-1-

“โต๊ะตัวนั้นไงที่น้องจากอักษรฯ มาสั่งกาแฟแล้วนั่งอ่านหนังสือทุกวัน จนสอบได้ทุนปริญญาเอกอย่างตั้งใจ ตอนนี้น้องเขากลายเป็นอาจารย์สอนอยู่ต่างแดน”

“ชอบภาพถ่ายชุดนั้นหรือครับ นั่นเป็นงานสมัยที่ยังใช้ฟิล์มกันอยู่ของพี่นักเขียนคนหนึ่ง แกมอบภาพชุดนี้ไว้ตอนที่มาแสดงงานที่ร้านสมัยอยู่ถนนพระอาทิตย์”

“หนังสือที่มอบให้นักอ่านฟรี ๆ อยู่เสมอนั้น ต้องขอบคุณคุณหมอนักอ่านคนหนึ่ง แกมักซื้อหนังสือแล้วเอากลับไปส่วนเดียว ที่เหลือทิ้งไว้เพื่อให้ร้านยื่นให้ใครก็ได้ที่เห็นว่าเหมาะสม”

“ตรงบันไดใกล้เคาน์เตอร์นี่แหละที่ได้เช็ดน้ำตาให้กัน นี่มักเป็นที่ประจำของคนที่มาพร้อมความในใจ หนุ่มเจ้าของร้านกาแฟบางคนเคยนั่งลงแล้วเผยถึงรักที่เปลี่ยนไป พูด ๆ น้ำตาเขาก็ไหล นั่นทำให้ทุกอย่างเงียบหมด วันนั้นโยเอ่ยขึ้นว่า ทำไมเวลาผู้ชายเจ็บ มันดูเจ็บจัง”

“แต่เคยมีคนขอแต่งงานกันในร้านด้วย ที่แน่ ๆ มีแล้ว 2 คู่ ‘พี่ช่วยดูลูกค้าคนอื่นให้หน่อยนะครับ โล่ง ๆ เมื่อไรพี่รีบให้สัญญาณผมนะ’ ฝ่ายชายมักขอความช่วยเหลือ ลน ๆ หน่อยแต่ก็น่ารักดี”

เมื่อ ‘ร้านหนังสือเดินทาง’ เดินทางมาร่วม 20 ปี มันเลยพอมีเรื่องเล่าอยู่บ้าง เป็นบทบาทที่ไม่เคยคาดคิด แต่คงเพราะเริ่มอยู่มานาน หลายวาระและโอกาสเลยได้รับไมตรีให้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับร้านหนังสือ และนั่นเอง เวลาเล่าสู่กันฟังว่า ‘ร้านหนังสือ’ ทำได้มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ซื้อขายหนังสือ คงไม่มีอะไรชัดเจนเท่าการยกเหตุการณ์ข้างต้นขึ้นมากล่าว

“ไม่มีใครอ่านหนังสือกันแล้ว ธุรกิจร้านหนังสือไม่มีอนาคตแล้วไม่ใช่หรือ” นี่เป็นอีกประเด็นที่หลายปีที่ผ่านมามักโดนถามให้ตอบ สิ่งที่คิดอยู่ในใจคือ คำถามนี้หากถามคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือ ก็จะได้ข้อสรุปว่า ไม่มีใครอ่านหนังสือกันแล้ว ทว่าถ้าถามคนที่ยังอ่านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่กับร้านหนังสือ คำตอบจะเป็นอีกอย่าง สิ่งที่ตอบไปคือ “ร้านหนังสือยังอยู่ได้ครับ เพียงแต่การอยู่ให้ได้นั้นมีรายละเอียดสักหน่อย”

ซึ่งก็เป็น ‘รายละเอียดสักหน่อย’ นี่แหละที่ไม่ค่อยได้แลกเปลี่ยนกันในรายละเอียดสักเท่าไร

ทั้งที่สิ่งนี้สำคัญมาก สำคัญจนถึงขั้นว่า หากขาดไป ร้านคงไม่ก่อเกิดและยืนอยู่ได้อย่างแน่นอน

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้
บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

-2-
เขาไม่ได้ฐานะดีมาก่อน!

แปลกใจและสะท้อนอะไรได้มาก สมัยอยู่ถนนพระอาทิตย์ เมื่อร้านหนังสือเดินทางเปิดมา 3 – 4 ปี หนุ่มออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียว น้องลูกค้าคนหนึ่งมักกล่าวขึ้นว่า

“เพื่อน ๆ ของผมคิดว่าพี่ฐานะดีอยู่แล้วทั้งนั้น จึงทำร้านอย่างนี้ได้”

ประโยคนั้นสะกดให้หนุ่มนิ่งไปทุกครั้ง ถึงวันนี้ก็ยังฝังใจอยู่ ต้องฐานะดีมาก่อนเท่านั้นหรือจึงเป็นเจ้าของร้านหนังสือได้ ถ้าอย่างนั้นมันควรจะมีร้านหนังสือกันมากกว่านี้ไหม เนื่องจากมหานครอย่างกรุงเทพฯ ดูจะมีคนฐานะดีอยู่ไม่น้อย ถ้อยคำของน้องลูกค้ามีนัยชวนให้คิดได้มากมาย

หนุ่มเริ่มต้นทำร้านหนังสือตอนอายุย่าง 26 ทว่าฟังแล้วแสนจะโบราณ เมื่อในวัยเด็กนั้น เขาเกิดทันยุคที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

บนเส้นทางสู่ปักษ์ใต้ พอเลยเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชไป มีทางหลวงสายหลัก 2 เส้นโอบกอดทะเลสาบสงขลา เส้นขวาวิ่งผ่านจังหวัดพัทลุงแล้วเข้าอำเภอหาดใหญ่ เส้นซ้ายวิ่งผ่านอำเภอหัวไทร อำเภอระโนด และอำเภอสทิงพระ ถิ่นเกิดของเขาอยู่บริเวณนี้

คาบสมุทรสทิงพระเมื่อ 40 กว่าปีก่อนยังมีไฟฟ้าใช้กันไม่ทั่ว หนุ่มเลยมีประสบการณ์ปั่นจักรยานไปซื้อน้ำมันก๊าดจากร้านชำที่หัวถนนมาใส่ตะเกียง การหุงต้มนั้นใช้เตาถ่าน ซึ่งอาศัยรองเท้าฟองน้ำเก่า ๆ หรือยางในของล้อรถจักรยานเป็นเชื้อจุดไฟ กลางคืนก็นอนฟัง สังข์ทอง จากวิทยุ หนังสือนั้นไม่มีเลย จะมีก็แต่หนังสือเรียน ซึ่งสมัยนั้นโรงเรียนให้ยืมเรียน

ครั้นโลกเปลี่ยน จากบ้านที่ไม่มีหนังสือ หนุ่มกลายเป็นเด็กมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัด จากนั้นก็ถึงมหาวิทยาลัยย่านท่าพระจันทร์ ถึงองค์กรระหว่างประเทศ อันเปิดโอกาสให้เขาได้เห็นอีกหลายประเทศ

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

เพราะเริ่มต้นไกลสักหน่อย สมัยมัธยมหนุ่มถึงกับต้องเอาเท้าแช่น้ำในกะละมัง เพื่อไม่ให้หลับขณะอ่านหนังสือสอบ เมื่ออ่านแล้วได้ผลมันได้บ่มนิสัยรักการอ่านให้เขา มันทำให้เขาเห็นพลังอย่างเป็นรูปธรรมของการอ่าน เห็นว่าหนังสือทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้

โลกหนังสือของเขาเริ่มขยายไปกว่าแค่อ่านหนังสือเรียนเมื่ออยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย โดยมีประวัติศาสตร์ของสถานที่และประวัติศาสตร์มีชีวิตหลายคนเป็นตัวเร่ง หนำซ้ำเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ได้ไปเห็นบ้านเมืองทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เขายิ่งเห็นความสำคัญของหนังสือ

ข้อสรุปของเขาคือ หนังสือเป็นภาชนะบรรจุความรู้ที่ดี เราต่างต้องการความรู้ เมื่อมีความรู้เราจะไม่จนเครื่องมือในการแก้ปัญหา ซึ่งสุดท้ายแล้วจะไม่จนทางเลือกและไม่จนมุมกับชีวิต นี่กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้เกิดร้านหนังสือเดินทาง

เมื่อเริ่มทำร้าน บริบทชีวิตในอดีตมีผลไม่น้อย การชอบอ่านหนังสือทำให้หนุ่มพอรู้ว่า นักเขียนคนนั้นเขียนอะไรมาบ้าง พิมพ์กับสำนักพิมพ์ไหน และควรติดต่อใคร การที่วัยเด็กได้อยู่กับสายฝนและทุ่งหญ้ายังทำให้อยู่กับตัวเองได้ มีความสุขกับความเงียบเป็น ตระหนักว่าฤดูกาลมีเวลาเปลี่ยน ซึ่งช่วยได้ทีเดียวในการรับมือกับเหตุการณ์ในร้านหนังสือแต่ละวัน

ในแง่การจัดการ หนุ่มกับโย (คนใกล้ตัวของหนุ่ม) เริ่มต้นโดยการเอาเงินเก็บบางส่วนที่พอมีจากการทำงานประจำของแต่ละคนมารวมกัน แล้วบริหารจากจุดนั้น ไม่ได้รบกวนใคร เมื่อเรียนจบแล้วก็ไม่ควรทำให้พ่อแม่เดือดร้อนต่อไปแล้ว นั่นคือหนทางที่หนุ่มยึดถือ เขาบอกให้ทางบ้านรู้ว่าเปิดร้านหนังสือ หลังจากออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียวแล้วด้วยซ้ำ

หนุ่มออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียว เพราะต้องการทุ่มเทกับมันให้ถึงที่สุด ซึ่งอีกด้านหมายความว่า เขาเดิมพันกับมันแล้ว

ทำแล้วต้องรอด ไม่รอดไม่ได้ คือสิ่งที่เขาบอกตัวเอง ไม่เกี่ยวกันเลยว่าฐานะดีหรือไม่ดีมาก่อน

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้
บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

-3-
ไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้!

การที่ร้านหนังสือเดินทางอยู่มาร่วม 20 ปีนั้น ทำให้ต้องยืนยันว่า ในบริบทธุรกิจหนังสือแบบไทย ๆ และท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ร้านหนังสือโดยเฉพาะ ‘ร้านหนังสืออิสระ’ ยังอยู่ได้

ไม่ง่าย แต่ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ ทั้งนี้มีปัจจัยบางอย่าง ที่เป็นทั้งบททดสอบและองค์ประกอบให้ต้องคำนึง

ในเชิงธุรกิจ การทำให้นักอ่านเห็นภาพชัดว่า “เวลานึกถึงเราแล้วเขานึกถึงอะไร” ถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยภาพที่ว่ายังต้องเป็นสิ่งที่เราเป็นจริง ๆ ด้วย

เพราะตระหนักถึงความสำคัญของหนังสือ ชอบและเห็นประโยชน์ของการเดินทาง ร้านหนังสือเดินทางจึงมีคำว่า ‘หนังสือเดินทาง’ เป็นเส้นเรื่อง ซึ่งนั่นทำให้ง่ายขึ้นในการกำหนดขอบเขตของสิ่งที่อยู่ข้างใน

หนังสือเดินทางในที่นี้ กินความตั้งแต่หนังสือที่กระตุ้นให้เราอยากออกเดินทางไกล หรือลงมือทำอะไรสักอย่าง จากนั้นก็เป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลว่าควรไปไหน ไปอย่างไร ส่วนไปมาแล้วอยากรู้เพิ่มว่า ทำไมผู้คนที่นั่นจึงเชื่ออย่างนั้น ทำไมประเทศนั้นจึงมีการศึกษาดี ทำไมประเทศนี้จึงมีความขัดแย้ง ยังมีหนังสืออีกหมวดที่ให้ข้อมูลในเชิงลึก

ทั้งนี้ การเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไปเที่ยว การเดินทางอยู่กับที่ก็มี การเติบโตจากวัยหนึ่งสู่อีกวัยก็เป็นการเดินทางอย่างหนึ่ง นั่นทำให้ร้านมีตั้งแต่หนังสือเด็ก จนถึงหนังสือเตรียมรับมือกับการเดินจากโลกนี้ไป โดยเรื่องราวเหล่านี้ปรากฏอยู่ได้ทั้งในบทกวี สารคดี และวรรณกรรม ฯลฯ

ในแง่รูปลักษณ์ ร้านอยากให้นักอ่านได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับหนังสือและการเดินทางจากทุกประสาทสัมผัส ได้ซื้อหนังสือในสภาพแวดล้อมที่มีบุคลิกเฉพาะตัว ทุกอณูของร้านเลยมีอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้ตกแต่งอยู่มากมาย และเพื่อให้มาแล้วสบายกันทุกฝ่าย ในร้านจึงมีที่ให้นั่ง มีชากาแฟให้ดื่ม และมีเพลงให้ฟัง หากอยากสนทนากันก็อยู่ข้างล่าง ใครรักสงบก็ไปอ่านเขียนอยู่ชั้นบน

บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้
บันทึกถึง คน รัก หนังสือ ตลอด 20 ปีของ 'ร้านหนังสือเดินทาง’ ก่อนจะย้ายร้านปลายปีนี้

“ยังไม่อยากกลับ นาน ๆ ได้คุยกับคนสักที”

“หนังสือบางเล่มซื้อออนไลน์ก็มี สิ่งเดียวที่ไม่มีคือบรรยากาศ”

“การมีอยู่ของร้านนี้ดีอย่างหนึ่ง คือทำให้รู้ว่าเวลามาย่านนี้แล้วพี่จะเจอกับอะไร”

นี่เป็นเสียงสะท้อนจากนักอ่านบางส่วน เป็นเสียงที่ได้ยินในช่วงโรคระบาด อันเป็นห้วงที่ทุกธุรกิจถูกทดสอบความจำเป็น นักอ่านเหล่านี้ทำให้ร้านไม่ได้รับผลกระทบมากจนเกินไป แต่ก็นั่นแหละ นี่ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ดี ๆ แล้วได้มา

4 ปีแรกของร้านบนถนนพระอาทิตย์นั้น เป็นช่วงที่ทุกอย่างถูกทดสอบเลยทีเดียว ด้วยต้นทุนที่สูงทำให้ต้องเปิดร้านทุกวัน จันทร์-ศุกร์เมื่อหนุ่มอยู่ร้านคนเดียว บางคราวข้าวเที่ยงก็เน่าเสียเพราะไม่มีเวลากิน ตกค่ำต้องแหวกโต๊ะกาแฟบนชั้นสองแล้วล้มตัวลงนอน เพราะห้องเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังถูกข้าวของจองหมดแล้ว บางคืนหลับ ๆ ก็มีแมลงสาบปีนขึ้นใบหน้า ในบริบทเช่นนี้หนุ่มคิดอยู่อย่างเดียวคือ ต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งเขาคงทำไม่ได้เลยหากไม่มีโย

อาจเพราะหนุ่มออกจากงานประจำมาทำร้านอย่างเดียว เขาเลยเป็นเหมือนตัวแทนร้านไปโดยปริยาย ทั้งที่จริงแล้วโยคืออีกครึ่งหนึ่งของเขา

โยคือคนคอยดูแลงานบัญชีและเอกสาร ทั้งยังทำขนมนมเนยช่วงเสาร์-อาทิตย์ และตั้งแต่อยู่ถนนพระอาทิตย์แล้วที่โยทำร้านและทำงานอย่างอื่นไปด้วย

ช่วง 4 ปีแรกโยใช้บ้านราวกับโรงแรม ทุกคืนเมื่อร้านปิดเธอต้องขับรถกลับบ้านที่บางแค ไปถึงพ่อแม่ก็หลับหมดแล้ว เช้ามืดก็ไปทำงานที่ถนนวิทยุ เลิกงานก็มาช่วยร้าน เสาร์-อาทิตย์ก็มาที่ร้าน ช่วงหนึ่งชีวิตแบบนี้ถึงกับทำให้เธอไม่สบาย ที่โรงพยาบาลเมื่อต้องอยู่นิ่ง ๆ 3 – 4 วัน วันหนึ่งโยถามหนุ่มว่า “จะทำร้านไปอีกนานแค่ไหน”

นั่นเป็นช่วงเวลาที่กระอักกระอ่วนมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตหนุ่ม เขานิ่งเงียบ สมองสับสนไปด้วยความคิดว่า หากเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ควรไหมที่จะทำให้คนที่เรารักมาเจ็บป่วยเพราะเรา หรือหากเลิกทำร้าน ในมุมของโยเธอจะรู้สึกอย่างไรนับจากนี้ หากคนที่เธอรักได้ทำในสิ่งที่เขารัก แต่ต้องเลิกทำสิ่งนั้นเพราะเธอ สุดท้ายแล้วหนุ่มตอบไปว่า “ขอพยายามอีกหน่อยได้ไหม”

ต้องขอบคุณโยที่ยังเชื่อมั่น ต้องขอบคุณเธอที่ยังพร้อมเดินไปด้วยกัน

2 ทศวรรษร้านหนังสือเดินทาง - Passport Bookshop พื้นที่ของรอยยิ้ม น้ำตา ความทรงจำของคนมากมาย และ ‘ชีวิต’’ ของ หนุ่ม-โย เจ้าของร้าน

-4-
อาชีพที่ผลิตความสุขได้ทันทีก็มีนะ!

หลังจาก 4 ปีบนถนนพระอาทิตย์ เมื่อร้านได้ย้ายมาอยู่ถนนพระสุเมรุ โดยอยู่มาแล้ว 16 ปี คุณภาพชีวิตดีขึ้นมากมาย

เมื่อต้นทุนการทำร้านที่ถนนพระสุเมรุต่ำลง ร้านเลยมีวันหยุด เมื่อไม่ต้องรีบเปิดร้าน ทุกเช้าหนุ่มกับโยจึงมีเวลาทำมื้อเช้ากินเอง ได้ออกกำลังกาย อยากไปไหนนาน ๆ เมื่อไรก็ได้หากอยากไป ตอนนี้โยไม่ต้องเข้าออฟฟิศแล้ว แม้เธอเปรย ๆ บ้างว่ายังไม่สามารถมีวันหยุดที่แท้จริง แต่ก็ทำงานในเต็นท์ บนหลังช้าง หรือที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญ มันทำให้พวกเขาได้อยู่ใกล้กันทุกวัน โยมีหนุ่มเป็นเพื่อนซี้ และหนุ่มก็มีโยเป็นคู่ใจ

ไม่เฉา ไม่เหงา แต่ละวันมีผู้คนและเรื่องราวเข้ามาเสมอ ซึ่งต้องขอบคุณทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ของแวดวงหนังสือ ที่หยิบยื่นความช่วยเหลือและกำลังใจ สื่อที่ให้ความสนใจ และตัวพวกเขาเองที่ไม่ถอดใจไปก่อนตั้งแต่สมัยอยู่ถนนพระอาทิตย์

เมื่อมองย้อนกลับไป ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีนี้ ลูกค้าที่ตามกันมาจากถนนพระอาทิตย์ได้ผูกพันกันมากกว่าแค่เป็นลูกค้าขาประจำ หลายคนก็ห่างหายไปเติบโต ทว่าก็มีลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาแทน แน่นอนว่าคนรักหนังสือเหล่านี้ไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด ซึ่งนั่นก็ยืนยันความจริงว่า ร้านหนังสืออาจไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน ทว่ามิตรไมตรีที่ถ่ายเทให้กันระหว่างคนที่เห็นว่าหนังสือนั้นสำคัญ และเดินเข้าร้านมาจนคุ้นเคยกันยังมีอยู่เหมือนเดิม

นี่เองที่ทำให้คำกล่าวที่ว่า “ไม่มีใครเข้าร้านหนังสือกันแล้ว” ไม่จริง

คำกล่าวที่ว่า “ร้านหนังสือไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว” ก็ไม่จริง

“น้องจากอักษรฯ ที่มาสั่งกาแฟแล้วนั่งอ่านหนังสือทุกวัน จนสอบได้ทุนปริญญาเอก ยังกลับมาเยือนโต๊ะตัวโปรดของเธอทุกครั้งที่มาเมืองไทยครับ”

“น้องผู้หญิงอีกคนยังอำตัวเองเล่นว่า หนูมาที่นี่ตั้งแต่มัธยม จนจบมหาวิทยาลัย ทำงานมีลูก มีสามี เลิกกับสามีแล้วหนูก็ยังมาที่นี่”

2 ทศวรรษร้านหนังสือเดินทาง - Passport Bookshop พื้นที่ของรอยยิ้ม น้ำตา ความทรงจำของคนมากมาย และ ‘ชีวิต’’ ของ หนุ่ม-โย เจ้าของร้าน

“3 – 4 ปีก่อน หนุ่มสวิสคนหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ ADIDAS หลบความวุ่นวายของถนนข้าวสารเข้ามาหาความสงบ นั่นเลยให้เขาลองขนมไทยขณะดื่มกาแฟ จากนั้นไม่นานปรากฏว่า เขาส่งชุดกีฬาพร้อมลูกฟุตบอลที่ใช้ในนัดชิงชนะเลิศ Champions League มาให้หนึ่งลูก”

“พี่ที่ทำร้านอาหารปักษ์ใต้อยู่เชียงใหม่และเป็นเจ้าของ Cookbook เย็บมือเท่ ๆ ก็เพิ่งมาซื้อหนังสือ แกยังชวนว่าหน้าฝนตอนแกไปต่างประเทศ ขึ้นไปอยู่บ้านดินของแกสักเดือนได้นะ บ้านว่าง ๆ อยากให้มีคนมาใช้”

“พี่อีกคนที่เป็นเจ้าของโรงแรมเล็ก ๆ ที่สุโขทัยก็แวะมาอาทิตย์ที่แล้วเอง แกเอาขนมปังอบเองมาฝาก ทั้งยังคะยั้นคะยอเหมือนเคยว่า ควรหาเวลาไปพักกับแกสัก 2 – 3 วัน จากนั้นก็ขับรถไปด้วยกัน แกอยากเจอนักเขียนคนหนึ่งที่ย้ายไปอยู่น่าน”

ในสถานที่เล็ก ๆ อย่างร้านหนังสือนั้นยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ ในแง่หนึ่ง บางทีก็ต้องยอมรับว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการทำร้านหนังสือแล้ว หากคือการพยายามทำชีวิตให้ดี

และนี่เองที่ปลาย พ.ศ. 2565 แม้อาคารเก่าบนถนนพระสุเมรุที่ร้านตั้งอยู่จะถูกเวนคืน เพื่อเอาไปทำสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ร้านหนังสือเดินทางยังคงเดินทางต่อไป โดยเดินทางไปไหนสักที่หนึ่งในเขตเมืองเก่าของเกาะรัตนโกสินทร์

แต่แน่นอนว่า ยังคงเดินทางต่อไป!

2 ทศวรรษร้านหนังสือเดินทาง - Passport Bookshop พื้นที่ของรอยยิ้ม น้ำตา ความทรงจำของคนมากมาย และ ‘ชีวิต’’ ของ หนุ่ม-โย เจ้าของร้าน

หนังสือแนะนำ

1 ความสุขแห่งชีวิต : The Human Comedy

นักเขียน : William Saroyan 

นักแปล : วิภาดา กิตติโกวิท 

สำนักพิมพ์ : มูลนิธิหนังสือเพื่อสังคม

ราคา : 250 บาท

นี่คือหนังสือที่ทำให้หัวเราะกับร้องไห้สลับกัน เราจะมีภูมิคุ้มกันความทุกข์และมองเห็นความสุขได้ แม้ว่าเงื่อนไขในชีวิตจะไม่พร้อมแค่ไหนก็ตาม

ความสุขแห่งชีวิต : The Human Comedy นักเขียน : William Saroyan 

2 ก้าวเดิน Walking 

นักเขียน : Erling Kagge 

นักแปล : ธันยพร หงษ์ทอง 

สำนักพิมพ์ : OMG

ราคา : 320 บาท

เรื่องราวการเดินจากนักเดินทางที่ทั้งเดินเท้ามามากและอ่านหนังสือมาเยอะ พูดถึงการเดินได้กระชับ ทว่าตื่นตาไปด้วยข้อเท็จจริงที่เราเคยมองผ่าน อ่านแล้วเห็นความจำเป็นของการออกไปเดินให้มาก ก่อนที่วันหนึ่งเราอาจเดินกันไม่ไหว

 ก้าวเดิน Walking นักแปล : ธันยพร หงษ์ทอง 

3 Happy City: เปลี่ยนโฉมชีวิตด้วยการออกแบบเมือง

นักเขียน : Charles Montgomery 

นักแปล : พินดา พิสิฐบุตร

สำนักพิมพ์ : broccoli 

ราคา : 390 บาท

สารคดีที่ชี้ให้เห็นว่าเมืองน่าอยู่นั้นทำได้ ใจความหนึ่งของหนังสือบอกว่า หากอยากรู้ว่าเราได้อยู่ในย่านที่คุณภาพชีวิตดีหรือยัง ให้ลองถามตัวเองดูว่า หากเราทำกระเป๋าสตางค์หายจะได้คืนไหม คำตอบที่ได้สะท้อนเมืองได้ทั้งเมือง

Happy City: เปลี่ยนโฉมชีวิตด้วยการออกแบบเมือง นักเขียน : Charles Montgomery 

4 สะพรึง : Terror 

นักเขียน : Ferdinand von Schirach 

นักแปล : ศศิภา พฤกษฎาจันทร์ 

สำนักพิมพ์ : Illuminations Editions 

ราคา : 240 บาท  

เรื่องราวการพิจารณาคดีนักบินรบคนหนึ่งที่ตัดสินใจยิงเครื่องบินพาณิชย์ที่ถูกจี้ทิ้ง เราเอาอะไรมาตัดสินว่าใครควรอยู่ ใครควรตาย และถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร หนังสือเล่มนี้อ่านจบได้ใน 3 ชั่วโมง แต่เหตุการณ์ในเรื่องจะทำให้เราเถียงกับตัวเองจนถึงแก่นไปอีกนานแสนนาน

 สะพรึง : Terror นักเขียน : Ferdinand von Schirach 

5 บัลซัค ชีวิต ความรัก และงาน ของจักรพรรดินักเขียน

นักเขียน : วัลยา วิวัฒน์ศร 

สำนักพิมพ์ : ผีเสื้อ

ราคา : 239 บาท

เรื่องราวของบัลซัค นักเขียนที่ไม่เคยหลงทาง คิดท้อถอย หรือยอมแพ้ในเป้าหมายหลักที่ตนอยากทำ แม้ว่าชีวิตด้านอื่นของเขาไม่ค่อยน่าเอาเยี่ยงอย่างสักเท่าไหร่ก็ตาม อ่านแล้วเข้าใจว่าทำไมเขาจึงได้ฉายาว่าเป็นจักรพรรดินักเขียน

บัลซัค ชีวิต ความรัก และงาน ของจักรพรรดินักเขียน นักเขียน : วัลยา วิวัฒน์ศร 

ร้านหนังสือเดินทาง (Passport Bookshop)

ที่ตั้ง ​: 523 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 18.00 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 0 2629 0694

Facebook : ร้านหนังสือเดินทาง – Passport Bookshop

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

Avatar

หนุ่ม หนังสือเดินทาง

‘หนุ่ม หนังสือเดินทาง’ เป็นชื่อที่ได้มาจากการทำร้านหนังสือเดินทางของ ‘อำนาจ รัตนมณี’ เขามีความสุขดีกับการอ่านหนังสือ ขายหนังสือ พูดคุยเรื่องร้านหนังสือ และปฏิสัมพันธ์กับคนที่รักหนังสือ

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

18 กุมภาพันธ์ 2565
6 K

The Cloud x OKMD

‘ร้านหนังสือ’ มีความโรแมนติกแฝงอยู่ระหว่างตัวอักษร เมื่อคนพูดถึงร้านหนังสือ มักจะแทนความหมายในเชิงนี้เกือบทั้งหมด ด้วยแนวคิดว่าร้านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของการอ่าน สังคม ชุมชน ฯลฯ แต่ในความหมายที่ขีดเส้นใต้ 2 เส้นในคำว่าร้านหนังสือ ก็คืออาชีพหนึ่งเพื่อการดำรงชีวิตภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน

การเริ่มต้นของ ‘The Booksmith’ ง่ายและธรรมดามาก เพราะเป็นการทำสิ่งที่ทำอยู่และเกิดอาการเสพติด เพราะไปพบกับ Sex, Drug, and Rock’n Roll ของธุรกิจหนังสือเข้า ดังนั้นเมื่อทุกจุดที่ชีวิตต้องเลือกทางเดิน การจะเปลี่ยนอาชีพเป็นเรื่องไม่ง่าย จากคนขายเครื่องสำอางมาก่อน การได้เข้ามาทำในสิ่งที่รักจึงยากถ้าจะต้องเดินจากไปอีกครั้ง เพราะโอกาสไม่ได้มาบ่อย เหมือนที่ฝรั่งเขาว่า Opportunity Comes Rare ผมจึงตัดสินใจคว้าตั๋วรถไฟเที่ยวนี้แล้วเดินทางต่อ และตั้งใจจะให้การขายหนังสือเป็นอาชีพสุดท้าย ใช้เลี้ยงตัวเองไปจนทำไม่ไหว ภายใต้กรอบที่สามารถออกแบบชีวิตการทำงานได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับปรัชญาชีวิตที่บอกตัวเองว่า Small But Beautiful

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

เมื่อตัดสินใจแน่นอนว่าจะเปิดร้าน สิ่งที่ปวดหัวกว่านั้นคือ จะขายหนังสือหมวดไหน เพราะร้านขนาด 45 ตร.ม. (ก่อนมาขยายเป็น 70 ตร.ม. ภายหลัง) ไม่สามารถขายได้ทุกอย่าง หลังจากคิดสักพักก็ตัดสินใจเลือกเอา Art & Design เป็นหนังสือหมวดที่จะเอาเป็นตัวชูธงของร้าน เพราะพื้นฐานจากการเคยเป็นช่างภาพสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อนทำให้ผมเข้าถึง เข้าใจหนังสือในหมวดนี้ได้ง่ายกว่าหมวดอื่นที่ต้องไปเริ่มนับหนึ่ง ในขณะที่เวลาไม่ได้มีเหลือเฟือขนาดนั้น

การเปิดร้านหนังสือคือการก้าวเข้าไปอยู่ในวงจรของธุรกิจที่มีเงื่อนไข ‘เวลา’ เป็นต้นทุนที่สูงมาก และทุกอย่างถูกผูกเอาไว้ด้วยเงื่อนไขตัวนี้อย่างเคร่งครัด ระยะเวลาเมื่อเซ็นสัญญาเปิดร้านครั้งแรกคือ 2 + 2 หมายถึงว่าอายุสัญญาแรกคือ 2 ปี แล้วสามารถต่อได้เป็น Automatic Renewal ได้อีก 2 ปี เมื่อจรดปากกาเซ็น เราจะมีเวลาที่เรียกว่า Grace Period ได้ 30 วัน คือช่วงเวลาทองที่ทำอะไรก็ต้องรีบทำ ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว เพราะช่วงนี้ที่ยังไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ทำให้เร็ว เปิดให้เร็ว แล้วขาย นี่คือเงื่อนไขที่บอกว่าทำไมเราถึงไม่มีความฟุ่มเฟือยในเรื่องเวลา

ร้านหนังสืออาจฟังดูเป็นธุรกิจที่นิ่ง สบาย ได้อ่านหนังสือ เปล่าเลย ทั้งหมดไม่ได้บอกอะไรได้เกี่ยวกับธุรกิจหนังสือเลย มีคำกล่าวจากผู้ที่อยู่ในธุรกิจหนังสือก่อนผม และผ่านไปทำธุรกิจค้าปลีกอื่น อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต เคยบอกไว้ว่า “ถ้าทำร้านหนังสือได้ ก็สามารถทำธุรกิจอะไรก็ได้” เขาบอกต่อว่า “เชื่อมั้ยว่าธุรกิจหนังสือมี SKU (Stock Keeping Unit) มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตซะอีก

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

ภายหลังประสบการณ์บอกผมเองว่าที่เขาบอกนั้นถูกต้อง หลังจากเคยได้เข้าไปทำ Book Corner ของ The Booksmith ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตหนึ่งที่มีสาขา วันหนึ่งทีมงานจัดซื้อติดต่อมาว่า ขอให้ช่วยเอา ISBN หนังสือที่ไม่มีสต็อกแล้วออกจากระบบให้ที เพราะ SKU ของหนังสือกินฐานข้อมูลเยอะมากกว่าสินค้าตัวอื่น ๆ พร้อมกับที่กฎบางอย่างของเชน อาทิ การเรียกเก็บค่า Register สินค้าในระบบที่ปกติมีการเรียกเก็บ 1 SKU ต่อค่าใช้จ่าย ต้องยกเว้นให้ธุรกิจหนังสือ เพราะ 1 ISBN คือหนังสือ 1 เล่ม แล้วเวลาเราเอาหนังสือเข้าก็จะส่งไปทีละเป็นร้อยเรื่อง

งานในร้านหนังสือไม่ได้สบายมากนัก ลองคิดดูว่าเรามีหนังสือใหม่ที่ออกเกือบจะทุกวันในต่างประเทศ ดังนั้นข้อมูลจะถูก Feed เข้ามาให้ศึกษาทุกวัน ทั้งจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ และเยอรมนี เวลาจึงหมดไปกับสิ่งเหล่านี้

ในมุมหนึ่งความที่ The Booksmith เป็นร้านเล็ก เราต้องอาศัยความเป็นเล็กพริกขี้หนูที่จะสร้างความได้เปรียบ ความได้เปรียบจะเกิดได้คือ การสร้างข้อมูลการค้าที่ดีให้กับสำนักพิมพ์ในต่างประเทศ ตลอดกว่า 10 ปีมีข้อมูลตัวเลขออกมาเสมอว่าตลาดหนังสือไม่ได้ตาย แต่กำลังค่อย ๆ ขยายตัว และมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2012

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

สิ่งที่เห็นและกลายมาเป็นโอกาสคือ Too Few Players ในตลาดหนังสือต่างประเทศบ้านเรา แต่สิ่งที่สำนักพิมพ์ต้องการคือจำนวนผู้เล่นที่น่าจะมากกว่านี้ หลังจากสร้างฐานข้อมูลการค้ามาระยะหนึ่ง The Booksmith ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือในประเทศในแถบอินโดจีน แทนสำนักพิมพ์ที่เงื่อนไขต่าง ๆ อาจซับซ้อนกว่า และการมี The Booksmith เป็นผู้เชื่อมในภูมิภาคจึงน่าจะเกิดผลดีมากกว่า

โครงสร้างธุรกิจของ The Booksmith นั้นได้คิดเอาไว้ว่าต้องการเป็นกำแพง หมายถึงให้คนพิงเรา เป็นก้อนน้ำแข็งในทะเล หน้าร้านคือยอดที่คนจะเห็นเราเท่านั้น แต่ข้างใต้คือสิ่งที่ใหญ่กว่า ถ้าหน้าร้านคือ Heart & Soul ก่อนน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่คือพลังขับเคลื่อน

The Booksmith แบ่งรูปแบบธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน หน้าร้าน ค้าส่ง และ Webstore

ในส่วนของหน้าร้านคงไม่ต้องอธิบายเพราะเป็น PR หลักของธุรกิจ แต่ส่วนของค้าส่ง หลังจากเราส่งหนังสือไปอินโดจีน จึงได้หันเข้ามามองตลาดในประเทศ ประกอบช่วงโควิดจึงได้ทดลองรับสั่งหนังสือจากสำนักพิมพ์โดยตรงให้แก่ร้านหนังสือในประเทศทั้ง Online และ Offline Store ผลตอบรับดีเกินคาด จึงทำให้มีธุรกิจเพิ่มจากที่ทำเดิม อาทิ การออกแบบและจัดหนังสือเข้าห้องสมุดสถาบันการศึกษา โรงเรียน ฯลฯ การเป็นที่ปรึกษาด้านหนังสือต่างประเทศให้แก่บางกิจการ เหล่านี้คือการทำงานที่อยู่ด้านใต้ของก้อนน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำ สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีโลโก้ของร้านเราไปหมดทุกอย่าง แต่เครื่องยนต์ที่ใช้ผลิตมาจาก The Booksmith

ในการเติบโตมาพร้อมทั้งความสุขและความทุกข์ เมื่อทุกอย่างใหญ่ขึ้น แต่เราพยายามควบคุมงานบางอย่างไม่ให้ใหญ่เกินไป จะมาพร้อมความเหนื่อย เครียด และยิ่งโควิดคือโจทย์ ‘การเอาตัวรอดในธุรกิจหนังสือ’ ทั้งหมดของ The Booksmith เป็นกิจการที่ทำขึ้นแบบ Self-Funding Company หรือเราประกอบกิจการโดยอาศัยเงินหมุนเวียนภายใน ไม่ได้มีต้นทุนทางการเงินผ่านสถาบันการเงิน

ดังนั้น ในช่วงวิกฤตมีทั้งข้อดีคือเรามีปัญหาด้านเดียว แต่ก็มีข้อเสียคือการจัดการเงินทุนให้หล่อเลี้ยงทุกส่วนงานให้ได้ สมัยที่สเกลธุรกิจเล็กกว่านี้ ความสุขจะแฝงอณูในปริมาณที่มากกว่า แต่ในความเป็นจริงการอยู่ยาวในธุรกิจนี้ เราจำเป็นต้องขยายงานเพื่อให้ชีวิตไม่ได้อยู่เพียงคำจำกัดความที่ว่า “พอเลี้ยงตัวไปวัน ๆ ” สาขาที่ 2 3 4 5 จึงเกิดขึ้น

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

และส่วนผสมล่าสุดที่ทำให้เกิดการตัดสินใจลด Business Parameter ลงคือการทำ Webstore ขึ้นมา เป้าหมายหลักในอนาคตคือการลดจำนวนสาขาลง และสร้าง Value Proposition ให้เกิดขึ้นผ่านการทำงานที่สอดประสานระหว่างสาขาหลัก และ Webstore ที่เป็นสินทรัพย์ของเราเอง โดยมุ่งพัฒนาการลดความสำคัญของโซเชียลมีเดีย ซึ่งเปรียบเป็นเหมือนการยืมจมูกคนอื่นหายใจ ทั้งหมดนี้เพื่อให้เรากลับไปมีความสุขมากขึ้น เมื่อกลไกของธุรกิจทำงานได้สมบูรณ์เต็มวงจร

Bookselling เป็นส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์ สิ่งที่เล่ามาข้างต้นจะเป็นเรื่องของศาสตร์เสียมากกว่า ซึ่งส่วนนี้ถึงกับมีตำราออกมามากพอสมควร อาทิ Mathematic of Bookselling ฯลฯ แต่ในส่วนของศิลป์ หรือ Arts of Bookselling คือเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคนและทักษะการสื่อสาร สิ่งนี้ไม่ได้มีทฤษฎีหรือแนวทางปฏิบัติตายตัว ความผูกพันกับลูกค้าคือเสน่ห์ของร้านหนังสือ การเรียกชื่อลูกค้าได้ถูก หรือจำได้ว่าเขาหรือเธอเคยซื้ออะไรไป การถามไถ่ถึงลูก การทำงาน ทั้งหมดนี้คือทักษะของความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ การขายหนังสืออาจมีหนังสือเป็นสื่อกลาง แต่พลังความผูกพันระหว่างคนขายกับลูกค้าเป็นสิ่งที่ไม่มีไม่ได้ในร้านหนังสือ

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

คริสต์มาสคือช่วงเวลาที่ร้านนอกจากจะยุ่งกับการขายแล้ว ยังเป็นช่วงที่เราสนุกที่สุดในการเตรียมของขวัญให้ลูกค้า การนึกถึงว่าลูกค้าแต่ละคนมีลักษณะอะไร ชอบอะไรเป็นความสนุกอย่างหนึ่ง นั่นเพราะเราคิดถึงการเป็นเพื่อนมากกว่าการเป็นลูกค้า การ์ดแต่ละใบจะเขียนขึ้นเฉพาะบุคคลด้วยลายมือพนักงาน ก่อนใส่ซองแล้วตีครั่งตราร้านลงไป นี่คือความสนุก และมีความสุขตามมาเมื่อมีข้อความกลับว่า “ขอบคุณ” หรือการมีถุงเล็ก ๆ กล่องขนมมาวางที่ร้านเป็นของฝากจากเพื่อนที่นึกถึงกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ในทุกธุรกิจเมื่อมันเป็น Heart Made

โควิดคือช่วงเวลาที่เราลำบากพร้อมกับมีโอกาส และการสูญเสียโอกาสเข้ามาระคนกัน นั่นเพราะไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ Win Some, Lose Some แต่ท้ายที่สุดแล้วต้องรักษาตัวรอดไปให้ได้ เพราะ The Booksmith นั้นใหญ่กว่าตัวผมและทีมงาน พวกเราจึงมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีให้ได้ สิ่งหนึ่งที่พูดเล่นกันในทีมว่า ถ้าทุกอย่างกลับมาได้ใกล้เคียงเดิมจริง ๆ เราอยากทำเสื้อยืดเอาไว้ใส่กวน ๆ โดยสกรีนว่า I’m survived ไว้ที่อก โดย I จะแทนทั้งตัวคนใส่ และ The Booksmith ประหนึ่งเป็นเสื้อสามารถของเรา

แต่วันนี้เรายังไม่เหมาะสมที่จะได้ใส่เสื้อตัวนั้น ยังต้องพยายามต่อไป และหวังว่าคงอีกไม่นาน

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

หนังสือแนะนำ

1

Financing Our Common Future (9783037786680)

ผู้เขียน : Régis Marodon

ราคา : 695 บาท

สำนักพิมพ์ : Lars Muller Publishers

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

   โควิดทำให้เกิดอะไรบ้าง Financing Our Common Future เป็นหนังสือทั้งเล่มที่อธิบายภาพผลกระทบทางเศรษฐกิจอ่าน Visual Graphic ข้อมูลถูกโยงให้เห็นผลกระทบเป็นห่วงโซ่จากเหตุการณ์หนึ่งไปยังอีกเหตุการณ์หนึ่ง เป็นการอธิบายข้อมูลได้ดีมาก อาทิ รายได้ของประเทศไทยที่มาจากการท่องเที่ยวจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด เมื่อส่วนนี้หายไปผลกระทบจะเกิดขึ้นที่สิ่งใดได้บ้าง

2

Monty Don: Down to Earth (9780241347140)

ผู้เขียน : Monty Don

ราคา : 470 บาท

สำนักพิมพ์ : Dorling Kindersley Publishing

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

ความสงบและธรรมชาติสามารถพบเจอได้คู่กัน Monty Don เอาสิ่งรอบตัว ต้นไม้ (เป็นหลัก) และสรรพสัตว์มาบรรยายตามช่วงของฤดูกาล

3

The Chairs are Where the people go (9780865479456)

ผู้เขียน : Misha Glouberman

ราคา : 545 บาท

สำนักพิมพ์ : Farrar, Straus & Giroux Inc

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

ไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม การยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ไม่สามารถอธิบายได้ เป็นการตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวแม้จะมีคำตอบหรือไม่ก็ตาม อาจทำให้มุมมองในการใช้ชีวิตให้มีความสุขได้

4

Bad News (9781472962850)

ผู้เขียน : Rob Brotherton

ราคา : 730 บาท

สำนักพิมพ์ : Bloomsbury

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

News Room Management คือหัวใจของการสร้างมาตรฐานข่าวให้น่าเชื่อถือ แต่องค์ประกอบอีกหลายอย่าง อาทิ ความเร็ว ข่าวด่วน หรือ Be the first to tell story เหล่านี้ทำให้เราข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดของงานการข่าว นั่นคือความน่าเชื่อถือ แล้วทำไมข่าวเหล่านี้จึงเกิดการยอมรับได้ นั่นเพราะมันกลายเป็นความคุ้นชินไปแล้ว แต่ก็บั่นทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันหลักในเชิงสังคมลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน

5

Play and the City (9781472144805)

ผู้เขียน : Alex Bonham

ราคา : 705 บาท

สำนักพิมพ์ : Little Brown Book Group

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

คนจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองในความหมายที่เมืองต้องประกอบด้วย 2 สิ่งหลัก คือ เศรษฐกิจของเมืองดี และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่มีให้พลเมืองมีความสมดุลกับการครองชีพและดำรงชีวิต

ทุกเล่มมีใน Webstore ที่ www.thebooksmith.co.th

The Booksmith

ที่ตั้ง : 5/17 ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200 (แผนที่)

เวลาทำการ : วันจันทร์-พฤหัสบดี 09.00 – 20.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เปิด 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3546 3790

Webstore : www.thebooksmith.co.th

Facebook : The Booksmith

Instagram: thebooksmithbookshop

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

Avatar

สิโรตม์ จิระประยูร

ทำงานในธุรกิจหนังสือ 19 ปี เริ่มจากการตลาดมาถึงกรรมการผู้จัดการ และปัจจุบันเป็นคนขายหนังสือ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load