ซอยเจริญกรุง 36 หรือซอยโรงภาษี เป็นหนึ่งในซอยที่น่าเดินที่สุดในประเทศไทย

ปากซอยมีร้านอาหารฝรั่งเศส คาเฟ่ ร้านเครื่องประดับ และแกลเลอรี่ศิลปะแสนเก๋ เดินเข้าไปอีกนิดจะพบมัสยิดฮารูณและบ้านไม้แสนสวยอายุ 100 กว่าปีของตำรวจน้ำ ก้าวขาต่อไปจะพบสถานทูตฝรั่งเศส และสุดท้ายปลายซอย ศุลกสถานหรือโรงภาษีสไตล์ยุโรปที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ยืนเด่นริมน้ำเจ้าพระยา วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ข้นคลั่กทับซ้อนของผู้คนหลายชาติ หลายศาสนา ทำให้การเดินเล่นที่นี่ชวนอิ่มอกอิ่มใจไปทั้งวัน

บ้านเขียวอันยุมัน : บ้านพักครูอายุ 100 กว่าปีที่กำลังจะกลายพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่

ในช่วงเทศกาล Bangkok Design Week 2018 ที่ผ่านมา The Cloud ร่วมมือกับ TCDC จัดทริปเดินเที่ยวเจริญกรุงในยามค่ำคืน เราจึงค้นพบว่าซอยนี้ยังมีสมาคมอันยุมันอิสลาม hidden place เก่าแก่อีกแห่งที่เพิ่งเปิดตัวแก่คนทั่วไป ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้หลากหลายสาขาของชาวมุสลิม ประกอบด้วยสำนักอภิธรรม ชมรมวิทยุ มูลนิธิ และสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทย โดยในอดีต พื้นที่นี้เคยเป็นโรงเรียนอันยุมันอิสลาม โรงเรียนเก่าแก่ชื่อดังที่เปรียบได้กับตักศิลาของชาวมุสลิมไทย เรียกได้ว่าใครอยากมาเรียนเรื่องศาสนา ยุคหนึ่งต้องเดินทางมาเรียนที่บางรัก

ปัจจุบันเราจะเห็นอาคาร 2 หลัง หอประชุมอันยุมันอิสลามรับหน้าที่เป็นสำนักงานของทุกหน่วยงานและมีโถงประชุมใหญ่ ส่วนบ้านเขียวอันยุมัน อาคารไม้ 2 ชั้นหลังเล็กอายุ 100 กว่าปี เป็นอดีตบ้านพักของอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ จุฬาราชมนตรีผู้แปลพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทย ฉบับพระราชทาน

หอประชุมอันยุมันอิสลาม

บ้านเขียวอันยุมัน

สถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทยรับหน้าที่ดูแลบ้านเขียว และกำลังจะปรับปรุงบ้านเก่าที่ปิดตายมานานหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่เล็กๆ สำหรับผู้สนใจเรื่องเกี่ยวกับอิสลาม วรพจน์ ไวยเวทา เลขานุการสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทย และสุนิติ จุฑามาศ นักวิจัยด้านโบราณคดีอิสลาม รวบรวมข้อมูลจากปากคำคนเก่าแก่ในพื้นที่ ภาพถ่าย และบันทึกต่างๆ ของโรงเรียน ก่อนเปิดเผยข้อมูลของที่ดินเก่าแก่ใจกลางซอยเจริญกรุง 36 ที่น้อยคนรู้จักให้เราฟัง

 วรพจน์ ไวยเวทา สุนิติ จุฑามาศ

“สมาคมอันยุมันอิสลามเกิดจากชุมชนพ่อค้ามุสลิมอินเดียที่รวมตัวกันในสมัยรัชกาลที่ 5 มีตัวตั้งตัวตีคือตระกูลนานา ซึ่งเป็นนายห้างค้าผ้ากับราชสำนักสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 และอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาธุรกิจของตระกูลนานายังมีอุปกรณ์การเกษตร น้ำตาล และค้าขายที่ดินจนกลายเป็นเศรษฐีที่ดินในเมืองไทย”

สุนิติเล่าว่าเมื่อนายห้างใหญ่หลายตระกูลรวมตัวกันเป็นสมาคม พวกเขาก็อยากให้เยาวชนมุสลิมในยุคนั้นมีสถานที่ศึกษา จึงสร้างโรงเรียนยาเวียขึ้นมาในซอยเจริญกรุง 36 ตอนแรกเป็นอาคารไม้บริเวณโรงภาษี ต่อมาย้ายมาอยู่ฝั่งตรงข้ามสมาคมอันยุมันอิสลามในปัจจุบัน และสุดท้ายชาวมุสลิมก็รวบรวมเงินซื้อที่ดินผืนปัจจุบันเพื่อสร้างโรงเรียนอันยุมันอิสลามเป็นการถาวร

ปัจจุบันที่ดินผืนนี้เป็นของตระกูลนานา นายห้างอาหมัด อิสราฮีม นานา (Ahmed Ebrahim Nana) หรือ เอ อี นานา ทายาทรุ่น 3 ของตระกูลนานา ซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ทั้งหมดเพื่ออุทิศให้ศาสนาอิสลามและสาธารณชน

ยุคแรกอาคารโรงเรียนอันยุมันอิสลามเป็นอาคารไม้ สมาคมฯ ซื้อไม้จากพ่อค้านามสกุลมุขตารี ตระกูลมุสลิมค้าซุงจากบางอ้อ มัสยิดหลายแห่งย่านนี้ก็สร้างขึ้นโดยไม้ที่ชาวบางอ้อบริจาคให้ศาสนสถาน

“ช่วงแรกนักเรียนยังไม่เยอะ ตอนนั้นคนที่มีความรู้ด้านศาสนาสูงคือท่านอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ จริงๆ ท่านไม่ใช่คนที่นี่ แต่เป็นคนบ้านดอน (สุขุมวิท 39) ท่านไปเรียนศาสนาที่ซาอุดิอาระเบีย พอกลับมาทางสมาคมฯ ก็เรียนเชิญให้มาเป็นอาจารย์ใหญ่ และจัดการการสอนทั้งหมดที่นี่”

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน : บ้านพักครูอายุ 100 กว่าปีที่กำลังจะกลายพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่

เริ่มแรกโรงเรียนอันยุมันอิสลามสอนหนังสือชั้นประถม 1 – ม.ศ. 3 ให้เด็กๆ ในย่านเจริญกรุงโดยไม่จำกัดศาสนาและไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อให้โรงเรียนนี้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกระทรวงธรรมการ ช่วงเช้าจึงสอนวิชาสามัญแบบเดียวกับโรงเรียนทั่วไป มีวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษตามปกติ ตอนเย็นจะสอนภาษาอาหรับ และสอนศาสนาให้เด็กและผู้ใหญ่ชาวมุสลิม และทุกวันศุกร์โรงเรียนจะพานักเรียนมุสลิมไปละหมาดรวมกันที่มัสยิดฮารูณ

ต่อมาเมื่อโรงเรียนมีนักเรียนมากขึ้น โรงเรียนจำเป็นต้องเก็บค่าเล่าเรียน แต่ก็เก็บด้วยอัตราขั้นต่ำสุด เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือโดยไม่เกี่ยงฐานะหรือศาสนา

วรพจน์เสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนอิสลามกับคนต่างศาสนิกในย่านเจริญกรุงเป็นไปด้วยดีมาก ถึงขนาดเมื่อเปิดโรงเรียนอันยุมันอิสลาม อาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ เจษฎาจารย์แห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ ผู้แต่งหนังสือ ดรุณศึกษา ก็มากล่าวให้โอวาท และครูทั้งสองโรงเรียนก็เคยแลกข้อสอบกันตรวจ สมาชิกสถาบันศิลปะอิสลามฯ ยังค้นพบเอกสารว่าโรงเรียนเคยส่งจดหมายขอเงินทุนจากรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม มาสร้างสนามเด็กเล่น และได้รับเงิน 3 หมื่นบาทมาสร้างสนามด้วย

โรงเรียนอันยุมันอิสลาม

บ้านเขียวอันยุมัน

ข้างอาคารเรียนหลักคือบ้านเขียวหรือบ้านพักของอาจารย์ต่วน ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและปรึกษากับนักวิชาการศาสนา ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน ด้านนอกเป็นห้องพักครูที่เชื่อมต่อกับอาคารเรียน เมื่ออาจารย์ต่วนได้รับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ผู้นำสูงสุดของศาสนาอิสลามคนที่ 15 ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2490 บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นสำนักจุฬาราชมนตรีและหอประชุมไปโดยปริยาย ต่อมาบ้านหลังนี้ยังเป็นที่อยู่ของท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ บุตรสาวของอาจารย์ต่วน

บ้านเขียวอันยุมัน

น่าเสียดายที่อาคารเรียนที่สร้างจากไม้ผุพังไปตามการใช้งาน จึงต้องรื้อถอนไปในปี พ.ศ. 2507 ชาวมุสลิมและศิษย์เก่าโรงเรียนได้รวบรวมเงินมาสร้างอาคารคอนกรีตทดแทนในปี พ.ศ. 2508 ช่วงนี้เป็นยุคปลายของโรงเรียนอันยุมันอิสลาม อาจารย์ต่วนเข้าสู่วัยชรา ท่านผู้หญิงสมรจึงรับตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนและดูแลโรงเรียนต่ออยู่พักใหญ่แม้บิดาเสียชีวิตลง

ภายหลังโรงเรียนรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหวจึงต้องเลิกกิจการ อาคารหอประชุมกลายเป็นสำนักงานของสำนักอภิธรรม มูลนิธิต่วน สุวรรณศาสน์ จุฬาราชมนตรี และชมรมวิทยุภาคมุสลิม ส่วนบ้านไม้หลังเล็ก ท่านผู้หญิงสมรคืนให้ตระกูลนานาแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนเสียชีวิต บ้านเขียวหลังนี้จึงปิดมาโดยตลอด

บทใหม่ของบ้านเขียวอันยุมันเริ่มขึ้น เมื่อวรพจน์, สุนิติ และหนุ่มสาวมุสลิมที่มีความรู้เรื่องศิลปะอิสลามรวมตัวกันก่อตั้งสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปะอิสลาม โดยเฉพาะศิลปะอิสลามในประเทศไทย ตระกูลนานาเอื้อเฟื้อสถานที่ในสมาคมฯ ให้เป็นสำนักงาน และตกลงให้ปรับปรุงบ้านเขียวเป็นแหล่งความรู้ของอิสลามอีกครั้ง

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน

บ้านเขียวอันยุมัน

“เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ เหมือนพิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติศาสตร์ของสมาคมอันยุมันอิสลาม โรงเรียน และตระกูลนานา ผสมกับเป็นห้องสมุดและแกลเลอรี่เล็กๆ ใครสนใจเรื่องศาสนาอิสลาม ศิลปะอิสลาม สถาปัตยกรรมอิสลาม วัฒนธรรมอิสลาม ก็มาที่นี่ได้ และจะจัดกิจกรรมเป็นประจำให้นักวิชาการและคนทั่วไปมาเข้าร่วมด้วย”

อนุสรณ์อันยุมันอิสลาม

หอสมุดอิสลาม

หนังสืออิสลาม

ภาษาอาหรับ

ภาษาอาหรับ

การเปิดบ้านเขียวอันยุมันครั้งแรกในเทศกาล Bangkok Design Week เป็นก้าวแรกของสถาบันศิลปะฯ ที่ประสบความสำเร็จมาก มีการนำอัลกุรอานโบราณหลากหลายฉบับและของเก่าจากโรงเรียนอันยุมันอิสลามมาจัดแสดง พร้อมกับโชว์เสื้อผ้าจากดีไซเนอร์ชาวมุสลิม และคัด calligraphy จากปากกาไม้ไผ่เป็นของที่ระลึกให้ผู้เยี่ยมชมด้วย

ช่วงเดือนเราะมะฎอนนี้ สถาบันศิลปะฯ จะเปิดบ้านเขียวอันยุมันให้ชมเต็มๆ ก่อนการปิดแปลงโฉมครั้งใหญ่ ติดตามความเคลื่อนไหวของบ้านประวัติศาสตร์หลังนี้ได้ที่นี่ 

หนังสืออิสลามอันยุมันอิสลาม

ภาพ : มณีนุช บุญเรือง, ปฏิพล รัชตอาภา

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographers

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“เชิญนั่งเลยครับ ผมขอจัดดอกไม้ให้เสร็จก่อน”

เมื่อเปิดประตูร้านเข้ามา เชน-ธีรเวทย์ อัศวเอกะวานิช เจ้าของ ‘M.T. Rollin’ Club’ เงยหน้าจากดอกไม้สดช่อใหญ่และแจกันใบโตกลางร้าน ห้องรับแขกสีหวานเบื้องหน้าตกแต่งสวยเหมือนฉากหนังแฟนตาซี จนเราอดถามไม่ได้ว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงใหญ่รึเปล่า

MT Rolling Club

“เปล่าครับ แค่จัดเฉยๆ” เชนหันไปปักดอกลิลลี่ลงแจกัน “ที่นี่เป็นที่ของผม ผมก็อยากแต่งให้มันสวย”

MT Rolling Club MT Rolling Club

อาคารอนุรักษ์สไตล์โคโลเนียลที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเป็นย่านการค้าข้างวัดราชบพิธฯ เป็นตึกเก่าอายุร้อยกว่าปีที่นักออกแบบหนุ่มตกหลุมรักมานานแล้ว เมื่อบังเอิญมาไหว้พระที่วัดราชบพิธฯ แล้วพบว่าเจ้าของเดิมเลิกกิจการโรงแรม เขาจึงรีบติดต่อขอเข้ามาเปลี่ยนที่นี่เป็นร้านแสนพิเศษ

MT Rolling Club

“การปรับปรุงที่นี่ใช้เวลา 10 เดือน ตอนแรกผมยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ก็มานั่งคิดว่าผมเป็นคนประหลาดในประเทศนี้ เป็นผู้ชายที่บ้าการแต่งตัว ใส่นาฬิกา ใส่แหวนติดนิ้ว อยากแต่งตัวดีๆ ไปร้านอาหาร แต่ไม่ค่อยมีที่ไป ผมเลยอยากทำที่นี่ให้เป็นเหมือนบ้านที่เราชอบ ให้คนมาจอยกัน เหมือนชวนเพื่อนมาบ้านเรา”

MT Rolling Club

บ้านของเชนคือสถานที่ที่เจ้าของร้านและพนักงานทุกคนสวมเสื้อกั๊กทับเชิ้ตแขนยาว แต่งตัวเก๋วินเทจสไตล์ตะวันตก จนเรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในม้วนฟิล์มภาพยนตร์ยุคเก่าชื่อ M.T. Rollin’ Club

M.T. เป็นชื่อเล่นผมที่คนเรียกกัน ผมชื่อธีรเวทย์ แปลว่าผู้มีเวทมนตร์ หรือ Magician ส่วน T ก็เป็นทั้งอักษรย่อชื่อจริง และย่อจากคำว่า Trick พอเติม Rollin’ เข้าไปก็ดูเพ้อฝัน นิยาย มันดูมีความเป็นไปได้เยอะว่าจะแปลว่าอะไร ทำให้คนสงสัย ซึ่งก็แล้วแต่คน คุณจะตีความยังไงก็ได้ แล้วเข้ามาหาว่าจะทำอะไรที่นี่”

แต่ละห้องและแต่ละกิจกรรมที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากงานศิลปะ เคนเป็นนักออกแบบมือรางวัลที่ผ่านประสบการณ์ออกแบบเสื้อผ้า กราฟิก การตกแต่งบ้าน ไปจนถึงงานอีเวนต์ เขารวบรวมคนรู้จักในชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเชฟ บาร์เทนเดอร์ แฟชั่นดีไซเนอร์ และความเป็นตัวเอง มาอยู่ในร้านทั้งหมด เคนเคยไปอยู่นิวยอร์กมาพักใหญ่ เขาหลงใหลของสไตล์ยุโรป แต่ชอบความเป็นอเมริกันที่สนุกกว่า

MT Rolling Club

MT Rolling Club

MT Rolling Club

กิจกรรมของที่นี่มีหลากหลายตั้งแต่สายจรดมืด เริ่มต้นด้วยการเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ห้องแรกที่เข้ามาเป็นห้องรับแขกรวมสีพีชหวานปนสีเหลืองสดใส ตกแต่งด้วยดอกลิลลี่ คาร์เนชัน และกุหลาบสดเสมอ เพราะได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดสีน้ำมันชื่อ ‘Carnation, Lily, Lily, Rose’ ของ John Singer Sargent

MT Rolling Club

ห้องถัดไปคือห้องรับประทานน้ำชาของสุภาพสตรี เชนออกแบบให้ คุณแม่อารีย์ อัศวเอกะวานิช ผู้รักดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ และทั้งคู่ยังเกิดเดือนสิงหาคมเหมือนกัน ภาพที่เป็นแรงบันดาลใจของห้องนี้คือภาพเลดี้แอนนาในหนังสือภาพ The lover’s Mother Goose ของ John Cecil Clay ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในยุควิกตอเรียน

MT Rolling Club

ห้องด้านในสุดคือคลับสุภาพบุรุษ ที่เป็นทั้งห้องตัดสูท (ต้องนัดล่วงหน้า) และห้องสนทนาประสาผู้ชาย ไม่ว่าจะสูบซิการ์ ฟังแผ่นเสียง หรือเอากระดุมข้อมือทองเหลืองเก่ามาอวดกัน

MT Rolling Club MT Rolling Club

MT Rolling Club

“สไตล์ห้องนี้เป็น Art Deco อิตาเลียน ตกแต่งด้วยภาพลายเส้นที่ได้แรงบันดาลใจจาก Jean Cocteau แต่งด้วยผ้าเก่าตั้งแต่ปี 1851 ที่ผมซื้อมา รูปปั้นทั้งหมดในห้องนี้คือเทพ Hermes เพราะโลโก้ตรงจั่วของอาคารนี้เป็นรูปงูพันกับคทา สื่อถือเทพเจ้าแห่งการค้าขายและการสื่อสาร แล้วผมก็ชอบหนังเรื่อง The Legend of 1900 มาก ห้องนี้ก็จะมีกลิ่นอายแบบนั้น”

ระหว่าง Ladie’s Room และ Gentlemen Club เชนตั้งใจจะกั้นห้องแยกชายหญิง เป็นกิมมิกเล็กๆ ให้หนุ่มสาวที่อยากสื่อสารกันทำได้แค่มองและส่งจดหมายหากันผ่านบริกร

MT Rolling Club

ห้องสุดท้ายคือส่วนร้านอาหารและบาร์ที่เปิดถึงเที่ยงคืน ตกแต่งโดยได้แรงบันดาลใจจากภาพสระบัวของโมเนต์ และบ้านหลังงามนอกเมืองปารีสของศิลปินหนุ่มที่เต็มไปด้วยต้นวิลโลว์

MT Rolling Club MT Rolling Club MT Rolling Club

MT Rolling Club

อาหารที่นี่เป็นอาหารสไตล์ดั้งเดิมที่ใช้วัตถุดิบดีและทำอย่างละเมียดละไม เช่น Manhattan Dream ปลากระพงทอดเนยกระเทียม Pretty in Pink ค็อกเทลกุ้งนึ่งเสิร์ฟพร้อมผักและซอส ตลอดจนขนมนมเนยอย่าง Sweet Anna ขนมมาเดอแลนกับเบอร์รี่สด และสโคนอบใหม่หอมกรุ่น แถมเราพบว่าค็อกเทลที่นี่ก็อร่อยมาก รายละเอียดทุกอย่างพิถีพิถัน ถึงขั้นจานชามถ้วยแก้วทั้งหมดเป็นกระเบื้องเคลือบเก่าและแก้วคริสตัลเจียระไน

MT Rolling Club

“ลูกค้าเคยถามว่าใช้ของขั้นนี้เลยเหรอ ผมตอบว่าใช่ ผมอยากให้เกียรติคุณไง ที่นี่ที่ของผม ผมก็อยากทำแบบที่ผมชอบ แบบที่ผมเป็น เพราะมันเป็นคลับที่อยากชวนคนคอเดียวกันมาจอย”

MT Rolling Club MT Rolling Club MT Rolling Club MT Rolling Club

นอกจากกิจกรรมรายวัน เชนยังตั้งใจจัดกิจกรรมสนุกๆ ทุก 3 เดือน เช่น จัดงาน Long Table นิทรรศการภาพถ่าย หรืองานดนตรีสดที่ชักชวนคนชอบเดินทาง ชอบศิลปะ มีสุนทรียะในการใช้ชีวิต มาพูดคุยกันอย่างเปี่ยมอรรถรส

“ผมไม่อยากอธิบายตัวเองแล้วว่างานเราเป็นแบบไหน เราเป็นคนแบบไหน เราชัดเจนแต่เด็ก พอทำที่นี่ก็ตั้งใจว่าจะไม่ให้ใครมาทำให้ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว”

ดีไซเนอร์เจ้าของคลับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเอ่ยชัด ขณะที่เสียงเพลงแจ๊สทุ้มหวานดังคลอ เราดื่มด่ำช่วงเวลาในคลับอย่างเต็มที่เพื่อเก็บบรรยากาศมาฝากเป็นภาพถ่ายและตัวอักษร

แต่คุณก็รู้ วิธีที่ดีที่สุดที่จะสัมผัสรสนิยมงดงามของเขา คือเข้ามาร่วมคลับนี้ด้วยตัวเอง

MT Rolling Club

M.T. Rollin’ Club

ที่อยู่ M.T. Rollin’ Club แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เปิดเวลา 11 โมง – เที่ยงคืน ปิดทุกวันจันทร์
Facebook : MTRollinclub

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load