8 กุมภาพันธ์ 2565
3 K

“อีนี่มันต้องโดนตบ!”

หากใครดูคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World รายการที่เหมือนเป็นเวทีนางงามระดับโลกของ ‘แดร็กควีน’ (Drag Queen) หรือการแต่งหญิงและแสดงอย่างสุดเว่อร์วังอลังการ คงจะต้องสะดุดใจกับประโยคภาษาไทยสำเนียงเหน่อนี้ของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง เจ้าของประโยคนั้นคือ Pangina Heals หรือ ปันปัน นาคประเสริฐ แดร็กควีนลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่พกทั้งคำและอินเนอร์ “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ไปจากประเทศไทย 

“ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา” ปันปันบอกเราด้วยสายตามุ่งมั่น

บทสนทนากับเธอยิ่งตอกย้ำจุดยืนชัดเจนว่า จะไปเพื่อฟาดกับผู้เข้าแข่งขันจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์ แคนาดา ในรายการ และจะกลับไทยพร้อมชัยชนะ

นอกจากความจริงจังในบทบาทผู้เข้าแข่งขันบนเวทีแล้ว ปันปันยังจริงจังและมุ่งมั่นกับอีกหลายบทบาทในชีวิต เธอเป็นพิธีกรร่วมในรายการ Drag Race Thailand ที่ยืนระยะมาถึง 2 ซีซั่น และได้รับเสียงเรียกร้องถึงซีซั่น 3 อย่างต่อเนื่อง เธอเป็นกระบอกเสียงเพื่อสร้างความเข้าใจ LGBTQ+ ในทุกโอกาสหลากวิธีการ เช่น การจับมือคุณพ่อมาแต่งหญิง หรือการสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการร้องเพลง และเธอเป็นเจ้าของ House of Heals ที่เนรมิตโรงแรมเรเนซองส์ชั้น 33 ให้เป็นคลับเพื่อแดร็กควีนรวมถึงนักร้องนักแสดงได้มาแสดงพลัง

ในขณะนี้ที่เรากำลังเฝ้ารอ RuPaul’s Drag Race UK versus The World ตอนหน้า เราชวนปันปันมาพูดคุยถึงเรื่องราวบนเส้นทางที่นำเธอมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่วันแรกที่แต่งหญิง จนถึงวันนี้ที่เต้นบนส้นสูงอย่างมั่นคง ความเชื่อที่กลายเป็นจุดยืน และความฝันที่กลายเป็นความจริง

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

เหตุการณ์ไหนที่ทำให้ปันปันรู้ว่าตัวเองเป็นแดร็กควีน และความรู้สึกแรกที่ได้แต่งอย่างที่ใจอยากเป็นอย่างไร

ประมาณปี 2010 ปันอยู่ที่อเมริกา วันฮัลโลวีนก็เห็นคนแต่งหญิงกัน ปันรู้สึกว่ามันสนุก เหมือนได้ปลดปล่อยตัวตน ปันอยากให้ทุกวันเป็นวันฮัลโลวีน เลยแต่งเองครั้งแรกตอนการประกวด แต่งเป็นเลดี้กาก้า คนก็มาขอถ่ายรูปด้วย บอกเธอเริ่ดเธอสวย เชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์เขาโกหก (หัวเราะ) แต่เราแต่งแล้วรู้สึกดี ถึงแม้บางคนในสังคมจะไม่ยอมรับ แต่การแต่งหญิงสำหรับปันเหมือนได้เฉลิมฉลองให้ชีวิต เลยแต่งมาเรื่อย ๆ

ชื่อ Pangina Heals มีที่มาอย่างไร 

ปันชอบคำว่า Pangia เพราะมันคล้ายชื่อปัน แล้วมันคล้องกับคำว่า Pangaea ซึ่งเป็นชื่อทวีปใหญ่ทวีปเดียวของโลกสมัยดึกดำบรรพ์ก่อนโลกเราจะแยกเป็นแต่ละทวีป ปันรู้สึกว่าการแต่งหญิงและการเต้นรำทำให้ทุกคนมาอยู่โลกเดียวกัน ได้พูดภาษาเดียวกัน โดยที่อาจจะไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ปันยังมีแดร็กควีนที่เป็นแรงบันดาลใจคือ Ongina ซึ่งเป็นแดร็กควีนเชื้อสายฟิลิปปินส์-อเมริกา จาก Rupaul’s Drag Race Season 1 เพราะเขาเป็นตัวแทนเอเชียที่ดีมาก เขาเล่าเรื่องของเขา ส่วนนามสกุลปันใช้คำว่า Heals เพราะการแต่งหญิงและการเต้นเยียวยา (Heal) ทุกคนและเบียวยาปัน (Drag and dance heal people and heal me.)

Pangina Heals เธอเป็นคนอย่างไร

เหี้ย (หัวเราะ) จัญไร เริ่ดหรู ปากหมา มั่นใจ เป็นคนรักชีวิต รักเพื่อน รักการแสดงมาก ๆ ซึ่งปันไม่ได้มองว่าแต่งหญิงแล้วจะต้องเป็นอีกคนนะ สิ่งเหล่านี้คือตัวปันเองด้วย

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ในการแสดง Drag Show แต่ละครั้ง ปันปันต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ปันชอบทำการบ้าน อย่างอาทิตย์ที่ปันแสดงเป็นเมดูซ่า ปันจะกินแต่ไข่ ให้รู้สึกเหมือนงู หรือเวลาเล่นเป็นตัวตลกหลอน It ปันจะดูหนัง เปิดเพลงที่ประกอบเรื่อง It ตอนแต่งหน้าแต่งตัว แล้วหัวเราะไปเรื่อย ๆ ให้เราเข้าถึงคาแรกเตอร์ ส่วนแรงบันดาลใจก็มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งเพลง ประสบการณ์ เสื้อผ้า คนที่เราชื่นชม เช่น Mariah Carey, Lady Gaga, Beyonce 

สำหรับแดร็กควีนอย่างปันปัน ประโยคในตำนานของ RuPaul ว่า เราเกิดมาเปลือยและที่เหลือคือการแต่ง “We are born naked and the rest is the drag” หมายถึงอะไร

ตัวปันเองรู้สึกว่าปันเกิดมาเพื่อเป็นแดร็กควีน คือเกิดมาตัวเปล่าและมาเพื่อแต่งเป็นแดร็กควีน สำหรับคนอื่น ๆ ปันมองว่าการแต่ง หรือ ‘แดร็ก’ (Drag) ไม่ใช่แค่ชายแต่งเป็นหญิง การแต่งตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นการแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้หญิงใส่สูทแล้วรู้สึกมั่นใจ ทะมัดทะแมง นั่นก็เป็นแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้ชายรู้สึกอยากใส่กระโปรงไม่ว่าเขาจะแต่งกับอะไรก็เป็นแดร็ก ทุกคนเกิดมาตัวเปล่า และเสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกดีกับตัวเองเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีโอกาสได้ทำ ไม่ว่าเพศไหนหรือแต่งอย่างไร และมันไม่ใช่เรื่องเลยถ้าคนเราจะไม่ยอมรับกันเพราะเศษผ้า 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ครอบครัวตอบรับอย่างไรบ้างกับการเลือกก้าวมาเป็นแดร็กควีนของปันปัน

2 ปีแรกคุณแม่ปันไม่โอเคนะ คุณแม่เดินออกจากที่แสดงทุกครั้ง ท่านไม่อยากเห็นปันที่เป็นลูกชายในครอบครัวจีนแต่งหญิง แต่พอเพื่อนท่านทุกคนบอกว่าลูกประสบความสำเร็จ แม่เลยค่อย ๆ ยอมรับ จนตอนนี้โอเคแล้ว พ่อแม่บางท่านจะยอมรับเราได้ ก็ต่อเมื่อคนอื่นยอมรับเราได้แล้วเนอะ

ส่วนคุณพ่อน่ารักมากตั้งแต่แรกเลย อยากทำอะไรทำ สนับสนุนมาตลอด เวลาปันไปทำงานในฐานะแดร็กควีน ท่านก็จะเป็นคนที่ขับรถส่งปันในชุดราตรี 

พ่อปันบอกว่ามันมีคำเดียวแหละ คือ ‘ความรัก’ ท่านบอกว่าในฐานะพ่อแม่ คุณมีสิทธิ์เลือกแค่ 2 ทางเอง ทางแรก ใจไม่กว้าง อารมณ์เสีย รับลูกไม่ได้เพราะสิ่งเก่า ๆ ในสมัยก่อน แล้วในที่สุด ทุกคนก็แตกแยก ลูกก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีความสุข คุณก็ทุกข์ใจ หรือทางที่สองคือ เลือกที่จะยอมรับลูกในทางที่เขาเป็น ทุกคนคุยกันได้ ยอมรับกันในสิ่งที่เป็น สนิทมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ พ่อบอกการตัดสินใจนี้อยู่ที่พ่อแม่ เลือกเอาว่าอยากได้ครอบครัวแบบไหน

ซึ่งคุณพ่อมีคลิปแต่งหญิงกับปันปันด้วย เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าแรงบันดาลใจของคลิปนี้คืออะไร 

ปันคุยกับคุณพ่อว่า “ป๋า ป๋าต้องคิดถึงครอบครัวคนอื่นนะคะ พ่อแม่คนอื่นเขาเห็นวิดีโอนี้แล้วเขารักลูกมากขึ้น ป๋าได้บุญนะ” ป๋าก็ยอมทำด้วย พอคลิปออกผลตอบรับดีมาก มีคนมาคอมเมนต์ว่าคุณพ่อเสียไปแล้ว แต่ถ้าพ่อยังไม่เสียแล้วได้ดูวิดีโอนี้น่าจะรักกันมากขึ้น มีคอมเมนต์ว่าคิดถึงพ่อ ปันไปยิมแล้วเจอคุณน้าผู้ชายมาบอกว่าขอบคุณคุณพ่อปันมาก เพราะคลิปทำให้เขาใจกว้างขึ้น และเข้าใจลูกที่เป็น LGBTQ+ มากขึ้น หรือบางคนบอกว่า ดูวิดีโอนี้แล้วกล้าคุยกับพ่อแม่มากขึ้น ปันดีใจที่สิ่งที่ปันกับพ่อทำได้ทำให้คนอื่นยอมรับกันมากขึ้น 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

การก้าวเข้าวงการบันเทิงในฐานะพิธีกรรายการ Drag Race Thailand ล่ะ ได้ให้ประสบการณ์กับปันปันอย่างไร 

ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแฟชั่นเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะการทำงานกับ พี่อาร์ต อารยา เพราะก่อนหน้านั้นปันไม่รู้เรื่องแฟชั่นเลย แค่รู้สึกว่าถ้าแต่งออกมาสวยคือจบ แต่พี่อาร์ตได้สอนว่า แฟชั่นคือภายนอกที่แสดงว่าคุณเป็นใครต่อโลก (Fashion is something that is an external part of who you are, and it’s a representation of you to the world.) 

แล้วรายการ Drag Race UK versus The World ที่ปันปันไปร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขัน ปันปันไปแข่งด้วยแนวคิดอย่างไร

ปันมองว่าปันเป็นตัวแทนของสิ่งที่ปันเป็น ปันเป็นคนไทย ปันเป็นลูกครึ่งไต้หวัน ปันเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ปันเป็นกะเทยไทยคนแรกบนเวที RuPaul’s Drag Race UK เพราะฉะนั้น ปันจะเอาวัฒนธรรมของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปฟาดไปโชว์ให้โลกรู้ 

จริง ๆ RuPaul’s Drag Race UK ก็เป็นเหมือน Miss Universe ของกะเทยนะ (หัวเราะ) ประเทศไทยเคยได้มงจาก Miss Universe มาแล้ว 2 มง ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา ปันจริงจัง และปันแสดงจุดยืนนี้ในรายการตอนแรกด้วยการเดินเข้าบ้านด้วยลุค คุณปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ค.ศ. 1988 ซึ่งนั่นเป็นปีที่ปันเกิดพอดีด้วย 

ในคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ ทำไมถึงเลือก “อีนี่มันต้องโดนตบ” เป็นประโยคเปิดตัว

ประโยคนี้มาจาก มีนตรา พึ่งไม้ หรือ Meannie Minaj ผู้เข้าแข่งขัน Drag Race Thailand Season 1 วันหนึ่งปันกับมีนตรากำลังนั่งเล่นกันอยู่ แล้วเปิดหนังเรื่อง Obsessed ไปด้วย พอถึงฉากที่นางเอกเล่นโดย Beyonce เจอกับผู้หญิงที่มาแย่งสามี มีนตราดูแล้วโมโหเลยพูดว่า “โหย อีนี่มันต้องโดนตบ!” พอตอนถ่ายคลิปแนะนำตัวของ RuPaul’s Drag Race UK versus The World เขาบอกให้พูดคำที่เข้ามาในหัวถ้าต้องสู้กับใคร คำว่า “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ของมีนตราก็เข้ามาในหัวทันทีเลย (หัวเราะ)

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World
ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อีกบทบาทหนึ่งของปันปันนอกจากการโลดแล่นในวงการบันเทิง คือร้าน House of Heals อะไรที่ทำให้อยากเปิดร้าน และอะไรที่ทำให้ที่นี่เป็น ‘บ้าน’ 

ปันเคยทำงานในธุรกิจกลางคืนมาประมาณ 10 กว่าปี แล้วปันรู้สึกว่าหลายคลับหรือบาร์มักจะเรียกแดร็กควีนไปแสดง แต่ไม่ได้มีสถานที่และอุปกรณ์ที่อำนวย ไม่มีไฟที่ดี เสียงเดี๋ยว ๆ ก็ดับเพราะดาวน์โหลดจาก WiFi หรือบางที่เวทีไม่มีด้วยซ้ำ มันไม่ผิดหรอก แต่มันกลายเป็นความฝันใหญ่อันหนึ่งของแดร็กควีนอย่างปันเลยว่า อยากจะสร้างพื้นที่ที่ทุกอย่างพร้อมที่สุด ในการสนับสนุนการแสดงของแดร็กควีนให้ได้เฉิดฉายอย่างเต็มที่ 

ปันเลยสร้าง House of Heals ขึ้นมาด้วยคติที่ว่า คลับของแดร็กควีน ที่ทำโดยแดร็กควีน เพื่อแดร็กควีนและทุกคน (A drag club that is made by a drag queen for a drag queen and everyone.) คลับที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดศูนย์รวมการแสดงความสามารถของแดร็กควีนและนักร้องชาวไทย ที่คนต่างชาติมามาดูและพูดได้เต็มปากว่า นี่คือคุณภาพระดับโลก ซึ่งปีนี้ House of Heals ก็เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ

ที่ใช้คำว่าบ้าน หรือ House ในชื่อ House of Heals เพราะปันอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้าน เพราะฉะนั้น พนักงานที่ทำงานที่นี่ไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นครอบครัว คนที่มาเที่ยวเราไม่เรียกว่าลูกค้า แต่เราเรียกว่าแขกของบ้าน บ้านคือที่ที่คนมีความสุข บ้านคือที่ที่อยู่กับครอบครัว ที่ House of Heals ทุกคนจะดูแลแขกของเหมือนเขามาเยี่ยมบ้านปันจริง ๆ

สำหรับปันปัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเด็น LGBTQ+ อะไรที่ควรเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุด

ปันมองว่าพื้นฐานเลยคือสิทธิและเสรีภาพในการพูด ตอนเรียกร้องเพื่อสมรสเท่าเทียม ปันได้ไปโชว์แต่งเป็น Mariah Carey ร้องเพลง When You Believe ในการประท้วงอย่างสันติที่ถูกกฎหมาย ปรากฏว่าหมายศาลมาที่บ้านเลยค่ะ มันเศร้ามากเลย ทำไมเราเรียกร้องอะไรให้สถานการณ์ในประเทศเราดีขึ้นไม่ได้ ปันมองว่าเราทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องและพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา เพื่อเดินทางไปในอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งปันเองถึงจะโดนหมายศาลแบบนี้ แต่เพื่อสมรสเท่าเทียมที่ปันเชื่อ ปันจะแสดงจุดยืนต่อไป ปันไม่เงียบหรอกค่ะ! 

อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดที่ได้ทำ

(นิ่งคิด) หลายอย่าง แต่เรื่องที่ภูมิใจมาก ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตด้วยซ้ำนะ อาจเป็นแม่ส่งข้อความมาบอกว่า ‘ภูมิใจในตัวเธอจังเลยเนอะ’ หรือคนส่งข้อความมาบอกว่า ‘เยี่ยมมาก Good job’ จากการที่เราไปแต่งหญิงในงานของเขา อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่แค่นี้เองก็ทำให้เรารู้สึกเต็มมาก อิ่มมาก 

ความภูมิใจมาก ๆ อีกอย่างคือการได้เปิด House of Heals เวลาปันหันไปรอบ ๆ ร้านแล้วเห็นแขกทั้งร้านยิ้มและหัวเราะอยู่ ได้เห็นว่าร้านมันเยียวยาคนอื่นผ่านการแสดง การเต้น และเสียงเพลง เหมือนร้าน House of Heals ช่วยให้คนได้พักจากปัญหาของเขาไปได้ชั่วขณะ ถึงปันจะเหนื่อยหรือเครียดแค่ไหน เห็นแบบนี้แล้วก็หายทันทีเลยนะ ปันดีใจและภูมิใจที่ร้านปันทำให้คนอื่นมีความสุข 

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อะไรคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่ปันปันได้เรียนรู้จากชีวิต

คนที่อยู่กับเราในเวลาที่เราตกต่ำที่สุด นั่นคือเพื่อนแท้เราเท่านั้น เพราะทุกคนพร้อมที่จะอยู่กับเราในช่วงเวลาที่เราขึ้น แต่น้อยมากที่จะอยู่กับเราตอนเราลง

ตอนนี้ความฝันของปันปันคืออะไร

เรื่องแรก ปันอยากเปิด House of Heals ไปอีกยาวนาน (ลากเสียง) เรื่องที่ 2 หลังจากปันไปแข่ง RuPaul’s Drag Race UK versus The World จบ ปันก็อยากไปทัวร์แสดงทั่วโลก

มีอีกความฝันที่อยากเล่าถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยนึกว่าจะได้แต่ปันได้แล้ว คือการเป็น Brand Ambassador ในฐานะแดร็กควีนให้กับ PULSE CLINIC คลินิกที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย สำหรับปัน ความรู้คือพลัง ปันเลยดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะสุขภาพทางเพศก็สำคัญไม่แพ้สุขภาพร่างกาย และแน่นอนว่าสำคัญไม่แพ้สุขภาพจิตด้วย เราจึงต้องดูแลสุขภาพทุกด้านอย่างเต็มที่ค่ะ

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

นาทีนี้จะมีอะไร ‘แส้บ’ ไปกว่าการปรากฏตัวของยัยพริ้นส์ แห่ง WEBTOON ‘ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม’ ทุกคืนวันอาทิตย์

หลังจากที่ ‘พริ้นส์’ นักแสดงชื่อดังประสบความสำเร็จในฐานะ LGBTQIA+ ของวงการบันเทิงได้ไม่นาน เขาก็ตื่นขึ้นในร่างของท่านขุนยุคกรุงธนบุรีอย่าง ‘ขุนวรเดช’ ที่ ‘รักผู้ชาย’ เช่นเดียวกันกับเขา

การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่ขายจิ้น ขายแฟนตาซีของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายที่ไม่มีอยู่จริง แต่นักเขียนยังมาพร้อมกับความตั้งใจจะสื่อสารเรื่องสิทธิเท่าเทียมของเพศหลากหลาย พ่วงมาด้วยประเด็นหนัก ๆ อย่างประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง ความเป็นธรรมในสังคม ชนชั้น และเรื่องแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่างเจเนอเรชัน

แม้ตอนเปิดตัวมาจะมีการสับขาหลอกว่าเป็นการ์ตูนตลกเบาสมอง แต่ยิ่งหลายตอนยิ่งดุเด็ดเผ็ดมัน จนเราเริ่มอยากรู้ว่าคนที่นั่งผลิตการ์ตูนอยู่หลังจอเป็นใคร วัน ๆ เขาเสพอะไร และมีเบื้องหลังการทำงานกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

เบนซ์-อริสรา ผาโคตร หรือ ‘ยืนกินปากกาที่ท่าพระ’ นักเขียนการ์ตูนเจน Z ดาวรุ่ง อยู่ตรงนี้กับเราเพื่อตอบคำถามทั้งหมด

ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม : WEBTOON ของเจน Z ที่นำเสนอการเมืองและเรื่องเพศ

วัน ๆ ของ ‘ยืนกินปากกาที่ท่าพระ’

แนะนำตัวเองก่อน คุณเป็นใครกันนะ

สวัสดีค่ะ ชื่อเบนซ์ อายุ 24 ปี นามปากกาสำหรับงานเขียนการ์ตูนชื่อ ‘ยืนกินปากกาที่ท่าพระ’ ส่วนงานภาพประกอบจะใช้นามปากกาว่า ArisaraFANART

เพิ่งเรียนจบมา 3 ปี จากสาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เรียนด้านกราฟิก ทำภาพประกอบ เราสนใจในด้านงานวาดการ์ตูน งานสื่อภาพยนตร์ แล้วก็งานเขียนด้วย ตั้งแต่เรียนจบมาก็เริ่มศึกษาด้านงานเขียนจริงจังค่ะ

เป็นคนสนใจประวัติศาสตร์เหรอ

มันเริ่มมาจากเราสนใจพวกประเด็นการเมืองก่อนค่ะ แล้วทีนี้เราก็ไปรู้จักกับแชนแนลที่เขาพูดเกี่ยวกับประเด็นสังคมต่าง ๆ ชื่อแชนแนล พูด ในช่องเขามีการนำเสนอเนื้อหาประวัติศาสตร์ในอีกมุมหนึ่งมาด้วย เราว่าประวัติศาสตร์ที่เขานำเสนอดูน่าสนใจดี เพราะต่างจากที่เรารู้มา เราเลยลองศึกษาด้านนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วก็อยากนำเสนอประวัติศาสตร์อีกมุมให้คนทั่วไปได้รู้ด้วย

ไอเดียเริ่มต้นของเรื่องนี้คืออะไร เริ่มจากเป็นการ์ตูนการเมือง การ์ตูนย้อนยุค หรือการ์ตูนวาย

ไอเดียเริ่มต้นมาจากที่เราดูซีรีส์เกาหลีแนวตลกการเมือง เรื่อง Mr. Queen แล้วเราก็คิดว่าถ้าแนวการเมืองของไทยเป็นพีเรียดน่าจะสนุกเหมือนกัน ถ้าเล่าในมุมตลกก็น่าจะย่อยง่าย เข้าถึงง่ายด้วยค่ะ

ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม : WEBTOON ของเจน Z ที่นำเสนอการเมืองและเรื่องเพศ

ตั้งใจจะสื่อสารประเด็นอะไรในการ์ตูนเรื่องนี้บ้าง

ตั้งใจจะสื่อเกี่ยวกับ LGBTQIA+ ตามที่เสนอตัวละครหลักเป็น LGBTQIA+ เลยค่ะ รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ความต่างของเจเนอเรชัน แล้วก็นำเสนอความเชื่อแนวคิดยุคก่อนที่สามารถสะท้อนมาให้เห็นถึงยุคนี้

เราสนใจเกี่ยวกับเรื่องสังคม มนุษย์ การเมือง และความเชื่อค่ะ

ที่เขียนวายนี่เป็นสาววายรึเปล่า

ใช่ค่ะ (หัวเราะ) งานก่อน ๆ ก็มีเขียนวายด้วย สมัยมัธยมเราเสพพวกสื่อบันเทิงวายญี่ปุ่น พอโตขึ้นมาก็พบว่าโลกความจริงมีอะไรที่กว้างกว่านั้น เราได้เจองานเขียนแนวต่าง ๆ ได้เจอความเป็นจริงที่ไม่ได้สวยหรู แฟนซี เหมือนการ์ตูนวายที่เราอ่านวัยเด็ก ช่วงหลังก็ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นแนววายแล้วค่ะ เริ่มเสพอะไรก็ได้ที่รู้สึกว่าเราสนุกและเอ็นจอยไปกับมัน

ทุกวันนี้เสพอะไรบ้าง

ปกติเสพสื่อหลายรูปแบบมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรีส์ การ์ตูน หรือแม้แต่เกมต่าง ๆ ตามประเด็นที่เราสนใจ ไม่จำกัดชาติ มีทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ฝรั่ง ไทย ลาว หมดทุกชาติเลยค่ะ

เวลาร่างหรือตัดเส้น เราเปิดสื่ออื่น ๆ เสพไปด้วยได้ ก็จะเปิดพวกซีรีส์หรือหนังกับผู้ช่วยดู แล้วก็วิเคราะห์โครงสร้างบทกันว่าเขาเล่าเรื่องยังไง เพื่อเอามาใช้ในงานค่ะ ล่าสุดก็ดูเรื่อง The Mist ไป แล้วชอบการนำเสนอประเด็นในเรื่องและการออกแบบโครงสร้างเรื่อง กับ Attack On Titan ที่มีการแทรกความเป็นมนุษย์ สังคม การเมือง ความเชื่อในเรื่องเหมือน The Mist ด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจด้านการเล่าเรื่องมาจากเรื่องพีเรียดเกาหลี แล้วก็มีศึกษาจาก WEBTOON เกาหลี อย่างเรื่อง ชิงชีวิตพลิกลิขิตชะตา ที่เขาเล่าประเด็นการเมืองได้สนุก และผสมความแฟนซีเข้าด้วยกันค่ะ

ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน

ทำไมถึงเลือกเซ็ตติ้งเป็นธนบุรี ปกติเขาไม่ค่อยย้อนไปธนบุรีกันเท่าไหร่ เหมือนเป็นยุคสมัยที่ถูกลืม

เซ็ตติ้งเรื่องจริงอยู่ที่ประมาณยุค ร.4 ขึ้นไปค่ะ แต่เราไม่อยากเขียนทับยุครัตนโกสินทร์ ก็เลยเลี่ยงเป็นโลกคู่ขนาน สร้างโลกขึ้นมาว่าเป็นยุคธนบุรีที่ราชวงศ์ดำเนินต่อมาได้เรื่อย ๆ เพื่อที่จะได้ไม่เหมือนกับของจริง มีการนำปมปัญหาการเมืองในยุคนั้นมาใช้เพื่อจุดชนวน นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่เคยเกิดในยุคต่อมามารวมกันในเรื่อง ทำให้คนคาดเดาเนื้อหาจากประวัติศาสตร์จริงไม่ได้

เล่าให้ตอบโจทย์อุดมการณ์คนรุ่นใหม่?

ใช่ค่ะ อยากจะนำเสนอสื่อแนวพีเรียดที่คนรุ่นใหม่สนใจ เป็นแนวคิดของคนรุ่นใหม่

ได้อ้างอิงตัวละครในเรื่องมาจากใครในประวัติศาสตร์บ้างไหม

มีได้แรงบันดาลใจบางส่วนมาค่ะ

‘พระไชยเชษฐ์’ เราเอามาจากสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ เป็นกษัตริย์หุ่นเชิดที่ขึ้นมาปกครองในยุคกรุงศรีอยุธยา แล้วก็ถูกสมเด็จเจ้าพระยากลาโหมชิงอำนาจไป เป็นเด็กที่โดนให้อยู่ในเกมการเมืองโดยที่ตัวเองไม่ได้ต้องการ

ส่วน ‘หม่อมโกศล’ เอามาจากกรมหลวงรักษ์รณเรศค่ะ เป็นเสด็จในกรมช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งถูกประหารในคดีกบฏ แล้วก็มีเรื่องเกี่ยวกับการเล่นสวาทเพราะว่าเป็น LGBTQIA+ ในยุคนั้นด้วย

ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม : WEBTOON ของเจน Z ที่นำเสนอการเมืองและเรื่องเพศ

เห็นเขียนว่ามีการสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่ด้วย ยังไงบ้าง

ใช่ค่ะ เพราะวัฒนธรรมไทยแท้ มีเรื่องกินหมาก พิธีกรรมทางศาสนา หรือการใช้ราชาศัพท์ ชื่อ ตำแหน่งขุนนางในยุคนั้น เราไม่ได้เขียนรายละเอียดตรงตามแบบนั้นเป๊ะค่ะ ก็เลยเขียนกำกับไปว่ามีการสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา

แล้วตอนแรกที่เริ่มเขียนต่างชาติสนใจมากเลย เราเลยรู้สึกว่าต้องดัดแปลงให้มีความเป็นสากล เข้าใจง่ายขึ้น บริบทการเมืองอะไรในเรื่อง เราก็เลยไปรีเสิร์ชการเมืองของประเทศอื่น ๆ มาอ้างอิงให้เป็นสากลขึ้นด้วยค่ะ

นอกจากบริบทเรื่องการเมืองที่เป็นสากลขึ้น ก็มีเรื่องแนวคิดตัวละคร เรื่องมุกตลก คำศัพท์ในเรื่องที่เอามาเล่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงง่ายขึ้น และเรื่องชุดที่ไม่ไทยตามแบบเป๊ะ มีการดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยสากลมากขึ้น ให้คนทั่วไปรวมถึงต่างชาติเห็นแล้วรู้สึกสนใจ เคยอ่านพวกโรแมนซ์แฟนซีเกาหลีที่เขาเอาชุดยุโรปมาดัดแปลงให้สวยงาม เราเลยอยากให้เป็นแบบนั้น

ก็คือมีจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

ใช่ค่ะ แต่รวม ๆ ค่อนข้างจะไม่จริง

เห็นพูดเรื่องประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือนด้วย ถึงตัวเอก ‘พริ้นส์’ จะเป็นลูกอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ก็ใช่จะรู้ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้น

ใช่ค่ะ ต้องการเล่นเรื่องประวัติศาสตร์ในหนังสือเรียนของไทยที่ไม่ได้ให้เห็นแง่มุมอื่น ๆ เท่าไหร่ ยังนำเสนอแค่ในแง่มุมเดียวคือมุมของราชาชาตินิยม

เอาตามตรงเราอยากให้มีการชำระประวัติศาสตร์ คนจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์ในแง่มุมอื่นด้วย เกิดการคิดหลายด้าน สามารถถกเถียงกันในหลายแง่มุม เพื่อที่จะได้เรียนรู้ต่อไปด้วย

ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม : WEBTOON ของเจน Z ที่นำเสนอการเมืองและเรื่องเพศ

แล้วก็ไม่ได้ย้อนไปเฉย ๆ พริ้นส์พยายามที่จะ ‘พลิกประวัติศาสตร์’ ด้วย

ตอนแรกที่เปิดเรื่องมา เราต้องการให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าคนนั้นจะสนใจการเมืองหรือไม่ก็ตาม แล้วพอเขาตามอ่านไปเรื่อย ๆ ก็จะพบว่าสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์หรือการเมืองเข้าไป ให้ได้เห็นภาพชัดขึ้นแล้วอินไปกับตัวละครที่กำลังเผชิญกับเหตุการณ์นั้น ๆ 

พริ้นส์ เป็นเหมือนตัวแทนคนทั่วไปที่ไม่ได้รู้เรื่องประวัติศาสตร์ในตอนต้น แล้วถูกโยนเข้าไปในปัญหานี้ ก็เลยพยายามที่จะทำอะไรสักอย่าง เพราะว่าตัวละครได้รับรู้แล้วว่าการเมืองมีผลกับตัวเอง ถ้าไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างตัวเองก็จะเสียประโยชน์

ทำไมถึงให้พริ้นส์เป็นดารา และให้วรเดชเป็นลูกเจ้าพระยา ดูเป็นคนที่มีสถานะทางสังคมทั้งคู่เลย

คนที่มีพริวิเลจบางคนอาจจะไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของปัญหาและมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว การที่เราโยนปัญหานี้ให้ตัวละครที่มีพริวิเลจเลยเกิดเป็นคอนฟลิกต์ในเรื่อง ทำให้เห็นว่ามันมีปัญหาอยู่นะ

เปิดเรื่องมา พริ้นส์มองว่าตัวเองอยู่ในโลกที่ทุกคนยอมรับเพราะมีพรีวิลเลจอยู่ พอย้อนมาในอดีตก็ทำให้เห็นถึงปัญหามากขึ้น

ส่วนตัววรเดชในยุคก่อน เห็นถึงปัญหาแต่แรก เพราะต่อให้มีพริวิเลจ ก็เจอปัญหาที่กฎหมายก็บอกว่าตัวตนเขาเป็นเรื่องผิด เพราะในเรื่องเราเซ็ตให้ LGBTQIA+ มีความผิดทางกฎหมายค่ะ

เรารู้สึกว่าทั้งพริ้นส์ทั้งวรเดชก็เหมือนกัน ตรงที่มองว่าการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศด้วย เหมือนคนรุ่นใหม่ในตอนนี้ที่มองมันเป็นเรื่องเดียวกัน

ในเรื่องเราเซ็ตว่าชนชั้นปกครองใช้ความเชื่อในการปกครองคนและทำให้ชาวบ้านเชื่อตาม เลยมาผูกกับเรื่องเพศ เพราะความอคติทางเพศทั้งหลายมันก็เกิดจากความเชื่อที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น เท่าที่ดู มีหลายวัฒนธรรมในโลกนี้ที่มองว่า LGBTQIA+ เป็นเรื่องปกติ แล้วก็มีบางวัฒนธรรมที่เขาปลูกฝังคนของเขาให้มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องผิดธรรมชาติ เราว่าเรื่องนี้มันเกิดมาจากอคติที่สอนกันมารุ่นต่อรุ่นค่ะ

เลยอยากทำให้คนเริ่มรู้สึกตั้งคำถามกับความเชื่อเดิมที่มีอคติต่อกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง และลองคิดทบทวนด้วยตัวเองว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น มากกว่ายอมเชื่อตามที่เขาบอกมาไปเลย

คุณอยากเห็นอะไรในเรื่องของ LGBTQIA+

อยากเห็นการที่ LGBTQIA+ ได้รับสิทธิเท่าเทียมเหมือนเพศชายหญิงทุกอย่าง อยากให้คนมอง LGBTQIA+ เป็นเพศของมนุษย์ทั่วไป ไม่อยากให้มองว่าแปลกแยก

เมื่อเจน Z จับ (เมาส์) ปากกา

หาข้อมูลเยอะไหม

ค่อนข้างเยอะค่ะ หาข้อมูลประมาณ 1 ปี พื้นฐานเราเป็นคนไม่ได้มีความรู้ทางประวัติศาสตร์ เลยต้องรีเสิร์ชตั้งแต่ประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์รอบโลกอ้างอิงบริบทในไทยยุคนั้นด้วยค่ะ

ตอนนี้รีเสิร์ชข้อมูลแล้ววางโครงสร้างเรื่องรวม ๆ เสร็จแล้วค่ะ แต่ระหว่างนี้ก็มีไปเรียนเพิ่มเกี่ยวกับการเล่าเรื่อง การเขียนบท เพื่อให้งานออกมาดีมากขึ้น แล้วก็มีการศึกษาตามเพจของนักเขียนบทที่แชร์เทคนิคการเขียน ระหว่างทำงานก็ดูยูทูบเบอร์ที่ทำงานเบื้องหลังภาพยนตร์มาแชร์ทริคการเล่าเรื่องไปด้วย ก็เลยต้องมีปรับแก้งานเพิ่มระหว่างทาง เพื่อให้ให้เมสเสจที่อยากจะเล่ามันชัดขึ้น งานสนุกขึ้น คนจะได้รับสารได้ง่ายขึ้นด้วย

มีฟีดแบ็กแง่ลบบ้างรึเปล่า

ฟีดแบ็กตอนลงมีแค่ส่วนน้อยเลยค่ะ ที่เขาไม่พอใจ LGBTQIA+ อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่การ์ตูนวายจะโดนค่ะ ก็เลยทำใจ (หัวเราะ)

เรื่องประวัติศาสตร์ทั้งหลายนี่ไม่โดนทัวร์ลงเหรอ

ประวัติศาสตร์มีแค่คนมาถกเถียงประเด็นในเรื่องกัน แต่ในเรื่องก็ยังไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งที่ตัวละครทำถูกหรือผิด เขาก็เลยดีเบตกันเพื่อวิเคราะห์และนำเสนอแนวคิดตัวเองเฉย ๆ ค่ะ ไม่ได้ติที่ตัวเรื่อง เหมือนดีเบตเพื่อแชร์ข้อมูลให้คนอ่านคนอื่น ๆ ด้วย

ที่จริงเรื่องนี้ ตอนต้นทัศนคติค่อนข้างไปทางคนรุ่นใหม่เพราะเล่าเรื่องผ่านตัวพริ้นส์ แต่ช่วงหลัง ๆ ตัวละครก็จะได้เห็นหลาย ๆ ทัศนคติของคนแต่ละกลุ่มมากขึ้น เพราะเรารู้สึกว่าควรจะให้พื้นที่สื่อสำหรับคนที่คิดต่างจากเราในการนำเสนอแง่มุมของเขาด้วย

ระหว่างทำเรื่องนี้เราก็รีเสิร์ชข้อมูล โดยการไปคุยกับคนกลุ่มที่เขามีแนวคิดคนละอย่างกับเราตามกลุ่ม ตามเพจประวัติศาสตร์ในเฟซบุ๊กด้วย เพราะอยากรู้มุมมองของเขาบางจุดค่ะ บางทีเราก็ชอบไปดูคนแชร์แนวคิดกันตามกระทู้ บางทีก็ไปฟังสัมมนาที่มีอาจารย์มหาวิทยาลัยมาดีเบตกันในประเด็นประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ทำให้เห็นหลาย ๆ มุมน่าสนใจดีค่ะ

แล้วคุณก็เสนอหลาย ๆ มุม ไม่ได้เฉลยใช่ไหมว่าตัวเองมีทัศนคติอย่างไรต่อเรื่องต่าง ๆ

ใช่ค่ะ ให้คนอ่านสามารถตีความตัดสินในแบบของตัวเอง ไม่ได้ชักจูงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะส่วนตัวเรามองว่าแนวคิด กระแสโลกมันเปลี่ยนตลอดเวลา เรื่องที่เรามั่นใจว่าคิดถูกอาจจะไม่เสมอไป และพร้อมจะรับแนวคิดใหม่ ๆ ตลอดค่ะ

นักเขียน ‘ยืนกินปากกาที่ท่าพระ’ เล่าเบื้องหลัง WEBTOON เรื่องดัง และมุมมองเกี่ยวกับเหล่านักอ่านรุ่นใหม่เจน Z

คนอ่านเรื่องนี้เป็นใครกันบ้าง

มีบ้างที่เป็นกลุ่มที่สนใจการเมืองเข้ามาอ่าน แต่จะรองลงมาจากกลุ่มหลัก ๆ ที่เป็นกลุ่มสาววาย หรือกลุ่ม LGBTQIA+ ซึ่งยินดีนะคะที่ได้ให้ความบันเทิง แล้วได้แชร์เรื่องการเมืองหรือเมสเสจบางอย่างจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวให้เขารับรู้ไปด้วย เป็นการช่วยสื่อสารในแบบของเราค่ะ

แล้วก็มีกลุ่มวัยเด็ก ๆ ที่เข้ามาอ่านอีก อย่างหลานเราเขาก็อ่าน ทั้งที่น้องยังอยู่ประมาณประถมอยู่เลย น้องบอกไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาในเรื่อง แต่เห็นภาพสวยดีเลยเข้ามาอ่าน (หัวเราะ)

ดีใจที่แม้คนอาจจะยังไม่เข้าใจประเด็นในเรื่อง แต่ก็เข้ามาเสพความบันเทิงในเรื่องได้ ไว้ในอนาคตถ้าเขาโตขึ้นแล้วมาอ่านอีกรอบ เขาก็อาจจะได้รับเมสเสจอื่น ๆ นอกจากความบันเทิงด้วยค่ะ เหมือนพวกการ์ตูนที่อ่านในวัยเด็ก เราอ่านตอนแรกเพื่อความบันเทิง อาจจะไม่เข้าใจเรื่องในเชิงลึก แต่พอมาอ่านตอนโตที่เห็นโลกมากขึ้น ก็จะได้รับความรู้สึกอีกแบบค่ะ

มีการ์ตูนเรื่องไหนในชีวิตคุณที่เป็นแบบนั้นเหรอ

ล่าสุดเลยที่เพิ่งดูก็คือ Attack On Titan ค่ะ ตอนออกมาแรก ๆ เราก็ยังอยู่วัยมัธยม พอมาตอนนี้มาเสพอีกที นอกจากเรื่องไททันไล่กินคนแล้วก็เห็นแง่มุมการเมือง ความเชื่อ ความเป็นมนุษย์ ที่นักเขียนใส่มา

นักเขียน ‘ยืนกินปากกาที่ท่าพระ’ เล่าเบื้องหลัง WEBTOON เรื่องดัง และมุมมองเกี่ยวกับเหล่านักอ่านรุ่นใหม่เจน Z

ผู้บริโภคหลักของ WEBTOON คือเจน Z คุณคิดยังไงกับคนรุ่นนี้

พอเราเป็นคนเจน Z เหมือนกันเลยเข้าใจคนกลุ่มนี้ค่ะ ในอนาคตกลุ่มนี้ต้องเป็นคนที่ขับเคลื่อนประเทศ หลายคนที่อาจจะดูสุดโต่งไป เขาแค่ต้องการนำเสนอแนวคิดของตัวเองค่ะ คนเจนอื่น ๆ อาจจะไม่ชินกับการนำเสนอแนวคิดด้วยวิธีแบบนี้ แต่ว่าเจตนาก็คือต้องการให้สังคมดีขึ้นเหมือนทุกเจนค่ะ ก็เลยคิดว่าต้องลองเปิดใจฟัง ไม่ว่าจะเป็นเจน Z กับเจนอื่น หรือเจนอื่นกับเจน Z ค่ะ

คิดว่าอะไรคือสิ่งที่คนเจน Z ต้องการจะเสพ

เท่าที่เห็นตามทวิตเตอร์ กลุ่มที่ขับเคลื่อนสังคมต้องการเสพสื่อที่บันเทิงและเชื่อมโยงกับชีวิตเขา กับสังคม กับการเมือง แล้วก็ให้แง่มุมใหม่ ๆ กับเขาได้ ทำให้เขาต่อยอดทางความคิดได้ งานของเราก็ตั้งใจให้เขาก็ถูกใจ ทั้งในแง่ความบันเทิงและในแง่อื่น ๆ ด้วยค่ะ

ถ้าเรื่องนี้ปล่อยออกมาเมื่อ 5 ปีก่อนหรือ 20 ปีก่อน กระแสจะต่างจากตอนนี้ไหม

อืม… (นิ่งคิด) ตอนนี้คนที่อ่านส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว แต่ถ้าปล่อยเมื่อ 5 ปีก่อน คนอาจจะยังไม่เข้าใจ ถ้าเข้ามาอ่านประเด็นต่าง ๆ ในเรื่องอาจรู้สึกขัดกับความเชื่อที่บางคนยังยึดถืออยู่ อาจเกิดความสงสัยและตั้งคำถามกับงานก็ได้นะคะ คิดว่าเป็นอย่างนั้น

ส่วน 20 ปีก่อนอาจจะมีดราม่าหนักค่ะ เพราะเราเห็นจากคนเขียนหนังสือเรื่องหนึ่งที่เขานำเสนอในแง่มุมที่ไม่ตรงกับความคิดของคนในสังคมส่วนใหญ่ในตอนนั้น เขาเล่าว่าเขาโดนอะไรมาบ้าง ก็ค่อนข้างน่ากลัวและรุนแรงอยู่ค่ะ

เห็นในเครดิตมีผู้ช่วยหลายคนเลย

ใช่ค่ะ มีผู้ช่วยคนหนึ่ง เป็นเลขาจัดการทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะงานแก้ฟอนต์ ช่วยอัปโหลดงาน หรือช่วยลงสี แต่งเอฟเฟกต์ หาพร็อพ วาดพร็อพให้ ปั้นโมเดล ทำทุกอย่าง ช่วยเหมือนเป็นตัวเราอีกคนหนึ่งเลยค่ะ

ส่วนผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง จะเช็กพวกตัวอักษร เนื้อหา ดูสตอรี่บอร์ด แล้วก็มีให้ช่วยลงสี เพราะว่าสเกลงานหลัง ๆ มันเริ่มเยอะขึ้น

แล้วก็มีผู้ช่วยคนอื่นที่ไม่ได้จ้างประจำค่ะ เป็นเพื่อนและรุ่นน้องที่รู้จักกันมาช่วยงาน

กระบวนการวาด ต้องมีการปั้นโมเดลด้วยเหรอ

ใช่ค่ะ เพราะว่าเราเซ็ตติ้งเป็นไทยพีเรียด ถ้าจะให้ไปวาดวังเองเลยก็เหนื่อย ก็เลยปั้นโมเดลขึ้นมาใช้ได้หลาย ๆ ฉากดีกว่า ปกติฉากทั่วไปก็มีคนปั้นโมเดลให้เราซื้อใช้อยู่แล้ว แต่พอมาทำเซ็ตติ้งไทยพีเรียดเลยต้องทำขึ้นมาเองบางส่วน บางส่วนก็ใช้จาก คุณมุ (นักเขียน วันทองไร้ใจ) ที่ทำโมเดลฉากลงขายไว้ให้อยู่

พวกวัตถุดิบต่าง ๆ ลายไทย ชุดไทย ฉากที่เราทำบางส่วน ในอนาคตที่จบเรื่องนี้แล้ว ก็จะเอามาแจกจ่ายให้คนได้เอาไปใช้กันค่ะ กลุ่มคนอยากทำพีเรียดไทยจะได้มีเครื่องทุ่นแรงเหมือนฝั่งพีเรียดยุโรป เกาหลี ที่เขามีฉาก มีพร็อพ ให้พร้อม

นักเขียน ‘ยืนกินปากกาที่ท่าพระ’ เล่าเบื้องหลัง WEBTOON เรื่องดัง และมุมมองเกี่ยวกับเหล่านักอ่านรุ่นใหม่เจน Z

รู้สึกยังไงบ้างที่คนอ่านเรื่องนี้เยอะมาก

รู้สึกดีใจค่ะและตกใจค่ะ ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ทั้งที่เพิ่งลง ตอนแรกก็กังวลว่าจะโดนติเรื่องเนื้อหาที่ไปยกพวกประวัติศาสตร์ในมุมใหม่มามั้ย แต่พอลงแล้วทุกคนชอบก็ดีใจค่ะ

สุดท้ายนี้ อยากบอกอะไรคนอ่าน

ขอบคุณนะคะ คิดอะไรไม่ออกแล้วนอกจากขอบคุณที่ตามอ่าน (ยิ้ม)

นักเขียน ‘ยืนกินปากกาที่ท่าพระ’ เล่าเบื้องหลัง WEBTOON เรื่องดัง และมุมมองเกี่ยวกับเหล่านักอ่านรุ่นใหม่เจน Z

 ภาพ : ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load