Neko no Hondana (Cat’s Bookshelf Tokyo) เป็นร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านศักดิ์สิทธิ์ของคนรักหนังสืออย่าง Jimbocho ในโตเกียว

ย่านนี้มีร้านหนังสือจำนวนมาก เป็นแหล่งหาหนังสือมือสองระดับแพลตินัมของญี่ปุ่น จะเรียกว่าแดนสวรรค์ของคนรักหนังสือแห่งสุดท้ายในญี่ปุ่นก็พูดได้เต็มปาก แต่ Neko no Hondana ไม่ใช่ร้านหนังสือมือสองทั่วไป ที่นี่เป็นร้านที่รวบรวมเจ้าของร้านหนังสือรายย่อย (มาก ๆ) ถึง 170 คนไว้ในพื้นที่ 1 คูหา ไม่เน้นการขายเพื่อผลกำไร แต่ให้ความสำคัญกับการได้พบกันโดยบังเอิญ และมีความฝันอยากจะช่วยเหลือแมวทุกตัวบนโลกใบนี้!

ในเว็บไซต์เขียนไว้ว่า ร้านนี้บริหารโดยเจ้าของผู้หลงใหลหนังสือ ภาพยนตร์ และแมว หลังได้พบและพูดคุยกับ Naofumi Higuchi และ Kumi Mizuno สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน ก็เข้าใจประโยคนั้นอย่างแจ่มแจ้ง ใครเล่าจะอธิบายร้านหนังสือที่เต็มไปด้วยกิมมิกทุกตารางนิ้วได้ดีไปกว่าสองคนนี้

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

แบ่งปันความเป็นเจ้าของร้านหนังสือ

Neko แปลว่า แมว Hondana แปลว่า ชั้นหนังสือ ชื่อร้านหมายถึงชั้นหนังสือของแมว ตรงตามชื่อร้านภาษาอังกฤษ Cat’s Bookshelf Tokyo เลย แต่มนุษย์อย่างพวกเราติดต่อขอเจ้านายเช่าพื้นที่นำหนังสือที่ชอบมาวางขายได้

ภายในร้านมีชั้นหนังสือเต็ม 3 ฝั่งผนัง แต่ละชั้นแบ่งเป็นช่องขนาด 30 x 35 เซนติเมตร รวมทั้งหมด 170 ช่องให้เลือกจับจองได้ตามใจ บางคนก็เลือกจากตำแหน่ง บางคนก็เลือกจากหมายเลขที่ถูกใจ ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน โดยทั่วไปผู้เช่าชั้นจะนำอะไรมาวางขายก็ได้ ทั้งหนังสือใหม่ หนังสือเก่า Zine โดจิน หนังสือพิมพ์เอง หรือดนตรีอย่างซีดี ดีวีดี แผ่นเสียง ขอเพียงแค่ไม่ใช่สิ่งที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย สื่อลามกอนาจาร หรือการเชื้อเชิญคนเข้าลัทธิ/ขายตรงต่าง ๆ

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

“เหตุผลที่เลือกทำช่องขนาดนี้ เพราะอยากให้วางหนังสือเล่มใหญ่ ๆ อย่างพวกหนังสือภาพได้ด้วยค่ะ ร้านหนังสือทั่วไปไม่ค่อยมีที่วางหนังสือพวกนี้ นอกจากสูงแล้วยังลึกด้วย เผื่อคนนำแผ่นเสียงมาวาง นี่ก็ยังรอคนนำแผ่นเสียงมาวางอยู่นะคะ” คุมิ เจ้าของร้านคนสวยอธิบายที่มาที่ไปพร้อมรอยยิ้ม

Neko no Hondana เพิ่งเปิดได้ 2 – 3 เดือน แต่มีคนมาจับจองพื้นที่แล้วมากมายแม้ไม่ได้โปรโมตล่วงหน้า อีกทั้งยังรวบรวมคนจากหลายวงการ เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัย คุณแม่บ้าน พนักงานบริษัท นักเต้น ผู้กำกับ ช่างภาพ นักวาดภาพประกอบ

“ก่อนเปิดร้านไม่ได้คิดว่าจะมีคนอยากเปิดร้านหนังสือเยอะขนาดนี้นะคะ แม้แต่คนรู้จักก็บอกว่าน่าสนใจ อยากลองเช่าชั้นดูบ้าง ส่วนตัวฉันชอบหนังสืออยู่แล้วเลยอยากเปิดมาโดยตลอด ตอนเปิดก็ไม่รู้เลยค่ะว่าจะเป็นยังไง แค่อยากลองดู” คุมิเล่า

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ
Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

“ในใบสมัครเช่าชั้น เรามีช่องให้เขียนแรงจูงใจในการสมัคร มีหลายคนเลยครับที่เขียนว่าอยากเปิดมานานแล้ว” นะโอะฟุมิเสริม

สิ่งที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ใช้เหมือนกัน มีเพียงป้ายชื่อร้านและใบบอกราคาที่มีน้องแมวโลโก้ร้านแสนน่ารัก นอกจากจะได้เลือกหนังสือมาวางขายตามใจชอบ เจ้าของร้านยังได้รับอิสระในการตกแต่งจัดวางหนังสือ และขอใช้โต๊ะไม้ใหญ่กลางร้านในการจัดซุ้มโปรโมตหนังสือได้ ที่สำคัญ ใครอยากทดลองเป็นผู้จัดการร้านหนังสือมาเฝ้าเองด้วย ก็ติดต่อทั้งสองได้เลย

Share Passion

ในเว็บไซต์เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า คนที่สนใจมาเช่าชั้นหนังสือ อย่าคาดหวังผลกำไรจะดีกว่า

Neko no Hondana เก็บค่าแรกเข้า 11,000 เยน และค่าเช่ารายเดือน 4,400 เยนซึ่งนับว่าเป็นมิตรมาก เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าต่อให้มีคนเช่าครบ 170 ช่อง จะได้ค่าเช่าร้านหรือยัง ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นคนรักหนังสือและเข้าใจฝันของคนแบบเดียวกัน เลยอยากสร้างโอกาสให้คนเหล่านั้นได้สัมผัสประสบการณ์และความสนุกในการเปิดร้านหนังสือของตัวเอง เช่น การตั้งชื่อ การเลือกหนังสือมาขาย การตกแต่งร้านและการโปรโมตกรุบกริบในโซเชียลมีเดีย

อาจจะเพราะแนวทางชัดเจนตั้งแต่แรก ที่นี่จึงรวบรวมคนหลายสไตล์ หลากความถนัดและความสนใจมาไว้ด้วยกัน แต่ละช่องมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และรวมหนังสือสุดแรร์ที่แสดงถึงความอินอันเข้มข้น

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

ตัวอย่างเช่น อาจารย์มหาวิทยาลัยซึ่งจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เลือกนำหนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์ ใบปลิว บุ๊กเลตของเทศกาลต่าง ๆ ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้มาขาย แล้วก็ยังมีนักเต้นทาสแมวชื่อดังผู้ผันตัวมากำกับหนัง นักวาดมีชื่อเสียงซึ่งร่วมงานกับหนังที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง อุลตร้าแมน, ก๊อตซิล่า รวมไปถึงทำโปสเตอร์ให้หนังฮอลลีวูดอย่าง Ready Player One นำหนังสือออกแบบและหนังสือสุดเท่ที่เพื่อนนักวิจัยของเขารวบรวมข้อมูลภาษาต่าง ๆ ในหนังและนิยายที่ไม่มีอยู่จริงมาทำเป็นสารานุกรมเล่มยักษ์ เขียนเอง พิมพ์เอง ไม่มีขายที่ไหน แรร์ในแรร์ ทำด้วยใจล้วน ๆ

“เล่มนี้เจ้าของไม่ได้อยากขายนะคะ แต่อยากเอามาให้คนอื่นได้รับรู้ว่ามีหนังสือแบบนี้อยู่ด้วยนะ” คุมิหัวเราะพลางเล่าเพิ่มเติมว่า ผู้เช่าชั้นที่นี่ต่างสมัครเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

“บางคนก็แค่อยากแชร์ความชอบของตัวเอง บางคนก็มาด้วยความตั้งใจที่ต่างออกไปเลย เช่น ช่องนี้เป็นหนังสือของศาสตราจาย์ด้านเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของมหาวิทยาลัยโตเกียว ตัวอาจารย์ท่านเสียไปแล้ว แต่ลูกสาวเห็นพ่อมีหนังสือเยอะ จึงเช่าช่องนี้แล้วนำหนังสือและของใช้บนโต๊ะทำงานของพ่อมาวาง เพราะอยากทำเหมือนคุณพ่อยังอยู่

Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ
Neko no Hondana ร้านหนังสือมือสองในโตเกียวที่เปิดให้ลูกค้า 170 คนเช่าชั้นขายหนังสือ

คนมาเช่าชั้นที่นี่ไม่มีใครคิดเรื่องขายเพื่อเงินจริงจัง ไม่งั้นเลือกหนังสือที่ขายง่าย ๆ ก็ได้ ส่วนมากมองว่าที่นี่เป็นงานอดิเรก ทำเพื่อความสนุกมากกว่าค่ะ”

แม้ตัวร้านและผู้เช่าชั้นจะแทบไม่แสวงหาผลกำไร แต่กำไรที่ได้จะถูกแบ่งไปสนับสนุนองค์กรดูแลแมวต่าง ๆ ด้วย เจ้าของร้านออกตัวตั้งแต่ในเว็บแล้วว่าเป็นทาสแมว จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นการตกแต่งด้วยแมวในรูปแบบต่าง ๆ เต็มไปหมด โลโก้เจ้าเหมียวขนฟูดูรักการอ่าน ก็ได้แบบมาจากเจ้านายของทั้งคู่ (ในร้านมีรูปตัวจริงให้ดูด้วยนะ) ลูกค้าหลายคนที่พลัดหลงเข้ามาในร้าน ก็คือทาสที่โดนตุ๊กตาน้องแมวกวักบนชั้นตกเข้ามา

“ฉันชอบแมวมาก จนอยากจะให้แมวทุกตัวบนโลกนี้มีความสุข นั่นก็เป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของการทำร้านนี้ค่ะ”

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

แบ่งปันการพบกันโดยบังเอิญ

ส่วนอีกจุดประสงค์หลักของการทำร้านนี้คือ การสร้างโอกาสให้คน หนังสือ และสิ่งของ ได้มาพบกันโดยบังเอิญ เพราะสมัยนี้คนส่วนมากซื้อหนังสือในอินเทอร์เน็ต ซึ่งลดโอกาสจะได้เจอหนังสือที่อาจจะชอบโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น หนังสือเล่มที่อยู่ข้าง ๆ กับเล่มที่ตั้งใจมาซื้อหรือเล่มอื่นบนชั้นที่บังเอิญสะดุดตา

“เสน่ห์ของร้านหนังสืออยู่ตรงนั้นนะครับ” นะโอฟุมิ ผู้เป็นทั้งเจ้าของร้าน ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Dentsu ผู้กำกับหนังและนักเขียนเริ่มเกริ่น

“ตามนั้นเลยค่ะ ถ้าซื้อในเว็บ เราจะได้เล่มนั้นเล่มเดียว แต่ถ้ามาที่ร้าน เจอเล่มอื่น ๆ เราอาจจะซื้อเล่มอื่นแทนก็ได้ การซื้อของที่ตัวเองต้องการ เราก็จะไม่ได้ก้าวข้ามตัวเอง สมมติเข้ามาเดินเล่น ๆ ที่นี่ อาจจะ อ๊ะ เล่มนี้ เดินไปอีกหน่อยอาจจะแบบ เอาเล่มนี้ดีกว่า การมาที่ร้านหนังสือเหมือนเราได้ทำความรู้จักตัวตนที่เราก็ยังไม่รู้จัก ฉันคิดว่าการได้พบเจอโดยบังเอิญเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยค่ะ ดังนั้นเลยอยากสร้างบรรยากาศแบบนั้นขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง”

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

นอกจากคนกับหนังสือแล้ว Neko no Hondana ยังอยากเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันด้วย เช่น ระหว่างผู้เช่าชั้น ลูกค้ากับผู้ขาย รวมไปถึงกับสองสามีภรรยาผู้ก่อตั้งด้วย

“เวลามีคนมาซื้อหนังสือ บางทีเขาจะถ่ายรูปอัปลงโซเชียล พร้อมแท็กเจ้าของร้านว่าซื้อเล่มนี้มา พวกเขาเลยได้รู้จัก คุยกันทางออนไลน์ หรือบางทีผู้เช่ามาดูชั้น เห็นของคนอื่น เอ้ย คนนี้ดูน่าสนใจ อยากลองอ่านหนังสือของคนนี้ ถ้าไม่มีที่นี่ คนเหล่านี้ก็คงไม่ได้มาเจอกัน ฉันอยากสร้างการพบเจอกันเยอะ ๆ ค่ะ” อดีตก๊อปปี้ไรเตอร์สาวเล่าด้วยสายตาเป็นประกาย

การพบเจอดูจะเป็นเรื่องสำคัญของร้านจริง ๆ แม้แต่คอนเซ็ปต์การเจอกันโดยบังเอิญครอบคลุมไปถึงการตกแต่งอินทีเรียของร้านด้วย!

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม
Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

“บรรยากาศของร้านนี้ก็สร้างจากการเจอกันของสิ่งของที่ไม่น่ามีทางมาเจอกันได้เลยในสมัยก่อน เช่น ไม้แกะสลัก ซึ่งใช้สำหรับตกแต่งวัดญี่ปุ่น เป็นของเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 160 ปี โต๊ะไม้ที่วางอยู่กลางร้านซึ่งเป็นของเก่าอายุ 100 ปีจากอังกฤษ แชนเดอเลียนี้อายุประมาณ 50 ปี ได้มาจากยุโรป สิ่งของจากต่างสถานที่และช่วงเวลาก็ได้มาเจอกันที่นี่โดยบังเอิญ เราไม่อยากให้ที่นี่เป็นแค่จุดที่คนกับสิ่งของมาเจอกัน อินทีเรียเลยทำตามธีมนั้นด้วย” คุมิพาชมร้านพลางเล่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างตั้งใจ

เมื่อถามเธอว่าทำไมใส่ใจกับเรื่องนี้ขนาดนี้ เธอหัวเราะร่าก่อนตอบว่า ถ้าเธอสนุก คนอื่นก็น่าจะสนุกเหมือนกัน

“การได้พบเจอโดยบังเอิญ เป็นต้นกำเนิดของการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตเรามากกว่าที่คิดนะคะ”

แบ่งปันความเหงา

คำถามสุดท้ายของวันนี้คือ ทำไมกล้าเปิดร้านหนังสือในช่วงที่โควิดก็ยังดูไม่มีวี่แววจะคลี่คลาย

คำตอบที่ได้เกินความคาดหมายของเราไปไกลนัก

พวกเขาบอกว่าร้านหนังสือเป็นสถานที่ที่เรียกว่ากำลังดี สำหรับคนที่อยากออกจากบ้านช่วงโควิด

“คนอยู่บ้านนาน ๆ ไม่ได้เจอคนก็อาจจะอยากออกจากบ้านบ้าง ร้านหนังสือเป็นจุดที่ความเสี่ยงน้อย แวะมานิด ๆ หน่อย ๆ ได้อย่างสบายใจ” นะโอฟุมิเริ่มเล่า

“ร้านหนังสือมีพื้นที่กว้าง ไม่ใช่สถานที่ที่คนจะมารวมตัวกันอย่างแออัด คนที่มาก็ต่างคนต่างเลือกเงียบ ๆ ค่ะ” ภรรยาคนสวยช่วยอธิบายเพิ่มเติม

“นอกจากนี้ร้านเราไม่เหมือนร้านอื่น เรามีคนมากมายมาเช่าชั้นขายหนังสือ หนังสือมีความหลากหลายกว่าร้านทั่วไปมาก เพราะความสนใจของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย เวลามีคนซื้อหนังสือของใคร ก็มักจะไปทักทายกันในทวิตเตอร์หรือโซเชียลอื่น ๆ ว่าอ่านแล้วนะ กลายเป็นได้เพื่อนใหม่ผ่านการพบเจออีกรูปแบบในช่วงโควิด สื่อสารกันได้ปลอดภัย

“พวกเราแค่ลองเปิดดู ปรากฏว่ามีคนได้ประโยชน์จากสิ่งนี้มากกว่าที่คิดก็ตกใจเหมือนกันครับ แต่ดีใจนะ” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันเป็นการปิดการสนทนาอย่างรื่นเริง

Cat’s Bookshelf Tokyo ร้านหนังสือมือสองที่เปิดให้คนเช่าชั้นขายหนังสือ ซีดี แผ่นเสียง จนได้เพื่อนใหม่เป็นของแถม

Neko no Hondana

ที่ตั้ง ​: 2 Chome-2-6 Nishikanda, Chiyoda City, Tokyo 101-0065 Japan​ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 14.30 – 19.30 น.

เว็บไซต์ : nekohon.tokyo

Instagram : catsbookshelftokyo

Writer & Photographer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 พฤศจิกายน 2565
2 K

“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load