ว่ากันว่าเมืองที่ดีในมุมมองของ ชาร์ล มอนต์โกเมอรี่ (Charles Montgomery) ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและผู้เขียนหนังสือ Happy City คือเมืองที่ช่วยสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างมนุษย์แบบไม่มีที่สิ้นสุด มีพื้นที่สาธารณะเป็นส่วนกลาง สามารถใช้งานร่วมกัน เช่นเดียวกับแนวคิดของ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกชุมชนผู้ก่อตั้ง CASE Studio ผู้ทำงานกับชุมชนมาแล้วมากมายทั่วประเทศไทย 

ปฐมาทำงานกับชุมชน เธอจึงรู้ดีว่าชุมชนที่แข็งแรง มีรากฐานมาจากความสัมพันธ์อันดีของผู้คน และ ‘พื้นที่’ ก็คือตัวแปรทางกายภาพที่จะช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์อันแข็งแรงให้ชุมชนนั้นๆ 

บนที่ดินมรดกย่านมีนบุรี ที่ตั้งของบ้านครอบครัวหรุ่นรักวิทย์ ปฐมาตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์เล็กๆ ชื่อ ‘มิโนะบุรี’ (Minoburi) ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่กิจกรรม และ Co-learning Space ของเด็กๆ และผู้คนในย่าน เพื่อเป็นทางเลือกให้คนได้ใช้ชีวิตนอกห้างสรรพสินค้าบ้าง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ความเจ๋งของมิโนะบุรีอยู่ที่การสร้างจากวัสดุรีไซเคิลเกือบทั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล่อง เสาระแนงสุขภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงประตู รวมถึงแนวคิดธุรกิจแบบเป็นศูนย์ คือรายรับและรายจ่ายของโครงการสมดุลเป็นศูนย์ ไม่ต้องมีกำไรมากมาย แค่พอให้โครงการดำเนินอยู่ได้อย่างยั่งยืนก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ ที่มิโนะบุรียังมีสวนเกษตรปลอดสารพิษ แต่ละวันปฐมาเก็บผลผลิตสดใหม่มาแบ่งขาย บางส่วนนำไปปรุงเป็นกับข้าวแสนอร่อย ขายในราคาย่อมเยาให้ชาวมินบุเรี่ยนได้มาจับจ่ายและร่วมสุขภาพดีไปด้วยกัน

ถ้าพร้อมแล้ว ตามเราไปเยี่ยมมิโนะบุรีกันเลย

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

01

มิโนะบุรี = มีนบุรี 

“มิโนะ เป็นชื่อเมืองที่อยู่ทางเหนือของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น มีที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองคล้ายมีนบุรี”

ปฐมากล่าวถึงที่มาของชื่อ ‘มิโนะบุรี’ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความสนิทสนมในแวดวงการออกแบบ ระหว่างเธอกับสถาปนิกสาวแดนอาทิตย์อุทัยที่เคยร่วมงานกันในวันวาน 

สายสัมพันธ์ระหว่างสาวแดนปลาดิบกับสาวแดนปลาตะเพียนย่านมีนบุรี ส่งผลให้ทั้งสองต้องเดินทางไปมาหาสู่ เพื่อพบปะกันอยู่เสมอ

มิโนะเป็นชุมชนตัวอย่าง มีพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับคนทุกวัย สอดคล้องกับแนวคิดของปฐมาที่ต้องการสร้างพื้นที่กิจกรรมให้กับทุกคนในชุมชน โครงการชื่อญี่ปุ่นแห่งนี้จึงเกิดขึ้น

คอมมูนิตี้ชุมชนย่านมีนบุรีมีแนวคิดริเริ่มจากการย้ายบ้านหรุ่นรักวิทย์ ของปฐมา เธอต้องการกำจัดเศษวัสดุต่างๆ ทั้งโครงเหล็ก เศษเหล็ก โครงหลังคาที่กินพื้นที่ถึง 2 ไร่ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ด้วยความเป็นสาวเมืองปลามาตั้งแต่กำเนิด ปฐมามองเห็นช่องว่างของการเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เพราะเขตมีนบุรีรายล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร แต่กลับขาดพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ โครงการมิโนะบุรีจึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนที่ไม่อยากไปห้างสรรพสินค้า

“พื้นที่ของโครงการมิโนะบุรีอยู่ติดบ้านเรา การย้ายโครงสร้างบ้านหลังเก่ามาทำเป็นโครงการจึงง่ายขึ้น

ปกติเราเป็นคนที่ทำงานอยู่บ้านตลอด พอย้ายบ้านก็เหมือนต้องย้ายออฟฟิศมาด้วย เราจึงนำสิ่งของเหล่านี้มาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ออฟฟิศของเรามีประมาณยี่สิบกว่าห้อง พอรื้อออกมาก็เจอปัญหาโครงเหล็ก โครงหลังคาเหลือใช้เยอะมาก เราเลยนำสิ่งเหล่านี้มากระจายดูว่ามันนำไปทำอะไรได้บ้าง สุดท้ายจึงนำมาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ทั้งเหล็กกล่อง เสาระแนง เสา หรือสุขภัณฑ์อ่างล้างหน้า ประตู ก็คือของที่นำมารีไซเคิลใหม่ทั้งหมด

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยประกอบกันเป็นโครงการใหม่ ทำให้โครงการมีลักษณะคล้ายโกดังขนาดเล็ก รูปแบบง่ายๆ แต่ละโกดังมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ร้านอาหาร สถานที่จัดนิทรรศการ มินิมิโนะ พอมารวมกันหลายๆ โกดัง จึงให้อารมณ์เหมือนหมู่บ้านเล็กๆ ไปโดยปริยาย 

“นอกจากนี้ในโครงการมีท่าน้ำที่เราไม่ได้ตั้งใจทำอยู่ด้วย เพราะโครงการตั้งอยู่ลึกเข้ามาในซอย การทำระบบระบายน้ำเชื่อมกับสาธารณะมีราคาแพงมาก เราเลยสร้างบ่อเก็บน้ำทิ้งขึ้นมาแทน น้ำในบ่อนี้นำไปใช้งานอย่างอื่นได้อีกไม่รู้จบ ทั้งรดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาด ไปจนถึงสร้างท้องร่อง ถือเป็นไอเดียจากข้อจำกัดในการจัดการน้ำ” ปฐมาเล่ายิ้มๆ

02

หมู่บ้านมิโนะบุรี 

หมู่บ้านมิโนะบุรี ตั้งอยู่เขตมีนบุรีทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ภายในหมู่บ้านประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งและส่วนกิจกรรมในที่ร่ม 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

สำหรับพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง ประกอบไปด้วยลานเล่นสนุกกลางแจ้ง มีของเล่นสำหรับเด็กตั้งอยู่ในสนามหญ้าหน้าโครงการ พร้อมติดตั้งเครื่องไล่ยุง พื้นที่นี้เปิดให้ใช้บริการฟรี ส่วนถัดมาคือบริเวณแปลงผักที่เปิดให้เช่าแปลงใหญ่ราคา 1,000 บาท และแปลงเล็กอยู่ที่ 800 บาท 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เมื่อก่อนบ้านเราอยู่อีกฝั่ง ข้างบ้านจะมีสนามบาสเล็กๆ ของเขตฯ ตอนกลางคืนไม่มีไฟ เด็กๆ ก็ขอต่อไฟจากบ้านเรา แต่ตอนหลังเขตฯ ทุบสนามบาสทิ้ง และเราก็ย้ายมาทำโครงการพอดี เด็กๆ ก็ไม่มีพื้นที่เล่นบาส

“ปรากฏว่าพอเราทำโครงการได้สักพัก เด็กๆ เหล่านั้นก็โทรมาถามว่า ‘พี่ พี่สร้างสนามบาสให้พวกผมเล่นหน่อยได้ไหม’ เราเลยสร้างสนามบาสให้ ซึ่งก็งงอยู่ทุกวันนี้ว่าเราสร้างทำไม (หัวเราะ) พอสร้างเสร็จปรากฏว่าทุกเย็น เด็กๆ ก็มาเล่นบาสกันตลอด กลายเป็นพื้นที่รวมตัวเด็กๆ ย่านนี้ เราเลยรวมส่วนนี้ให้เป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งด้วย” ปฐมาอธิบาย 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ในส่วนของกิจกรรมในร่ม ภายในโครงการประกอบด้วยร้านอาหาร 2 ร้าน ร้านแรกเป็นร้านอาหารไทยชื่อ ‘ละมุนลิ้น’ ส่วนอีกร้านเป็นร้านสเต็ก ‘Steakshift &Jib Bar’ โดย ภิรักษ์ อนุรักษ์เยาวชน ช่างภาพสถาปัตยกรรมเบอร์ต้นๆ ของวงการ ที่เปิดเตาย่างให้ชิมรสชาติเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์เท่านั้น 

และในโครงการยังมีสถานที่จัดกิจกรรม สำหรับจัดนิทรรศการ เวิร์กช็อป และมินิมิโนะ หมู่บ้านจิ๋วจำลองสำหรับเด็กๆ

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เราอยากให้ มินิมิโนะ เป็น Co-Learning Space สำหรับเด็ก เลยออกแบบบรรยากาศทุกอย่างเหมาะกับเด็กๆ โดย มีบ้านเล็กๆ สองสามหลัง แต่ละหลังมีของเล่นอย่างละนิดอย่างละหน่อย 

“อย่างเช่นหลังแรกก็จะเป็นชุดครัว หลังที่สองชุดหมอ ส่วนหลังนี้ชุดขายของ และอีกหลังก็จะมีแค่หมอนเท่านั้น เรามีสีช็อกให้เด็กขีดเขียนพื้น ผนังได้ตามใจ อยากวาด อยากเขียนอะไรก็เขียน (หัวเราะ) เพื่อกระตุ้นต่อมจินตนาการให้เด็กได้ปะติดปะต่อเรื่องราวการเล่นด้วยตัวเขาเอง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“นอกจากนี้ยังมีเรามีบอร์ดเกมสำหรับเด็ก มีหนังสือให้เขาอ่าน มีพื้นที่ให้เขาได้วิ่งเล่น ตั้งแต่เปิดโครงการและมีเด็กๆ มาใช้บริการ เราสังเกตได้เลยว่าเด็กที่มาที่นี่ไม่มีใครแตะมือถือเลย”

ปฐมาบอกว่าที่โครงการมีการทำความสะอาดด้วยเดตตอลทุกวัน และมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือวางไว้ตามจุดต่างๆ มาตั้งแต่เปิดโครงการแล้ว เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

03

มินิมิโนะ 

นอกจากมิโนะบุรีเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัวแล้ว คอมมูนิตี้ขนาดย่อมแห่งนี้ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้นอกห้องเรียน ‘มินิมิโนะ Day Camp’ จึงเกิดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์เล่นเพื่อรู้แก่เด็กที่มีความสนใจ แคมป์นี้ออกแบบโดย ครูอุ้ย-ปิติมา หรุ่นรักวิทย์ 

“ปกติทุกปิดเทอม เราจะจัด Day camp พูดง่ายๆ ก็เหมือนฝากลูกตอนปิดเทอม แต่แทนที่เด็กจะมาเพื่อเล่นเฉยๆ เราจะทำหลักสูตรระยะสั้นระยะเวลาหนึ่งถึงสองอาทิตย์ และสร้างทีมในแต่ละวัน ยกตัวอย่างทีมห้าวัน ประกอบไปด้วย วันต้นไม้ วันแสงแดด วันสร้างบ้าน วันทำขนม วันเรียนรู้เรื่องลม ในแต่ละวันก็จะมาคุยในเรื่องนั้นเช่น เรื่องแสงแดด เราก็จะคุยเรื่องแดดในแง่มุมต่างๆ ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึก แสงแดดจับต้องได้ไหม มันร้อนแล้วให้พลังงานหรือเปล่า พลังงานอะไร แล้วมีประโยชน์ต่อพืช ต่อสัตว์ไหม เอาแว่นขยายไปรวมแสงทำไมไฟถึงลุก 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือเรื่องต้นไม้ เราก็จะทำตัวเหมือนเชอร์ล็อก โฮม ให้เด็กไปสืบมาว่าโครงการนี้มีต้นไม้อะไรบ้าง อยู่ตรงไหน แล้วมาร์กจุดในแผนที่ โดย Day Camp นี้เราจะรับเด็กในช่วงอายุสี่ถึงสิบปีเท่านั้น และรับไม่เกินสิบสองคน นอกจากนี้ Day Camp โครงการของเรายังจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ เช่น ประเพณีลอยกระทง ก็มีการประกวดหนูน้อยนพมาศ และจัดกิจกรรมวันเด็กด้วย 

“อย่างที่บอกว่านี่เป็น Co-working Space ของเด็กๆ (ยิ้ม) เราเลยมีแขกตัวน้อยมาเยี่ยมเยอะมาก ไม่เฉพาะวันพิเศษเท่านั้น ในวันปกติ บางทีเด็กๆ ก็มาเดินดูห่านที่เราเลี้ยงไว้สำหรับกินหญ้า เพราะเราต้องการให้ธรรมชาติมันดูแลกันไป เรียกได้ว่าห่านดินกินหญ้าเพราะมันกินเกลี้ยงจริงๆ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือบางทีเด็กๆ ก็มาแอบดูเราเก็บไข่ไก่ จากความคิดที่เห็นพื้นที่โล่ง อยากเลี้ยงอะไรสักอย่าง เลยศึกษาหาความรู้การเลี้ยงไก่ผ่านอินเทอร์เน็ต และจากรุ่นน้องที่มีความชอบในด้านนี้ เลยนำมาสู่การเลี้ยงไก่สิบสามตัว ไปๆ มาๆ ไข่ไก่เราก็ได้รับความนิยมสูงซะงั้น (หัวเราะ) เพราะมันเป็นแม่ไก่อารมณ์ดีมาก ไข่ทุกวัน 

“นอกจาก Day Camp ที่เป็นกิจกรรมประจำฤดูกาลปิดเทอมแล้ว เราก็มีกิจกรรมประจำฤดูกาลตามธรรมชาติสำหรับเด็กๆ ด้วย อย่างช่วงของดอกโสนที่ขึ้นในแปลงข้างๆ โครงการ ซึ่งเป็นพื้นที่ของญาติเรา เราก็ขออนุญาตตีสะพานเข้าไปในทุ่งดอกโสน ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก พอเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในเขาวงกต เด็กสมัยนี้ไม่เคยเห็นต้นโสน เราก็ชวนเด็กๆ เลย ป่ะ เอากระป๋องไปเก็บดอกโสนกัน”

04

โปรเจกต์เพื่อครอบครัว

“มีพื้นที่เพิ่มไหมคะ ฉันอยากเช่า”

“มีพื้นที่สำหรับจัดตลาดนัดไหม”

“Business Model เราเป็นอย่างไร”

“ไม่น่าเชื่อว่ามิโนะบุรีเพิ่งเปิดครบหนึ่งปีได้ไม่นาน แต่ระหว่างนี้กลับมีคนมาดูงานเยอะมาก และมีคนโทรมาสอบถามตลอด เราจึงบอกไปว่าเราไม่มี Business Model เพราะเราไม่ได้คำนวณไว้ก่อนว่าเราจะคืนทุนเมื่อไหร่ ต้องได้รายรับเท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างโครงการ คือความสมดุลในโครงการเป็นศูนย์ รายรับกับรายจ่ายเป็นศูนย์ 

“เราตั้งเป้าไว้ว่า แค่โครงการมีรายได้ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เราคิดแค่ว่าสังขารเราอย่างไรก็ต้องโรยรา เราไม่ใช่คนประหยัด ไม่ใช่คนที่ชอบอยู่นิ่งๆ เลยคิดว่าต้องมีอะไรสักอย่างมารับมือตัวเองตอนเกษียณ และมิโนะบุรีก็คือสิ่งที่เราอยากทำไปเรื่อยๆ แบบนี้

“ทุกวันนี้เรามีความสุขมาก แฮปปี้ดีกับการเก็บไข่ เลี้ยงห่าน เราแค่ต้องการให้ทุกอย่างมันเลี้ยงตัวเองได้ เราถือว่าสิ่งนี้เป็นการลงทุนเพื่อชีวิตเรา เพื่อบ้านเรา เพื่อครอบครัวเรา แค่นี้จริงๆ โดยไม่ต้องมีผลกำไรเป็นตัวเงิน” ปฐมาบอกทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ติดตามรายละเอียดของมิโนะบุรี ได้ที่ Facebook : Minoburi

Writer

Avatar

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า PlanToys ลุกขึ้นมาปลูกป่าของเล่น

ในฐานะผู้ผลิตของเล่นไม้รายใหญ่ ผู้สั่งสมประสบการณ์มากว่า 38 ปี พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญในการแปลงร่างไม้ยางต้นยักษ์ ให้กลายเป็นของเล่นไม้ขนาดเหมาะมือเจ้าตัวเล็ก 

Forest of Play จึงเป็นโจทย์ใหม่อันท้าทายของ แปลนทอยส์ งานนี้พวกเขาจะต้องเนรมิตวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน ให้กลายเป็นป่าแห่งการเล่นของเด็กน้อยจำนวนมาก และนี่คือการออกแบบของเล่นสเกลใหญ่ครั้งแรกของ แปลนทอยส์ 

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“ปกติแปลนทอยส์เราทำของเล่นชิ้นเล็กๆ สำหรับครอบครัว แต่เราเห็นว่าโอกาสที่เด็กจะได้มาเล่นเป็นกลุ่มนั้นยังไม่ค่อยมี ในฐานะคนที่ทำมานาน เราก็มีความรู้ในการผลิตของเล่นอยู่แล้ว จึงคิดว่าเราน่าจะทำอะไรที่เหมาะสำหรับเล่นเป็นหมู่คณะ เพื่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ เกิดสังคมการเล่น” วิฑูรย์ วิระพรสวรรค์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แปลนทอยส์ เล่าถึงไอเดียตั้งต้นในการออกแบบงานนิทรรศการครั้งนี้ หลังจากที่ได้รับคำชวนจากสำนักศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ก่อนที่จะเข้าไปชมงาน เราขอชวนคุณย่อตัวให้เล็ก กระโดดตั้งเตสีรุ้งที่หน้าประตูสักตา แล้วกระโจนเข้าป่าไปเล่นสนุกให้เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

นี่คือนิทรรศการที่ออกแบบเพื่อให้เด็กได้มาเล่น และพ่อแม่ได้มาเรียน คุณวิฑูรย์บอกกับเราแบบนั้น

“ความตั้งใจแรก เราอยากสร้างโอกาสให้เด็กได้เล่น ได้ปลดปล่อยพลังงาน พร้อมเรียนรู้เรื่องต่างๆ ซึ่งแฝงพัฒนาการหลายๆ ด้าน นอกจากนี้เราอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าใจว่าเวลาที่เด็กเขาได้เล่นแบบ free play มันดีนะ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันจะต้องถูกจัดการไปซะหมด เราอยากให้พ่อแม่เห็นศักยภาพของเด็ก และเข้าใจว่าการเล่นนั้นสำคัญ” คุณวิฑูรย์อธิบายถึงเป้าหมายสำคัญของการเนรมิตป่าของเล่นครั้งนี้

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“free play คืออะไร” เราถามต่อ

“คือเวลาที่เราปล่อยเด็กไว้ แล้วลองดูว่าเด็กเขาอยากจะเล่นอะไรและแบบไหน โดยไม่มีกฎเกณฑ์ หรือมีการแนะนำบ้าง ในบางเรื่องที่ต้องการกติกา มีความสลับซับซ้อนหรืออันตราย เช่น การปีนป่ายในที่สูงๆ”  เรากวาดตาตาม มองบรรยากาศรอบๆ ภาพที่เห็นคือบรรดาผู้ปกครองที่ทำหน้าที่มองอยู่ห่างๆ และปล่อยให้เด็กๆ ลองผิดลองถูกกับของเล่นตรงหน้าเองเหมือนกับที่คุณวิฑูรย์ว่าไว้ไม่มีผิด

นิทรรศการ Forest of Play

หัวใจสำคัญของการออกแบบของเล่นขนาดยักษ์เหล่านี้คือ พัฒนาการของเด็ก ซึ่งโดยทั่วไปจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้

  1. พัฒนาการทางร่างกาย : กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และการประสานสัมพันธ์มือและตา 
  2. พัฒนาการทางสติปัญญา : ประสาทสัมผัส ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ การแก้ปัญหา ทักษะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมถึงการใช้ภาษา
  3. พัฒนาการทางอารมณ์ : ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความมั่นใจในตนเอง สมาธิ และการระบายความไม่พอใจ
  4. พัฒนาการทางสังคม : การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเคารพกฎกติกา การแก้ไขความขัดแย้ง
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

เหล่านี้คือพัฒนาการตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งพ่อแม่ควรเข้าใจและให้ความสำคัญ

“พัฒนาการอย่างสมวัยคือเรื่องสำคัญ เราต้องอย่าลืม บ่อยครั้งที่เราเห็นเด็กอายุ 2-3 ขวบ ที่พ่อแม่ก็จะให้หัดเขียนหนังสือ หรือให้ไปเรียนดนตรี ไปเต้นบัลเลต์ มันไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่มันก็อาจจะเร็วเกินไปหรือเปล่า เพราะเด็กจริงๆ ถ้าเตรียมความพร้อมดีๆ เรื่องเหล่านี้จะมาเอง” คุณวิฑูรย์ตั้งข้อสังเกตในฐานะผู้ผลิตของเล่นเด็ก อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะ และเตรียมความพร้อมของเด็กในด้านต่างๆ มาหลายสิบปี

การสร้างเสริมพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้านนั้น อาศัยองค์ประกอบอีกนับไม่ถ้วน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านของเล่นเด็ก แปลนทอยส์ เลือกถอดรหัสจากผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้ที่มีอยู่แล้ว มาปรับโฉมใหม่และขยายขนาดเพื่อรองรับการเล่นเป็นกลุ่มในนิทรรศการครั้งนี้ โดยแบ่งเป็นโซนหลักทั้ง 8 ตามทักษะสำคัญ

01

Fine Motor Play

โซนที่ออกแบบเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือ หนึ่งในไฮไลต์ของมุมนี้ก็คือเครื่องเล่นรังผึ้ง ซึ่งเป็นการนำ Beehives หนึ่งในผลิตภัณฑ์สุดป๊อปของ แปลนทอยส์ มาขยายขนาดและเพิ่มฟังก์ชัน เพื่อให้เด็กๆ ได้ฝึกหัดการใช้มือคีบและพาผึ้งน้อยกลับรัง 

“การคีบนี่ไม่ง่ายนะ เพราะเด็กอ่อนเขาจะคีบด้วยอุ้งมือ แต่มันไม่ได้ สุดท้ายเขาต้องหัดใช้นิ้ว แล้วเดี๋ยวถ้าเราสังเกตดูเวลาเด็กเขาเล่น เขาจะบอกว่า ผึ้งน้อยกลับรังนะ มืดแล้ว กลับรัง พอเช้าก็พาไปเที่ยว ไปหาเพื่อน

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“ส่วน Beehives นี่จริงๆ เราทำมายี่สิบกว่าปีแล้ว แต่มันเพิ่งมาดังเมื่อสักสองปีที่แล้ว เพราะมีคนเอาไปลงในโซเชียลมีเดียของต่างประเทศ ขายดีถล่มทลายเลย เพราะมันเล่นได้หลายอย่าง เขาสามารถจับคู่สีได้ด้วย ผึ้งสีม่วงใช่ไหม อยู่บ้านสีม่วงนะ เขาก็จะเริ่มจำแนกแยกแยะเป็น และได้เรียนรู้เรื่องความแตกต่าง แล้วมันก็ยังทำ construction เป็นรูปร่างต่างๆ ได้ด้วย เด็กก็จะได้ออกแบบเอง” คุณวิฑูรย์อธิบายกลไกของของเล่นรังผึ้งทั้งสอง

02

Early Math Play

คณิตศาสตร์อาจจะเป็นยาขมสำหรับผู้ใหญ่หลายคน แต่ในป่าการเล่นแห่งนี้ มันคือขนมหวานอันแสนสนุกของเด็กๆ ทุกคนที่จะได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการนับจำนวน เรขาคณิต สัดส่วน ไปจนถึงกลศาสตร์มัธยมปลาย ที่ถูกย่อยให้เป็นเรื่องง่ายในรูปของลิงเกาะต้นมะพร้าว

“ลิงนี่มันเหมือนโจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องแรง ลองดูสิ สนุก! คือจริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่จำนวน แต่เนื่องจากว่ามันมีแขนและระยะทางด้วย อย่างที่อะคิมิดิสบอกว่า จะงัดดวงจันทร์เราก็งัดได้ ถ้าเรามีจุดหมุน อันนี้ก็เหมือนกัน ลิงสามตัว ระยะแขนจากจุดหมุนเราก็มีสามช่วง 

นิทรรศการ Forest of Play
Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

“นี่เป็นความรู้มัธยมปลายเลยนะ นี่มันคือกลศาสตร์ แต่เราไม่ได้สอนเขาตรงๆ เขาอาจจะแค่ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดเป็นทฤษฎี แต่วันหนึ่งเขาก็จะค้นพบเองว่าของที่มันอยู่ไกลจุดหมุน มันจะมีน้ำหนักมากกว่า” คุณวิฑูรย์สรุปบทเรียนของของเล่นชิ้นนี้ พร้อมกับให้โจทย์เราในการขยับลิงเพื่อสร้างสมดุล ซึ่งสำหรับคนไม่มีหัวทางวิทยาศาสตร์อย่างเรา นี่กลายเป็นบทเรียนกลศาสตร์ที่ทั้งสนุกและง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

03

Imaginative Play & Social Play

ทั้งคุณวิฑูรย์และพ่อแม่ทุกคนต่างก็ลงความเห็นตรงกันว่า นี่คือโซนที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในป่าแห่งนี้ เพราะเป็นโซนที่รวมเอาบ่อบอลไม้ขวัญใจเด็กๆ มาไว้กับบ้านตุ๊กตาหลังโต ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสวมบทบาทสมมติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ทำกับข้าว ตากผ้า ปลูกผัก 

ที่สำคัญคือโซนห้องครัว ที่ได้มีการแทรกเอาของเล่นผักผลไม้หั่นได้อันขึ้นชื่อของ แปลนทอยส์ มาไว้ในกะละมังเพื่อให้เด็กๆ ได้เล่นประกอบอาหารกันอย่างสมจริง ซึ่งในบรรดาผลไม้หลากสีนั้น เราบังเอิญเห็นแตงกวาหน้าตาบิดเบี้ยวปะปนอยู่ด้วย จึงหยิบขึ้นมาถามดู

“ชิ้นนี้ดังมากนะ เมื่อปีที่แล้วเราร่วมกับ Social Enterprise ของเนเธอร์แลนด์ ที่เขาตั้งคำถามว่าเราทิ้งพวกผักที่มันบิดเบี้ยวหรือไม่สวยทำไม ทั้งที่เป็นของดีแท้ๆ แต่ไม่มีใครซื้อ ซึ่งเราไปดูแล้วก็เห็นโอกาสว่า เราน่าจะช่วยสอนเรื่องนี้ให้กับเด็กๆ ได้โดยการทำของเล่นออกมา เพื่อให้เด็กเห็นว่า อุ้ย แตงกว่างอ แต่มันก็น่ารักนะ และยังอร่อยเหมือนเดิม ทีนี้เด็กๆ เขาก็จะเกิดความเข้าใจในความแตกต่างภายนอก 

“ของเล่นแปลนทอยส์ทั้งหมดมันมีคอนเซปต์อยู่นะ อย่างชิ้นนี้เด็กจะได้รู้เรื่องการเข้าใจความแตกต่าง มันไม่มีอะไรดีหรือไม่ดี ดำกับขาว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอาไปทำอะไร” ฟังแล้วก็ได้แต่ทึ่งในคอนเซ็ปต์อันลึกซึ้ง ที่ซ่อนอยู่ในของเล่นไม้ชิ้นเล็กๆ ในมือ แค่คิดว่าเด็กๆ ที่ได้มาเล่นสิ่งเหล่านี้จะได้อะไรดีๆ ติดตัวกลับบ้านไป ก็ชื่นใจแล้ว

04

Kaleidoscope Workshop

หนึ่งในของเล่นที่สะดุดตาเราที่สุดตั้งแต่ก้าวเข้าป่าแห่งนี้มาก็คือ โดมลายจุดที่ตั้งอยู่ตรงกลางทั้งสองอัน ซึ่งคุณวิฑูรย์เล่าว่าเด็กๆ ที่มุดเข้าไปเล่นในนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องแสง การผสมสี และภาพสะท้อน ยังไม่ทันที่เราจะได้ซักถามต่อ คุณวิฑูรย์ก็ยุให้เราคลานเข้าไปลองเล่นด้วยตัวเอง 

“เราคิดว่าเด็กเขาชอบมุดอยู่แล้ว เลยทำฐานนี้ให้ดูเหมือนถ้ำ และทำให้มืดหน่อยเพื่อที่จะให้แสงสว่างจากข้างนอกมันชัด พอเอาแผ่นสีไปส่องกับช่องแสงก็จะเกิดการผสม ถ้าสีเหลืองไปทาบกับน้ำเงิน เด็กก็จะเห็นว่ามันเป็นสีเขียวถูกไหม แต่ถ้าแดงส่องกับน้ำเงินมันก็จะกลายเป็นม่วง

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน
นิทรรศการ Forest of Play

“ส่วนอีกวงมันคือ Kaleidoscope ที่มีให้หมุนดูเรื่องการสะท้อน แล้วก็มี Periscope ด้วย เป็นกล้องเรือดำน้ำ ส่องจากข้างในเห็นข้างนอก” คุณวิฑูรย์เล่าให้ฟังด้วยความกระตือรือร้น 

แอบกระซิบว่าครอบครัวไหนที่จองกันมาเป็นหมู่คณะ หรือโรงเรียนที่ลงทะเบียนมา จะมีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ประดิษฐ์ Kaleidoscope แบบพกพาด้วยตัวเอง โดยใช้วัสดุเหลือใช้จากโรงงานของ แปลนทอยส์ พอทำเสร็จแล้วก็เอากลับบ้านเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

นิทรรศการ Forest of Play
นิทรรศการ Forest of Play

เมื่อเราเดินวนจนครบรอบ เราอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสังเกตว่า นิทรรศการ Forest of Play แห่งนี้ นอกจากจะสร้างความสนุกให้กับเด็กๆ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง อย่างที่คุณวิฑูรย์บอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ป่าแห่งนี้ยังทำหน้าที่บอกเล่าความตั้งใจของแปลนทอยส์ออกมา ผ่านทุกตารางนิ้วภายในห้องจัดนิทรรศการ

“ถ้าจะให้เล่าเป็นเรื่อง บรรทัดสุดท้ายของเราก็คือ better kids, better world” คุณวิฑูรย์สรุปสั้นๆ

“ในวันที่ทุกคนบอกว่าโลกมันแย่ สังคมมันแย่ พวกเราต้องบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ๆ เพราะเราเองอาจจะแก่เกินไปแล้วนะ ไม้แก่มันดัดยาก เราต้องมาบ่มเพาะเด็กตั้งแต่เล็กๆ ให้เขามีความพร้อม ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ทางอารมณ์ ทางสังคม ถ้ามันเป็นอย่างนี้มันก็จะทำให้โลกเราไม่เลวร้ายลง แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว”

Forest of Play ป่าของเล่นใจกลางเมืองที่ PLAN TOYS ชวนเด็กมาเล่น ชวนพ่อแม่มาเรียน

11 กรกฎาคม – 25 กันยายน 2562 

เวลา 09.00 – 17.00 น.

ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Facebook : PlanNeramit

Writer

Avatar

สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล

เด็กนิเทศ เอกวารสารฯ กำลังอยู่ในช่วงหัดเขียนอย่างจริงจัง แต่บางครั้งก็ชอบหนีไปวาดรูปเล่น มีไอศครีมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามอ่อนล้า

Photographer

Avatar

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load