‘ซื้อเขาง่ายกว่า’

วลีนี้ดังขึ้นในใจเราหลายต่อหลายครั้ง จนความคิดที่ว่าอยากจะลองหว่านเมล็ดปลูกผักเอาไว้ทานเองดูสักคราต้องถูกพับเก็บไปหลายหน แต่เมื่อแวดวงเกษตรกรรมถูกพารุดหน้าให้รวมเข้ากับอุตสาหกรรมจนเราไม่ทันตั้งหลัก ทุกวันนี้ทานผักแต่กลับได้สารเคมีตกค้างและยาฆ่าแมลงมาเป็นของแถม จนร่างกายขอกระแอมดังๆ ว่า ‘ซื้อเขาง่ายกว่า แต่อาจไม่ได้ดีกว่าเสมอไป’

เป็นที่รู้กันดีว่าเหล่าพืชผักจะเริ่มสูญเสียคุณประโยชน์ทันทีเมื่อถูกเด็ดออกจากต้น และเสียเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเข้าสู่กระบวนการปรุงอาหาร แค่นึกดูเล่นๆ ว่ากว่าที่เจ้าผักกำเล็กกำใหญ่ จะเดินทางจากไร่มาสู่เชลฟ์ในซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องผ่านกี่ร้อนกี่หนาวกันมาแล้ว ไหนจะบรรจุภัณฑ์และการขนส่งที่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรโลกอย่างมหาศาล เราจึงไม่เห็นข้อเสียใดๆ ที่จะลองเปลี่ยนจากการเดินเลือกซื้อผักผลไม้ในร้านค้า มาเป็นการปลูกเองทานเองตามวิถีอินทรีย์ นอกเสียจากว่า อาจต้องใช้เวลาและจุกจิกมากกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย 

แต่บรรดาผู้ที่ลงมือปลูกเอง ทานเอง ขายเอง ต่างบอกต่อเป็นเสียงเดียวกันว่า ความสมดุลและสมบูรณ์เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความยุ่งยากเหล่านั้น เพราะการลงมือทำการเกษตร ต้องอาศัยทั้งความใจเย็น พิถีพิถัน และความใส่ใจจริง ผลผลิตที่ได้จึงไม่ใช่แค่การบ่มเพาะพืชผล แต่ยังเป็นการบ่มเพาะความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์ที่ได้ใช้เวลาหยุดนิ่งกับสิ่งตรงหน้า หันมาพึ่งพาตนเองด้วยทรัพยากรที่สร้างได้ด้วยสองมือ มิใช่อาศัยเพียงแค่การซื้อและแกะห่อทานทันทีเท่านั้น

เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง คอลัมน์มนุษย์อินทรีย์คราวนี้จึงเหมาะมาก สำหรับคุณผู้อ่านที่รักที่เป็นมือใหม่อยากปลูก (แต่ไม่อยากเสี่ยง) หวังจะปลูกอะไรได้เองกับเขาดูบ้าง แต่ยังไม่มีความมั่นใจ ครั้นจะลงทุนซื้อที่ดินเสียเลย ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนที่ปลูกแล้วมั่นใจว่าจะไปรอด เราจึงได้คัดสรรทำเลให้เช่ายืมสำหรับทำการเกษตรจากทั่วทุกสารทิศ ให้คุณได้เริ่มลงมือเพาะเมล็ดหว่านไถ เก็บผลผลิตไว้ทานเอง-ขายเองได้ โดยไม่ต้องลงทุนซื้อที่ดินแบบถาวรให้กลุ้มใจ อยากเช่าเมื่อไหร่ก็แวะมา

g Garden

ผู้ให้เช่าแปลงผักเจ้าแรกที่เราอยากแนะนำให้เหล่าเกษตรกรมือใหม่ทั้งหลายได้รู้จัก คือ ‘g Garden’ Urban Farming & Farmers Connected โครงการหัวใจสีเขียวที่นำทัพโดย โชคชัย หลาบหนองแสง ผู้จัดการโครงการ และ จารุชา ทองพินิจ โดยมีไอเดียในการนำพื้นที่ว่างรอการพัฒนาใจกลางเมือง มาแปลงโฉมให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม อย่างการสร้างแปลงผักปลอดภัยและคืนพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพมหานคร

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : g Garden Urban Farming & Farmers Connected

เหล่าผู้เช่าอย่างเราๆ แค่ยกหูโทรศัพท์ขอจับจองพื้นที่ ก็เตรียมตัวพร้อมปลูกพร้อมหว่านได้ทันที เพราะบรรดาเครื่องไม้เครื่องมือที่ทาง g Garden ตระเตรียมไว้ให้นั้นครบเครื่องสารพัน ทั้งกระบะไม้ยกพื้นสูงขนาด 1 x 1 เมตร ดินหมัก กล้าผัก และเมล็ดพันธุ์ตามฤดูกาล สำหรับอัตราค่าเช่านั้นสนนไว้ที่ 1,000 บาท/เดือน/แปลง และยังมีเกษตรกรมืออาชีพคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำและแวะเวียนมาดูแลผลผลิตให้ตลอด 

เห็นกระบะจิ๋วๆ อย่างนี้แต่แจ๋วเกินตัว เพราะกระบะ 1 ตัว สามารถปลูกผักหมุนเวียนได้สูงสุดถึง 50 ต้น หากคิดเป็นปริมาณผลผลิต ก็มากถึง 5 – 10 กิโลกรัมต่อเดือน แบ่งกันทานในครอบครัวขนาด 2 – 4 คนกันได้แบบสบายๆ

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : g Garden Urban Farming & Farmers Connected

อีกทั้งยังการันตีคุณภาพว่าไม่ใช้สารเคมีในทุกกระบวนขั้น ปลอดภัยทั้งต่อคนปลูก คนกิน และสิ่งแวดล้อม หากเลือกปลูกพืชผักที่ขึ้นง่ายโตง่าย ก็อาจเก็บเกี่ยวได้ภายใน 1 เดือน หรือบางชนิดที่ต้องใช้เวลานานหน่อย ก็อาจต้องอดใจรอกันต่อสัก 2 – 3 เดือน ส่วนใครมีพืชผักในดวงใจ อยากเอามาหว่านลงแปลงก็เตรียมมาเองได้ ที่นี่เขาการันตีว่าจะช่วยปลูกให้รอดได้อย่างแน่นอน! (แต่เน้นว่าขอเป็นพืชผักตามฤดูกาลเท่านั้นนะ) ที่สำคัญยังมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมในครอบครัวอีกมากมาย ทั้งฟาร์มไก่อินทรีย์ คาเฟ่จากผลผลิตในสวน สนามเด็กเล่น ลานออกกำลังกาย และสวนผัก สวนดอกไม้ให้ได้เดินหย่อนใจกันแบบเพลินๆ

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : g Garden Urban Farming & Farmers Connected

เมื่อพื้นที่ในเมืองมีจำกัดและพื้นที่ปลูกผักมีน้อย จึงทำให้ผลผลิตอินทรีย์ปลอดภัยในท้องตลาดกลายเป็นแรร์ไอเท็มตามไปด้วย ใครอยากลิ้มลองรสชาติผักอินทรีย์ที่ปลูกได้ด้วยฝีมือตัวเอง แถมยังอร่อย สะอาด และสดใหม่ ไม่เหมือนผักทั่วไปในท้องตลาด กาปฏิทินกันไว้ให้ดี เพราะ g Garden เขาพร้อมเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้แล้ว!

ที่ตั้ง : g Garden สวนผักใจกลางพระราม 9 (หลังเซ็นทรัลพระราม 9) ถนนพระราม 9 ซอย 3 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 5256 4455, 09 2354 2879

Facebook : g Garden – Urban Farming & Farmer’s Connect

Coolliving Farmhouse eco & organic living

ด้วยความผูกพันคลุกคลีในแวดวงธุรกิจเครื่องนอนและเครื่องสำอางออร์แกนิกมากว่ามา 22 ปี หลี-สาริศา ปิ่นทอง จึงช่ำชองและรู้เท่าทันพิษภัยของเหล่าสารเคมีสังเคราะห์ที่ไม่ได้มาจากการกินเท่านั้น แต่ยังมาจากการใช้ สัมผัส และสูดดมสารทั้งหลายรอบตัว เธอจึงหันมาสนับสนุนวิถีอินทรีย์อย่างจริงจัง วางสมดุลชีวิตเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รักธรรมชาติ และรักตัวเองให้มากขึ้น 

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : Coolliving Farmhouse eco & organic living

เพราะอยากให้คนรุ่นใหม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการขยับเข้าใกล้ธรรมชาติ แปลงเกษตรเขียวขจีสำหรับให้เช่ายืมในนาม Coolliving Farmhouse eco & organic living จึงผุดขึ้นใจกลางอำเภอวังน้ำเขียว หากควักกระเป๋าเช่าที่ดินทำการเกษตรกับที่นี่แล้ว รับรองว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพราะเขามีทั้งแปลงผักสลัดขนาด 2 x 10 เมตร และนาข้าวอินทรีย์ขนาด 6 x 6 เมตร ไว้คอยบริการ (แปลงผักสลัดแบ่งให้เช่า 2 เดือน และนาข้าวอินทรีย์แบ่งให้เช่า 6 เดือน) พร้อมมาตรฐานควบคุมการปลูกอย่างเข้มงวดว่าต้องปลอดสารเคมีและสารเร่งโตทุกชนิด แม้แต่พลาสติกคลุมแปลงก็ไม่อนุญาตให้ใช้ เพราะอาจละลายสารเคมีอันตรายลงสู่ดินและแหล่งน้ำได้

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : Coolliving Farmhouse eco & organic living

แม้เริ่มต้นจากศูนย์ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ Coolliving Farmhouse eco & organic living มีคอร์สสอนการดูแลผลผลิตให้ตั้งแต่การเพาะเมล็ด เพาะต้นกล้า การเตรียมแปลงปลูก ใส่ปุ๋ย ดูแลรักษา จนถึงการเก็บเกี่ยว ที่เจ้าของแปลงจะได้ลงมือทำเองในทุกขั้นตอน หากได้ผลผลิตเยอะจนเก็บกินไม่ไหว อยากจะแบ่งแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านแปลงเคียงก็ได้ หรือส่งไปวางขายสร้างรายได้เสริมที่สหกรณ์วังน้ำเขียวก็ดี แอบกระซิบว่าดินฟ้าอากาศที่วังน้ำเขียวนั้นเหมาะแก่การปลูกพืชอินทรีย์เอามากๆ เพราะมีปัจจัยเสี่ยงโรคพืชน้อย และชุมชนรอบข้างส่วนใหญ่ก็เพาะปลูกแบบอินทรีย์กันเกือบทั้งหมด 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Coolliving Farmhouse eco & organic living

ความเอ็กซ์คลูซีฟของที่นี่ เห็นทีจะเป็นการให้บริการที่พักฟรี 4 ครั้งต่อปี (ครั้งละไม่เกิน 5 วัน รวมระยะเวลาไม่เกิน 20 วันใน 1 ปี) ให้เหล่าเจ้าของแปลงผักได้มานอนค้างอ้างแรม ทำไร่ทำฟาร์ม และสูดอากาศบริสุทธิ์ไปตุนไว้จนหนำปอด พร้อมให้บริการแล้ววันนี้โดยคิดราคาคอร์สแบบเหมาๆ อยู่ที่ 30,000 บาท ให้คุณจ่ายครบจบในที่เดียว ทั้งที่เที่ยว ที่พัก และที่ปลูกผักแบบส่วนตัวสุดๆ 

หลียังทิ้งท้ายไว้ว่า หากแวะมาทดลองเป็นเกษตรกรกับ Coolliving Farmhouse eco & organic living ดูสักตั้ง อาจหลงรักผืนดินและแปลงผักจนโงหัวไม่ขึ้น เพราะการทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อจิตใจให้อ่อนโยนและเย็นลงได้อีกด้วย 

ที่ตั้ง : ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6963 5655

เว็บไซต์ : www.coolliving.co.th

Facebook : Coolliving Farmhouse eco & organic living

ชุมชนนิเวศน์สันติวนา

ใครจะรู้ว่าดอนเมืองไม่ได้มีแค่สนามบิน แต่ยังเป็นที่ตั้งของผืนนา แปลงผัก และทุ่งกว้างเขียวขจีขนาดกว่า 50 ไร่ อย่างชุมชนนิเวศน์สันติวนา ศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ พลังงานทางเลือก และการอนุรักษ์ธรรมชาติและป่าในเมือง หากไม่บอกก็แทบมองไม่ออก ว่าผืนป่าขนาดยักษ์แห่งนี้ พรางตัวซ่อนอยู่ใจกลางมหานครป่าคอนกรีตได้อย่างเหลือเชื่อ

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

ชุมชนนิเวศน์สันติวนา คือพื้นที่ต้นแบบของการรักษาสมดุลทางระบบนิเวศน์ในเมือง และการพึ่งพาตนเองทั้งด้านอาหารและพลังงาน โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิอุร์สุลินเพื่อการศึกษา และมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาร่วมกันรักษาและพัฒนาให้เป็นพื้นที่แห่งความยั่งยืน ที่สำคัญยังได้ อาจารย์คมสัน หุตะแพทย์ ผู้อำนวยการชุมชนนิเวศน์สันติวนา มาเป็นหนึ่งในทีมหัวเรือใหญ่ผู้เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ ช่วยเนรมิตป่ากลางเมืองแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังโตของพืชผักอินทรีย์นานาชนิด

ที่นี่ใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ควบคุมระบบการเกษตรทั้งหมดแบบครบจบในที่เดียว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาลู่ทางในการทำเกษตรอินทรีย์แบบไม่ต้องมีต้องทุนใดๆ เพราะเขาเจ้าไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เช่าหรือคิดเงินค่าแปลงผัก หากแต่เป็นการเปิดรั้วฟาร์มต้อนรับเหล่าอาสาสมัครให้เข้ามาฝึกปรือฝีมือฝึกทำการเกษตรกันแบบฟรีๆ ในช่วงเดือนมกราคมของ พ.ศ. 2565 ที่กำลังจะถึงนี้

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

ช่วง 2 เดือนแรก จะเป็นการทำงานจริง ลงสนามจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน เหล่าอาสาจะได้ลุยภารกิจทุกชนิดในฟาร์มขนาดใหญ่ ทั้งทำปุ๋ย พรวนดิน ปลูกผัก เพาะกล้า ตลอดจนเผาถ่านเพื่อปรุงดิน และเมื่อย่างเข้าช่วงเดือนที่ 3 ทางฟาร์มจะเปิดพื้นที่ให้ได้ทำงานเกษตรอย่างอิสระ ทดลองปลูกเอง เก็บเกี่ยวเองตามชอบใจ ใครที่อยู่ในย่านมหานคร เบื่อหน่ายจากการจ้องหน้าจอคอมฯ และมองหาคอร์สสอนการเกษตรฉบับรวบรัด ชนิดที่ว่าเป็นเร็ว เก่งเร็ว และปลูกกินได้จริง แถมยังจ่ายค่าสมัครเป็นแรงกายแบบไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าสักบาท เราแนะนำที่แห่งนี้เป็นคำตอบให้อย่างไม่ลังเล 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

ความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างแหล่งอาหารและพลังงานที่ยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมของนิเวศน์สันติวนาไม่เคยย่ำอยู่กับที่ ชุมชนแห่งนี้ยังคงเดินหน้าศึกษาและพัฒนาระบบการเกษตรอินทรีย์รูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ อีกหนึ่งความน่ารักและใจดีมาก คือชุมชนนิเวศน์สันติวนายังมีโครงการดีๆ ในการแบ่งปันผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นประจำ แถมยังมีคอร์สสอนทักษะการปลูกพืชอินทรีย์และการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้แก่ผู้ที่สนใจอีกด้วย

ที่ตั้ง : ซอยวัดเวฬุวนาราม 18 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 5067 2728

เว็บไซต์ : mcdfthailand.wordpress.com/santiwana-eco-
community/

Facebook : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

พอ พบ สุข

เพราะเกษตรกรรม คืออาชีพที่หล่อเลี้ยงครอบครัวของ สำเริง ศรีโกะเพชร และ วิรากร ณรงค์มี มาตั้งแต่จำความได้ ทั้งสองจึงเติบโตมากับการทำเกษตรโดยแท้ และมองเห็นความยากลำบากของสายอาชีพนี้ได้ชัดเจนกว่าใคร จึงเป็นที่มาของการเดินหน้าศึกษาศาสตร์ความรู้เกี่ยวการทำการเกษตรในหลากหลายแขนงตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี เจาะลึกถึงระบบดิน ระบบน้ำ จนแตกฉานเป็นวิถีโมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข อย่างทุกวันนี้

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : พอ พบ สุข

ผืนนาเขียวขจีในอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่ตั้งของโมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข ที่ยินดีเปิดรั้วต้อนรับนักเกษตรมือใหม่ให้เข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีในทุกกระบวนขั้น และลงมือปฏิบัติกับเหล่ากูรูผู้รู้ตัวจริง โดยผู้เช่าเลือกปลูกพืชผักในแปลงขนาด 4 x 5 เมตรได้ทุกชนิด และเลือกระยะเวลาการเช่าได้ตามความประสงค์ 

หากต้องการลงมือปลูกพร้อมเก็บผลผลิต จะมีระยะเวลาการเช่าอยู่ที่ 2 เดือนเป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าหากติดใจอยากทดลองปลูกซ้ำอีกหนึ่งครั้ง ระยะเวลาก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับกันไป ส่วนค่าธรรมเนียมในการเช่าก็สบายกระเป๋าเอามากๆ เพราะอยู่ที่ 500 บาทต่อแปลงเท่านั้น แถมมาที่เดียวยังได้เห็นทุกมิติของการทำการเกษตร ทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ โคก หนอง นา การเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าว ปลูกป่า ไปจนถึงพืชผักสวนครัว

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : พอ พบ สุข

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ยังไม่ถึงครึ่งของกิจกรรมทั้งหมดที่คุณจะได้สัมผัสเมื่อมาเยือนโมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข เพราะเขายังมีคอร์สการเกษตรหรรษาไว้ต้อนรับนักปลูกผักมือใหม่ไว้อีกเพียบ ทั้งคอร์สพืชสมุนไพร การเลี้ยงโค กระบือ ไก่ ตามวิถีธรรมชาติ การเพาะต้นอ่อนบัว การเลี้ยงและจับสัตว์น้ำอย่างปลา กบ และหอยน้ำจืด ตลอดจนการทำถ่าน การทำนา การเกี่ยวและนวดข้าวด้วยมือ ไปจนถึงการทำปุ๋ยอินทรีย์อย่างง่ายจากวัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่ 

ใครอยู่ในละแวกใกล้เคียง เตรียมสตาร์ทรถแล้วเดินทางไปได้เลย ที่นี่เขาเปิดให้บริการพร้อมอยู่แล้ว หากได้เห็นกับตา จะรู้ได้ทันทีว่าอีสานไม่ได้แห้งแล้งอย่างที่คิด

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : พอ พบ สุข

แม้จะจบคอร์สเรียนตามหลักสูตรไปเป็นที่เรียบร้อย แต่โมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข ยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเกษตรสำหรับผู้ที่ค้นพบตัวเองจากการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ แล้วสนใจยึดถือวิถีเกษตรวิถีอินทรีย์เพื่อการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัวต่อไป ที่นี่ยินดีดูแลและแนะนำแนวทางให้ตลอดชีพไม่มีหมดคอร์ส

ที่ตั้ง : ตำบลหนองบัวบาน อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ 32130 (แผนที่)

Facebook : พอ พบ สุข

U-Farm

‘ปลูกผักเพราะรักลูก’ คือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ บัว-บัวระวงษ์ เดอกรูท พลิกฟื้นที่ดินท่ามกลางภูเขาในอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ให้กลายเป็นฟาร์มออร์แกนิกเล็กๆ ปลูกพืชผักปลอดสารพิษให้ลูกๆ ของเธอได้ทานอาหารปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ จนแตกหน่อออกผลกลายเป็น U-Farm ธุรกิจให้เช่าแปลงผักและรับบริหารจัดการแปลงผักแบบครบวงจร

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : U-Farm

คราวนี้ขอเอาใจใครที่ใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของแปลงเกษตร อยากปลูกผักสดปลอดสารพิษไว้ทานแต่ดันไม่มีเวลาและไม่อยากลงแรงเอง เพียงติดต่อขอจับจองพื้นที่กับทางยูฟาร์ม เขาเจ้าก็ยินดีเนรมิตแปลงผักส่วนตัวขนาด 3 x 4 เมตรให้ได้ทันที ขั้นต่อไปคือการเลือกผัก 3 ชนิดที่โปรดปราน (1ชนิด/100ต้น) จากนั้นก็รอรับผักปลอดสารไปทานถึงหน้าบ้านกันได้เลย เพราะเขาจัดแจงหว่านเมล็ดลงหลุม รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย และดูแลผลผลิตให้จนพร้อมสรรพ แพ็กผลผลิตลงในหีบห่อที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ส่งตรงความสดใหม่กันถึงหน้าบ้านเสมือนเด็ดทานจากในไร่ สนนราคาไว้ที่ 3,900 บาทต่อรอบการเช่าตลอด 3 เดือน 

ลูกค้าอย่างเราๆ ยังเลือกได้ว่าล็อตนี้อยากทานผักชนิดใดมากน้อยเป็นพิเศษ ทางฟาร์มยินดีจัดออเดอร์ให้ได้ตามสั่ง ที่สำคัญ เขาเลือกใช้ปุ๋ยสูตรธรรมชาติอย่างปุ๋ยปลา ปุ๋ยจุลินทรีย์ และปุ๋ยหมัก เป็นตัวช่วยดูแลแปลงผักโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีและยาฆ่าแมลงเลยแม้แต่น้อย

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : U-Farm

ส่วนใครพอมีเวลาว่าง ลองขับรถแวะมาเรียนรู้กระบวนการปลูกผักออร์แกนิกกับทางยูฟาร์มกันได้ในระยะเพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เขามีคอร์สภาคปฏิบัติให้ทดลองเป็นเกษตรกรมือใหม่ในเวลา 2 วัน 1 คืนอยู่เรื่อยๆ รับรองว่าจบคอร์สไปแล้ว อาจได้อาชีพเสริมเป็นนักปลูกผักออร์แกนิกส่งขายเป็นแน่ 

หากติดใจในรสชาติความสดใหม่ของผักปลอดสารพิษจากที่นี่ ก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อผลิตผลติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้าน ทั้งผักสลัด ผักสวนครัว ผักตามฤดูกาล สมุนไพร สินค้าแปรรูป และไข่ไก่อนามัย มีไว้ให้ได้เลือกช้อปกันตามชอบ

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : U-Farm

นอกจากไม่ต้องลงทุนซื้อที่ดินและไม่ต้องมีทักษะในการปลูกผัก สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้เช่าต่างถูกใจไม่น้อย คือการที่ไม่ต้องลงแรงงานและไม่เปลืองเวลาในการเข้ามาดูแลผลผลิต หน้าที่อย่างเดียวที่ต้องทำ คือการเปิดประตูบ้านรอรับผักสดๆ จากในฟาร์มเป็นพอ ใครที่อยากกินอยู่แบบวิถีอินทรีย์แต่รู้ตัวว่ามีเวลาน้อยก็อย่ารอช้า ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วจับจองแปลงผักของตัวเองกันได้เลย!

ที่ตั้ง : ตำบลท่าแลง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี 76130 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4729 1125

เว็บไซต์ : www.farmfarang.com

Facebook : U-Farm

ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

ขึ้นชื่อว่าตั้งอยู่ในชุมชนแม่ทา รับรองว่าแปลงเกษตรอินทรีย์ให้เช่าแห่งนี้ไม่เป็นสองรองใคร ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา ขอเปิดฟาร์มต้อนรับนักเกษตรมือใหม่ทั้งใกล้ไกล ให้มาสัมผัสวิถีเกษตรอินทรีย์กันถึงในไร่ พร้อมลงมือทำงานจริง ปฏิบัติจริงกับพี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญ 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา คือแปลงเกษตรอินทรีย์ทำเลดีที่ตั้งอยู่ในชุมชนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ จากความตั้งใจของ อาจารย์วิฑูรย์ ปัญญากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์จากกรีนเนทและเลขาธิการมูลนิธิสายใยแผ่นดิน ชุมชนแห่งนี้เดินหน้าทำการเกษตรในวิถีอินทรีย์มายาวนานกว่า 30 ปี นำโรงเพาะเห็ดเก่าบนพื้นที่ขนาดกว่า 9 ไร่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นพื้นที่เพาะปลูกเชิงสร้างสรรค์แบบคนรุ่นใหม่ ภายใต้การดูแลจัดการโดยมูลนิธิสายใยแผ่นดินและวิสาหกิจชุมชนแม่ท่าออร์แกนิก เรื่องประสบการณ์และความช่ำชองจึงไม่ต้องเป็นห่วง 

ผู้เช่าจะได้รับบริการและการดูแลแปลงผักจากทางฟาร์มแบบครบจบในที่เดียว ชนิดว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมาเพิ่ม ก็เริ่มหว่านเมล็ดลงหลุมกันได้เดี๋ยวนั้น ทั้งแปลงผักขนาด 5 x 5 เมตร เมล็ดพันธุ์เกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยคอกสูตรธรรมชาติสำหรับบำรุงต้นพืช สารป้องกันการกำจัดศัตรูพืชสูตรอินทรีย์ อุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็น ส่วนค่าบริการอยู่ที่ 3,000 บาท/งวดการเช่า 3 เดือน พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทางเจ้าหน้าที่จะมีบริการแวะเวียนมารดน้ำ และดูแลสวนผักให้ในช่วงที่ผู้เช่าไม่มีเวลาเข้ามาที่ฟาร์ม 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

เมล็ดพันธุ์ที่มีบริการเตรียมไว้ให้ คือเหล่าพืชผักและผลไม้ตามฤดูกาลที่ปลูกได้ โตได้ และกินได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน หรือใครติดใจจะขอเช่าแปลงผักต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีปัญหา ที่นี่เขาพร้อมให้ความรู้และดูแลกระบวนการปลูกอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน 

แถมยังมีเคล็ดลับเฉพาะสำหรับการทำเกษตรให้ได้ผลผลิตเป็นกอบเป็นกำมาแบ่งปันอยู่ตลอด ทั้งการทำปุ๋ยหมัก การเก็บตัวอย่างดิน และการวัดระดับความลาดเอียงของพื้นที่เพื่อดูทิศทางไหลของน้ำ สำหรับออกแบบแปลงผักให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา ยังคงมุ่งมั่นยึดถือในวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญให้เหล่าเกษตรกรมีทางเลือกในการทำเกษตรที่ทั้งดีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมกระชับช่องว่างให้เหล่าคนเมืองกับพื้นที่สีเขียวได้ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ที่สำคัญ ยังมีการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์และพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตัวเอง ภายใต้โครงการ “พัฒน์อาคาเดมี่” โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก พ่อพัฒน์ หรือ พัฒน์ อภัยมูล ผู้นำเกษตรยั่งยืนคนดังของเชียงใหม่อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 5032 6642 Facebook : พัฒน์อาคาเดมี่ – Pat Academy

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ติ๊ง! ได้เวลาเปิดเตากันแล้ว

มนุษย์อินทรีย์คราวนี้ เห็นทีจะถูกใจทั้งเหล่าสาวกขนมปังและสายทำครัว เพราะหลังจากที่คุณผู้อ่านทั้งหลายได้ไปตามรอย 15 ร้านขนมปังอินทรีย์จนอิ่มหนำ หลายท่านก็อาจเริ่มคันไม้คันมือ อยากลองหมักแป้งทำขนมปังกินเองดูบ้าง ว่าจะออกมาเข้าที รสชาติดีเหมือนไปซื้อกินตามร้านบ้างไหม 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

มีหรือที่เราจะไม่รู้ใจ คราวนี้จึงขอยกรายนาม 12 โรงเรียนสอนทำขนมปังทั่วไทยมาบอกต่อกัน จะมือใหม่หรือมือฉมัง โรงเรียนเหล่านี้ก็ยินดีถ่ายทอดวิชาก้อนแป้งให้แบบไม่หวงวิชา

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น บางคนอาจเริ่มมีเสียงในใจค้านขึ้นว่า

‘ทำเองให้ยุ่งยากทำไม ซื้อเขาเอาไม่ง่ายกว่าหรือ’

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Rainsdough

ถูกเผง! เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนนวด หมัก อบ ประคบประหงมให้ก้อนแป้งขึ้นฟู กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหยิบขนมปังสักโลฟใส่ตะกร้าหลายเท่า แต่ถึงจะซับซ้อนและยุ่งยากไม่เบา กูรูสายแป้งของเราก็ยังขอยืนยันว่าหากเลือกได้และมีเวลา การอบขนมปังทานเองก็อุ่นใจและปลอดภัยกว่าขนมปังซื้อสำเร็จ ด้วยเหตุผล (หลายประการ) ดังต่อไปนี้ 

ข้อแรก You are what you choose.

หากเราเลือกวัตถุดิบที่ดีและปลอดภัยในการทำ มีหรือที่ขนมปังก้อนนั้นจะใจร้ายกับเรา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ขนมปังอุตสาหกรรมที่วางขายตามเชลฟ์นั้นสะดวกกว่าก็จริง แต่แน่นอนว่าความสะดวกสบายต้องแลกมาด้วยปัจจัยหลายอย่าง เพราะอย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อนหน้า ว่าข้าวสาลีสมัยใหม่เกิดการกลายพันธุ์และเจือปนสารอันตรายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม การฉายรังสี การใช้ปุ๋ยเคมี ตลอดจนยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ผลร้ายปลายทางคืออันตรายจากสารเหล่านี้กลับเข้ามาอยู่ในกระเพาะของเรา บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นพิษภัยต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย กลายเป็นว่ากินขนมปังหนึ่งก้อนแต่ได้โรคร้ายแถมมาเต็ม

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หากวันใดเกิดอยากทานขนมปังคุณภาพเยี่ยมและเป็นมิตรต่อร่างกายสักก้อน ชนิดที่ว่าใช้ยีสต์จากธรรมชาติ หมักจากแป้งสาลีอินทรีย์สายพันธุ์ไทยล้วน ๆ ไม่ผสมแป้งอื่นหรือสารปรุงแต่งอันตราย ที่สำคัญต้องปราศจากขั้นตอนหรือกระบวนการที่ไม่ทราบที่มาที่ไป การเฟ้นหาวัตถุดิบและลงมืออบขนมปังก้อนนั้นด้วยตัวเอง จึงจะดีและวางใจได้มากที่สุด 

ข้อสอง ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ว่าขนมปังคืออาหารหมัก

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพจาก : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นั่นหมายความว่า การทำขนมปังที่ถูกวิธีและดีต่อลำไส้ จะต้องมีระยะเวลามากพอในการหมักก้อนโดวจ์ เพื่อให้เหล่าจุลินทรีย์ ยีสต์ หรือแบคทีเรีย ได้ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์ (เอทานอล) และคาร์บอนไดออกไซด์ ขนมปังที่ได้จึงขึ้นฟู นุ่มหนึบ เนื้อเบา แต่รสชาติอร่อยเยี่ยมไม่เบา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ดังนั้น การลงมือหมักแป้งเองอย่างใจเย็นจึงปลอดภัย เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าก้อนแป้งเหล่านี้ดีต่อระบบย่อยและลำไส้มากกว่าขนมปังอุตสาหกรรมที่ต้องรีบร้อนยัดเข้าเตาอบอยู่หลายเท่า กินแล้วท้องไม่อืดเพราะมีจุลินทรีย์ฝ่ายดีทำหน้าที่ช่วยย่อย เกิดการสังเคราะห์กรดแลคติก กรดอะมิโน และเหล่าแร่ธาตุจำเป็นทั้งหลาย แถมปริมาณคาร์บและน้ำตาลก็ต่ำกว่ามาก ที่สำคัญ ในระหว่างทิ้งช่วงหมักที่ยาวนาน ยังช่วยลดปริมาณของกลูเตนในก้อนโดวจ์ให้เหลือน้อยลงได้อีกด้วย

ข้อสาม อร่อย สนุก ไม่รู้จบ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

เหตุผลข้อนี้ดูจะเป็นผลพวงและผลพลอยได้จากข้อแรกอยู่เหมือนกัน เพราะการเลือกวัตถุดิบและวิธีทำได้เองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเข้าเตาอบ นอกจากจะได้รสชาติขนมปังที่อร่อยไม่ซ้ำใคร เหล่า Baker ทั้งหลายยังได้ความสนุกตื่นตาตื่นใจเป็นของแถม 

ความสนุกที่ว่านี้ คือการได้เสาะหาแหล่งยีสต์ธรรมชาติจากของใกล้ตัว ใกล้ครัว และใกล้บ้าน เพื่อมาใช้ในการหมักก้อนโดวจ์ให้ขึ้นฟู เราทึ่งมาก เมื่อรู้ว่ายีสต์ธรรมชาตินั้นมีแหล่งต้นตอจากวัตถุดิบได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยีสต์จากข้าว ผักผลไม้ ดอกไม้ มิโสะ หรือแม้แต่กิมจิ โดยแต่ละชนิดก็มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แถมเหล่า Baker ยังยืนยันว่าแม้ยีสต์ผงสำเร็จรูปจะทำให้ขนมปังขึ้นฟูได้เหมือนกัน แต่ก็ยังเลียนแบบความหนึบหนับที่เราจะได้จากยีสต์ธรรมชาติเท่านั้นไม่ได้ หากคราวนี้ลองใช้ยีสต์ธรรมชาติจากข้าว รสชาติขนมปังก็จะออกมาหวานหอมนุ่มนิ่ม หรือหากเปลี่ยนเป็นใช้ยีสต์ธรรมชาติจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ก็จะได้ขนมปังกลิ่นฟรุตตี้ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่ารสชาติเปรี้ยวอมหวานแน่นอน

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล กูรูด้านขนมปังจาก Bread Books Bike & Beer เล่าให้เราฟังว่า พวกเขาเคยลงมือปลุกยีสต์จากลูกแป้งสาโท ขนมปังออกมาหวานหอมไปถึงหน้าปากซอย อีกชนิดที่ว่าแปลกแต่เราอยากชิมมาก คือขนมปังจากยีสต์กิมจิ เพราะทั้งสองบอกว่ารสชาติของมันเปรี้ยวสะใจและทรงพลังมากจริง ๆ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แค่เปลี่ยนวัตถุดิบ ก็พลิกรสชาติให้ก้อนขนมปังได้แบบไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงที่คงวาไม่ว่าจะเลือกใช้วัตถุดิบชนิดใด คือคุณประโยชน์เต็ม ๆ ของยีสต์ธรรมชาติที่เหล่า Baker ต่างปลุกปั้นและลงมือเลี้ยงเองในห้องครัว เพราะยีสต์เหล่านี้จะมีเหล่าผองเพื่อนชาวยีสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์มาอาศัยอยู่ร่วมกันในโหลหมัก แล้วแต่ว่าเหล่า Baker จะสรรหาวัตถุดิบชนิดใดมาใช้เป็นตัวตั้งต้น ที่สำคัญ แต่ละชนิดก็ล้วนมีข้อดีต่อร่างกายแตกต่างกันไปตามแหล่งต้นตอที่นำมาเพาะเลี้ยง 

ข้อสี่ หอมกรุ่นจากเตาแบบตัวจริงเสียงจริง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หนึ่งในเหตุผลหลัก ที่ Baker ทั้งหลายต่างหลงรักในการทำขนมปังทานเอง คือ เจ้าก้อนแป้งหลังออกจากเตาอบ มักจะส่งกลิ่นหอมตลบให้ลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน เห็นหน้าค่าตาก็รู้ทันทีว่าทั้งสดใหม่ กรอบนอก นุ่มใน ใครต่อใครที่รักในการอบขนมปังเอง ก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือความคุ้มค่าและรสชาติเฉพาะตัวที่จ่ายราคาเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้ ส่วนความน่ารักมากที่ชาวอบชนมปังจากเมืองเหนือเล่าให้เราฟัง คือวันไหนที่อากาศเริ่มหนาว พวกเขาก็มักจะเปิดเตาอบ ลงมือทำขนมปังเพื่อให้บ้านอบอุ่นขึ้นด้วย นอกจากจะหายหนาว ยังได้กินขนมปังอร่อย ๆ อีกด้วย น่าอิจฉาสุด ๆ ไปเลย

เมื่อมีวิชาขนมปังติดตัวและติดครัวไว้แล้ว หากอยากทานขนมปังอินทรีย์ที่ทั้งดีต่อใจและสุขภาพเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก กินเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ไม่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะให้สิ่งแวดล้อมและไม่ต้องเก็บเข้าตู้เย็นให้เสียรสชาติ 

ข้อสุดท้าย ได้ช่วยอุดหนุนและเพิ่มคุณค่าให้วัตถุดิบอินทรีย์ของไทย

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แน่นอนว่าขนมปัง ต้องตั้งต้นจากแป้งสาลี และแน่นอนว่าแป้งสาลีคุณภาพดี ก็ควรปลูกและเติบโตในพื้นที่ที่มีดิน น้ำ ลม และอากาศที่เหมาะกับการเจริญเติบโต ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าใน 1 ปีเราบริโภคขนมปังและขนมตระกูลเบเกอรี่อื่น ๆ กันไปเท่าไหร่ นั่นคือราคาค่างวดก้อนใหญ่ที่เราต้องแจกจ่ายออกไปให้ต่างแดน 

หากนำข้าวสาลีเมืองนอกมาหว่านไถเพาะปลูกในไทย ก็อาจไม่สัมฤทธิ์ผลมากมาย เพราะกว่าจะแตกรวงชูช่อออกมาได้ คงต้องพึ่งพาสารกระตุ้นกันยกใหญ่ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราดูท่าจะไม่เอื้ออำนวยกับข้าวเมืองนอกเท่าใดนัก แต่น้อยคนจะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรามีแป้งข้าวสาลีพันธุ์ไทย ที่ปลูกและเติบโตได้ดีในบ้านเราแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี ลดภาระการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศไปได้แบบมหาศาล นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบทำครัวสายพันธุ์ไทยอีกหลายชนิดที่คุณภาพดีไม่แพ้ของนำเข้า ทั้งเหล่าไส้กรอก ชีส เนย ถั่ว รวมไปถึงพืชผักชนิดต่าง ๆ เหลือเพียงเหล่านักชิมนักปรุงในบ้านเราลองเปิดใจ แล้วหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศกันดูบ้าง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

อย่างการอบขนมปังสัก 1 ก้อน หากเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลูกในไทยและปลูกโดยเกษตรกรไทย รับรองว่าทั้งคุณภาพและความอร่อย ก็สู้ขนมปังที่อบจากวัตถุดิบนำเข้าได้ไม่แพ้กัน ที่สำคัญ ยังได้ช่วยชุบชูใจให้เหล่าเกษตรกรในประเทศมีแรงสร้างผลผลิตสดใหม่ให้เราต่อไปอีกนาน ๆ 

เราคิดว่าเหตุผลทุกประการที่กล่าวมา มีน้ำหนักมากพอในการชักชวนให้คุณผู้อ่านทั้งหลาย หันหน้าเข้าครัวลองอบขนมปังกันดูสักครั้ง 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แต่ในฐานะที่เคยทำขนมปัง (พลาด) มาก่อน เราทราบดีว่าการมีครูมืออาชีพคอยเทรนให้อย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่ดีและเหมาะกับนักเรียนขนมปังมือใหม่เป็นอย่างยิ่ง คราวนี้เราจึงรวบรวมโรงเรียนสอนทำขนมปังทั้ง 12 เจ้ามาให้แบบจุใจ ใครอยู่ใกล้ไกลที่ไหน รีบปักหมุดจองคอร์ส แล้วตามไปฝึกปรือฝีมือกันได้เลย จะลงคอร์สแบบ Beginner เริ่มหัดเรียน หรือจะฝึกจนเป็นเซียนขนมปังก็ตามสะดวก

01
Bread Books Bike & Beer

ที่ตั้ง : 91/600 ถนนพระราม 2 ซอย 69 แยก 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Bread Books Bike & Beer

Instagram : breadbooksbikeandbeer

โทรศัพท์ : 08 9455 4253, 08 6778 2332

หากพูดถึงโรงเรียนทำขนมปัง หนึ่งในอันดับต้น ๆ ที่เราต้องนึกถึง คือ Bread Books Bike & Beer โรงเรียนสอนทำขนมปังโดยสองสามีภรรยาอย่าง หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล ด้วยประสบการณ์ในสายงานก้อนแป้งนานกว่าสิบปี บวกกับความใจดีและเป็นกันเองเอามาก ๆ ทั้งสองจึงถูกยกให้เป็นกูรูแห่งวงการคาร์บและครอบครัวที่น่ารักของนักเรียนขนมปังทั้งหลายในเวลาเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แรกเริ่มเดิมที ชื่อของ Bread Books Bike & Beer คือโรงอบขนมปังขนาดย่อมที่อบขายทั้งแบบปลีกและส่ง ขนมปังทั้งหมดจากที่นี่เป็นขนมปังไร้สาร ปั้นปรุงด้วยวัตถุดิบจากวิถีเกษตรอินทรีย์ จนได้ขยับขยายชายคามาเป็นโรงเรียนขนมปังที่มีลูกศิษย์หลั่งไหลมาฝากตัวอยู่ไม่ขาดสาย โดยหมูและน้องย้ำอยู่เสมอว่า แป้งและการหมักคือหัวใจหลักของการทำขนมปัง หากเลือกใช้แป้งที่ดีและหมักอย่างถูกวิธี ก็จะได้ขนมปังมีคุณภาพและอร่อยล้ำแบบไม่ต้องสงสัย

คอร์สที่เปิดสอนอยู่ตอนนี้มีหลายระดับเรียงตามความยากง่าย เริ่มตั้งแต่ Basic Bread for Beginner สำหรับมือใหม่หัดอบ ต่อไปคือ Advanced Bread Baking คอร์สยอดนิยม เพราะคุณครูทั้งสองจะเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดสูตรและออกแบบขนมปังได้ตามชอบใจ ไม่ว่าจะทำขนมปังแค่ 1 ก้อนหรือ 10,000 ก้อน รสชาติก็ออกมาคงที่ไม่มีเพี้ยน ไปจนถึงคอร์สที่ท้าทายขึ้นอย่าง Introduce to Classic Sourdough and Natural Yeast ส่วนคอร์สระดับเทิร์นโปรอย่าง Advanced Preferment Sourdough and Natural Yeast และ Sourdough Luxury Bread ทั้งสองก็วางแพลนจะเปิดสอนในอนาคตเช่นเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

สำหรับหมูและน้อง หน้าที่ของช่างทำขนมปัง ไม่ใช่แค่การปั้นและอบก้อนแป้ง แต่ยังต้องทำให้ขนมปังเป็นขนมปังที่ดี กัดหนึ่งคำแล้วต้องอยากกินอีก เหล่านักเรียนเคยทำขนมปังแล้วแฮปปี้กันมาก จนถึงขั้นเต้นระบำกันในคลาสก็มี แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามวลความสุขอัดแน่นอยู่ในขนมปังทุกก้อนและบรรยากาศรอบตัวในโรงเรียนแห่งนี้จริง ๆ ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ เพียงทักข้อความมาทางเพจ/ไอจีของร้าน หรือจะยกหูต่อสายตรงก็ได้เช่นกัน อาจารย์ทั้งสองพร้อมต้อนรับเฟรชชี่หน้าใหม่อยู่เสมอ

02
ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

ที่ตั้ง : 46 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

Instagram : breadchange_life

โทรศัพท์ : 09 3610 6161 หรือ Line ID : @breadchangelife

โรงเรียนแห่งนี้สอนให้เราเข้าใจ ว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้ ต้องขอบคุณความกล้าบ้าบิ่นเมื่อ 6 ปีก่อน ของ โรส-วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี ที่ตั้งใจลุกขึ้นมารวมพลคนทำขนมปัง กระจายความรู้ในการทำขนมปังออกสู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อส่งมอบโอกาสและทักษะให้เด็ก ๆ ได้พกพาไว้อย่างภูมิใจและมั่นคง

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกเหนือจากคุณสมบัติที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้อง ขนมปังของครูโรสยังทำหน้าที่เป็นครูชำนาญการ ฝึกฝนให้เหล่านักเรียนรู้จักอดทน ใจเย็น ช่างสังเกต มีวินัย และเคารพสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ตรงหน้าในโหลหมัก โดยทุกวันนี้มีลูกศิษย์ของครูโรสจากบ้านเด็กกำพร้าที่ผันตัวมาเป็นครูขนมปัง ทำหน้าที่ส่งต่อความรู้ให้กับเด็กคนอื่น ๆ ได้มีทักษะติดตัว และทำขนมปังแจกให้กับผู้ที่ลำบากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร 

ส่วนอีกหนึ่งความประทับใจไม่รู้ลืมในคลาสขนมปัง คือการที่ลูกศิษย์คนหนึ่งได้รู้สึกใกล้ชิดกับพ่อที่เสียไปอีกครั้ง หลังจากได้ลองลงมือทำขนมปังแบบที่พ่อชอบทำบ่อย ๆ ได้กลิ่นยีสต์ก็เหมือนมีพ่อมาอยู่ใกล้ ๆ นักเรียนคนนี้ยังบอกอีกว่า ขอบคุณครูโรสที่ทำให้เขาได้เข้าใจพ่อและเข้าใจขนมปังที่พ่อรัก 

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันวาน ตอนนี้ความสำเร็จของขนมปังเปลี่ยนชีวิตผลิดอกบานสะพรั่ง คลาสเรียนขนมปังจากที่นี่มีให้เลือกหลากหลายตามใจผู้เรียน ที่ครูโรสแนะนำเป็นอย่างมาก คือ คลาส Fundamental​ of Basic​ Bread ที่ถึงแม้จะเป็นคลาส​เบสิก​ แต่ก็เป็นเบสิกที่สำคัญมากในการทำขนมปัง​ นักเรียนทุกคนจะได้เห็นภาพรวมเบื้องลึกทั้งหมดของก้อนแป้ง ตั้งแต่ความสัมพันธ์​ของวัตถุดิบ​ เทคนิคการนวดหลายระดับ การหมัก​ การขึ้นรูป​ และการอบ ก่อนที่จะไต่ระดับไปเป็นคอร์สที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ​

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกจากนี้ยังมีคลาส Pre-ferment คลาสทำพิซซ่า และคลาสทำครัวซองต์ไว้ให้เลือกจองกัน ใครใคร่เรียนแบบส่วนตัวเชิญ หรือใครใคร่หาเพื่อนใหม่ที่มีใจรักขนมปังเช่นกันก็เชิญเลือกคลาสแบบกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะเลือกเรียนแบบไหน ครูโรสก็ยินดีจัดเต็มทักษะความรู้ให้ไม่มีเกี่ยง

03
เฟื่องฟุ้ง

ที่ตั้ง : 108/55 ถนนอนามัย ตำบลในเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

Facebook : เฟื่องฟุ้ง

อีเมล : [email protected]

โทรศัพท์ : 08 6614 5247 หรือ Line ID : @fuangfungbakery

เฟื่องฟุ้งช่วยเปลี่ยนเรื่องที่ฟังดูแสนยากเย็นอย่างการทำขนมปัง ให้กลายเป็นเรื่องที่แสนเรียบง่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอเพียงมีเตาอบคู่ใจสักเครื่องที่บ้าน เช้าวันไหนตื่นมาอยากทานขนมปังโฮมเมดคุณภาพเยี่ยม ก็ลงมือทำได้เลยเดี๋ยวนั้น 

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

เพราะมีเสียงเว้าวอนจากลูกค้าขาประจำ ที่แวะมาอุดหนุนขนมปังโฮลวีตและขนมปังแป้งข้าวในตลาดเขียวขอนแก่น ว่าอยากเรียนรู้เรื่องการนำแป้งข้าวมาใช้อบขนมและอยากลองทำขนมปังทานเองดูบ้าง เฟื่อง-เฟื่องฟุ้ง ประสาทศิลป์ จึงจัดให้ตามคำขอ คลาสสอนทำสารพัดขนมปังที่เป็นมิตรต่อร่างกายและเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรรมท้องถิ่นจึงผุดขึ้นเรียงราย ณ โรงเรียนแห่งนี้ ทั้งคลาสขนมปังโฮมเมดเพื่อสุขภาพ คลาสขนมปังยีสต์ธรรมชาติ และคลาสเบเกอรี่ข้าวพื้นบ้าน ทุกรายการเน้นความเรียบง่าย ใช้มือนวดเองได้แบบไม่ง้อเครื่องทุ่นแรง เพื่อให้เหล่านักเรียนทั้งหลายจดสูตรนำไปทำตามกันได้ที่บ้าน 

มาตรฐานชี้วัดว่าคลาสเรียนประสบความสำเร็จหรือไม่ คือรอยยิ้มของเหล่านักเรียนที่กลับบ้านไปพร้อมขนมปังโฮมเมดถุงใหญ่ ส่วนของแถมที่ครูเฟื่องมอบให้ คือความภาคภูมิใจในตัวเอง และเธอยังมีความสุขมากที่ได้ทำให้เหล่าผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือกทำและเลือกทานขนมปังที่ดีต่อร่างกาย ใช้วัตถุดิบและวิธีทำปลอดภัย กินเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน เพราะครูเฟื่องยินดีสอนให้แบบตัวต่อตัว บางคลาสเป็นไซส์มินิ สอนไม่เกิน 2 ท่านต่อครั้งก็มี ใครอยากเติมทักษะการทำขนมปังแบบเข้าใจง่าย ทำง่าย กินง่าย แต่หยุดกินยาก ยกหูโทรศัพท์หรือทักข้อความหาครูเฟื่องทางหน้าเพจได้เลย

04
Pung Craft บ้านเรียนขนมปัง

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 5 ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (แผนที่)

Facebook : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

Instagram : pungcraft.bakery

โทรศัพท์ : 08 9962 4172 หรือ Line ID : armyaathome

เนื่องด้วยหน้าที่การงานที่คลุกคลีกับการอนุรักษ์ข้าวสายพันธุ์พื้นเมือง ญา-รัญญา นวลคง จึงตั้งโจทย์ขึ้นในใจว่า ทำอย่างไรจึงจะนำแป้งข้าวพื้นบ้านไปประยุกต์ใช้แบบร่วมสมัยได้บ้าง แต่ไม่นานเกินรอก็ได้คำตอบ เมื่อญานำอาหารที่ตนชื่นชอบอย่างขนมปัง มาจับรวมกับความตั้งใจที่อยากแบ่งปันเรื่องราวแป้งข้าวพื้นบ้านจากระบบเกษตรอินทรีย์

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

แม้จะมีทำเลที่ตั้งอยู่ไกลถึงแดนพัทลุง แต่ลูกศิษย์ทั่วสารทิศก็พร้อมใจเดินทางมาเรียนวิชาขนมปังจากครูญาจนหัวกระไดไม่แห้งตลอด 3 ปี ความดีงามอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้เลือกใช้แป้งข้าวพื้นเมืองมาอบ แถมยังใช้กรรมวิธีหมักยีสต์จากธรรมชาติ ทำให้ได้ขนมปังที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพลำไส้ ที่สำคัญยังปราศจากการใช้แป้งสาลี ทำให้ไม่มีปัญหาจุกจิกเรื่องการแพ้กลูเตน

คลาสเรียนของ Pung Craft มีทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ ใครที่บ้านใกล้ก็แวะมาเรียนคลาสขนมปังแป้งข้าวกล้องยีสต์ธรรมชาติกับครูญาได้แบบตัวเป็น ๆ บอกเลยว่ายกถาดออกจากเตาเมื่อไหร่เป็นต้องอดใจไม่ไหว เพราะคลาสนี้จะทำให้เราได้ผสมทั้งพันธุ์ข้าวและธัญพืชสารพัดลงไปในก้อนขนมปัง หรือหากใครไม่สะดวกเดินทางมา ก็เรียนคลาสขนมปังกล้วยแป้งข้าวพื้นบ้านกับครูญาผ่านทางหน้าจอได้ เมนูนี้ก็หอมอร่อยถูกปากไม่แพ้กัน

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นอกจากความรู้ด้านการทำขนมปัง สิ่งสำคัญที่ครูญาอยากส่งต่อให้บรรดาลูกศิษย์ คือคุณค่าและความอร่อยของข้าวไทยพื้นเมือง โดยครูญาเชื่อว่าขนมปังทุกก้อนจาก Pung Craft ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้ และเป็นกำลังใจในการสร้างผลผลิตคุณภาพต่อไปอีกด้วย

05
Rush Lush

ที่ตั้ง : 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

Instagram : rushlushcraftcafe

โทรศัพท์ : 08 6735 8135

จะอยู่ในเมือง กลางทะเล หรือบนภูเขา Rush Lush ก็สอนให้เราอบขนมปังกินเองได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ขั้นกว่าของความไพรเวต คือที่นี่ไม่มีห้องเรียนทำขนมปังให้เข้ามาใช้บริการ เพราะ ครูรัตน์-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร จะเดินทางไปสอนนักเรียนแบบตัวต่อตัวถึงห้องครัวในบ้าน 

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพราะทุกบ้านมีปัจจัยน้อยใหญ่แวดล้อมต่างกัน ทั้งเรื่องอุปกรณ์ อุณหภูมิ ความชื้น ตลอดจนประสบการณ์และความพร้อมของผู้ทำ ครูรัตน์จึงปิ๊งไอเดียว่าหากสอนโดยใช้สถานที่จริงและอุปกรณ์จริงที่นักเรียนแต่ละคนมีอยู่ในบ้าน น่าจะสัมฤทธิ์ผลและเห็นภาพชัดมากที่สุด เวิร์กชอปทำขนมปังช่ื่อน่ารักอย่าง ‘สุขกับสิ่งที่มี’ จึงได้ฤกษ์เปิดทำการมากว่า 1 ปีเต็ม โดยครูรัตน์เล่าว่า ‘สุข’ ที่ว่านี้ คือการทำให้ขนมปังสุกด้วยสิ่งที่มีในบ้าน และสุขใจในทุกครั้งที่ได้ทานฝีมือตัวเอง

ขนมปัง 1 ก้อนจาก Rush Lush ทำหน้าที่เป็นงานศิลปะชั้นเอก ช่วยถ่ายทอดคุณค่าของวัตถุดิบพื้นบ้านและเรื่องราวของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ครั้งหนึ่งครูรัตน์เคยเดินทางขึ้นดอยไปสาธิตวิธีการทำขนมปังโดยไม่ใช้ไฟฟ้าและเตาอบให้กับเด็ก ๆ ชาวปกาเกอะญอ จนทุกวันนี้มีเยาวชนที่ผันตัวมาเป็นนักพัฒนาชุมชน ช่วยสานต่อความดีงามของวัตถุดิบในชุมชนออกสู่ภายนอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญ Rush Lush ยังเกื้อกูลชาวบ้านโดยการนำวัตถุดิบธรรมชาติจากชุมชนมาใช้อบขนมปังสดใหม่เสมอมา

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพียงทักข้อความผ่านทางหน้าเพจ ครูรัตน์ก็พร้อมตกลงวันเวลา มุ่งหน้าไปถ่ายทอดวิชาขนมปังให้ถึงในครัว หน้าที่ของเหล่านักเรียนมีเพียงตั้งตารอเปิดประตูบ้าน และจดสูตรขนมปังสุขภาพจากครูรัตน์กันให้ดี

06
Rain’s Dough

ที่ตั้ง : 141 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32 แยก 10 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Rainsdough, ๑4๑ Social Enterprise

Instagram : rainsdough

โทรศัพท์ : 08 9036 6886

เมื่อหาซื้อขนมปังปลอดภัยตามสเปกที่ต้องการไม่ได้ ครูฝน-วริษา โทณะวณิก และ ครูแพท-กฤติยา ตระกูลทิวากร แห่ง Rain’s Dough จึงขอลงแรงนวดอบก้อนแป้งด้วยตัวเอง จากนั้นจึงส่งต่อวิชาแก่บรรดาสาวกสายแป้ง ให้ได้เข้าใจและเรียนรู้เรื่องราวของร่างกาย จุลินทรีย์ และอาหาร ผ่านการลงมือทำขนมปังซาวโดวจ์

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

หลักสูตรขนมปังของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องการหมักนวดเท่านั้น แต่ครูฝนและครูแพทยังเจาะลึกเนื้อหาถึงเรื่องอาหารและสุขภาพที่สัมพันธ์กับจุลินทรีย์ ตั้งแต่สายพันธุ์ข้าวสาลี การปลูก สี โม่ หมัก และอบแป้ง ไปจนถึงการรู้จักเลือกทานอย่างปลอดภัย เพราะทั้งสองเล่าว่า ทุกวันนี้ขนมปังเกรดคุณภาพแบบที่หลาย ๆ คนต้องการนั้นหาซื้อแทบไม่ได้ หากอยากได้ ต้องทำเอง และที่ Rain’s Dough ก็ยินดีสอนให้ทุกกระบวนขั้น

คลาสเรียนของที่นี่มีแค่คลาสเดียว นั่นคือ Our Hands on Sourdough แม้จะฉายเดี่ยวแต่ก็เจ๋งไม่เบา เพราะนอกจากจัดเต็มทักษะความรู้ในการทำซาวโดวจ์ให้แล้ว นักเรียนทุกคนในคลาสจะได้เข้าใจถึงความเชื่อมโยงในเรื่องอาหารและการกินของมนุษย์ กลับมาเชื่อมั่นในร่างกายและสองมือของตนเองในการทำอาหารปลอดภัยได้อย่างมีความสุข

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

นักเรียนของ Rain’s Dough กลับบ้านไปพร้อมสูตรอบซาวโดวจ์หอมกรุ่น กรอบนอก แน่นใน ไม่สร้างพิษภัยให้สุขภาพ ที่สำคัญยังหันมาสนใจและใส่ใจนิสัยการกินของตนเองมากขึ้น เมื่อได้รับอาหารดี ร่างกายและจิตใจก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย สิ่งนี้แหละที่ครูฝนและครูแพทภูมิใจในตัวนักเรียนมากที่สุด

07
Little Tree

ที่ตั้ง : 43 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

Facebook : Whispering cafe

Instagram : artisansourdough_by_applefahey

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

เราอาจรู้จัก Little Tree Garden ในนามร้านอาหารและคาเฟ่กลางสวน ณ เมืองสามพราน แต่น้อยคนจะรู้ว่า บ้านสวนน่ารักแห่งนี้ ยังมีมุมเล็ก ๆ ที่จัดพื้นที่ไว้สำหรับโรงเรียนขนมปัง อำนวยการสอนโดย เปิ้ล-ศิรินภา ริ้วบำรุง คุณครูมือฉมังที่พาเหล่าลูกศิษย์ตั้งแต่หนูน้อยวัยเตาะแตะไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน เข้าครัวอบก้อนแป้งมาแล้วรุ่นต่อรุ่น

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ก่อนจะหันหน้าเข้าวงการอบขนม ครูเปิ้ลคือแม่บ้านคนเก่ง ณ แดนอังกฤษ เมื่อต้องทำอาหารคาวหวานให้ลูก ๆ ทานอยู่ทุกวัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากอบขนมปังโฮมเมดปลอดภัยไว้ทานเอง เอกลักษณ์ของขนมปังฝีมือครูเปิ้ล คือความนุ่มละมุนและพองฟู เพราะเธอให้ความสำคัญกับการเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติให้แข็งแรง ก้อนแป้งธรรมดาจึงอร่อยล้ำถึงขั้นมีลูกศิษย์อยากฝากตัว

สำหรับนักเรียนรุ่นเล็ก ครูเปิ้ลมีคลาสขนมปังจากยีสต์น้ำดอกไม้เตรียมไว้ให้ แม้จะเป็นคลาสของเด็ก แต่รับรองความสนุกไม่เล็กตามอายุ เพราะเหล่านักเรียนจะได้ออกตามหายีสต์ธรรมชาติจากดอกไม้ในสวน จากนั้นจะได้ลงมือหมักน้ำยีสต์และนำมาทำขนมปังโรลง่าย ๆ ใช้ทานคู่กับซุปก็เข้ากัน หรือประกบทำเป็นแซนด์วิชก็อร่อยไม่เบา นอกจากนี้ยังมีคลาสสอนทำซาวโดวจ์ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับผู้ใหญ่ ใครเป็นแฟนตัวยงเมนูนี้ รีบทักข้อความหาครูเปิ้ลทางหน้าเพจหรือไลน์ของทางร้านได้เลย

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ในขณะเฝ้ารอเตาอบร้องติ๊ง ครูเปิ้ลบอกกับนักเรียนเสมอว่า มากกว่าการได้กินก้อนขนมปังหอม ๆ คือการได้ฝึกฝนเรื่องการจัดสรรเวลา การวางระบบเล็ก ๆ ในห้องครัว และยังได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่ออาหารและสุขภาพของคนรอบตัวอีกด้วย

08
Sunday

ที่ตั้ง : ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sunday

Instagram : sundayisgood

โทรศัพท์ : 08 1644 3597 หรือ Line ID : @sundayisgood

ใครที่กำลังส่ายหน้า คิดว่าการอบขนมปังเองนั้นลำบากและยุ่งยากเกินไป เราอยากให้ลองลงคอร์สเรียนกับ ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Sunday ดูสักครั้ง เพราะเธอการันตีว่ามีแค่เตาอบ หม้อเหล็กหรือหม้อดินเผา และอ่างผสม 1 ใบ ก็ทำซาวโดวจ์ที่อร่อยมากเหมือนร้านดังที่บ้านได้แล้ว

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

สูตรขนมปังของ Sunday มีความง่ายและแสนสบายเป็นจุดขาย เพราะครูเพลงตั้งใจไว้ว่าเมื่อจบคอร์สไป ลูกศิษย์ทุกคนต้องอบขนมปังกินเองได้ที่บ้าน ขั้นตอนและเทคนิคต่าง ๆ จึงทำผ่านมือและประสาทสัมผัสของร่างกาย ไม่ต้องอาศัยเครื่องตีหรืออุปกรณ์ทุ่นแรงใด ๆ ขนมปังก็ออกมานุ่มฟูน่าทานได้จากการนวดแป้ง สังเกต ดม และชิมของคนทำ นอกจากนั้นครูเพลงยังใช้วิธีเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติอย่างง่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือทำเองทุกขั้นตอน

Sunday ไม่ได้มีแค่คลาสขนมปังเพียงอย่างเพียว เพราะนอกจากคลาสพื้นฐานอย่าง Basic Sourdough for Home Baker Class ที่สอนอบขนมปังแบบไม่ง้อเครื่องตีราคาแพงแล้ว ที่นี่ยังมีคลาส Sourdough Bagel สูตรผสมยีสต์ผง ความดีงามอยู่ตรงกระบวนการหมักแป้งที่เร็วขึ้น ได้กินเร็วขึ้น แต่ความอร่อยไม่ลดลง หรือใครสนใจคลาสทำอาหารอื่น ๆ อย่างคลาสสอนทำเส้นและซอสพาสต้า หรือ คลาสสอนทำไส้กรอกโฮมเมด ที่นี่ก็มีไว้บริการ

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ลงทะเบียนเรียนกับครูเพลงได้ทุกช่องทาง แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นคลาสเล็ก ๆ รับแค่ 2 – 4 คนเท่านั้น เห็นทีต้องรีบกันหน่อยนะ!

09
The Salee’s Table

ที่ตั้ง : 113/25 ซอยวัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : The Salee’s Table

เมื่อแรกเริ่มเปิดร้านขนมปัง แก้ว-กมลา ธานีโต จึงได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ ว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาหารนั้นยังมีอยู่น้อยมากในประเทศของเรา แก้วจึงขอเพิ่มบทบาทจาก Baker อบขนมมืออาชีพ สู่การเป็นคุณครูที่อยากส่งต่อความรู้เรื่องขนมปัง ของหวาน และวิทยาศาสตร์ให้กับเหล่านักเรียนเพิ่มด้วยอีกทาง

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

ใครที่คุ้นหูกับชื่อ Salee Bakehouse ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะเดิมทีครูแก้วเปิดคลาสสอนทำขนมปังรวมกับครัวหลักของ Salee Bakehouse มานานกว่า 3 ปี แต่เมื่อเหล่าลูกศิษย์และภารกิจในโรงอบเพิ่มมากขึ้น ครูแก้วจึงขอย้ายห้องเรียนไปปักหมุดอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ฤกษ์ประเดิมสอนคลาสแรกอย่างเป็นทางการราว ๆ เดือนตุลาคมนี้ Salee’s Table จึงถือเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เปิดตัวขึ้นเพื่อนักเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริง

คลาสขนมปังที่ครูแก้วลงมือสอนเอง ได้แก่ คลาสทำขนมปังและซาวโดวจ์พื้นฐาน อย่าง Bread: The Scientific Approaches และ Fundamental of Sourdough รับรองว่าเรียนแล้วไม่ต้องคืนครู ทุกสูตรกระบวนขั้นนำไปทำตามกันได้ที่บ้านอย่างแน่นอน หรือหากใครไม่ค่อยมีเวลา ก็ตามไปเรียนแบบ One Day Class ที่ครูแก้วสอนร่วมกับทางโรงเรียน Fully Baked Story ได้อีกด้วย 

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

เมื่อจบคอร์ส บรรดาลูกศิษย์ต่างได้เรียนรู้ระบบความคิดและมองการทำอาหารเป็นวิทยาศาสตร์ได้อย่างเฉียบแหลม ส่วนครูแก้วเอง ก็ได้เติมไฟในการเป็นช่างและครูขนมปังจากเหล่านักเรียนที่แวะเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน เป็นการจ่ายค่าเทอมที่คุ้มค่าและอบอุ่นสุด ๆ เลยว่าไหม

10
สมหวังปังผัก

ที่ตั้ง : Belive Cooking Studio, 196 ซอยพหลโยธิน 69 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : สมหวังปังผัก

Instagram : somwangpungpuk

โทรศัพท์ : 09 5760 0474

ใครเป็นสายผักผลไม้ต้องถูกใจ เพราะขนมปังจากที่นี่มีส่วนผสมหลักมาจากผักสมชื่อ แถมยังสีสวย นุ่มเหนียวเคี้ยวอร่อย กระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานหนักมาก ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับครูตุ๊กแหม่ม-จีรวัฒน์ รัตนกร ที่ขยันคิดขยันค้น จนพัฒนาสูตรขนมปังเพื่อสุขภาพจากผักผลไม้ได้สำเร็จ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

ด้วยใจรักและชื่นชอบในการทานขนมปัง ครูตุ๊กแหม่มจึงเริ่มเสาะหาสูตรทำขนมปังจากฟักทอง และทดลองปรับสูตรเรื่อยมาจนเข้าที่ ในที่สุดก็ได้ขยายชายคากลายเป็นโรงเรียนขนมปังสำหรับผู้ที่สนใจขนมปังเพื่อสุขภาพ ส่วนจุดขายที่ทำเอาเหล่านักเรียนต่างติดใจ คือการใช้ทั้งเนื้อและน้ำจากผักผลไม้ออร์แกนิกใส่ลงไปในก้อนขนมปังแบบไม่หวงของ ที่สำคัญครูตุ๊กแหม่มยังสอนวิธีการคำนวณออกแบบสูตรด้วยตัวเอง ใครอยากทำขนมปังแบบไหน รสชาติใด ก็เชิญได้ตามใจชอบ

ใครที่เป็นมือใหม่หัดอบ ขอแนะนำเป็นคลาสปูพื้นฐาน เพราะครูตุ๊กแหม่มเขาจัดเต็มเนื้อหาให้แบบเน้น ๆ อธิบายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้นำสูตรไปปรับใช้กับขนมปังได้อีกหลากหลายประเภท ส่วนใครที่เริ่มมีฝีมือ เชิญลองคลาสขนมปังผักสูตรเจ ความสนุกอยู่ที่การได้นำผักสดหลากหลายชนิดมาทำขนมปัง เน้นการคัดเลือกวัตถุดิบและสัดส่วนที่ดีต่อสุขภาพ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

คลาสเรียนของที่นี่มีทั้งแบบออนไลน์และเวิร์กชอป ใครสนใจแบบใดเชิญทักข้อความหาครูตุ๊กแหม่มได้โดยตรง แอบกระซิบบอกว่าราว ๆ เดือนกันยายน สมหวังปังผักก็เตรียมเปิดคลาสใหม่แกะกล่องอย่างคลาสขนมปังยีสต์ข้าวโคจิ ใครที่อยากลองเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

11
Cooking with Yao

ที่ตั้ง : ตำบลช่อแล อำเภอเมืองแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : Cooking with Yao

เว็บไซต์ : www.cookingwithyao.com

โทรศัพท์ : 09 1852 1707

หากใครเข้าวงการอาหารสุขภาพ ไม่แปลกเลยที่จะเคยได้ยินชื่อของ เยา-เยาวดี ชูคง เพราะนอกจากจะควบตำแหน่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ เธอยังเป็นนักขับเคลื่อนและสื่อสารด้านอาหารในเวลาเดียวกัน ส่วนสิ่งที่ทำให้สาวกสายแป้งอย่างเราดีใจมาก คือการได้รู้ว่า พี่เยาเปิดคลาสสอนทำขนมปังเพื่อสุขภาพกับเขาด้วย

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

เพราะเชื่อว่าอาหารที่ดี จะเป็นวิตามินเสริมให้ร่างกายมีพลัง พี่เยาจึงมุ่งมั่นสู่สายงานด้านอาหาร สุขภาพ และความยั่งยืนแบบสู้ไม่ถอย ซึ่งขนมปังก็เป็นหนึ่งในนั้น คอร์สที่พี่เยาภูมิใจนำเสนอ คือคอร์สสอนทำ Flat Bread หรือขนมปังแผ่นแบนที่เธอคิดสูตรและวิธีทำขึ้นมาเอง ผลลัพธ์คือขนมปังชนิดนี้ทำได้ง่ายและเร็วมาก (แค่มีกระทะ 1 ใบก็ทำได้แล้ว) ใช้ทานกับอาหารได้หลากหลาย จะทาเนย แยม หรือทานคู่กับแกงก็ย่อมได้ นอกจากนี้ยังมีคอร์สสอนทำ English Muffin และ Foccacia Bread ขนมปังสไตล์อิตาเลียนรสชาติเข้มข้น จะทานเดี่ยว ๆ ก็อร่อย ทานคู่กับซุปหรือสลัดก็เพลินมาก

จากประสบการณ์การสอนยาวนานกว่าสิบปี พี่เยาเล่าว่านักเรียนหลายคนเคยคิดว่าการทำขนมปังเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่พอได้ลงคอร์สเรียนที่เน้นทั้งเรื่องทฤษฎีและปฏิบัติจากที่นี่ ก็เปลี่ยนความคิดจากหน้าเป็นหลังมือ เมื่อลองเอาสูตรของพี่เยากลับไปดัดแปลง ผสมนู่นนิด เติมนี่หน่อย ขนมปังก็ยังอร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรสชาติที่หลากหลายและสนุกขึ้น

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

หากถามว่าบรรดาลูกศิษย์ต่างติดใจอะไร คำตอบคงเป็นวิธีการทำที่เน้นความเรียบง่าย ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เพราะพี่เยาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเป็น Artisan Bread ขนมปังฝีมือเรา ๆ ก็อร่อยและมีคุณค่าได้เช่นกัน ส่วนวิธีการจองคอร์ส ติดตามได้ในทางเพจเฟซบุ๊ก Cooking with Yao หรือใครอยากมาเรียนกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2 – 3 คน ก็ทักข้อความหาพี่เยาได้โดยตรง 

12
Sloafbake & Else

ที่ตั้ง : 224/69 ซอยธารทิพย์ 3 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

Instagram : sloafbake

เว็บไซต์ : www.sloafbakeworkshop.com

โทรศัพท์ : 08 1452 8290 หรือ Line ID : @sloafbakeworkshop

ปิดท้ายด้วยโรงเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริงอย่าง Sloafbake ที่มี หนี่นี้-เรณุกา หุตานุวัตร เป็นเจ้าของและหัวหน้าทีมช่างอบขนมปัง นอกจากมีคอร์สสอนทำขนมปังทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ไว้คอยบริการ ที่ Sloafbake ยังพร้อมส่งและพร้อมเสิร์ฟขนมปังแสนอร่อยไปทั่วประเทศอีกด้วยนะ!

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

สาวกขนมปังอาจรู้จัก Sloafbake ในนามร้าน Sourdough Bakery ที่เปิดทำการมากว่า 4 ปี แต่เมื่อประจวบเหมาะพอดีที่ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ชักชวนให้หนี่นี้ไปร่วมสอนทำขนมปังที่สตูดิโอ Bo.lan Education Program เธอจึงไม่รอช้า รีบคว้าอุปกรณ์และประสบการณ์ที่สั่งสมมานานใส่กระเป๋า รับบทครูขนมปังอย่างเต็มตัว หลักสูตรของครูหนี่นี้ให้ความสำคัญกับเรื่องทฤษฎีและ Sensory เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการสังเกต ดมกลิ่น และสัมผัสก้อนโดวจ์ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงหัวใจของการทำซาวโดวจ์ขนานแท้

คอร์สเรียนของ Sloafbake มีทั้งคอร์สออนไลน์ระยะสั้น เพื่อการปูพื้นฐานและทำความรู้จักจักรวาลซาวโดวจ์ ที่สำคัญ ยังมีบริการจัดส่งอุปกรณ์ Starter Kit สำหรับเลี้ยงยีสต์ให้ฟรีแบบไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่ม เมื่อเรียนจบก็ลงภาคปฏิบัติต่อได้ มีให้เลือกทั้งคอร์ส Country Sourdough ที่จะได้เรียนรู้การทำซาวโดวจ์รูปร่างต่าง ๆ กับครูหนี่นี้ ส่วนเชฟโบรับหน้าที่สอนทำอาหารที่ใช้ทานคู่กันอย่าง Homemade mayonnaise & Salsa และ Open sandwich 

คอร์สที่ครูหนี่นี้แนะนำเป็นพิเศษ คือคอร์ส Overnight Sourdough สอนทั้งการทำ Focaccia, Ciabatta, Olive Oil Soft Toast ที่สำคัญ เชฟโบยังมาช่วยสอนทำซุปที่กินกับขนมปัง 3 ตัวนี้แล้วอร่อยสุด ๆ คอร์สนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ไม่มีเวลาและอุปกรณ์จำกัด เพราะใช้เวลาทำตอนกลางคืนแค่ 2 ชั่วโมง แล้วพาเจ้าก้อนโดวจ์เข้าไปนอนด้วยกันในห้องแอร์ ตื่นเช้ามาก็พร้อมอบกินร้อน ๆ (แถมอร่อยมาก) 

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

หากสนใจอยากตามไปเรียนกับครูหนี่นี้ เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ หรือใครอยากพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม ก็ทักข้อความทางเพจหรือไลน์ของร้านได้เลย ทีม Sloafbake และครูหนี่นี้ยินดีต้อนรับ!

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load