ซอยเจริญกรุง 36 หรือซอยโรงภาษี เป็นหนึ่งในซอยที่น่าเดินที่สุดในประเทศไทย

ปากซอยมีร้านอาหารฝรั่งเศส คาเฟ่ ร้านเครื่องประดับ และแกลเลอรี่ศิลปะแสนเก๋ เดินเข้าไปอีกนิดจะพบมัสยิดฮารูณและบ้านไม้แสนสวยอายุ 100 กว่าปีของตำรวจน้ำ ก้าวขาต่อไปจะพบสถานทูตฝรั่งเศส และสุดท้ายปลายซอย ศุลกสถานหรือโรงภาษีสไตล์ยุโรปที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ยืนเด่นริมน้ำเจ้าพระยา วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ข้นคลั่กทับซ้อนของผู้คนหลายชาติ หลายศาสนา ทำให้การเดินเล่นที่นี่ชวนอิ่มอกอิ่มใจไปทั้งวัน

บ้านเขียวอันยุมัน : บ้านพักครูอายุ 100 กว่าปีที่กำลังจะกลายพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่

ในช่วงเทศกาล Bangkok Design Week 2018 ที่ผ่านมา The Cloud ร่วมมือกับ TCDC จัดทริปเดินเที่ยวเจริญกรุงในยามค่ำคืน เราจึงค้นพบว่าซอยนี้ยังมีสมาคมอันยุมันอิสลาม hidden place เก่าแก่อีกแห่งที่เพิ่งเปิดตัวแก่คนทั่วไป ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้หลากหลายสาขาของชาวมุสลิม ประกอบด้วยสำนักอภิธรรม ชมรมวิทยุ มูลนิธิ และสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทย โดยในอดีต พื้นที่นี้เคยเป็นโรงเรียนอันยุมันอิสลาม โรงเรียนเก่าแก่ชื่อดังที่เปรียบได้กับตักศิลาของชาวมุสลิมไทย เรียกได้ว่าใครอยากมาเรียนเรื่องศาสนา ยุคหนึ่งต้องเดินทางมาเรียนที่บางรัก

ปัจจุบันเราจะเห็นอาคาร 2 หลัง หอประชุมอันยุมันอิสลามรับหน้าที่เป็นสำนักงานของทุกหน่วยงานและมีโถงประชุมใหญ่ ส่วนบ้านเขียวอันยุมัน อาคารไม้ 2 ชั้นหลังเล็กอายุ 100 กว่าปี เป็นอดีตบ้านพักของอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ จุฬาราชมนตรีผู้แปลพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทย ฉบับพระราชทาน

หอประชุมอันยุมันอิสลาม

บ้านเขียวอันยุมัน

สถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทยรับหน้าที่ดูแลบ้านเขียว และกำลังจะปรับปรุงบ้านเก่าที่ปิดตายมานานหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่เล็กๆ สำหรับผู้สนใจเรื่องเกี่ยวกับอิสลาม วรพจน์ ไวยเวทา เลขานุการสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทย และสุนิติ จุฑามาศ นักวิจัยด้านโบราณคดีอิสลาม รวบรวมข้อมูลจากปากคำคนเก่าแก่ในพื้นที่ ภาพถ่าย และบันทึกต่างๆ ของโรงเรียน ก่อนเปิดเผยข้อมูลของที่ดินเก่าแก่ใจกลางซอยเจริญกรุง 36 ที่น้อยคนรู้จักให้เราฟัง

 วรพจน์ ไวยเวทา สุนิติ จุฑามาศ

“สมาคมอันยุมันอิสลามเกิดจากชุมชนพ่อค้ามุสลิมอินเดียที่รวมตัวกันในสมัยรัชกาลที่ 5 มีตัวตั้งตัวตีคือตระกูลนานา ซึ่งเป็นนายห้างค้าผ้ากับราชสำนักสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 และอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาธุรกิจของตระกูลนานายังมีอุปกรณ์การเกษตร น้ำตาล และค้าขายที่ดินจนกลายเป็นเศรษฐีที่ดินในเมืองไทย”

สุนิติเล่าว่าเมื่อนายห้างใหญ่หลายตระกูลรวมตัวกันเป็นสมาคม พวกเขาก็อยากให้เยาวชนมุสลิมในยุคนั้นมีสถานที่ศึกษา จึงสร้างโรงเรียนยาเวียขึ้นมาในซอยเจริญกรุง 36 ตอนแรกเป็นอาคารไม้บริเวณโรงภาษี ต่อมาย้ายมาอยู่ฝั่งตรงข้ามสมาคมอันยุมันอิสลามในปัจจุบัน และสุดท้ายชาวมุสลิมก็รวบรวมเงินซื้อที่ดินผืนปัจจุบันเพื่อสร้างโรงเรียนอันยุมันอิสลามเป็นการถาวร

ปัจจุบันที่ดินผืนนี้เป็นของตระกูลนานา นายห้างอาหมัด อิสราฮีม นานา (Ahmed Ebrahim Nana) หรือ เอ อี นานา ทายาทรุ่น 3 ของตระกูลนานา ซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ทั้งหมดเพื่ออุทิศให้ศาสนาอิสลามและสาธารณชน

ยุคแรกอาคารโรงเรียนอันยุมันอิสลามเป็นอาคารไม้ สมาคมฯ ซื้อไม้จากพ่อค้านามสกุลมุขตารี ตระกูลมุสลิมค้าซุงจากบางอ้อ มัสยิดหลายแห่งย่านนี้ก็สร้างขึ้นโดยไม้ที่ชาวบางอ้อบริจาคให้ศาสนสถาน

“ช่วงแรกนักเรียนยังไม่เยอะ ตอนนั้นคนที่มีความรู้ด้านศาสนาสูงคือท่านอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ จริงๆ ท่านไม่ใช่คนที่นี่ แต่เป็นคนบ้านดอน (สุขุมวิท 39) ท่านไปเรียนศาสนาที่ซาอุดิอาระเบีย พอกลับมาทางสมาคมฯ ก็เรียนเชิญให้มาเป็นอาจารย์ใหญ่ และจัดการการสอนทั้งหมดที่นี่”

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน : บ้านพักครูอายุ 100 กว่าปีที่กำลังจะกลายพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่

เริ่มแรกโรงเรียนอันยุมันอิสลามสอนหนังสือชั้นประถม 1 – ม.ศ. 3 ให้เด็กๆ ในย่านเจริญกรุงโดยไม่จำกัดศาสนาและไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อให้โรงเรียนนี้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกระทรวงธรรมการ ช่วงเช้าจึงสอนวิชาสามัญแบบเดียวกับโรงเรียนทั่วไป มีวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษตามปกติ ตอนเย็นจะสอนภาษาอาหรับ และสอนศาสนาให้เด็กและผู้ใหญ่ชาวมุสลิม และทุกวันศุกร์โรงเรียนจะพานักเรียนมุสลิมไปละหมาดรวมกันที่มัสยิดฮารูณ

ต่อมาเมื่อโรงเรียนมีนักเรียนมากขึ้น โรงเรียนจำเป็นต้องเก็บค่าเล่าเรียน แต่ก็เก็บด้วยอัตราขั้นต่ำสุด เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือโดยไม่เกี่ยงฐานะหรือศาสนา

วรพจน์เสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนอิสลามกับคนต่างศาสนิกในย่านเจริญกรุงเป็นไปด้วยดีมาก ถึงขนาดเมื่อเปิดโรงเรียนอันยุมันอิสลาม อาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ เจษฎาจารย์แห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ ผู้แต่งหนังสือ ดรุณศึกษา ก็มากล่าวให้โอวาท และครูทั้งสองโรงเรียนก็เคยแลกข้อสอบกันตรวจ สมาชิกสถาบันศิลปะอิสลามฯ ยังค้นพบเอกสารว่าโรงเรียนเคยส่งจดหมายขอเงินทุนจากรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม มาสร้างสนามเด็กเล่น และได้รับเงิน 3 หมื่นบาทมาสร้างสนามด้วย

โรงเรียนอันยุมันอิสลาม

บ้านเขียวอันยุมัน

ข้างอาคารเรียนหลักคือบ้านเขียวหรือบ้านพักของอาจารย์ต่วน ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและปรึกษากับนักวิชาการศาสนา ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน ด้านนอกเป็นห้องพักครูที่เชื่อมต่อกับอาคารเรียน เมื่ออาจารย์ต่วนได้รับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ผู้นำสูงสุดของศาสนาอิสลามคนที่ 15 ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2490 บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นสำนักจุฬาราชมนตรีและหอประชุมไปโดยปริยาย ต่อมาบ้านหลังนี้ยังเป็นที่อยู่ของท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ บุตรสาวของอาจารย์ต่วน

บ้านเขียวอันยุมัน

น่าเสียดายที่อาคารเรียนที่สร้างจากไม้ผุพังไปตามการใช้งาน จึงต้องรื้อถอนไปในปี พ.ศ. 2507 ชาวมุสลิมและศิษย์เก่าโรงเรียนได้รวบรวมเงินมาสร้างอาคารคอนกรีตทดแทนในปี พ.ศ. 2508 ช่วงนี้เป็นยุคปลายของโรงเรียนอันยุมันอิสลาม อาจารย์ต่วนเข้าสู่วัยชรา ท่านผู้หญิงสมรจึงรับตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนและดูแลโรงเรียนต่ออยู่พักใหญ่แม้บิดาเสียชีวิตลง

ภายหลังโรงเรียนรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหวจึงต้องเลิกกิจการ อาคารหอประชุมกลายเป็นสำนักงานของสำนักอภิธรรม มูลนิธิต่วน สุวรรณศาสน์ จุฬาราชมนตรี และชมรมวิทยุภาคมุสลิม ส่วนบ้านไม้หลังเล็ก ท่านผู้หญิงสมรคืนให้ตระกูลนานาแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนเสียชีวิต บ้านเขียวหลังนี้จึงปิดมาโดยตลอด

บทใหม่ของบ้านเขียวอันยุมันเริ่มขึ้น เมื่อวรพจน์, สุนิติ และหนุ่มสาวมุสลิมที่มีความรู้เรื่องศิลปะอิสลามรวมตัวกันก่อตั้งสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปะอิสลาม โดยเฉพาะศิลปะอิสลามในประเทศไทย ตระกูลนานาเอื้อเฟื้อสถานที่ในสมาคมฯ ให้เป็นสำนักงาน และตกลงให้ปรับปรุงบ้านเขียวเป็นแหล่งความรู้ของอิสลามอีกครั้ง

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน

“เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ เหมือนพิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติศาสตร์ของสมาคมอันยุมันอิสลาม โรงเรียน และตระกูลนานา ผสมกับเป็นห้องสมุดและแกลเลอรี่เล็กๆ ใครสนใจเรื่องศาสนาอิสลาม ศิลปะอิสลาม สถาปัตยกรรมอิสลาม วัฒนธรรมอิสลาม ก็มาที่นี่ได้ และจะจัดกิจกรรมเป็นประจำให้นักวิชาการและคนทั่วไปมาเข้าร่วมด้วย”

อนุสรณ์อันยุมันอิสลาม

หอสมุดอิสลาม

หนังสืออิสลาม

ภาษาอาหรับ

ภาษาอาหรับ

การเปิดบ้านเขียวอันยุมันครั้งแรกในเทศกาล Bangkok Design Week เป็นก้าวแรกของสถาบันศิลปะฯ ที่ประสบความสำเร็จมาก มีการนำอัลกุรอานโบราณหลากหลายฉบับและของเก่าจากโรงเรียนอันยุมันอิสลามมาจัดแสดง พร้อมกับโชว์เสื้อผ้าจากดีไซเนอร์ชาวมุสลิม และคัด calligraphy จากปากกาไม้ไผ่เป็นของที่ระลึกให้ผู้เยี่ยมชมด้วย

ช่วงเดือนเราะมะฎอนนี้ สถาบันศิลปะฯ จะเปิดบ้านเขียวอันยุมันให้ชมเต็มๆ ก่อนการปิดแปลงโฉมครั้งใหญ่ ติดตามความเคลื่อนไหวของบ้านประวัติศาสตร์หลังนี้ได้ที่นี่ 

หนังสืออิสลามอันยุมันอิสลาม

ภาพ : มณีนุช บุญเรือง, ปฏิพล รัชตอาภา

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographers

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

18 พฤศจิกายน 2565
3 K

“นี่เป็นองุ่นพันธุ์ Cabernet Franc นะครับ ปกติในตำราที่เราจะเห็น Cabernet Sauvignon ซะส่วนใหญ่ แต่ Cabernet Franc เป็นพ่อของ Cabernet Sauvignon อีกทีหนึ่ง พ่อเขามีความ Light Body และ Elegant มากกว่าลูก ถ้าลูกจะออกแนว Full Body ไวน์หนัก ๆ เลย แต่ว่าจะมี Pyrazines เหมือนกัน Pyrazines เป็นสารที่มีอยู่ในตระกูล Cabernet เท่านั้นนะครับ สารตัวนี้จะทำให้ได้ความเขียว เขียวคล้าย ๆ กลิ่นพริกหยวก…”

ช้าก่อน! อย่าเพิ่งคิดว่ายากและปิดจอเลิกอ่านบทความไปตั้งแต่เนิ่น ๆ

วันนี้เราอยู่กันที่ ‘Wine Academic’ และเป็นตามชื่อ ผู้รู้เรื่องไวน์ที่นี่จะค่อย ๆ สอน ไม่ปล่อยให้เรางง ใครอยากรู้เบื้องต้นก็มายืนถาม ใครอยากรู้ลึกหน่อยก็เข้าร่วมกิจกรรม เข้าคลาสเกี่ยวกับไวน์ที่ทางร้านจัดอยู่เป็นประจำได้

“วัยรุ่นในสังคมเดี๋ยวนี้เข้ามาในโลกของไวน์มากขึ้น บางคนก็อยากรู้ แต่ไม่รู้จะไปหาคอร์สเรียนที่ไหนที่ให้ความรู้เขาได้” แนน-เฌอญาดา เจียระไนรุ่งโรจน์ หนึ่งในเจ้าของร้านเล่าถึงเหตุผลที่เปิดที่นี่ขึ้นมา “ปกติทั่วไปเราเห็นร้านหรู ๆ แพริ่งกับอาหารอิตาเลียน เปิดเมนูมาก็ไม่รู้จะสั่งอะไร ไม่มีใครแนะนำเรา แต่มาที่นี่ เหมือนมานั่งเล่นบ้านเพื่อนหลังเลิกงาน แล้วพูดคุยกับยุ่น ถามเรื่องไวน์ได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมร้านเราชื่อ Wine Academic

‘ยุ่น’ ที่แนนหมายถึง คือ พุฒิณัฐ บุญญฤกษ์บวร เจ้าของร้าน Wine Academic อีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ไวน์เนิร์ด’ ตัวยง เขาชอบเครื่องดื่มชนิดนี้มากแบบที่ถามอะไรก็ตอบได้ ถึงบรรยากาศที่นี่จะดูสบาย ๆ เป็นกันเอง แต่เมื่อก้าวเข้ามาในร้านแล้ว คุณจะดื่มไวน์เป็น เข้าใจเครื่องดื่มชนิดนี้มากขึ้น ชนิดรู้ลึกไปถึงประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 เหนือร้าน BURR everyday ย่านฝั่งธนฯ เป็นร้านเล็ก ๆ ที่มีแค่โต๊ะยาวกลางร้าน และขวดไวน์ประเภทต่าง ๆ ล้อมรอบ แต่เรื่องราวเบื้องหลังนั้นสนุกน่าสนใจไม่แพ้ใคร

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย
Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

Meet The Wine Nerd

ก่อนจะพาเยี่ยมชมร้าน เราขอพาไปรู้จักเจ้าของร้านไฟแรงอย่างยุ่นกับแนนสักหน่อย

‘ยุ่น’ เป็นบัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ที่จบมาทำงานเป็นกุ๊ก จุดเริ่มต้นของยุ่นในเส้นทางนี้เกิดขึ้นในวันเกิดอายุ 25 ปีของเขา ซึ่งตรงกับ National Drink Wine Day พอดี (Born to be อะไรเช่นนี้) เมื่อยุ่นได้ทราบความจริงข้อนี้จากกูเกิล เขาจึงลองเดินเข้าไปในร้าน Riedel ห้างเกสร ที่มีตู้กดไวน์ให้ลองกด

“ด้วยความที่เราเพิ่งเริ่มลอง เราก็อยากดื่มเยอะ ๆ อยากลองตัวนู้นตัวนี้” ยุ่นตั้งใจเล่า “ไวน์แต่ละตัวมันต่างกันนะ ตอนนั้นบ้ากลิ่นแบบเสื้อหนัง แล้วมันมีไวน์ตัวหนึ่งกลิ่นเหมือนเสื้อหนัง เราชอบมากเลย”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยุ่นก็เริ่ม ‘ศึกษาไวน์’ อย่างจริงจัง ทั้งอ่านหนังสือ พยายามเข้าร่วมอีเวนต์ Wine Tasting ซึ่งทำให้เขาเริ่มรู้จักเพื่อน ๆ ในกลุ่มไวน์มากขึ้น และเริ่มเรียนคอร์สของ WSET ด้วยการสนับสนุนจากพ่อ โดย WSET หรือ Wine & Spirit Education Trust องค์กรระดับโลกที่จัดหลักสูตรและการสอบในด้านไวน์ สุรา และสาเก ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการการศึกษาด้านไวน์ชั้นนำของโลกด้วย

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

“จริง ๆ WSET ไม่ต้องเรียนทุกเลเวลก็ได้นะ แต่ยุ่นเรียน” แนนเมาท์เพื่อน ความเนิร์ดของยุ่นนี่เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ เขาเป็นถึงคนที่ได้เรตติ้งอันดับ 1 ในไทยของแอพดื่มไวน์ Vivino หมายความว่าเขารีวิวไวน์ถี่ที่สุดจนไต่อันดับขึ้นมาขนาดนี้

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘ซอมเมอลิเยร์’ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ยุ่นเป็น ซอมเมอลิเยร์มาจากคนละสถาบัน คนละสายกับที่ยุ่นเรียนมา ทางนั้นจะได้รับการเทรนเรื่องเซอร์วิสหรือการบริการลูกค้า แต่ WSET เป็นการเรียนเพื่อให้ได้ความรู้ลึก ๆ เรื่องไวน์เสียมากกว่า

“ผมเรียนเพราะแพสชันล้วน ๆ เรียกว่าไวน์เนิร์ดก็ได้ครับ”

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

ส่วน ‘แนน’ เจ้าของร้านอีกคนที่นั่งอยู่ข้างยุ่น เรียนจบ Modern Management and Information Technology กลางวันเธอเป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พอตกกลางคืนก็มาประจำที่ร้านไวน์แห่งนี้ ยุ่นและแนนรู้จักกันผ่านเพื่อน ๆ ในกลุ่มไวน์ และเจอกันในงาน Wine Tasting

“จริง ๆ แนนก็เหมือนคนทั่วไปเลย ที่เริ่มดื่มไวน์ก็ดื่มเฉย ๆ เพิ่งมามีความรู้ก็ตอนที่รู้จักยุ่น แล้วก็ฝึกจากตรงนั้นมาเรื่อย ๆ ได้ยินเยอะ ๆ ได้ชิมเยอะ ๆ เราก็จำ ถามว่าตอนนี้แนนเก่งไหม ก็ไม่ได้ถึงกับเก่งเหมือนยุ่น แต่ว่าพอรู้บ้าง” แนนถ่อมตัว แต่สำหรับคนไม่มีความรู้เรื่องไวน์อย่างเราแล้ว เธอก็จัดเป็นกูรูคนหนึ่งเลย

เมื่อพูดถึงบทบาทในร้าน ยุ่นจะเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่ลูกค้าและเหล่านักเรียน ส่วนแนนดูแลเรื่องอาหาร การจัดการ ติดต่อลูกค้า และวางแผนการทำงานต่าง ๆ รวม 2 คน แท็กทีมกันทำ Wine Academic ได้อย่างลงตัว

สำหรับคนรักไวน์อย่างทั้งคู่ การที่ได้เปิดพื้นที่นี้ขึ้นมา เลือกซื้อของเข้าร้าน พบปะผู้คนคอเดียวกัน คงมีความสุขมาก ๆ เลย

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

เปิดประตูสู่โลกของไวน์

“ปกติลูกค้าชอบไวน์ขาวหรือไวน์แดง” เป็นคำถามแรกที่ยุ่นและแนนจะถามลูกค้า

และ “ปกติลูกค้าดื่ม Full Body หรือ Light Body” เป็นคำถามต่อไป แต่หากตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาแค่ถามให้รู้ เผื่อว่าลูกค้าที่รู้จักไวน์จะมีความชอบแบบไหนเป็นพิเศษ

เมื่อลูกค้าตัดสินใจเปิดขวดไหนแล้ว จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของยุ่นที่จะไปยืนอธิบายว่าขวดนั้นคือองุ่นอะไร มาจากแคว้นไหน ประเทศไหน มีกระบวนการทำอย่างไร ทำไมจึงออกมาเป็นแบบนี้ และจุดเด่นของขวดนี่คืออะไร

“สิ่งที่ลูกค้าจะได้กลับไป คือหากครั้งหน้าไปสั่งที่อื่น เขาจะรู้ว่าองุ่นพันธุ์นี้คาแรกเตอร์เป็นแบบนี้ ๆ นะ” แนนกล่าว

เมื่อบทสนทนาเกิดขึ้น บรรยากาศก็ผ่อนคลายตาม ที่นี่เป็นเหมือนคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนแล้วได้รู้จักคนใหม่ ๆ ได้คอนเนกชัน แรก ๆ ลูกค้าที่นี่ก็มีแต่กลุ่มเพื่อนของยุ่นและแนน หรือคนในกลุ่มไวน์ที่บอกต่อ ๆ กัน เมื่อเวลาผ่านไปเริ่มมีลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนมานั่งที่โต๊ะกลางร้านตัวนี้ ซึ่งบทสนทนาก็พาให้ลูกค้ารู้จักกันเอง แล้วนัดกันมาที่นี่ในครั้งถัดไป

“ตอนนี้มีลูกค้าค่อนข้างหลากหลายค่ะ มีตั้งแต่เด็ก ๆ นักศึกษาที่เป็นบีกินเนอร์ เพิ่งเริ่มดื่ม ไปจนถึงอายุ 40 – 50 แต่ส่วนใหญ่เรียกได้ว่าเป็นวัยทำงาน”

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

คุณคิดว่าคนที่ชอบไวน์ สนใจไวน์ มีอะไรร่วมกันไหม – เราถาม

“ผมสังเกตว่าจะเป็นคนชอบกิน ใช้เงินไปกับอาหาร” ยุ่นตอบ ก่อนแนนเสริมว่า “แล้วก็ชอบสำรวจ ชอบศึกษา เพราะไวน์มีอะไรให้เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด คุณไม่สามารถดื่มไวน์ทุกขวดบนโลกใบนี้ พอไปเจอขวดใหม่ก็เป็นความแปลกใหม่”

คล้าย ๆ คนชอบกาแฟเลยเนอะ

“ความจริงศาสตร์ใกล้กันค่ะ กาแฟกับไวน์ ลูกค้าที่มาเรียนกับเราเขาก็ไปทำกาแฟมาก่อน เปิดร้านกาแฟมาก่อน ความจริงมันใกล้เคียงกันมาก” แนนเผย

“หลายคนก็เริ่มมาจากคราฟต์เบียร์นะ” ยุ่นพูดขึ้นมาราวกับอ่านใจเราได้ “พอเริ่มศึกษาคราฟต์เบียร์หรือกาแฟมา ก็จะเริ่มแยกแยะกลิ่นออก พอมาไวน์ก็จะเกี่ยวข้องกัน เพราะไวน์แต่ละตัว องุ่นแต่ละพันธุ์ ก็จะต่างกัน”

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย
Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

ทั้งคู่บอกว่า เสน่ห์ของไวน์ที่แตกต่างไปจากอีก 2 เครื่องดื่ม คือมีการ Oxidation ไม่โดนอากาศก็มีกลิ่นอับ ๆ แบบหนึ่ง ครั้นพอปล่อยให้โดนอากาศกลิ่นก็จะเปลี่ยนไป หากเทไวน์แล้วดื่มเลยก็จะได้รสชาติแบบหนึ่ง แต่หากตั้งทิ้งไว้ ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เสมือนได้ชิมหลายขวดทั้งที่มีแค่ขวดเดียว

นั่นแหละคือความซับซ้อนของมัน ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่เซนซิทีฟมาก มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้มีรสชาติหรือกลิ่นไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะสถานที่ปลูก ดิน อากาศ หรือความเก่าแก่

“บางทีก็เลือกไวน์จากอากาศ” ยุ่นตอบเมื่อเราถามว่า ปกติแล้วเขาเลือกไวน์ให้ตัวเองดื่มจากอะไร “อย่างวันนี้อากาศชื้น ๆ ฝนตก ก็อยากเปิดอะไรที่มีกลิ่นดินเปียก เห็ด ๆ ให้มันเข้ากับอากาศ”

นั่นไง มีกลิ่นแปลก ๆ มาอีกแล้ว เมื่อกี้ก็กลิ่นเสื้อหนัง คราวนี้ก็กลิ่นดินเปียก

“จริง ๆ เราต้องมีกลิ่นพวกนั้นในหัวก่อน พอเราไปเจอไวน์ เราก็จะบอกว่าตัวนี้กลิ่นเหมือนเสื้อหนัง เหมือนหญ้าในฟาร์ม เหมือนสิ่งนั้นสิ่งนี้” แนนพูด

ไวน์ที่เห็นใน Wine Academic ไม่ใช่ขวดที่เราเห็นตามตลาดทั่วไป แต่มาจากความชอบของยุ่น หากยุ่นไปชิมไวน์ตัวไหนตามงาน Wine Tasting มาแล้วชอบ ก็จะนำตัวนั้นเข้ามาในร้าน ซึ่งพวกเขาจะเปลี่ยนกันทุกอาทิตย์ หากลูกค้าถามหา Wine List ที่นี่จึงไม่มีให้

ปัจจุบันที่นี่มีไวน์ไทยอยู่ 1 ตัวในร้าน เป็นของกรานมอนเต้ ปลูกจากไร่ในไทย ปกติแล้วความร้อนจะทำให้ Acid ในไวน์หายไป แต่ตัวนี้ยังมีอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ยุ่นเลือกตัวนี้เข้ามา และเป็นที่ถามหาของลูกค้าต่างชาติมากเป็นพิเศษ

สารพัดกิจกรรมกินดื่ม

ที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหาร โดยปกติแล้วหากจะมาก็ต้องรองท้องมาก่อนส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ที่นี่มีอาหารทานเล่นอย่างหมูปิ้ง เฟรนช์ฟรายส์ นักเก็ต ขนมจีบ หรือ Cold Cuts and Cheese เผื่อไว้ให้กินแกล้ม โดยมียุ่นกับแนนแนะนำการจับคู่เบื้องต้น แต่วันที่จัดอีเวนต์ที่จะได้กินดื่มแบบจัดหนักจัดเต็มก็มี โดยอีเวนต์ที่ว่าก็มี Chef’s Table บ้าง Pairing อาหารบ้าง

กิจกรรม Pairing อาหารของร้านนี้น่าสนใจมาก ถ้าเห็นลิสต์อาหารทานเล่นก็คงพอเดาได้ว่าที่นี่ชอบจับคู่ไวน์กับอาหารไทย เวลามีกิจกรรม Pairing อาหารจะล้ำไปกว่านั้นอีก ไม่ได้มีแค่หมูปิ้งหรือขนมจีนเท่านั้น

“เวลาเราดื่มไวน์ ไม่จำเป็นต้องกินอาหารอิตาเลียนหรืออาหารฝรั่งเศสอยู่ตลอด จริง ๆ ถ้าเรา Pairing อาหารไทยได้ถูกต้อง มันก็ไปกันได้หมด” แนนบอก

ยุ่นอธิบายเกี่ยวกับ ‘กฎการจับคู่อาหาร’ ให้เราฟังโดยคร่าวว่า ไวน์แดงที่มีแทนนินเยอะ ๆ และมีรสฝาด ส่วนใหญ่จับคู่กับเนื้อ เพราะว่าความฝาดจะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อ ส่วนไวน์ขาวที่มี Acidity หรือความเปรี้ยว มีความสดชื่น เหมาะทานคู่กับซีฟู้ด ซึ่งกฎพื้นฐานนั้นก็ประยุกต์ใช้กับอาหารไทยได้

“ส่วนใหญ่เวลาผมจะจับคู่ ผมก็จะนั่งดูก่อนว่า ไวน์ตัวนี้มีกลิ่นอะไรบ้าง มีเท็กซ์เจอร์ประมาณไหน องุ่นพันธุ์นี้มีเลเวลของแทนนินเท่าไหน บอดี้ประมาณไหน เราควรมาจับคู่กับอะไร

“อย่างเราอยู่ร้านเนี่ย ก็คงสั่งอาหารอิตาเลียน สั่งอาหารฝรั่งมากินไม่ได้ทุกวัน” แนนพูดต่อ “เราสั่งก๋วยเตี๋ยวบ้าง ข้าวผัดกะเพราบ้าง แล้วก็คิดว่าเอาไปจับคู่กับอะไรดีน้า”

เราถามเขาว่ามีอาหารอะไรที่ไม่เหมาะกับไวน์บ้างไหม พวกเขาตอบทันควันว่า ไม่มี แม้แต่ขนมก็มีไวน์หวานหรือ Dessert Wine ไว้จับคู่ แต่ต้องจำกฎข้อหนึ่งไว้ว่า ไวน์ต้องหวานกว่าขนม

ล่าสุดพวกเขาจัดกิจกรรม Pairing ‘ของดีฝั่งธน’ ขึ้นมา โดยนำ 10 ของอร่อยมาจับคู่กับไวน์ ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ด กุยช่ายตลาดพลู สมศักดิ์ปูอบ เนื้อตุ๋นเจริญนคร ห่านพะโล้ท่าดินแดง หรือขนมไทยต่าง ๆ โดยคู่ที่ลูกค้าประทับใจที่สุด คือกุยช่ายตลาดพลูกับไวน์ขาว Muskateller

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

“เราพยายามคิดนอกกรอบจากค่านิยมปัจจุบัน ทำไมล่ะ ทำไมไวน์แดงต้องดื่มคู่กับเนื้อสเต๊กอย่างเดียว ดื่มคู่กับหมูปิ้งก็ได้”

จากที่ดูเป็นของหรูหราก็ดูจับต้องได้ขึ้นมาทันที

“เวลาจัดกิจกรรม เราจะยกมาทีละคู่ แล้วแนะนำคาแรกเตอร์ของไวน์ก่อน จากนั้นค่อยบอกว่าอาหารในจานคืออะไร รสชาติที่ชูออกมาคืออะไร ทำไมเราถึงเอาทั้งไวน์และอาหารจานนี้มาจับคู่กัน มันจะไปด้วยกันได้ยังไง เข้ากันแบบไหน”

ระหว่างรอคู่ถัดไปมาเสิร์ฟ เราต้องล้างปากก่อนไหม? – เราถาม นึกภาพว่าลิ้นคงจะเพี้ยนไปหมดถ้าต้องชิมหลาย ๆ ตัวในมื้อเดียว

“ส่วนใหญ่ผมเอาไวน์ล้างเลยครับ หรือจะเป็นน้ำเปล่าก็ได้” นักดื่มไวน์ตอบ “อีกอย่างหนึ่งที่โอเคก็คือ พวกขนมปังหรืออะไรแป้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีรส กินขนมปังล้างปากก็ได้แล้วค่อยดื่มอีกขวด”

“มีพี่คนหนึ่งใช้ข้าวเหนียวคลีนพาเลต มันก็โอเคนะ” เขาหัวเราะร่า

ถ้าคิดว่าการเข้าร่วม Chef’s Table หรือกิจกรรม Pairing ยังได้ใกล้ชิดกับไวน์แบบไม่สาแก่ใจ ที่นี่มีคลาสเรียนราคาเข้าถึงได้ให้ลงตั้งแต่เริ่มต้น เรียกว่า Wine Academic 101 ซึ่งสิ่งที่จะได้รู้จากคอร์สนี้ก็คือวิธีอ่านฉลาก ความแตกต่างของไวน์จากแคว้นหรือประเทศต่าง ๆ อโรม่าของไวน์ วิธีดื่มว่าไวน์แบบไหนควรใช้แก้วแบบไหน วิธีPairing กับอาหารเบื้องต้น

“นอกเหนือไปจากนั้น เรามีคลาสที่สอนเรื่องเจาะจงลงไปอีก เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้ลึกในไวน์ของแคว้นต่าง ๆ เราก็เปิดสอนคลาส Burgundy บ้าง Bordeaux บ้าง”

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

ยุ่นวางชีทหนาปึ้ก อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาประวัติศาสตร์ลงตรงหน้าเรา พร้อมโชว์รูปในคลาสเรียนที่มีเขาและเพื่อนในวงการไวน์อีกคนช่วยกันเลกเชอร์ ดูเป็นบรรยากาศที่จริงจัง ทว่าสนุกสนานไปพร้อมกัน เพราะทุกคนที่นั่งล้อมโต๊ะนั้นได้เรียนรู้ในสิ่งที่อยากรู้ เราคิดว่าถ้านักเรียนมีพื้นฐานความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ในแง่มุมอื่น ๆ มาก่อน คงจะเรียนเรื่องไวน์ได้สนุกกว่าเดิมเสียอีก

เราเองยังไม่มีโอกาสได้เรียนกับ Wine Academic แต่เท่าที่ได้มาเยี่ยมเยียนร้านสั้น ๆ วันนี้ ก็ได้เรียนรู้วิธีการดื่มไวน์เบื้องต้นว่าต้องมีขั้นตอนในการลิ้มรสอย่างไรบ้าง

เท่านี้ก็ไปโม้ให้เพื่อนฟังได้บ้างแล้ว

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน
เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

มามะ มาจอยกัน

“เราดีใจที่ครั้งที่เห็นคนอยากรู้เรื่องไวน์ ทุกคนไม่ได้เข้ามาดื่มอย่างเดียว แต่เข้ามาเพราะอยากรู้” แนนพูดอย่างดีใจ เมื่อเราถามถึงความสุขของการเปิดร้านนี้ “มีคนส่งข้อความมาถามเรื่อย ๆ ว่า ถ้าไม่มีความรู้เรื่องไวน์มาได้ไหม เราก็บอกว่ามาเลย แล้วถ้าคุณอยากรู้อะไรคุณถามได้หมด มาคนเดียวก็ได้ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรานั่งเป็นเพื่อน”

“ส่วนความท้าทาย ช่วง 3 – 4 เดือนแรกคือโลเคชันค่ะ ด้วยความที่ร้านอยู่ข้างบน แทบจะไม่มีใครรู้จักเลย

“แต่ตอนนี้ ความท้าทายคือลูกค้าที่เข้ามาค่อนข้างมีหลายกลุ่ม เราอยากจะคีพลูกค้าไว้ อย่างคลาสเรียนหรือกิจกรรม เราก็ต้องคิดในสิ่งที่แปลกใหม่ นอกกรอบ คิดสิ่งที่ไม่เคยมีคนทำ ครั้งหน้าอาจจะเป็นของดีเยาวราชก็ได้” แนนเล่าไอเดีย ฟังแล้วน่าจะจัดกิจกรรมสนุก ๆ ได้อีกเยอะ ไม่ได้จำกัดแค่ฝั่งธนฯ ที่เป็นที่ตั้งของร้าน

“ตอนนี้อุตสาหกรรมกำลังจะบูมนะครับ อย่างที่ผมบอกไปว่า คนรุ่นใหม่หันมาชอบดื่มไวน์มากขึ้น ผมก็คิดว่าอนาคตอยากให้คนที่เริ่มดื่มได้เปิดโลกใหม่ ๆ มากขึ้น สนใจอะไรก็ศึกษา” ยุ่นพูด

“แล้วก็อยากให้คอมมูนิตี้ไวน์กว้างขึ้น ตอนนี้ยังแคบ” แนนเสริม เธอบอกว่ามีน้อยคนที่จะมานั่งดื่มไวน์แล้วเถียงกันว่านี่เป็นองุ่นอะไร จากประเทศไหน ปีอะไร 

อาจจะเพราะเมื่อก่อนเครื่องดื่มชนิดนี้ค่อนข้างเข้าถึงยาก ทั้งเรื่องราคา ทั้งเรื่องความรู้ที่ต้องไปลงเรียนคอร์สแพง ๆ หรือลงทุนหาข้อมูลเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาษาอังกฤษ

“เราอยากให้มีคนแบบนี้เข้ามาเล่นกับเราเยอะ ๆ นะ เราจะได้รู้สึกว่าเราไม่บ้าอยู่คนเดียว” แนนปิดท้าย พร้อมเอ่ยชักชวนให้คนมาที่ Wine Academic กันเยอะ ๆ 

“อะไรที่คุณไม่รู้ มาที่นี่คุณจะรู้”

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

Wine Academic

ที่ตั้ง : 77 ถนนกรุงธนบุรี แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 17.30 – 23.30 น. (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 06 1136 6999

Facebook : Wine Academic BKK

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load