Beautiful light and energy.

This project was simplicity and minimal surroundings with natural land.

I’m look forward to showing you around.

คำอธิบายแสนเรียบง่ายไม่กี่ประโยคข้างต้น บนเว็บไซต์ omniathai พาให้เรามาเจอกับ อ้วน-ลลิดา สิทธิพฤษทานนท์ ผู้คร่ำหวอดในวงการกาแฟไทย และเป็นเจ้าของ OMNiA Cafe ร้านกาแฟย่านเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ ที่หลายคนรู้จักกัน

เธอทำงานด้านนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ปลูกจนเสิร์ฟ ขึ้นไปทำไร่กาแฟร่วมกับเกษตรกรบนดอยสูง คั่วกาแฟเองและเปิดคลาสสอนชงกาแฟตามหลักสูตรมาตรฐานของสมาคมกาแฟพิเศษโลก SCA ที่มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นบาริสต้าทั่วไทย

จากคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ตกหลุมรักคาเฟอีนจากกลิ่น พาชีวิตออกผจญภัยตามแหล่งปลูกในต่างประเทศ เรียนรู้ศึกษา และหาคำตอบสิ่งที่ค้างคาใจว่า ทำไมกาแฟของต่างประเทศถึงราคาสูง ขณะที่กาแฟบ้านเรากลับราคาสวนทางกัน

OMNiA Weekender บาร์กาแฟในโรงนากลางสวน ลำพูน รับแขกครั้งละกลุ่ม เลือกเมล็ดตามใจบาริสต้า

“เราพบว่าเกษตรกรที่นั่น เขาใส่ใจ เขาส่งต่อสืบทอดเรื่องราวเป็นเจเนอเรชัน แต่ของเรายังไม่มีการสืบทอดแบบนั้น กาแฟของเขามีวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง” นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่เธอก้าวเข้ามาสู่งานด้านกาแฟอย่างจริงจัง ตั้งแต่ในวันที่คำว่า Specialty ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในวงการนักดื่มไทย เพื่อพัฒนา เพิ่มมูลค่า และช่วยเหลือชาวไร่กาแฟให้มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน

เมื่อปีที่ผ่านมา อ้วนพา OMNiA เดินทางมาถึงจังหวัดเพื่อนบ้าน เปิดโรงนาหลังเล็ก ๆ กลางสวนของเมืองเก่าลำพูน ในชื่อ OMNiA Weekender ‘บ้าน’ ที่เธออยากสร้างเป็นพื้นที่สำหรับการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่จำกัดเพียงกาแฟตามที่เธอถนัดเท่านั้น แต่หมายรวมถึงหลายสิ่งหลายอย่าง ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับ ‘เพื่อน’ ทุกคนที่มาเยือนบ้านหลังนี้

“ทุกสิ่งสร้างประสบการณ์ให้คนที่เข้ามาสัมผัสได้ ตัวเราอาจจะต้องเริ่มเรื่องกาแฟก่อน เพราะภาพของตัวเราติดมากับกาแฟ แต่หลังจากนั้นอาจเป็นเรื่องของการทำเวิร์กชอป เรื่องของอาหาร หรือเรื่องราวของการมีตติ้งต่าง ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการแบ่งปัน หรือประสบการณ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ตรงนี้” อ้วนเปรยถึงบ้านหลังใหม่ของ OMNiA ในอนาคตเธอตั้งใจเพิ่มเติมเป็นโรงคั่ว จัดเวิร์กชอป ชวนคนมาคัปปิ้งชิมรสชาติกาแฟตัวใหม่ ๆ และแชร์พื้นที่ร่วมกับเพื่อน ๆ โดยไม่จำกัดอยู่แค่กาแฟ

OMNiA Weekender บาร์กาแฟในโรงนากลางสวน ลำพูน รับแขกครั้งละกลุ่ม เลือกเมล็ดตามใจบาริสต้า

Private Coffee Bar

OMNiA Weekender เป็นบาร์กาแฟส่วนตัวที่อยากชวนเพื่อน ๆ หนีความจอแจของเมืองเชียงใหม่ ขับรถมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ได้นั่งเปิดวงสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟที่จังหวัดลำพูน ด้วยการเสิร์ฟกาแฟเป็นคอร์ส คล้ายกับร้านแบบเชฟเทเบิ้ล 

โดยปกติแล้วนักดื่มมักเป็นคนเลือกเมล็ดกาแฟตามจริตที่ชอบ รสชาติที่ใช่ หรือเทสต์โน้ตที่บอกใบ้โทนกลิ่นและรสชาติล่วงหน้า ต่างคนก็มีความชอบแตกต่างกันไป แต่ความไม่เหมือนใครของที่นี่ คือ เมล็ดกาแฟที่นำมาชงให้ลองดื่ม อ้วนเป็นผู้เลือกให้ 

ถ้าสงสัยว่าเลือกจากอะไร เธอเฉลยว่าเลือกจาก ‘เรื่องราว’ ที่ได้พูดคุยกันตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง

“เราจะลองคุยดูสิว่า เขาคาดหวังเรื่องราวของกาแฟมากน้อยขนาดไหนกับการมาที่บ้านของเราเรา เขาสนุกกับการดื่มกินกาแฟ หรือมีเงื่อนไขอะไรในการดื่มกาแฟหรือเปล่า เราก็จะเอาประเด็นพวกนี้มาจัดคอร์สกาแฟสำหรับเขา” อ้วนขยายความ

ในแต่ละคอร์สจะใช้การดริปเป็นหลัก แต่ก็มีเครื่องชงสำหรับผู้ที่อยากดื่มกาแฟนม ซึ่งเธอเสิร์ฟกาแฟ 2 แก้ว เมล็ดกาแฟไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นได้อะไรมา แต่วางใจได้ว่าสิ่งที่ได้ชิมเป็นเมล็ดพิเศษที่อ้วนสรรหามาอย่างตั้งใจ โดยอาจหาดื่มไม่ได้จากที่ไหน

“อย่างวันนี้รู้สึกว่ามู้ดตอนบ่ายแดดร้อนมาก เราก็จะเลือกกาแฟที่มีโพรเซสที่กินง่าย ๆ อาจเป็นโพรเซสที่เปลี่ยนไปกับสถานการณ์ กับผู้ที่มาที่บ้าน ขึ้นอยู่กับว่ามู้ดแอนด์โทนเป็นยังไง เราก็จัดสิ่งนั้นให้ อย่างช่วงนี้มีกาแฟใหม่เข้ามาพอสมควร เรามีสายพันธุ์ตัวนี้ที่ออกลูกเป็นปีแรก เป็นกาแฟสาวท้องแรก”- แค่บาริสต้าเริ่มเกริ่น ก็จินตนาการความสนุกได้ไม่รู้จบ

อย่างที่รู้กันดี อ้วนอยู่ในวงการกาแฟมาเป็นสิบปี จึงมีเทคนิคที่ไม่ค่อยเห็นกันทั่วไป เป็นการทลายกรอบการดื่มกาแฟแบบเดิม ๆ และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ดื่ม (และดูจะเป็นการทดลองของบาริสต้าด้วย) ไม่ว่าจะเป็นการชงกาแฟโดยไม่ชั่งน้ำหนักเมล็ด หรือการกินคู่กับเครื่องเคียงของแกล้ม และบางครั้งอาจใช้ ‘กลิ่น’ จากสมุนไพร เช่น ใบมิ้นต์ เข้ามาแต่งแต้มรสชาติผ่านการดม ทำให้กาแฟที่กำลังดื่มอยู่นั้น มีรสชาติชัดเจนยิ่งขึ้น หรือไม่ก็มีรสชาติเปลี่ยนไปเลย ก่อนจะปิดท้ายด้วยของหวานเพิ่มความสดชื่น

“อีกวิธีหนึ่งที่เราใช้คือการต่อยอดรสชาติ จะเป็นการจับคู่กับสิ่งที่มันมีเฟลเวอร์นั้น ๆ อยู่แล้วในกาแฟ ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือการกินคู่กับวัตถุดิบใหม่ เฟลเวอร์ใหม่ แล้วกาแฟจะเปลี่ยนรสไป เกิดรสใหม่ขึ้นมา มันทำให้การดื่มกาแฟสนุกขึ้น

“การจับคู่ส่วนใหญ่ เราจับกาแฟหนึ่งแก้วมาคู่กับเฟลเวอร์ต่าง ๆ เช่น กินกับช็อกโกแลต กับถั่ว หรือผลไม้ เราฉีกกฎเกณฑ์โดยเรามีสิ่งใหม่มาให้ แต่พอกินด้วยกันจะเกิดรสสัมผัสใหม่ บางครั้งก็มีเรื่องกลิ่น เพราะเรามักจะมองเห็นแค่ประสบการณ์การกิน แต่สิ่งที่คนมองข้ามคือประสบการณ์ของกลิ่นที่มีผลต่อรสสัมผัสในการกินเหมือนกัน ฉะนั้นคนก็จะรู้สึกสนุกมากขึ้นกับการดื่มกาแฟ”

OMNiA Weekender บาร์กาแฟในโรงนากลางสวน ลำพูน รับแขกครั้งละกลุ่ม เลือกเมล็ดตามใจบาริสต้า
OMNiA Weekender บาร์กาแฟในโรงนากลางสวน ลำพูน รับแขกครั้งละกลุ่ม เลือกเมล็ดตามใจบาริสต้า

พบกันเมื่อเราว่างตรงกัน

“แล้วพบกันเมื่อเราว่างตรงกัน” อ้วนทวนคอนเซ็ปต์ของบ้านอีกครั้ง

ด้วยความที่ตั้งใจให้เป็นช่วงเวลาของการดื่มกาแฟแบบส่วนตัว ที่นี่จึงไม่เปิดรับแขกแบบวอร์กอิน แต่อยากขอให้จองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์มาสักนิด เพื่อหาวันว่างตรงกันระหว่างนักดื่มกับบาริสต้า เพราะเธอยังคงเทียวไปเทียวมากับการทำงานด้านกาแฟอยู่ตลอด

“เราไม่ได้ทำตรงนี้ที่เดียว ยังมีร้านในเชียงใหม่ มีโรงเรียนที่เราเปิดสอน มีไร่กาแฟที่เราดูแล ฉะนั้นเราก็เลยต้องกำหนดเวลาที่เราว่าง ลูกค้าว่าง แล้วดูว่าเราว่างตรงกันมั้ย ถึงจะได้พบกันและได้ดื่มกาแฟด้วยกัน” เจ้าบ้านเล่าด้วยความกันเอง

ในแต่ละครั้ง บ้านจะรองรับได้ไม่เกิน 5 คนต่อรอบ มีช่วงเวลาให้เลือก 2 รอบด้วยกัน 

แน่นอนว่าแต่ละรอบย่อมให้อรรถรสและบรรยากาศในการดื่มกาแฟที่ต่างกัน – รอบแรกคือช่วงสาย เวลา 10 โมงถึงเที่ยง เธอว่านี่คือเวลาของกาแฟแก้วแรกที่อยากให้รู้สึกผ่อนคลาย เพิ่มพลังการใช้ชีวิตสำหรับวันใหม่, ส่วนอีกรอบ คือบ่าย 3 ถึง 5 โมงเย็น เป็นการละเลียดกาแฟพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศน่ารัก ๆ ของบ้านสวนที่แดดเย็นส่องรอดผ่านหน้าต่างบ้าน ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า

ช่วงเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง อ้วนมอบสถานที่เป็นของทุกคน บ้านสไตล์โรงนาสีเข้ม ด้านในตกแต่งโทนสีขาวสะอาดตาดูอบอุ่น เพื่อนที่มาด้วยกันก็ใช้พื้นที่ในบริเวณบ้านได้อย่างเต็มที่ จะอยากนั่งต่อบทสนทนากับบาริสต้าอยู่ด้านในบ้าน หยิบเก้าอี้ออกไปนั่งข้างนอกชื่นชมธรรมชาติ ดื่มด่ำบรรยากาศสวนสวย พักพิงใต้ร่มเงาฉำฉาต้นใหญ่ หรือจะถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกก็ย่อมได้

“เราอยากให้ทุกวันเป็นวันหยุด มาที่นี่แล้วทิ้งความวุ่นวายที่เจอในชีวิตประจำวัน ทิ้งความวุ่นวายของรถติดที่ไหนก็ตามที่เราผ่านมา แล้วก็มาในพื้นที่ตรงนี้ ที่เรารู้สึกสงบ มีความสุข เพื่อนมาเที่ยวหากันที่บ้านเพื่อน เพราะเราต้องการเติมพลังงานดี ๆ ให้เขากลับบ้านไปด้วย โดยมีเรื่องราวของกาแฟ เป็นตัวผูก ตัวเชื่อมโยงให้เรามาพบกัน” เจ้าของบ้านเฉลยความตั้งใจด้วยรอยยิ้ม

OMNiA Weekender บาร์กาแฟในโรงนากลางสวน ลำพูน รับแขกครั้งละกลุ่ม เลือกเมล็ดตามใจบาริสต้า
OMNiA Weekender บาร์กาแฟในโรงนากลางสวน ลำพูน รับแขกครั้งละกลุ่ม เลือกเมล็ดตามใจบาริสต้า
บาร์กาแฟส่วนตัวกลางสวน จ.ลำพูน ที่ต้องจองล่วงหน้า เสิร์ฟกาแฟเมล็ดไทยและวัตถุดิบท้องถิ่น มอบประสบการณ์ดื่มกาแฟแบบใหม่

เปิดประสบการณ์ใหม่ของการดื่ม

นอกจากใช้เมล็ดกาแฟไทยจากเกษตรกร อันเป็นเครื่องหมายติดตัวของร้านและตัวเธอแล้ว ส่วนผสมและเครื่องเคียงที่นำมาจับคู่ เธอยังวางคอนเซ็ปต์ไว้อย่างน่ารัก คือพยายามสรรหาของดีท้องถิ่นมานำเสนอ เช่น นมน้ำมะพร้าว กล้วยตาก มะม่วงอบแห้ง ขนมหวานไทย ๆ หรือไอศกรีมมะพร้าว ซึ่งเธอทดลองนำมากินคู่กับกาแฟต่าง ๆ เพื่อตามหารสสัมผัสใหม่ ๆ ก่อนนำมาพรีเซนต์ให้ลูกค้า

“เราเลือกใช้ไอศกรีมของลำพูน เอามาเสิร์ฟอัฟโฟกาโต ส่วนใหญ่คนจะคิดถึงไอศกรีมรสชาติฝรั่ง แต่เรามีคุณลุงท่านหนึ่งทำไอศกรีมมะพร้าวอยู่ในบ้าน เราชิมแล้วเห็นว่าน่าจะต่อยอดกาแฟได้ ก็เลยเลือกเอามาเสิร์ฟที่บ้านด้วย หรือขนมที่เอามาแกล้ม เราก็หาจากกลุ่มของคนที่นี่ เป็นขนมไทย ส่วนใหญ่เราเน้นวัตถุดิบที่มีในลำพูนก่อน พยายามให้คนรู้สึกว่าของบ้าน ๆ ก็มีเสน่ห์ เอามาใช้ได้

“การมาดื่มกินกาแฟที่นี่ ผ่อนคลาย สบาย ๆ แล้วเราค่อย ๆ พูดคุยกันระหว่างการดื่ม คุณลองทานตัวนี้คู่กับตัวนี้นะ รสสัมผัสจะประมาณนี้ คุณกินกับตัวนี้นะ จะเกิดรสใหม่ในการดื่ม เขาว้าวกับกาแฟแค่แก้วเดียว แต่เราต่อยอดรสใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย”

ไม่เพียงเครื่องเคียงที่ช่วยเพิ่มรสชาติ แต่เรื่องราวของเกษตรกรที่ปลูกกาแฟ ขั้นตอนการทำงาน การพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกาแฟ สตอรี่ของกาแฟที่อยู่ตรงหน้า หรือสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น แง่มุมการใช้ชีวิต และไอเดียต่าง ๆ กลายเป็นส่วนประกอบที่เพิ่มเติมรสชาติให้กาแฟแต่ละแก้วมีกลมกล่อม และสร้างเสริมรสชาติใหม่ ๆ ที่ต่างไปจากการดื่มครั้งอื่น 

“ในมุมมองของเรา การดื่มกาแฟ คือการแบ่งปัน สิ่งที่เราได้รับกลับมาคือเรื่องราว ประสบการณ์ ความเป็นกาแฟในแก้วนั้น ๆ ที่เอามาเสิร์ฟ มันกลายเป็นความคิดและไอเดียต่าง ๆ ที่เรามาแบ่งปันกัน” บาริสต้าเสริม

บาร์กาแฟส่วนตัวกลางสวน จ.ลำพูน ที่ต้องจองล่วงหน้า เสิร์ฟกาแฟเมล็ดไทยและวัตถุดิบท้องถิ่น มอบประสบการณ์ดื่มกาแฟแบบใหม่
บาร์กาแฟส่วนตัวกลางสวน จ.ลำพูน ที่ต้องจองล่วงหน้า เสิร์ฟกาแฟเมล็ดไทยและวัตถุดิบท้องถิ่น มอบประสบการณ์ดื่มกาแฟแบบใหม่

Mystery Coffee

บ้านหลังนี้ยินดีต้อนรับทุกคนที่อยากรู้จักกาแฟให้มากยิ่งขึ้น

หากคุณนิยามตนเป็นมือใหม่หัดดื่ม เป็นน้องใหม่ของวงการกาแฟ

“เราจะทำให้เขารู้สึกสนุกกับการดื่มกินกาแฟมากกว่าเดิม” เธอให้คำมั่น

“เราจะไม่บอกว่าคุณกินกาแฟแก้วนี้ จะเจอราสเบอร์รี แบล็กเคอแรนต์ พีช หรือวานิลลา แต่เราอยากบอกว่า เขาไม่ต้องเป็นกูรูเท่านั้นถึงจะมาที่นี่ได้ คนที่ไม่ดื่มกาแฟก็มาได้ แล้วเขาจะรู้ว่า จริง ๆ การดื่มกาแฟมันเป็นเรื่องสนุกมากกว่าการมานั่งหารสชาติ”

หากคุณเป็นผู้ช่ำชองในวงการกาแฟ และมาที่นี่เพื่อแสวงหาประสบการณ์ใหม่ รวมถึงพบปะหนึ่งในตัวแม่ของวงการ

“เรามีกาแฟที่เขาดื่มแล้วรู้สึกว้าว เมื่อดื่มกับสิ่งต่าง ๆ ที่เราเตรียมไว้ แล้วมันเกิดรสใหม่ เขาจะยิ่งตื่นเต้น”

สำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ แต่อยากสัมผัสความสงบของสวน หาวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ หรือต้องการเปิดสัมผัสการกินดื่มที่แปลกใหม่ อ้วนเตรียมเครื่องดื่มจำพวกชาไว้ต้อนรับ หากอยากดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว ก็มีกาแฟไร้คาเฟอีนเสิร์ฟให้ในแก้วที่สองด้วย

“เหมือนเราอ่านเกมอยู่ตลอดเวลา แล้วลูกค้าก็จะเป็นคนที่เปิดกล่องของขวัญนั้น ว่าจะได้ดื่มอะไร ซึ่งมันสนุกทุกขั้นตอน ตัวเราเองก็สนุก เพราะมันไม่ใช่แค่การชงกาแฟหนึ่งแก้ว แต่เราต้องคิดต่อว่า จะทำยังไงให้เพื่อนที่มารู้สึกสนุก แล้วกลับมาหาเราอีก”

ไม่ใช่แค่เจ้าของบ้าน แต่เพื่อนที่มาเยี่ยมบ้านอย่างเราก็พลอยสนุกไปกับเธอเช่นกัน

บาร์กาแฟส่วนตัวกลางสวน จ.ลำพูน ที่ต้องจองล่วงหน้า เสิร์ฟกาแฟเมล็ดไทยและวัตถุดิบท้องถิ่น มอบประสบการณ์ดื่มกาแฟแบบใหม่

OMNiA Weekender

ที่ตั้ง : 8/8 หมู่ที่ 6 บ้านทุ่ง ซอย 1 ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9999 4440

สำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านทาง www.omniathai.com 

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load