ก่อนกำเนิดสภากาชาดไทย ประเทศสยามใน พ.ศ.2436 กำลังประสบภาวะสงครามภายใต้ความขัดแย้งกับฝรั่งเศสในเหตุการณ์ ร.ศ.112 เป็นเหตุให้สยามได้ก่อตั้ง ‘สภาอุณาโลมแดง’ กิจการสังคมสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาล เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชประสงค์ให้ก่อตั้งโรงพยาบาล ภายใต้การดำเนินงานของสภาอุณาโลมแดงหรือสภากาชาดสยามนี้เป็นการถาวร โดยพระราชทานนามไว้เพื่อเป็นพระราชานุสาวรีย์แด่รัชกาลที่ 5 พระบิดาผู้ทรงริเริ่มสภาอุณาโลมแดงว่า ‘โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์’ 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในปัจจุบัน ได้พัฒนาเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นสถานที่ฝึกอบรมนิสิตของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยด้านการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล

โรงพยาบาลเพิ่งได้ต้อนรับหอพักพยาบาลหลังใหม่ ผลงานการออกแบบของสถาปนิก Plan Architect แทนที่หอพักพยาบาลสูง 4 ชั้นหลังเก่า เพื่อเติมเต็มความต้องการที่อยู่อาศัยของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น แม้เป็นอาคารพักอาศัยรวมขนาดใหญ่ด้วยความสูงถึง 26 ชั้น กับห้องพักมากกว่า 500 ห้อง หอพักพยาบาลแห่งนี้ก็เกิดขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างพื้นที่ให้คนเป็นพยาบาลอยู่โดยเฉพาะ และเปี่ยมด้วยการใช้เครื่องมืองานออกแบบแก้ปัญหาในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ทิศทางการวางตึก จนถึงความสูงของราวกันตก 

คอลัมน์หมู่บ้านที่สนใจเรื่องการออกแบบที่อยู่ศัยหลากหลาย จึงไม่พลาดชวน วรา จิตรประทักษ์ และ นภสร เกียรติวิญญู สองสถาปนิกผู้ดูแลโครงการ มาเล่าถึงแนวคิดเบื้องหลังทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

เปิดตึกรับลม

โครงการหอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เริ่มขึ้นจากการให้สถาปนิกส่งแบบเข้าประกวดแข่งขันในช่วงปลาย พ.ศ. 2558 โดย Plan Architect ผู้ชนะประกวดเล่าว่า มีโจทย์ที่ปรากฏในข้อกำหนดซึ่งแตกต่างจากโครงการโดยทั่วไป อย่างมีนัยสำคัญ 2 ข้อ ข้อแรกคือ ต้องสนองความต้องการของคณะพยาบาลที่นิยมอยู่อาศัยโดยเปิดหน้าต่างรับลม แทนการเปิดเครื่องปรับอากาศ และข้อสองคือ ต้องให้ระเบียงแต่ละห้องกว้างขวางพอสำหรับการปลูกต้นไม้

วรา จิตรประทักษ์ และ นภสร เกียรติวิญญู สองสถาปนิก ผู้ออกแบบหอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
วรา จิตรประทักษ์
วรา จิตรประทักษ์ และ นภสร เกียรติวิญญู สองสถาปนิก ผู้ออกแบบหอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
นภสร เกียรติวิญญู

“อาคารพักอาศัยรวมทั่วไปมักเป็นแบบ Double Loaded Corridor หรือแบบทางเดินร่วม มีทางเดินทางเดียว แล้วมีห้องพักขนานไปตามทางเดิน เหมือนอพาร์ตเมนต์ทั่วไป ประหยัด ประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่มาก แต่ก็ยากในการรับแสงและรับลมธรรมชาติเข้าสู่อาคาร

“สำหรับอาคารนี้ เราคิดว่าถ้าแยกตัวอาคารเป็น Single Loaded Corridor หรือแบบทางเดินเดียวสองทาง เอาลิฟต์คั่นไว้ตรงกลาง แล้วแบ่งห้องพักไปอยู่ทั้งสองฝั่ง จะทำให้เกิดปล่องระบายอากาศตรงกลาง แสงธรรมชาติเข้ามาที่ทางเดินตรงกลางได้ด้วย เวลากลางวันจะค่อนข้างสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟ และลมก็ยังผ่านถ่ายเทเข้ามาในอาคารได้” สองสถาปนิกจาก Plan Architect เริ่มต้นเล่าการตีโจทย์เป็นแนวคิด ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์เอื้อประโยชน์แก่ผู้อยู่ในข้อแรก

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

หากฟังผิวเผิน อาจรู้สึกว่าเป็นการสูญเสียพื้นที่ใช้สอยจำนวนมาก แต่กลับกัน วราและนภสรอธิบายเพิ่มว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว มันมีประโยชน์ตรงจัดการไส้ในของอาคารอย่างตัวลิฟต์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไปเบียดบังพื้นที่ใช้สอยส่วนอื่น จัดสรรจำนวนห้องได้ครบถ้วนตามโจทย์ ไม่มีส่วนเกินจนต้องเพิ่มความสูงอาคาร ซึ่งจะมีภาระค่าใช้จ่ายในมิติอื่น และทางเดินสองฝั่งยังทำให้เกิดปล่องระบายอากาศใจกลาง ตามแนวคิดการรับลมเข้าสู่อาคารให้มากที่สุดได้ในเวลาเดียวกัน

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

อากาศร้อนจะลอยตัวจากต่ำขึ้นสูง ปล่องระบายอากาศนี้จึงมาพร้อมกับแนวคิดการออกแบบช่องรับลม 2 จุด เพื่อเป็นทางลมเข้า คือชั้นล่างสุด และกึ่งกลางอาคารที่กลายมาเป็นจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ 

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

“ในการเจาะช่องลม เราใช้การคว้านยูนิตออกมา โดยตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์ของตรา ‘อุณาโลมแดง’ เพื่อให้สื่อถึงองค์กรสภากาชาด เราผูกโยงสัญลักษณ์นี้ให้อาคารมีความหมายมากขึ้นกว่าการเป็นเพียงอาคารพักอาศัย ให้พยาบาลที่ทำงานอยู่ในองค์กร เขาได้มีความภาคภูมิใจในองค์กรด้วย” 

สัญลักษณ์อุณาโลมแดงที่สถาปนิกกล่าวถึง ปรากฏบนชั้น 13 – 17 ของอาคาร โดยกรุโถงทั้งหมดด้วยไม้เทียมเพื่อสร้างจุดเด่นบนอาคารสูงสีขาว ไม่เพียงการรับลมและแสงธรรมชาติเข้าสู่อาคารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยังทำหน้าที่เป็นส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัยออกมาใช้นั่งพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ส่วนชั้นล่างสุดก็เป็นส่วนต้อนรับของหอพัก 

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

เปิดระเบียงปลูกต้นไม้

อีกหนึ่งแนวคิดการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของพยาบาลมากที่สุด คือการเพิ่มพื้นที่เขียว และการวางผังการใช้งานในส่วนต่างๆ ตั้งแต่ตัวอาคาร ไปจนถึงที่วางราวตากผ้า

ที่ตั้งของหอพักหลังใหม่อยู่ใจกลางอาคารพักอาศัยหลังอื่นๆ ในโรงพยาบาล ประกอบกับที่ดินค่อนข้างแออัดเพราะล้อมรอบไปด้วยกลุ่มอาคารสูง แต่มีข้อดีคือแต่ละอาคารเว้นระยะห่างกัน จนเกิดเป็นที่ว่างขนาดพอเหมาะ หากรื้อหอพักพยาบาลเดิมออก แล้วพลิกการจัดวางใหม่ ก็จะเกิดที่ว่างด้านในใจกลาง ให้ทำเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ แบบ Pocket Park ได้

สวนเล็กๆ นี้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงการ Plan Achitect จึงออกแบบพื้นที่ชั้น 1 ของอาคารที่เป็นโถงโล่ง ให้เดินทะลุออกไปยังแลนด์สเคปใหม่นี้ได้

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

นอกจากนั้น แนวคิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการก็ยังปรากฏในการออกแบบระเบียง หนึ่งในข้อกำหนดของการประกวดแบบว่า ต้องทำให้ระเบียงกว้างขวางพอสำหรับพยาบาลจะใช้งานอะไรก็ได้อย่างอิสระ รวมไปถึงการปลูกต้นไม้ ทั้งคู่คิดเพิ่มเติมจากโจทย์นั้น โดยนำแนวคิดเรื่องมุมมองและการสร้างความเป็นส่วนตัวมาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ มุมสามเหลี่ยมยื่นออกมาสลับฟันปลาอย่างแปลกตาที่เราเห็นด้านหน้าอาคารนั่นเอง

“เนื่องจากอาคารในละแวกมันประชันหน้ากันมาก เวลาเราอยู่ในห้องพัก แทบจะมองเห็นห้องฝั่งตรงข้าม เลยเป็นที่มาว่าเราทำระเบียงของแต่ละยูนิตให้เป็นสามเหลี่ยม มีมุมยื่นสลับกันไป เวลาเขาอยู่ในห้อง ก็มีมุมหลบเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับห้องตรงข้าม เมื่อยืนเกาะราวระเบียง ก็จะรู้สึกว่ามีมุมมองเอียงๆ หลบจากอาคารข้างเคียงด้วย

“พอเราสลับแนวของแต่ละห้องแต่ละชั้น ระเบียงก็จะเกิดพื้นผิวที่รับแสงธรรมชาติได้มากกว่าหอพักทั่วไปนิดหนึ่ง เพื่อให้การปลูกต้นไม้และการตากผ้าถูกสุขอนามัยขึ้น”

พวกเขาคิดฟังก์ชันบนระเบียงไว้หลายอย่าง ทั้งการเก็บเครื่องปรับอากาศ การเก็บเครื่องซักผ้า หรือการตากผ้าอย่างไม่ทำให้รกหูรกตา โดยใช้แผงอะลูมิเนียมกันสายตา อีกหนึ่งข้อดีที่ตามมาคือ เป็นตัวบังแดดไม่ให้จ้าเกินไป แต่มีแสงพอให้ปลูกต้นไม้ได้

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

ไม่เพียงมีประโยชน์เฉพาะกั้นสายตา ด้านความงาม แผงฟาซาดหรือหน้ากากอาคารสีขาวสะอาดนี้ สะท้อนการใช้งานภายในออกสู่รูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างน่าสนใจ โดดเด่นด้วยการสลับสับหว่างไปมาในแต่ละชั้นอย่างสมมาตร

หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้
หอพักพยาบาลหลังใหม่ในรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่สร้างด้วยโจทย์สนุกจากผู้อยู่ 2 ข้อ คือให้เปิดหน้าต่างรับลม และระเบียงกว้างให้ปลูกต้นไม้ได้

หอพักพยาบาล เพื่อพยาบาล

หอพักพยาบาลที่นี่เป็นสิทธิพิเศษด้านที่พักอาศัย โดยโรงพยาบาลจะมอบให้กับพยาบาลที่ไม่ได้แต่งงาน และกำหนดให้พยาบาล 2 คนพักร่วมกันใน 1 ห้อง

เมื่อคนสองคนที่อาจไม่ได้คุ้นเคยกันมาก่อนต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกัน สถาปนิกจึงมีไอเดียจัดการปัญหาที่อาจเกิดจากการปะทะกันในอนาคต ด้วยการวางผังห้องพักแต่ละห้อง

“เราพยายามทำให้ห้องกว้างขึ้น เพื่อให้วางเตียงได้สองฝั่ง แล้วมีทางเดินอยู่ตรงกลาง พยาบาลแต่ละคนจะได้มีโซนเป็นของตัวเอง ห้องหนึ่งแบ่งออกเป็นครึ่งห้องของใครของมัน” เขาเล่าถึงความต่างกับห้องพักสำหรับ 2 คนที่เราเห็นทั่วไป เช่น ห้องของโรงแรม ซึ่งมักพบว่ามีเตียงอยู่ฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ยาวๆ แล้วก็มีทีวี 

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

ห้องพักที่ออกแบบขึ้นใหม่นี้ กำหนดให้มีขนาดประมาณ 5 x 8 เมตร รวมกับพื้นที่ระเบียง หรือรวมแล้วราว 40 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่หากเทียบกับห้องพักในอาคารชุดรูปแบบอื่น ความน่าสนใจอีกอย่างอยู่ที่สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องกำหนดให้แยกใช้เป็นของตัวเอง ตั้งแต่เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า ตู้เซฟ ตู้เย็น โต๊ะเครื่องแป้ง โทรทัศน์ หรือแม้แต่ราวตากผ้า

ส่วนห้องน้ำ ก็แยกห้องอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ และส่วนอ่างล้างหน้าออกจากกัน เผื่อเวลาผู้อาศัยต้องการใช้ห้องน้ำพร้อมกันในเวลาเร่งด่วน ก็ผลัดกันใช้แต่ละส่วนได้โดยไม่ต้องรอ

“เราได้ไปคุยกับผู้ใช้ก็กลายเป็นว่าเขาชอบมาก เพราะว่าเขาต้องการยิ่งกว่าที่เราคิดอีกคือ เขาต้องการทีวีสองเครื่อง เขาต้องการตู้เย็นสองตู้ด้วย เขาต้องการให้ทุกอย่างแยกกันหมดเลย” นภสรเล่าการเก็บฟีดแบ็กจากผู้ใช้จริง

การวางผังเช่นนี้ ยังสอดคล้องกับแนวคิดการรับลมเข้าสู่ห้องซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เขาแยกส่วนครัวและห้องน้ำออกมาไว้ในหน้าห้อง มีผนังบานเลื่อนกั้นจากส่วนที่นอนด้านใน เมื่อต้องการรับลม สามารถเปิดประตูระเบียง เปิดประตูบานเลื่อน และเปิดประตูหน้าห้อง ปิดไว้เพียงประตูมุ้งลวดด้านหน้า ก็จะทำให้อากาศไหลเวียนผ่านจากข้างนอกเข้าสู่ข้างใน และทะลุผ่านไปยังปล่องระบายอากาศในใจกลางอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล
หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล

รายละเอียดการออกแบบทั้งหมด สถาปนิกทั้งสองพัฒนาขึ้นจากการสอบถามจากประสบการณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลใกล้ตัว รวมถึงพูดคุยกับผู้คนหลายฝ่ายในระหว่างการพัฒนาแบบ ทั้งกับผู้บริหาร พยาบาลที่จะมาอาศัยอยู่จริง รวมถึงแม่บ้านทำความสะอาด ซึ่งมีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็น อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในจุดที่พวกเขาไม่อาจคำนึงถึงได้ทุกมิติ

ตั้งแต่เรื่องความถี่ของซี่ราวระเบียงที่ต้องกว้างพอให้ง่ายต่อการทำความสะอาด แต่ไม่มากเกินจนกรองแสงสว่างไม่ได้ ไปจนถึงเรื่องของความสูงราวระเบียงในจุดต่างๆ ต้องมากกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความต้องการทำร้ายตัวเองของผู้อยู่ เนื่องด้วยได้รับข้อมูลว่าผู้ประกอบอาชีพพยาบาลต้องประสบความเครียดในการทำงานสูง และพบภาวะเสี่ยงเช่นนี้ในเพื่อนร่วมงานเสมอ

“โชคดีที่ว่าโครงการนี้ไม่ถึงขั้นเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ เขาเป็นหน่วยงานรัฐ เขาต้องคิดถึงเรื่องคุณภาพชีวิตของบุคลากรประมาณหนึ่ง เพราะว่าถ้าพยาบาลอยู่ดี เขาก็มีกำลังใจ ลดความเครียดได้ การออกแบบที่นี่หลายอย่างอาจดูมากเกินความจำเป็นจากโครงการอื่นๆ แต่คุณภาพชีวิตของคนก็จะดีขึ้น” วราให้ความคิดเห็น

“ถ้าเป็นงานในเชิงพาณิชย์ เราคงไม่ได้ทำแบบเดียวกันกับที่นี่” นภสรเสริม “งานราชการจะมีงบประมาณกับข้อกำหนดที่เขาต้องการเป๊ะๆ อยู่แล้ว ถ้าเราจัดสรรทุกอย่างให้ลงตัวได้ อยู่ในงบระมาณ แล้วเรายังเพิ่มความพิเศษให้เขาได้ด้วย เขาก็ไม่มีปัญหาว่าคุณจะมีลูกเล่นเพิ่มเติมอะไร”

หลังโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้อยู่อาศัย รวมถึงได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาโครงการเอกชนหลายเจ้า จึงเป็นโอกาสดีที่โครงการนี้จะได้เป็นตัวอย่างให้กับการพัฒนาโครงการอาคารชุดทั้งหลายต่อไปในอนาคต

“ถ้าเราเอางานออกแบบตกแต่งเพื่อความสวยงาม ซึ่งเป็นเม็ดเงินมากประมาณหนึ่ง มาเติมใส่การจัดการพื้นที่ มาเติมใส่การใช้สอยในระยะยาว โครงการนั้นอาจแตกต่างและอาจดีขึ้น

“จังหวะนี้เราสื่อสารด้วยตัวเนื้องาน และนำโครงการขนาดใหญ่ ยูนิตเยอะนี้เป็นโครงการอ้างอิงได้ว่า ถ้าในงบประมาณเท่ากัน เราทำแบบนี้กับโครงการรูปแบบอื่นๆ ได้ โดยใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา” วราให้ความคิดเห็นปิดท้าย 

หอพักพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ออกแบบอย่างเข้าใจคนเป็นพยาบาล
ภาพ : Panoramic Studio

Writer

กรกฎ หลอดคำ

เขียนเรื่องบ้านและงานออกแบบเป็นงานประจำ สนใจเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมในงานสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

หันซ้ายแลขวา เห็นคนใกล้ตัวต่างก็มีสัตว์เลี้ยงข้างกายกันทั้งนั้น เป็นเทรนด์ก็ว่าใช่ เพราะบางคู่ที่ไม่อยากมีลูก ก็เปลี่ยนมาเลี้ยงเจ้าหมาสี่ขา แล้วยกให้เป็นโซ่ทองคล้องใจแทน หลายคนอยู่บ้าน Work from Home มาแรมปีก็เปลี่ยวเหงา เลยรับแมวตัวจ้อย กระต่ายตัวจิ๊ดมาอยู่ด้วย ส่วนบางคนต่อให้อยากเลี้ยงใจจะขาด แต่ที่อยู่ดันไม่เอื้ออำนวยก็มี 

คอลัมน์หมู่บ้านเข้าใจปัญหานี้ เลยอาสาหาทางออกให้ พาไปเปิดที่อยู่อาศัยเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมที่ยอมให้เพื่อนแสนรักไปอยู่ได้เท่านั้น แต่ที่นี่เรียกได้ว่าออกแบบทุกชิ้นส่วน ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เข้าประตูจนถึงเข้านอน ให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้รับความสะดวกสบาย รวมถึงคำนึงถึงหลักสุขอนามัย ซึ่งผ่านการวิจัยและคิดมาอย่างดีในทุกรายละเอียด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คิดดูเถอะว่าขนาดคนไม่มีสัตว์เลี้ยงแบบเราแอบไปทำความรู้จักมา ยังอยากย้ายเข้าไปอยู่ แล้วหาเพื่อนสี่ขารู้ใจสักตัวไปอยู่เป็นเพื่อนเลยล่ะ 

ถ้าพร้อมแล้ว เราขอพาคุณไปทำความรู้จักโครงการ Whizdom The Forestias โดย MQDC กันได้เลย

เมืองแห่งสัตว์เลี้ยง

ใครที่เป็นสายการ์ตูนแล้วจินตนาการอยากให้มีโลกของเหล่าสัตว์เลี้ยงแบบใน The Secret Life of Pets ที่เหล่าทาสและเจ้านายหลากหลายได้มาอยู่ร่วมกันที่ตึก Petopia ใน Whizdom The Forestias คือโครงการที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโครงการที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ขนาด 398 ไร่ของ ‘The Forestias’ หรือเมืองขนาดย่อมที่รวมเอาผืนป่าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นโปรเจกต์ยักษ์น่าจับตา ล่าสุด Whizdom The Forestias เป็นอีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยคอนเซปต์บ้านแนวตั้งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ในชื่อ Petopia ขนาด 43 ชั้นท่ามกลางป่า 30 ไร่ ที่พร้อมพาพลพรรคคนรักสัตว์และเหล่าสัตว์เลี้ยงให้มาอยู่ร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ให้การใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ ที่อยากดูแลสัตว์เลี้ยงข้างกายให้มีชีวิตที่ดีด้วยเช่นกัน 

แถมความพิเศษของอาคารเพื่อเหล่าสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ ไม่เหมือนกับคอนโดมิเนียมทั่วไปที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ เพราะพวกเขายังค้นคว้า ทำวิจัยกันแบบจริงจัง และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เพื่อออกแบบอาคารนี้ให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในทุกด้าน นับว่าเป็นแห่งแรกๆ เลยที่เราเห็นว่าดีไซน์กันทุกฟังก์ชันอย่างแท้จริง

เจ้าของไม่อยู่ เจ้านายร่าเริง

เริ่มกันตั้งแต่เดินเข้ามายังด้านในตัวอาคาร เราจะได้พบประตูแบบ Double Gate เป็นด่านแรกที่ Main Lobby ซึ่งกั้นไว้ถึง 2 ชั้น เพื่อไม่ให้น้องๆ วิ่งเตลิดออกไปได้ พร้อมที่นั่งพักข้างๆ เจ้าของ ขณะที่เรากำลังนั่งเม้าหรือพักผ่อน

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ที่สำคัญ ทุกสถานที่และส่วนกลางในตึก Petopia สามารถจูงน้องๆ เข้านอกออกในได้เกือบทั้งหมด ส่วนสวนบนดาดฟ้า ก็ปลูกพืชพันธุ์ปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงเดินชมวิวไปและกินไปได้ มีเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pet play ground ลานให้สุนัขได้ออกกำลังกาย วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ระหว่างเจ้าของนั่งทำงานหรือพักผ่อน พร้อมเครื่องกดอาหารอัตโนมัติ จนถึง Relaxation Room และ Co-living Room ส่วนทำงานพร้อมพื้นที่ให้น้องแมววิ่งเล่น ที่ตั้งใจแยกฝั่งสำหรับน้องหมาและน้องแมวก็เพื่อป้องกันอันตรายหากน้องๆ ต้องเผชิญหน้ากัน ทางโครงการร่วมมือกับทาง Petology ผู้นำด้าน Pet Technology ในการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร
Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

เพราะคิดถึงสุขอนามัยของทั้งคนและสัตว์ โครงการยังจัดห้องซักล้างที่มีเครื่องซักผ้า แยกสำหรับของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะให้ด้วย และเรายังผูกสายจูงหรืออุ้มน้องๆ ที่รักขึ้นลิฟต์ได้เลยและด้านในมีระบบไอออนที่ช่วยฆ่าเชื้อ เรียกได้ว่าปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ

และถ้าวันใดเจ้าของเกิดไม่ว่างดูแลพวกเขา ในอนาคตก็จะมี Pet Day Care รับฝากเลี้ยงน้องเมื่อเจ้าของไม่อยู่ โดยเป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

ก๊อกๆๆ เปิดห้องเลี้ยงสัตว์

หากทึ่งกับความใส่ใจของพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ในห้องพักอาจทำให้ประหลาดใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะ Petopia เป็นโครงการที่ดูแลคนและสัตว์กันอย่างรอบด้าน เต็มไปด้วยแนวคิดอันแยบคายตั้งแต่ก้าวแรก

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลังประตูปิดลง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือความเงียบ จากปัญหามากมายที่ทีมงานทำการบ้านรวบรวมมา หนึ่งในนั้นคือเรื่องปัญหาเสียงดังรบกวนกัน นำมาสู่ออกแบบสิ่งที่ดูเล็กน้อยแต่สำคัญอย่าง Door Seal & Drop Seal ซึ่งอยู่ด้านในของขอบประตู ช่วยกันเสียงทั้งด้านในและนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้า-ออกได้ 

และถ้าเหลือบมองต่อไปอีกไม่ไกลในห้องนอน บานกระจก IGU ก็ช่วยป้องกันเสียงได้อีกทาง เพราะติดตั้งด้วยกระจก 2 ชั้น และออกแบบให้มีช่องว่างตรงกลาง แถมยังช่วยช่วยกรองแสง และป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ความจริงจังเรื่องเสียงยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะทางโครงการมีการสร้างห้องทดสอบ หรือ Lab Room จำลองห้องเสมือนจริง โดยให้ Acoustic Designer มาช่วยกันออกแบบเสียงในห้องพัก ทั้งพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู จนถึง หน้าต่าง ผ่านการเห่าแข่งกันของน้องหมา 2 ตัว ดูความดังของเสียง แล้วหาทางพัฒนาต่อเพื่อลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด 

Safety First ปลอดภัยไว้ก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ห่วงเรื่องความปลอดภัยของเหล่าสัตว์ตัวเล็ก-ใหญ่ เป็นสำคัญ

เคยได้ยินประสบการณ์จากเหล่าทาสน้องหมาในคอนโดฯ มาบ้าง ว่าเวลาต้องต้อนรับแขกที่มาเยือน หรือพอประตูเปิดปุ๊บ เจ้าสี่ขาแสนซนที่จ้องอยู่นั้น ก็พร้อมกระโจนออกไปได้ทุกเมื่อ ตะขอเกี่ยวรูปร่างแปลกตาจึงเกิดมาเพื่อการนี้ โดยขอเกี่ยวเช่นนี้ออกแบบร่วมกับสัตวแพทย์ ช่วยนั่งเลือก นั่งคิด และทดลอง จนได้ขอเกี่ยวลักษณะดวงกลม ช่วยให้ไม่รั้งหรือกระชากคอน้องจนบาดเจ็บเวลากระโดด รวมถึงป้องกันสายจูงที่ล็อกเอาไว้ไม่ให้หลุด เวลาน้องหมาพยายามวิ่งออกไป

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แถมยังมีอีก 2 จุดคือในห้องน้ำฝั่งเปียกและแห้งเพื่อง่ายต่อการอาบน้ำและไดร์ขน แถมโซน Shower Area ก็ไม่ต้องห่วงหากน้องมีปัญหาซุกซน เพราะออกแบบกันตั้งแต่ค่า R10 ของพื้นให้มีความลื่นพอดี สุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างฝักบัวแยก สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ออกแบบให้ควบคุมด้วยมือเดียวได้ หากอีกมือจับเจ้าสัตว์เลี้ยงเอาไว้ ที่นั่งอาบน้ำก็ออกแบบให้รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม และยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมให้น้องๆ นั่ง มีตะแกรงกันกลิ่น 3 ชั้น ช่วยกรองไม่ให้ขนอุดตัน หรือถึงแม้มีปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำ ก็ไม่ต้องขึ้นไปเคาะประตูรบกวนห้องด้านล่างอีกต่อไป เพราะทุกห้องในโครงการของ Whizdom The Forestias ใช้ระบบท่อระบายออกทางด้านหลังไว้ การซ่อมแซมจึงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหากวนใจใคร

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

พื้นด้านนอกออกแบบมาให้มีค่าความลื่นต่างจากพื้นห้องปกติเช่นกัน เหตุผลคือเพื่อช่วยเซฟขาและเข่าของสัตว์เวลาเดินในห้อง ซึ่งตัวพื้นเองผ่านการทดสอบรอยขูดขีดของพื้น รวมทั้งยังเป็นวัสดุที่ทนความชื้นและทำความสะอาดง่าย หากเจ้าสัตว์เลี้ยงเล่นปัดถ้วยน้ำหกหรือขับถ่ายไม่เป็นที่ ก็จะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง ไปจนถึงการยกปลั๊กไฟให้อยู่สูง 1 เมตร ซึ่งมากกว่าห้องทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ส่วนการดีไซน์ห้องครัวแบบปิดนั้น เพื่อช่วยเรื่องกลิ่นและความสะอาดขณะทำอาหาร

เจ้าของไม่อยู่ หนูร่าเริง

เชื่อว่าหลายคนที่โอ๋สัตว์เลี้ยงเหมือนกับลูกคนเล็ก แทบไม่อยากห่างจากอก แต่ถ้าเกิดจำเป็นต้องออกไปข้างนอกจริงๆ เหล่าสัตว์เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะข้อแรก มีน้องไข่ต้ม Home Automation อัจฉริยะทำหน้าที่สอดส่องภายในบ้าน ให้เราดูน้องไลฟ์สดผ่านโทรศัพท์ได้ 24 ชั่วโมง รวมถึงสั่งการทุกอย่างในบ้านได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือจะดูดวง ฟังพยากรณ์อากาศก็ทำได้เช่นกัน 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

และอีกข้อคือที่นี่มีประตูลับบานเล็ก หรือ Wicket Door เชื่อมห้องนั่งเล่นไปยังกรงด้านนอก ให้น้องแมวออกไปนั่งส่องนก หรือน้องหมาออกไปทำธุระส่วนตัว ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นกวนใจ

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร


ก่อนจะมาเป็น Wicket Door แบบ Manual เช่นนี้ ก็พัฒนามาหลายขั้นตอนแล้วเช่นกัน ทั้งประตูใส่แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า แต่เมื่อสัตวแพทย์เข้ามาดูร่วมด้วย ก็พบว่าแม้จะสะดวกแต่หากเกิดเหตุแบตเตอรี่หมด สัตว์เลี้ยงติดอยู่ภายนอก ก็อาจเกิดอาการ Heatstroke ขึ้นได้ เลยพัฒนาต่อให้ง่ายและพร้อมใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ ไปจนถึงซี่กรงด้านนอกที่วัดและคำนวณขนาดซี่กรงแล้วว่า แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วก็ผ่านออกไปไม่ได้ 

Love me, Love my pet

นอกจากสัตว์เลี้ยงแล้ว ภายในห้องยังคำนึงถึง Health and Wellbeing ให้คนเลี้ยงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง ทั้งตู้เก็บของขนาดความลึกถึง 70 เซนติเมตร ให้ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไปได้และมีพื้นที่เก็บของมากขึ้น 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แม้กระทั่งแสงและสีในห้อง พวกเขาก็ให้ความสำคัญ ทั้งไฟที่เลือกค่าความสว่างใกล้ความจริงมากที่สุด ในตำแหน่งที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือบนเตียงที่สุด และสีที่เลือกมาแล้วว่าปลอดภัย ไม่ปล่อยสารระเหยหรือสารเคมีอันตรายใดๆ ออกมา

มีเครื่อง Fresh Air Fan เพื่อดึงอากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนเข้ามาภายในห้อง ทำให้เรานอนหลับได้ลึกและดีขึ้น ส่วนอีกเครื่องที่คล้ายกันแต่อยู่ในห้องนั่งเล่น คือ ERV เครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ที่จะช่วยให้อากาศในห้องที่มีสัตว์เลี้ยงถ่ายเทอยู่เสมอ และช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ให้ทั้งคนและสัตว์อยู่ในสภาวะสบายที่สุดแบบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยให้ทาสอย่างเราๆ ประหยัดค่าไฟได้เพราะเครื่อง ERV ช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอกได้ประมาณ 3 องศา และใช้แอร์แบบฝังฝ้าที่เป็นระบบน้ำเย็น จึงทำให้ไม่มีคอมเพรซเซอร์แอร์อยู่ตรงระเบียง จึงทำให้ไม่มีลมร้อนมารบกวน ก็ช่วยให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ใช้ระเบียงได้อย่างเต็มที่ 

วันไหนไฟดับก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีไฟสำรองใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง 

ทั้งหมดนี้ ทีมออกแบบเล่าให้ฟังว่าแต่ละห้องของ Petopia ถูกคิดอย่างถี่ถ้วนมาตั้งแต่ต้น รวมถึงพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ อย่างจริงจัง และตั้งใจแก้สารพัดข้อกังวลใจของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

กติกาการอยู่ร่วมกัน 

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลากกระเป๋าพาเหล่าสัตว์เลี้ยงมาอยู่ ก็อาจต้องหมายเหตุกฎกติกาการอยู่ร่วมกันเอาไว้สักนิด ว่าถึงแม้จะเข้านอกออกในได้ทั่วทั้งตึก แต่สระว่ายน้ำและฟิตเนสอาจต้องงดเว้นเอาไว้เพื่อสุขอนามัย

แล้วเราจะพาสัตว์อะไรมาเลี้ยงได้บ้าง สัตว์แปลกๆ เข้าอยู่ได้ไหม ทางทีมงานก็รีบคลายข้อสงสัยให้ว่า อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ทำร้ายคน หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นและเพื่อนบ้าน นำมาเลี้ยงได้ น้องสุนัขบางพันธุ์ที่ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษอาจไม่ได้รับอนุญาต หากเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ก็ต้องมาคุยกับทางทีมงานเป็นกรณีไป และอาจมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักตัวและจำนวนของสัตว์เลี้ยงเพิ่มด้วย ว่าต้องไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อตัวเมื่อโตเต็มวัย ในห้องขนาดไม่เกิน 50 ตารางเมตรเลี้ยงสัตว์ได้ 2 ตัว ขนาด 50 – 90 ตารางเมตรได้ไม่เกิน 3 ตัว และ 90 ตารางเมตรขึ้นไปเลี้ยงได้สูงสุด 4 ตัว รวมถึงเจ้าตูบ เจ้าเหมียว และบรรดาสัตว์เลี้ยง ต้องผ่านการฝึกกับผู้เชี่ยวชาญของโครงการประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้คุ้นชินกับสถานที่และอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ได้ 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

นอกจากนี้ ยังมีอาคารเพื่อนบ้านอีก 2 อาคาร อย่าง Destinia & Mytopia สำหรับคนโสด คู่รัก หรือครอบครัวเล็กๆ ที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัว ซึ่งทางทีมออกแบบก็คิดมาอย่างดีว่า ทำยังไงให้ตึกที่มีเหล่าน้องๆ แสนรักก็จะไม่มารบกวนตึกข้างเคียง

ในโครงการยังมีความพิเศษอีกมากมาย ที่เหล่าคนรักสัตว์เลี้ยงคงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ก็อาจพอทำให้เราเข้าใจแล้ว ว่ายังมีที่อยู่อาศัยที่เห็นถึงความสำคัญของคุณภาพทุกชีวิต แถมยังเป็นแห่งแรกๆ ที่เราพบว่าทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อทั้งคน สัตว์เลี้ยง และเพื่อนบ้านคนรักสัตว์ด้วยกัน อยู่ร่วมกันอย่างดีและมีความสุข จนอยากชวนเข้าไปสัมผัสความตั้งใจของพวกเขา

โครงการ WHIZDOM THE FORESTIAS PETOPIA ที่อยู่อาศัย Pet Friendly เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมแบบส่วนตัวพร้อมเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดแล้วตั้งแต่วันนี้ นัดหมายเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ bit.ly/2Uwif6q โทร. 1265 หรือผ่านช่องทาง LINE OA : MQDC ที่ bit.ly/3xUA8KVt

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load