The Cloud x The Hero Season3

ใครไม่อยากแก่บ้าง

ความชราเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือการคงไว้ซึ่งการเรียนรู้ที่จะหาความสุข หาสังคมใหม่ๆ และมีชีวิตต่อไปเรื่อยๆ มากกว่าแค่หายใจ

นี่คือเป้าหมายของ ‘YoungHappy’ ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุขนาดเล็กแต่ฝันใหญ่ อยากให้ผู้สูงอายุในเมืองไทยมีโอกาสหาความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิตผ่านแอพพลิเคชัน กิจกรรม และเบอร์โทรศัพท์ให้โทรพูดคุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะดำเนินการมาเพียงปีครึ่ง แต่ธุรกิจนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของรายการใหญ่อย่าง Accelerator โครงการบ่มเพาะธุรกิจใหม่ของรัฐบาลมาเลเซีย และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปชนะงานประกวดธุรกิจเพื่อสังคมของสหประชาชาติอีกด้วย

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ฉันได้คุยกับ ณฎา ต้นสวัสดิ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งธุรกิจ YoungHappy และร้าน Indian Indigo เธอเรียนจบการเงินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำธุรกิจส่วนตัวมาตลอดกว่า 15 ปี กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชีวิตผ่านมรสุมอย่างหนักจนเธอต้องตั้งหลักและหันหัวเรือชีวิตใหม่ ก่อนจะไหลตามกระแสธารจนได้มาพบกับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 3 คน ประกอบด้วย ธนากร พรหมยศ, จุติพร อู่ไพบูลย์ และ ธีรศักดิ์ มูลตุ้ย พวกเขาร่วมงานกันจนออกมาเป็นธุรกิจดีๆ เพื่อคนสำคัญในสังคมเราแบบนี้

แรงจูงใจ วิธีการ และผลกระทบของธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง ต้องลองไปฟัง

คงแก่เรียนเรื่องความสุข

“ธุรกิจที่เคยทำประสบความสำเร็จมากเลยนะ แต่ชีวิตก็มีวิกฤต ต้นปีโดนโกง กลางปีแม่เป็นมะเร็ง ปลายปีเลิกกับสามี ทั้งหมดเกิดภายในปีเดียวกัน แล้วสุดท้ายเราก็วูบในห้องน้ำ พอไปอยู่ในโรงพยาบาล ได้มีเวลานอนคิดว่าสุดท้ายชีวิตเราต้องการอะไร ชีวิตเสียทุกอย่างหมดเลย แต่เรายังมีชีวิต มีลมหายใจ แล้วเราโคตรเห็นคุณค่าของลมหายใจตัวเองเลย” เสียงของณฎาฟังดูมั่นคงเข้มแข็ง แม้พูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“หลังจากนั้นเราไม่ทำงานเลย เรียนอย่างเดียวปีหนึ่ง เรียนทำขนม เรียนปลูกผัก เรียนย้อมผ้า เรียนเทรดหุ้น เรียนทำโรงแรม เรียนทำร้านอาหาร เรียนด้วยความอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเราทำอะไรได้ดี แล้วเราชอบอะไร” เธอทบทวนประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยสีสันให้เราฟัง

จากการลองผิดลองถูกและตรวจสอบตนเองจนแน่ใจ นฎาพบว่าตัวเองมีความสุขกับการเลี้ยงลูกทั้งสองคน การทำขนมปัง และการทำอะไรดีๆ ให้คนอื่น ตอนนั้นเธอเริ่มคิดว่าอยากหันไปทำงานมูลนิธิ แต่ธนากร วิศวกรหนุ่มผู้เคยร่วมงานด้วย ชักชวนให้เธอมาทำธุรกิจเพื่อคนรุ่นใหญ่ของสังคมเสียก่อน

สิ่งที่เธอทดลองทำเองในตอนนั้น ช่างคล้ายคลึงกับกิจกรรมต่างๆ ที่ YoungHappy จัดให้เหล่าผู้สูงอายุในตอนนี้ นั่นคือการลองทำกิจกรรมแปลกใหม่ไปเรื่อยๆ จนอาจพบว่าตัวเองถนัดอะไรที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อนก็ได้ เมื่อได้เจอความสุขในแบบที่ต่างไป ชีวิตก็กลับมามีค่าอีกครั้ง

เพราะการค้นพบไม่มีคำว่าสายเกินไป

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ปัญหาเก่าแก่ในสังคมเมือง

จากจุดมุ่งหมายของธุรกิจดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายของ YoungHappy จึงเป็นเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุ (ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป) ในเมืองกรุง และมีสภาวะร่างกายที่ยังดูแลตัวเองได้ เนื่องจากคนกลุ่มนี้แม้จะสุขภาพกายแข็งแรงดี แต่สุขภาพใจอาจไม่ได้รับการดูแลจนเหงาหงอย ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่รู้ว่ามีกิจกรรมที่ไหนให้ไป และชุมชนเมืองต่างจากต่างจังหวัดตรงที่ไม่ได้สนิทสนมกันอย่างใกล้ชิด ต่างคนต่างอยู่ในบ้านของตนเอง จึงยิ่งโดดเดี่ยวขึ้นไปอีก

“หากเทียบกับกลุ่มที่ทำอะไรคล้ายๆ กัน เช่น กรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งเราทำงานร่วมกันบ่อยมาก ทางกรมจะเน้นไปด้านผู้ที่ด้อยโอกาสก่อน หรือศูนย์ต่างๆ ของรัฐก็มีกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุฟรีอยู่เพียบ แต่พอเป็นพ่อแม่เราไป เขาจะรู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของเขา คนกลุ่มนี้เลยเป็นช่องว่างในสังคม ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน” เธออธิบายเพิ่มเติม

แรงบันดาลใจเริ่มต้นของณฎามาจากตอนที่สอนพ่อแม่ตัวเองใช้แอพ แล้วพบว่าเป็นเรื่องยากลำบากจนน่าประหลาดใจ เมื่อมาทำ YoungHappy เธอจึงลงไปทดลองศึกษาอย่างจริงจัง ด้วยการเป็นจิตอาสาสอนผู้สูงวัยและผู้ป่วยอัลไซเมอร์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก “ที่เราสอนเขา สำหรับเรามันโคตรง่าย แต่การสอนเขามันท้าทายมาก พอเขาทำได้เขาเลยรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มาก” เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม ความท้าทายนี้เองที่ผลักดันให้เธอมุ่งมั่นทำธุรกิจเพื่อพวกเขาต่อ
YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ถึงจะแก่แต่ก็มีหัวใจ

ในช่วงเวลาที่เข้าไปคลุกคลีกับพี่ป้าน้าอา ณฎาได้เรียนรู้หลายสิ่งเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ที่แตกต่างจากความเข้าใจเดิมของเธอ ตัวอย่างเช่น พวกเขาอยากทำกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ไม่แน่ใจว่ามีกิจกรรมไหนที่ไปทำได้บ้าง หรือพวกเขาอยากทำกิจกรรมกับคนรุ่นเดียวกันมากกว่าคนรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะเขาซึ่งช้ากว่าจะได้ไม่รู้สึกกดดันหรือเป็นตัวถ่วง

“อย่างเรื่องส่งรูปเนี่ย วัยรุ่นไม่เข้าใจจริงๆ นะว่าสวัสดีวันจันทร์ วันอังคาร วันพระ จะส่งมาทำไม พอไปถามเขา เขามีคำตอบ 2 อย่าง อย่างแรก เขาพิมพ์ไม่ไหว ส่งรูปง่ายกว่า และสอง เขาส่งไปให้ใคร เพื่อจะบอกคนนั้นว่า ฉันยังมีชีวิตอยู่นะ อย่าลืมฉัน” นฎาเล่าถึงตัวอย่างการมองในมุมของผู้สูงวัยให้ฟัง

จากบทเรียนต่างๆ ทำให้พวกเธอสรุปสโลแกนของ YoungHappy ออกมาเป็น ‘สนุก มีคุณค่า พึ่งพาตัวเองได้’ นั่นคือเน้นตอบโจทย์ผู้สูงอายุเหล่านี้ ที่ต้องการจะมีความสุข และทำสิ่งดีๆ ให้สังคม โดยไม่เป็นภาระใครนั่นเอง

วิธีการที่เหมาะสมแก่เป้าหมาย

ศูนย์กลางของธุรกิจนี้ คือแอพซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวของผู้สูงวัยแต่ละคน “ในเชิงธุรกิจ เฟซบุ๊กกับไลน์เป็นเหมือนบ้านเช่า แต่แอพเหมือนเป็นบ้านของเราเอง” ณฎาบอกสาเหตุของการเลือกทำแอพ

รวมถึงเหตุผลด้านการใช้งานที่เธอเรียนรู้จากการทำจิตอาสาว่า ผู้สูงวัยจะต้องการให้ได้สิ่งที่ต้องการภายใน 3 คลิก หากเป็นเว็บไซต์หรือบริการผ่านแอพอื่นๆ อาจสร้างความยุ่งยากให้เขามากเกินไป เทียบกับแอพเดียวที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ เช่น มีปุ่มขนาดใหญ่ๆ จะได้กดง่าย หรือมีปุ่มสำหรับโทรศัพท์คุยกับคนจริงๆ เพราะคนกลุ่มนี้ถนัดโทรมากกว่ากรอกรายละเอียดลงทะเบียน

ในแอพมีทั้งบทความที่มีข้อมูลถูกต้องให้อ่านและแชร์ต่อได้ รวมถึงประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่ YoungHappy จัดเอง หรือไม่ก็จัดร่วมกับองค์กรอื่น ตั้งแต่การไปเที่ยวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน เรียนวิธีการทำ CPR เรียนรู้การทำเพจ เขียนโปรแกรม หรือแม้แต่เรียนเป็นบาริสต้าก็มี

สิ่งสำคัญอีกอย่างในแอพคือคอลเซ็นเตอร์ ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม โทรมาได้ทุกเรื่องตั้งแต่ขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ จนกระทั่งแค่หาเพื่อนพูดคุยแก้เหงา

“บางคนก็เข้าใจนะว่า YoungHappy เป็นออร์แกไนเซอร์จัดงานคนแก่ แต่งานหลักของเราคือทำอะไรก็ได้ให้เขายังแอคทีฟและยังแฮปปี้ ตามชื่อเลย” นฎาเล่าพร้อมรอยยิ้ม “หลังจากนี้เราอยากขยายจนเป็น One-stop Service สำหรับผู้สูงอายุ ในเชิง e-Commerce ด้วย เราอยากขายสิ่งที่เขาต้องการ โดยเลือกก่อนว่ามันโอเคกับเขาจริงๆ”

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว

เมื่อเป็นสมาชิกของ YoungHappy แล้วจะได้อะไรบ้าง

ณฎาตอบโดยเทียบกับประสบการณ์ของเธอเอง “เราย้อนนึกถึงตัวเราเอง พอเราเจอสิ่งที่ชอบ เวลาตื่นมาแล้วชีวิตมีความหมาย เราอยากให้เขาเจอจุดนั้นบ้าง ส่วนเรื่องเพื่อน ตอนเราเรียนก็ได้เจอสังคมใหม่ๆ ต่างจากสังคมเดิมที่เราอยู่มา 15 ปี คนแก่ที่เขาอยู่ออฟฟิศเดิมมา 30 ปี พอเกษียณออกมาก็ไม่เหลือใคร การไปเจอสังคมใหม่ เจอเพื่อนใหม่ น่าจะดีกับเขา”

ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นจริง คุณลุงอรรณพ อดีตผู้บริหารเก่าแก่ มาร่วมกิจกรรมของพวกเธอแทบทุกครั้ง ตั้งแต่การเรียนทำเดคูพาจ เรียนการทำธุรกิจขายของออนไลน์ ไปจนถึงเรียนตัดต่อวิดีโอ ก่อนจะประมวลความรู้ทั้งหมดมาเปิดเพจเฟซบุ๊ก ขายที่วางโทรศัพท์ซึ่งทำจากไม้เป็นลายเดคูพาจ จนถึงตอนนี้ก็ยังรักและสนิทสนมกับชุมชนเล็กๆ นี้อยู่ จนภรรยาของแกได้ช่วยทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ของ YoungHappy ไปโดยปริยาย

ไม่เพียงสมาชิกเท่านั้น เจ้าของธุรกิจอย่างณฎาเองก็ได้ฝึกตนเองหลายอย่าง ทั้งเรื่องความใจเย็น และการเรียนรู้ที่จะลดตัวตน เมื่อไม่ว่าจะเถียงอย่างไรก็ไม่มีทางชนะ จึงได้ฝึกพูดคำว่าขอบคุณและขอโทษให้ติดปาก ในขณะเดียวกัน งานนี้ก็ได้มอบความรู้สึกดีๆ ให้ ผ่านการดูแลคนที่ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ และช่วยให้เขาได้มีความสุข

“อยู่กับคนกลุ่มนี้แล้วเราเองก็ได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง เช่นวันก่อนจัดงานฉายหนัง แล้วหน้างานก็ให้เขาเขียน Post-it บอกความฝันของฉัน หลังเลิกงานพี่ก็ไปอ่านดู แล้วพบว่าเขาขออยู่ 2 อย่าง คือขอให้แข็งแรง และขอให้มีความสุข มันเลยเหมือนสะท้อนว่าปลายทางชีวิตของคนคนหนึ่ง ก็ขอแค่นี้หรือเปล่า” ณฎาพูดทั้งรอยยิ้ม

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

หากใครสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว YoungHappy เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการโหลดแอพทั้งใน App Store และ Google Play เลย
Facebook : ยังแฮปปี้ YoungHappy

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

คุณคิดว่าเราต้องใช้อะไรบ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงให้โลกนี้ดีขึ้น?

บางคนอาจคิดถึงกำลังเงิน กำลังคน หรือองค์ความรู้มหาศาล แต่สำหรับ Megan O’Malley (เมแกน โอมอลลีย์) และ Gab Murphy (แก็บ เมอร์ฟีย์) สองสาวชาวออสเตรเลียตรงหน้าฉัน คำตอบเรียบง่ายกว่านั้น

นั่นคือ 2 เท้าของพวกเธอ  

Walk Sew Good

“ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้นวม อ่านเรื่องราวของชายคนนี้ที่เดินไปทั่วโลกในช่วงปี 1960” เมแกนเล่าให้ฉันฟังถึงแรงบันดาลใจการเริ่มต้นก้าว ชายที่เธอพูดถึงคือ สาทิศ กุมาร นักปรัชญาชาวอินเดียผู้รณรงค์เรื่องสันติภาพผ่านการเดิน “ฉันอ่านเรื่องราวชีวิตเขาและคิดว่า ว้าว แล้วนี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงบนโลกนี้ ฉันเองชอบการเดินแล้วก็คิดว่าตัวเองควรออกเดินเพื่อบางสิ่งที่สนใจอย่างแท้จริง”

เมแกนเป็นอดีตสาวนักช้อปผู้ชื่นชอบแฟชั่น แต่ก็ตระหนักว่าอุตสาหกรรมนี้ก่อให้เกิดผลเลวร้ายมหาศาล เมื่อไม่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่ง เมแกนจึงค้นคว้าข้อมูลและกลายเป็นผู้หลงใหลเรื่องราวแฟชั่นที่ยั่งยืน

นั่นคือเหตุผลที่เมื่ออยากออกเดินเพื่อบางสิ่ง เธอจึงริเริ่ม Walk Sew Good โปรเจกต์ที่จะออกเดินไปบันทึกเรื่องราวผู้คนที่มุ่งมั่นผลิตเสื้อผ้าด้วยวิธีเชิงบวกและยั่งยืน แล้วนำวิดีโอเหล่านั้นโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ โดยมีแก็บ เพื่อนสาวที่เจอกันในชั้นเรียนเกี่ยวกับความยั่งยืนมาเป็นเพื่อนร่วมทาง แก็บสนใจเรื่อง Women’s Empowerment ซึ่งแน่นอน มีผู้หญิงจำนวนมากอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ความสนใจของทั้งคู่จึงผสมผสานลงตัว

Megan O’Malley and Gab Murphy

ผู้หญิง 2 คนตรงหน้าฉันตั้งใจใช้เวลา 1 ปี ออกเดินเท้าผ่าน 4 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ เวียดนาม กัมพูชา ไทย และลาว รวมระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร เหตุผลการเลือกพื้นที่คือพวกเธอเห็นว่าบริเวณนี้มีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแฟชั่นเยอะ จึงเลือกเดินผ่านเพื่อสื่อสารว่าที่นี่ยังมีเรื่องราวดีๆ ซ่อนอยู่ ซึ่งผู้คนที่ทั้งคู่ไปพูดคุยบันทึกเรื่องราวก็หลากหลายและน่าประทับใจ เช่น หญิงชาวกัมพูชาที่ก้าวมาทำธุรกิจซึ่งส่งเสริมการทอผ้าของชุมชน อีกทั้งยังหลงใหลในผ้าไหมกัมพูชาและตั้งใจว่าจะทำพิพิธภัณฑ์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวนี้  

แม้จะพึ่งพาวิธีเดินทางแบบอื่นอยู่บ้าง แต่สุดท้ายการเดินเท้าก็คือใจความหลักของโปรเจกต์ และการเดินนับสิบกิโลเมตรต่อวันกลางแดดฝนของเขตร้อนย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายและน่ารื่นรมย์ อย่างไรก็ตามสองสาวแห่ง Walk Sew Good เชื่อมั่นในพลังของเครื่องมือที่ใช้ “ฉันคิดว่ามันบ้ามาก” เมแกนกล่าว “แต่เราใช้การเดินเป็นเครื่องมือเรียกความสนใจ เมื่อคุณบอกว่ากำลังเดินข้ามเอเชีย คนจะบอกว่า อะไรนะ คุณทำไปทำไม มันบ้ามาก แล้วหลังจากนั้นคุณก็จะแนะนำสิ่งที่ทำอยู่ได้ ฉันมองว่าการเดินเป็นเครื่องมือที่สงบมากและมหัศจรรย์”

Megan O’Malley and Gab Murphy

Megan O’Malley and Gab Murphy

ที่สำคัญคือ การที่ผู้หญิง 2 คนออกเดินเท้าอาจดูน่ากลัว แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากทั้งคู่จะวางแผนการเดินอย่างฉลาดและปลอดภัย เช่น ไม่เลือกเดินไปเรื่อยๆ ตอนกลางคืน ผู้คนที่พานพบยังน่ารักและเป็นมิตรอย่างยิ่ง “เนื่องจากเราเดินเท้าผ่านชนบทและพื้นที่เกษตร เรามักต้องหยุดพักในบ้านคนแปลกหน้าและสื่อสารผ่านกำแพงภาษา แล้วฉันก็ร้องไห้เยอะมากเพราะตื้นตันกับความรักและความใจกว้างของผู้คน ฉันมักร้องไห้และกอดพวกเขา มันน่าอายมากเลย” แก็บเล่าให้เราฟัง

Megan O’Malley and Gab Murphy

ตอนนี้หญิงสาว 2 คนแห่ง Walk Sew Good ฝ่าฟันอุปสรรคและความคิดถึงครอบครัวมาได้ไกลราว 1,800 กิโลเมตรแล้ว ขณะที่นั่งสนทนา พวกเธออยู่ที่ตัวเมืองเชียงใหม่และกำลังจะขึ้นไปคุยกับผู้คนที่ดอยสะเก็ด แม้ยังไม่รู้ว่าระยะทางอีกพันกว่ากิโลเมตรที่รออยู่จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่รู้คือพันกว่ากิโลเมตรที่ผ่านมาทำให้พวกเธอเติบโต “สำหรับฉัน แฟชั่นที่ดีเคยเป็นสิ่งที่ต้องถูกต้องครบทุกข้อ ไม่มีการประนีประนอม แบรนด์ที่ยั่งยืนควรมหัศจรรย์แบบนี้” เมแกนเอ่ย “แต่ที่จริงมีหนทางต่างกันมากมายที่แบรนด์ของคุณจะยั่งยืนและส่งผลมหัศจรรย์ มันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซนต์ เพราะนั่นเป็นเรื่องยากนะ”

ไม่ใช่แค่ตัวตนผู้ก้าวเดินที่เติบโต โปรเจกต์ของพวกเธอก็กำลังงอกงาม สองสาวเล่าว่าได้รับอีเมลทุกวัน ส่วนมากจะบอกว่ารักสิ่งที่พวกเธอทำอยู่ ขอให้ทำต่อไป นั่นช่วยให้ทั้งคู่มีกำลังใจในการก้าวต่อเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของแฟชั่นที่ดีสู่ผู้คน “ฉันคิดว่าเราควรสนใจเรื่องแฟชั่นที่ยั่งยืนด้วยหลายเหตุผล เพราะอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีผลกระทบมหาศาลต่อโลก การใส่ใจว่าเสื้อผ้าเรามาจากไหนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และฉันอยากบอกว่ามันเท่มากด้วยที่เราจะมีส่วนร่วมกับเรื่องราวของผู้คน แม้คุณอาจไม่ใส่ใจจริงจังกับอนาคตของโลกนี้ หรือคุณอาจไม่ใส่ใจมากว่าผู้คนได้ค่าแรงพอมั้ย มันก็ยังเท่มากที่ได้รู้ว่าเสื้อผ้าของคุณมาจากไหน” เมแกนอธิบาย ขณะที่แก็บเล่าถึงความคาดหวังของเธอ “ฉันจะดีใจมากที่ได้เห็นผู้คนบริโภคน้อยลงและขบคิดอย่างจริงจังว่าสิ่งที่บริโภคมาจากไหน นั่นจะเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก หรืออย่างน้อยแค่สนับสนุนแบรนด์ที่ยั่งยืนก็ได้”

ณ ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ก้าวเล็กๆ ของผู้หญิง 2 คนในชื่อ Walk Sew Good จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าได้มากมายแค่ไหน

แต่อย่างน้อยก้าวแรกก็เริ่มต้น และพวกเธอยังก้าวต่อไป

Megan O’Malley and Gab Murphy

Facebook: walksewgood
Walksewgood.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load