‘ซื้อเขาง่ายกว่า’

วลีนี้ดังขึ้นในใจเราหลายต่อหลายครั้ง จนความคิดที่ว่าอยากจะลองหว่านเมล็ดปลูกผักเอาไว้ทานเองดูสักคราต้องถูกพับเก็บไปหลายหน แต่เมื่อแวดวงเกษตรกรรมถูกพารุดหน้าให้รวมเข้ากับอุตสาหกรรมจนเราไม่ทันตั้งหลัก ทุกวันนี้ทานผักแต่กลับได้สารเคมีตกค้างและยาฆ่าแมลงมาเป็นของแถม จนร่างกายขอกระแอมดังๆ ว่า ‘ซื้อเขาง่ายกว่า แต่อาจไม่ได้ดีกว่าเสมอไป’

เป็นที่รู้กันดีว่าเหล่าพืชผักจะเริ่มสูญเสียคุณประโยชน์ทันทีเมื่อถูกเด็ดออกจากต้น และเสียเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเข้าสู่กระบวนการปรุงอาหาร แค่นึกดูเล่นๆ ว่ากว่าที่เจ้าผักกำเล็กกำใหญ่ จะเดินทางจากไร่มาสู่เชลฟ์ในซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องผ่านกี่ร้อนกี่หนาวกันมาแล้ว ไหนจะบรรจุภัณฑ์และการขนส่งที่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรโลกอย่างมหาศาล เราจึงไม่เห็นข้อเสียใดๆ ที่จะลองเปลี่ยนจากการเดินเลือกซื้อผักผลไม้ในร้านค้า มาเป็นการปลูกเองทานเองตามวิถีอินทรีย์ นอกเสียจากว่า อาจต้องใช้เวลาและจุกจิกมากกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย 

แต่บรรดาผู้ที่ลงมือปลูกเอง ทานเอง ขายเอง ต่างบอกต่อเป็นเสียงเดียวกันว่า ความสมดุลและสมบูรณ์เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความยุ่งยากเหล่านั้น เพราะการลงมือทำการเกษตร ต้องอาศัยทั้งความใจเย็น พิถีพิถัน และความใส่ใจจริง ผลผลิตที่ได้จึงไม่ใช่แค่การบ่มเพาะพืชผล แต่ยังเป็นการบ่มเพาะความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์ที่ได้ใช้เวลาหยุดนิ่งกับสิ่งตรงหน้า หันมาพึ่งพาตนเองด้วยทรัพยากรที่สร้างได้ด้วยสองมือ มิใช่อาศัยเพียงแค่การซื้อและแกะห่อทานทันทีเท่านั้น

เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง คอลัมน์มนุษย์อินทรีย์คราวนี้จึงเหมาะมาก สำหรับคุณผู้อ่านที่รักที่เป็นมือใหม่อยากปลูก (แต่ไม่อยากเสี่ยง) หวังจะปลูกอะไรได้เองกับเขาดูบ้าง แต่ยังไม่มีความมั่นใจ ครั้นจะลงทุนซื้อที่ดินเสียเลย ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนที่ปลูกแล้วมั่นใจว่าจะไปรอด เราจึงได้คัดสรรทำเลให้เช่ายืมสำหรับทำการเกษตรจากทั่วทุกสารทิศ ให้คุณได้เริ่มลงมือเพาะเมล็ดหว่านไถ เก็บผลผลิตไว้ทานเอง-ขายเองได้ โดยไม่ต้องลงทุนซื้อที่ดินแบบถาวรให้กลุ้มใจ อยากเช่าเมื่อไหร่ก็แวะมา

g Garden

ผู้ให้เช่าแปลงผักเจ้าแรกที่เราอยากแนะนำให้เหล่าเกษตรกรมือใหม่ทั้งหลายได้รู้จัก คือ ‘g Garden’ Urban Farming & Farmers Connected โครงการหัวใจสีเขียวที่นำทัพโดย โชคชัย หลาบหนองแสง ผู้จัดการโครงการ และ จารุชา ทองพินิจ โดยมีไอเดียในการนำพื้นที่ว่างรอการพัฒนาใจกลางเมือง มาแปลงโฉมให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม อย่างการสร้างแปลงผักปลอดภัยและคืนพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพมหานคร

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : g Garden Urban Farming & Farmers Connected

เหล่าผู้เช่าอย่างเราๆ แค่ยกหูโทรศัพท์ขอจับจองพื้นที่ ก็เตรียมตัวพร้อมปลูกพร้อมหว่านได้ทันที เพราะบรรดาเครื่องไม้เครื่องมือที่ทาง g Garden ตระเตรียมไว้ให้นั้นครบเครื่องสารพัน ทั้งกระบะไม้ยกพื้นสูงขนาด 1 x 1 เมตร ดินหมัก กล้าผัก และเมล็ดพันธุ์ตามฤดูกาล สำหรับอัตราค่าเช่านั้นสนนไว้ที่ 1,000 บาท/เดือน/แปลง และยังมีเกษตรกรมืออาชีพคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำและแวะเวียนมาดูแลผลผลิตให้ตลอด 

เห็นกระบะจิ๋วๆ อย่างนี้แต่แจ๋วเกินตัว เพราะกระบะ 1 ตัว สามารถปลูกผักหมุนเวียนได้สูงสุดถึง 50 ต้น หากคิดเป็นปริมาณผลผลิต ก็มากถึง 5 – 10 กิโลกรัมต่อเดือน แบ่งกันทานในครอบครัวขนาด 2 – 4 คนกันได้แบบสบายๆ

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : g Garden Urban Farming & Farmers Connected

อีกทั้งยังการันตีคุณภาพว่าไม่ใช้สารเคมีในทุกกระบวนขั้น ปลอดภัยทั้งต่อคนปลูก คนกิน และสิ่งแวดล้อม หากเลือกปลูกพืชผักที่ขึ้นง่ายโตง่าย ก็อาจเก็บเกี่ยวได้ภายใน 1 เดือน หรือบางชนิดที่ต้องใช้เวลานานหน่อย ก็อาจต้องอดใจรอกันต่อสัก 2 – 3 เดือน ส่วนใครมีพืชผักในดวงใจ อยากเอามาหว่านลงแปลงก็เตรียมมาเองได้ ที่นี่เขาการันตีว่าจะช่วยปลูกให้รอดได้อย่างแน่นอน! (แต่เน้นว่าขอเป็นพืชผักตามฤดูกาลเท่านั้นนะ) ที่สำคัญยังมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมในครอบครัวอีกมากมาย ทั้งฟาร์มไก่อินทรีย์ คาเฟ่จากผลผลิตในสวน สนามเด็กเล่น ลานออกกำลังกาย และสวนผัก สวนดอกไม้ให้ได้เดินหย่อนใจกันแบบเพลินๆ

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : g Garden Urban Farming & Farmers Connected

เมื่อพื้นที่ในเมืองมีจำกัดและพื้นที่ปลูกผักมีน้อย จึงทำให้ผลผลิตอินทรีย์ปลอดภัยในท้องตลาดกลายเป็นแรร์ไอเท็มตามไปด้วย ใครอยากลิ้มลองรสชาติผักอินทรีย์ที่ปลูกได้ด้วยฝีมือตัวเอง แถมยังอร่อย สะอาด และสดใหม่ ไม่เหมือนผักทั่วไปในท้องตลาด กาปฏิทินกันไว้ให้ดี เพราะ g Garden เขาพร้อมเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้แล้ว!

ที่ตั้ง : g Garden สวนผักใจกลางพระราม 9 (หลังเซ็นทรัลพระราม 9) ถนนพระราม 9 ซอย 3 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 5256 4455, 09 2354 2879

Facebook : g Garden – Urban Farming & Farmer’s Connect

Coolliving Farmhouse eco & organic living

ด้วยความผูกพันคลุกคลีในแวดวงธุรกิจเครื่องนอนและเครื่องสำอางออร์แกนิกมากว่ามา 22 ปี หลี-สาริศา ปิ่นทอง จึงช่ำชองและรู้เท่าทันพิษภัยของเหล่าสารเคมีสังเคราะห์ที่ไม่ได้มาจากการกินเท่านั้น แต่ยังมาจากการใช้ สัมผัส และสูดดมสารทั้งหลายรอบตัว เธอจึงหันมาสนับสนุนวิถีอินทรีย์อย่างจริงจัง วางสมดุลชีวิตเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รักธรรมชาติ และรักตัวเองให้มากขึ้น 

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : Coolliving Farmhouse eco & organic living

เพราะอยากให้คนรุ่นใหม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการขยับเข้าใกล้ธรรมชาติ แปลงเกษตรเขียวขจีสำหรับให้เช่ายืมในนาม Coolliving Farmhouse eco & organic living จึงผุดขึ้นใจกลางอำเภอวังน้ำเขียว หากควักกระเป๋าเช่าที่ดินทำการเกษตรกับที่นี่แล้ว รับรองว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพราะเขามีทั้งแปลงผักสลัดขนาด 2 x 10 เมตร และนาข้าวอินทรีย์ขนาด 6 x 6 เมตร ไว้คอยบริการ (แปลงผักสลัดแบ่งให้เช่า 2 เดือน และนาข้าวอินทรีย์แบ่งให้เช่า 6 เดือน) พร้อมมาตรฐานควบคุมการปลูกอย่างเข้มงวดว่าต้องปลอดสารเคมีและสารเร่งโตทุกชนิด แม้แต่พลาสติกคลุมแปลงก็ไม่อนุญาตให้ใช้ เพราะอาจละลายสารเคมีอันตรายลงสู่ดินและแหล่งน้ำได้

6 ฟาร์มใจดีเปิดพื้นที่ให้เช่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่ มาปลูกได้ กินได้ แม้ไม่ซื้อที่ดิน
ภาพ : Coolliving Farmhouse eco & organic living

แม้เริ่มต้นจากศูนย์ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ Coolliving Farmhouse eco & organic living มีคอร์สสอนการดูแลผลผลิตให้ตั้งแต่การเพาะเมล็ด เพาะต้นกล้า การเตรียมแปลงปลูก ใส่ปุ๋ย ดูแลรักษา จนถึงการเก็บเกี่ยว ที่เจ้าของแปลงจะได้ลงมือทำเองในทุกขั้นตอน หากได้ผลผลิตเยอะจนเก็บกินไม่ไหว อยากจะแบ่งแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านแปลงเคียงก็ได้ หรือส่งไปวางขายสร้างรายได้เสริมที่สหกรณ์วังน้ำเขียวก็ดี แอบกระซิบว่าดินฟ้าอากาศที่วังน้ำเขียวนั้นเหมาะแก่การปลูกพืชอินทรีย์เอามากๆ เพราะมีปัจจัยเสี่ยงโรคพืชน้อย และชุมชนรอบข้างส่วนใหญ่ก็เพาะปลูกแบบอินทรีย์กันเกือบทั้งหมด 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Coolliving Farmhouse eco & organic living

ความเอ็กซ์คลูซีฟของที่นี่ เห็นทีจะเป็นการให้บริการที่พักฟรี 4 ครั้งต่อปี (ครั้งละไม่เกิน 5 วัน รวมระยะเวลาไม่เกิน 20 วันใน 1 ปี) ให้เหล่าเจ้าของแปลงผักได้มานอนค้างอ้างแรม ทำไร่ทำฟาร์ม และสูดอากาศบริสุทธิ์ไปตุนไว้จนหนำปอด พร้อมให้บริการแล้ววันนี้โดยคิดราคาคอร์สแบบเหมาๆ อยู่ที่ 30,000 บาท ให้คุณจ่ายครบจบในที่เดียว ทั้งที่เที่ยว ที่พัก และที่ปลูกผักแบบส่วนตัวสุดๆ 

หลียังทิ้งท้ายไว้ว่า หากแวะมาทดลองเป็นเกษตรกรกับ Coolliving Farmhouse eco & organic living ดูสักตั้ง อาจหลงรักผืนดินและแปลงผักจนโงหัวไม่ขึ้น เพราะการทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อจิตใจให้อ่อนโยนและเย็นลงได้อีกด้วย 

ที่ตั้ง : ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6963 5655

เว็บไซต์ : www.coolliving.co.th

Facebook : Coolliving Farmhouse eco & organic living

ชุมชนนิเวศน์สันติวนา

ใครจะรู้ว่าดอนเมืองไม่ได้มีแค่สนามบิน แต่ยังเป็นที่ตั้งของผืนนา แปลงผัก และทุ่งกว้างเขียวขจีขนาดกว่า 50 ไร่ อย่างชุมชนนิเวศน์สันติวนา ศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ พลังงานทางเลือก และการอนุรักษ์ธรรมชาติและป่าในเมือง หากไม่บอกก็แทบมองไม่ออก ว่าผืนป่าขนาดยักษ์แห่งนี้ พรางตัวซ่อนอยู่ใจกลางมหานครป่าคอนกรีตได้อย่างเหลือเชื่อ

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

ชุมชนนิเวศน์สันติวนา คือพื้นที่ต้นแบบของการรักษาสมดุลทางระบบนิเวศน์ในเมือง และการพึ่งพาตนเองทั้งด้านอาหารและพลังงาน โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิอุร์สุลินเพื่อการศึกษา และมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาร่วมกันรักษาและพัฒนาให้เป็นพื้นที่แห่งความยั่งยืน ที่สำคัญยังได้ อาจารย์คมสัน หุตะแพทย์ ผู้อำนวยการชุมชนนิเวศน์สันติวนา มาเป็นหนึ่งในทีมหัวเรือใหญ่ผู้เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ ช่วยเนรมิตป่ากลางเมืองแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังโตของพืชผักอินทรีย์นานาชนิด

ที่นี่ใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ควบคุมระบบการเกษตรทั้งหมดแบบครบจบในที่เดียว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาลู่ทางในการทำเกษตรอินทรีย์แบบไม่ต้องมีต้องทุนใดๆ เพราะเขาเจ้าไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เช่าหรือคิดเงินค่าแปลงผัก หากแต่เป็นการเปิดรั้วฟาร์มต้อนรับเหล่าอาสาสมัครให้เข้ามาฝึกปรือฝีมือฝึกทำการเกษตรกันแบบฟรีๆ ในช่วงเดือนมกราคมของ พ.ศ. 2565 ที่กำลังจะถึงนี้

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

ช่วง 2 เดือนแรก จะเป็นการทำงานจริง ลงสนามจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน เหล่าอาสาจะได้ลุยภารกิจทุกชนิดในฟาร์มขนาดใหญ่ ทั้งทำปุ๋ย พรวนดิน ปลูกผัก เพาะกล้า ตลอดจนเผาถ่านเพื่อปรุงดิน และเมื่อย่างเข้าช่วงเดือนที่ 3 ทางฟาร์มจะเปิดพื้นที่ให้ได้ทำงานเกษตรอย่างอิสระ ทดลองปลูกเอง เก็บเกี่ยวเองตามชอบใจ ใครที่อยู่ในย่านมหานคร เบื่อหน่ายจากการจ้องหน้าจอคอมฯ และมองหาคอร์สสอนการเกษตรฉบับรวบรัด ชนิดที่ว่าเป็นเร็ว เก่งเร็ว และปลูกกินได้จริง แถมยังจ่ายค่าสมัครเป็นแรงกายแบบไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าสักบาท เราแนะนำที่แห่งนี้เป็นคำตอบให้อย่างไม่ลังเล 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

ความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างแหล่งอาหารและพลังงานที่ยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมของนิเวศน์สันติวนาไม่เคยย่ำอยู่กับที่ ชุมชนแห่งนี้ยังคงเดินหน้าศึกษาและพัฒนาระบบการเกษตรอินทรีย์รูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ อีกหนึ่งความน่ารักและใจดีมาก คือชุมชนนิเวศน์สันติวนายังมีโครงการดีๆ ในการแบ่งปันผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นประจำ แถมยังมีคอร์สสอนทักษะการปลูกพืชอินทรีย์และการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้แก่ผู้ที่สนใจอีกด้วย

ที่ตั้ง : ซอยวัดเวฬุวนาราม 18 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 5067 2728

เว็บไซต์ : mcdfthailand.wordpress.com/santiwana-eco-
community/

Facebook : Santi Wana Eco Community ชุมชนนิเวศสันติวนา

พอ พบ สุข

เพราะเกษตรกรรม คืออาชีพที่หล่อเลี้ยงครอบครัวของ สำเริง ศรีโกะเพชร และ วิรากร ณรงค์มี มาตั้งแต่จำความได้ ทั้งสองจึงเติบโตมากับการทำเกษตรโดยแท้ และมองเห็นความยากลำบากของสายอาชีพนี้ได้ชัดเจนกว่าใคร จึงเป็นที่มาของการเดินหน้าศึกษาศาสตร์ความรู้เกี่ยวการทำการเกษตรในหลากหลายแขนงตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี เจาะลึกถึงระบบดิน ระบบน้ำ จนแตกฉานเป็นวิถีโมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข อย่างทุกวันนี้

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : พอ พบ สุข

ผืนนาเขียวขจีในอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่ตั้งของโมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข ที่ยินดีเปิดรั้วต้อนรับนักเกษตรมือใหม่ให้เข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีในทุกกระบวนขั้น และลงมือปฏิบัติกับเหล่ากูรูผู้รู้ตัวจริง โดยผู้เช่าเลือกปลูกพืชผักในแปลงขนาด 4 x 5 เมตรได้ทุกชนิด และเลือกระยะเวลาการเช่าได้ตามความประสงค์ 

หากต้องการลงมือปลูกพร้อมเก็บผลผลิต จะมีระยะเวลาการเช่าอยู่ที่ 2 เดือนเป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าหากติดใจอยากทดลองปลูกซ้ำอีกหนึ่งครั้ง ระยะเวลาก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับกันไป ส่วนค่าธรรมเนียมในการเช่าก็สบายกระเป๋าเอามากๆ เพราะอยู่ที่ 500 บาทต่อแปลงเท่านั้น แถมมาที่เดียวยังได้เห็นทุกมิติของการทำการเกษตร ทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ โคก หนอง นา การเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าว ปลูกป่า ไปจนถึงพืชผักสวนครัว

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : พอ พบ สุข

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ยังไม่ถึงครึ่งของกิจกรรมทั้งหมดที่คุณจะได้สัมผัสเมื่อมาเยือนโมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข เพราะเขายังมีคอร์สการเกษตรหรรษาไว้ต้อนรับนักปลูกผักมือใหม่ไว้อีกเพียบ ทั้งคอร์สพืชสมุนไพร การเลี้ยงโค กระบือ ไก่ ตามวิถีธรรมชาติ การเพาะต้นอ่อนบัว การเลี้ยงและจับสัตว์น้ำอย่างปลา กบ และหอยน้ำจืด ตลอดจนการทำถ่าน การทำนา การเกี่ยวและนวดข้าวด้วยมือ ไปจนถึงการทำปุ๋ยอินทรีย์อย่างง่ายจากวัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่ 

ใครอยู่ในละแวกใกล้เคียง เตรียมสตาร์ทรถแล้วเดินทางไปได้เลย ที่นี่เขาเปิดให้บริการพร้อมอยู่แล้ว หากได้เห็นกับตา จะรู้ได้ทันทีว่าอีสานไม่ได้แห้งแล้งอย่างที่คิด

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : พอ พบ สุข

แม้จะจบคอร์สเรียนตามหลักสูตรไปเป็นที่เรียบร้อย แต่โมเดลเกษตรประยุกต์ พอ พบ สุข ยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเกษตรสำหรับผู้ที่ค้นพบตัวเองจากการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ แล้วสนใจยึดถือวิถีเกษตรวิถีอินทรีย์เพื่อการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัวต่อไป ที่นี่ยินดีดูแลและแนะนำแนวทางให้ตลอดชีพไม่มีหมดคอร์ส

ที่ตั้ง : ตำบลหนองบัวบาน อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ 32130 (แผนที่)

Facebook : พอ พบ สุข

U-Farm

‘ปลูกผักเพราะรักลูก’ คือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ บัว-บัวระวงษ์ เดอกรูท พลิกฟื้นที่ดินท่ามกลางภูเขาในอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ให้กลายเป็นฟาร์มออร์แกนิกเล็กๆ ปลูกพืชผักปลอดสารพิษให้ลูกๆ ของเธอได้ทานอาหารปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ จนแตกหน่อออกผลกลายเป็น U-Farm ธุรกิจให้เช่าแปลงผักและรับบริหารจัดการแปลงผักแบบครบวงจร

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : U-Farm

คราวนี้ขอเอาใจใครที่ใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของแปลงเกษตร อยากปลูกผักสดปลอดสารพิษไว้ทานแต่ดันไม่มีเวลาและไม่อยากลงแรงเอง เพียงติดต่อขอจับจองพื้นที่กับทางยูฟาร์ม เขาเจ้าก็ยินดีเนรมิตแปลงผักส่วนตัวขนาด 3 x 4 เมตรให้ได้ทันที ขั้นต่อไปคือการเลือกผัก 3 ชนิดที่โปรดปราน (1ชนิด/100ต้น) จากนั้นก็รอรับผักปลอดสารไปทานถึงหน้าบ้านกันได้เลย เพราะเขาจัดแจงหว่านเมล็ดลงหลุม รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย และดูแลผลผลิตให้จนพร้อมสรรพ แพ็กผลผลิตลงในหีบห่อที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ส่งตรงความสดใหม่กันถึงหน้าบ้านเสมือนเด็ดทานจากในไร่ สนนราคาไว้ที่ 3,900 บาทต่อรอบการเช่าตลอด 3 เดือน 

ลูกค้าอย่างเราๆ ยังเลือกได้ว่าล็อตนี้อยากทานผักชนิดใดมากน้อยเป็นพิเศษ ทางฟาร์มยินดีจัดออเดอร์ให้ได้ตามสั่ง ที่สำคัญ เขาเลือกใช้ปุ๋ยสูตรธรรมชาติอย่างปุ๋ยปลา ปุ๋ยจุลินทรีย์ และปุ๋ยหมัก เป็นตัวช่วยดูแลแปลงผักโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีและยาฆ่าแมลงเลยแม้แต่น้อย

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : U-Farm

ส่วนใครพอมีเวลาว่าง ลองขับรถแวะมาเรียนรู้กระบวนการปลูกผักออร์แกนิกกับทางยูฟาร์มกันได้ในระยะเพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เขามีคอร์สภาคปฏิบัติให้ทดลองเป็นเกษตรกรมือใหม่ในเวลา 2 วัน 1 คืนอยู่เรื่อยๆ รับรองว่าจบคอร์สไปแล้ว อาจได้อาชีพเสริมเป็นนักปลูกผักออร์แกนิกส่งขายเป็นแน่ 

หากติดใจในรสชาติความสดใหม่ของผักปลอดสารพิษจากที่นี่ ก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อผลิตผลติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้าน ทั้งผักสลัด ผักสวนครัว ผักตามฤดูกาล สมุนไพร สินค้าแปรรูป และไข่ไก่อนามัย มีไว้ให้ได้เลือกช้อปกันตามชอบ

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : U-Farm

นอกจากไม่ต้องลงทุนซื้อที่ดินและไม่ต้องมีทักษะในการปลูกผัก สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้เช่าต่างถูกใจไม่น้อย คือการที่ไม่ต้องลงแรงงานและไม่เปลืองเวลาในการเข้ามาดูแลผลผลิต หน้าที่อย่างเดียวที่ต้องทำ คือการเปิดประตูบ้านรอรับผักสดๆ จากในฟาร์มเป็นพอ ใครที่อยากกินอยู่แบบวิถีอินทรีย์แต่รู้ตัวว่ามีเวลาน้อยก็อย่ารอช้า ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วจับจองแปลงผักของตัวเองกันได้เลย!

ที่ตั้ง : ตำบลท่าแลง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี 76130 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4729 1125

เว็บไซต์ : www.farmfarang.com

Facebook : U-Farm

ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

ขึ้นชื่อว่าตั้งอยู่ในชุมชนแม่ทา รับรองว่าแปลงเกษตรอินทรีย์ให้เช่าแห่งนี้ไม่เป็นสองรองใคร ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา ขอเปิดฟาร์มต้อนรับนักเกษตรมือใหม่ทั้งใกล้ไกล ให้มาสัมผัสวิถีเกษตรอินทรีย์กันถึงในไร่ พร้อมลงมือทำงานจริง ปฏิบัติจริงกับพี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญ 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา คือแปลงเกษตรอินทรีย์ทำเลดีที่ตั้งอยู่ในชุมชนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ จากความตั้งใจของ อาจารย์วิฑูรย์ ปัญญากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์จากกรีนเนทและเลขาธิการมูลนิธิสายใยแผ่นดิน ชุมชนแห่งนี้เดินหน้าทำการเกษตรในวิถีอินทรีย์มายาวนานกว่า 30 ปี นำโรงเพาะเห็ดเก่าบนพื้นที่ขนาดกว่า 9 ไร่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นพื้นที่เพาะปลูกเชิงสร้างสรรค์แบบคนรุ่นใหม่ ภายใต้การดูแลจัดการโดยมูลนิธิสายใยแผ่นดินและวิสาหกิจชุมชนแม่ท่าออร์แกนิก เรื่องประสบการณ์และความช่ำชองจึงไม่ต้องเป็นห่วง 

ผู้เช่าจะได้รับบริการและการดูแลแปลงผักจากทางฟาร์มแบบครบจบในที่เดียว ชนิดว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมาเพิ่ม ก็เริ่มหว่านเมล็ดลงหลุมกันได้เดี๋ยวนั้น ทั้งแปลงผักขนาด 5 x 5 เมตร เมล็ดพันธุ์เกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยคอกสูตรธรรมชาติสำหรับบำรุงต้นพืช สารป้องกันการกำจัดศัตรูพืชสูตรอินทรีย์ อุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็น ส่วนค่าบริการอยู่ที่ 3,000 บาท/งวดการเช่า 3 เดือน พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทางเจ้าหน้าที่จะมีบริการแวะเวียนมารดน้ำ และดูแลสวนผักให้ในช่วงที่ผู้เช่าไม่มีเวลาเข้ามาที่ฟาร์ม 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

เมล็ดพันธุ์ที่มีบริการเตรียมไว้ให้ คือเหล่าพืชผักและผลไม้ตามฤดูกาลที่ปลูกได้ โตได้ และกินได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน หรือใครติดใจจะขอเช่าแปลงผักต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีปัญหา ที่นี่เขาพร้อมให้ความรู้และดูแลกระบวนการปลูกอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน 

แถมยังมีเคล็ดลับเฉพาะสำหรับการทำเกษตรให้ได้ผลผลิตเป็นกอบเป็นกำมาแบ่งปันอยู่ตลอด ทั้งการทำปุ๋ยหมัก การเก็บตัวอย่างดิน และการวัดระดับความลาดเอียงของพื้นที่เพื่อดูทิศทางไหลของน้ำ สำหรับออกแบบแปลงผักให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล 

ชี้พิกัดแปลงผักและพื้นที่ทำการเกษตรให้เช่าทั่วไทย พร้อมกูรูคอยแนะนำและดูแลผลผลิตให้ มือใหม่แค่ไหนก็ปลูกได้หายห่วง
ภาพ : ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา

ข่วงชีวิต วิถียั่งยืน @แม่ทา ยังคงมุ่งมั่นยึดถือในวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญให้เหล่าเกษตรกรมีทางเลือกในการทำเกษตรที่ทั้งดีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมกระชับช่องว่างให้เหล่าคนเมืองกับพื้นที่สีเขียวได้ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ที่สำคัญ ยังมีการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์และพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตัวเอง ภายใต้โครงการ “พัฒน์อาคาเดมี่” โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก พ่อพัฒน์ หรือ พัฒน์ อภัยมูล ผู้นำเกษตรยั่งยืนคนดังของเชียงใหม่อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 5032 6642 Facebook : พัฒน์อาคาเดมี่ – Pat Academy

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคมนี้ จะมีงาน ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Land เป็นเทศกาลที่รวมสารพัดการหมักให้เลือกซื้อ และสารพันความรู้เรื่องเรื่องการหมักให้เลือกฟัง เหมาะกับทั้งนักหมัก นักซื้อ ทั้งมือใหม่ มือเก่า

แต่ก่อนจะไปถึงรายละเอียดในวันงาน เรามาทำความรู้จักเรื่อง ‘การหมัก’ กันก่อนดีกว่า
หากตอนนี้คุณอยู่ที่บ้าน อยากให้ลองก้าวเท้าเข้าครัวสักประเดี๋ยว ไปสำรวจงานคราฟต์มรดกตกทอดหลายพันปีจากฝีมือมนุษย์ที่อยู่ในบ้านกัน

เข้าครัวไปสิ่งแรกที่เจอคือน้ำปลา ขวดต่อมาคงเป็นซีอิ๊ว บางบ้านอาจเจอปลาร้า กะปิ เต้าหู้ยี้ หรือมิโซะ เหล่าวัตถุดิบในครัวที่ว่ามาล้วนเป็นงานคราฟต์ที่ถ่ายทอดไอเดียการถนอมอาหารจากรุ่นสู่รุ่น การถนอมอาหารที่ว่านั้นคือ การหมักดอง

หันซ้ายมองขวา ไม่ว่าที่ไหนเรามักเห็นคนหยิบอาหารในบ้านมาหมักดองกันอยู่ตลอด บางบ้านหมักน้ำเชื่อมกล้วยและทำน้ำส้มสายชูจากกล้วยที่กินไม่หมด บ้างก็มี Natural Soda ที่ทำเองจากการหมักด้วยขิงกับน้ำตาล บางบ้านก็เอาทั้งผักทั้งปลามาหมักมาดองกัน

แต่รู้ไหมว่า การหมักนั่นหมักนี่ที่ต่างกันไป กลับมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ และสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นเวทมนตร์มัดใจนักหมัก ที่ถ้าได้ลองเข้าวงการหมักอาหารแล้วมักจะออกไม่ได้เลยทีเดียว

เรามีโอกาสคุยกับนักหมักผู้มากความรู้อย่าง อาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียนและนักแปลหนังสือทั้งนวนิยายและเรื่องสั้นที่หันมาสนใจวงการอาหาร และกลายเป็นนักขับเคลื่อนวงการอาหารจนเกิด My Chef หนังสือสารคดีอาหารที่บันทึกการเดินทาง ความทรงจำ และความหลงใหลในอาหารของเขา 

เราจึงอยากพาไขข้อสงสัยว่า เวทมนตร์อะไรที่ทำให้งานคราฟต์ชิ้นนี้เป็นงานที่ต้องมีกันแทบทุกบ้าน ควบคู่ไปกับมองวัฒนธรรมการหมักดองผ่านเลนส์นักหมักกัน

เพราะหมักจึงมี – รสอูมามิ

เราเชื่อว่าสิ่งแรกที่ทำให้นักหมักต้องมนตร์กับอาหารหมักคือความอร่อย แน่นอนว่าการกินอาหารไม่ใช่เพียงแค่กินเพื่อให้อิ่ม แต่เรากินเพื่อลิ้มรสแห่งความสุขจากอาหารด้วย ซึ่งอาหารหมักดองคือยอดอาหารชั้นดีที่มอบรสชาติแห่งความสุขออกมาได้

“กระบวนการหมักที่ต้องใช้เหล่าจุลินทรีย์ จะมีรสชาติที่เราได้แน่ ๆ จากการหมักดองคือ รสอูมามิ เป็นรสชาติประเภทนัว ทำให้คนรู้สึกเสพติดกับการหมักดอง”

รสชาติอูมามิที่อาจารย์ต้นกล่าวถึง เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันในวงการอาหารมานาน เอาไว้ใช้อธิบายถึงความอร่อยที่ไม่ใช่แค่รสหวาน ขม เค็ม หรือเปรี้ยว แต่อูมามิเป็นรสสัมผัสที่ 5 เรียกง่าย ๆ ว่ารสนัวก็ย่อมได้

แน่นอนว่าเมื่อได้ลิ้มรสอาหารอร่อยนัวหนึ่งครั้งแล้ว ครั้งต่อไปย่อมตามมา บางคนถึงกับเปลี่ยนสถานะจากที่เคยเป็นนักชิม กลายมาเป็นนักหมักดองเองเสียแล้ว แต่นอกจากรสอูมามิที่ได้จากอาหารหมักดองแล้ว ยังมีสิ่งที่ทำให้เหล่านักหมักตื่นเต้นยิ่งไปกว่านั้น เพราะ…

อาหารหมักดอง หมัก 100 ครั้ง รสชาติไม่เหมือนกันสักครั้ง

ความสนุกของการหมักดองอยู่ตรงนี้ นักหมักทั้งหลายรู้ว่าของที่ตัวเองทำอยู่อร่อยแน่ ๆ แต่จะอร่อยแบบไหนก็ต้องมีลุ้นกันทุกที เพราะเพียงแค่อุณหภูมิแต่ละครั้งต่างกัน วัตถุดิบอย่างสายพันธุ์ของผักผลไม้ที่เอามาหมักต่างกัน รสชาติที่ออกมาก็ไม่เหมือนกันแล้ว

“การได้เจอรสชาติใหม่ ๆ มันน่าสนใจ คือเราได้เจอรสชาติแปลก ๆ อย่างผมกำลังทำน้ำส้มสายชูจากมะม่วง หมักมะม่วงทุกชนิดที่เราเจอ เพื่อเปรียบเทียบว่า น้ำส้มสายชูจากมะม่วงแต่ละชนิดมีรสชาติยังไง มันเป็นความรู้สึกสนุกเหมือนคุณสะสมหนังสือ แต่ผมสะสมของหมักดองเท่านั้นเอง”

เพราะหมักจึงพบ – เพื่อนตัวจิ๋ว

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าอาหารหมักดองมีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย ให้วิตามินหลายตัวที่ช่วยชะลอความแก่ สร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคได้มากมาย แต่ผลพวงประโยชน์เหล่านั้นเกิดจากการเติบโตของสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว ผู้เป็นเพื่อนร่วมทางนักหมักที่มีชื่อว่าเจ้าจุลินทรีย์

“ผมได้ดูสารคดีเรื่อง Kiss the Ground ในสารคดีเขาพูดชัดเจนว่า ปริมาณจุลินทรีย์ในร่างกายเรามีมากกว่าปริมาณเซลล์เสียอีก การรักษาสมดุลของกระบวนเติบโตของจุลินทรีย์ถึงสำคัญ การเติมจุลินทรีย์ให้ร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์ในอาหารหมักดองกับจุลินทรีย์ในร่างกาย ร่างกายมนุษย์จริง ๆ ก็เป็นระบบนิเวศหนึ่ง ถ้ามันสมดุล ก็เหมือนระบบนิเวศที่สมดุลดี”

อาจารย์ต้นเล่าว่า ถ้าวันไหนเราท้องผูก แปลว่าช่วงนั้นเรากำลังขาดจุลินทรีย์ตัวดีในร่างกายที่ช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่ก็มีหนทางแก้ได้ โดยการเติมจุลินทรีย์ดีจากอาหารหมักดองอร่อย ๆ ที่ทำกินเองได้

จุลินทรีย์ตัวน้อยไม่ได้แค่ทำให้อาหารหมักเปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ แต่ทำให้นักหมักตื่นเต้นไปกับรสชาติที่แตกต่างกันไปตามการเติบโตของสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ด้วย 

บางคนอาจจะขยาดกับราสีขาวที่ขึ้นอยู่บนอาหาร แต่สำหรับนักหมักแล้ว นั่นคือก้าวแรกแห่งความสำเร็จเลยทีเดียว

อย่างการทำน้ำเชื่อมหวาน ๆ จากกล้วย กล้วยที่เรากินกันไม่หมดหรือกินไม่ทัน นำมาปอกเปลือกออก ใส่เนื้อลงในขวดโหลตามใจชอบ หลังจากนั้นใส่น้ำตาลที่มีอยู่ในครัวลงไป ปิดฝารอเวลาสัก 2 – 3 วันก็ลองกลับไปสอดส่องที่ขวดโหลดู เราจะตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตสีขาวเล็ก ๆ เกาะอยู่บนผิวกล้วย พร้อมกับน้ำเชื่อมกล้วยที่ออกมานิดหน่อย พอให้ได้ผสมโซดาเอามาดื่มให้สดชื่นกันสองสามแก้ว

หรือการทำคอมบูชา น้ำชาหมักชั้นดีที่ถูกขนานนามให้เป็นชาอมตะ เกิดจากการหมัก 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ Scoby (สโกบี้) ส่วนที่สองคือส่วนผสมน้ำชา ทั้งสองส่วนเราทำเองได้ที่บ้านง่าย ๆ ส่วนของสโกบี้บางบ้านอาจเพียงแค่เดินเข้าสวนก็ได้ผลไม้เปรี้ยวมาใช้หมักได้แล้ว หรือผลไม้เปรี้ยวที่เรากินไม่หมดก็นำมาทำเป็นสโกบี้ได้ แค่หมักผลไม้เปรี้ยวกับน้ำตาลแล้วผสมน้ำลงไป ระยะเวลา 3 – 6 เป็นช่วงของการเฝ้ายามสังเกตการณ์ว่าจุลินทรีย์ที่หมักกำลังเติบโตยังไง เราเฝ้ามองตั้งแต่มันค่อย ๆ ก่อตัวเป็นวุ้น จนกระทั่งการเติบโตที่สมบูรณ์ของจุลินทรีย์ จนได้เป็นแผ่นสโกบี้ที่เอามาใช้หมักกับน้ำชาได้อีกหลาย ๆ รอบ

ย้อนกลับไปถึงคำพูดที่อาจารย์ต้นกล่าวว่า “ร่างกายมนุษย์จริง ๆ ก็เป็นระบบนิเวศหนึ่ง ถ้ามันสมดุล ก็เหมือนระบบนิเวศที่สมดุลดี” มองกลับกัน ถ้าเราลองเติมจุลินทรีย์ให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่ร่างกายเราบ้างจะเป็นยังไง

เราลองเติมจุลินทรีย์ให้ต้นไม้กันดู มนุษย์เติมจุลินทรีย์ด้วยการกินอาหาร แต่ต้นไม้คงต้องเติมจุลินทรีย์ด้วยสิ่งที่เรียกว่าปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยที่ทำได้โดยวิธีธรรมชาติก็ยังคงต้องอาศัยกระบวนการหมักเช่นกัน อาหารของต้นไม้ที่ว่าคือปุ๋ยหมัก เราหมักปุ๋ยจากอะไรก็ได้ หมักปุ๋ยจากเศษอาหารในบ้าน หมักจากมูลสัตว์ หรือหมักจากใบไม้ที่ร่วงอยู่ในสวนก็ทำได้ หมักแล้วก็รอชื่นชมการเติบโตของใบบนต้นที่สดขึ้นจนออกดอกออกผลดี

สิ่งหนึ่งที่นักหมักได้รับจากการทำงานกับเพื่อนตัวจิ๋วเสมอ คือ การรู้จักรอคอยและรู้จักสังเกต แน่นอนว่าเราต้องตื่นเต้นกับสิ่งที่ลงมือทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความสุขจากการได้คอยเฝ้ามองการเติบโตของสโกบี้ เราตื่นเต้นเมื่อเห็นว่ามีราขาวฟูขึ้นบนดินของต้นไม้ที่ใส่ปุ๋ยหมักลงไป เรามีความละเมียดละไมขึ้นเมื่อได้ลองลิ้มรสชาติของการหมักแต่ละครั้ง และพยายามปรับสูตรเพื่อหารสชาติที่ถูกใจด้วยมือตัวเอง เราได้แต่งแต้มความสนุกด้วยการหาของใหม่ ๆ มาหมักที่ไม่ซ้ำกัน เพลิดเพลินที่ได้สร้างงานคราฟต์ผ่านอาหารที่มีเอกลักษณ์

สิ่งเหล่านี้คงเป็นเหตุผลที่เพียงพอว่า ทำไมวงการหมักอาหาร เข้าแล้วออกไม่ได้กันเลยสักบ้าน

เพราะหมักจึงรู้จัก – ถนอมอาหาร

มรดกทางความคิดของบรรพบุรุษเราที่ค้นพบการหมักอาหาร ทำให้เกิดภูมิปัญญาถนอมอาหารถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่น เพราะคนสมัยก่อนต้องเอาตัวรอดจากอากาศที่หนาวเหน็บ เอาตัวรอดจากฤดูกาลที่อาหารขาดแคลน การกักตุนอาหารเพื่อให้อยู่ได้นานจนถึงช่วงที่อาหารขาด จึงจำเป็นต้องมีวิธีถนอมอาหารเพื่อยืดอายุให้เก็บรักษาได้นานขึ้น กระบวนการหมักจึงมีมานาน และกลายเป็นวิธีการถนอมอาหารคู่ครัวทั่วโลกเลยก็ว่าได้

การถนอมอาหารไม่ใช่แค่ยืดอายุการเก็บรักษาเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยลดของเสียที่เกิดจากอาหารเหลือหรืออาหารที่กินไม่ทันได้ด้วย แถมยังทำให้เราใช้ประโยชน์จากอาหารผ่านการหมักได้อย่างคุ้มค่าจนถึงหยดสุดท้ายเลยทีเดียว เป็นวิธีการโบร่ำโบราณที่ทำด้วยวิธีการธรรมชาติ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้เพียงแค่ใจและใช้เวลากับสิ่งที่หมักตรงหน้าเพียงเท่านั้น

แต่มากกว่านั้น อาหารหมักยังทำลายพรมแดนวัฒนธรรมได้ด้วย เพราะปัจจุบันความรู้เรื่องอาหารหมักดองแพร่กระจายแลกเปลี่ยนกันไปทั่วโลก อย่างคอมบูชาที่ต้นกำเนิดเป็นน้ำชาหมักของจีน ตอนนี้กลายเป็นของที่ทำดื่มกันเองได้ที่บ้านสบาย ๆ หรือเทมเป้ภูมิปัญญาจากอินโดนีเซีย เป็นถั่วเหลืองหมักที่สายมังสวิรัติน้ำมาใช้ทำอาหารแทนเนื้อสัตว์ได้โดยไม่เสียรสชาติ กิมจิจากเกาหลีที่หยิบกะหล่ำและผักกาดมาดองกินกันได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ซึ่งภูมิปัญญาเหล่านี้ถูกส่งทอดกันมาเรื่อย ๆ ข้ามน้ำข้ามทะเลจนเรียกได้ว่าอาหารหมักดองไร้ซึ่งพรมแดนวัฒนธรรมเลยก็ได้

เมื่อใดที่เราลงมือหมักหรือกินของดองจากสูตรของเพื่อนบ้าน ประเทศอื่น หรือจากภูมิภาคอื่น เราได้ลิ้มรสถึงวัตถุดิบที่ใช้ วิธีการและระยะเวลที่ใช้หมัก สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเหมือนได้ท่องไปในวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน แม้ไม่ได้ตีตั๋วบินไกลไปถึงประเทศนั้น ๆ เรารับรู้เรื่องราว วิถีชีวิตและประสบการณ์ของเจ้าของภูมิปัญญาเหล่านั้นผ่านลงมือทำและกินอาหารหมักดอง

คุยกันถึงตรงนี้ เราคิดว่ามนตร์เสน่ห์ของอาหารหมักดองนั้นมีมากพอที่จะชวนให้เหล่านักหมักและผู้ที่สนใจการหมัก มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสน่ห์ของสิ่งนี้ไปด้วยกันในงาน ‘มิตรรัก นักหมัก’ ตลาดนัดของหมักเล็ก ๆ ที่เราอยากพาผู้ที่รักในงานหมักมารวมตัวกันพูดคุย เอาผลงานแสนรักจากที่บ้านมากาง และแบ่งปันความสุขกันในงานนี้

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

เราชวนนักหมักที่พร้อมมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เริ่มด้วยวงสนทนา Talk : Wild Yeast Bread จากร้านนักทำขนมปังโฮมเมดอย่าง Flower Flour, Younglek, Sloafbake และ Sunday 

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

แล้วมาล้อมวงฟัง Talk สนุก ๆ เรื่องราวต้นชาอัสสัมอายุเกือบพันปีจนถึงการเป็นชาผู่เอ๋อจากไร่ชาวาวี โดย อาเปา-ศิริพันธุ์ และ ไหม-ยุรมาศ พิทักษ์วาวี 

‘มิตรรัก นักหมัก’ เทศกาลรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการหมัก สวรรค์ของคนรักความนัว

ตามมาด้วยกิจกรรมตั้งวงสนทนา Talk เรื่อง Kombucha (คอมบูชา) กับนักหมักตัวยงอย่าง ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน, โน้ต-อธิป สโมสร, Sho Oga และ ท้อ-จุฑามาส บูรณะเจตน์ 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ต่อด้วย Talk : Why Ferment? จากผู้เปี่ยมประสบการณ์การหมักที่เคยทำอาหารหมักหลายชนิดทั่วไทยอย่างอาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ไม่หมดเพียงเท่านั้น งานนี้ยังมีเวิร์กชอปสนุก ๆ มาให้ทุกคนได้ลงมีคราฟต์อาหารหมักกันอย่างเต็มอิ่ม กับ 4 กิจกรรมที่จะพาคุณไปเรียนรู้ย้อมครามผ้าและหม้อด้วยน้ำหมักย้อมคราม โดยแบรนด์ Fulame’, Craftroom, Sati และ Escape Issue 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ชวนไปทำเทมเป้สุดยอดวัตถุดิบเปี่ยมโปรตีนขวัญใจสายมังสวิรัติ จาก ท้อ-จุฑามาส บูรณะเจตน์ 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

และเตรียมกระเป๋าเก็บขวดโหลหมักกลับบ้านกับ Workshop : Cider vinegar จากปูเป้ทำเองที่จะพาไปหมักมะพร้าวน้ำหอมกับน้ำผึ้งป่า ด้วยหัวเชื้อที่ปูเป้พกมาให้ทุกคนได้กลับเอาไปดูแลต่อที่บ้าน 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือเวิร์กชอป ส้มหยวกกล้วย จาก จ๋า-ยุพิน ผูกพานิช ที่นำเอาภูมิปัญญาเดิมของที่บ้านมาเล่าต่อ และพาเหล่านักหมักทำส้มหยวกกล้วยจากสวนกันสด ๆ ในงาน

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

ยิ่งไปกว่านั้น เราชวนเหล่านักหมักที่เตรียมหมักสิ่งที่รักกันมาอย่างดีกว่า 30 ร้านในงานนี้ เตรียมขวดโหล พกกระเป๋าสตางค์ มาเวิร์กชอปและจับจ่ายของหมักพร้อมหิ้วความสุขกลับบ้านกัน 

เข้าใจเสน่ห์การหมักดองอาหารทำเองในบ้าน และเตรียมเยี่ยมเยียนเทศกาล ‘มิตรรัก นักหมัก’ ที่ Whispering Cafe

รับรองความอิ่มเอมและความสนุกแก่ผู้มีใจรักในการหมักทั้งหลาย สำหรับใครที่มางาน หลังจากชิม ช้อป และใช้ฝีมือจากงานนี้ อย่าลืมทำ Challenge สังเกตร่างกายตัวเอง และเตรียมพร้อมสู้รบกับข้าศึกในห้องน้ำไว้ได้เลย

Whispering Cafe

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2565 

เวลา 10.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : 43 บ้านใหม่ อำเภอสามพราน นครปฐม (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load