อันเกิดมาจากความอยู่ไม่สุข

เรื่องคือ ไปซื้อตุ้มหูมา 2 คู่ค่ะ ชอบมาก ใส่อยู่นั่น

แล้ววันหนึ่งก็มารู้ว่า มันทำจากวัสดุสังเคราะห์ชื่อ Polymer Clay หรือดินปั้นชนิดหนึ่ง ที่เอาไปอบแล้วจะแข็งแต่ยืดหยุ่น เหมือนปั๊ดติก (ชื่อเดิมพลาสติก เป็นญาติกับปีเนียม ที่ชื่อเดิมคืออะลูมิเนียม และเป็นญาติห่าง ๆ กับเลียวมะหลิด ที่ชื่อเดิมคือเรอัลมาดริด)

ความคันบังเกิด แล้วความงกก็ตามมา

จะไปเสียเงินอีกทีละ 40 เหรียญซื้อตุ้มหูคู่ใหม่ทำไม

ทำเองสิยู…

ก็เลยไปซื้อ Polymer Clay มา 10 กว่าสี ลองทำเองมั่ว ๆ

ตุ้มหูคู่แรกออกมาปุปะมาก แต่ก็เอาไปใส่นะ ง่อย ๆ อย่างนั้นแหละ

เสร็จแล้วก็มาดูยูทูบอย่างสาหัสสากรรจ์ คือดูเหมือนจะเอาไปสอบ ดูทุกอย่างที่ขวางหน้าเกี่ยวกับการทำตุ้มหูจากโพลีเมอร์เคลย์ เลยได้รู้ว่าเขาฮิตกันมาพักใหญ่แล้วนะ หล่อนน่ะเพิ่งออกมาจากภูเขาสิเลยเพิ่งตื่นเต้น

ลองใหม่ค่ะ คราวนี้อุปกรณ์ถูกต้อง วิธีการดีกว่าเดิม

สวยเลยอ้ะ!

เอาไปใส่อีก ทีนี้เริ่มมีคนชม ก็เลยคิดจะขายขึ้นมา!

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร แบรนด์ OomPDX

คือต้องเล่าย้อนไปนิดหนึ่งค่ะ ว่าเรื่องชอบขายของนี่ เป็นมาตั้งแต่อยู่มัธยมแล้ว คุณย่าทำมะขามแก้วให้เอาไปแจกเพื่อน ดิฉันก็เอาไปขาย 3 เม็ดบาท (ก็ตอนนั้นโรงเรียนไม่มีขนมขายนิ) แล้วก่อนมิสทีนจะมา จำแคตตาล็อกเอว่อนได้มะคะ นั่นล่ะดิฉันก็ขายมาแล้ว ขายเพื่อนในห้องนั่นละค่ะ ขายดีด้วย แต่ก็ถูกเพื่อนโกงไม่จ่ายเงินไปเป็นพันเลย จนสุดท้ายต้องเลิกไป คือจะล้มละลายตั้งแต่เด็กก็ดูไม่ดีนะ

แต่ความเป็นแม่ค้ามันคงอยู่ในสายเลือดน่ะค่ะ โตมาถึงได้เรียนนิเทศเอกโฆษณา แล้วก็ผ่าไปชอบวิชามาร์เก็ตติ้งของคณะบัญชีเขาอีก มาทำงานเล่นละครสบาย ๆ ก็ไม่เอา หาเรื่องจะทำบริษัทขึ้นมาอี๊ก เพราะชอบคิดงาน ชอบประชุม ชอบออกไปหาลูกค้า สนุก (แอนด์ปวดกบาล) ดีจังเลยทำธุรกิจเนี่ย

ก็เลยไม่แปลกที่อยู่ดี ๆ จะหาเรื่องขายตุ้มหู

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

ทีนี้การจะเป็น Maker หรือคนทำงานฝีมือขายที่ประเทศอเมริกานี่ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ที่ว่าง่าย เพราะมันมีระบบต่าง ๆ รองรับเยอะ เช่น จะจดชื่อเว็บไซต์ก็เข้าไป GoDaddy จะเปิดร้านออนไลน์ขายของก็มีทั้ง Etsy มี Shopify ระบบจ่ายเงินที่ฮิต ๆ ก็มี PayPal, Venmo, Clover และ Square ทั้งหมดมีเท็มเพลตให้เข้าไปใช้ได้ง่าย ๆ โดยมีค่าธรรมเนียมให้ต้องจ่ายแค่นิด ๆ หน่อย ๆ คือไม่ต้องมีฝีมือทำเว็บระดับพระกาฬ ก็พอจะทำร้านออนไลน์หน้าตาไม่แย่ได้แล้ว

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร
ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

หรือถ้าจะจดทะเบียนบริษัท ก็เข้าไปจดในเว็บไซต์ของรัฐ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ทำคนเดียวแบบนี้ เขาก็จะจดกันเป็น Sole Proprietor (อ่านว่าโซลโพรไพรอะเตอร์) หรือ LLC (Limited Liability Corporation) ซึ่งหลัก ๆ คือต่างกันตรงถ้าไปก่อหนี้ LLC จะป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้มายึดทรัพย์สินส่วนตัวของเราได้

แต่เดี๊ยนจะขายตุ้มหูคู่ละ 30 – 40 เหรียญ คงไม่มีใครตามมายึดบ้านยึดรถหรอกนะ ก็เลยจดเป็น Sole Proprietor ค่ะ เพราะวุ่นวายน้อยที่สุด

เสร็จแล้วก็ต้องไปจด Assumed Business Name หรือชื่อกิจการ เพราะใช้ชื่อว่า OomPDX ไม่ได้มีชื่อนามสกุลจริงตามกฎหมายอยู่ในชื่อร้าน เช่น ถ้าขายลูกชิ้นแล้วชื่อว่า เขียวสุริยะลูกชิ้นดึ๋ง อันนี้ก็ไม่ต้องจด ABN แต่ถ้าขายชานมไข่มุกแล้วชื่อร้าน ศรีตึ๋ง (มีจริง ๆ ไม่ได้เม้า) อันนี้ถ้าอยู่ที่อเมริกาก็ต้องไปจด ABN

ได้ ABN มาแล้วก็เอาไปจดทะเบียนผู้เสียภาษีกับเทศบาลเมืองพอร์ตแลนด์ อันนี้ก็จดในเว็บไซต์ได้อีกเหมือนกัน

เชื่อไหมคะว่าอุ้มลงทะเบียนทุกอย่าง ตั้งบริษัท จดชื่อเว็บไซต์ และมีร้านออนไลน์ภายในไม่ถึง 2 ชั่วโมง! แล้วนับจากที่ซื้อ Polymer Clay ชุดแรกมาจนถึงวันที่จดทะเบียนบริษัท คือ 33 วัน มันเร็วม้าก!

ประสบการณ์ทำธุรกิจตุ้มหูขายจริงจังในอเมริกาของ อุ้ม สิริยากร

แต่จากนั้นก็มาถึงส่วนที่ยาก

คือจะทำยังไงให้ของที่ขายดูดีแตกต่าง ตั้งราคาเท่าไหร่ดีถึงจะมีกำไรและคนไม่คิดว่าแพงเว่อร์ อิ Shopify นี่จะทำยังไงให้มี 3 คอลัมน์และดูคลีน ๆ (ทุกวันนี้ยังงมอยู่) และสุดท้ายคือจะโปรโมตให้คนรู้จักและอยากซื้อของเราด้วยวิธีไหนดี

ปัญหาระดับโลกเลยนะนี่ (รีบไปคุ้ยตำรา 4P สมัยเรียนมาดูด่วน)

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

เรื่องของนี่อุ้มไม่ค่อยห่วงมาก เพราะค่อนข้างมั่นใจในสิ่งที่ทำ เราเป็นคนชอบใส่ตุ้มหูอยู่แล้ว รู้ว่าแบบไหนใส่สบายและสวยมีคนชมแน่ ๆ ยิ่งไปขายของที่ร้าน ก็ยิ่งได้เห็นว่าคนที่นี่เขาชอบตุ้มหูประมาณไหนกัน

เรื่องตั้งราคาก็ต้องใจแข็ง ๆ เพราะอุ้มไปดู TED Talks อันหนึ่งมา เขาบอกว่าคนทำงาน (โดยเฉพาะผู้หญิง) มักจะตั้งราคาสินค้าหรือบริการของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะกลัวถูกปฏิเสธ แต่ถ้าเราคำนวณค่าของค่าแรงบวกกำไรมาดีแล้ว (อย่าลืมต้นทุนบริหารจัดการอื่น ๆ อย่างค่าเว็บไซต์ ภาษีที่ต้องจ่ายปลายปี ฯลฯ) ตั้งไปเลยค่ะ คนที่เขาเห็นค่างานฝีมือและชอบของเราจริง ๆ ยังไงก็จะยอมจ่าย

ส่วนเรื่องโปรโมตให้คนรู้จักแบรนด์ อุ้มไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่นี่มาค่ะ เพราะอุ้มเห็นตั้งแต่เขาเริ่มทำแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อ Silly Daisy เมื่อหลายปีก่อน จนตอนนี้มีคนรักทั่วบ้านทั่วเมือง และขยับขยายไปมีหน้าร้านขายของแต่งบ้านเพิ่มมาอีกด้วย (เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนหน้า)

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

ทีนี้กลับมาที่แบรนด์ตุ้มหูของตัวเองบ้าง

อุ้มรู้สึกว่า ข้อดีอย่างหนึ่งของการทำอะไรที่ไม่เน่าไม่เสียแบบนี้ ก็คือไม่มีความกดดันมาก ต้นทุนก็ไม่ได้สูงเกินไป วัตถุดิบหาได้เรื่อย ๆ สม่ำเสมอ (คือสั่งออนไลน์กับไปซื้อที่ร้านขายของแถวบ้านได้ตลอดเวลา) แล้วถ้าทำของให้ดูแพง ก็จะตั้งราคาได้สูงประมาณหนึ่ง เวลาส่งไปรษณีย์ก็เบา ๆ ส่งง่าย ไม่ต้องยักแย่ยักยันแบกลังไปขนส่งเอกมัยหมอชิตอะไรแบบนี้

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน

อุ้มจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ผ่านไป 1 เดือน ใช้วิธีบอกปากต่อปาก กับเอาตัวเข้าแลกใส่ตุ้มหูเสนอหน้าตามที่ต่าง ๆ ไปก่อน ยังไม่ได้ทุ่มเทโปรโมต เพราะอยากฟังฟีดแบ็กจากคนที่รู้จักรอบ ๆ ตัว คือเรียกว่ายังอยู่ในช่วง Soft Launch อยู่เลย แต่เท่านี้ก็ขายไปได้ 30 กว่าคู่ มีรายได้ประมาณ 800 เหรียญแล้ว ลูกค้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เพื่อน ๆ และญาติโยมแถวนี้นี่เอง คือแค่ตอนนี้ก็ได้เงินทุนตั้งต้นคืนมาแล้วอะค่ะ แถมยังมีวัตถุดิบ และตุ้มหูที่ทำเก็บไว้ในสต็อกอีกเกือบร้อยคู่ เพราะปลายเดือนนี้จะไปออกบูทเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนของเมตตาอนีคา กะคร่าว ๆ ว่าน่าจะขายได้อีกสัก 25 – 30 คู่ นี่มีลิสต์ของเพื่อน ๆ และคนรู้จักที่จะแมสเสจไปบอก กับงานขายของที่จะไปตั้งบูทตอนซัมเมอร์กับปลายปีอยู่ในมือแล้ว คือถ้าบริหารจัดการดี ๆ น่าจะมีรายได้เข้ามาทุกเดือน แล้วถ้าคนรู้จักมากกว่านี้ ก็จะเอางานไปเสนอร้านเก๋ที่เล็งเอาไว้ จะได้มีออเดอร์ขายส่งเป็นเงินก้อนเข้ามาช่วยหมุนเวียนธุรกิจด้วย

อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
อุ้ม สิริยากร กลับมาทำธุรกิจอีกครั้งกับตุ้มหูแบรนด์ OomPDX พร้อมเล่าทุกขั้นตอนการขออนุญาตทำธุรกิจในอเมริกา ที่จบได้ใน 30 วัน
ภาพ : instagram.com/OomPDX

ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้นเลยนะเนี่ย เป้าหมายต่อไป คืออยากมีรายได้เดือนละ 1,500 เหรียญ ซึ่งบางคนบอกว่าต่ำเตี้ยมาก แต่นั่นคือชั้นต้องขายตุ้มหูเกือบ 50 คู่เชียวนะ! ยิ่งถ้าขายส่งก็ได้เงินแค่ครึ่งเดียวอีก

มาลุ้นกันค่ะว่าจะทำได้ไหม เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ปีหน้าเดือนเมษาฯ จะมาเล่าเรื่องธุรกิจขายตุ้มหูนี่อีกครั้ง ไม่รู้ป่านนั้นจะเป็นคุณนายหรือกินแกลบแทนข้าวอยู่ แต่ก็สู้ต่อไปนะทาเคชิ! (จบงงแต่ไม่อายด้วย ฮ่า ๆ)

หมายเหตุ ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีตั้งระบบให้ส่งขายต่างประเทศได้อยู่ แฟน ๆ ชาวไทยอดใจรออีกนิดนะคะ ถ้าใครสนใจก็ติดตามกันได้ที่ Instagram : OomPDX และเว็บไซต์ www.oompdx.com ค่า

Writer

Avatar

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

ของเล่นอะไรที่มีผู้ใหญ่เล่นมากพอๆ กับเด็ก

ของเล่นอะไรที่มีความเป็นไปได้ในการเล่นมากที่สุดในโลก

ของเล่นอะไรที่มีคนนำไปต่อยอดทีไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด ทั้งเกม หนัง สวนสนุก งานศิลปะ หนังสือ รายการโทรทัศน์ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ งานมหกรรม หรือแม้แต่ร้านแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนมือสองของของเล่นอมตะยี่ห้อนี้

ค่ะ… อุ้มกำลังพูดถึงตัวต่อพลาสติกชิ้นเหลี่ยมๆ เล็กๆ สีสันสดใสที่เรียกว่า ‘เลโก้’ (LEGO)

อุ้มไม่ได้โตขึ้นมาด้วยการเล่นเลโก้หรอกค่ะ บ้านอยู่ปากน้ำ ห้างอะไรก็ไม่มี ว่างก็เล่นหม้อข้าวหม้อแกง ตั้งเต หมากเก็บ ปีนต้นมะม่วงอะไรไปตามเรื่อง จนโตมามีลูก แล้วก็มาอยู่ที่อเมริกานี่แหละ ถึงได้มาเล่นเลโก้จริงจังและได้รู้ว่าคนที่นี่เขาโตมากับเลโก้ บ้านหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องมีเลโก้เป็นลัง ทั้งที่ซื้อใหม่ให้ลูกหรือตกทอดมาจากพ่อแม่ ญาติโยม เพื่อนบ้าน รวมทั้งที่ได้มาเป็นของขวัญ คือถ้าจะไปงานวันเกิดแล้วนึกอะไรไม่ออก ซื้อเลโก้ไว้ยังไงก็รอดค่ะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.lego.com
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.catawiki.com

แต่เชื่อไหมคะว่ากว่าจะกลายมาเป็นของเล่นยอดฮิตอายุเกือบศตวรรษ มียอดขายปีละหลายหมื่นล้านชิ้น (ทุกหนึ่งนาทีจะมีเลโก้ผลิตออกมามากกว่าหนึ่งแสนชิ้น!) เลโก้เริ่มต้นจากช่างไม้หนึ่งคน และโดนไฟเผาโรงงานวอดวายไป 3 หน คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ มีเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับเลโก้มาเล่าให้ฟังค่ะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.hotfootdesign.co.uk

เมื่อ ค.ศ.1891 โอเล เคิร์ก คริสเตียนเซน (Ole Kirk Christiansen) เกิดมาในครอบครัวยากจนในประเทศเดนมาร์ก เขาเรียนจนจบมัธยมปลาย แล้วไปฝึกงานเป็นช่างไม้อยู่ที่เยอรมันนาน 5 ปี ก่อนจะกลับเมืองบิลลุนด์ (Billund) บ้านเกิด แล้วซื้อโรงไม้เล็กๆ พร้อมกับแต่งงานจนมีลูกชาย 4 คน เคราะห์ร้ายภรรยามาเสียชีวิตตอนคลอดลูกคนสุดท้อง ทิ้งให้โอเลเป็นพ่อม่ายเลี้ยงลูกสี่เพียงลำพัง แต่ไม่เท่านั้น ค.ศ. 1924 ลูกชายคนที่ 2 กับ 3 จุดไฟเผาเศษไม้เล่นในโรงไม้ของพ่อ แต่ไฟกลับลุกลามเผาทั้งโรงงานและบ้านไปจนหมดสิ้น

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.history.com

แทนที่โอเลจะสิ้นหวัง เขากลับวางแผนสร้างทั้งบ้านและโรงงานใหม่ แล้วเริ่มต้นทำของใช้ในบ้านชิ้นเล็กๆ อย่างกระดานรีดผ้า บันได ม้าไม้นั่งรีดนมวัว และของเล่น โชคไม่เข้าข้าง เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงตกต่ำใน ค.ศ. 1930 โอเลถึงขั้นล้มละลาย แต่เขาไม่ถอดใจ กลับฮึดสู้เพราะมองเห็นว่าในบรรดาสิ่งที่ทำขายทั้งหมด ของเล่นไม้นั้นขายดีที่สุด เขาจึงตัดสินใจเลิกทำอย่างอื่น เน้นแต่ทำของเล่นไม้เบิร์ชทาสีใส่กล่องสวยงาม

แม้เริ่มแรกจะยังขายไม่ดี แต่ด้วยความสู้ไม่ถอยและกำลังเสริมของก็อดเฟร็ด (Godtfred) ลูกชายคนที่ 3 (คนเดียวกับที่จุดไฟเผาบ้านเมื่อตอนเด็ก) สุดท้ายคนก็เริ่มยอมรับในคุณภาพสินค้า ยอดขายและชื่อเสียงของโอเลเริ่มดีขึ้น ทำให้เขาตั้งปณิธาณตั้งแต่วันนั้นว่า ‘Only the best is worthy’ มีแต่ของดีที่สุดเท่านั้นที่คู่ควรกับการผลิตออกมาขาย

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.history.com

เมื่อธุรกิจเริ่มไปได้ดี โอเลก็มีไอเดียจะตั้งชื่อโรงงาน เขาให้ลูกน้องเสนอชื่อประกวด ใครชนะจะได้ไวน์บ่มเองขวดหนึ่งเป็นรางวัล รู้ไหมคะว่าใครได้ไวน์ขวดนั้นไป… คนจัดประกวดคือคุณโอเลนั่นเอง (โถ ลูกน้องเซ็งแย่) ชื่อที่เขาเลือกคือ ‘LEGO’ ซึ่งมาจากคำเดนิช legt godt ซึ่งแปลว่า ‘เล่นสนุก’ ของเล่นที่ขายดีสุดในตอนนั้นคือเป็ดติดล้อเอาไว้ลาก อ้าปากส่งเสียงก้าบๆ มีตราเลโก้ ซึ่งเดี๋ยวนี้กลายเป็นของสะสมหายากชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.brothers-brick.com

ชีวิตเหมือนจะดีอยู่แล้วเชียว แต่จักรวาลไม่ยอมให้คุณโอเลสุขสบายไปได้ง่ายๆ เลยส่งไฟมาเผาโรงงานเรียบวุธไปเป็นรอบที่ 2 แต่คราวนี้คุณโอเลแกมีวิชาอยู่กับตัว เลยลุกขึ้นได้เร็วกว่าเก่า สร้างโรงงานใหม่ใหญ่กว่าเดิมเสียอีก แล้วไปซื้อเครื่องฉีดพลาสติกเข้าแม่พิมพ์มาเป็นเครื่องแรกของเดนมาร์ก ทีแรกแกลองปั๊มตัวต่อแบบที่ไปเห็นจากของเล่นอังกฤษยี่ห้อ Kiddicraft ออกมาขาย 

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : gigazine.net
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.flickr.com/photos/ltdemartinet

แต่สิ่งที่มาทำให้เลโก้เริ่มขายดีระเบิดระเบ้อ ก็คือการที่คุณก็อดเฟร็ดไปงานแสดงของเล่นที่อังกฤษ แล้วได้ยินพ่อค้ารายหนึ่งบ่นว่าของเล่นที่มีอยู่ในตลาดตอนนั้น ไม่มีอะไรที่เป็น ‘System’ คือซื้อชุดใหม่แล้วเอามาเล่นต่อกับชุดเก่าได้เลย ทุกอย่างคนทำคิดวิธีการเล่นมาให้เบ็ดเสร็จ เล่นจบในตัวเองหมด

คุณก็อดเฟร็ดเลยได้ไอเดีย กลับมาเดนมาร์กแล้วออกชุดตัวต่อพลาสติกที่เป็นบ้าน ให้เด็กได้จินตนาการเล่นเอง นับเป็นเลโก้เซ็ตแรกที่ยังส่งผลมาถึงเลโก้จนถึงปัจจุบัน

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.inverso.pt
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.inverso.pt
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : brickfetish.com

ไม่แค่นั้นค่ะ คุณก็อดเฟร็ดสังเกตว่าลูกชายเล่นตัวต่อเลโก้แล้วบ่นว่าหลุดง่าย แกเลยไปนั่งคิดๆๆๆ จนได้แบบตัวต่อใหม่ที่มีรูกลวงด้านล่างเพื่อยึดปุ่มด้านบน แบบนี้ทำให้ตัวต่อยึดติดกันแน่น แต่ก็แกะง่ายด้วย ค.ศ. 1958 คุณก็อดเฟร็ดเลยจดสิทธิบัตรระบบ Stud-and-tube Coupling นี้ แล้วตั้งชื่อว่า Automatic Binding Lego Bricks เป็นที่มาว่าทำไมคนถึงเรียกตัวต่อเลโก้ว่า Bricks ไงล่ะคะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.smithsonianmag.com

ได้ลิขสิทธิ์แล้วควรจะฉลอง แต่ปีเดียวกันนั้น คุณโอเลกลับมาจากไปด้วยอาการหัวใจวาย แถมปีต่อมา โรงงานฝั่งที่ยังผลิตของเล่นไม้ก็ถูกฟ้าผ่าไฟไหม้จนหมดสิ้น (ครอบครัวนี้มีอะไรกับไฟกันนะ) เป็นอันปิดฉากเลโก้ยุคแรกเริ่ม กลายมาเป็นเลโก้ยุคของคุณก็อดเฟร็ดที่ผลิตแต่ตัวต่อพลาสติกนับแต่นั้นมา

อุ้มเชื่อว่าคนที่เล่นเลโก้คงรู้สึกเหมือนกันว่า การเอา Bricks มาประกบกันแล้วมันติดหนึบเนี้ยบกริ๊บ ช่างเป็นความรู้สึกที่ฟินอย่างบอกไม่ถูก แล้วถ้าใครได้ดู Lego Movies คงนึกออกว่าคนต่อเลโก้นี่มี 2 จำพวก คือพวก Master Builder เนรมิตอะไรก็ได้ขึ้นมาจากกอง Bricks กับพวกต่อตามคู่มือ อุ้มนี่รักคู่มือหมดใจเลยค่ะ เพราะชีวิตมันยุ่งเหยิงมากพออยู่แล้ว การได้ต่อตามรูปไปเรื่อยๆ มันมีความสุขได้อย่างประหลาดจริงๆ (เคยฟังสัมภาษณ์ผู้กำกับ Southpark ก็พูดเหมือนกันเลย)

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.mentalfloss.com

อุ้มไปรู้มาว่า มีศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ชาวเดนมาร์กคนหนึ่ง ชื่อ โซเรน ไอเลอร์ (Soren Eilers) เขาพยายามคำนวณว่า เลโก้ 2 x 4 จำนวน 6 ชิ้น จะต่อกันได้กี่แบบ ได้ยินคำตอบแล้วอาจจะหงายท้องไปเลย… 915,104,765 แบบค่ะ! นี่ยังไม่นับว่าเลโก้มีทั้งหมด 2,350 แบบ 52 สี คือพูดง่ายๆ ว่า ความเป็นไปได้ในการต่อนั้นไม่จบไม่สิ้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่เลโก้กลายเป็นของเล่นที่ทุกคนยอมรับว่าส่งเสริมจินตนาการมากที่สุดในโลก

สิ่งที่คุณโอเลเองเพิ่งมารู้ภายหลังจากตั้งชื่อบริษัทแล้วก็คือ คำว่า legt godt นั้น ในภาษาละติน แปลว่า ‘ฉันประกอบ’ (I put together.) ด้วย ราวกับจะรู้ล่วงหน้าว่าต่อไป คนครึ่งโลกจะเอาตัวต่อที่เขาทำขึ้นมาประกอบต่อยอดเป็นอะไรได้อีกมหาศาลเกินกว่าที่เลโก้เองจะคาดคิดเสียอีก

มาดูกันไหมคะว่ามีอะไรที่เลโก้ไม่ได้คิด แต่มีคนทำ ทั้งน่าทึ่ง น่านิยม น่าชื่นชม และน่าปรบมือให้ในโลกนี้บ้าง

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.youtube.com

นาธาน ซาวายะ (Nathan Sawaya

อดีตทนายความที่กลายมาเป็นศิลปินเลโก้ที่อุ้มว่าดังและน่าสนใจที่สุด อุ้มเคยไปดูนิทรรศการเขาครั้งหนึ่ง โอ้โห ไม่รู้ทำได้ยังไงค่ะ แต่ละชิ้นใหญ่ยักษ์ ไม่มีแบบด้วย ต่อไปเรื่อยๆ จากภาพในหัว คือโลกนี้มีคนแบบนี้ไม่กี่คนค่ะบอกได้เลย

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ

อดัม รีด ทักเกอร์ (Adam Reed Tucker) 

สถาปนิกที่สร้างตึกจำลองจากเลโก้เล่นเอง (คือเล่นของเขานี่ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะคะ) จนได้มาเป็นคนดีไซน์ Lego Architecture ทั้งหมด เข้าไปฟังสัมภาษณ์อดัมได้ที่นี่ค่ะ

เดวิด พาคาโน (David Pagano) 

คนนี้ทำ Lego Stopmotion เป็นเรื่องเป็นราวมายี่สิบกว่าปีแล้วค่ะ ช่องเขาชื่อ Paganomation สนุกมั่งไม่สนุกมั่ง แต่ดูแล้วขอก้มหัวให้ในความทำจริงทำจังต่อเนื่องมาตลอดสองทศวรรษ

Lego for the blind 

โครงการแปลวิธีต่อเลโก้เป็นคู่มือเสียงที่ชายหนุ่มตาบอด แมทธิว ชิฟริน (Matthew Shifrin) ทำขึ้นมาเองกับพี่เลี้ยงของเขา โดยหวังว่าจะช่วยให้คนตาบอดได้มีโอกาสต่อเลโก้โดยไม่ต้องพึ่งคนตาดี สิ่งที่น่ารักก็คือโครงการนี้ทำให้เลโก้เอาไปคิดต่อและหวังว่าจะออกคู่มือสำหรับคนตาบอดอย่างเป็นทางการได้ในไม่ช้านี้ เข้าไปฟังแมทธิวเล่าเรื่องของเขาได้ที่ Ted Talk เลยค่ะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : thebrickblogger.com

Lego Build-In-The-Bag 

ต่อเลโก้แบบไม่แกะถุง! เออ เอากะเขาสิ มันฮิตมากด้วยนะคะ โดยเฉพาะตามงาน LEGO Convention ต้องมีแข่งต่อเลโก้แบบยังอยู่ในถุงพลาสติก ใครอยากลองดูเขาบอกว่าให้เลือกเซ็ตที่เป็นชิ้นเล็กๆ และชิ้นส่วนทั้งหมดอยู่ในถุงเดียว อุ้มยังไม่เคยลองแต่คิดว่าคงสนุกและอยากฉีกถุงให้รู้แล้วรู้รอดไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก ฮ่าๆ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.geekwire.com
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.geekwire.com

Lego Masters 

รายการแข่งต่อเลโก้ที่สนุกมากๆๆๆ ทางช่อง FOX คนคิดรายการเก่งสุดๆ เลยค่ะ ธีมแต่ละครั้งก็อย่างเช่น ให้ต่อสวนสนุก ต่อซีนจากหนัง ต่อสะพานที่รับน้ำหนักได้มากที่สุด ต่อเรื่องจากนิทาน หรือต่ออะไรก็ได้แล้วให้พิธีกรเอาไม้เบสบอลฟาดให้แหลกละเอียด! ทีมรองแชมป์มาจากพอร์ตแลนด์ด้วย บ้านอุ้มเลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ ตอนนี้เข้าไปดูได้ฟรีแล้วด้วยค่ะ อย่าพลาดเลยเชียว

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : bricksandminifigs.com

Bricks & Minifigs 

ร้านขายเลโก้มือสองที่มี Bricks กองเป็นกระบะๆ ให้คนมาคุ้ยหาชิ้นที่ตัวเองขาดไป หรือจะมาซื้อ Bricks เอาไปเติมใส่กระบะที่บ้านก็จ่ายเงินตามขนาดกระปุกพลาสติก นอกจากนี้ยังมีเลโก้รุ่นสะสมเพียบเลย อุ้มแวะไปทีไรเห็นคนเต็มร้านทุกที มีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ร้านเป็นแฟรนไชส์ด้วยนะคะ เผื่อใครสนใจอยากซื้อลิขสิทธิ์เอาไปเปิดที่เมืองไทยบ้าง

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : time.com

สุดท้ายคือฝันที่เป็นจริงของทายาทรุ่นสาม เคลด์ คริสเตียนเซน (Kjeld Kristiansen) หลานของคุณโอเลเอง มันคือ Lego House หรือ ‘บ้าน’ ของเลโก้ที่ตั้งอยู่ตรงตำแหน่งของบ้านและโรงไม้หลังแรกของคุณโอเลที่เมืองบิลลุนด์ค่ะ ที่นี่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และทุกสิ่งทุกอย่างที่เลโก้พึงจะเป็น ออกแบบโดยสถาปนิกดาวรุ่ง บียาร์ก อิงเกลส์ (Bjarke Ingels) ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของเลโก้ด้วย 

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าจากวันแรกที่คุณโอเลเริ่มทำของเล่นเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว วันนี้มันกลับกลายเป็นมากกว่าแค่ของเล่น แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างขึ้นจากสมองและสองมือของมนุษย์เรานี่เอง

Writer

Avatar

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load