20 กุมภาพันธ์ 2564
4 PAGES
2 K

ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือประเทศอะไร อยู่ส่วนไหนของโลก
รวมไปถึงขอให้ช่วยออกเสียงให้หน่อยว่าประเทศนี้อ่านว่ายังไง ใช่ค่ะฉันไป ‘คีร์กีซสถาน’ มา

ประเทศคีร์กีซสถาน หรือ เคอร์กีซสถาน (Kyrgyzstan) นักท่องเที่ยวหลายท่านอาจไม่คุ้น เพราะเป็นประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมาก่อน และแยกตัวออกมาหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายใน พ.ศ. 2534 คีร์กีซสถานจึงเป็นประเทศที่มีความสดใหม่ และยังไม่นั่งแท่นเป็น Top of Mind ของบรรดาประเทศที่นักเดินทางทั่วไปอยากมาเยือน

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

คีร์กีซสถาน เป็นประเทศในเอเชียกลาง ติดกับประเทศจีน คาซัคสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกิสถาน ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล ด้วยความที่ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง กินบริเวณกว้าง ทำให้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ทั้งภูเขาสูง (โดยส่วนใหญ่) ที่ราบ และทะเลสาบ จนได้ฉายาว่า สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียกลาง ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามเทียบเท่า ราคาไม่แรงเหมือนไปสวิตฯ จับต้องได้มากกว่า แต่อาจต้องแลกมาด้วยความลำบากนิดหน่อย 

เพราะความเจริญทางเทคโนโลยีแตกต่างกัน ถึงอย่างนั้นก็ตาม คนที่มาประเทศนี้ต้องยอมรับอยู่แล้วว่ามาลำบาก เพื่อให้เข้าถึงธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบที่เราไม่ได้เห็นกันบ่อยในประเทศที่เจริญแล้ว 

เส้นทางนี้จะเป็นอย่างไร เราคงต้องไปพิสูจน์กัน

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

เขาว่ากันว่า ถ้ามาคีร์กีซสถานแล้วอยากสัมผัสผู้คน ต้องบุกไปเยือนถึงบ้าน! 

ชาวเอเชียกลางเรียกบ้านว่า เยิร์ต (Yurt) หรือ กระโจม (ถ้าไปทางแถบมองโกเลียจะเรียกว่าเกอร์) เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวของคนท้องถิ่นเร่ร่อน โครงสร้างทำด้วยไม้และหนังสัตว์ เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้ตามแต่ฤดูกาลและความพอใจ การมานอนเยิร์ตเลือกได้หลายแบบ ถ้าศิวิไลซ์หน่อยก็เลือกพักแบบกระโจมในเมือง ตกแต่งให้เหมือนการอยู่เยิร์ตจริงๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบคนเมืองทั่วไป หรือเลือกอยู่กับกลุ่มคนเร่ร่อน เพื่อให้เห็นวิถีชีวิตและกระจายรายได้สู่ชุมชน 

แน่นอน เราเลือกแบบหลัง

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

การเดินทางครั้งนี้เรานั่งเครื่องบินใหญ่ประมาณ 11 ชั่วโมง มาลงคาซัคสถาน แล้วต่อเครื่องบินเล็กอีก 45 นาที มาลงบิชเคก (Bishkek) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของคีร์กีซสถาน นั่งรถอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อมาเยิร์ตแคมป์

เยิร์ตแคมป์ของเราตั้งอยู่รอบๆ ทะเลสาบอิสซิค-คุล (Issyk-kul) เป็นทะเลสาบในเทือกเขาเทียนชาน อยู่ทางตะวันออกของคีร์กีซสถาน มีระดับความลึกเป็นอันดับ 7 ของโลก หรือใหญ่เป็นอันดับ 10 (วัดตามปริมาตรน้ำ) รวมถึงเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากทะเลสาบแคสเปียน ความน่าสนใจของทะเลสาบแห่งนี้คือ เป็นทะเลสาบที่ไม่เคยแข็ง แม้ล้อมรอบด้วยภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ตามชื่ออิสซิค-คุล ที่แปลว่าทะเลสาบอุ่นนั่นเอง

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

ความประทับใจของการตามล่าเยิร์ตแคมป์คือ แต่ละที่ไม่มีป้ายบอกว่าเป็นเยิร์ตแคมป์ของใคร สัญญาณโทรศัพท์ไม่ครอบคลุมให้ติดต่อกันได้ตลอดเวลา แคมป์ที่ตั้งอยู่ที่นี่ ตรงนี้ เวลานี้ ปีหน้าก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่น แล้วคนที่นี่เขาตามหากันยังไง หรือส่งไปรษณีย์หากันได้ยังไง (นี่ยังคงเป็นปริศนาคาใจจนถึงทุกวันนี้ ^^)

เมื่อการตามหาเสร็จสิ้นลง (ผ่านการผจญภัยในเส้นทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว ลุยน้ำ กรุยทางเองแบบไม่มีถนน) เราก็มาอยู่หน้าแคมป์ที่มีเยิร์ตอยู่ประมาณ 4 – 5 หลัง ทุกหลังหันหน้าเข้าสู่ทะเลสาบอิสซิค-คุล และมีเยิร์ตหลังใหญ่ตรงกลาง คล้ายสำหรับเป็น Lobby Room เอาไว้ต้อนรับผู้มาเยือน นั่งพักผ่อน ทานข้าว และนั่งล้อมวงคุยกัน 

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

ทัศนียภาพตรงหน้าเยิร์ตสวยงามจับใจ ลักษณะเป็นที่ราบมีหญ้าเขียวชะอุ่ม มีเนินเขา สภาพอากาศเหมือนฝนกำลังจะตก มีลำแสงจากแดดอ่อนๆ และก้อนเมฆสีดำลอยมาสร้างเงาบนพื้นหญ้าสีเขียวให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ส่วนทางขวาเป็นทะเลสาบสีน้ำเงิน ฉากหลังเป็นภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ วิวเดียวครบจบจริงๆ 

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง
เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

ภายในเยิร์ตมีที่นอนวางเรียงกันอยู่ 3 – 4 เตียง ล้อมกันเป็นวงกลม และมีเตาโลหะอีกหนึ่งอันพร้อมปล่องไฟยาวเพื่อให้ควันปล่อยออกไปด้านบน เวลาเราเข้าไปในเยิร์ต ถ้าปิดประตูผ้าจะไม่เห็นอะไรอีกเลย ไม่เช่นนั้นต้องเปิดหลังคา เพื่อรับแสงสว่าง อีกข้อดีคือช่วยระบายควัน ในเยิร์ตไม่มีอะไรนอกจากเตียง หลังจากเอาของไปเก็บ เราก็ออกมาสำรวจบริเวณรอบๆ และทำกิจกรรมด้วยกันก่อนจะค่ำเกินไป เพราะที่นี่มืดเร็วเหมือนเมืองหนาวทั่วไป 

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

กิจกรรมในเยิร์ตแคมป์มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเดินเทรลศึกษาธรรมชาติหรือขี่ม้า แต่ด้วยเวลาจำกัดเพราะเรามาถึงก็บ่ายแล้ว กว่าจะพักผ่อนเก็บของเสร็จก็เกือบเย็น เราเลยเลือกขี่ม้า คนที่นี่ขี่ม้าได้ก่อนเดินซะอีก น้องลูกเจ้าของเยิร์ตแคมป์ที่ดูแลเรา อายุ 10 กว่าขวบก็ขี่ม้าคล่องแคล่วมาก และม้าที่นี่เป็นม้าใช้งานจริง มีความเป็นม้าป่า ไม่ได้ถูกเลี้ยงให้เชื่องเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว มีคนแนะนำเกี่ยวกับว่าเราต้องไม่แสดงความกลัวให้ม้าเห็น เพราะสัตว์พวกนี้สัมผัสได้ และม้าจะไม่เชื่อฟังเรา เป็นไปตามคาด เราไม่เคยขี่ม้ามาก่อน แม้พยายามแสดงออกว่าไม่กลัว แต่ม้าคงรับรู้ได้ เพราะพวกมันไม่เชื่อฟังเราเลย เราบังคับโดยการส่งเสียงบอกให้เดิน เอาเท้ากระทุ้งที่ท้อง ม้าก็ไม่ยอมขยับแม้แต่นิดเดียว จนสุดท้าย น้อง 10 ขวบก็ลากเราไปเหมือนกำลังขี่ม้าแกลบตามริมทะเลบ้านเรา 

ภาพที่ได้จึงไม่ได้เท่แบบที่คิดในหัวเลย

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

การออกมาขี่ม้าถือว่าเป็นทางเลือกที่ถูก เพราะบริเวณรอบๆ เยิร์ตแคมป์สวยงามมาก ทางเป็นเนินเขาเล็กๆ สลับขึ้นลง มีทุ่งหญ้าสีเขียวและเห็นวิวทะเลสาบสีฟ้าช่างน่าหลงใหล อีกฝั่งของทะเลสาบเห็นภูเขาหิมะอยู่ไกลๆ ฉันหลงรักที่นี่มาก เวลาไม่มีคุณค่าอะไรที่นี่ ทุกๆ นาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าและมีความสุข

เรากลับมาที่เยิร์ตแคมป์ ต่างคนต่างสลับกันไปอาบน้ำ ทางแคมป์ทำห้องอาบน้ำไว้ให้เป็นกรณีพิเศษตามคำร้องขอ (ถ้าไม่มีน้ำอุ่นคงได้ซักแห้ง เพราะชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดมาในภูมิอากาศเขตร้อน ทนต่อความหนาวเย็นไม่ได้แม้แต่น้อย) ปกติที่นี่ไม่มีน้ำอุ่นให้ ดังนั้นเราต้องอาบอย่างประหยัดและมีกำหนดเวลาก่อนเตาจะมอด

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

เรามารวมตัวกันที่ล็อบบี้ของโรงแรม (เรียกว่าแบบนี้ดีกว่า) เพื่อรับประทานอาหารเย็น มื้อนี้กินอาหารง่ายๆ เพราะที่นี่ไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก ขนมปัง แยม เนย ถั่ว และขนมหวาน จะอยู่ร่วมโต๊ะทุกครั้งที่รับประทานอาหาร จานหลักวันนี้คือข้าวผัดกับเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใส่เนื้อม้ามาเพิ่มสีสัน เพราะเป็นสิ่งเดียวที่หาได้ ณ แถบและเวลานี้ 

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

การกินเนื้อม้าถือว่าเปิดประสบการณ์ครั้งแรก รสชาติดีเลยทีเดียว คล้ายเนื้อวัวและด้วยการเตรียมการอย่างดีทำให้ไม่มีกลิ่นสาบใดๆ ส่วนเส้นคล้ายก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยมาก เส้นนุ่มหอมกรุ่น จบมื้อเย็นไปอย่างพุงกาง

หลังจากมื้ออาหาร เราคุยกับเจ้าของเยิร์ตและเด็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะคุยกับเด็กมากกว่าเพราะพอพูดภาษาอังกฤษได้ เราคุยกันนิดหน่อยพราะไม่อยากรบกวน เขาจะได้เก็บของและพักผ่อน รวมถึงปิดไฟในเยิร์ตกลางที่ใช้เครื่องปั่นไฟ เราเดินออกมา แต่ก็ข่มตาหลับไม่ได้ในเวลานี้ ที่นี่ไม่มีไฟ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีกิจกรรมให้ทำตอนกลางคืน เราเลยตัดสินใจเดินเล่นสำรวจบริเวณรอบๆ เพื่อย่อยอาหารโดยใช้แสงดาวนำทาง และสูดอากาศบริสุทธิ์ 

อากาศตอนกลางคืนค่อนข้างหนาว เราเดินเล่นบนเนินเขาใกล้ๆ ดูดาวดวงโตๆ ปลดปล่อยอารมณ์ ทิ้งทุกอย่าง ไม่ต้องคิดอะไรมาก ชีวิตไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ นั่งนิ่งๆ อยู่ในความมืดสักพัก ก็ตัดสินใจเข้าเยิร์ต

 เมื่อผ้าใบปิดลง ทุกอย่างก็มืดสนิทและเราก็หลับตาลง

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง
เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

เช้าวันใหม่ เราตื่นมาเปิดผ้ารับแสงแดดยามเข้า แสงสีทองส่องลงมาจากเนินเขาข้างหน้า รู้สึกสดชื่นเหมือนรับพลังของวันใหม่ วันนี้เราทำได้แค่ล้างหน้าแปรงฟัน เพราะไม่มีน้ำต้มไว้ให้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำในตอนเช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการปลดทุกข์ กรรมวิธีนี้ค่อนข้างยากจริงๆ ในภูมิอากาศและสถานที่แบบนี้ 

เราหาจังหวะที่ไม่มีผู้คนเดินไปในห้องไม้สี่เหลี่ยมที่ครอบส้วมหลุมอีกที ห่างออกไปจากที่พักประมาณ 400 เมตร ขึ้นชื่อว่าส้วมหลุมก็ต้องตามมาด้วยกลิ่นและการนั่งยองๆ ใช้หลักการบริหารหน้าขาและการบาลานซ์ตัวเอง โชคดีที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้นระหว่างทำธุระ เลยเปิดประตูห้องน้ำเพื่อระบายกลิ่นและชมวิวอย่างสุนทรีย์ วิวส้วมถือว่าเป็นวิวหลักล้านที่กลบลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี นั่งทำธุระไป มองวิวไป ช่างเพลิดเพลินไม่อยากลุกไปไหนจริงๆ 

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

อาหารเช้าวันนี้เป็นแผ่นแป้งหน้าตาคล้ายแพนเค้กสีน้ำตาลแผ่นบางๆ รสชาติค่อนข้างจืด แล้วก็มีขนมปังประจำถิ่น เนย แยมทำเอง น้ำตาล และลูกอม ที่ต้องมีติดไว้ในทุกมื้อ ตั้งเป็นพร็อปประกอบการกินอาหาร 

การกินอาหารก็เหมือนการเปิดวงสนทนา คราวนี้พอจะมีเวลาได้คุยกันนานหน่อย น้องลูกเจ้าของเยิร์ตเล่าให้ฟังว่า เขามักมาช่วยที่บ้านดูแลคนที่มาเที่ยวเยิร์ตแคมป์ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนเสมอ พอเปิดเทอมก็ต้องกลับไปเรียนในเมืองทำให้มีความรู้ภาษาอังกฤษ ในอนาคตเขาต้องเลือกว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน คนที่นี่ค่อนข้างมีความสุขกับการอพยพไปมาระหว่างเมืองกับธรรมชาติ แต่มีความสุขกับการอยู่นอกเมืองใช้ชีวิตและหาอาหารจากธรรมชาติมากกว่า วิถีแบบนี้เป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง ไม่ได้ทำเพราะยากจนหรือไม่มีทางเลือก บางคนมีบ้านใหญ่โตในเมือง แต่ก็ยังมาอยู่ที่แคมป์และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ 

คนเราถ้าทำอะไรที่ตัวเองมีความสุขน่าจะตอบโจทย์ทุกย่างในชีวิตแล้ว ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้สิ่งที่เกินจำเป็น หรือดิ้นไปตามสิ่งที่คนอื่นคิดว่าดีแล้วไม่เหมาะกับเรา ก็อาจไม่ใช่ความสุขและสิ่งที่ควรจะเป็น 

เที่ยวคีร์กีซสถาน นอนกระโจมกลางเขา ฟังเสียงทะเลสาบ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายของเอเชียกลาง

การนอนเยิร์ตแคมป์ นอกจากได้ประสบการณ์ทางตาด้วยทัศนียภาพที่งดงาม ทางกายที่ต้องสมบุกสมบัน ยังได้ประสบการณ์ทางใจ ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้เห็นมุมหนึ่งของการใช้ชีวิต การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติกับครอบครัวที่น่ารัก ชีวิตไม่ต้องเร่งรีบ แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้พร้อมเพื่อการดำเนินชีวิตอยู่ในแต่ละวันก็พอ 

เรามาพักแค่หนึ่งคืน แต่สิ่งที่ได้กลับมามีคุณค่ามาก ผู้คนที่นี่น่ารัก ยิ้มแย้ม และมีความสดใส บริสุทธิ์ต่อโลก แอบหวังลึกๆ ว่า แม้ในอนาคตการท่องเที่ยวจะเฟื่องฟู แต่ขอให้ผู้คนยังความน่ารักแบบนี้ตลอดไป 

ถ้ามีโอกาส หวังว่าเราคงได้กลับมาใหม่ และถ้าได้กลับมาหวังว่าเราคงหากันเจอ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษ มูลค่า 850 บาท ที่ PAINKILLER Atelier ออกแบบและผลิตจำนวนจำกัดให้ The Cloud ให้เป็นที่ระลึก

Writer & Photographer

สุชีรา ศรีสุวรรณ

เป็นพนักงานบริษัททำงานในเมือง รักสันโดษ เวลาอยู่กับธรรมชาติเหมือนได้ชาร์จพลังชีวิต เลยคิดจะย้ายสัมมโนครัวไปอยู่ป่า แต่ยังต้องทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ เลยไม่สำเร็จซะที ตอนนี้เลยขอแอบหนีไปเที่ยวคนเดียวบ่อยๆ แทนละกัน