12 กุมภาพันธ์ 2561
21 K

เมื่อเราเลือกที่จะมีชีวิตในกรุงเทพฯ ความวุ่นวาย เหนื่อยล้า และรีบเร่ง จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปด้วยโดยปริยาย ยังโชคดีที่ในบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร มีสถานที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ‘โอเอซิสทางใจ’ ของคนเมืองซ่อนอยู่ ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือที่คนมักจะเรียกกันตามชื่อเล่นว่า ‘สวนโมกข์กรุงเทพ’ นั่นเอง

“เรากำหนดกันตั้งแต่เริ่มเลยนะครับว่ากลุ่มเป้าหมายเราคือคนที่ผ่านชีวิต ผ่านงานมาสักระยะหนึ่ง หรือยังไม่ผ่านแต่ตั้งคำถามกับชีวิต หรือเพราะสนใจพระพุทธศาสนา คืออยากได้อะไรบางอย่างไปใช้ในชีวิตเพื่อไม่ให้บ้า เพื่อไม่ให้เอาไม่อยู่ ผมใช้คำนี้ เพื่อไม่ให้เอาไม่อยู่ในโลกนี้ เพราะโลกนี้มันเอาไม่อยู่เยอะมาก เพราะฉะนั้น กลุ่มเป้าหมายของเรา พอเราโฟกัสกลุ่มเป้าหมายอย่างนั้นเสร็จนะครับ เราก็พัฒนานานากิจกรรมเพื่อ serve กลุ่มนี้”

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

นพ.บัญชา พงษ์พานิช ผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ บอกเราว่า ด้วยแนวคิดที่ไม่ยึดติดอยู่กับหลักการของสถานปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนาแบบเดิมๆ ทำให้จุดยืนของสวนโมกข์กรุงเทพนั้นมีความแตกต่าง เน้นการเข้าถึงผู้คนที่ต่างจริตต่างวัย โดยใช้หลักคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุเป็นสื่อหลัก

“ตลอดชีวิต 86 ปีของคนคนหนึ่งที่…พอโตถึงวัยบวชก็บวชตามประเพณี…แต่แล้ว บวชไปบวชมา เอนจอย! ท่านก็เรียนไปเรื่อยๆ ค้นไปเรื่อยๆ ทำงานไปเรื่อยๆ ทำให้ 86 ปีของท่านได้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อจนยูเนสโกบรรจุให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก มิหนำซ้ำ สิ่งที่ท่านคิด ท่านทำ ท่านจดไว้หมด แล้วเก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ ก็นำมาสู่หน้าที่เบื้องต้นของเราคือเก็บของพวกนี้ไว้ ก็คล้ายๆ มิวเซียมนะครับ แต่เนื่องจากว่าของเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ในวิชาสากล เขาบอกว่าอย่างนี้เรียกว่าจดหมายเหตุ เรียกว่าหอจดหมายเหตุ” 

อย่างไรก็ดีคุณหมอบัญชาได้เล่าว่าทีมผู้จัดตั้งเล็งเห็นว่านี่เป็นเรื่องเฉพาะทางมาก ต้องเป็นผู้สนใจธรรมะ และสนใจในระดับที่ต้องอยากอ่านเอกสารของพระซึ่งดู ‘น่าเบื่อ’ และไม่เชื้อเชิญสำหรับคนทั่วไป จึงเป็นที่มาของชื่อเล่นที่ดูเป็นมิตรอย่าง ‘สวนโมกข์กรุงเทพ’ ที่เรารู้จักกันดี และที่นี่พยายามจะเป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะ ทำให้คนรู้สึกว่าพวกเขามาใช้งานพื้นที่นี้ได้ตามอัธยาศัย 

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

“เรามีวัตถุประสงค์สามอย่าง อย่างที่หนึ่งก็คือ เก็บรักษาเอกสาร บันทึกเรื่องราว ข้อมูล ตลอดจนวัตถุสิ่งของที่เกี่ยวกับท่านอาจารย์พุทธทาสให้สมบูรณ์ที่สุด อย่างที่สอง เก็บแล้วมันก็อยู่ในคลัง เราต้อง transfer ออกมาเป็นดิจิทัล แล้วทำให้ผู้คนเข้าถึงทางออนไลน์ให้ได้มากที่สุด เรียกว่าไม่หวง คือไม่ได้เก็บไว้เป็นของมีค่าห้ามใครดู แต่เก็บไว้เพื่อรักษาไม่ให้เสียหาย ในขณะเดียวกัน ปล่อยให้คนได้เห็นอย่างกว้างขวาง และเมื่อ 8 – 9 ปีที่แล้วเราก็เริ่มมีแผนกที่สาม ที่เรียกว่าฝ่ายเผยแผ่ คือทำหน้าที่เอาของดีเหล่านี้มาพัฒนาเป็นกิจกรรม คือถ้าบอกให้มาอ่าน ก็ไม่มาอ่านใช่มั้ยครับ เราเลยออกเป็นกิจกรรมหลากหลายที่เราเรียกว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ …หรือ อ.พุทธทาส ใช้คำว่าโรงมหรสพทางวิญญาณนั่นเอง”

เมื่อเห็นว่าเราสนใจเรื่องการจัดกิจกรรมเป็นพิเศษ คุณหมอจึงอธิบายเพิ่มเติมให้เราฟังว่าสวนโมกข์กรุงเทพมีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อยู่สี่แนวด้วยกัน

“แนวที่หนึ่งคือ เรียนรู้เชิงทฤษฎี ก็มีกลุ่มท่องจำ กลุ่มทบทวน กลุ่มถก กลุ่มคุยกัน ในเชิงปริยัติ เช่น มีคลาสคุยกันเรื่องคู่มือมนุษย์ มนุษย์ต้องมีคู่มือ มีห้องเรียนว่าด้วยธรรมโฆษณ์อย่างจริงจังที่เน้นเรื่องในพระสูตร ในพระไตรปิฎก มีวงเสวนาว่าด้วยหนังสือเล่มไหนน่าอ่าน ไม่รู้จะเริ่มเล่มไหน เยอะจัง หรืออ่านแล้วหลับทุกที ก็มาหาเล่มที่มันถูกใจคุณก่อน…

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

ส่วนแนวที่สอง เราเรียกว่าเชิงปฏิบัติ ก็เพื่อให้ลงลึกเลย แต่หลายคนก็ไม่อยากไปลึก เรื่องลงลึกเนี่ย แน่นอน อ.พุทธทาส และพระพุทธเจ้าฝากอานาปานสติไว้ แต่หลายคนบอกว่าอานาปาฯ ยาก หลับทุกที (หัวเราะ) ไม่ก้าวหน้า สุดท้ายเราก็นิมนต์กลุ่มสายหลวงพ่อเทียนที่เน้นเคลื่อนไหว หรือภาวนาในรูปแบบเซน แนวชิลล์ๆ ตามแบบของหมู่บ้านพลัม หรือแม้กระทั่งแนวของ อ.โกเอ็นก้า ซึ่งเป็นที่นิยม เราก็เชิญมาทำ เพราะงั้นก็มีหลากหลายแนวให้คุณลอง แล้วถ้าชอบ คุณไปสิ ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ไปที่สวนโมกข์ก็ได้ ไปหนองป่าพงก็ได้ ไปกับหลวงพ่อเทียนก็มีหลายวัด หรือไปศูนย์ของ อ.โกเอ็นก้า ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ฯลฯ

แต่ถึงหลากหลายขนาดนี้บางคนก็ยังไม่ชอบอีก เราก็มีแนวที่สาม ก็คืออิงประเพณี เรามีตักบาตร เรามีวิสาขะ มีอาสาฬหะ มีมาฆะ มีปีใหม่ เพราะบางคนบอกว่าต้องหาโอกาสหาจังหวะมา แต่ธรรมดาไม่มา

และสุดท้ายแนวที่สี่ เราทำแบบชิลล์ๆ เลย ดูหนังหาแก่นธรรม เพลงภาวนา ก็มีกิจกรรมแบบเอนเตอร์เทนกันแบบ พระบางวัดก็ เอ๊ะ สวนโมกข์พาไปดูหนัง แล้วฟังเพลง แต่สุดท้ายเราก็เกิดหนังที่มีคุณค่ามาก  มีเพลงภาวนาเกิดขึ้น”

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ สวนโมกข์กรุงเทพ

จากกลุ่มผู้ใช้ที่ตอนแรกเป็นกลุ่มอายุ 50 – 60 ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้ของที่นี่กว้างขึ้นมาก อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปี มากันเป็นครอบครัว เป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทำงานในกรุง และนอกจากนี้ผู้ใช้ยังให้ความสนใจอย่างล้นหลามกับกิจกรรมสาย ‘ภาวนา’

“คนเมืองน่ะ กระฎุมพี ชนชั้นกลางน่ะ ชอบถกชอบเถียงใช่ไหม ชอบทฤษฎีใหม่ๆ มีคน view เยอะ แชร์เยอะ ใช่ไหม ปรากฏว่าไม่ใช่ ที่นี่ที่มาเยอะสุดเป็นงานภาวนา เราก็แปลกใจเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราจัดวงเสวนา คนมาแค่ 20 คน แต่ถ้านิมนต์พระมาแล้วมีการแสดงธรรมมีมาภาวนา 100 ขึ้น ถ้าเป็นงานประเพณีพิธีกรรม 300 – 400 จนถึง 1,000 นะ อันนั้นเพราะมันมีประเพณีพิธีกรรม แต่เราก็เอาเนื้อหาคอนเทนต์แล้วก็เอางานภาวนาเข้าไปแฝงด้วย…ขออีกสักตัวอย่างหนึ่งที่เราพบ เราจัดสวดมนต์ข้ามปี อย่าลืมว่าเราจัดก่อนที่มันจะเกิดกระแสใหญ่ในประเทศนี้นะ เราเป็นคนเริ่ม สุดท้ายเนี่ยหลายๆ ฝ่ายรู้ข่าวก็ เอ้ย เอาสิ เลยขยายใหญ่ แล้วเราก็แฮปปี้มากที่มัน viral ไปทั่วประเทศ…แต่แล้วเราตัดสินใจว่าเอาให้ลึกกว่านั้นไหม นั่งสมาธิกันมันทั้งคืนเลย ถือเนสัชชิกธุดงค์ ซึ่งยากมาก

สวนโมกข์กรุงเทพ สวนโมกข์กรุงเทพ สวนโมกข์กรุงเทพ สวนโมกข์กรุงเทพ

“พระพุทธเจ้าท่านทรงบอกไว้ว่าถ้าใครอยากปรารภความเพียร ลองฝืนสิ่งที่เคยทำ และมีข้อหนึ่งที่ว่าลองไม่เอนกายลงนอนตลอดคืน หลับก็ให้มันนั่งหลับ ยืนหลับ หรือเดินหลับ ก็ตามใจ แต่อย่าให้หลังลงไปแนบพื้น…ตอนแรกไม่ค่อยกล้า แต่สุดท้ายประกาศลอง แล้วตกลงกันนะ ผมตกลงกับท่านอาจารย์สิงห์ทอง บอกว่า อาจารย์ ไม่มีใครก็เราสองคนนะขอรับ ปรากฏว่านัดแรกอยู่กันเป็นร้อย หลังจากนั้น ทุกปีอยู่กันเป็นพัน! อยู่นั่งกันอย่างนี้ แล้วเป็นที่ตื่นเต้นมาก เนสัชชิกที่นี่ล่ะครับ ข้ามคืน เริ่มกันตั้งแต่ 5 – 6 โมงเย็น ทำวัตรเสร็จแล้วฟังธรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ข้ามปี ฟังธรรม จน 8 โมงเช้ากลับไป บางคนก็ไม่ต้องนอนอีกเลย บางคนก็ต้องไปงีบสักนิดก็แล้วแต่ แต่อันนี้ยืนยันว่างานเชิงลึกมีตลาด และจริงๆ แล้วชาวพุทธต้องเจอของอย่างนี้ เราทำแต่เรื่องผิวๆ ธรรมดา ก็เป็นแค่เปลือก กระพี้ ของพระพุทธศาสนา ไม่ถึงแก่น ไปไม่ถึงทรัพย์ที่อยู่ในขุม

เพราะฉะนั้น นี่ก็คือสิ่งที่เราพบว่างานเชิงภาวนาได้รับความนิยมสูง เป็นงานเชิงลึกอย่างจริงจัง ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น อาจจะด้วยสองสามเหตุ เหตุที่หนึ่งก็คือ ใครเขาไม่ค่อยทำ เพราะที่นี่ทำ คนก็เลยเยอะ เหตุที่สองก็คือ นอกจากใครไม่ทำแล้วเนี่ย สิ่งที่ทำมันเป็นของแท้ ทำให้คนเขาได้สัมผัส แล้วพบว่านี่แหละคือหัวใจ ก็เลยมากันแล้วบอกต่อ”

งานเชิงภาวนาที่คุณหมอพูดถึงนี้ยังถูกโยงขยายไปสู่รูปแบบกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย อาทิ การจัดดอกไม้ภาวนา ฟังเพลงภาวนา วาดรูปภาวนา ปลูกผักภาวนา หรือแม้กระทั่งปั่นไอติมภาวนาสำหรับครอบครัว ซึ่งทุกกิจกรรมล้วนกลับมาที่แก่นของ ‘การสร้างเนื้อหาที่ดี โยงเข้ากับทางธรรม และเจริญสติ’ ตลอดการปฏิบัติ

“มีเด็กกลุ่มหนึ่ง นี่หนุ่มสาวทั้งหมดเลย พวกนี้มานั่งมัดไม้กวาดกัน ถามว่าทำไม เขาบอกว่า คุณหมอ การกวาดสำหรับพระเนี่ยเป็นข้อวัตร การกวาดคือการเจริญสมาธิ ขณะเดียวกันก็ปัดกวาดสิ่งที่เป็นมลทินในใจออกไปด้วย คือกวาดหญ้าไปด้วยกวาดมลทินใจไปด้วย เพราะฉะนั้น พวกเราทำไม้กวาดเพื่อส่งไปถวายพระ ขณะทำก็เป็นสมาธิ ผมนั่งดู เฮ้ย คนหนุ่มคนสาวชอบมานั่งมัดไม้กวาดแล้วก็ส่ง อันนี้ผมต้องใช้คำว่ากิจกรรมเหลือเชื่อ เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นได้ทั้งหมดด้วยซ้ำ” คุณหมอกล่าว พลางชี้ให้เราอ่านตัวหนังสือที่อยู่บนเสื้อของท่าน

สวนโมกข์กรุงเทพ สวนโมกข์กรุงเทพ สวนโมกข์กรุงเทพ

“อย่างเสื้อตัวนี้ On Duty ธรรมะคือหน้าที่ อันนี้ไม่ใช่คำพุทธทาสนะครับ คำพระพุทธเจ้า เป็นคำดี ไม่ใช่คำพระพุทธเจ้าด้วย เป็นคำโบราณของคนอินเดีย คำว่า duty กับคำว่า ‘ธรรมะ’ (ทะ-ระ) ที่แปลว่า ทรงอยู่ รากศัพท์เดียวกันทั้งละตินและอินเดียแปลว่า ทรงอยู่ คือการทำเพื่อให้อยู่ได้ ทำเพื่อให้รอด ถ้าใครไม่ทำมันไม่รอด ลองไม่ทำหน้าที่สิ ใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้น กิจกรรมเราก็จะงอกไม่จบ อันไหนที่เราทำแล้วแป้ก คนน้อย เราก็ค่อยลด (หัวเราะ)”

สุดท้ายเราย้อนกลับมาคุยกันเรื่องของการจัดการสิ่งที่เป็นคอลเลกชันของที่นี่ นั่นก็คือ จดหมายเหตุท่านพุทธทาส ซึ่งกำลังถูกทยอยแกะความและสร้างเป็นเอกสารดิจิทัลอยู่ในขณะนี้อย่างน่าตื่นเต้น

“ตามหลักการแบบมิวเซียม มิวเซียมก็คือต้องเอาของทั้งหมดมาทำความสะอาดอนุรักษ์ใช่มั้ยครับ ปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม เสร็จแล้วเก็บรักษาให้ดี ทำฐานข้อมูลประกอบวัตถุแต่ละชิ้น แล้วชิ้นที่เหมาะที่ควรก็เอาไปจัดแสดงถาวร ที่อาจจะไม่เหมาะต่อการแสดงถาวรก็จัดแสดงพิเศษ

“ของเราตอนนี้ไม่ทำเฉพาะแค่เอกสาร เราเก็บวัตถุทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านอาจารย์ จริงๆ เราอยากจะเก็บสวนโมกข์ไชยามาใส่ไว้ด้วยทั้งสวนโมกข์เลย…ทั้งรูปภาพอีก มีวิดีโออีก มีเทปบันทึกเสียงแสดงธรรมของท่านอีก…

“ตอนนี้ก็ทยอยรับอาสาสมัครมาช่วยทำความสะอาดและทยอยซ่อมแซมแล้วทำทะเบียนที่ได้ digitize หรือ transfer มาเป็น digital format ไม่ว่าเอกสาร ไม่ว่าสิ่งของ ไม่ว่าเสียง ประมาณ 50% ออนไลน์แล้ว ส่วนที่เป็นเอกสารลายมือของ อ.พุทธทาส นั้นเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ส่วนที่เป็นสาระสังเขปน่าจะสัก 10% โดย 2 – 3 ปีนี้เราจะเร่งทำเรื่องนี้ ทั้งสิ่งพิมพ์ รวบรวมโสตทัศนจดหมายเหตุ เพราะฉะนั้น ถ้าใครสนใจอยากเป็นคนแรกที่ได้จับ ได้อ่าน ได้สรุป เพื่อให้คนอื่นได้อ่าน ก็เชิญมาเป็นอาสาสมัครกับเรา คุณจะได้สัมผัสกับของแท้ดั้งเดิม ไม่ใช่แค่ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลเท่านั้น” คุณหมอกล่าว

สวนโมกข์กรุงเทพ

ในอนาคตอันใกล้นี้ สวนโมกข์กรุงเทพยังคงมีโครงการที่จะพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ ทั้งห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งห้องหนังสือและสื่อธรรม ให้เป็น ‘Co ธรรมะ-working space’ หรือแหล่งชุมนุมของคนสนใจธรรม เพื่อมาพบปะแลกเปลี่ยนและทำงานธรรมกัน มีบรรยากาศที่คึกคัก รวมทั้งมีงานจดหมายเหตุออกมาบริการถึงที่ด้วย

คอลเลกชันที่ดูเผินๆ แล้วเฉพาะกลุ่มมากของที่นี่เพียงหยิบยกมาเชื่อมโยงอย่างสร้างสรรค์ ก็สามารถสร้างบรรยากาศให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ที่สนุกสนานและเป็นเหมือนโอเอซิสให้แก่สุขภาวะทางใจของผู้ใช้ได้อย่างมีพลัง นับเป็นอีกมิติหนึ่งของบทบาทพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ที่เราแอบหวังว่ามันจะพัฒนากระจายวงกว้างออกไปยังพิพิธภัณฑ์ต่างๆได้ไม่นานเกินรอ สาธุ

สวนโมกข์กรุงเทพ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
โทร. 02 936 2800
www.bia.or.th
เปิดทำการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.

Writer & Photographer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

ช่วงนี้เทรนด์ของการกลับมาใช้ผ้าไทยยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง มีนักออกแบบและศิลปินหลายคนหันมาสนใจพัฒนาศักยภาพของผ้าพื้นถิ่นให้เราได้ตื่นเต้นกับลุคใหม่ ๆ ที่ใส่ง่ายและร่วมสมัย หนึ่งในนั้นที่น่าจับตามองคือ คุณฐากร ถาวรโชติวงศ์ หรือ อาจารย์กร จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้กำลังมีนิทรรศการ Spiritual Eternity จัดแสดงผลงานกว่า 40 ชิ้นอย่างอลังการ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในอาคารไปรษณีย์กลาง งานนี้นอกจากนำเสนอผลงานแปลกตาจากไอเดียล้ำ ๆ ของคุณฐากรที่ได้คิดค้นร่วมกับผู้ประกอบการทั่วประเทศไทยแล้ว หากมองลึกลงไปในระหว่างวัสดุเส้นด้าย เรายังได้เรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณและความรักในเส้นทางสิ่งทอของนักออกแบบรุ่นใหม่คนนี้อีกด้วย 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

จุดเริ่มการเดินตามฝัน

หลังจากเปิดนิทรรการไปได้ไม่กี่วัน คุณฐากรสละเวลามาแนะนำงานและกระบวนการเบื้องหลังให้เราฟังอย่างเป็นกันเอง บทสนทนาของเราเริ่มขึ้นในห้วงเพลง Claire de Lune ที่เปิดซ้ำ ๆ ไปมาในแกลเลอรี่ โดยเขาบอกว่ามันเป็นเพลงที่เขาชอบฟังมากที่สุดขณะถักทอผ้าของตน

“ไม่รู้ว่าตอนนั้นเรามองมุมมองของศิลปินกับนักออกแบบผิดไปรึเปล่า แต่มันทำให้รู้สึกว่า เราอยากค้นหา มากกว่าอยากนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ” คุณฐากรเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ และเริ่มมีแรงขับที่จะสร้างผลงานของตัวเอง

“เราเลยเริ่มเดินสายประกวด TIFA (Thai Innovative Fashion Award) ปี 2016 ปรากฏว่าชนะ แล้วเป็นปีแรกที่ประกวดด้วยนะ ทำให้เรามั่นใจมาก ตัดสินใจออกจากงานเลย”

อย่างไรก็ดี เส้นทางในฝันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด “ตอนนั้นเราเอาผ้าที่ออกแบบไปทำกระเป๋า เลยคิดว่าจะทำแบรนด์กระเป๋าดีกว่า แต่ทำไปแล้วรู้สึกว่ามันทำอย่างยั่งยืนไม่ได้ หนึ่งคือเราไม่มีเงินที่หมุนพอจะสต็อก สองคือเราไม่ได้เป็นที่รู้จักขนาดนั้น ถึงแม้จะผ่านการประกวดมาแล้วก็ตาม ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ให้คนรู้จักเราเยอะกว่านี้ เลยเริ่มเดินหน้าเข้าวงการแสดงงาน ก็เริ่มที่ TCDC นี่แหละกับงาน Bangkok Design Week” 

คุณฐากรบอกว่า ต้องขอบคุณ TCDC ที่ให้โอกาส ทั้ง ๆ ที่เป็นการแสดงงานครั้งแรกของเขา เขาตัดสินใจจัดแสดงผ้าผืนเดียวที่ตนเองทอด้วยโครงสร้าง Interknit ที่คิดขึ้นมาเอง โดยผ้าผืนนั้นก็นำกลับมาจัดแสดงในโชว์นี้ด้วย 

“บอกเลยว่าเป็นผ้าที่ทำยากมาก แต่มันมาแค่ผืนเดียวไง ซึ่งคนดูก็คงชื่นชม แต่ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมอะไรมากมาย จากนั้นแรงขับเริ่มมาแล้ว เรากลับมาคิดว่า ทำไมเราทำขนาดนี้ คนยังไม่ตอบรับเท่าที่ควรนะ รู้สึกอยากเอาชนะ ปีต่อมาก็เลยทำอีก เป็นชิ้นใหญ่ 15 เมตร ทำไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดคนเริ่มให้ความสนใจ มีมหาวิทยาลัยชวนไปสอน เป็นอาจารย์พิเศษ สุดท้ายเป็นอาจารย์ประจำจวบจนทุกวันนี้” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

สไตล์ที่นิยามด้วยการทดลองไปเรื่อย ๆ

“กรว่างานกรประหลาด (หัวเราะ) ไม่ได้รู้สึกว่าความงามของเรางามแบบจับต้องได้เสียทีเดียวนะ คนต้องทำความรู้จักกับมันนิดห่นึง อาจจะเด่นที่วัสดุแปลก ๆ คนอาจจะนึกไม่ถึง (Exotic Materials) การจับนั่นผสมนี่… มันมาจากการชอบทดลอง” คุณฐากรเล่า เมื่อเราถามถึงการนิยามไสตล์หรือลักษณะจำเพาะของเขา

“การลองทำให้เราเริ่มรักงานตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ คือพอได้ลองเราก็ได้ใช้เวลาทำงาน รู้ตัวอีกทีเวลาก็หมดไปเป็นวัน ๆ เออทำไมเราอยู่กับมันได้นานขนาดนั้นนะ แสดงว่าเราคงมีความสุขในกระบวนการนี้ มันคงเป็นมิติทางจิตวิญญาณ เป็น Spiritual ของเราจริงๆ แหละ ถ้านึกย้อนไปตอนแรก ๆ ที่เราอยากใช้ชีวิตเป็นดีไซเนอร์ เราเคยตั้งคำถามว่าเราจะไปอยู่ตรงไหน คำตอบของการใช้ชีวิตคืออะไร 

“มันคือการมีชื่อเสียงหรือมีเงิน แต่พอได้ทำ มาเจอสิ่งที่เราอยู่กับมันได้นาน ๆ ทั้งวันทั้งคืน เราเลยคิดว่าอันนี้ละมั้งคือคำตอบของชีวิต ถ้ามันหมายถึงการค้นพบสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข เราคงได้ค้นพบสิ่งนั้นแล้วแหละในช่วงอายุนี้”

เขาบอกว่าแนวคิดนี้คือที่มาของชื่อนิทรรศการที่พูดถึงจิตวิญญาณและเวลาที่เป็นนิรันดร์ วางบริบทชวนให้ผู้เข้าชมได้ครุ่นคิดทบทวนการเดินทางและความหมายของชีวิต ผ่านแรงมือแรงใจในผ้าแต่ละผืนที่จัดแสดงในแกลเลอรี่

เมื่อเราถามว่าผ้าชุดไหนที่เขาใช้เวลาครุ่นคิดกับมันมากที่สุด คุณฐากรผายมือไปที่โซนด้านขวาของนิทรรศการ 

“โซนนี้คือทำเองหมดเลย” คุณฐากรยิ้มอย่างภูมิใจ เขาพาเราไปดูผ้า 2 ชิ้นที่ล้อกัน ชิ้นหนึ่งสร้างสรรค์จากเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีดำ แทรกด้วยเส้น Reflective Rainbow เหลือบรุ้ง อีกชิ้นสร้างสรรค์จากเส้นเอ็นใสแทรกด้วยเส้นพลาสติด Vinyl Hologram 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

“แรงบันดาลใจของเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะ อย่าง 2 ชิ้นนี้โจทย์คือ ต้องจัดแสดงในงาน อาจารย์ศิลป์ พีระศรี แล้วตอนนั้นกระแสการย้ายประเทศกำลังมา ตอนเราทำงานเลยตั้งคำถามว่า แล้วตรงไหนล่ะที่เราอยากจะไปอยู่ คิดไปคิดมาไปโผล่ Valhala หรือสุขาวดีในเทพปกรณัมนอร์ส เราเลยเอาไอเดียของคำว่าสุขาวดีหรือสวรรค์ในแต่ละศาสนามาทับซ้อนกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนที่คล้ายกันคือความเรืองรอง ความสุขแบบประเจิดประเจ้อ ก็เลยเอาตรงนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจเลือกวัสดุที่มีความเล่นกับแสงระยิบระยับ

 “เรารู้สึกว่าเราไม่อยากสร้างอะไรขึ้นมาคลุม แล้วทำทุกชิ้นให้มันเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าง 3 ชิ้นนี้มีแรงบันดาลใจจากซูเปอร์ฮีโรของมาร์เวล คือไปดูหนังเรื่อง Eternals แล้วชอบมาก เราตีความภาพลักษณ์ของตัวละคร Thena ออกมาเป็นชิ้นนี้ ถักด้วยคอตตอนสีครีมแทรกเส้นหนังเดียว PU สีเงิน ส่วนอันนั้นเป็น Scarlet Witch ใช้เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีแดง แทรกด้วยเส้นหนัง PU เหมือนกัน แต่เป็นสีแดง Hologram และเทปเลื่อมสีแดง”

ขณะที่เราตื่นตากับผ้าแต่ละชิ้น อดถามไม่ได้ว่าเขาใช้เวลาการถักนานไหม

“แต่ละอันใช้เวลาไม่เท่ากันนะครับ ซึ่งถ้ามีเวลาทำทั้งวันมันก็คงไม่นานขนาดนี้ แต่พอดีว่าเราเองก็มีงานประจำะ อันนี้เราเลยต้องกลับมาจากสอนเสร็จ ไปอาบน้ำ แล้วค่อยลงมานั่งกับเครื่องทอ ได้สักวันละ 10 – 20 เซนติเมตรบ้าง สะสมไปเรื่อย ๆ”

การพัฒนาองค์ความรู้จากท้องถิ่น

แน่นอนว่าเมื่อจัดงานที่ TCDC สิ่งที่ถูกชูโรงด้วย คือหนึ่งในพันธกิจขององค์กรด้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ และต่อยอดในธุรกิจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งโชว์นี้คุณฐากรบอกว่ามีผลงานจำนวนไม่น้อยที่เขาได้ร่วมพัฒนากับกลุ่มผู้ประกอบการจากเหนือจรดใต้ประเทศไทย

 “มันเกิดจากความสนใจของเราเองนี่แหละ เรารู้สึกว่าผ้าไหมไทย โดยรวมแล้วไม่มีความสดใหม่เท่าไร คือวิธีการเรายึดตั้งเดิมได้ แต่น่าจะมีภาพลักษณ์ (Visual) ใหม่ด้วย” 

คุณฐากรเล่าต่อไปว่า หนึ่งสิ่งสำคัญในการพัฒนางานกับทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว คือความกล้าที่จะแหวกแนวขนบและความเชื่อดั้งเดิม โปรเจกต์แรก ๆ ที่เขาเริ่มทำงานด้วย คือการพัฒนาผ้าไหมแต้มหมี่กับอำเภอชนบท บ้านหัวฝาย จังหวัดขอนแก่น 

“เราเริ่มคุยกับชุมชนนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ตอนเรียน ป.โท ตอนแรกคือติดต่อเขา ซื้อผ้ามาทำกระเป๋า ทำจ๊อบนั้นจ๊อบนี้ไปเรื่อย ๆ พอรู้จักกันนาน ๆ เข้า เริ่มมีการไว้เนื้อเชื่อใจ เรามาเป็นอาจารย์ด้วย เลยถามเขาไปว่า พี่ลองให้ผมออกแบบลายผ้าให้ดูไหม โดยลายแรก ๆ ที่ทำไปเป็นลายผีเสื้อ แรงบันดาลใจมาจากตอนที่เราไปลงพื้นที่ที่ขอนแก่น คุณแม่สุภาณี ภูแล่นกี่ เป็นปราชญ์ชาวบ้านและเป็นประธานกลุ่มทอผ้าไหมที่นั่น บอกเราว่าเขาซาบซึ้งในชีวิตของผีเสื้อนะ เพราะว่าหนอนไหมผีเสื้อเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชน ทำให้พวกเขามีงาน จากนั้นพวกมันก็ตายไป เลยเป็นเรื่องราวของความผูกพันระหว่าง 2 สปีชีส์ 

“เราเลยอยากทำคอลเลกชันผีเสื้อขึ้นมา อย่างไรก็ดี ตัวหนอนไหมไม่ได้มีลวดลายอะไร เราเลยตั้งคำถามว่ามีผีเสื้ออะไรอีกทีทำไหมได้และมีลวดลายสวยงาม เลยไปลงที่ผีเสื้อไหมอีรี่ ซึ่งเป็นผีเสื้อกลางคืน ปีกใหญ่หน่อย”

ตอนที่ทำออกมาแล้วเสร็จ คุณฐากรยอมรับว่าเป็นลายผ้าที่ประหลาดมาก แต่ปรากฏว่าขายดี มีผู้สนใจมากมาย รวมทั้ง คุณปันปัน นาคประเสริฐ ที่ซื้อเหมาไปเกือบหมด 

พอโปรเจกต์นั้นประสบความสำเร็จ หน่วยงานต่าง ๆ ก็เริ่มติดต่อมา โดยเฉพาะ CEA และ TCDC เชียงใหม่ ที่ช่วยประสานงานให้เจอกันในโครงการ Collaborative Project 2021 จนได้พัฒนาผ้าฝ้ายย้อมหินกับกลุ่มผ้าฝ้ายเชิงดอน อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

“งานเซ็ตนี้สนุกมาก เพราะผู้ประกอบการเปิดรับไอเดียของเรา” คุณฐากรเล่าอย่างภูมิใจ “อย่างชุดนี้เป็นลายยางกล้วย ตั้งต้นคือชุมชนนี้ย้อมสีผ้าจากหินโมคคัลลาน เป็นหินชนิดที่พบในบริเวณท้องถิ่นนั้นแหละ พวกเขาเอาหินไปบดให้เป็นผงสี มันโยงไปได้ถึงต้นกำเนิดศิลปะโบราณ เขาก็คงเอาความรู้นั้นมาทำเป็นเทคนิคย้อมผ้าด้วย ปรากฏว่าการย้อมในช่วงแรก ๆ สีติดไม่ค่อยดีเท่าไร เราก็เลยถามเขาว่าทำยังไงสีถึงติดดีขึ้นมาล่ะ เขาบอกว่าเขาหยอดยางกล้วยลงไป มันเลยจุดประกายให้เราว่า ยางกล้วยต้องมีคุณค่ากว่าการเป็น Mordant (สารช่วยการติดทนของสีบนผ้า) แล้ว

“เราใช้กล้วยดิบซึ่งมียางเยอะที่สุด เอาสีมาทาบนต้นกล้วยที่ถูกตัด สีก็จะติดกับกล้วย แล้วก็เอาไปปั๊มประทับลงบนผ้า แสตมป์ไปเรื่อย ๆ จนยางกล้วยหมดและสีจาง ก็ฝานกล้วยและทาสีลงใหม่ ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ อันข้าง ๆ เป็นต้นอ่อนกล้วย ตอนนี้เป็นลายลิขสิทธ์ของเขาไปเลย” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

ไอเดียใหม่ ๆ ที่ต้องงดงามและยั่งยืน

อีกไฮไลต์หนึ่งของนิทรรศการคือโซนผ้าบาติก จำนวนไม่น้อยในนี้ได้ร่วมพัฒนากับผู้ประกอบการไทยบาติก จังหวัดกระบี่ จากเป็นทุนวิจัยสำหรับบุคลากรของคณะมัณฑนศิลป์ 

“สิ่งที่อยากอธิบายเกี่ยวกับงานนี้คือ มันไม่ใช่วิจัยเพื่อพัฒนาลวดลาย แต่เกิดจากการตั้งคำถามว่า สิ่งที่เรากำลังช่วยผู้ประกอบการบาติกคืออะไร โดยคอนเซปต์แล้วบาติกเป็นเทคนิคการสร้างลาย ไม่ใช่เทคนิคการทอผ้าแบบอื่น ๆ เราเลยมีคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งทางรัฐไม่ได้ส่งดีไซเนอร์หรืออาจารย์ไปช่วยออกแบบลายกับคนในพื้นที่ แล้วพวกเขาจะเอาอะไรออกแบบลายใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองล่ะ นอกจากนี้ เวลาออกแบบลายให้เขา เขาก็จะใช้ได้แค่เจ้าเดียว เป็นลิขสิทธิ์ของเขา ไม่มีการต่อยอด เราเลยตัดสินใจไปพัฒนาเทคนิค และกระบวนการผลิตแทน แถมเราใช้แนวคิดความยั่งยืนมาครอบด้วย”

คุณฐากรชี้ให้เราดูผ้าหลาย ๆ ชิ้นที่เขาภูมิใจ “ชิ้นชื่อ Melt Osmosis หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ผ้าน้ำแข็ง มีจุดเริ่มมาจากการลงพื้นที่กับผู้ประกอบการ เราเห็นเขาใช้เทคนิค Osmosis คือเขาลงสีผ้าให้เปียกชุ่ม จากนั้นค่อยเอาโอเอซิสที่เขาใช้ปักดอกไม้ไปวางบนผ้า ตัวโอเอซิสที่เป็นโฟมก็จะดูดน้ำขึ้นมา สร้างลักษณะสีซึม ๆ บนผ้า แต่เรารู้สึกว่าโอเอซิสไม่ยั่งยืน มันเป็นโฟมที่ใช้แล้วทิ้ง เราเลยลองเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง พอลงสีแล้ววางน้ำแข็งให้มันละลาย สร้างความเจือจางเฉพาะจุดบนผ้าได้แทน ต้นทุนถูกกว่า ไม่เป็นพิษ ใช้ได้เลย” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

 “อีกชิ้นเป็นผ้ายืดลายเส้นเหมือนเกลียวคลื่น อันนี้ปกติเราจะไม่เห็นบาติกบนผ้ายืด เพราะลงสียาก เราพยายามหาคุณสมบัติของผ้ายืด คือผ้าจะฝืดและหนืด สีไหลช้า เขียนเทียนก็ยาก จะลงสีก็ยาก เราเลยลองใช้ Brushwork วาดลงผ้าไปเลย ติดบ้างไม่ติดบ้างเป็นเสน่ห์ไป และลดการใช้เทียนด้วย เพราะการที่ผู้ประกอบการอยู่กับเทียนนาน ๆ ก็ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ ส่วนผืนนี้ที่ใกล้ ๆ กัน ด้วยความผ้าที่มีความฝืด พอจับขยุมแล้วมันอยู่ตัว เราเลยเอาผงสีโรยแล้วเอาฟ็อกกี้ฉีด สีก็จะซึมเข้าหากัน กลายเป็นสีผสมแนวฟุ้ง ๆ ไม่เหมือนใคร”

ความท้าทายต่อไปคุณฐากรบอกว่า ผู้ประกอบการแม้ว่าจะเชื่อใจเราเต็มที่ ก็ต้องฝึกทดลองต่อด้วย ด้วยความที่แต่ละฝ่ายเรียนมาไม่เหมือนกัน ผู้ประกอบการแต่ละคนต้องฝึกหาองค์ประกอบที่ลงตัว หรือการเลือกสีที่ออกมาแล้วงดงามในมุมมองของผู้ซื้อด้วย เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่การทดลองจะออกมาสำเร็จลงตัวเสมอไป ชวนให้เราตั้งคำว่า คุณฐากรรับมืออย่างไรเมื่อไอเดียของเขาล้มเหลว

“ก็ทำใหม่” เขาหัวเราะ

“มันไม่สาแกใจก็ทำใหม่ ไปต่อ จนกว่าจะได้” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

จิตวิญญาณที่อยากส่งต่อ

งานอีกส่วนในนิทรรศการนั้น คุณฐากรบอกว่าได้แรงขับจากการทำงานเป็นอาจารย์

 “เราอยากทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อทดสอบความสามารถของเรา และเป็นโอกาสเผยแพร่ความรู้ด้วย” คุณฐากรเล่า “ที่จริงสิ่งที่เราภูมิใจมากในฐานะอาจารย์ คือบางชิ้นในนี้ทอโดยลูกศิษย์ เราภูมิใจเพราะรู้สึกว่าเขาเอาจากเราไปได้หมด แล้วเขาเก่งกว่าเรา”

จากช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้การเรียนการสอนต้องจัดในรูปแบบออนไลน์ วิชาที่คุณฐากรสอนมักเน้นการปฏิบัติเพื่อเกิดทักษะ ทำให้นักเรียนจำเป็นต้องจะส่งพัสดุมาให้ตรวจที่บ้าน เกิดเป็นซองพัสดุที่เหลือทิ้งจำนวนมาก อาจารย์กรคนเก่งเลยคิดไอเดีย ออกโจทย์สร้างผลงานจากวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ออกมางดงามอย่างไม่น่าเชื่อ งานส่วนนี้ถูกแสดงภายใต้ชื่อชุด From My Students

สุดท้ายก่อนจากกันเราถามคุณฐากรว่า เมื่อมองกลับไปในช่วงเวลานับสิบปีที่คลุกคลีอยู่กับสิ่งทอ เขาได้เรียนรู้อะไรจากเส้นทางของตัวเองมากที่สุด

“มาถึงจุดนี้ได้คือโคตรอดทน” คุณฐากรกล่าว

“เราไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมมากขนาดนั้น แต่พ่อแม่รักเรา เขาให้เราทำในสิ่งที่เราอยากจะทำมาตลอด แม้บางครั้งจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็ดื้อฝืนด้วยความมุมานะของเรา สุดท้ายมาถึงตรงนี้ เราก็ต้องอดทนกับความคาดหวังของครอบครัว ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรายืนหยัดกับสิ่งนี้ที่เราเลือกได้ เราต้องอดทนกับผู้ร่วมงานที่อาจจะไม่เข้าใจเรา อีกทั้งปัญหาอุปสรรค์ต่าง ๆ ร้อยแปดระหว่างทาง และที่สำคัญคืออดทนกับตัวเอง คือเราจะเอาแบบนี้ เราต้องเอาให้ได้” 

นอกจากความอดทนแล้ว เขายังอยากฝากข้อคิดเรื่องการพัฒนาต่อยอดโดยไม่ก็อปปี้ของเดิมด้วย 

“ไม่อยากฝากเรื่องฝีมือนะ เด็กสมัยนี้พัฒนาฝีมือได้รวดเร็วเพราะสื่อมันเยอะ กลายเป็นว่าอีกสิ่งที่อยากฝากคือ อย่าทำงานซ้ำ ถ้ามีคนทำแล้วอย่าไปทำซ้ำวนลูป ผู้ประกอบการทุกวันนี้เขาให้เราไปช่วยพัฒนา เราก็ไม่ควรไปทำสิ่งที่เขาทำได้อยู่แล้ว แค่ไปเปลี่ยนลายเปลี่ยนสี มันไม่ได้ยั่งยืน สำหรับกร เราควรให้ความรู้เขาด้วย ซึ่งเราก็ต้องกล้าทดลองก่อน และพอเราทดลองด้วยตัวเราเอง มันก็ไม่มีทางซ้ำใครอยู่แล้ว เวลาเอาไปถ่ายทอดต่อเขาก็ใช้ได้นาน ถ้ามันซ้ำ มันก็หากินได้ไม่นาน”

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

นิทรรศการ Spiritual Enternity โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ 

วันที่ 2 – 28 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 – 19.00 น. 

วันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) 

ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ TCDC กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2105 7400 #213, 214 หรือเว็บไซต์ www.tcdc.or.th

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load