ก่อนกำเนิดสภากาชาดไทย ประเทศสยามใน พ.ศ.2436 กำลังประสบภาวะสงครามภายใต้ความขัดแย้งกับฝรั่งเศสในเหตุการณ์ ร.ศ.112 เป็นเหตุให้สยามได้ก่อตั้ง ‘สภาอุณาโลมแดง’ กิจการสังคมสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาล เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชประสงค์ให้ก่อตั้งโรงพยาบาล ภายใต้การดำเนินงานของสภาอุณาโลมแดงหรือสภากาชาดสยามนี้เป็นการถาวร โดยพระราชทานนามไว้เพื่อเป็นพระราชานุสาวรีย์แด่รัชกาลที่ 5 พระบิดาผู้ทรงริเริ่มสภาอุณาโลมแดงว่า ‘โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์’ 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในปัจจุบัน ได้พัฒนาเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นสถานที่ฝึกอบรมนิสิตของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยด้านการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล

โรงพยาบาลเพิ่งได้ต้อนรับหอพักพยาบาลหลังใหม่ ผลงานการออกแบบของสถาปนิก Plan Architect แทนที่หอพักพยาบาลสูง 4 ชั้นหลังเก่า เพื่อเติมเต็มความต้องการที่อยู่อาศัยของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น แม้เป็นอาคารพักอาศัยรวมขนาดใหญ่ด้วยความสูงถึง 26 ชั้น กับห้องพักมากกว่า 500 ห้อง หอพักพยาบาลแห่งนี้ก็เกิดขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างพื้นที่ให้คนเป็นพยาบาลอยู่โดยเฉพาะ และเปี่ยมด้วยการใช้เครื่องมืองานออกแบบแก้ปัญหาในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ทิศทางการวางตึก จนถึงความสูงของราวกันตก 

คอลัมน์หมู่บ้านที่สนใจเรื่องการออกแบบที่อยู่ศัยหลากหลาย จึงไม่พลาดชวน วรา จิตรประทักษ์ และ นภสร เกียรติวิญญู สองสถาปนิกผู้ดูแลโครงการ มาเล่าถึงแนวคิดเบื้องหลังทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

เปิดตึกรับลม

โครงการหอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เริ่มขึ้นจากการให้สถาปนิกส่งแบบเข้าประกวดแข่งขันในช่วงปลาย พ.ศ. 2558 โดย Plan Architect ผู้ชนะประกวดเล่าว่า มีโจทย์ที่ปรากฏในข้อกำหนดซึ่งแตกต่างจากโครงการโดยทั่วไป อย่างมีนัยสำคัญ 2 ข้อ ข้อแรกคือ ต้องสนองความต้องการของคณะพยาบาลที่นิยมอยู่อาศัยโดยเปิดหน้าต่างรับลม แทนการเปิดเครื่องปรับอากาศ และข้อสองคือ ต้องให้ระเบียงแต่ละห้องกว้างขวางพอสำหรับการปลูกต้นไม้

วรา จิตรประทักษ์ และ นภสร เกียรติวิญญู สองสถาปนิก ผู้ออกแบบหอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
วรา จิตรประทักษ์
วรา จิตรประทักษ์ และ นภสร เกียรติวิญญู สองสถาปนิก ผู้ออกแบบหอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
นภสร เกียรติวิญญู

“อาคารพักอาศัยรวมทั่วไปมักเป็นแบบ Double Loaded Corridor หรือแบบทางเดินร่วม มีทางเดินทางเดียว แล้วมีห้องพักขนานไปตามทางเดิน เหมือนอพาร์ตเมนต์ทั่วไป ประหยัด ประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่มาก แต่ก็ยากในการรับแสงและรับลมธรรมชาติเข้าสู่อาคาร

“สำหรับอาคารนี้ เราคิดว่าถ้าแยกตัวอาคารเป็น Single Loaded Corridor หรือแบบทางเดินเดียวสองทาง เอาลิฟต์คั่นไว้ตรงกลาง แล้วแบ่งห้องพักไปอยู่ทั้งสองฝั่ง จะทำให้เกิดปล่องระบายอากาศตรงกลาง แสงธรรมชาติเข้ามาที่ทางเดินตรงกลางได้ด้วย เวลากลางวันจะค่อนข้างสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟ และลมก็ยังผ่านถ่ายเทเข้ามาในอาคารได้” สองสถาปนิกจาก Plan Architect เริ่มต้นเล่าการตีโจทย์เป็นแนวคิด ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์เอื้อประโยชน์แก่ผู้อยู่ในข้อแรก

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

หากฟังผิวเผิน อาจรู้สึกว่าเป็นการสูญเสียพื้นที่ใช้สอยจำนวนมาก แต่กลับกัน วราและนภสรอธิบายเพิ่มว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว มันมีประโยชน์ตรงจัดการไส้ในของอาคารอย่างตัวลิฟต์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไปเบียดบังพื้นที่ใช้สอยส่วนอื่น จัดสรรจำนวนห้องได้ครบถ้วนตามโจทย์ ไม่มีส่วนเกินจนต้องเพิ่มความสูงอาคาร ซึ่งจะมีภาระค่าใช้จ่ายในมิติอื่น และทางเดินสองฝั่งยังทำให้เกิดปล่องระบายอากาศใจกลาง ตามแนวคิดการรับลมเข้าสู่อาคารให้มากที่สุดได้ในเวลาเดียวกัน

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

อากาศร้อนจะลอยตัวจากต่ำขึ้นสูง ปล่องระบายอากาศนี้จึงมาพร้อมกับแนวคิดการออกแบบช่องรับลม 2 จุด เพื่อเป็นทางลมเข้า คือชั้นล่างสุด และกึ่งกลางอาคารที่กลายมาเป็นจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ 

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

“ในการเจาะช่องลม เราใช้การคว้านยูนิตออกมา โดยตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์ของตรา ‘อุณาโลมแดง’ เพื่อให้สื่อถึงองค์กรสภากาชาด เราผูกโยงสัญลักษณ์นี้ให้อาคารมีความหมายมากขึ้นกว่าการเป็นเพียงอาคารพักอาศัย ให้พยาบาลที่ทำงานอยู่ในองค์กร เขาได้มีความภาคภูมิใจในองค์กรด้วย” 

สัญลักษณ์อุณาโลมแดงที่สถาปนิกกล่าวถึง ปรากฏบนชั้น 13 – 17 ของอาคาร โดยกรุโถงทั้งหมดด้วยไม้เทียมเพื่อสร้างจุดเด่นบนอาคารสูงสีขาว ไม่เพียงการรับลมและแสงธรรมชาติเข้าสู่อาคารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยังทำหน้าที่เป็นส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัยออกมาใช้นั่งพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ส่วนชั้นล่างสุดก็เป็นส่วนต้อนรับของหอพัก 

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

เปิดระเบียงปลูกต้นไม้

อีกหนึ่งแนวคิดการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของพยาบาลมากที่สุด คือการเพิ่มพื้นที่เขียว และการวางผังการใช้งานในส่วนต่างๆ ตั้งแต่ตัวอาคาร ไปจนถึงที่วางราวตากผ้า

ที่ตั้งของหอพักหลังใหม่อยู่ใจกลางอาคารพักอาศัยหลังอื่นๆ ในโรงพยาบาล ประกอบกับที่ดินค่อนข้างแออัดเพราะล้อมรอบไปด้วยกลุ่มอาคารสูง แต่มีข้อดีคือแต่ละอาคารเว้นระยะห่างกัน จนเกิดเป็นที่ว่างขนาดพอเหมาะ หากรื้อหอพักพยาบาลเดิมออก แล้วพลิกการจัดวางใหม่ ก็จะเกิดที่ว่างด้านในใจกลาง ให้ทำเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ แบบ Pocket Park ได้

สวนเล็กๆ นี้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงการ Plan Achitect จึงออกแบบพื้นที่ชั้น 1 ของอาคารที่เป็นโถงโล่ง ให้เดินทะลุออกไปยังแลนด์สเคปใหม่นี้ได้

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

นอกจากนั้น แนวคิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการก็ยังปรากฏในการออกแบบระเบียง หนึ่งในข้อกำหนดของการประกวดแบบว่า ต้องทำให้ระเบียงกว้างขวางพอสำหรับพยาบาลจะใช้งานอะไรก็ได้อย่างอิสระ รวมไปถึงการปลูกต้นไม้ ทั้งคู่คิดเพิ่มเติมจากโจทย์นั้น โดยนำแนวคิดเรื่องมุมมองและการสร้างความเป็นส่วนตัวมาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ มุมสามเหลี่ยมยื่นออกมาสลับฟันปลาอย่างแปลกตาที่เราเห็นด้านหน้าอาคารนั่นเอง

“เนื่องจากอาคารในละแวกมันประชันหน้ากันมาก เวลาเราอยู่ในห้องพัก แทบจะมองเห็นห้องฝั่งตรงข้าม เลยเป็นที่มาว่าเราทำระเบียงของแต่ละยูนิตให้เป็นสามเหลี่ยม มีมุมยื่นสลับกันไป เวลาเขาอยู่ในห้อง ก็มีมุมหลบเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับห้องตรงข้าม เมื่อยืนเกาะราวระเบียง ก็จะรู้สึกว่ามีมุมมองเอียงๆ หลบจากอาคารข้างเคียงด้วย

“พอเราสลับแนวของแต่ละห้องแต่ละชั้น ระเบียงก็จะเกิดพื้นผิวที่รับแสงธรรมชาติได้มากกว่าหอพักทั่วไปนิดหนึ่ง เพื่อให้การปลูกต้นไม้และการตากผ้าถูกสุขอนามัยขึ้น”

พวกเขาคิดฟังก์ชันบนระเบียงไว้หลายอย่าง ทั้งการเก็บเครื่องปรับอากาศ การเก็บเครื่องซักผ้า หรือการตากผ้าอย่างไม่ทำให้รกหูรกตา โดยใช้แผงอะลูมิเนียมกันสายตา อีกหนึ่งข้อดีที่ตามมาคือ เป็นตัวบังแดดไม่ให้จ้าเกินไป แต่มีแสงพอให้ปลูกต้นไม้ได้

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

ไม่เพียงมีประโยชน์เฉพาะกั้นสายตา ด้านความงาม แผงฟาซาดหรือหน้ากากอาคารสีขาวสะอาดนี้ สะท้อนการใช้งานภายในออกสู่รูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างน่าสนใจ โดดเด่นด้วยการสลับสับหว่างไปมาในแต่ละชั้นอย่างสมมาตร

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

หอพักพยาบาล เพื่อพยาบาล

หอพักพยาบาลที่นี่เป็นสิทธิพิเศษด้านที่พักอาศัย โดยโรงพยาบาลจะมอบให้กับพยาบาลที่ไม่ได้แต่งงาน และกำหนดให้พยาบาล 2 คนพักร่วมกันใน 1 ห้อง

เมื่อคนสองคนที่อาจไม่ได้คุ้นเคยกันมาก่อนต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกัน สถาปนิกจึงมีไอเดียจัดการปัญหาที่อาจเกิดจากการปะทะกันในอนาคต ด้วยการวางผังห้องพักแต่ละห้อง

“เราพยายามทำให้ห้องกว้างขึ้น เพื่อให้วางเตียงได้สองฝั่ง แล้วมีทางเดินอยู่ตรงกลาง พยาบาลแต่ละคนจะได้มีโซนเป็นของตัวเอง ห้องหนึ่งแบ่งออกเป็นครึ่งห้องของใครของมัน” เขาเล่าถึงความต่างกับห้องพักสำหรับ 2 คนที่เราเห็นทั่วไป เช่น ห้องของโรงแรม ซึ่งมักพบว่ามีเตียงอยู่ฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ยาวๆ แล้วก็มีทีวี 

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

ห้องพักที่ออกแบบขึ้นใหม่นี้ กำหนดให้มีขนาดประมาณ 5 x 8 เมตร รวมกับพื้นที่ระเบียง หรือรวมแล้วราว 40 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่หากเทียบกับห้องพักในอาคารชุดรูปแบบอื่น ความน่าสนใจอีกอย่างอยู่ที่สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องกำหนดให้แยกใช้เป็นของตัวเอง ตั้งแต่เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า ตู้เซฟ ตู้เย็น โต๊ะเครื่องแป้ง โทรทัศน์ หรือแม้แต่ราวตากผ้า

ส่วนห้องน้ำ ก็แยกห้องอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ และส่วนอ่างล้างหน้าออกจากกัน เผื่อเวลาผู้อาศัยต้องการใช้ห้องน้ำพร้อมกันในเวลาเร่งด่วน ก็ผลัดกันใช้แต่ละส่วนได้โดยไม่ต้องรอ

“เราได้ไปคุยกับผู้ใช้ก็กลายเป็นว่าเขาชอบมาก เพราะว่าเขาต้องการยิ่งกว่าที่เราคิดอีกคือ เขาต้องการทีวีสองเครื่อง เขาต้องการตู้เย็นสองตู้ด้วย เขาต้องการให้ทุกอย่างแยกกันหมดเลย” นภสรเล่าการเก็บฟีดแบ็กจากผู้ใช้จริง

การวางผังเช่นนี้ ยังสอดคล้องกับแนวคิดการรับลมเข้าสู่ห้องซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เขาแยกส่วนครัวและห้องน้ำออกมาไว้ในหน้าห้อง มีผนังบานเลื่อนกั้นจากส่วนที่นอนด้านใน เมื่อต้องการรับลม สามารถเปิดประตูระเบียง เปิดประตูบานเลื่อน และเปิดประตูหน้าห้อง ปิดไว้เพียงประตูมุ้งลวดด้านหน้า ก็จะทำให้อากาศไหลเวียนผ่านจากข้างนอกเข้าสู่ข้างใน และทะลุผ่านไปยังปล่องระบายอากาศในใจกลางอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล
หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

รายละเอียดการออกแบบทั้งหมด สถาปนิกทั้งสองพัฒนาขึ้นจากการสอบถามจากประสบการณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลใกล้ตัว รวมถึงพูดคุยกับผู้คนหลายฝ่ายในระหว่างการพัฒนาแบบ ทั้งกับผู้บริหาร พยาบาลที่จะมาอาศัยอยู่จริง รวมถึงแม่บ้านทำความสะอาด ซึ่งมีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็น อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในจุดที่พวกเขาไม่อาจคำนึงถึงได้ทุกมิติ

ตั้งแต่เรื่องความถี่ของซี่ราวระเบียงที่ต้องกว้างพอให้ง่ายต่อการทำความสะอาด แต่ไม่มากเกินจนกรองแสงสว่างไม่ได้ ไปจนถึงเรื่องของความสูงราวระเบียงในจุดต่างๆ ต้องมากกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความต้องการทำร้ายตัวเองของผู้อยู่ เนื่องด้วยได้รับข้อมูลว่าผู้ประกอบอาชีพพยาบาลต้องประสบความเครียดในการทำงานสูง และพบภาวะเสี่ยงเช่นนี้ในเพื่อนร่วมงานเสมอ

“โชคดีที่ว่าโครงการนี้ไม่ถึงขั้นเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ เขาเป็นหน่วยงานรัฐ เขาต้องคิดถึงเรื่องคุณภาพชีวิตของบุคลากรประมาณหนึ่ง เพราะว่าถ้าพยาบาลอยู่ดี เขาก็มีกำลังใจ ลดความเครียดได้ การออกแบบที่นี่หลายอย่างอาจดูมากเกินความจำเป็นจากโครงการอื่นๆ แต่คุณภาพชีวิตของคนก็จะดีขึ้น” วราให้ความคิดเห็น

“ถ้าเป็นงานในเชิงพาณิชย์ เราคงไม่ได้ทำแบบเดียวกันกับที่นี่” นภสรเสริม “งานราชการจะมีงบประมาณกับข้อกำหนดที่เขาต้องการเป๊ะๆ อยู่แล้ว ถ้าเราจัดสรรทุกอย่างให้ลงตัวได้ อยู่ในงบระมาณ แล้วเรายังเพิ่มความพิเศษให้เขาได้ด้วย เขาก็ไม่มีปัญหาว่าคุณจะมีลูกเล่นเพิ่มเติมอะไร”

หลังโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้อยู่อาศัย รวมถึงได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาโครงการเอกชนหลายเจ้า จึงเป็นโอกาสดีที่โครงการนี้จะได้เป็นตัวอย่างให้กับการพัฒนาโครงการอาคารชุดทั้งหลายต่อไปในอนาคต

“ถ้าเราเอางานออกแบบตกแต่งเพื่อความสวยงาม ซึ่งเป็นเม็ดเงินมากประมาณหนึ่ง มาเติมใส่การจัดการพื้นที่ มาเติมใส่การใช้สอยในระยะยาว โครงการนั้นอาจแตกต่างและอาจดีขึ้น

“จังหวะนี้เราสื่อสารด้วยตัวเนื้องาน และนำโครงการขนาดใหญ่ ยูนิตเยอะนี้เป็นโครงการอ้างอิงได้ว่า ถ้าในงบประมาณเท่ากัน เราทำแบบนี้กับโครงการรูปแบบอื่นๆ ได้ โดยใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา” วราให้ความคิดเห็นปิดท้าย 

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล
ภาพ : Panoramic Studio

Writer

กรกฎ หลอดคำ

เขียนเรื่องบ้านและงานออกแบบเป็นงานประจำ สนใจเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมในงานสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

นิชดา แปลว่า ผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง 

นิชดาธานี ก็หมายความเช่นเดียวกัน-มีตัวตนไม่เหมือนใคร

แม้ไม่ใช่หมู่บ้านใหม่ แต่ด้วยแนวคิดของ ‘นิชดาธานี’ โครงการอสังหาริมทรัพย์อายุเกิน 30 ปีแห่งนี้ถือว่ายังล้ำสมัยอยู่มาก 

ทั้งการเป็นโครงการแรกๆ ในไทยที่สร้างเมืองขนาดย่อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน ถ้าพูดอย่างภาษาปัจจุบันก็คือ มีคอมมูนิตี้ของตัวเองจากการไปเห็นชุมชนในต่างประเทศที่จัดสรรอย่างเป็นระเบียบ ไม่แออัด และที่อยู่อาศัยรอบๆ มหาวิทยาลัยก็แสนสะดวก สังคมแวดล้อมที่นี่จึงมีทั้งเพื่อนบ้านหลากหลายเชื้อชาติ มีโรงเรียนนานาชาติถึง 2 แห่ง มีซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร บริการด้านสุขภาพ พื้นที่สีเขียวขนาดมหึมา พร้อม Facility ครบถ้วน โดยไม่ต้องออกไปจากหมู่บ้านเลย และได้รับรางวัลสาขา Best Lifestyle Developer (Housing) จาก Dot Property Southeast Asia Awards 2020 ด้วย

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

นอกจากนั้นยังมีเรื่องนวัตกรรมการก่อสร้างที่มาก่อนกาล อย่างอิฐรับน้ำหนักและยึดเกาะกันเองเพื่อความแข็งแรง (Nichada Locked Stone) ทำให้ตัวบ้านไร้เสา และในขณะเดียวกันก็ไม่หยุดคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมอันเกี่ยวเนื่องกับเมือง ซึ่งเริ่มได้จากบ้าน

คอลัมน์หมู่บ้านเยือนปากเกร็ด นัดหมาย คุณนิชดา แจ้งเร็ว ผู้บริหารกลุ่มบริษัทนิชดาธานี ฟังเธอเล่าเรื่องราวตั้งแต่เสาเข็มแรก ในวันที่เริ่มต้นจากที่ดิน 80 ไร่ และบ่อดินขนาด 125 ไร่ จนวันนี้กลายเป็นอาณาจักร 1,000 ไร่ที่ขอเข้าห้องลองชุด แต่งเนื้อตัวใหม่ ด้วยการชวน Sretsis แบรนด์แฟชั่นแห่งยุคมาออกแบบบ้านตัวอย่าง ให้สาววัยแกร่งเป็นสาวหวานซ่อนเปรี้ยวขึ้นและยังคงสวยสุขภาพดี ในสังคมคุณภาพที่เจ้าตัวเลือกอย่างพิถีพิถัน

คุณนิชดา แจ้งเร็ว ผู้บริหารกลุ่มบริษัทนิชดาธานี

สังคมนานาชาติ

“Planned Gated International Community คือคอนเซปต์ที่คุณพ่อคุณแม่คิดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Suburban Gated Community ที่พบเห็นมากมายในชานเมืองประเทศสหรัฐอเมริกา” นิชดา ทายาทเจ้าของชื่อโครงการเริ่มต้นเล่า

หากย้อนไปช่วงกลางศตวรรษที่ 19 Gated Community (ชุมชนล้อมรั้ว) เป็นลักษณะการสร้างที่อยู่อาศัยของสมาคมคนชั้นสูงในคลับ ก่อนแพร่หลายกลายเป็นไอเดียการสร้างบ้านจัดสรรในศตวรรษที่ 20 เรื่อยมา ลักษณะของ Gated Community คือบ้านเรือนสร้างในพื้นที่ของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ มีอาณาบริเวณ มีรั้วรอบขอบชิดทั้งในและนอกโครงการ แต่ไม่แออัดจนเกินไป ห้อมล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง 

เมื่อท่านทั้งสองมีโอกาสได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศ จึงนำแนวความคิดนี้กลับมาสร้างโครงการนิชดาธานี และยังหยิบสังคมแวดล้อมจาก Campus Town ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League ที่มีที่พักอาศัยอยู่โดยรอบสถานศึกษา มาสร้างสังคมนานาชาติให้เกิดขึ้นบ้าง 

เนื่องจากแบ่งโครงการสำหรับชาวต่างชาติทั้งเช่าและซื้อขาด จึงมีโรงเรียนนานาชาติไว้ในโครงการถึง 2 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ International School Bangkok (ISB) โรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของไทย ซึ่ง 70 ปีที่แล้วเคยเปิดการเรียนการสอนในสถานทูตสหรัฐอเมริกา ก่อนย้ายจากย่านสุขุมวิทมาเมื่อ พ.ศ. 2535

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

“คุณพ่อคุณแม่เห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิต อยากให้คนที่มาอยู่ในหมู่บ้านเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะเด็กๆ จะได้ไปโรงเรียนโดยการเดิน ปั่นจักรยาน ลดปัญหารถติดจากการเดินทาง และยังได้ออกกำลังไปในตัว” เธอกล่าว

ด้วยมีพื้นที่สาธารณะอย่างโรงเรียน ร้านอาหาร ซูเปอร์มาเก็ต คลินิก แต่ก็แยกเป็นสัดส่วนจากพื้นที่อยู่อาศัยชัดเจน ไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน สำหรับร้านค้า แบ่งเป็นโซน Nichada Club และ Nichada Plaza มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา 

“เรามีระบบ Double Security ตรวจสอบบุคคลภายนอกตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้านผ่านระบบ RFID (Radio Frequency Identification) ทำบัตรผ่านเข้าออก และมีระบบรักษาความปลอดภัยประจำโครงการย่อยอีกชั้นหนึ่ง ร้านค้าและพนักงานก็ต้องทำบัตร RFID ส่วนลูกค้าภายนอกที่มาใช้บริการร้านค้าจะต้องแลกบัตรประชาชนเข้ามากับ RFID Visitor Card”

หมู่บ้านสีเขียว

บนเนื้อที่ 1,000 ไร่ของนิชดาธานี แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมกว่า 50 โครงการย่อย ขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 108 ตารางเมตรสำหรับคอนโดมิเนียม จนถึง 850 ตารางเมตรสำหรับบ้านเดี่ยวพร้อมสระว่ายน้ำและสวนขนาดใหญ่

 ส่วนบ่อดินขนาดร้อยกว่าไร่นั้น กลายเป็นทะเลสาบพร้อมพื้นที่ออกกำลังรอบๆ ราว 2.3 กิโลเมตร 

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

สิ่งที่ทำให้หมู่บ้านแบบ Gated Community ต่างจากหมู่บ้านอื่นๆ คือการมีสังคมแวดล้อมของตัวเอง ซึ่งครอบคลุมไปถึงพื้นที่สีเขียวในโครงการ ที่นิชดาธานี ราว 30 เปอร์เซ็นต์เป็นที่อยู่อาศัยของต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิด ปอดขนาด 300 ไร่ เกิดขึ้นจากความตั้งใจมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนล้อมรั้วแห่งนี้

“คุณภาพอากาศในประเทศไทยนั้นมีปัญหาอย่างมาก ซึ่งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มีมานานแล้ว และมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี เราใส่ใจถึงเรื่องพื้นที่สีเขียวตั้งแต่เริ่มโครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลที่เราไม่เริ่มโครงการจากในเมือง เพราะเราคิดว่าอาจจะไม่ตอบโจทย์ 

“การแบ่งพื้นที่สามสิบเปอร์เซ็นต์ไปให้พื้นที่สีเขียว ในเชิงธุรกิจอาจมองว่าพื้นที่ขนาดนั้นสร้างกำไรอีกมากมาย สำหรับเรามองว่าคุ้มค่า ทั้งในแง่ของคุณภาพอากาศที่ดีกว่า เพื่อให้ผู้พักอาศัยมีสุขภาพที่ดี และทำกิจกรรมกลางแจ้งกับครอบครัว ทุกวันนี้ ภาพชินตาจะเห็นลูกบ้านออกกำลังด้วยการเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น” 

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร
นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

เพราะใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มผู้บริหารโครงการนิชดาธานีไม่หยุดพัฒนาระบบต่างๆ เธอเล่าถึงระบบ Solahart ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานในการผลิตน้ำร้อนในบ้านทุกหลัง ว่าเริ่มใช้ตั้งแต่คนยังไม่ให้ความสนใจระบบ Solar มากเช่นปัจจุบัน

“ตอนนี้เรากำลังศึกษาเรื่อง Solar Rooftop เพื่อจะนำมาใช้ในอนาคต และตัวหมู่บ้านเอง ก็จัดการเรื่องแยกขยะ นำเศษอาหารจากร้านอาหารมาทำปุ๋ยธรรมชาติ เรามีทีม Landscape เฉพาะทางในการอนุบาลต้นไม้และพืชพรรณออแกร์นิก เพื่อนำส่งร้านอาหารและปลูกในโครงการต่างๆ ด้วย”

นอกจากบริเวณโดยรอบ หากเปิดประตูรั้วเข้าสู่บริเวณบ้านที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ ก้าวเท้าสู่ด้านในบ้าน จะพบการออกแบบแปลนในลักษณะ Open Floor Plan ให้เจ้าของบ้านดีไซน์สัดส่วนของห้องได้ตามอัธยาศัย มีเอกลักษณ์คือโถงสูงโปร่ง รวมถึงศึกษาการไหลเวียนของทิศทางลมอย่างดี ภายในผนังฝังฉนวนกันความร้อนและกระจกกรองแสงแดดจากหน้าต่าง ทั้งหมดช่วยลดความร้อนในบ้าน เพื่อประหยัดการใช้เครื่องปรับอากาศอีกทาง

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

นวัตกรรมอิฐ Locked Stone

ไม่เพียงพาคอนเซปต์สังคมนานาชาติบินข้ามน้ำข้ามทะเลมา ผู้ก่อตั้งยังพกความรักในงานก่อสร้างและการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำบ้านกลับมาด้วย อย่าง Nichada Locked Stone คือนวัตกรรมอิฐรับน้ำหนัก ที่มีการล็อกกันของตัวเองเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับผนังอีกชั้น ซึ่งร่วมวิจัยกับทาง AIT (Asian Institute of Technology) ผ่านการทดลองว่าอิฐรับน้ำหนักได้จริง และจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อย

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

“ทีมสถาปนิกของเราทำ 3D เรียงอิฐในแบบบ้านจริง เพื่อให้วางอิฐหน้างานได้ถูกต้องและแข็งแรง โครงการที่เก่าแก่สุดของเราอายุประมาณสามสิบปี ตัวบ้านยังไม่มีการแตกร้าว เพราะโครงสร้างบ้านออกแบบอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นทางมาเลย ตอนนี้เราทำการทดลองไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Prefabricated ข้อสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจนำมาใช้ ต้องแน่ใจว่าปลอดภัย แข็งแรง และต้องไม่มีข้อผิดพลาดในการทำงาน”

อีกหนึ่งข้อดีของการใช้ผนังรับน้ำหนัก ทำให้บ้านของนิชดาธานีไม่มีเสากวนใจ พื้นที่จึงกว้างขวางเป็นกำไร และไร้ข้อจำกัดในการเปิดพื้นที่หรือกั้นห้องตามที่ตัวเองต้องการ

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก
หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

Nichda x Sretsis 

ด้วยเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์อายุ 3 ทศวรรษ การปรับตัวต่อเทรนด์การอยู่อาศัยและความต้องการของลูกบ้านเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่มองข้าม 

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

ล่าสุด ได้ชักชวน Sretsis แบรนด์แฟชั่นคาแรกเตอร์ชัด นำทีมโดย แอ้ มทินา, อิ๊บ คล้ายเดือน, เอ๋ย-พิมพ์ดาว สุขะหุต มาเนรมิตโครงการ Premier Place III ซึ่งเป็นบ้านที่ผ่านการเช่าพักอาศัยมาแล้ว เพื่อค้นหาความท้าทายใหม่ๆ เปิดมุมมองให้กับบ้าน Open Floor Plan แบบเดิมว่า นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว ยังปลดปล่อยอิสระในการตกแต่งตามสไตล์ของตัวเอง โดยหลุดจากกรอบดีไซน์ที่มีให้ไปได้อีกไกล ส่วนในทางธุรกิจก็เป็นการหาวิธี Resale อย่างชาญฉลาด

ความน่าสนุกของโปรเจกต์นี้ อยู่ที่การเลือกแฟชั่นเฮ้าส์วัย 20 ปีซึ่งโด่งดังระดับโลกขนาดสไตลิสของ BLACKPINK ยังหยิบมาให้ 4 สาวสวมใส่อยู่บ่อยๆ มาออกแบบแทนบริษัทอินทิเรีย แรกก้าวเท้าเข้าบ้านจึงเหมือนได้หลุดเข้าไปในห้องลองเสื้อของ Sretsis

ถึงจะถนัดงานดีไซน์เสื้อผ้า แต่งานออกแบบภายในพวกเธอก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ถ้าเคยไปเยี่ยมช็อปทั้งที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซีและที่ญี่ปุ่นก็คงจะนึกถึงกลิ่นอายการตกแต่งแนวแฟนตาซีฟุ้งฝันที่ไม่เหมือนใครนี้ออก อีกทั้ง Sretsis Parlour ยังได้ร่วมงานกับ House of Hackney แบรนด์ตกแต่งภายในชื่อดังของประเทศอังกฤษ ส่ง Sretsis Table ซึ่งแบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารมาการันตีความสามารถด้านการออกแบบอีกแขนง

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

‘Tropical Magick Villa’  ความหรูหราสไตล์รีสอร์ตเขตร้อนที่เสกด้วยเวทมนตร์แห่งจินตนาการของ Sretsis คือคอนเซปต์ห้องทั้งหมดที่ว่ามาในพื้นที่ใช้สอยขนาด 406 ตารางเมตร บนที่ดินขนาด 116.7 ตารางวา

โถงดับเบิ้ลสเปซวางเปียโนหลังงามไว้ที่มุมห้อง ฉากโดยรอบทาทาบด้วยสีเขียวอบอุ่นของไม้ใบ มีชุดรับแขกสไตล์ทรอปิคัลตั้งอยู่กลางบ้าน ถัดไปเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร ที่มีตุ๊กตาไดโนเสาร์ไซส์ยักษ์รอต้อนรับ ในห้องสีสันสดสวยจากไม้ดอกนานาพรรณบนวอลเปเปอร์ กระเบื้อง และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋

ส่วนชั้นสอง ห้องนอน 3 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัวตกแต่งอย่างน่ารัก ด้วยสรรพสิ่งของลวดลายและวัสดุธรรมชาติ ทั้งห้องนอนใหญ่ ห้องนอนสำหรับลูกสาวแสนหวานและลูกชายแสนซน ซึ่งจับคู่สีแบบไม่สนชาร์ต มี Walk-in Closet และทำห้องสปาให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อตอกย้ำว่าบ้านของคุณเป็นอะไรก็ได้

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก
นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

“บ้านคือที่ที่เขาใช้เวลาอยู่และบ่งบอกถึงตัวตนมากที่สุด ที่ผ่านมาบ้านตัวอย่าง Premier Place III มีการแต่งหลากหลายทั้ง Modern Contemporary เพราะเรามองว่าฟังก์ชันกับดีไซน์ไปด้วยกันได้ เพราะฉะนั้น บ้านสวยอย่างมีเอกลักษณ์ของตัวเองก็สื่อถึงรสนิยมและสุนทรียะของเจ้าของบ้าน ที่สำคัญต้องอยู่แล้วรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขด้วย” ผู้บริหารรุ่นสองกล่าวด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก
นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

มากไปกว่าความท้าทายของนิชดาธานี หรือ Sretsis เองที่ปล่อยของ-กระโดดเข้ามาทำงานออกแบบอินทีเรียให้กับบ้านทั้งหลังเป็นครั้งแรก นี่น่าจะเป็นตัวอย่างของการรีโนเวตบ้านเพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าจากสิ่งที่มี โดยนำเสนอข้อดี-จุดเด่นของตัวเองอย่างถูกที่ถูกทาง

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load