หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

“ช่วงเป็นนักเรียนไม่ได้ซื้อเยอะ เพราะยังไม่มีเงินเก็บ พอเข้าวัยทำงานเท่านั้นแหละ ของสะสม โคนัน ก็เริ่มเข้ามา หนังสือ ตุ๊กตา เราค่อยๆ สะสมทีละนิด รู้ตัวอีกทีก็เต็มบ้านไปหมดแล้ว”

สาวแว่นร่างเล็ก ในเสื้อยืดสีดำที่มีตัวหนังสือตัวใหญ่เขียนว่า ‘Detective Conan’ ค่อยๆ บรรจงนำของสะสมออกจากถุงทีละชิ้น พร้อมกับเล่าที่มาที่ไปของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เราฟัง แม้มองเห็นหน้าเธอไม่เต็มใบ แต่หน้ากากอนามัยไม่อาจลดทอนแพสชันในน้ำเสียงของเธอได้เลย

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

คนที่เคยรับชมรายการ แฟนพันธุ์แท้ ใน ค.ศ. 2012 น่าจะคุ้นหน้า เทป-พิมพ์ชนก พัฒนสุข ในฐานะสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่มีอายุกว่า 27 ปี ตีพิมพ์แล้วถึงเล่มที่ 99 และผลิตเป็นแอนิเมชันกว่า 1,000 ตอน

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตกหลุมรักการ์ตูนเรื่องนี้น่าจะเหมือนกับใครหลายคน เทปเล่าว่าสมัยประถมเธอจะตื่นมาดู โคนัน ทาง ช่อง 9 การ์ตูน เป็นประจำทุกเสาร์อาทิตย์ ก่อนจะนำคดีที่เพิ่งดูไปเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนที่โรงเรียนในวันจันทร์

แค่ได้เห็นแววตา เพื่อนก็คงรู้ทันทีว่าเทปรัก โคนัน มากแค่ไหน จึงได้นำหนังสือมาให้เธอลองอ่าน

“หนังสือการ์ตูนน่ะอ่านได้ต่อเนื่อง อ่านเมื่อไหร่ก็ได้ แถมภาพก็สวย ตอนเริ่มอ่าน โคนัน เพิ่งมียี่สิบกว่าเล่ม สมัยนั้นเล่มละสามสิบห้าบาทเอง ตอนนี้ไปถึงเก้าสิบบาทแล้ว เล่มแรกที่ซื้อคือเล่ม 25 หน้าปกเป็นรูปโคนันติดถ้ำ คดีนั้นโคนันถูกยิง”

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

ถึงตัวจะเป็นเด็ก แต่สมองเป็นผู้ใหญ่

หลายคนคงต่อประโยคนี้ในใจได้ว่า ‘ชื่อของเขาคือ ยอดนักสืบโคนัน’

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ การ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เสน่ห์ของนักสืบมัธยมปลายที่กินยาจนกลายเป็นเด็ก คือการไขปริศนาคดีฆาตกรรมที่ซับซ้อน แต่ไม่ซ้ำซาก นำความรู้หลากสาขาวิชา ทั้งวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์ ศิลปะ จนถึงความรู้ทั่วไป มาบอกเล่าผ่านเรื่องราวที่ครบรส บางคดีก็ทำให้กลัวจนตัวสั่น บางตอนก็เล่าความสัมพันธ์ที่ซึ้งจนน้ำตาไหล

เหล่านี้เองที่ทำให้ โคนัน ครองใจเทปและนักอ่านทั่วโลกอย่างเหนียวแน่น

“ทริคที่ใช้ไม่เคยเหมือนเดิม ทุกคดีจะมีการสอดแทรกความรู้อยู่ตลอด ทีแรกเหมือนจะเป็นคดีฆาตกรรมธรรมดา แต่สักพักจะเพิ่มปริศนา เพิ่มตัวละครที่น่าติดตามเต็มไปหมด ชายชุดดำเป็นใคร เมื่อไหร่จะจับได้สักที จอมโจรคิดจะเผยตัวตอนไหน จบปมนี้ก็มีปมใหม่ บางทีปมแรกยังไม่จบ ก็เพิ่มปมใหม่อีกห้าปม”

คดีฆาตกรรมที่จำไม่ลืม

เทปนำของชิ้นสุดท้ายออกจากถุง ตอนนี้โต๊ะตรงหน้าเรียงรายไปด้วยของสะสม ตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตา จนถึงบัตรเข้างานต่างๆ ที่เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่น 

เรากับเทปเหลือบไปเห็นหนังสือ โคนัน เล่ม 28 เวอร์ชันภาษามาเลเซีย

“โอ๊ย ชอบเล่มนี้มาก เกาะนางเงือก เราชอบคดีที่มี ฮัตโตริ เฮย์จิ เป็นพิเศษ แถมคดีนี้มีครบเลย คนตายเยอะ มีความ Emotional สนุก น่าติดตาม ความสยองก็มี เราชอบเล่มนี้มากถึงขั้นอ่านจนกระดาษหนังสือหลุดออกมา”

“ส่วนตอนที่กลัวที่สุดยกให้คดีฆาตกรรมในห้องสมุด เล่ม 10 ปกติเราอ่านซ้ำหลายรอบ แต่คดีนี้เราข้ามตลอดเพราะน่ากลัวมาก เวลาขึ้นลิฟต์แล้วมีเสียงสัญญาณน้ำหนักเกิน เราจะระแวงตลอดว่ามีศพอยู่ด้านบนรึเปล่า” เทปหัวเราะ

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

สุดยอดแฟนพันธุ์แท้

“จริงๆ แค่อยากรู้ว่าตัวเองมีความรู้ โคนัน มากแค่ไหน ไม่ได้คิดว่าต้องเข้ารอบห้าคนสุดท้ายหรือต้องได้แชมป์ เราแค่สนุกกับการได้ตอบในสิ่งที่เรารู้ ได้พูดในสิ่งที่เราชอบ”

เทปย้อนประสบการณ์ช่วงที่แข่งแฟนพันธุ์แท้ให้เราฟัง เธอเล่าว่ารายการนี้ให้อะไรหลายอย่าง จากที่คนรอบข้างเคยมองว่าเธอเป็นแค่สาวบ้าการ์ตูน แฟนพันธุ์แท้ ทำให้การชอบ โคนัน ของเธอเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ โดยไม่ติดสินว่าเป็นสิ่งไร้สาระ และการแข่งแฟนพันธุ์แท้นี่เองที่ทำให้ชิ้นส่วน โคนัน ในคลังสะสมของเทปค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

และนี่คือของสะสม 7 ชุดที่เทปตั้งใจคัดมาอวดเรา

1. หนังสือการ์ตูนโคนัน 15 ภาษา

เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้ที่มีหนังสือโคนัน 15 ภาษา กาชา 50 ตัว จนถึงภาพร่างของจริง

“สิ่งแรกที่สะสมคือหนังสือการ์ตูน ตอนเด็กเราบังเอิญเจอ โคนัน เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นที่คิโนะคุนิยะ เฮ้ย ทำไมปกไม่เหมือนของเรา ก็เลยซื้อเก็บไว้ พอกลับมาหาข้อมูล ถึงรู้ว่าจริงๆ ตีพิมพ์ไปแล้วเป็นสิบประเทศ

“มีเล่มภาษาเยอรมันที่เพื่อนของน้องซื้อมาให้ เล่มเกาหลีญาติก็ซื้อมาฝาก ช่วงแรกๆ ยังมีไม่เยอะ จนกระทั่งวันที่แข่งแฟนพันธุ์แท้ เราพูดในรายการว่าตัวเองสะสมหนังสือ โคนัน จากทั่วโลก หลังจากวันนั้น เวลาใครไปประเทศไหน เขาก็จะถามว่า เทปมีหรือยัง ถ้ายัง เดี๋ยวซื้อมาให้

“เล่มที่ไกลที่สุดที่ได้มาคือฟินแลนด์ เรื่องราวของเล่มนี้น่าประทับใจมาก คือมีน้องนักเรียนแลกเปลี่ยนคนหนึ่งได้ดูรายการ แฟนพันธุ์แท้ เขาเจอหนังสือ โคนัน ที่ฟินแลนด์แล้วซื้อเก็บไว้ เพราะอยากส่งให้เราแต่เขาไม่รู้จะติดต่อยังไง ก็เลยติดต่อไปที่รายการ บอกรายการว่าเขาอยู่ฟินแลนด์ อยากส่งหนังสือให้พี่เทป แฟนพันธุ์แท้โคนัน

“ทีมงานรีบโทรมาเล่าให้ฟัง เราตกใจมาก สุดท้ายก็ได้แลกช่องทางติดต่อกับน้อง แล้วพอกลับไทย เขาก็ส่งหนังสือมาให้เราจริงๆ น่าประทับใจเนอะ

“การได้เห็นโคนันพูดหลายๆ ภาษาเป็นเรื่องมหัศจรรย์นะ ถึงแม้เราจะอ่านไม่ออก แต่เรารู้ว่าเขาคุยอะไรกัน เราจำได้ว่าช่องนี้พูดอะไร เกิดคดีอะไรขึ้น มีไว้แล้วรู้สึกอุ่นใจ มันเตือนเราว่า ไม่ใช่แค่ประเทศเราหรือประเทศใกล้เคียงที่มี แต่การ์ตูนเรื่องนี้ดังไปทั่วโลกจริงๆ”

2. ของสะสมโคนันจากเมืองทตโตริ 

“พิพิธภัณฑ์โคนัน (Gosho Aoyama Manga Factory) อยู่ที่เมืองทตโตริ บ้านเกิดของคนเขียน เราไปมาแล้วสามรอบ ไปถึงจะเจอสถานีรถไฟยูระ เป็นสถานีที่ตกแต่งด้วยโคนันทั้งหมด ที่นั่น เราซื้อสมุดวอล์กแรลลี่ เพราะระหว่างทางจากสถานีถึงพิพิธภัณฑ์จะมีรูปปั้นและกิมมิกต่างๆ เกี่ยวกับโคนันให้ถ่ายรูป พูดง่ายๆ เมืองนี้เหมือนเป็นเมืองแห่งโคนันเลย ที่สำคัญเราต้องแสตมป์สมุดตามสถานต่างๆ ในเมืองด้วย เช่น ที่หอสมุดหรือไปรษณีย์

“รอบแรกที่ไปเราแสตมป์ได้ไม่ครบเพราะฝนตก ผ่านมาสองปีไปอีกรอบ ในที่สุดก็แสตมป์จนเต็ม ที่พิพิธภัณฑ์ก็ได้ซื้อโปสการ์ดโคนันเขียนถึงตัวเองด้วย ไปสามรอบก็เขียนสามรอบ”

3. ภาพร่างฉบับจริงจากงาน Let’s Talk with Gosho Aoyama Day

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“ภาพร่างนี้ได้จากการไปพิพิธภัณฑ์โคนันครั้งที่สาม ซึ่งเป็นงานมีตติ้งของ อาจารย์โกโช อาโอยามะ (Gosho Aoyama) (ชื่อจริง : โยชิมาซะ อาโอยามะ (Yoshimasa Aoyama)) ผู้เป็นทั้งคนเขียนและคนวาด โคนัน งานจัดปีละครั้งช่วงปีใหม่ เราสงสัยมาตลอดว่าเขาไปกันยังไง เลยส่งอีเมลไปถามพิพิธภัณฑ์ แล้วเขาก็ตอบกลับมา

“ขั้นตอนคือให้ส่งโปสการ์ดที่มีชื่อและที่อยู่เราส่งไปญี่ปุ่น เขาจะเอาโปสการ์ดทั้งหมดจากแฟนทั่วโลกมาจับสลาก ปีนั้นสุ่มสี่ร้อยคน ถ้าได้เป็นหนึ่งในสี่ร้อย เขาจะแปะหมายเลขเข้างาน แล้วส่งโปสการ์ดกลับมาที่บ้าน แต่ด้วยความที่เราเป็นคนต่างชาติมั้ง เขาคงกลัวว่าโปสการ์ดจะส่งกลับมาไม่ทัน ก็เลยส่งอีเมลมาบอกว่าเราได้เป็นคนที่สองร้อยเก้าสิบหก จากสี่ร้อยคน แถมเขาย้ำด้วยนะว่า ทุกคนผ่านการจับสลากอย่างยุติธรรมจริงๆ ไม่ต้องกังวลนะว่าเราให้แค่เพราะคุณเป็นชาวต่างชาติ

“ตอนจบงานมีตติ้ง เขาจะให้ภาพร่างจริงเป็นของที่ระลึก ซึ่งภาพที่แต่ละคนได้ก็ไม่เหมือนกัน ต้องลุ้นเองว่าใครจะได้ภาพไหน ภาพที่เราได้มาจากหนังสือเล่ม 93 ตอนที่ 6 เป็นภาพร่างแรกที่อาจารย์โกโชวาดจริงๆ ตอนแรกคิดว่าเขาคงถ่ายสำเนามา แต่พอเราลองลบด้วยยางลบ ปรากฏว่าเส้นหายแฮะ (หัวเราะ)

“ภาพนี้เป็นสิ่งล้ำค่ามากสำหรับเรา แม้จะเป็นแค่ภาพวาดคร่าวๆ แต่มันคือของจริงที่อาจารย์วาดเอง สิ่งนี้ไม่มีขาย เราต้องไปร่วมงานจริงๆ ถึงจะได้มา”

4. ตุ๊กตากาชาปอง (7 ชุดปกติ 3 ชุดพิเศษ รวม 47 ตัว)

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“เราซื้อทีละเซ็ต อันไหนที่ได้หมุนไข่กาชาปองเอง เราก็จะหมุนทีละตัว แต่มีบางตัวที่ซื้อเป็นบ็อกซ์เซ็ตสะสมไว้ รวมๆ แล้วราคาอาจจะถึงหมื่น ถ้าพ่อรู้น่าจะโดนด่า

“มีเซ็ตหนึ่งเราไปหมุนที่ญี่ปุ่น ทั้งเซ็ตมีหกตัว หมุนยังไงก็ได้ไม่ครบ ขาดอยู่สอง หมุนอีกก็คงซ้ำอีก เราเลยใช้วิธีดักรอคนที่มาหมุน ในเซ็ตนี้คนอยากได้ตัว อากาอิ ชูอิจิ เยอะที่สุด แล้วเราดันมีตัวนี้ซ้ำกันสามตัว ดังนั้นก็น่าจะพอขอแลกได้

“เรายืนรอข้างตู้อยู่พักใหญ่ อุณหภูมิตอนนั้นประมาณสิบองศาเซลเซียส หนาวมาก ในที่สุดก็มีเด็กผู้หญิงญี่ปุ่นสองคนมาหมุนแล้วได้สองตัวที่เราต้องการ ทั้งสองคนดูเซ็งมาก เราเลยถามว่าอยากได้ตัวไหน สองคนชี้มาที่ อากาอิ เรารีบหยิบตัวที่ซ้ำขึ้นมาแล้วถามว่าแลกกันมั้ย เขาดีใจมาก เราก็ดีใจเพราะในที่สุดก็ครบเซ็ต”

5. หนังสือพิมพ์โคนันฉบับครบรอบ 20 ปี

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“เป็นฉบับครบรอบยี่สิบปี โคนัน ใน ค.ศ. 2014 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน เราฝากคนที่ญี่ปุ่นช่วยซื้อ อ่านออกมั้ยไม่รู้ แต่ของมันต้องมี ข้างในก็จะอธิบายความเป็น โคนัน ในหลายๆ แง่ เจ๋งมาก โดยเฉพาะกิมมิกที่หน้ากลางของเล่ม ฉบับนี้เป็นรวมหน้าปก ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ ฉบับนี้เป็นโปสเตอร์รันกับชินอิจิ หรือเล่มนี้เป็นโยงความสัมพันธ์ตัวละครในเรื่อง”

6. นิตยสารโชเน็น ซันเดย์ ที่โคนันได้ขึ้นปก

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

โชเน็น ซันเดย์ (Shonen Sunday) คือนิตยสารรายสัปดาห์ที่รวมการ์ตูนหลายเรื่อง ซึ่งมี โคนัน อยู่ในนั้นด้วย เราจะคอยเช็กในเว็บไซต์หรือทวิตเตอร์ เมื่อไหร่ที่ โคนัน ได้ขึ้นปกก็จะรีบโทรไปสั่งที่คิโนะคุนิยะ ช่วงแรกก็มีอยู่ไม่กี่เล่ม แต่ช่วงหลังก็พยายามซื้อให้ครบ ตอนนี้น่าจะมีประมาณสามสิบกว่าเล่มแล้ว ที่เอามาโชว์คือเล่มที่หน้าปกต่อกัน มีต่อกันทั้งแนวนอนแนวตั้ง ครีเอทีฟมาก” 

7. ลูกอมกับขนมที่ไม่ยอมกิน

เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช
เปิดห้องสอบสวน เทป พิมพ์ชนก แฟนพันธุ์แท้โคนันที่สะสมตั้งแต่หนังสือ ตุ๊กตากาชาปอง จนถึงภาพร่างต้นฉบับฝีมือ อ.โกโช

“ลูกอมนี้ เพื่อนที่ทำงานที่จีนซื้อมาฝากตั้งแต่ ค.ศ. 2016 ตอนแรกก็ตั้งใจจะเอาไปแจกคนอื่น แต่พอมาสังเกตซองดีๆ ทุกซองแตกต่างกันหมดเลย แสดงว่าลูกอมพวกนี้ไม่ได้ซื้อไว้กินแฮะ ถ้าเริ่มกินชิ้นหนึ่ง ก็คงอยากกินให้หมด ถ้าตัดสินใจเก็บแล้ว เราก็ขอเก็บให้หมดดีกว่า

“ส่วนขนม ซื้อที่ญี่ปุ่น ค.ศ. 2017 เรากลัวมันแตกถึงขั้นห่อเสื้อกันหนาวป้องกันอย่างดีตอนขนกลับไทย จนถึงวันนี้เรายังไม่เคยแกะเลย น้องเราบอกว่ากินไปเหอะ ด้านหลังกล่องก็มีรูปขนมไม่ใช่เหรอ แต่สำหรับเรามันไม่เหมือนกัน เขาอุตส่าห์สกรีนรูปลงบนขนมเลยนะ มันควรได้อยู่สภาพนี้ตลอดไป ถ้ากินก็คงเสียดายแย่”

ในวันที่โคนันจบลง

เทปกับ โคนัน รู้จักกันตอนเทปอยู่ ป.5 และโคนันอยู่ ป.1 

วันนี้ยอดนักสืบจิ๋วยังคงอยู่ ป.1 แต่เทปโตขึ้นจนอายุนำหน้าด้วยเลข 3 คำถามคือความชอบต่อ โคนัน ของเธอเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่

“ไม่นะ เรียกว่าอะไรดี รักแท้ล่ะมั้ง ระหว่างที่ชอบก็มีช่วงที่เราแวะไปดูหนังหรือการ์ตูนเรื่องอื่น แต่เราจะวาง โคนัน ไว้ตรงนี้เสมอ สมมติเราเอาเรื่องอื่นมาใกล้ๆ สักพักเรื่องนั้นก็จะหล่นลงไป โคนัน จะยังอยู่ที่เดิม

“ในชีวิตเรามี โคนัน อยู่ด้วยตลอด ไม่ว่าตอนนั้นเราสนใจเรื่องอะไรอยู่ ถ้าของเล่น โคนัน ออกปุ๊บ ก็จะรีบสั่งทันที เรามีของ โคนัน ตั้งแต่อายุขึ้นต้นด้วยเลขหนึ่ง ตอนนี้อายุขึ้นต้นด้วยเลขสามก็ยังเก็บเพิ่มอยู่ตลอด ที่ผ่านมาเราวาง โคนัน เป็นเป้าหมายชีวิต ไปพิพิธภัณฑ์ ไปมีตติ้งกับนักเขียน หรือได้ร่วมอีเวนต์ จากที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำงานให้ผ่านไป ก็รู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมายบางอย่าง 

“ถ้าวันหนึ่ง โคนัน จบก็คงเหงา แต่เราเชื่อว่ามันคงไม่จบแล้วจบเลย ก็คงจะมีเม็มโมเรียล นิทรรศการ หรือของสะสมตามอีเวนต์ต่างๆ ต่อให้ โคนัน จบ เราก็จะอยู่กับมันอยู่ดี” เทปปิดท้ายด้วยรอยยิ้มจากหลังหน้ากาก

ดูของสะสมทั้งหมดของเทปได้ที่ #tapesconangoods

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load