ตอนที่ได้พบกับ พินิตย์ พันธประวัติ ธนบัตรในมือของฉันสั่นไปหมด

อาการสั่นเกิดขึ้นเมื่อพินิตย์บอกกับฉันว่า ภาพอันวิจิตรละเอียดงดงามบนธนบัตรไม่ได้เกิดจากการวาดเส้น แต่เป็นการแกะสลักด้วยมือลงบนแม่พิมพ์โลหะ!

น่าเสียดายที่ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์บนเงินตราไม่อาจอธิบายรายละเอียดใดได้มากกว่านี้ เนื่องจากกระบวนการทำธนบัตรเป็นความลับทางราชการ หวังว่าคุณจะเข้าใจ เพราะงานศิลปะเหล่านี้มิได้มีค่าเพียงแค่ทางจิตใจ แต่มีค่าเป็นเงินเป็นทอง (ในความหมายนัยตรง)

แต่จะเสียดายไปทำไม ในเมื่อยังมีงานศิลปะชิ้นอื่นๆ ซึ่งพินิตย์สร้างสรรค์ไว้ให้ดูชมอีกมากมาย ในตอนนี้หลายงานจัดแสดงอยู่ร่วมกับผลงานของศิลปินอื่นในหลากสถานที่ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไปจนถึงซีคอน บางแค ทุกภาพล้วนเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9

ในวันที่พินิตย์เกษียณอายุราชการออกจากตำแหน่งผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนธนบัตร ฉันจึงคิดว่าคงเหมาะสมมากกว่าหากจะชักชวนมารู้จักเขาในตำแหน่ง ‘ศิลปิน’ ผู้ทำงานอยู่กับพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดชีวิต

ตั้งแต่เด็ก พินิตย์ทำความรู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านทางการวาดรูปมาตลอด เขาตั้งข้อสังเกตว่า “คนทำงานศิลปะส่วนใหญ่ จะต้องเคยเขียนรูปในหลวงอย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง” พินิตย์เป็นคนต่างจังหวัดที่เติบโตมากับการเห็นข่าวพระองค์เสด็จฯ ไปเยือนที่ทุรกันดารและทรงงานอยู่ตลอด ได้เห็นว่ากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงมีพระราชดำริตั้งโครงการต่างๆ เพื่อความผาสุกของประชาชน ทำให้เขาประทับใจ และอยากทำงานเกี่ยวกับพระองค์เสมอมา

หลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่าง พินิตย์ก็สอบเข้าทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นโอกาสให้ได้ทำงานเกี่ยวกับการเขียนภาพในหลวงอีก จึงกลายเป็นว่า ทั้งก่อนหน้าและตลอดช่วง 35 ปี ในธนาคารแห่งประเทศไทย ชีวิตของชายคนนี้อุทิศให้กับเพียงสิ่งเดียว คือการสร้างงานศิลปะเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ รวมกว่า 40 – 50 ภาพ

เบื่อบ้างไหม ฉันถามเขาตรงๆ พินิตย์ตอบปฏิเสธในทันที

“ไม่เคยเบื่อเลย เป็นความปลื้มและประทับใจมากกว่า ในเวลาที่ทำแต่ละภาพ เราต้องพยายามปรับให้พระบรมรูปของพระองค์งดงามเหนือจริง แต่ก็ต้องดูแล้วเหมือนด้วย เพื่อให้สมพระเกียรติของพระองค์”

หากผลงานของศิลปินผู้นี้บังเอิญผ่านเข้ามาในสายตา อาจชวนสงสัยว่าภาพเหล่านี้แตกต่างจากพระบรมฉายาลักษณ์อื่นของพระองค์อย่างไร แต่หากขยับเข้าไปมองดูใกล้ๆ หรือลองใช้แว่นขยายส่องถ้ามีโอกาส จะพบว่าความพิเศษของงานศิลปะที่พินิตย์สร้างสรรค์อยู่ที่เทคนิคการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ (Steel Engraving หรือ Intaglio) ล้วนๆ

พินิตย์เล่าที่มาที่ไปของการใช้เทคนิคดังกล่าวว่าเป็นเทคนิคชั้นสูงที่ใช้ทำธนบัตรทั่วโลก และเขาคิดว่าไม่มีที่ไหนเลยนอกจากในหน่วยงานผลิตธนบัตรที่จะมีการเรียนการสอนเทคนิคนี้ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยก็ตาม ในอดีตเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้ว จะเห็นศิลปะรูปแบบนี้ได้ตามสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น ภาพประกอบหนังสือและแม้แต่โน้ตดนตรี แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้ไม่นิยมลงทุนทำกันแล้ว ศิลปินที่เหลืออยู่จึงเป็นกลุ่มที่ฝังตัวอยู่ตามโรงพิมพ์ธนบัตรทั่วโลกเท่านั้นเอง

สาเหตุที่ธนบัตรหลายที่ยังยึดขนบการผลิตด้วยการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ เช่นธนบัตรของสหรัฐอเมริกา เพราะความละเอียดอ่อนที่ทำให้มันปลอมแปลงยาก พินิตย์อธิบายเปรียบเทียบว่า หากจะให้เขียน ก ไก่ ซ้ำ 2 ตัว แม้แต่ลายมือของตัวเอง เรายังลอกได้ไม่เหมือนเป๊ะด้วยซ้ำ งานแกะสลักก็คล้ายคลึงกัน

โดยคร่าวๆ กระบวนการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะคือ เริ่มจากการลอกลายรูปต้นแบบ โดยจะลอกมาเพียงเค้าโครง เช่น เส้นขอบเป็นอย่างไร ตา จมูก ปาก อยู่ตรงไหน แบ่งแสงเงาเป็นชั้นๆ แล้วจึงนำแบบที่ลอกลายนั้นไปเขียนลงบนแม่พิมพ์ ก่อนจะใช้อุปกรณ์พิเศษแกะแม่พิมพ์เหล็กพิเศษ (ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ว่าพิเศษอย่างไร ลึกลับจริงๆ!) เมื่อได้โครงแล้ว จึงใส่รายละเอียดตามลงไป ขั้นตอนนอกจากนี้ลองไปจินตนาการต่อดูเอง ใบ้ให้ว่า ตรงที่เป็นร่องแกะลงไปในแผ่นเหล็กคือตรงที่สัมผัสหมึก ต่างจากภาพพิมพ์อื่นๆ ที่แกะตรงไหนออก ตรงนั้นจะไม่โดนหมึก

ศาสตร์อันละเอียดอ่อนและลึกลับนี้ พินิตย์สืบทอดมาจากศิลปินไทยรุ่นแรก 2 ท่าน คือ อ.ประชุม เพ็ชรดี และ อ.บุญยืน ทองทับ โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า ในสมัยก่อน ไทยจ้างต่างชาติทำเทคนิคนี้ให้ธนบัตรและแสตมป์ของเรามาตลอด จนกระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทยมีโครงการอยากใช้ฝีมือคนไทยกันเอง จึงส่ง อ.ประชุม และ อ.บุญยืน ไปศึกษาดูงานของต่างประเทศเป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะกลับมาทำงาน เมื่อพินิตย์เข้ามารับช่วงต่อ ก็มาเรียนรู้กับอาจารย์ทั้งสองโดยตรง

“ผมเรียนพื้นฐานจากอาจารย์ 2 ท่าน แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มแกะเอง จนพอได้แล้ว ทางธนาคารก็ส่งผมไปต่างประเทศ ทั้งยุโรปและเอเชีย เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมในการทำงาน”

ตั้งแต่วันที่เริ่มหัดเขียนเส้นลงบนแผ่นโลหะ ไปจนถึงวันที่แกะสลักออกมาเป็นภาพ รวมแล้วเขาศึกษาอยู่เป็นเวลากว่า 10 ปี จนกระทั่งสร้างสรรค์ลวดลายบนธนบัตรด้วยตนเองได้ในที่สุด

“แม้แต่รูปที่อยู่บนธนบัตรก็เป็นศิลปะ ซึ่งผมว่าเป็นศิลปะที่เชิดหน้าชูตาของประเทศเหมือนกันนะ ชาติไหนๆ เขาก็มีธนบัตร แล้วบนธนบัตรก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง อย่างของไทยก็จะมีลายไทย สอดแทรกความเป็นไทยอยู่ตลอด เป็นความภูมิใจว่า ธนบัตรเราก็สวยงามสู้ต่างประเทศได้”

งานของพินิตย์ไม่ใช่แค่การเขียนลายธนบัตรสำหรับใช้งานและธนบัตรที่ระลึกเท่านั้น เพราะส่วนหนึ่งของค่าจ้าง คือการจ้างให้ ‘ฝึกฝน’ เทคนิคอันแสนยากให้ช่ำชอง ดังนั้น ระหว่างช่วงว่างที่ไม่มีการออกธนบัตรอะไร พินิตย์ก็จะทำผลงานส่วนตัวของตนเองเป็นการฝึกปรือฝีมือ ทำให้พินิตย์มีงานศิลปะอื่นๆ นอกเหนือจากงานที่ปรากฏบนธนบัตรสะสมอยู่จำนวนมาก

“จริงๆ เป็นเป้าหมายในชีวิตผมอยู่แล้วว่าเมื่อผมเกษียณ ผมจะเอางานที่ทำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ” ในขณะที่พินิตย์เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย เขาจึงทำงานส่วนตัวควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นการฝึกทักษะและเป็นการทำตามเป้าหมายดังกล่าว แน่นอนว่าในช่วงที่ทำงานอยู่ การจะนำงานออกมาแสดงนั้นไม่เหมาะสม เขาจึงมองว่าการเกษียณน่าจะเป็นจังหวะที่ดี “งานแบบนี้ ชิ้นหนึ่งใช้เวลาประมาณ 5 – 6 เดือน ถ้าเพิ่งมาเริ่มคิดจะทำงานตอนเกษียณ ผมว่า 90 น่ะ กว่าจะได้แสดงงาน”

หลังจากการทำงานสะสมกันมาอย่างยาวนาน พินิตย์ก็ได้แสดงนิทรรศการเดี่ยวไปแล้วครั้งหนึ่งใน พ.ศ. 2558 ภายใต้ชื่อ ‘ภาพพิมพ์ใจหทัยทวยราษฎร์’ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล และเขาก็หวังว่าตนจะรวบรวมงานได้มากพอจัดนิทรรศการภาคต่อภายในปีหน้า

สำหรับผลงานศิลปะ พินิตย์จะทำงานได้เป็นอิสระกว่าตอนทำธนบัตร เขาจึงลองใช้เทคนิคกรดกัดภาพพิมพ์โลหะ (Etching) ที่นิยมกันมากกว่า และใช้เวลาน้อยกว่า มาผสมผสานกับเทคนิคเดิม เพื่อให้ผลิตงานได้เร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามคงรูปแบบของความเป็นภาพพิมพ์แกะสลักไว้ด้วย

พินิตย์มองว่าเสน่ห์ของการทำงานศิลปะประเภทนี้ คือความวิริยะอุตสาหะที่ทุ่มเทลงไปในแต่ละชิ้นงาน ด้วยความที่เป็นศิลปะซึ่งเกิดจากเส้นกับจุดที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ต้องใช้ทั้งฝีมือที่ละเอียดอ่อน และความสร้างสรรค์ในการจัดวางเส้น ทำให้ผลงานชิ้นหนึ่งใช้ทั้งเวลาและความใส่ใจมากเมื่อเทียบกับเทคนิคศิลปะแบบอื่น

“มันไม่เหมือนงานวาดเส้นที่ถ้าเราเขียนหนักไปเราก็ลบได้ แต่เทคนี้เราต้องค่อยๆ เบาๆ ไปก่อน แล้วค่อยใส่น้ำหนักเข้าไปด้วยการแกะซ้ำลงไปที่เดิม จุดทุกจุดเราก็ต้องแกะทีละจุด ไล่ไปทีละจุด ทีละเส้น ต้องใจเย็น มือเบา และพยายามไม่ให้ผิดพลาดเลย”

แค่ฟังก็รู้สึกชื่นชมในความอุตสาหะแล้ว

ในปัจจุบัน โรงงานผลิตธนบัตรของบางประเทศก็เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แทนการแกะสลักแบบเก่าแล้ว พินิตย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดายว่า เทคนิคการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะนี้อาจเริ่มเลือนหายไปแล้วก็ได้ แต่แม้เช่นนั้น ในฐานะกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อแสดงความรักต่อพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ภาพพิมพ์โลหะเหล่านี้ก็จะยังสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้นให้ก้องไกลไปเป็นนิรันดร์

สำหรับช่วงนี้ ไปชมผลงานของพินิตย์ได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ซีคอนบางแค ซีคอนสแควร์ และ 333 Bababa Gallery

หรือจะลองหยิบธนบัตรขึ้นมาเอาแว่นขยายส่องดูก็ได้นะ

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Master

เรื่องราวเบื้องหลังความเชี่ยวชาญของคนทำงานระดับมืออาชีพ

อาชีพของ เป้-สารัตถ์ นิ่มละมัย น่าจะเป็นอาชีพที่มีคนรักมากที่สุดอาชีพหนึ่งของโลก เพราะงานของเขาคือการออกแบบความสุขมหาศาลให้ผู้คนในหีบห่อที่เรียกว่า ช็อกโกแลต

Chocolatier (ช็อกโกลาเทียร์) คือชื่อตำแหน่งของเขา ชายหนุ่มเจ้าของ Chocolate House โรงเรียนสอนทำช็อกโกแลตและสารพัดขนมหวาน ก้าวเข้าห้องครัวสีขาวสะอาดสะอ้าน กลิ่นของหวานสีน้ำตาลฟุ้งกระจายในอากาศ ต้นตอของมันคือช็อกโกแลตก้อนกลมชิ้นจิ๋วๆ ที่อวดผิววาววับรัญจวนใจบนโต๊ะยาว

ช็อกโกแลต

สาเหตุที่ฉันเดินทางมาคุยกับ ‘เชฟเป้’ วันนี้ ไม่ใช่แค่เพราะกิตติศัพท์เรื่องช็อกโกแลตและสารพันขนมที่อร่อยเด็ดขาด แต่เพราะวงการช็อกโกแลตในเมืองไทยกำลังคึกคัก จากที่ยึดมั่นถือมั่นว่าช็อกโกแลตดีงามต้องมาจากสวิตเซอร์แลนด์หรือเบลเยียม ความเชื่อของฉันสั่นคลอนรุนแรง เพราะบ้านเรากำลังเริ่มปลูกต้นโกโก้และทำช็อกโกแลตรสชาติไทย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านช็อกโกแลตคนนี้คือหนึ่งในแนวหน้าที่บุกเบิกกระแสของหวานจากเมล็ดโกโก้

“จริงๆ แล้วช็อกโกแลตกับกาแฟเหมือนเป็นพี่น้องกันครับ เรื่องกาแฟบ้านเราเต็มที่มาหลายปีแล้ว แต่เพิ่งเริ่มมาจริงจังกับช็อกโกแลตเมื่อไม่กี่ปีมานี้ กระแสมันเร็วมาก แฟนกาแฟเริ่มสนใจว่าจะเอาโกโก้มาพลิกแพลงทำอะไรได้บ้าง”

สารัตถ์ นิ่มละมัย

เชฟเป้เล่าว่า เมล็ดโกโก้ ต้นตอของช็อกโกแลตส่วนใหญ่ของโลกมาจากทวีปอเมริกาใต้ แต่เมื่อคนทั้งโลกบริโภคช็อกโกแลตมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ แหล่งปลูกโกโก้จึงขยายมาที่แถบร้อนชื้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว และประเทศไทย

“ยุโรปเองก็ไม่ได้มีต้นโกโก้ แต่ไปรับซื้อมาจากแถบอื่นทั้งนั้น เราก็กลับมานั่งคิดว่าทำไมเราถึงไม่ปลูกเอง ผลิตเอง แล้วก็ตั้งราคาเองให้กับต่างชาติ ตอนนี้ชาวสวนในไทยก็เริ่มปลูกโกโก้กันแล้ว เช่นที่เชียงราย น่าน จันทบุรี ราชบุรี แล้วก็ชุมพร โกโก้ชอบอากาศร้อนชื้นบ้านเรา แล้วต้นหนึ่งสามารถอยู่ได้ 50 – 80 ปี ใน 1 เดือนเราสามารถเก็บผลผลิตได้ 2 ครั้ง  เพราะฉะนั้น เราปลูก 2 ปีก็อยู่ได้ยาวๆ เลย”

เจ้าของสวนโกโก้ทดลองเล็กๆ ที่ราชบุรีเอ่ย ก่อนแจกแจงตำแหน่งบุคคลที่ขับเคลื่อนความเคลื่อนไหวในวงการช็อกโกแลต ประกอบไปด้วยคนปลูก (Chocolate Farmer / Cocoa Farmer) คนผลิต (Chocolate Maker) ที่นำเมล็ดโกโก้มาตากแดด คั่ว และแปรสภาพเมล็ดโกโก้เป็นช็อกโกแลตพร้อมปรุง ส่วน Chocolatier หรือเชฟช็อกโกแลต คือมือสุดท้ายที่เล่นแร่แปรธาตุช็อกโกแลตให้เป็นของคาว ของหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่มต่างๆ

งานของทั้งสามตำแหน่งนี้สุดแสนละเอียดอ่อน เพราะทุกขั้นตอนล้วนส่งผลต่อรสชาติช็อกโกแลต ตัวเชฟเป้จึงศึกษาตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการแปรรูปสุดท้าย เพราะความเข้าใจทุกภาคส่วนจะทำให้เขากำหนดรสชาติใหม่ที่ดีและแตกต่างจากคนอื่นๆ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ช็อกโกแลตเฮาส์

สารัตถ์ นิ่มละมัย สารัตถ์ นิ่มละมัย การทำช็อกโกแลต

กว่าจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นช็อกโกลาเทียร์ ชายผู้เติบโตมากับการอบขนมทุกวันของคุณยายฝึกฝนจากการเรียนทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งจากการเรียนในสถาบันต่างๆ และขวนขวายด้วยวิธีครูพักลักจำ ลองผิดลองถูกจนเข้าใจทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติ เพื่อความแตกฉานในวิชารสชาติ ประสาทสัมผัสของเชฟเป็นอาวุธที่ต้องฝึกปรือให้เฉียบคมอยู่เสมอ

“รสชาติของโกโก้ไทยแตกต่างจากที่อื่นมากครับ มันขึ้นอยู่กับสภาพดิน สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ aftertaste ของช็อกโกแลตบ้านเรา เวลาผมชิมแล้วเห็นเป็นสีเขียว สีส้ม สีแดง รสชาติมี curve เยอะมาก และส่วนใหญ่จะมีกลิ่นกล้วย กลิ่นที่เรารู้จักมาแต่เด็ก ส่วนใหญ่ผมจะชิมก่อนแล้วค่อยทายโน้ตของมัน ถ้ามาจากเอกวาดอร์ก็จะมีกลิ่นถั่ว หรือถ้าเห็นสีน้ำตาลอ่อน ผมจะนึกถึงซิการ์ มันมาจากคิวบาแน่นอน”

หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านช็อกโกแลตคือการออกแบบรูปทรงและรสชาติที่ถูกใจลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตแท่ง ช็อกโกแลตชิ้นเล็กพอดีคำประเภททรัฟเฟิล พราลีน บงบง และงานศิลปะรูปทรงต่างๆ ไปจนถึงสัมผัสบนลิ้น ซึ่งต้องดีไซน์ให้พ้องกับรสนิยมของกลุ่มผู้รับประทาน เช่น คนยุโรปนิยมช็อกโกแลตที่รสชาติชัดเจนสุดทาง หวานต้องหวานจัด เปรี้ยวชนิดตาปิด หรือถ้าขมก็ต้องขมปี๋ ขณะที่คนเอเชียมักชอบช็อกโกแลตที่หวานน้อยกว่า มีความเปรี้ยว และไม่ขมมากจนเกินไป ความพิถีพิถันซับซ้อนและวัตถุดิบดีเยี่ยม ทำให้ช็อกโกแลตแสนวิจิตรราคาสูงกว่าช็อกโกแลตทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งผลิตทีละมากๆ และใช้ไขมันพืชเป็นส่วนผสมแทนโกโก้บัตเตอร์เพื่อลดต้นทุน

การทำช็อกโกแลต Chocolate House

“คนมากมายชอบกินช็อกโกแลตที่อร่อยและราคาถูก หาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่รู้มั้ยว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ช็อกโกแลตแท้แพงเพราะใช้เมล็ดจากต่างประเทศ คราวนี้ถ้าเมืองไทยปลูกเอง ผลิตเอง เราก็ตั้งราคาที่ใกล้เคียงกันได้ ช็อกโกแลตแท้ช่วยเรื่องโรคหัวใจ โรคซึมเศร้า ประโยชน์เยอะมาก เป็นโจทย์อีกอย่างของเชฟ ผู้ผลิต และเกษตรกร ที่ต้องช่วยให้ความรู้คนให้มากที่สุดและสนับสนุนให้คนไทยเลือกกินช็อกโกแลตดีๆ”

ปัจจุบันแบรนด์ช็อกโกแลตแท้ในเมืองไทยเป็นของต่างชาติเกือบทั้งหมด มีเพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย ตลาดที่ยังต้องเติบโตทำให้งานของช็อกโกลาเทียร์คนนี้ไม่ใช่แค่ประดิษฐ์ของหวานแสนอร่อยทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ยังเปิดมาสเตอร์คลาสอบรมทั้งครัวโรงแรม แบรนด์ขนม และผู้สนใจทั่วไปที่อยากทำช็อกโกแลตด้วยมือตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงวาเลนไทน์ แถมผู้ชนะเชฟกระทะเหล็กคนนี้ยังควบตำแหน่ง Pastry Chef ที่ทั้งทำและสอนขนมหวานประเภทอื่นๆ อีกด้วย

เชฟเป้ลงมือสาธิตการ temper หรือการละลายช็อกโกแลตและปาดช็อกโกแลตเหลวไปมาเพื่อลดอุณหภูมิ ขั้นตอนสำคัญในการทำช็อกโกแลตเงาวับสำหรับเตรียมแม่พิมพ์หรือทำเคลือบช็อกโกแลต ชายหนุ่มเล่าว่า ในบรรดาช็อกโกแลตทั้งหลาย เขาชอบช็อกโกแลตบงบง หรือช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่หล่อด้วยแม่พิมพ์มากที่สุด เพราะขนมชิ้นจิ๋วที่ส่องประกายดูเหมือนจิวเวลรี่ที่ดึงดูดนักชิม จึงไม่น่าแปลกใจว่าบุคคลที่เขาชื่นชมคือ Patrick Roger ช็อกโกแลตมาสเตอร์ระดับโลกชาวฝรั่งเศส เจ้าของร้านช็อกโกแลตในปารีสที่ชายหนุ่มเปรียบเปรยว่าเหมือนร้านขายเพชร ทั้งร้านเต็มไปด้วยช็อกโกแลตชิ้นน้อยๆ แสนงดงามจำนวนมหาศาลและงานศิลปะจากช็อกโกแลต

สารัตถ์ นิ่มละมัย

Chocolate House

“เขาเกินคำว่า Chocolatier หรือ Chocolate Maker ไปแล้ว ต้องเรียกว่า Artist งานเขาละเอียดประณีต คุณภาพสูงมาก เป็นคนเดียวที่ผมประทับใจจริงๆ”

ช็อกโกลาเทียร์ชาวไทยเอ่ยอย่างเคารพนับถือ เป้าหมายที่เชฟเป้วางไว้ให้ตัวเองไม่ใช่แค่การทำช็อกโกแลตระดับประเทศ แต่สร้างผลงานที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำช็อกโกแลตที่ดี

“ลูกค้าส่วนใหญ่ของผมเป็นชาวต่างชาติ เวลารับออร์เดอร์ต่างประเทศ ข้อดีคือเขาจะมองว่าเชฟไทยก็ทำช็อกโกเเลตได้นะ ไม่จำเป็นต้องเป็นฝรั่งตลอดเวลา เราต้องกลับมามองว่าเราอยากจะเดินตามเขาตลอดไป หรืออยากให้เขากลับมามองเราบ้าง ผมเลือกเดินตามความเป็นไทย เพราะรสชาติไทยต่างๆ ที่เรานำไปเสนอ เช่น รสมะกรูด โหระพา มะพร้าว กะทิ เลมอนจากโครงการหลวง คนต่างชาติเขาชิมแล้วชอบ เป็นการต่อยอดทางธุรกิจสำหรับเราด้วย”

Chocolate House

เชฟเลื่อนจานใส่ช็อกโกแลตบงบงสดใสแวววาวมาให้ชิม เรื่องนี้จบลงด้วยการหลับตาพริ้มเมื่อลิ้นสัมผัสรสหอมหวาน แม้มองไม่เห็นโน้ตสีเขียว ส้ม แดง แบบที่เชฟเล่า แต่ความสุขที่พลุ่งพล่านเฉียบพลันจากในปากถึงหลังเปลือกตา ฉันรู้สึกได้ทันที

สารัตถ์ นิ่มละมัย

Name: สารัตถ์ นิ่มละมัย
Age: 30 ปี
Occupation: Chocolatier
In Detail: สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า และออกแบบรูปทรงและรสชาติที่มีเอกลักษณ์ และได้มาตรฐานสม่ำเสมอทุกครั้ง
Stuff: อาวุธประจำตัวของช็อกโกแลตมาสเตอร์คือ Chocolate Scrapper เกรียงโลหะขนาดใหญ่ที่ทนทานและคุณภาพดี ใช้ขูดและปาดเนื้อช็อกโกแลตอุ่นเหลวเพื่อลดอุณหภูมิ
My Favorite Part of the Job: ช่วงเวลาลดอุณหภูมิช็อกโกแลต เวลาทำเเล้วจะได้คิดอะไรเพลินๆ ไปด้วย มีความสุขดีครับ
Contact : Chocolate House

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load