ตราดาวสามแฉกของ Mercedes-Benz คือสัญลักษณ์ของความหรูหรา ความสะดวกสบาย และยานพาหนะที่ปลอดภัย ในสายตาผู้ใช้และคนทั่วไป

แต่เบื้องหลังการผลิตรถยนต์หนึ่งคันของ Mercedes-Benz มีอะไรยิ่งกว่า

Mercedes-Benz เป็นแบรนด์สัญชาติเยอรมนีที่เกิดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีเป้าหมายผลิตรถโดยสารหรูมาตั้งแต่แรกเริ่ม แนวคิดในการทำธุรกิจคือคำว่า ‘ดีที่สุด’ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์รักษาคุณภาพมาโดยตลอด แบรนด์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับลูกค้า และหลักการการออกแบบต้องสมดุลระหว่างเทคโนโลยีนำสมัยและความรู้สึกของผู้ใช้งาน

13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’

หนึ่งในผู้ก่อตั้งคือคนที่ผลิตรถใช้เครื่องยนต์คันแรกของโลก 

และแม้จะมีอายุถึง 95 ปี Mercedes-Benz ยังครองตำแหน่งผู้นำด้านนวัตกรรมหลายอย่าง ตั้งแต่ริเริ่มนำเบาะหนังไปใช้กับยานพาหนะ คิดค้น Intelligence Drive ระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เป็นรถยี่ห้อแรกๆ ที่นำ Airbag มาใส่ในระบบความปลอดภัย หมั่นปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของผู้ใช้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อย่างเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือเรื่องเล็กๆ อย่างการเพิ่มเฉดสีไฟในรถ

The Cloud ชวนคุณมาไขความลับของ Mercedes-Benz ที่ครองใจผู้ใช้มาเกือบศตวรรษ กับบทบาท ‘รถในฝัน’ ของใครหลายๆ คน

13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’

1. Mercedes-Benz คือผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นใน ค.ศ. 1926 เกิดขึ้นจากสองวิศวกรผู้ผลิตรถใช้เครื่องยนต์ของเยอรมนีและภาวะเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 

ขณะที่ผู้คนใช้รถม้าในการสัญจร คาร์ล เบนซ์ (Karl Benz) เริ่มพัฒนารถเป็นคนคิดค้นรถยนต์คันแรกของโลกได้สำเร็จ มีลักษณะเป็นรถยนต์สามล้อ และเป็น เบอร์ธา เบนซ์ (Bertha Benz) ภรรยาของเขาที่ทำให้สิ่งประดิษฐ์นี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เธอใช้รถยนต์สามล้อเดินทางไกล 106 กิโลเมตร ในเวลา 12 ชั่วโมง นับเป็นการเดินทางไกลโดยรถที่ใช้เครื่องยนต์ครั้งแรก ซึ่งในทริปนั้นทำให้เธอเห็นโอกาสในการพัฒนารถยนต์ และได้คิดค้นนวัตกรรมผ้าเบรก 

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็อทลีพ ไดม์เลอร์ (Gottlieb Daimler) คู่แข่งของเขาก็ผลิตรถยนต์สี่ล้อ จนถึงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หลายธุรกิจจำต้องปิดตัวเพราะพิษเศรษฐกิจและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงงานต่างๆ สองคนนี้กลับตัดสินใจควบรวมบริษัทจนเป็น Mercedes-Benz ตั้งแต่ ค.ศ. 1926 มาถึงปัจจุบัน โดยตั้งใจจะผลิตรถโดยสารหรูมาตั้งแต่ต้น

ส่วนคำว่า Mercedes เป็นชื่อของลูกสาวนักแข่งรถ เอมิล เจลลิเนก (Emil Jellinek) เป็นคนแรกที่นำรถยนต์จากโรงงานของแบรนด์ไปขายต่อและขายดีมากๆ จนได้รับสมญานามว่า ดีลเลอร์คนแรกของ Mercedes-Benz

2. ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’ เป็นทั้งสโลแกนและแนวคิดในการทำธุรกิจของแบรนด์

สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจของ Mercedes-Benz คือคำว่า The Best และสโลแกน The Best or Nothing เป็นคติประจำใจของพนักงานทุกคนที่ตั้งใจผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่นวัตกรรม สมรรถนะ ดีไซน์ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม 

เป็นเหตุผลให้เบนซ์ควบรวมธุรกิจกับแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกเพื่อสร้างรถที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกแบบ เช่น Mercedes-AMG สำหรับคนที่ชอบความเร็ว หรือ Mercedes-Maybach ที่หรูหรายิ่งขึ้น

สิ่งเหล่านี้นำเสนอผ่านสัญลักษณ์บนโลโก้ของแบรนด์ตั้งแต่ยุคก่อน ดาวสามแฉกหมายถึงการเป็นผู้นำและเป็นที่หนึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสามแฉกบนแทนอากาศ แฉกซ้ายขวาแทนบกและน้ำ ช่อลอเรลเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ส่วนวงกลมด้านนอกคือโลกใบนี้ ซึ่งสัญลักษณ์ดั้งเดิมนี้จะเห็นบนชุดพนักงานที่โรงงานประกอบรถยนต์เท่านั้น

3. ริเริ่มนวัตกรรมมากมาย ทั้งการนำเบาะหนังมาใช้กับรถยนต์ ไปจนถึงระบบความปลอดภัยอย่าง Airbag

ในยุคที่ใครๆ ก็เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย โจทย์ในการผลิตรถยนต์ที่ Mercedes-Benz ยึดถือมาตลอดมี 2 ข้อหลักๆ คือ หนึ่ง ความหรูหราและความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยที่คาร์ล เบนซ์ นำเบาะหนังลักษณะคล้ายโซฟาไปใส่ในรถยนต์สามล้อของตัวเอง และสอง ความปลอดภัย รถยนต์ของแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดก็ตามต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยดีเยี่ยม และยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเทคโลโยี Airbag มาใช้กับรถยนต์เมื่อ ค.ศ.1981 และยังเป็นแบรนด์ผู้นำที่ทำให้การผลิตรถหรูเข้ากระบวนการแบบ Mass Production

Mercedes-Benz ยังคิดค้นระบบ Intelligent Drive ที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ยกตัวอย่างเช่น ระบบควบคุมการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำงานหากมีล้อใดล้อหนึ่งหมุนด้วยความเร็วที่ไม่เท่ากับล้ออื่นขณะขับขี่ ระบบจะตัดกำลังหรือเบรกที่ล้อๆ นั้น เพื่อให้รถกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม หรือระบบ Brake Assist เมื่อลูกค้าเหยียบแป้นเบรก ตัวรถจะเพิ่มแรงดันเบรกเข้าไป ทำให้ไม่ต้องเหยียบเบรกแรงเมื่อเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน

13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’
13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’

4. ใช้หลักการออกแบบ 6 ข้อ เพื่อให้รถทุกรุ่นมีเอกลักษณ์เดียวกัน

โจทย์ใหญ่ของการออกแบบยานยนต์คือ การออกแบบอนาคตหรือสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครเห็น ในขณะเดียวกันก็ต้องมั่นใจว่าดีไซน์นี้จะยังดูสวยไม่ตกยุคต่อไปอีกอย่างน้อยก็ 10 ปี ปรัชญาดีไซน์ของแบรนด์คือ Sensual Purity ต้องเรียบง่ายแต่ตระการตายิ่งขึ้น โดยดีไซเนอร์ทุกทีมให้ความสำคัญกับสองขั้วตรงข้าม ได้แก่ เทคโนโลยีและความรู้สึกของผู้ใช้ หรือ Hot and Cool 

Hot คือความสวยงาม น่าหลงใหล เปรียบเหมือน ก็อทลีพ ไดม์เลอร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่สนใจรถคลาสสิกและรถแข่งในยุคแรกๆ ส่วน Cool คือ คาร์ล เบนซ์ ผู้ก่อตั้งอีกคนที่ให้ความสำคัญกับเทคนิคและนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 

และแม้ดีไซน์ของรถแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไปตามคาแรกเตอร์และกลุ่มเป้าหมาย แต่มีหลักการทั้ง 6 ที่เหมือนกันทุกคันทุกรุ่น และเป็นเอกลักษณ์ที่แม้จะถอดโลโก้ออกก็ยังรู้ว่าเป็น Mercedes-Benz อันได้แก่ 

1. ประสบการณ์ที่ไม่คาดคิด

2. ดีเทลที่ต่างกันสองขั้ว

3. สัดส่วนไร้ที่ติ

4. รูปแบบอิสระและเรขาคณิต

5. การออกแบบที่มีนัยสำคัญ

6. เสน่ห์โดยธรรมชาติ

5. ปรัชญา One Man, One Engine

แบรนด์มองว่าการประกอบเครื่องยนต์เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง และเพราะเชื่อในสิ่งที่ดีที่สุด รถยนต์ Mercedez-AMG ทุกรุ่นจึงใช้ระบบการผลิตตามปรัชญา One Man, One Engine ที่โรงงานในเมือง Affalterbach ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีพนักงานประมาณ 1,400 คน

หนึ่งเครื่องยนต์จะประกอบด้วยมือของช่างฝีมือหนึ่งคน ซึ่งแต่ละคนก็มีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องยนต์รูปแบบที่ต่างกันออกไป เมื่อเสร็จสมบูรณ์ทุกขั้นตอนแล้ว ช่างจะติดป้ายชื่อที่เขียนว่า “Handcrafted by…” นั่นแปลว่า แม้จะเป็นรถยนต์รุ่นเดียวกัน คนที่ประกอบเครื่องยนต์ของรถแต่ละกันอาจเป็นคนละคนก็ได้

6. แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร (Sales Talk) จนต้องมีตำแหน่ง Product Expert คอยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ

การผลิตรถยนต์หนึ่งคันไม่ได้เริ่มจากแค่ศาสตร์ทางวิศวกรรมเหมือนสมัยก่อน แต่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน เช่น นักเคมีทำให้เครื่องยนต์เผาไหม้สะอาดขึ้น นักออกแบบทำให้เบาะสบายขึ้น และด้วยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในทุกวัน

รถบางรุ่นแตกต่างกันที่รายละเอียดเล็กๆ สมรรถนะที่ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา และนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีบางอย่างต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการบอกเล่า ทำให้การสื่อสารระหว่างพนักงานขายและลูกค้ารวมถึงการสื่อสารทางการตลาดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด Mercedes-Benz จึงมีตำแหน่ง Product Expert ที่คอยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายขาย คอยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งตำแหน่งนี้ต้องผ่านการอบรมอย่างจริงจังเกี่ยวกับแบรนดิ้งและผลิตภัณฑ์ทุกครั้งที่มีรถรุ่นใหม่วางขาย

13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’
13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’

7. ออกแบบโชว์รูมที่รวมพื้นที่ฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายไว้ด้วยกัน เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

จากเดิมเป็นโชว์รูมรถยนต์ทั่วไปที่พื้นที่ฝ่ายขายแยกออกจากพื้นที่ฝั่งเซอร์วิสหรือฝ่ายบริการหลังการขาย โชว์รูมรูปแบบใหม่คือการใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยมีตำแหน่ง Star Assistant คอยต้อนรับลูกค้าทุกคน เพื่อถามความต้องการในการเข้ารับบริการครั้งนั้น ลูกค้าที่นำรถเก่ามาตรวจเช็กก็ไม่จำเป็นต้องนั่งรอในห้องรับรองอย่างเดียว แต่สามารถเดินดูรถใหม่หรือคุยกับพนักงานฝ่ายขายได้เช่นกัน

Mercedes-Benz ยังคิดมากไปกว่านั้น จึงออกแบบให้มีร้านกาแฟขนาดย่อมและห้องอาหาร ไปจนถึงห้องเอนเตอร์เทนเมนต์สำหรับลูกๆ ที่มาซื้อรถกับพ่อ หรือแม้แต่จอมอนิเตอร์เล็กใหญ่ที่มีทั่วทุกมุมของโชว์รูม ก็เชื่อมกับไอแพดของพนักงานขาย ทำให้ควบคุมนำเสนอสินค้าต่างขึ้นหน้าจอได้เลย

กว่าจะเป็นบริการที่ราบรื่นไร้ที่ติ พนักงานทุกคนต้องจำลอง Customer Journey ตั้งแต่จอดรถจนถึงขับรถออกไป โดยมีที่ Primus Autohaus เป็นโชว์รูมแรกนำร่องในประเทศไทย

8. วันส่งมอบรถเป็นวันที่สำคัญที่สุดในการสร้างความประทับใจ 

ตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz แต่ละสาขามีประเพณีการส่งมอบรถที่แตกต่างกัน ซึ่งความสำคัญของวันนี้คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าว่า หากต้องการความช่วยเหลือ จะมีคนคอยดูแลอย่างแน่นอน ลูกค้าจะได้เจอกับพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการหลังการขายทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้จัดการศูนย์บริการ ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และผู้จัดการฝ่ายขาย 

ยกตัวอย่างประสบการณ์การส่งมอบรถที่ตัวแทนจำหน่าย Primus Autohaus พนักงานจะแอบทำการบ้านเกี่ยวกับลูกค้าก่อน ลูกค้าชอบอะไร สนใจอะไร เช่น ลูกค้าบางคนเป็นแฟนบอลทีมลิเวอร์พูล พนักงานจะเปลี่ยนโฉมโชว์รูมให้เป็นธีมสนามบอล พร้อมตกแต่งด้วยของที่ระลึกแบรนด์ลิเวอร์พูล หรือครั้งหนึ่งมีลูกค้าเป็นนักการทูต พนักงานสอบถามภรรยาของเขาล่วงหน้าเพื่อเตรียมไวน์ที่ชอบให้ดื่ม และเปิดเพลงที่ชอบสร้างบรรยากาศ เป็นต้น

9. ให้ความสำคัญกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อม พัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันซึ่งผ่านมาตรฐาน EURO5 

Mercedes-Benz เป็นผู้นำด้านรถไฟฟ้า ส่วนในประเทศไทยเริ่มปรับตัวโดยการจำหน่ายรถยนต์ Plug-in Hybrid ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินร่วมกับไฟฟ้าก่อน เนื่องจากยังมีสถานีชาร์จไม่ครอบคลุมในหลายๆ พื้นที่ สิ่งที่ได้จากรถยนต์ประเภทนี้คือสมรรถนะที่สูงขึ้น ในขณะที่ใช้น้ำมันน้อยลง รวมถึงค่ามลพิษที่เกิดจากการใช้งานน้อยลงไปด้วย ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลทุกรุ่นก็ผ่านมาตรฐาน EURO5 ที่ควบคุมการปล่อยมลพิษของรถยนต์ในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป โดยลดเขม่าและสารพิษที่ออกจากท่อไอเสีย ซึ่งทำให้เกิดแก๊สที่ทำลายเยื่อโพรงจมูก

10. ลบภาพจำเดิมๆ เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ในตลาดเป็นรถรุ่น GLA 200 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วัยหนุ่มสาวและคนเมืองโดยเฉพาะ

เรามักมีภาพจำว่า Mercedez-Benz คือแบรนด์ของผู้ใหญ่ ดูภูมิฐาน มั่นคง แต่ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ทำให้แบรนด์ออกแบบรถรุ่น GLA 200 ซิตี้คาร์รุ่นล่าสุดของแบรนด์ ถ้าเปรียบเทียบคงเป็นเหมือนฝาแฝดของรถรุ่นคลาสสิกอย่าง A-Class ที่ให้ภาพลักษณ์ทะมัดทะแมงกว่า สปอร์ตกว่า มีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของได้มากกว่า ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1,300 ซีซีเหมือนอีโค่คาร์ทั่วไป แต่เพราะเทคโนโลยีเทอร์โบและวัสดุของเครื่องยนต์ ทำให้มีแรงม้าที่มากกว่าเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี นั่นหมายความว่า รถรุ่นนี้มีสมรรถนะเหมือนรถยนต์เครื่อง 2,000 ซีซี แต่ใช้น้ำมันเท่าเครื่องยนต์ 1,300 ซีซีเท่านั้น อันเป็นที่มาของรหัส 200 ด้านหลังชื่อรุ่น

ดีไซน์ภายในออกแบบแบบมินิมอล ลดปุ่มต่างๆ หรือซ้อนตำแหน่งปุ่มต่างๆ มีระบบ AI ที่ Mercedes-Benz พัฒนาขึ้นทำให้ผู้ขับขี่เลือกสั่งงานด้วยเสียงได้ โดยสามารถคุยได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้แค่คีย์เวิร์ดอีกต่อไป

ที่สำคัญ รถรุ่นนี้ทำการประกอบทั้งหมดในประเทศไทย

13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’

11. ไม่ได้พัฒนาแค่เทคโนโลยีและความสวยงามอย่างเดียว Mercedes-Benz ใส่ใจในฟังก์ชันเล็กๆ จาก Pain Point ของผู้ใช้

Mercedes-Benz ออกแบบรถทุกรุ่นโดยยึดจากการใช้งานของผู้ใช้ที่ดีที่สุดเป็นหลักเสมอ เช่น มีฟังก์ชันเปิดหน้าต่างเพื่อระบายความร้อนจากกุญแจรถ โดยไม่ต้องขึ้นรถและสตาร์ทรถก่อน กุญแจยังมีระบบ Independent Lock คือการปลดล็อกเฉพาะประตูฝั่งคนขับ ในกรณีที่ใช้รถคนเดียวเพื่อความปลอดภัย

13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’

แม้จะพัฒนารูปลักษณ์มาเรื่อยๆ เพราะเป็นสิ่งแรกที่คนทั่วไปชื่นชมว่าสวยทันสมัยแค่ไหน แต่สุดท้ายคนขับต้องอยู่กับภายในมากกว่า ทีมออกแบบของ Mercedes-Benz เลยให้ความสำคัญกับภายในรถไม่แพ้กัน การออกแบบต้องมั่นใจว่าคนขับจะไม่เบื่อรถคันเดิมแม้เวลาผ่านไป

รถ Mercedes-Benz ทุกรุ่นจึงมีฟังก์ชันเปลี่ยนสีไฟบรรยากาศในรถได้ 5 – 12 สี ถ้าคิดว่านั่นเยอะแล้ว รถรุ่นใหม่อย่าง GLA 200 มีไฟให้เลือกถึง 64 สี เพราะแบรนด์มองว่าเฉดสีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้หญิง 

13 เบื้องหลังของ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เชื่อว่า ‘ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ก็อย่าทำเลย’

12. อนุรักษ์รถรุ่นคลาสสิกให้คงอยู่โดยการสร้าง Mercedes-Benz Classic Center 

เพราะเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีอายุเกือบร้อยปี ทำให้มีรถปีเก่ารุ่นคลาสสิกอยู่ไม่น้อย Mercedez-Benz จึงก่อตั้งศูนย์บริการรับซ่อม เปลี่ยนอะไหล่ ชุบชีวิตรถรุ่นที่เลิกผลิตไปแล้วอย่างน้อย 15 ปีตั้งแต่ ค.ศ.1993 เพื่อให้บริการข้อมูล ความรู้ และคำแนะนำกับเจ้าของรถรุ่นคลาสสิก ทั้งยังมีหน้าที่ดูแลทำนุบำรุงรถยนต์ประวัติศาสตร์ที่จัดแสดงใน Mercedes-Benz Museum 160 คัน รวมถึงรถของบริษัทอีกกว่าหนึ่งพันคัน โดยผู้เชี่ยวชาญที่ส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

ปัจจุบันมี 2 ที่ด้วยกัน ได้แก่ เมือง Fellbach ประเทศเยอรมนีและ Irvine รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งสาขาแคลิฟอร์เนียมีบริหารให้เช่ารถรุ่นคลาสสิกสำหรับถ่ายโฆษณาหรือภาพยนตร์ด้วย

แนวคิดในการทำงานของ Mercedes-Benz Classic Center คือไม่มีงานไหนเล็กเกินไปหรือใหญ่เกินไป และการยกเครื่องรถทั้งคันให้เหมือนใหม่ทั้งหมดต้องใช้เวลา 2 ปีเต็ม แม้จะเร่งรัดให้เหลือแค่ปีกว่าๆ ได้ แต่ Mercedes-Benz ก็ไม่ทำ เพราะความสมบูรณ์แบบมาพร้อมเวลาที่เพิ่มขึ้น 

และคงเหมือนกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า ‘The Best or Nothing’ อย่างไรอย่างนั้น

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ชื่อแบรนด์: แป้งเย็นตรางู
สัญชาติ: ไทย
ปีที่ก่อตั้ง: 1947

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปี

บางทีเราก็อยากให้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศเย็นแม่นยำเหมือนที่ทำกับอากาศร้อนบ้าง

ตัวเลขอุณหภูมิ 2 หลักที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต เรียกร้องให้เรารู้จักรักษาตัวรอดในองศาร้อนแบบนี้ น้ำหวานเย็น อุปกรณ์คลายร้อนต่างๆ พร้อมสรรพกันมาร่วมบรรเทาใจให้เย็นก่อนใครเพื่อน

จนกระทั่งเราพบภาพซองทิชชู่เย็นหน้าตาคุ้นกระจายอยู่ตามโซเชียล

และไม่ว่าใครก็คงคิดเหมือนกันว่า แค่เห็นตราสัญลักษณ์ในบรรจุภัณฑ์ล้อกันไปกับกระป๋องแป้งเย็นตรางูที่เราคิดถึง เราก็รับรู้ถึงความหนาวเย็น

เดิมเราตั้งใจไปคุยกับแบรนด์แป้งเย็นตรางู แค่เรื่องทิชชู่เย็นหน้าตาเก๋ไก๋นี้

แต่ทันทีที่เห็นบรรดาสเปรย์เย็นตรางู สบู่เย็นตรางู แป้งน้ำเย็นตรางู น้ำมันหอมระเหยเย็นตรางู และบาล์มเจลเย็นตรางู เรียงรายพร้อมกันตรงหน้า เราก็ไม่รอช้าชวน มุทิตา หลักชัยวิบูลย์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด และ มาศบดี มณีสะอาด ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ จำกัด (มหาชน) ทีมงานผู้ดูแลการสื่อสารผลิตภัณฑ์เย็นตรางูใหม่ฉบับพกพา คุยเรื่องความเย็นต้นตำรับที่เราคิดถึง และการตีโจทย์ออกมาเป็นอีกหลากหลายความเย็นที่เราปฏิเสธไม่ลง

พร้อมแล้วฉีกซองทิชชู่เย็นแล้วเดินตามเรามาเลย

แป้งเย็นตรางู

แป้งเย็นตรางู

Original

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน สมัยนั้นคนไทยยังไม่ค่อยมีแหล่งช้อปปิ้งมากมายนัก จะมีก็แต่เพียงห้างขายยาที่ประหนึ่งเป็นซูเปอร์สโตร์แห่งยุค และหนึ่งในนั้นได้แก่ ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) ซึ่งก่อตั้งใน พ.ศ. 2435 โดยนายแพทย์โทมัส เฮย์วาร์ด เฮย์ และ ดร. ปีเตอร์ กาแวน ก่อนจะเปลี่ยนมือมาเป็นของนายห้างคนล่าสุดซึ่งตัดสินใจย้ายถิ่นฐานกลับภูมิลำเนา จึงส่งต่อกิจการให้หมอล้วน ว่องวานิช ที่ทำงานอยู่ที่ร้าน เพราะเห็นว่าเป็นคนซื่อสัตย์ และจะสามารถดำเนินกิจการให้อยู่รอดและเติบโตได้

หากสังเกตเราจะพบว่า แบรนด์สมัยก่อนนิยมใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์เพื่อง่ายแก่การจดจำชื่อ เช่น ถ่านไฟฉายตรากบ ยาหม่องตราเสือ แผ่นเสียงตรากระต่าย สบู่ตรานกแก้ว แต่มากไปกว่าการจดจำได้ งูของแป้งเย็นตรางูมีความหมายที่มากมายกว่านั้นซ่อนอยู่

งูอสรพิษหางยาวแทนโรคภัยไข้เจ็บซึ่งมาพร้อมศรปักที่หัว ใช้สื่อแทนความหมายของการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และยังเป็นตรารับประกันคุณภาพสินค้าที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปี

แป้งเย็นตรางู

ลด – โรค – ร้อน

ก่อนจะมาเป็นแป้งเย็นตรางูต้นตำรับแป้งเย็นเจ้าแรกของโลกอย่างทุกวันนี้

หมอล้วน ว่องวานิช เริ่มต้นจากการผลิตแป้งน้ำมโนราซึ่งเป็นเครื่องสำอางประจำยุคที่ให้ทั้งความหอมและความเย็น ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นแป้งน้ำควินนา และพัฒนาต่อเป็นแป้งเด็กเซนลุกส์ บุกเบิกตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

จนกระทั่งวันหนึ่งใน พ.ศ. 2490 มีทนายความจากอังกฤษมาหาหมอเนื่องจากอาการผดผื่นคัน เพราะผิวหนังและร่างกายปรับรับกับสภาพอากาศเมืองไทยไม่ได้ หมอล้วนจึงคิดค้นแป้งสูตรเย็น ที่ไม่เพียงลดผดผื่นคันแต่ยังช่วยให้สบายตัว เกิดเป็นกระแสนิยมแป้งยาหรือแป้งเย็นตรางูไปทั่ว สืบมาจนปัจจุบัน

“เมื่อก่อนเวลาคนพูดถึงแป้งเย็น มันคือตรางูแบรนด์เดียวเลย” ทีมการตลาดของแป้งเย็นตรางูเล่าย้อนตำนานหอมเย็นชื่นใจ แม้ตลาดแป้งเย็นในประเทศเขตร้อนจะหอมหวานจนดึงดูดคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาในสนาม แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่แป้งเย็นต้นตำรับต้องเกรงกลัว เพราะตราบใดที่องศาร้อนโดยเฉลี่ยทั้งพื้นที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี คนไทยก็ยังคงอาบน้ำ โรยแป้งเย็นที่มาพร้อมกระป๋องเหล็กรักษาความเย็น และเป่าตัวอยู่หน้าพัดลมอย่างนั้น

จนกระทั่งการมาของเครื่องปรับอากาศและความไม่ต่อเนื่องในการสื่อสาร ทำให้แป้งเย็นตรางูเป็นเหมือนที่เพื่อนหายหน้าหายตาไปจากเรา

แป้งเย็นตรางู

พี่ชายฉันหนาว

เคยมีคนบอกว่า ประเทศไทยเรามี 3 ฤดู ได้แก่ ร้อน ร้อนมาก และร้อนมากๆ แต่น้อยคนจะรู้ว่าองศาร้อนเติบโตสวนทางกับผลประกอบการโดยรวม

“เป็นเรื่องที่ทีมงานถกเถียงมานานหลาย 10 ปีแล้วเรื่องปัญหาฤดูกาลที่ต้องยอมรับว่าปีไหนร้อนมากยอดขายก็พุ่ง ขณะที่ปีไหนไม่ค่อยร้อนยอดขายก็ตก และเวลาที่ยอดตก เราจะตกหนักกว่าเพื่อน เพราะคนรู้สึกว่าเราเย็นมากๆ” มุทิตาเล่า

โดยปกติของสินค้าประเภทแป้งเย็นจะขายดีในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่แบรนด์ต่างๆ จะเปลี่ยนกลยุทธ์ไปขายครีมอาบน้ำหรือครีมบำรุงผิวในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้เกิดยอดขายตลอดทั้งปี

แต่แป้งเย็นตรางู เป็นสินค้าเพียงชนิดเดียวของแบรนด์

แป้งเย็นตรางู

แป้งเย็นตรางู

แทนที่จะลดทอนความเย็นเพื่อให้เป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดทั้งปี แป้งเย็นตรางูเลือกที่จะกลับมาหาแก่นของแบรนด์

“ด้วยความที่แบรนด์แข็งแรงมากเรื่องความเย็น เพราะฉะนั้น ต่อให้เราออกสินค้าใหม่ๆ ที่ลดทอนความเย็นลง แล้วเขียนว่าเย็นสดชื่นแบบ Natural Cool คนก็ไม่เชื่ออยู่ดี คนจะรู้สึกมันเย็นเกินไป พอไม่ใช่หน้าร้อนก็ไม่ใช้” มุทิตาเล่า

เมื่อเห็นว่าจุดแข็งแรงของแบรนด์เองก็เป็นข้อเสีย สิ่งที่ตรางูทำก็คือเตรียมแผนบุกตลาดต่างประเทศในช่วงฤดูร้อนของพื้นที่นั้นๆ อย่างจริงจัง

ชาวต่างชาติเข้าใจความเย็นของแป้งเย็นตรางูอย่างไร เราถาม

มุทิตาเล่าให้ฟังว่า แม้ใครก็ตามที่ไม่เคยสัมผัสความเย็นจากแป้งเย็นมาก่อน แต่เมื่อได้ลองเขาก็มักจะติดใจแป้งคลายร้อน และเห็นดีเห็นงามตรงกันว่าเป็นของดีขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวประเทศไทย

Make Snake Brand Great Again

จนถึงตอนนี้ ถ้าพูดถึงตรางู ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นแบรนด์ที่เคยยิ่งใหญ่มาก่อน

“เวลาพูดถึงแบรนด์ตรางู ในด้านการสื่อสารเราแทบไม่ต้องใส่รูปน้ำแข็งลงบนแพกเกจจิ้งหรือสื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ เลยนะ แค่มีงู มีดอกกุหลาบบนล่าง เท่านี้เย็นเลย เย็นมากๆ ด้วย” มุทิตาเล่าถึงผลรายงานความรู้สึกของผู้บริโภค ซึ่งความเย็นที่แท้แบบต้นตำรับนั้นมาจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติสูตรลับเฉพาะของตรางู ผสมกับสารสกัดจากมินต์หรือ Menthol ที่ให้ความเย็นสดชื่น

โดยที่มาของดอกกุหลาบบนล่างมาจากความต้องการของผู้บริหารยุคแรกที่อยากออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ดูง่าย และให้ดอกไม้แทนความรู้สึกหอมสดชื่น แม้ต่อมาจะพยายามออกแบบให้ดอกไม้มีความหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสมากขึ้น หรือเปลี่ยนจากกระป๋องเหล็กเป็นพลาสติก แต่ในที่สุดคนก็ยอมรับตัวตนเดิมที่แสนคลาสสิกของแป้งเย็นตรางูมากกว่า

“ครั้งหนึ่งแป้งเย็นตรางูเคยเปลี่ยนกระป๋องเป็นพลาสติกเพื่อให้ง่ายต่อการพกพา ผลก็คือ ตอนที่เปิดตัวใหม่ๆ ขายไม่ได้เลย เพราะคนเข้าใจว่าเป็นของปลอม” มุทิตาเล่า ก่อนเสริมว่าก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคนมองแป้งเย็นตรางูว่าเชย จึงเลือกวิธีแต่งตัวใหม่ให้ทันสมัยน่าใช้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เขาไม่ใช้แป้งแล้ว ดังนั้น ต่อให้บรรจุภัณฑ์แต่งตัวสวยแค่ไหน เขาก็จะแค่โอเคดีนะ แต่เขาไม่ได้ใช้แป้งแล้ว

ทีมการตลาดยอมรับกับเราว่าส่วนหนึ่งที่ยอดขายลดลงเป็นเพราะไม่มีกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ ซึ่งไม่นิยมหรือไม่ชินกับการใช้แป้งทาตัว หรือไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมต้องใช้แป้ง แป้งเย็นตรางูในยุคนี้จึงกลับมาพร้อมการนำเสนอความเย็นในรูปแบบอื่นๆ ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปและความต้องการของคนที่หลากหลาย เกิดเป็นแคมเปญที่ชื่อว่า Make Snake Brand Great Again

แป้งเย็นตรางู

e-เย็น (ความเย็นในยุคใหม่)

แม้ปัจจุบันทุกบ้านจะมีเครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อออกไปข้างนอกบ้าน เราก็ยังคงต้องเผชิญกับความร้อนอยู่ โจทย์ใหม่ของแป้งเย็นตรางูก็คือ ความเย็นที่พกพาได้ เกิดเป็นทิชชู่เย็นตรางู สเปรย์เย็นตรางู สบู่เย็นตรางู แป้งน้ำเย็นตรางู น้ำมันหอมระเหยเย็นตรางู และบาล์มเจลเย็นตรางู

แม้จะเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลก่อนใครเพื่อนเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ถ้าใครเป็นแฟนแบรนด์แป้งเย็นตรางู จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การเดบิวต์เข้าวงการความเย็นครั้งแรกของทิชชู่เย็นตรางู

หลังจากลองผิดลองถูกมาเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน ด้วยนวัตกรรมทิชชู่สูตรเย็นซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทิชชู่เย็นในวันนั้นมาในแพกเกจจิ้งสีม่วงและสีฟ้าอ่อน แต่เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากนัก ตรางูจึงแก้เกมด้วยการออกทิชชู่เย็นสูตร Active จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักการออกกำลังกายด้วยความเย็น สะอาด สดชื่น แนวสปอร์ต

“เราชอบกลิ่นของคลาสสิกมากกว่า” ช่างภาพหนุ่มของเราร้องบอก หลังขออาสาพิสูจน์กลิ่นทิชชู่เย็น 2 ซองตรงหน้า

ทิชชู่เย็นตรางู

เราถามทีมงานว่าคิดอย่างไรกับเรื่องตลกที่ในโซเชียลหยอกล้อกันว่าให้ระวังอย่าใช้ทิชชู่เย็นในห้องน้ำ

ทีมงานยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วตอบติดตลกว่า “จริงๆ เป็นเรื่องตลกที่เรารู้กันดีว่าคนใช้แป้งตรางูทำอะไรกันบ้าง อย่างเช่นที่ผู้ชายชอบใช้ทาเฉพาะส่วน เป็นเรื่องน่าดีใจที่คนจะนึกถึงเราในทุกหน้าร้อน เรื่องใช้ทิชชู่เปียกในห้องน้ำ หลายคนก็มาเสนอขำๆ ให้เราต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็นผ้าอนามัยหรืออื่นๆ ซึ่งในอนาคตเราก็อาจจะหยิบความคิดเห็นที่ผู้บริโภคเสนอมามาต่อยอดจริงจังก็ได้”

และจากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้ในตอนแรกทีมงานเกิดความไม่มั่นใจในทิชชู่เย็นหน้าตาใหม่นี้มากนัก

“ตลาดมันเฉพาะทางมากๆ ลำพังคนใช้ทิชชู่เปียกก็เป็นคนกลุ่มเล็กๆ อยู่แล้ว กลุ่มคนที่ใช้ทิชชู่เปียกสูตรเย็นยิ่งเล็กลงไปอีก บทเรียนจากเรื่องนี้จึงบอกเราว่าแบรนด์ตรางูยังมีบารมีในตัวเองอยู่มาก คนเห็นแล้วรู้เลยว่าเย็นแน่นอน และจากที่เราเคยคิดว่าคนรุ่นใหม่คงหลงลืมแป้งเย็นตรางูไปแล้ว กลายเป็นว่าทุกคนให้ความสนใจ” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของแบรนด์ยิ้มตอบ

เจลเย็นตรางู น้ำมันตรางู

เย็นตอแย

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แป้งเย็นตรางูปล่อยคลิปโปรโมตแบรนด์ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ในแฟนเพจ เพื่อบอกทุกคนว่า แป้งเย็นตรางูกำลังกลับมาอีกครั้งพร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้ตรางูคลาสสิก เผยให้เห็นสมาชิกใหม่อย่างสเปรย์เย็นและทิชชู่เย็น ซึ่งแม้จะปรากฏตัวเพียง 1 – 2 วินาที ทุกคนที่ได้รับชมก็จบภาพนิ่งส่งมาถามหาสเปรย์กันมากมาย

“ลดอุณหภูมิ 8 องศาฯ จากอุณหภูมิโดยรอบ ภายใน 60 วินาที” ผลทดสอบจากห้องทดลองระบุไว้ข้างกระป๋องสเปรย์ต้นแบบ ก่อนพร้อมวางจำหน่ายช่วงกลางเดือนเมษายน

“ตอนที่ทำการทดสอบ มีคนนิยามความเย็นของสเปรย์เย็นว่า เป็นความเย็นตอแย นั่นคือ ไม่เพียงทำให้คลายร้อนยังสร้างความเย็นเยือกทิ้งไว้ยาวนาน จนต้องใส่อารมณ์กับกระป๋องสเปรย์ว่า พอได้แล้ว หายร้อนแล้ว เลิกเย็นได้แล้ว” ทันทีที่ได้รับคำอธิบายจากมุทิตา ช่างภาพหนุ่มของเราก็ไม่พลาดที่จะขอทดลอง

แป้งเย็นตรางู สบู่ตรางู

“เย็นเท่าแป้งเย็นมั้ยคะ” เราถาม

“เย็นกว่าแป้งอีกนะ เพราะจริงๆ แล้วแป้งเย็นเองก็มีเคล็ดลับการใช้ ถ้าใช้ตอนผิวแห้งจะไม่ค่อยเย็น ต้องใช้ตอนตัวหมาดๆ ซึ่งในสเปรย์เย็นและทิชชู่เย็นมีความชื้นในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้น จะเย็นทันทีที่ใช้งาน” มุทิตาเล่า ก่อนจะทิ้งท้ายว่าสิ่งที่แบรนด์แป้งเย็นตรางูตั้งใจจะสื่อในยุคนี้คือการเป็น Cool Solution ที่ไม่ว่าคุณจะต้องการความเย็นรูปแบบไหน ซึ่งในอนาคตแบรนด์ก็อาจจะนำผลิตภัณฑ์สูตรเย็นอื่นๆ ตรางูที่เคยทำในอดีตกลับมาให้หายคิดถึงอีกครั้ง

และในที่สุดแล้ว แบรนด์แป้งเย็นตรางูก็พบว่าเบื้องหลังกระแสตอบรับที่ดีนั้น คนมองข้ามเรื่องภาพลักษณ์ดีไซน์ที่ว่าเป็นกราฟิกคลาสสิกเดียวกัน แต่มองภาพรวมว่านี่คือตรางู และนี่คือความเย็น

มุทิตา หลักชัยวิบูลย์ มาศบดี มณีสะอาด

วิธีเอาชีวิตรอดสไตล์แป้งเย็นตรางู

  1. ใช้ทิชชู่เย็นตรางูเช็ดหน้าได้ แต่ให้ระวังและเว้นรอบตวงตา เพราะจะเย็นมากจนลืมตาไม่ขึ้น
  2. ลองพกทิชชู่เย็นตรางูติดไว้ในรถเวลาขับรถทางไกลแล้วรู้สึกง่วงนอน ให้นำมาปาดหน้าเลย สร่างแน่นอน
  3. สเปรย์เย็นตรางูใช้ฉีดผ่านเสื้อผ้าได้ รับรองว่าเย็นเหมือนฉีดที่ผิวโดยตรง
  4. เห็นแบบนี้ทหารหรือนักเรียน รด. ชอบใช้แป้งตรางูมาก มีคนสิงคโปร์และคนมาเลเซียมารีวิวให้ หรือบางทีเป็นทหารอเมริกันซึ่งเขาใช้แป้งเย็นตรางูแทนการอาบน้ำ
  5. ล่าสุดมีคนอินเดียส่งข้อความมาถามในเฟซบุ๊กว่าใช้แป้งเย็นตรางูแล้วทำไมไม่เย็น ซึ่งถ้าเป็นแป้งเย็นให้ใช้ตอนผิวหมาดนิดๆ แต่ถ้าเป็นทิชชู่เย็นหรือสเปรย์เย็นจะเย็นทันทีหลังใช้

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load