทำคาเฟ่ช็อกโกแลต และการครีเอตเมนูกับช็อกโกแลตในร้านเสมอ ทำให้กะทิครีเอตเมนูเพื่อแข่งในรอบชิงชนะเลิศได้อย่างแม่นยำ ทั้งที่มีเวลาคิดเพียงข้ามคืน 

เมนูที่ทำให้กะทิคว้าแชมป์คนแรกของประเทศ มาจากเมนูที่ตีความหมายของ ‘การพาคนรักกลับบ้าน’ เป้าหมายหลักของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มโกโก้นางั่ว ที่อยากให้คนในท้องถิ่นกลับบ้านมาพัฒนาชุมชนด้วยโกโก้ กะทิตีความย้อนการกลับไปสู่ออริจินเดิมของโกโก้คือเผ่ามายัน ได้ไอเดียจากการเครื่องดื่มโกโก้แบบมายัน ปรับส่วนผสมการดื่มโกโก้แบบที่ผสมกับน้ำและเครื่องเทศตามต้นตำรับเป็นวัตถุดิบแบบไทย ๆ ทั้งหมด ใช้ความหวานจากน้ำตาลมะพร้าว เคี่ยวกับใบเตยทดแทนวานิลลา ถ้าแบบดั้งเดิมจะผสมพริกและอบเชยลงไป ก็ปรับใช้พริกจินดาผสมให้มีความร้อนคอเล็ก ๆ เวลาดื่ม 

คาเฟ่ของแชมป์นักชงโกโก้คนแรกในประเทศไทย ที่อยากให้คนระยองได้ดื่มคราฟต์ช็อกโกแลตดี ๆ ทุกวัน
คาเฟ่ของแชมป์นักชงโกโก้คนแรกในประเทศไทย ที่อยากให้คนระยองได้ดื่มคราฟต์ช็อกโกแลตดี ๆ ทุกวัน

เมนูที่ชนะใจคณะกรรมการยังไม่ถูกใส่เข้าไปในเมนูของ PLearn Chocolate เพราะเธอคิดว่ายังเป็นเครื่องดื่มที่ยากเกินไป และยังไม่เหมาะในเวลานี้

ผมเสียดายที่ไม่ได้ลองชิมเมนูมายันแบบไทย ๆ แก้วนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า กะทิเป็นคนที่เข้าใจเทรนด์และมีความรู้ถึงระดับความยากง่ายของเมนู ซึ่งมีผลต่อความพร้อมที่จะเปิดใจยอมรับของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา

ในช่วงที่คนกำลังเริ่มตื่นเต้นกับที่มาของช็อกโกแลต สนใจเรียนรู้ประสบการณ์ความใหม่ของโกโก้ เมนูที่คนสนใจกันมาก และผมแนะนำให้ลองเป็นสิ่งแรกเมื่อมาที่ร้าน PLearn Chocolate คือ Cacao Journey เป็นการเล่าเรื่องการเดินทางของโกโก้จากผลถึงช็อกโกแลตผ่านเครื่องดื่ม 3 แก้ว 

แก้วแรกเป็นน้ำที่ได้จากผลสดโดยตรง และน้อยคนมากที่จะทำสิ่งนี้ให้ชิมในร้าน แก้วที่สองจะใช้โกโก้นิบส์เป็นส่วนผสม ทำเป็นชาเพื่อพรีเซนต์กระบวนการต่อเนื่องหลังจากที่ได้ผลสดมาแล้ว ส่วนแก้วสุดท้ายจะเป็นช็อกโกแลต 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นกระบวนการสุดท้ายของเครื่องดื่มช็อกโกแลต ส่วนรสชาติและเรื่องราวอื่น ๆ ในแต่ละแก้ว อยากชวนให้ได้ไปลองด้วยตัวเองที่ร้านดีกว่าครับ

นอกจากหน้าร้านที่กะทิตั้งใจให้เป็นที่เรียนรู้เรื่องโกโก้และช็อกโกแลตแล้ว ในหน้าเพจ PLearn Chocolate ก็ยังเขียนความรู้ที่ได้เรียนรู้และอ่านข้อมูลมา บางเรื่องเป็นการหาคำตอบจากคำถามของลูกค้า สำหรับกะทิ ช็อกโกแลตคือการเรียนรู้และการเล่นอย่างมีความสุขจริง ๆ

จากความคิดเริ่มต้นที่อยากรู้จักช็อกโกแลตมากขึ้น จนเริ่มอยากให้คนระยองรู้จักคราฟต์ช็อกโกแลต หลังจากที่คว้าตำแหน่งแชมป์มา เสียงของกะทิก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าหลายคนตามมาชิมถึงระยอง ผมก็เช่นกัน

อย่างน้อยที่สุด ความรักและความตั้งใจของกะทิก็ทำให้คนรู้จักได้กับคราฟต์ช็อกโกแลตมากขึ้น โดยเฉพาะช็อกโกแลตจากโกโก้เมืองระยอง

คาเฟ่ของแชมป์นักชงโกโก้คนแรกในประเทศไทย ที่อยากให้คนระยองได้ดื่มคราฟต์ช็อกโกแลตดี ๆ ทุกวัน

PLearn Chocolate Cafe & Studio

ที่ตั้ง : The Happen Rayong Condo อ.เมือง จ.ระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น. 

Facebook : PLearn Chocolate

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

“Toby เป็นคนอบอุ่น เป็นคนที่ชอบชวนเพื่อนมาบ้าน แล้วก็ชอบดื่มกาแฟ ชอบทำอาหารให้เพื่อนทาน” ประโยคบอกเล่าที่สั้นและเรียบง่ายจากปากของ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี ช่วยให้เราเห็นคาแรกเตอร์ของร้านอาหารเช้ามื้อสายที่หลายคนคุ้นชื่อกันอย่าง ‘Toby’s’ ได้เป็นอย่างดี

ก่อนจะเริ่มต้นพูดคุยกันอย่างจริงจัง เราได้สอดส่องทั่วร้านสาขาใหม่ของ Toby’s ที่ Noble เพลินจิต ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แปลกใหม่ไปจาก 2 สาขาก่อนหน้าไม่น้อย หากแต่ความอบอุ่นและกลิ่นหอมที่แผ่อบอวลไปทั่วร้าน เป็นจุดที่ทำให้เราเห็นถึงความเชื่อมโยงของร้านในเครือ Toby’s อย่างชัดเจน คุณนัทต้อนรับเราด้วยเครื่องดื่มที่ช่วยบูสต์พลังงานในช่วงเช้า ก่อนนำทางเราไปยังที่นั่งบริเวณชั้นสองเพื่อเริ่มต้นบทสนทนาในวันนี้

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

ก่อนจะเป็น Toby’s

ก้าวแรกสุดของที่นี่เริ่มจากการที่พาร์ตเนอร์ของทางร้านทั้งสี่คนรักทั้งในด้านการทำอาหารและการกิน โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า แต่เมื่อย้อนไปราว ๆ 9 ปีก่อน ตัวเลือกของอาหารเช้าในบ้านเรายังไม่ได้หลากหลายเท่าทุกวันนี้ เน้นที่ American หรือ UK Breakfast มากกว่า

จุดเริ่มต้นอย่างจริงจัง ประกอบด้วย 2 ปัจจัยที่มาผสานกัน คือ การเติบโตของ Brunch Culture ในไทย และการท่องเที่ยวที่ประเทศออสเตรเลียของพาร์ตเนอร์คนหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เทรนด์อาหารเช้ามื้อสายกำลังเริ่มมา

“Brunch Culture มีความหลากหลายของอาหาร เพราะว่าที่นู่นมีวัฒนธรรมหลากหลาย มีทั้งเอเชียน ยูโรเปียน แมตช์กันจนกลายเป็นจานบรันช์ที่ดูดีและทานง่าย เลยเป็นจุดกำเนิดที่เราลองยกสิ่งนั้นมาที่บ้านเรา เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สนุก” 

ได้เห็นสีสันบนจานอาหาร ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจานบรันช์ที่นำรูปแบบมาจากออสเตรเลียนี้สนุกอย่างที่บอกจริง ๆ

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน
Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

บรันช์แบบออสซี่ที่กรุงเทพฯ

หากให้ยกชื่อร้านอาหารที่ขายอาหารเช้าในมื้อสายและเป็นที่จดจำ ก็ต้องยอมรับเลยว่า Toby’s เป็นหนึ่งในร้านที่ผุดขึ้นมาในความคิดของใครหลายคน ซึ่งเมื่อย้อนเวลาไปก่อนที่จะมีร้านนี้ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กระแสบรันช์เริ่มก่อตัว

“ตอนนั้นคิดว่า Brunch Culture ในเมืองไทยกำลังมา กระแสมันเริ่มจะขึ้น คนเริ่มทานแล้วเข้าใจมากขึ้นว่าอะไรคืออาหารเช้าของมื้อสาย แล้วไม่จำเป็นว่าต้องแค่อาหารเช้า มันเป็น All Day ได้เลย เพราะว่าที่ออสเตรเลียคือจะเน้นทั้งวันเลย 5 – 6 โมงเย็นก็ยังทานได้อยู่” คุณนัทเล่าถึงเรื่องราวก่อนตัดสินใจนำบรันช์ในสไตล์ออสเตรเลียนเข้ามาในกรุงเทพฯ

“ผมว่าเราเป็นหนึ่งในเจ้าแรก ๆ ที่นำ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียนเข้ามาที่บ้านเรา ซึ่งตอนนั้นที่เอาเข้ามาแรก ๆ มีอยู่ไม่กี่เจ้า แล้วเราก็พยายามค้นหาวัตถุดิบในการคิดเมนูต่าง ๆ ให้มีความหลากหลาย แล้วก็เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ อันนี้คืออันดับหนึ่งเลย” 

เมื่อหยิบยกมาถึงสิ่งที่ทางร้านยึดถือ คุณนัทตอบอย่างชัดเจนทันทีว่า สิ่งที่ยึดเป็นหัวใจสำคัญมีอยู่ 2 ข้อหลัก ๆ ด้วยกัน คือ การบริการและวัตถุดิบ

“Quality of Product เป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของร้าน เหมือนทานข้าวที่บ้าน เราก็อยากกินอะไรดี ๆ เราจึงอยากมอบวัตถุดิบที่ดีให้กับลูกค้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะต้องปรับตัวเรื่องวัตถุดิบค่อนข้างเยอะ และในช่วงโควิดมีของบางอย่างที่หายาก แต่เราก็พยายามเอาเข้ามาถึงแม้ว่าราคาจะเพิ่ม เพราะเราอยากให้มาตรฐานมันคงไว้”

ด้านการบริการ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าขาจรหรือขาประจำ ก็จะคุ้นชินกับภาพการบริการที่ครบครันต่างจากคาเฟ่ทั่วไป ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณนัทหยิบยกมาจากวัฒนธรรมในร้านอาหารที่ออสเตรเลียเช่นกัน

“ออสเตรเลียเน้นในเรื่องการบริการแบบ Full Service เราเลยอยากเอาบริการเหมือนร้านอาหารมาปรับให้เข้ากับลักษณะ Brunch Culture” คุณนัทขยายความที่มาของการบริการแบบครบเครื่องที่ยึดเป็นหลักตลอดมา

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน
Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

ทำไมต้อง Toby’s

“เราเน้นเรื่อง Simplicity ความเรียบง่าย ทำได้ทุกวันที่บ้าน ถ้ามาดูจานของเรา คือจริง ๆ มันทำเองได้ที่บ้านนะ แค่ต้องใช้วัตถุดิบที่ดีเท่านั้นเอง”

อาหารไม่ได้เน้นความหวือหวา หาทานยาก แต่เลือกจับใจลูกค้าด้วยความเรียบง่ายที่แสนจะคุ้มค่า ซึ่งเราสัมผัสได้ถึงเมนูที่ทานซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ ในปริมาณที่พอดิบพอดี และราคาสมเหตุสมผล

นอกจากความสะดวกและคุ้มค่าแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ร้านครองใจลูกค้า คือบรรยากาศ

“ถ้าคนนึกถึงร้าน จะนึกถึง Vibes เพราะเข้ามาแล้วเขารู้สึกถึงออสซี่ไวบ์ เหมือนอยู่ต่างประเทศ อยู่เมลเบิร์น อยู่ซิดนีย์ และเหมือนเป็นที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ เวลามาทานเป็นกลุ่ม ได้อารมณ์ออกนอกบ้านมากินข้าวกันสนุก ๆ

“คอนเซ็ปต์ของร้านเน้นไปที่ความเรียบง่ายและเข้าถึงง่าย อยากให้คนเข้ามาแล้วสบายใจ มาทานคอมฟอร์ตฟู้ด อยากมาดื่มกาแฟอย่างเดียวก็ได้ อยากมาทานเค้กอย่างเดียวก็ได้ มานั่งแล้วสบายใจ เป็นที่พักพิง หรืออยากจะเน้นของหนักเลยก็ได้ อยากจะทานพวกบรันช์ พาสต้า หรืออาหารอื่น ๆ เพื่อให้อยู่ท้องก็ได้ แต่ยังเน้นบรรยากาศเป็นกันเอง”

ทั้งจานอาหารที่ชูเรื่องวัตถุดิบคุณภาพ การบริการที่ครบครัน และบรรยากาศร้านที่มอบความสบายใจให้อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมหลายคนถึงเลือกมาฝากท้องที่ร้านแทนที่จะลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

3 โลเคชัน 1 คอนเซ็ปต์

ปัจจุบัน Toby’s มีทั้งหมด 3 สาขา ซึ่งหากได้ไปครบทุกสาขา จะพบว่าแต่ละสาขาให้ความรู้สึกทั้งเหมือนและแตกต่างกันอย่างลงตัว 

“ทั้ง 3 ที่แตกต่างกันเรื่องโลเคชัน ทำให้บรรยากาศที่ได้แตกต่าง อย่างที่สุขุมวิทก็ปลีกวิเวกนิดหนึ่ง มีพื้นที่สีเขียว มีเอาต์ดอร์โซนที่ค่อนข้างรีแลกซ์กว่า หรืออยากจะไปกับเพื่อน นั่งคุยชิลล์ ๆ ก็ได้ 

“ศาลาแดงนี่ขยับเข้ามาที่ Urban นิดหนึ่ง เหมือนอยู่ใจกลางสาทรเลย แต่เนื่องจากซอยนั้นไม่ได้พลุกพล่านมาก ถ้ารถไม่ติดหรือไม่ต้องไปรับลูก มันก็จะสบาย ๆ ถือว่าเป็นใจกลางเมืองที่ไม่พลุกพล่าน”

“ส่วนสาขาล่าสุดที่ Noble เพลินจิต เรียกได้ว่าขยับเข้าสู่ใจกลางเมืองมากขึ้น และมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือการมีที่จอดรถรองรับจำนวนมาก

“ทุกสาขามีคอนเซ็ปต์เดียวกัน คือ ความโฮมมี่ และมี Great Experience เวลามาทาน ไม่ว่าคุณจะมาคนเดียว มากับครอบครัว มากับเพื่อน หรือมากับที่ทำงาน คุณก็จะได้ประสบการณ์ที่ดีเหมือนเดิม คือ Friendly Neighborhood

“เราเป็น Small to medium size cafe and restaurant ที่เน้นการบริการสำคัญที่สุด ลูกค้าเข้ามาแล้วต้องได้รับการบริการที่ดีและอบอุ่น” คุณนัทย้ำชัดถึงคอนเซ็ปต์เรื่องของการบริการและมู้ดแอนด์โทนที่มีความอบอุ่น ซึ่งเป็นหัวใจหลัก ซึ่งไม่ว่าสาขาไหนก็จะยังคงสิ่งนี้ไว้เหมือนกัน

เวลาล่วงเลยมาประจวบกับเวลาของมื้อสายที่ชวนให้ท้องร้อง ก่อนที่บทสนทนาในวันนี้จะจบลง เราขอให้คุณนัทแนะนำเมนูยอดนิยมที่ห้ามพลาดของที่นี่ รวมถึงเมนูใหม่ประจำสาขาใหม่ซึ่งพร้อมให้ทุกคนไปลองชิมกันแล้ว มีครบทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่นี่คือร้านอาหารเช้าในมื้อสายที่เราทุกคนคู่ควร และเมื่อไหร่ที่นึกถึง Brunch ในสไตล์ออสเตรเลียน Toby’s ก็คงจะครองใจใครหลาย ๆ คนไปอีกนาน

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

เมนูแนะนำ

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

Linguine shellfish Bisque

จานพาสต้าใหม่เอี่ยมที่อยู่ในหน้า Special Menu ซึ่งรสชาติก็สเปเชียลสมชื่อ เส้นลิงกวินีผัดกับ Shellfish Bisque มะเขือเทศ และสมุนไพรจนหอมมัน ประดับด้วยกุ้งกุลาดำตัวใหญ่เต็มคำ

สนทนากับ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี จากร้าน Toby’s ร้านที่ชาว Brunch ทั้งขาจรและขาประจำไม่ควรพลาด

Breakfast Board

เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งของร้านเป็นไข่ 2 ฟองที่เรารีเควสให้ทำในรูปแบบใดก็ได้ เสิร์ฟพร้อม Smoked Ham, Cured Salmon, Avocado, Sourdough, Tomato Salsa และ Greens เป็นจานที่จะได้ลิ้มรสความหลากหลายของวัตถุดิบในปริมาณที่ทาน 2 คนยังอิ่ม

สนทนากับ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี จากร้าน Toby’s ร้านที่ชาว Brunch ทั้งขาจรและขาประจำไม่ควรพลาด

Pear Flair

เมนูเครื่องดื่มที่รวมตัวจาก Pear, Pineapple, Apple และ Mint ออกมาเป็นเครื่องดื่มสีเขียวแสนสดชื่น ด้วยความเปรี้ยวอมหวานจากผลไม้และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมินต์ ดื่มคู่กับอาหารจานโปรดยิ่งช่วยเสริมรสชาติกันได้เป็นอย่างดี

สนทนากับ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี จากร้าน Toby’s ร้านที่ชาว Brunch ทั้งขาจรและขาประจำไม่ควรพลาด

Pain Perdu

เมนูของหวานจานใหม่ที่ผสานขนมปังที่ปิ้งจนกรอบ รวมกับ Salted Caramel เต็มแผ่น Pina Colada Ice Cream ที่อบอวลด้วยกลิ่นรัม และประดับด้วย Honeycomb Toffee ได้ทั้งความหวานและกลิ่นไหม้จาง ๆ พอให้ได้รสสัมผัสแปลกใหม่

Toby’s

ที่ตั้ง :

สาขาสุขุมวิท 38 : 75 ซอยสุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

สาขาศาลาแดง : 14/1 ซอยสาทร 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

สาขาโนเบิล เพลินจิต : Noble Phloenchit ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Facebook : Toby’s Bangkok

Instagram : tobysbkk

Writer

วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล

เด็กนิเทศผู้หลงรักของหวาน การเล่าเรื่อง และตั้งใจจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกวัน

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load