โสด หย่าร้าง ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก หรือลูกๆ แยกออกไปมีชีวิตครอบครัวของตัวเอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตบั้นปลายของคนไทยยุคปัจจุบันเริ่มเป็นภาพการอยู่อาศัยคนเดียว หรืออยู่กันเพียงคู่สามีภรรยา และเน้นการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น การรวมกลุ่มกันเป็นครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกหลายรุ่นอาศัยร่วมกันในบ้านหลังเดียวอาจลดน้อยลงเรื่อยๆ ต่างจากอดีต

ยิ่งเมื่อประกอบกับการก้าวเข้าสู่ ‘สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์’ ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยว่า ประเทศไทยเริ่มมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดอย่างเป็นทางการในปีนี้ และยังคาดการณ์อีกว่า ราว 10 ปีข้างหน้า เราจะก้าวสู่การเป็น ‘สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด’ คือมีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 28 ซึ่งหมายถึงเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น รวมถึงสมาชิกจำนวนมากกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยเกษียณในเวลาอันใกล้ เมื่อชีวิตบอกพวกเขาว่ามันอาจจะดีกว่า หากในเวลาบั้นปลายจะอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ที่อยู่อาศัยซึ่งจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายจึงสำคัญ และเป็นคำถามใหญ่ที่แม้แต่คนเพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงานก็อาจต้องคิดตั้งแต่เนิ่นๆ

NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’

NAYA Residence (นายา เรสซิเดนซ์) เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามสำคัญดังว่า โดยมี อรฤดี ณ ระนอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด ผู้มีประสบการณ์พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มาทุกรูปแบบ และ แพทย์หญิงนาฏ ฟองสมุทร ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงวัย ที่ปรึกษาโครงการที่พักอาศัยผู้สูงวัยของสภากาชาดไทย เป็นผู้ริเริ่มและดูแลโครงการในนาม บริษัท ลิฟเวล ลิฟวิ่ง จำกัด

ทั้งหมดคือความน่าสนใจของบ้านหลังใหญ่นี้ ที่ตัั้งใจเป็นโครงการจุดประกายให้เห็นทางเลือกการใช้ชีวิตบั้นปลายของคน ซึ่งทั้งคู่ให้นิยามว่า ‘วัยอิสระ’ แม้จะตัวคนเดียว แต่ก็มีชีวิตอย่างมีคุณภาพได้ ในที่ที่ทั้งปลอดภัย ไม่เปล่าเปลี่ยว และออกแบบมาเพื่อคนวัยนี้อย่างแท้จริง

โดดเดี่ยว ไม่เดียวดาย

“วัยอิสระ คือวัยที่เรามีประสบการณ์ในชีวิต ทั้งในแง่ของการทำงาน ชีวิตครอบครัว ประสบการณ์ทุกอย่าง พอถึงเวลาที่เราจะมีอิสระจากภาระผูกพันทั้งการงาน ลูกก็โตหมดแล้ว มันเป็นความคิดว่า เออ เราน่าจะมาใช้ชีวิตอิสระ ทำสิ่งที่ไม่เคยได้ทำในวัยนี้”

อรฤดี ณ ระนอง ผู้พัฒนาโครงการเล่าถึงแนวคิดการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคนวัยเกษียณ ที่ไม่ใช่สถานที่อันเงียบเหงา หรือเศร้าสร้อยเหมือนสถานพยาบาล แต่จะเป็นที่ที่มีชีวิตชีวาด้วยการพบปะกันของผู้คน และมอบชีวิตคุณภาพในวัยที่ไม่ต้องรับภาระอื่นใดอีก

NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’

“เมื่อมีชีวิตอิสระ ต้องรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าด้วย โดยทุกวันมีเป้าหมายว่าตื่นขึ้นมาทำอะไร เพื่อใคร หรือทำประโยชน์อะไรให้กับคนรอบข้าง” แพทย์หญิงนาฏ ฟองสมุทร หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อหมอนาฏอธิบายเสริม ก่อนกล่าวถึงนิยามการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนวัยนี้อย่างเห็นภาพไว้ 3 ข้อ

“อันแรกคือ เขาพึ่งพาตัวเองได้ หมายความว่าเขามีสุขภาพกายที่แข็งแรง ดูแลตัวเองทำกิจวัตรประจำวัน ทำธุระอะไรต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

“ต่อมาคือมีสุขภาพกระเป๋าที่ดี มีสุขภาพทางเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาตัวเองได้ มีเงินทองใช้เพียงพอ เพราะฉะนั้น การมาอยู่ในสังคมของ NAYA Residence จะเป็นการ Downsize หรือลดขนาดชีวิตลง ลดภาระของตัวเองจากการดูแลบ้านหลังใหญ่ๆ มาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อาจจะมีขนาดเล็กลง แต่ลดความน่ากังวลเรื่องค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงต่างๆ เป็นการลดภาระทางด้านการเงิน ทำให้มีเงินเพียงพอเพื่อดูแลชีวิตอย่างยืนยาว

NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’
NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’

“และอีกอย่าง หลังจากเกษียณแล้ว ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาเรื่องความเหงา เนื่องจากไม่ได้ไปงานสังคม หรือไม่ได้ทำงานแล้ว ‘Loneliness is the Disease of the Age’ ความเหงาเองก็เป็นโรคของผู้สูงวัยด้วย เราพบว่าผู้สูงอายุที่แยกตัวขาดจากสังคมและขาดปฏิสัมพันธ์ต่างๆ สมองจะซึมค่อนข้างเร็ว ฉะนั้น ในการบำรุงรักษาฟังก์ชันของสมองให้ดีในระยะยาวจะต้องมีสองสิ่งนี้ การจัดชุมชนขึ้นก็จะทำให้ผู้สูงวัยได้มีกิจกรรม ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งในส่วนของสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางสมองด้วย”

NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’

ตึกเก่าแต่ไม่แก่

‘นายา’ เป็นคำสันสกฤต แปลว่า ปัญญา ความรู้ สิ่งที่คงอยู่อย่างมีจุดมุ่งหมาย 

การสร้างชุมชนคุณภาพอย่างที่ทั้งสองตั้งใจ จึงมุ่งถึงการมองปัญหาที่อยู่อาศัยเดิมของผู้คนก่อนก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ โดยในวัยหนุ่มสาวใช้ชีวิตได้อย่างไม่เป็นอุปสรรค แต่เมื่อสภาพร่างกายถดถอยแล้ว บันไดที่ทำให้สะดุดล้มแม้เพียงขั้นเดียว ก็อาจเปลี่ยนชีวิตของผู้สูงอายุไปได้ 

การออกแบบทั้งหมดของ NAYA Residence จึงเป็น Universal Design หลีกเลี่ยงการสร้างอุปสรรคในการเดินของผู้สูงอายุต่างๆ รวมถึงรองรับว่า การใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ จะใช้ชีวิตได้เสมือนใกล้เคียงปกติ

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก
โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก
โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

NAYA Residence เกิดจากการเข้าปรับปรุง Riverine Village โครงการคอนโดมิเนียมสูง 27 ชั้น 3 อาคาร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเลชายขอบจังหวัดนนทบุรีเชื่อมต่อกรุงเทพมหานคร

โดยหลักๆ แล้วเป็นการนำพื้นที่ 1 จาก 3 ตึกของโครงการทั้งหมดมาปรับปรุงห้องพักผู้สูงวัย จำนวน 70 ยูนิตบนพื้นที่ 7 ชั้น แล้วปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งสวนกลางแจ้ง สระว่ายน้ำ รวมถึงอาคารสปอร์ตคลับเดิมให้เป็นส่วนใช้สอย เพื่ออำนวยความสะดวกใหม่ๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านทำผม ห้องประชุม และพื้นที่กิจกรรมสำหรับการออกกำลังกาย ที่ลูกบ้านทุกคนทั้งใน NAYA และ Riverine เดิมมาใช้บริการร่วมกันได้

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก
โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก
โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

อรฤดีเล่าให้ฟังถึงโอกาสจากการนำอาคารที่มีอยู่เดิมมาใช้ปรับเป็นโครงการใหม่ เพื่อสนองลูกค้ากลุ่มใหม่ว่า ทั้งทำเลและความโชคดีที่เดิมอาคารนี้มีห้องขนาดใหญ่อยู่แล้ว จึงทำเพียงทุบผนังเพื่อปรับปรุงห้องให้กว้างขวาง อยู่สบายมากขึ้น โดยเชื่อมต่อห้องนั่งเล่นและครัวด้วยกันเพื่อเพิ่มความโปร่ง วัสดุปูพื้นที่เลือกใช้เป็นวัสดุลดการบาดเจ็บถ้าเกิดหกล้ม และทุบประตูเก่าออกหมด พร้อมขยายขนาดเพื่อรองรับรถเข็นในอนาคต

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก
โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

NAYA Residence มีห้องพักให้เลือก 2 รูปแบบ แบบ 1 ห้องนอนมีขนาดตั้งแต่ 62 – 76 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอนมีขนาด 105 – 120 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าห้องพักในอาคารชุดอื่น โดยเฉพาะในกลุ่มที่เพิ่งสร้างใหม่

นอกจากข้อได้เปรียบด้านกายภาพ ศักยภาพของที่นี่ อยู่ที่ลูกบ้านเดิมของ Riverine อยู่อาศัยมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นกลุ่มที่พร้อมก้าวสู่วัยเกษียณจำนวนมากกว่าครึ่ง ทุกคนจึงคุ้นเคยกัน มีความเป็นชุมชนที่เข้าใจ และพร้อมรับกิจกรรมสำหรับวัยอิสระที่ทางโครงการออกแบบไว้

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

ที่ขาดไม่ได้สำหรับคนสูงวัย คืองานบริการด้านสุขภาพ ที่นี่มีพยาบาลเป็น Registered Nurse หรือเป็นทีมพยาบาลประจำการตลอด 24 ชั่วโมง

“ทุกๆ ห้องใน NAYA Residence จะติดอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีของ ‘SCG DoCare’ ซึ่งแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้จากอุปกรณ์ แล้ว DoCare เองก็ตรวจจับการหกล้ม หรือการเข้าห้องน้ำนานเกินไป และแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังพยาบาลเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที” หมอนาฏอธิบายถึงสิ่งสำคัญที่มอบให้ผู้อยู่อาศัยในยามฉุกเฉิน 

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก
โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

หมู่บ้านส่งเสริมสุขภาพ

เพราะได้กล่าวว่า ความปลอดภัยด้านสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญสุดสำหรับกลุ่มคนที่ร่างกายต้องได้รับการดูแล

นอกจากบริการด้านการป้องกัน ที่นี่จึงมีบริการด้านการส่งเสริม เช่น มีนักกายภาพบำบัดดูแลสภาพร่างกาย มีนักโภชนาการดูแลเรื่องอาหาร รวมถึงการมีพื้นที่ออกกำลังกายที่เหมาะกับช่วงวัย เช่น การออกกำลังกายในสระว่ายน้ำ หรือ Aqua Exercise ที่หมอนาฏเล่าว่ากำลังได้รับความสนใจ และเป็นแนวคิดการดูแลเรื่องสุขภาพที่เหนือกว่าการรักษา

“เพราะเราไม่ต้องการรอไปจนถึงตอนป่วยหรือตอนเกิดเหตุ ซึ่งมันเป็นแนวคิดด้านการแพทย์สมัยก่อน คือเป็น Medical Paradigm การรอจนเป็นโรคแล้วค่อยรักษา แต่ตอนนี้เราต้องการเป็น Wellness Paradigm การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันการเกิดโรค”

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก
NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’

แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นไปได้ด้วยการออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางของโครงการใหม่ โดยเฉพาะในสวน ที่เดิมเป็นพื้นทรายล้าง ในแง่ของการออกกำลังเดินหรือวิ่งเบาๆ มีความเสี่ยงบาดเจ็บ จึงไม่ค่อยถูกใช้งาน พวกเขาเปลี่ยนเป็นพื้นยางและติดไฟเพิ่ม พร้อมคำนึงถึง Universal Design

นี่เป็นอีกข้อของการออกแบบ NAYA Residence ที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญ จึงนำอุปกรณ์ส่งเสริมด้านสุขภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันมาติดตั้ง และยังรวมไปถึงห้องพักกับทุกๆ ส่วนของโครงการด้วย ซึ่งการทำเช่นนี้ สมาชิกที่ต้องการมาอยู่ใหม่ก็เบาใจได้ว่า เมื่อปลดเปลื้องภาระทั้งหลายเพื่อจะก้าวสู่วัยเกษียณแล้ว ที่นี่จะมอบคุณภาพของชีวิตอิสระได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’

ทางเลือกชีวิตคุณภาพในวัยอิสระ

“ในประเทศไทย ผู้สูงอายุโดยส่วนมากยังคงอยู่ในบ้านเดิม ส่วนใหญ่คงต้องปรับให้เหมาะสม แล้วก็ใช้งานได้สะดวกสบาย ปลอดภัย” หมอนาฏเกริ่นถึงความเป็นไปได้แบบต่างๆ ของชีวิตผู้คนในวัยเกษียณ

“สำหรับคนที่อยู่ในบ้านใหญ่ตัวคนเดียว รู้สึกว่าเป็นภาระทั้งการดูแลบ้าน ทั้งความปลอดภัย หรืออาจไม่มีคนช่วยเหลือเวลาจำเป็น นี่เป็นเลือกทางเลือกที่เรานำเสนอ คือการเป็น Senior Living เป็นชีวิตที่ Downsize หรือลดขนาดลงมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสังคมใหม่ อาจจะได้เพื่อนใหม่ รวมถึงมีน้องๆ พยาบาลผู้ดูแลให้มีความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย”

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

NAYA Residence เป็นรูปแบบให้เช่าในระยะยาว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการว่าจะเช่าเต็มที่ 30 ปีหรือน้อยกว่า แต่หากยังไม่แน่ใจ จะลองมาอยู่ก่อนในระยะไม่กี่เดือนก็ตกลงกับทางโครงการได้ และที่นี่ยังถือว่าเป็นรูปแบบชีวิตทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการมองหาอิสระในชีวิตหลังเกษียณ นั่นย่อมหมายถึงการละซึ่งสมบัติที่เคยถือครองมาในชีวิต และถือสัมภาระมาแต่พอควร สู่สถานที่ใหม่ที่ง่ายต่อการดูแลด้วย 

“สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนโสดหรือเป็นคู่สามีภรรยาที่ไม่มีลูก รวมถึงมีคู่ที่ลูกๆ แยกย้ายไปสร้างครอบครัวของตัวเอง โดยปัจจุบันสังคมเริ่มมองที่พักสำหรับผู้สูงอายุเปลี่ยนไป จากที่อาจเคยมองว่าเป็นการทอดทิ้ง แต่กลับกัน ผู้สูงวัยเองกลับเป็นผู้มองหาบ้านหลังสุดท้ายรูปแบบใหม่ที่จะมอบชีวิตเสรีให้พวกเขาได้สมบูรณ์กว่า” หมอนาฏผู้มีประสบการณ์เรื่องที่พักผู้สูงวัยอย่างยาวนาน เล่าให้ฟังถึงค่านิยมอันเปลี่ยนไปที่เธอสัมผัสได้ จนไม่รู้สึกว่าการมาอยู่บ้านพักคนชรา ทำให้ตัวเองด้อยหรือว่าถูกทอดทิ้ง

NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’
NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’

“หมอเริ่มทำงานกับผู้สูงอายุตั้งแต่สมัยที่ถ้าใครเข้ามาอยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุ มีตราบาปติดอยู่ที่หน้าผากเลยว่าถูกทอดทิ้ง แต่สังคมเปลี่ยนไปแล้ว สังคมได้รับการให้ความรู้ ให้ข้อมูลเรื่องทางเลือกในการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าลูกได้ตอบแทนเขา ได้มอบสิ่งที่ดีๆ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้ ในขณะเดียวกันลูกเองก็ไม่ได้ตัดสายใย ก็ยังเข้ามาดูแลกันอยู่เสมอ

“การที่เข้ามาทำงานตรงนี้ เรามาด้วยจุดมุ่งหมายที่พบว่าคนไทยอายุยืนขึ้น ในฐานะแพทย์ เราหวังว่าจะส่งเสริมให้ผู้สูงอายุอายุยืนอย่างมีคุณค่า มีสุขภาพดี แล้วก็ได้มีคุณภาพชีวิตดี”

NAYA Residence เปลี่ยนภาพบ้านพักคนชรา สู่ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิต ‘วัยอิสระ’
โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

จุดมุ่งหมายนี้ได้เป็นจริง ด้วยประสบการณ์ของนักพัฒนาโครงการอย่างอรฤดี ที่เล่าว่าตัวเองเป็นผู้หนึ่งซึ่งได้ก้าวเข้าสู่วัยอิสระแล้ว การพัฒนาโครงการนี้ นอกจากเป็นการริเริ่มโครงการรูปแบบใหม่ที่ตัวเองไม่เคยทำ ส่วนหนึ่งก็มาจากแรงผลักดันและความปรารถนาส่วนตัว ว่าต้องการเห็นที่อยู่อาศัยคุณภาพของผู้สูงวัยมีมากขึ้นในประเทศไทย และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นความท้าทายของบทบาทนักพัฒนาโครงการเอกชน นำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้

“เรามีความเชื่อตรงนี้ อาจเพราะเป็นวัยอิสระรุ่นใหม่ พอได้ส่งตัว NAYA Residence ไปให้คนรุ่นเราประมาณหกสิบต้นๆ ดู ทุกคนจะบอกว่าน่าสนใจมาก อยากจะย้ายไปอยู่ จะได้ไม่เป็นภาระใคร” ผู้พัฒนาโครงการวัยเก๋า เผยวิธีเก็บฟีดแบ็กจากวัยใกล้ตัวให้ฟัง ก่อนเสริมว่า นี่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับภาคเอกชนที่สนใจ อยากจะเข้ามาทำโครงการบ้านพักผู้สูงวัย 

“เป็นเรื่องที่ต้องปรับความคิด เราทำงานบริษัทเอกชน ด้วยความที่เคยทำแต่บ้านและคอนโดฯ ขาย ก็มีโมเดลการทำธุรกิจเรื่อง Maximize Profit หรือการทำกำไรสูงสุด แต่พอเรามาเจอบ้านพักผู้สูงวัย มันไม่ใช่เป็นการขายแบบตรงไปตรงมา แต่กลายเป็นการเช่าซื้อระยะยาว เพราะฉะนั้น โมเดลธุรกิจจะต้องเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุดอย่างเดียว แต่ทำยังไงถึงจะยืดหยุ่นเพื่อลูกค้าเป็นหลัก 

“เรามองเห็นความยั่งยืนของธุรกิจ โดยต่อยอดจากการทำธุรกิจขายบ้านให้คนในวัยที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัว แล้วเราก็ได้ดูแลเขาไปจนกระทั่งวัยที่เขาเกษียณ พออายุมากขึ้น คุณขายบ้าน ออกจากโครงการที่เคยซื้อเรานะ แล้วก็ย้ายเข้ามาอยู่ตรงนี้ ครบวงจรของชีวิตของมนุษย์ที่เราตอบโจทย์ได้ตั้งแต่หนุ่มจนแก่”

โมเดลธุรกิจที่คิดอย่างถ้วนถี่ ด้วยประสบการณ์หลากหลายด้าน ไม่เพียงทำให้ได้ฐานลูกค้าระยะยาวต่อเนื่อง แต่ตอบโจทย์การวางแผนชีวิตทุกสเต็ปของผู้คนเป็นอย่างดี

โครงการบ้านที่ออกแบบเพื่อดูแลคนสูงวัยครบด้าน ให้คนสูงวัยอยากมาใช้ชีวิตอยู่อย่างยืนยาว และไม่เป็นตราบาปสำหรับลูก

Writer

Avatar

กรกฎ หลอดคำ

เขียนเรื่องบ้านและงานออกแบบเป็นงานประจำ สนใจเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมในงานสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ

Photographer

Avatar

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

รีสอร์ทสู่เรสสิเดนซ์

คอลัมน์หมู่บ้านคราวนี้ พามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เยือน ‘Veranda Pool Villas hua hin – cha am’ โครงการบ้านพักตากอากาศแบบพูลวิลล่าติดกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ ซึ่งตั้งใจทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้น โดย คุณบุ๊ค-คุณวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ และการขยับขยายธุรกิจจากโรงแรม-รีสอร์ทสู่ที่พักอาศัยแบรนด์วีรันดา  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

“ตอนแรกรีสอร์ทของเราเปิดที่หัวหิน-ชะอำมากว่า 18 ปี ไม่มีส่วน Residence เพราะความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นมีไม่มากครับ มาเริ่มทำเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่ สร้างเป็น Residence ติดกับรีสอร์ท 20 ยูนิต”

การขยับไปทำที่พักอาศัยของวีรันดา จึงไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ซะทีเดียว แต่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมของหนึ่งในโรงแรม-รีสอร์ทดีไซน์ดีมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึง เมื่อมองหาการบริการแบบ 5 ดาว วิวสวย นอนสบาย หาที่พักง่าย เพราะกระจายอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน หรือ So/Bangkok ที่ได้วิวสวนลุมพินีใจกลางเมือง โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ จนอยากเปลี่ยนมาเป็นลูกบ้านก็มีไม่น้อย

บ้านพักตากอากาศที่ดีเป็นอย่างไร 

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ที่วีรันดากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของบ้านพักตากอากาศในย่านหัวหิน-ชะอำ เราเลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงหัวใจของบ้านพักตากอากาศที่ดีผ่านมุมมองเจ้าของโครงการ 

เขาบอกกับเราว่า ‘การทำวันหยุดให้มีคุณค่ามากขึ้น’ เป็นหัวใจสำคัญ

แต่จะทำด้วยวิธีไหน… ไปดูกัน

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญที่วีรันดาคิดว่าจะทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 – 4 ข้อ 

1. Location

โลเคชันสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับเวลา Veranda Pool Villas hua hin – cha am เลยเลือกที่ตั้งที่อยู่บริเวณรอยต่อของชะอำกับหัวหิน บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลักรถวิ่งได้สะดวก ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่นานก็ถึงที่พัก ทำให้วันหยุดเริ่มต้นได้เร็ว เมื่อเทียบกับโลเคชันอื่นที่ต้องขับรถลงใต้ไปจากตัวเมืองหัวหินอีกครึ่งชั่วโมง อย่างเขาเต่าหรือปราณบุรี

2. Early Check-in / Late Check-Out

อีกข้อดีของการมีบ้านพักตากอากาศ นอกจากการมีห้องพักแน่นอน ไม่ต้องจองล่วงหน้า และไม่โดนฟันราคาในช่วงวีกเอนด์แล้ว ยังมีเรื่องความยืดหยุ่นในการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ที่คุณบุ๊คมองว่าสำคัญ และได้เปรียบกว่าการพักโรงแรม รีสอร์ท เพราะเป็นอีกส่วนที่ช่วยยืดเวลาวันหยุดของเราให้ยาวนานขึ้น ออกจากกรุงเทพฯ ได้แต่เช้า เลี่ยงเวลารถติด พอมาถึงแล้วก็เข้าที่พักได้เลย ไม่ต้องรอเช็กอินหลังบ่าย 3 หรือตอนขากลับ ถ้ายังอยากละเลียดใช้เวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งได้อีกหน่อย ไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บข้าวของให้ทันก่อนเที่ยง

3. Service 

เนื่องจาก Pool Villa ใหม่นี้สร้างติดกับวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน-ชะอำ เจ้าของบ้านจะสามารถเข้าถึงการบริการมาตรฐานเดียวกับรีสอร์ท ทั้งบริการจากส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามาเซอร์วิสในที่พัก หรือการเข้าไปใช้บริการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม เช่น สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และเดินผ่านรีสอร์ทไปถึงหน้าหาดได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปนอกโครงการ นอกจากนั้นยังอยู่ในระยะที่สามารถใช้บริการจากภายนอก เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันอีกได้อีกด้วย 

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

4. Design

โครงการนี้เป็นพูลวิลล่า เพราะจากการสังเกตเทรนด์ท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะหลังที่เริ่มเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเลือกที่จะพักในบ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่ามากขึ้น เพราะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ต้องเข้าไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่ส่วนกลาง ที่นี่จึงมีวิลล่าเพียง 13 หลัง เพราะเน้น Optimum Return มากกว่า Maximum Return

โครงการนี้คุณบุ๊คลงไปเลือกที่ดินด้วยตัวเอง และพัฒนาแบบร่วมกับนักออกแบบมือดีที่ร่วมงานกันมาหลายโครงการ อย่างบริษัทสถาปนิกกรุงเทพ (OBA) รับหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรม และบริษัท August Design ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้น่าอยู่

“เขาเข้าใจว่าเราต้องการสร้างโปรดักต์แบบไหน อันที่ดูง่ายไป เขาก็จะทำให้มันดูยากขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ได้โครงการที่แตกต่าง ซึ่งเขาก็ได้เครดิตไปด้วยครับ” หัวเรือใหญ่ของวีรันดาเล่าถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์คู่ใจกลั้วเสียงหัวเราะ

บ้านพักทั้ง 13 หลังแบ่งเป็น Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 481 ตร.ม. และแบบ 5 ห้องนอน เพียง 1 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 756 ตร.ม. สำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งบริการและพื้นที่แบบพรีเมียม โดยแยกเป็น 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำ ระหว่าง Pool Villa 2 ห้องนอน ชั้นเดียวสูงโปร่ง และ Pool Villa แบบ 3 กับ 5 ห้องนอนซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าอีกด้วย  

“ส่วนของสระว่ายของ 3 ห้องนอน กับ 5 ห้องนอน เรายกขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะเคยเห็นหลายโครงการที่คนเดินผ่านหน้าสระแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัว พอเป็นวิลล่าที่แพงหน่อย เราเลยยกสระไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า นอกจากเพิ่มพื้นที่ด้านล่างแล้ว ด้านบนยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ด้วย ผมมองว่าลูกค้าน่าจะโหยหาพื้นที่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคอนโดมิเนียมปกติ ต่อให้เป็นห้อง Penthouse คุณก็ต้องไปเล่นสระรวมอยู่ดี แต่ที่นี่คุณได้สระส่วนตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา” 

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของวีรันดาหรือ?

“ไม่ถึงกับเคล็ดลับหรอกครับ แต่ผมมองว่าตอนเราตั้งโจทย์ เราต้องตั้งบนความแตกต่างที่เรามีและตอบโจทย์ลูกค้าได้ อย่างตอนนี้ลูกค้าชอบความ Instagramable ชอบมุมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราก็ต้องจัดหาให้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียพื้นที่บางส่วน ทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนต่อตารางเมตรสูงสุด อย่างเช่นการสร้างสระน้ำบนดาดฟ้า แทนที่จะสร้างบนพื้นเพราะค่าโครงสร้างถูกกว่า แต่พอลงทุนสร้างชั้นบนแล้วได้มุมแบบที่ที่อื่นไม่มี มันก็จะเป็นจุดเด่นของเราไปตลอด ซึ่งลูกค้าที่มาหรือใครที่จะลงทุนต่อจากเราก็จะแฮปปี้ นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มดีเทลอื่น เช่น ที่ชาร์จรถ EV ที่พยายามทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ด้วยครับ”

“เวลาพูดถึง 3 ห้องนอน คนอาจจะนึกถึงห้องขนาด 100 – 200 ตร.ม. แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ Pool Villa แบบ 3 ห้องนอน เราให้พื้นที่ 400 กว่าตารางเมตรเลย เพราะเราเน้นเทรนด์ที่มีหมู่เพื่อนหรือญาติเข้ามาใช้งานด้วย เขาอาจจะมาเล่นน้ำทำกิจกรรมในวิลล่าเราก็ได้ ส่วนห้องนอนที่ต้องเพิ่ม สามารถจองห้องพักในโรงแรมได้เลย เจ้าของบ้านประหยัดขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำวิลล่า 7 – 8 ห้องนอนไว้รับแขก มีแค่ 2 – 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวก็เพียงพอ” 

ชั้น 1 มีที่จอดรถได้ 2 คัน มีห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว และห้องนอนที่ตัวห้องน้ำออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ฝั่งข้างบ้านเป็นระเบียงที่นั่งเล่น รับลมแบบ Semi-outdoor ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ที่มองออกไปเป็นวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว และชั้นดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำกับ Pool Deck สำหรับนั่งพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ ซึ่งมองเห็นวิวได้กว้างขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากระดับอาคารที่สูงกว่า Pool Villa แบบ 2 ห้องนอนชั้นเดียว 

ส่วน Pool Villa แบบ 5 ห้องนอน จอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีจุดเด่นเป็นคอร์ตบริเวณกลางบ้าน มีช่องแสงเจาะทะลุลงมาจากสระว่ายน้ำ สร้างมิติแสงเงาน่าสนใจเปลี่ยนไปตลอดวัน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าว ความพิเศษของหลังนี้คือมีครัวไทยและห้องแม่บ้านให้กับลูกค้าด้วย เหมาะกับการยกพลมาพักผ่อนกันทั้งบ้าน และได้ทานอาหารรสมือที่คุ้นเคย ในขณะที่ฝั่งขวาประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน มีห้องน้ำซึ่งออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์

ส่วนชั้นสอง ห้อง Master Bedroom อยู่ฝั่งซ้าย มีจากุซซี่ที่ระเบียงไว้สำหรับแช่น้ำและดื่มด่ำกับวิวจากมุมสูง ในขณะที่พื้นที่ดาดฟ้าเข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ เป็นอีกความพิเศษที่โครงการเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อเปิดออกไปจะเห็นวิวกว้างของท้องฟ้าและธรรมชาติรอบ ๆ มีพื้นที่ Pool Deck ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ พร้อมสระน้ำ 2 แบบ คือ Shallow Pool ที่วาง Daybed ไว้สำหรับนอนเล่น อาบแดด รับลม และสระว่ายขนาดประมาณ 5 x 10 ม. ที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริง 

นอกจากความสะดวกในตัวบ้านพักแล้ว เจ้าของบ้านยังเข้าไปใช้พื้นที่ Recreation Space ที่อยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางเข้าของโรงแรมอีกด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fitness พื้นที่ Meeting ที่กั้นเป็นยูนิต เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวนั่งทำงานได้ พื้นที่นั่งเล่น เป็น Lifestyle Area ใช้ร่วมกันระหว่างโรงแรมและส่วน Pool Villa 

Facilities ที่โดดเด่นอันเป็นจุดขายของวีรันดา รีสอร์ท คือเรื่อง Branded Residence ทุกโครงการเรสซิเดนซ์จะเปิดติดกับรีสอร์ทเสมอ จากความตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่ซื้อโครงการได้รับบริการต่าง ๆ เสมือนมาพักรีสอร์ท รวมถึงเข้าถึง Facilities ของรีสอร์ทได้ ตั้งแต่อาหารเช้า รูมเซอร์วิส แม่บ้านทำความสะอาด ร้านอาหารภายในรีสอร์ท สปา ซึ่งการมาใช้เวลาพักผ่อนก็แทบไม่ต้องออกไปไหน จึงใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดได้มากขึ้น 

รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย ที่นี่มีทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการบริหารการปล่อยเช่าโครงการโดย วีรันดา รีสอร์ท ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาในวันที่ไม่ได้เข้าใช้บริการเองอีกด้วย  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต

5. คุณค่าในการส่งต่อ

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am สำหรับวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท 

“ราคาอาจจะดูสูงนะครับ แต่ลูกค้าจะได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าพูลวิลล่าทั่วไป เมื่อหารออกมา ตารางเมตรหนึ่งจะอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท หาได้ยากนะครับ อย่างคอนโดมิเนียมที่ราคาตารางเมตรละ 60,000 ไม่มีหรอกครับที่จะลงทุนตกแต่งและดีไซน์แบบนี้ อันนี้เป็นอีกมุมมองเรื่องความคุ้มค่านะครับ”

คุณบุ๊ครีบเสริมขึ้นมาทันทีที่เราตาโตกับราคาค่างวดของวิลล่าแต่ละแบบ เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเรื่องราคาต่อตารางเมตรแล้ว ยังมีความคุ้มค่าในแง่ที่พูลวิลล่าแห่งนี้ เป็น Property ที่อยู่ใน Branded Residence ตัวอาคารจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เพราะเมื่อที่พักติดกับโรงแรม ก็จะจูงใจให้เจ้าของดูแล เป็นหน้าเป็นตา ทำให้ส่วนกลางหรือตัวบ้านน่าไปอยู่เสมอ เมื่อผ่านเวลาไปราคาขายต่อก็จะมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

ปกติแล้วเจ้าของบ้านพักตากอากาศบางหลัง นอกจากจะใช้เองในวันพักผ่อนแล้ว ก็ยังปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Airbnb ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am มีอีกบริการเสริมเป็น Option สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าแต่ไม่ต้องการบริหารเอง โดยทีมของวีรันดาจะดูแลให้ทั้งหมดทั้งการติดต่อ การจัดการที่พักด้วยการบริการแบบ 5 ดาว เพราะนอกจากการซื้อเก็บเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เจ้าของยังสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการปล่อยเช่า ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ นำมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าบำรุงรักษาบ้านได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำช่วยทำให้วันหยุดของลูกค้ามีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน 

ภาพ : Veranda 

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Website : https://bit.ly/3gVH5aW 

สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร 092 354 5511 

Add LINE : https://line.me/R/ti/p/@024qgfee

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด

Writer

Avatar

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load