Neko no Hondana (Cat’s Bookshelf Tokyo) เป็นร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านศักดิ์สิทธิ์ของคนรักหนังสืออย่าง Jimbocho ในโตเกียว

ย่านนี้มีร้านหนังสือจำนวนมาก เป็นแหล่งหาหนังสือมือสองระดับแพลตินัมของญี่ปุ่น จะเรียกว่าแดนสวรรค์ของคนรักหนังสือแห่งสุดท้ายในญี่ปุ่นก็พูดได้เต็มปาก แต่ Neko no Hondana ไม่ใช่ร้านหนังสือมือสองทั่วไป ที่นี่เป็นร้านที่รวบรวมเจ้าของร้านหนังสือรายย่อย (มาก ๆ) ถึง 170 คนไว้ในพื้นที่ 1 คูหา ไม่เน้นการขายเพื่อผลกำไร แต่ให้ความสำคัญกับการได้พบกันโดยบังเอิญ และมีความฝันอยากจะช่วยเหลือแมวทุกตัวบนโลกใบนี้!

ในเว็บไซต์เขียนไว้ว่า ร้านนี้บริหารโดยเจ้าของผู้หลงใหลหนังสือ ภาพยนตร์ และแมว หลังได้พบและพูดคุยกับ Naofumi Higuchi และ Kumi Mizuno สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน ก็เข้าใจประโยคนั้นอย่างแจ่มแจ้ง ใครเล่าจะอธิบายร้านหนังสือที่เต็มไปด้วยกิมมิกทุกตารางนิ้วได้ดีไปกว่าสองคนนี้

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

แบ่งปันความเป็นเจ้าของร้านหนังสือ

Neko แปลว่า แมว Hondana แปลว่า ชั้นหนังสือ ชื่อร้านหมายถึงชั้นหนังสือของแมว ตรงตามชื่อร้านภาษาอังกฤษ Cat’s Bookshelf Tokyo เลย แต่มนุษย์อย่างพวกเราติดต่อขอเจ้านายเช่าพื้นที่นำหนังสือที่ชอบมาวางขายได้

ภายในร้านมีชั้นหนังสือเต็ม 3 ฝั่งผนัง แต่ละชั้นแบ่งเป็นช่องขนาด 30 x 35 เซนติเมตร รวมทั้งหมด 170 ช่องให้เลือกจับจองได้ตามใจ บางคนก็เลือกจากตำแหน่ง บางคนก็เลือกจากหมายเลขที่ถูกใจ ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน โดยทั่วไปผู้เช่าชั้นจะนำอะไรมาวางขายก็ได้ ทั้งหนังสือใหม่ หนังสือเก่า Zine โดจิน หนังสือพิมพ์เอง หรือดนตรีอย่างซีดี ดีวีดี แผ่นเสียง ขอเพียงแค่ไม่ใช่สิ่งที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย สื่อลามกอนาจาร หรือการเชื้อเชิญคนเข้าลัทธิ/ขายตรงต่าง ๆ

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

“เหตุผลที่เลือกทำช่องขนาดนี้ เพราะอยากให้วางหนังสือเล่มใหญ่ ๆ อย่างพวกหนังสือภาพได้ด้วยค่ะ ร้านหนังสือทั่วไปไม่ค่อยมีที่วางหนังสือพวกนี้ นอกจากสูงแล้วยังลึกด้วย เผื่อคนนำแผ่นเสียงมาวาง นี่ก็ยังรอคนนำแผ่นเสียงมาวางอยู่นะคะ” คุมิ เจ้าของร้านคนสวยอธิบายที่มาที่ไปพร้อมรอยยิ้ม

Neko no Hondana เพิ่งเปิดได้ 2 – 3 เดือน แต่มีคนมาจับจองพื้นที่แล้วมากมายแม้ไม่ได้โปรโมตล่วงหน้า อีกทั้งยังรวบรวมคนจากหลายวงการ เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัย คุณแม่บ้าน พนักงานบริษัท นักเต้น ผู้กำกับ ช่างภาพ นักวาดภาพประกอบ

“ก่อนเปิดร้านไม่ได้คิดว่าจะมีคนอยากเปิดร้านหนังสือเยอะขนาดนี้นะคะ แม้แต่คนรู้จักก็บอกว่าน่าสนใจ อยากลองเช่าชั้นดูบ้าง ส่วนตัวฉันชอบหนังสืออยู่แล้วเลยอยากเปิดมาโดยตลอด ตอนเปิดก็ไม่รู้เลยค่ะว่าจะเป็นยังไง แค่อยากลองดู” คุมิเล่า

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ
Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

“ในใบสมัครเช่าชั้น เรามีช่องให้เขียนแรงจูงใจในการสมัคร มีหลายคนเลยครับที่เขียนว่าอยากเปิดมานานแล้ว” นะโอะฟุมิเสริม

สิ่งที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ใช้เหมือนกัน มีเพียงป้ายชื่อร้านและใบบอกราคาที่มีน้องแมวโลโก้ร้านแสนน่ารัก นอกจากจะได้เลือกหนังสือมาวางขายตามใจชอบ เจ้าของร้านยังได้รับอิสระในการตกแต่งจัดวางหนังสือ และขอใช้โต๊ะไม้ใหญ่กลางร้านในการจัดซุ้มโปรโมตหนังสือได้ ที่สำคัญ ใครอยากทดลองเป็นผู้จัดการร้านหนังสือมาเฝ้าเองด้วย ก็ติดต่อทั้งสองได้เลย

Share Passion

ในเว็บไซต์เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า คนที่สนใจมาเช่าชั้นหนังสือ อย่าคาดหวังผลกำไรจะดีกว่า

Neko no Hondana เก็บค่าแรกเข้า 11,000 เยน และค่าเช่ารายเดือน 4,400 เยนซึ่งนับว่าเป็นมิตรมาก เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าต่อให้มีคนเช่าครบ 170 ช่อง จะได้ค่าเช่าร้านหรือยัง ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นคนรักหนังสือและเข้าใจฝันของคนแบบเดียวกัน เลยอยากสร้างโอกาสให้คนเหล่านั้นได้สัมผัสประสบการณ์และความสนุกในการเปิดร้านหนังสือของตัวเอง เช่น การตั้งชื่อ การเลือกหนังสือมาขาย การตกแต่งร้านและการโปรโมตกรุบกริบในโซเชียลมีเดีย

อาจจะเพราะแนวทางชัดเจนตั้งแต่แรก ที่นี่จึงรวบรวมคนหลายสไตล์ หลากความถนัดและความสนใจมาไว้ด้วยกัน แต่ละช่องมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และรวมหนังสือสุดแรร์ที่แสดงถึงความอินอันเข้มข้น

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

ตัวอย่างเช่น อาจารย์มหาวิทยาลัยซึ่งจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เลือกนำหนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์ ใบปลิว บุ๊กเลตของเทศกาลต่าง ๆ ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้มาขาย แล้วก็ยังมีนักเต้นทาสแมวชื่อดังผู้ผันตัวมากำกับหนัง นักวาดมีชื่อเสียงซึ่งร่วมงานกับหนังที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง อุลตร้าแมน, ก๊อตซิล่า รวมไปถึงทำโปสเตอร์ให้หนังฮอลลีวูดอย่าง Ready Player One นำหนังสือออกแบบและหนังสือสุดเท่ที่เพื่อนนักวิจัยของเขารวบรวมข้อมูลภาษาต่าง ๆ ในหนังและนิยายที่ไม่มีอยู่จริงมาทำเป็นสารานุกรมเล่มยักษ์ เขียนเอง พิมพ์เอง ไม่มีขายที่ไหน แรร์ในแรร์ ทำด้วยใจล้วน ๆ

“เล่มนี้เจ้าของไม่ได้อยากขายนะคะ แต่อยากเอามาให้คนอื่นได้รับรู้ว่ามีหนังสือแบบนี้อยู่ด้วยนะ” คุมิหัวเราะพลางเล่าเพิ่มเติมว่า ผู้เช่าชั้นที่นี่ต่างสมัครเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

“บางคนก็แค่อยากแชร์ความชอบของตัวเอง บางคนก็มาด้วยความตั้งใจที่ต่างออกไปเลย เช่น ช่องนี้เป็นหนังสือของศาสตราจาย์ด้านเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของมหาวิทยาลัยโตเกียว ตัวอาจารย์ท่านเสียไปแล้ว แต่ลูกสาวเห็นพ่อมีหนังสือเยอะ จึงเช่าช่องนี้แล้วนำหนังสือและของใช้บนโต๊ะทำงานของพ่อมาวาง เพราะอยากทำเหมือนคุณพ่อยังอยู่

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ
Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

คนมาเช่าชั้นที่นี่ไม่มีใครคิดเรื่องขายเพื่อเงินจริงจัง ไม่งั้นเลือกหนังสือที่ขายง่าย ๆ ก็ได้ ส่วนมากมองว่าที่นี่เป็นงานอดิเรก ทำเพื่อความสนุกมากกว่าค่ะ”

แม้ตัวร้านและผู้เช่าชั้นจะแทบไม่แสวงหาผลกำไร แต่กำไรที่ได้จะถูกแบ่งไปสนับสนุนองค์กรดูแลแมวต่าง ๆ ด้วย เจ้าของร้านออกตัวตั้งแต่ในเว็บแล้วว่าเป็นทาสแมว จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นการตกแต่งด้วยแมวในรูปแบบต่าง ๆ เต็มไปหมด โลโก้เจ้าเหมียวขนฟูดูรักการอ่าน ก็ได้แบบมาจากเจ้านายของทั้งคู่ (ในร้านมีรูปตัวจริงให้ดูด้วยนะ) ลูกค้าหลายคนที่พลัดหลงเข้ามาในร้าน ก็คือทาสที่โดนตุ๊กตาน้องแมวกวักบนชั้นตกเข้ามา

“ฉันชอบแมวมาก จนอยากจะให้แมวทุกตัวบนโลกนี้มีความสุข นั่นก็เป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของการทำร้านนี้ค่ะ”

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

แบ่งปันการพบกันโดยบังเอิญ

ส่วนอีกจุดประสงค์หลักของการทำร้านนี้คือ การสร้างโอกาสให้คน หนังสือ และสิ่งของ ได้มาพบกันโดยบังเอิญ เพราะสมัยนี้คนส่วนมากซื้อหนังสือในอินเทอร์เน็ต ซึ่งลดโอกาสจะได้เจอหนังสือที่อาจจะชอบโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น หนังสือเล่มที่อยู่ข้าง ๆ กับเล่มที่ตั้งใจมาซื้อหรือเล่มอื่นบนชั้นที่บังเอิญสะดุดตา

“เสน่ห์ของร้านหนังสืออยู่ตรงนั้นนะครับ” นะโอฟุมิ ผู้เป็นทั้งเจ้าของร้าน ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Dentsu ผู้กำกับหนังและนักเขียนเริ่มเกริ่น

“ตามนั้นเลยค่ะ ถ้าซื้อในเว็บ เราจะได้เล่มนั้นเล่มเดียว แต่ถ้ามาที่ร้าน เจอเล่มอื่น ๆ เราอาจจะซื้อเล่มอื่นแทนก็ได้ การซื้อของที่ตัวเองต้องการ เราก็จะไม่ได้ก้าวข้ามตัวเอง สมมติเข้ามาเดินเล่น ๆ ที่นี่ อาจจะ อ๊ะ เล่มนี้ เดินไปอีกหน่อยอาจจะแบบ เอาเล่มนี้ดีกว่า การมาที่ร้านหนังสือเหมือนเราได้ทำความรู้จักตัวตนที่เราก็ยังไม่รู้จัก ฉันคิดว่าการได้พบเจอโดยบังเอิญเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยค่ะ ดังนั้นเลยอยากสร้างบรรยากาศแบบนั้นขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง”

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

นอกจากคนกับหนังสือแล้ว Neko no Hondana ยังอยากเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันด้วย เช่น ระหว่างผู้เช่าชั้น ลูกค้ากับผู้ขาย รวมไปถึงกับสองสามีภรรยาผู้ก่อตั้งด้วย

“เวลามีคนมาซื้อหนังสือ บางทีเขาจะถ่ายรูปอัปลงโซเชียล พร้อมแท็กเจ้าของร้านว่าซื้อเล่มนี้มา พวกเขาเลยได้รู้จัก คุยกันทางออนไลน์ หรือบางทีผู้เช่ามาดูชั้น เห็นของคนอื่น เอ้ย คนนี้ดูน่าสนใจ อยากลองอ่านหนังสือของคนนี้ ถ้าไม่มีที่นี่ คนเหล่านี้ก็คงไม่ได้มาเจอกัน ฉันอยากสร้างการพบเจอกันเยอะ ๆ ค่ะ” อดีตก๊อปปี้ไรเตอร์สาวเล่าด้วยสายตาเป็นประกาย

การพบเจอดูจะเป็นเรื่องสำคัญของร้านจริง ๆ แม้แต่คอนเซ็ปต์การเจอกันโดยบังเอิญครอบคลุมไปถึงการตกแต่งอินทีเรียของร้านด้วย!

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม
Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

“บรรยากาศของร้านนี้ก็สร้างจากการเจอกันของสิ่งของที่ไม่น่ามีทางมาเจอกันได้เลยในสมัยก่อน เช่น ไม้แกะสลัก ซึ่งใช้สำหรับตกแต่งวัดญี่ปุ่น เป็นของเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 160 ปี โต๊ะไม้ที่วางอยู่กลางร้านซึ่งเป็นของเก่าอายุ 100 ปีจากอังกฤษ แชนเดอเลียนี้อายุประมาณ 50 ปี ได้มาจากยุโรป สิ่งของจากต่างสถานที่และช่วงเวลาก็ได้มาเจอกันที่นี่โดยบังเอิญ เราไม่อยากให้ที่นี่เป็นแค่จุดที่คนกับสิ่งของมาเจอกัน อินทีเรียเลยทำตามธีมนั้นด้วย” คุมิพาชมร้านพลางเล่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างตั้งใจ

เมื่อถามเธอว่าทำไมใส่ใจกับเรื่องนี้ขนาดนี้ เธอหัวเราะร่าก่อนตอบว่า ถ้าเธอสนุก คนอื่นก็น่าจะสนุกเหมือนกัน

“การได้พบเจอโดยบังเอิญ เป็นต้นกำเนิดของการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตเรามากกว่าที่คิดนะคะ”

แบ่งปันความเหงา

คำถามสุดท้ายของวันนี้คือ ทำไมกล้าเปิดร้านหนังสือในช่วงที่โควิดก็ยังดูไม่มีวี่แววจะคลี่คลาย

คำตอบที่ได้เกินความคาดหมายของเราไปไกลนัก

พวกเขาบอกว่าร้านหนังสือเป็นสถานที่ที่เรียกว่ากำลังดี สำหรับคนที่อยากออกจากบ้านช่วงโควิด

“คนอยู่บ้านนาน ๆ ไม่ได้เจอคนก็อาจจะอยากออกจากบ้านบ้าง ร้านหนังสือเป็นจุดที่ความเสี่ยงน้อย แวะมานิด ๆ หน่อย ๆ ได้อย่างสบายใจ” นะโอฟุมิเริ่มเล่า

“ร้านหนังสือมีพื้นที่กว้าง ไม่ใช่สถานที่ที่คนจะมารวมตัวกันอย่างแออัด คนที่มาก็ต่างคนต่างเลือกเงียบ ๆ ค่ะ” ภรรยาคนสวยช่วยอธิบายเพิ่มเติม

“นอกจากนี้ร้านเราไม่เหมือนร้านอื่น เรามีคนมากมายมาเช่าชั้นขายหนังสือ หนังสือมีความหลากหลายกว่าร้านทั่วไปมาก เพราะความสนใจของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย เวลามีคนซื้อหนังสือของใคร ก็มักจะไปทักทายกันในทวิตเตอร์หรือโซเชียลอื่น ๆ ว่าอ่านแล้วนะ กลายเป็นได้เพื่อนใหม่ผ่านการพบเจออีกรูปแบบในช่วงโควิด สื่อสารกันได้ปลอดภัย

“พวกเราแค่ลองเปิดดู ปรากฏว่ามีคนได้ประโยชน์จากสิ่งนี้มากกว่าที่คิดก็ตกใจเหมือนกันครับ แต่ดีใจนะ” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันเป็นการปิดการสนทนาอย่างรื่นเริง

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

Neko no Hondana

ที่ตั้ง ​: 2 Chome-2-6 Nishikanda, Chiyoda City, Tokyo 101-0065 Japan​ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 14.30 – 19.30 น.

เว็บไซต์ : nekohon.tokyo

Instagram : catsbookshelftokyo

Writer & Photographer

Avatar

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load