หากเอ่ยถึง ‘ครามสกลนคร’ ผู้อ่านชาวก้อนเมฆหลายคนคงร้อง อ๋อ เพราะต้องเคยคุ้นตาผ่านการอ่านหรือสัมผัส ผ่านของขวัญของฝากแทนใจ จากคนสนิทมิตรสหายที่ไปเยี่ยมเยือนถิ่นสีครามกันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผ้าพันคอ จนถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่มีชายคนหนึ่งจากอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร หยิบสิ่งที่เกษตรกรทิ้งขวาง มาสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่า เพื่อสื่อสารผ่านผลิตภัณฑ์ว่า ต้นไม้หนึ่งต้นมีประโยชน์มากมายเหลือเกิน อยู่ที่คุณจะมองเห็นหรือเปล่า 

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

ติงลี่-คมกฤช ภู่ทอง เจ้าของแบรนด์ Khramer สกินแคร์จากรากคราม ที่ตั้งใจพาครามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนรุ่นใหม่ ด้วยการทำให้ครามเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ง่าย เหมาะกับยุคสมัย และมุ่งมั่นแน่วแน่ว่าจะไม่ขอใช้ส่วนอื่นๆ ซึ่งสร้างประโยชน์ไปแล้ว อย่างกิ่ง ก้าน ใบ นำไปย้อมผ้าให้สีเด็ดขาด แต่จะใช้ ‘ราก’ ส่วนที่เป็นเศษซากทางการเกษตร เพื่อบอกว่าต้นไม้ 1 ต้น ได้ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าแล้ว แถมช่วยลดมลพิษจากการเผาทิ้งทำลายด้วย

Khramer ชื่อนี้เกิดจากการสมาสชนและสนธิเชื่อมขึ้นของคำ 3 คำ คือ 

Khram (คราม), Farmer (เกษตรกร) และ Charmer (คนมีเสน่ห์)

คราม เกษตรกรและคนมีเสน่ห์ ร้อยเรียงเป็น Khramer ได้อย่างไร นี่คือเรื่องราวทั้งหมด

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

Khramer

ติงลี่เป็นคนอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ที่จับพลัดจับผลูมาเรียนต่อแดนอีสานในหลักสูตรเภสัชกรรมแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ฝันลึกๆ ในใจเขาอยากเรียนสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ เขาได้แต่เก็บความชอบไว้ลึกสุดใจ และหลังเรียนจบ ติงลี่ผันตัวไปทำธุรกิจนำเข้า-จำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ จนวันดีคืนดีมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ความชอบในวัยเด็กของเขาหายไป’ งานที่ทำอยู่ไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เหมือนที่เขาเคยฝัน 

ติงลี่สนใจทำธุรกิจส่งออกเพื่อสร้างสมดุลจากธุรกิจนำเข้าเดิมที่ทำอยู่แล้ว บวกกับได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างที่เคยอยากใช้มาตลอด เขาพุ่งเป้าไปที่ ‘คราม’ สินค้าเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงในตลาดสากล

และโจทย์แรกที่เขาตั้งต้นในการทำธุรกิจคือ ธุรกิจนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

“ต้องบอกก่อนว่าเราทอผ้าไม่เป็น ก็เลยไม่ไปแตะเรื่องการย้อมผ้า ทอผ้า เพราะมีกลุ่มคนที่สนับสนุนงานออกแบบพวกนี้อยู่แล้ว และเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่เราพยายามสร้างคุณค่าใหม่ขึ้นมากับกลุ่มลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง

“ช่วงเริ่มคิดหาผลิตภัณฑ์ เราลงพื้นที่ไปดูชุมชนว่าเขาทำอะไรบ้าง คุยกับเกษตรกรว่าเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วเขาเหลืออะไรบ้าง แต่พอเข้าไปในพื้นที่ เราเห็นกองรากครามก็รู้เลยว่าเขาไม่ได้ใช้แน่ๆ จึงเป็นโจทย์ให้เราไปคิดต่อว่า จะเอารากครามไปทำอะไรได้บ้าง ซึ่งสิ่งที่เราจะทำคือ Circular Design สร้างมูลค่าให้มันเป็นมากกว่าขยะหรือปุ๋ย 

“ที่สำคัญ ต้องมีคนได้ประโยชน์มากกว่าตัวเราเอง และเรามองถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุดด้วย” ติงลี่เล่าจุดเริ่มต้นและเป้าประสงค์ของการหยิบใช้ส่วนที่หยั่งลึกที่สุดของต้นครามให้เราฟัง 

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

นักทำแบรนด์มือใหม่เล่าว่าเมื่อศึกษาอย่างเข้มข้น พบว่ามีงานวิจัยหลายตัวที่บ่งบอกคุณสมบัติของครามเรื่องป้องกันแสง UV เขายกตัวอย่างคนไทยที่ทำไร่ ทำนากลางแดด มักสวมเสื้อผ้าย้อมคราม เพราะช่วยป้องกันการไหม้จากแดดได้ดี และคนสมัยก่อนจะใช้ธรรมชาติในการดำรงชีพ เช่น เด็กแรกเกิดจะถูกห่อตัวด้วยผ้าย้อมครามเพื่อลดการอักเสบ ลดความเจ็บปวด อย่างเข้าป่าแล้วเกิดแมลงสัตว์กัดต่อย ก็บดขยี้ใบครามมาโปะแผล 

และครามก็โลดแล่นในตลาดสากลมาเนิ่นนาน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ฯลฯ ต่างมีวัฒนธรรมครามในแบบที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เด่นที่เครื่องแต่งกาย และอีกส่วนที่ติงลี่ทราบจากงานวิจัยคือ อินเดียใช้รากครามในการทำยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร ญี่ปุ่นใช้ดอกครามมาสกัดเป็นครีมบำรุงผิว ฝรั่งเศสใช้ใบครามแก่จัดมาทำสารสกัด ฯลฯ 

‘ธรรมชาติบำบัด’ เป็นคอนเซ็ปต์หลักของ Khramer ที่มีแรงบันดาลใจจากประโยชน์ทั้งต้นของคราม

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

ติงลี่ลงมือทำวิจัยเพื่อทำให้ของดีจากธรรมชาติมีมาตรฐานยิ่งขึ้น จากการวิจัยเปรียบเทียบใบและราก เพื่อดูว่าส่วนใดมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มากกว่ากัน ทำการทดสอบ Anti-bacteria, Skin Moisture และการปกป้องแสงแดด ซึ่งผลเป็นอย่างที่คิด รากครามมีสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นกว่าใบ เพราะครามเป็นพืชตระกูลถั่ว สะสมอาหารไว้ที่รากอย่างเข้มข้น รวมถึงตรวจสอบค่า SPF ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้บริโภคมั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ

ติงลี่ได้ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดรากคราม 2 ประเภท ได้แก่ Indigo Root Extract Facial Sunscreen SPF50 PA ห่มครามให้ผิวหน้าเพื่อป้องกันแสงแดดและน้องยูวี แถมปรับผิวหน้าให้สมดุล Indigo Root Extract Facial Serum เอสเซนส์น้ำนมช่วยบำรุง ปลอบประโลม และปรับสมดุลให้กับผิวหน้า ที่สำคัญ สกินแคร์ของแบรนด์ปราศจากส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ พาราเบน ซิลิโคน ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี และไม่ผสมสารเคมี

ติงลี่เฉลยว่าการเป็นศิษย์เก่าแพทย์แผนไทยช่วยเขาในการตั้งต้นความคิด ด้วยหลักการการมองส่วนต่างๆ ของพืชมาปรุงยา ราก ดอก ใบ ฯลฯ ล้วนมีสรรพคุณต่างกัน และเขายังแนะเทคนิคเก็บเกี่ยวให้ได้ประสิทธิภาพดีให้ด้วย

“ตามที่เราศึกษามา รากควรจะเก็บในเวลายามสี่ ช่วงบ่ายสามถึงหกโมงเย็น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพของสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในราก ส่วนใบครามเก็บช่วงเช้ามืด ตีสี่ถึงตีห้า เพราะใบยังไม่โดนแสงแดด เมื่อย้อมแล้วจะให้สีชัด”

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต
Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

Framer

เมื่อถามถึงคราม ทำไมต้องเจาะจงเลือกใช้ ‘ครามสกลนคร’ 

“เราทราบมาว่าจังหวัดสกลนครเป็นแหล่งเพาะปลูกครามที่มีประสิทธิภาพ มีชื่อเสียง แล้วก็ได้รับรองเป็น GI ของจังหวัด จากการศึกษาของเรา ภูมิประเทศของสกลนครมีองศาของแดดและปริมาณน้ำฝนต่อปีเหมาะสมกับการปลูกคราม และพื้นที่นี้ก็มีประวัติศาสตร์เรื่องการใช้ครามในกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย เราเลยเลือกครามสกลเป็นวัตถุดิบหลัก”

ไม่เพียงแต่ดินดี น้ำดี ผลผลิตดี เรื่องราวประวัติศาสตร์พื้นที่ก็สอดคล้องกัน และหลาย ‘ดี’ ที่ว่าก็เป็นข้อมูลที่น่าพูดถึงและนำเสนอให้ผู้บริโภคทราบถึงแหล่งที่มาที่ไป เป็น Storytelling ซึ่งขยายภาพ Khramer ชัดเจนยิ่งขึ้น

แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว
แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว

ติงลี่เข้าไปทำงานกับเกษตรกร สกลนคร ในฤดูเก็บเกี่ยวและเล่าสู่กันฟังว่า รากครามมีประโยชน์นะ ไม่ต้องทิ้ง ไม่ต้องเผา มันจะกลายเป็นมลพิษ เขาจึงขอรับซื้อ เพราะปกติแล้วชาวบ้านจะปลูกคราม รอจนโตเต็มที่แล้วตัดกิ่ง ก้าน ใบ ไปใช้ประโยชน์ ทำแบบนี้ 2 – 3 ครั้งจนเหลือตอส่วนที่เป็นรากใต้ดินที่ไม่มีใครนำไปใช้งาน เพราะต้องออกแรงขุดขึ้นมา สุดท้ายก็จบชีวิตที่กองไฟเผาขยะ เมื่อสนิทสนมกับคนปลูก ก็เหมือนได้แบ่งปันความรู้เรื่องครามซึ่งกันและกัน

“ความรู้ ความคิด เราไม่ได้เก่งไปกว่าชาวบ้านที่เขาอยู่กับต้นครามมาหลายเจเนอเรชัน แต่เราคอยสังเกตและรับฟังมากกว่า อย่างขั้นตอนการเก็บเกี่ยวก็เสนอให้เขาทำแบบนี้ดีมั้ย เพื่อให้เหลือขยะน้อยลง ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น และเราไม่อยากให้ชาวบ้านเพิ่มปริมาณพื้นที่เพาะปลูกจากเดิม หรือเลิกทำนาเพื่อส่งรากครามให้เรา

“เราอยากให้ชุมชนคงวิถีของเขา และเรารับซื้อจากชุมชนดีกว่า เพื่อช่วยกระจายรายได้ให้เขาด้วย”

จากการพูดคุยมาสักพัก เราสัมผัสถึงไอเดียและความเป็นเจ้าพ่อโปรเจกต์จากนักทำแบรนด์มือใหม่คนนี้อย่างจัง เพราะนอกจากครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิวที่ Khramer ร่วมงานกับชุมชน เขายังมีอีกหลายโครงการในหัว

แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว
แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว

“มีอีกหลายโปรเจกต์ที่เราทำร่วมกับชุมชน เช่น กระเป๋าจากเศษผ้าครามที่เหลือจากการตัดเย็บชุด เราจะรับซื้อเศษผ้าเล็กๆ มาทำเป็นถุงผ้าใส่สินค้าให้กับลูกค้า ให้ลูกค้านำกลับไปใช้ประโยชน์ต่อ ซึ่งคุณป้าที่เราไปรับซื้อ เขาดีใจมากที่มีคนมาซื้อเศษผ้าพวกนี้ แต่ตอนนี้คุณป้าติดทำนา เราเลยรอ เพราะไม่อยากเปลี่ยนวิถีเขาแล้วทำสินค้าให้เรา” ติงลี่เล่าถึงความตั้งใจที่ไม่รีบร้อน และไม่คิดจะเปลี่ยนหรือเร่งเร้าอะไร แต่มีเบื้องหลังเป็นความหวังดีและความห่วงใยที่ปรารถนาสร้างรายได้และรอยยิ้มให้กับชุมชนจังหวัดสกลนคร อีกทาง

“อนาคตเราอยากจะเข้าไปใกล้ชิดชุมชนให้มากกว่านี้ อยากสร้างพื้นที่พื้นที่หนึ่งขึ้นมาโดยไม่ขัดแย้งกับชุมชน เพื่อทดลองเกี่ยวกับคราม รวมถึงรับฟังชุมชนว่าเขามีปัญหาอะไรระหว่างการทำงาน แล้วก็นำมาแก้ปัญหาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมา สมมตินะ เราอาจนำยอดอ่อนใบครามมาคั่วเป็นชาจากคราม แล้วมันไม่กระทบวิถีชุมชน เพราะชาวบ้านก็ยังเก็บใบครามไปย้อมสีได้เหมือนเดิม เพียงแต่เราเลือกหยิบส่วนที่เขาไม่ได้ใช้มาทำประโยชน์”

แค่คิดก็น่าสนุกแทนชาวบ้านสกลนคร และตื่นเต้นแทนผู้บริโภคอย่างเราๆ 

Charmer

กลุ่มคนมีเสน่ห์ที่ติงลี่ตั้งเป้าหมายให้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักคือหนุ่มสาวเจเนอเรชันวาย ผู้ชื่นชอบและต้องการรู้แหล่งที่มาที่ไปของวัตถุดิบ ใส่ใจและให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์ที่รักสิ่งแวดล้อมทั้งกระบวนการ ซึ่งตอนนี้ Khramer อยู่ในช่วงแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก เป็นน้องใหม่ของวงการที่รอคุณมาทดลองใช้และสนับสนุนกลับไปเติมเสน่ห์ที่บ้าน

และตั้งแต่สนทนากัน เจ้าของแบรนด์มือใหม่ทำเราเซอร์ไพรส์กับแนวคิดเท่ๆ จนเราเพลิดเพลินที่ได้ฟังเรื่องราวของเขาอยู่ตลอด สิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจจนขอยอมรับ และนิยามให้ Khramer เป็นแบรนด์ที่สนุกในทุกกระบวนท่าและลีลาทางความคิด เพราะทุกอย่างที่สื่อสารล้วนรักและใส่ใจโลกใบนี้อยู่เสมอ 

ขอบคุณจากหัวใจที่หลงใหลเสน่ห์ของธรรมชาติ และมองเห็น ‘ราก’ ส่วนที่หยั่งลึกที่สุดในดิน ขอบคุณที่พัฒนาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดการผลิต

 “เราอยากให้คนจดจำ Khramer ว่าเป็นแบรนด์ที่มองเห็นและให้คุณค่ากับพันธุ์พืช ให้คนตระหนักว่า ต้นไม้หนึ่งต้นหรือสิ่งของหนึ่งอย่างทำประโยชน์ได้มากมาย ถ้าคนมองเห็นสิ่งนี้จากแบรนด์ของเรา ถือว่าคุ้มค่าแล้ว”

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วประทับใจจนอยากสั่งจองมาครอบครอง ตอนนี้ทางแบรนด์เปิดขายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น และมีแผนจะวางตลาดในปีหน้า ส่วนสายผจญภัยที่รักการดำน้ำ อดใจรออีกนิด เพราะ Khramer ก็มีไอเดียครีมกันแดดกันน้ำ รักสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับเพื่อนพ้องใต้ทะเล แถมอนาคตยังคิดต่อยอดจาก ‘ธรรมชาติบำบัด’ ให้เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Wellness ที่เป็น Mega Trend ของโลก โดยพูดถึงการเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวมด้วย

ไม่แน่ว่าคุณอาจเห็นน้ำมันรากครามทาถู และแผ่นประคบเย็นแก้ปวดเร็วๆ นี้ก็ได้ (บอกใบ้แล้วนะ)

แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว

Khramer

เว็บไซต์ : www.khramer.com

Facebook : KHRAMER

Writers

Avatar

พลอยไพลิน กลิ่นบัวงาม

นักหัดเขียนสายคาเฟ่ รักการอบขนม เสพติดการหอมหมา และเชื่อว่าวันที่ดีจะเริ่มต้นด้วยชาเขียวเย็นในแก้วเก็บอุณหภูมิ

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

หากพูดถึงจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่าชื่อ ‘สับปะรดนางแล’ ต้องเป็นผลไม้อร่อยที่หลายคนนึกถึง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสิ่งนี้เข้าใกล้คำว่า ‘สูญพันธุ์’ 

เราก็เพิ่งรู้จากคำบอกเล่าของลูกหลานชาวเชียงรายอย่าง กะปิ-ปีย์ญานันท์ รัตนจันทร์ เธอเป็นเจ้าของ ‘Himlya Cotton’ (ฮิมญยา คอตตอน) กิจการกระดาษและสีธรรมชาติ (ผลิตมือ) จากวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนบ้านเกิด

กะปิเป็นศิลปินที่ทำแบรนด์เครื่องเขียนเล็ก ๆ จากจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังกู้ชีพให้สับปะรดนางแลกลับมาเป็นภาพจำของจังหวัดอีกครั้ง โดยเธอใช้แทบทุกส่วนมาแปรรูปเป็นกระดาษเส้นใยธรรมชาติและสี สนุกดีที่เธอจำแนกสีจากสับปะรดได้มากถึง 12 เฉด ซึ่งกะปิตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์การทำงานและความต้องการของเพื่อนศิลปินอย่างแท้จริง 

นี่เป็นฤกษ์งามยามดีที่เราต่อสายไปหาเธอ ชวนพูดคุยถึงความสนใจในของดีบ้านเกิด กับการเล่นแร่แปรสารพัดวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น่ารัก แม้เริ่มตั้งไข่ แต่ขออวยชัยให้นัก ๆ เจ้า

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

จุดเริ่มต้น

Himlya Cotton บ่มเพาะขึ้นในระหว่างการทำวิจัยปริญญาโท ขณะนั้นเธอทำวิจัยเกี่ยวกับเยื่อสาที่ใช้ทำกระดาษ และนั่นเป็นแรงบันดาลใจชุดแรกที่ทำให้เธอตัดสินใจคิดค้นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

“เริ่มจากเราอยากรู้ว่ากระดาษทำยังไง เลยตัดสินใจไปเวิร์กช็อปที่หมู่บ้านสันต้นเปา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านทำกระดาษสา ตอนนั้นไปเรียนทำกระดาษเพื่องานศิลปะโดยเฉพาะ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ผลิตภัณฑ์ของ Himlya Cotton ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับการทำกระดาษจากเชียงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคจากต่างประเทศที่กะปิออกเดินทางไปศึกษา ทั้งเทคนิคการทำกระดาษจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินเดีย สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสีน้ำธรรมชาติและกระดาษเส้นใยธรรมชาติจากวัตถุดิบของเชียงราย

“ถ้าเป็นแบรนด์ที่ทำกระดาษอย่างเดียว เราก็ไม่แน่ใจว่าจะขายได้มั้ย” เธอหัวเราะ “ความคิดแรกเราอยากทำสมุดเย็บมือ เป็นสมุดที่ออกแบบเส้นใยกระดาษของตัวเอง พอถึงกระบวนการย้อมสี เราใช้สีเคมี แต่ใช้ไปใช้มามันมีผลกระทบกับร่างกาย เราเป็นไมเกรน เลยหันมาเลือกทำสีธรรมชาติใช้เอง”

ที่สำคัญ ปณิธานอันแรงกล้าของกะปิ คือการทำให้คนรู้จักสับปะรดนางแลจากสินค้าของเธอ

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ปฏิบัติการกู้ชีพสับปะรดนางแล

แท้จริงแล้วสับปะรดพันธุ์ดั้งเดิมที่เป็นของดีประจำจังหวัดเชียงราย คือ สับปะรดนางแล ซึ่งตอนนี้ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เปลือกบาง ยากต่อการขนส่ง และส่งออกต่างประเทศไม่ได้ พ่วงกับกระบวนการปลูกที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ใช้ปุ๋ย ใช้กำลังคน เมื่อออกดอกก็ต้องใช้ใบมาคลุมกันฝน กันช้ำ

“ด้วยความที่ต้นทุนสูงสวนทางกับราคาขาย ชาวบ้านเลยไม่ค่อยขายสับปะรดพันธุ์นี้กัน หันไปขายพันธุ์ภูแลแทน แต่ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มกลับมาปลูกนางแลกันแล้ว แต่ยังไม่เยอะ อีกอย่างพันธุ์นางแลออกผลผลิตแค่ปีละครั้งเท่านั้น ทุกเดือนเมษายน-พฤษภาคม หมดหน้าแล้วก็หมดเลย”

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

เมื่อเล็งเห็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ปฏิบัติการชุบชีวิตสับปะรดนางแลจากผลผลิตของชุมชนป่าซางวิวัฒน์ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ให้กลับมาเป็นพระเอกประจำจังหวัดอีกครั้งจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งการส่งเสริมการบริโภคและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่าง Himlya Cotton ก็ช่วยแปรรูปเป็นเครื่องเขียน อาทิ กระดาษ สมุด สีจากธรรมชาติ เพื่อนำส่วนต่าง ๆ ของสับปะรดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ตอนที่เราอยากทำกระดาษก็พยายามหาวัตถุดิบ แต่เชียงรายไม่มีขาย ต้องสั่งจากเชียงใหม่ ใช้เวลาขนส่งนาน เลยคิดหาวัสดุทดแทนเยื่อสา บวกกับเราเห็นสับปะรดนางแลใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งน่าจะเป็นการดีที่จะทำให้สับปะรดพันธุ์นี้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งและเป็นการอนุรักษ์ไปในตัว

“เราเลยเข้าไปหา ป้ารัตน์ ในชุมชนป่าซางวิวัฒน์เพื่อเรียนทำกระดาษเส้นใยสับปะรด ซึ่งป้ารัตน์เป็นหลานของคนที่นำพันธุ์นางแลเข้ามาปลูกในเชียงราย เป็นทายาทที่ยังหลงเหลืออยู่ในชุมชน เขาเป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับสับปะรด เขาพยายามชูพันธุ์นางแลอย่างเต็มศักยภาพ” 

ป้ารัตน์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของกะปิด้วยเช่นกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

กระดาษจากศิลปินเพื่อศิลปิน

กะปิบอกกับเราในฐานะศิลปินผู้คลุกคลีกับงานศิลปะอยู่บ่อย ๆ คุณสมบัติที่เธอมองหามากที่สุดในกระดาษ 1 แผ่น คือประสิทธิภาพในการซับน้ำ และความสดของสีหลังแต้มลงบนกระดาษ

นี่แหละสำคัญ คนในวงการเดียวกันย่อมเข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

“ตอนซื้อกระดาษจากญี่ปุ่น กระดาษเขาทำมาจากเยื่อไผ่ ซับน้ำได้ดีมาก กระดาษบางประเภทลงสีไปแล้วสีซีด แต่กระดาษเขาใช้แล้วสีชัดขึ้น ซึ่งเราพยายามทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัตินี้”

ซึ่งกระดาษจากใยสับปะรดนางแลดีต่องานศิลปะเป็นพิเศษ เพราะตัวเส้นใยหนา เมื่อจรดปลายพู่กันลงกระดาษก็ซึมซับน้ำได้ดี เมื่อกระดาษแห้งดี สีก็ติดทนทาน ผลงานออกมาสวยเช้ง

“ล่าสุดเราเอากระดาษของเราไปให้เพื่อนที่เป็นศิลปินใช้ เขาบอกว่ากระดาษของเราซับน้ำได้ดี กระดาษแบรนด์เราเหมาะกับการใช้ในงานศิลปะ โดยเฉพาะสีน้ำและสีอะคริลิก”

ส่วนเทคนิคการทำกระดาษ Himlya Cotton เป็นส่วนผสมสุดลงตัวที่มีการปรับใช้จากวิธีและเทคนิคของแต่ละประเทศให้เข้ากับสารตั้งต้นท้องถิ่น ที่สำคัญ กะปิรู้อินไซต์ความต้องการของเพื่อนพ้องศิลปิน ทำให้กระดาษเส้นใยธรรมชาติของแบรนด์นี้ตอบโจทย์การทำงานศิลปะแบบสุด ๆ

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

สีจากศิลปินเพื่อศิลปิน

นอกจากเรื่องสุขภาพที่ไม่สู้ทนต่อสีเคมี กะปิเองก็เป็นแฟนคลับตัวยงของเครื่องเขียนทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสีน้ำ นี่เป็นอีกแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มทำสีจากธรรมชาติใช้เอง 

ตอนนี้โทนสีของ Himlya Cotton มีสีจากหิน ดิน ใบไม้ ดอกไม้ สมุนไพร และสับปะรดนางแล ตัวสับปะรดใช้ทุกส่วนมาทำเป็นสี อาทิ ใบ เปลือก น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าทุกวัตถุดิบ Made in Chiang Rai

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

“ตอนนี้มีสีจากสับปะรด จำแนกได้ทั้งหมด 12 เฉด จากใบ เปลือก กาก และน้ำ อย่างใบให้โทนสีเขียว เขียวเข้ม เขียวอ่อน ผลสับปะรดกับน้ำให้โทนสีเหลือง เวลาผสมกันให้สีส้ม สีไข่ สีเกือบขาว ส่วนเปลือกให้สีน้ำตาลดำ นอกจากสีตามธรรมชาติ เราเอาชิ้นส่วนของสับปะรดมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ ต้ม ตาก และอบ เพื่อให้ได้เฉดสีอีกหลายสี อย่างกาก หลังจากเอาน้ำออก ส่วนน้ำให้อีกโทนสีหนึ่ง ส่วนกากก็เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล เราก็เอากากมาทำต่อได้อีกหนึ่งสี”

Himlya Cotton มีขายทั้งสีน้ำ สีเทียน สีอะคริลิก ซึ่งเคล็ดลับในการทำผงสีของแบรนด์นี้ คือ ดินสอพอง เพราะประสิทธิภาพในการดูดสีอันยอดเยี่ยม แถมยังเป็นวิธีการทำสีของจิตรกรรมไทยโบราณ ซึ่งกะปิมีความรู้ด้านจิตรกรรมไทย เพราะเธอเรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน
Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

โอกาสของภูมิปัญญาเชียงราย

นอกจากสีและกระดาษจากสับปะรดที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ในอนาคต Himlya Cotton อยากทดลองใช้ชา โกโก้ และกาแฟ ในกระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อของเชียงราย 

“เรามองว่าภูมิปัญญาเป็นแนวคิดเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์และรากเหง้าเฉพาะชุมชน เราไม่อยากให้ภูมิปัญญาสูญหาย เลยต้องสืบทอดและบอกต่อให้คนอื่นรู้จัก อย่างการทำกระดาษจากเส้นใยสับปะรด เราพยายามหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเชียงรายมาทดลองและต่อยอด เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่ต่อไปได้ และเราตั้งใจให้ Himlya Cotton เป็นแบรนด์จากคนเชียงรายจริง ๆ” 

นอกจากการขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยแบรนด์แล้ว กะปิยังเสนอโครงการศิลปะกับชุมชน เพื่อจุดประสงค์ในการเข้าไปพัฒนาชุมชนป่าซางวิวัฒน์ โดยเน้นสร้างผลิตภัณฑ์และพัฒนาพื้นที่

“เราเป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจกลับบ้านเพื่อมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น เราอยากเห็นเชียงรายเป็นเมืองศิลปะจริง ๆ ที่มีกิจกรรมและพื้นที่เอื้อต่อคนทำงานศิลปะและคนรุ่นใหม่

“ถ้ามีพื้นที่ให้ศิลปินหรือคนเรียนศิลปะได้แสวงหาแรงบันดาลใจ อย่างน้อยพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ให้เขาสร้างผลงาน สร้างรายได้อยู่ในบ้านเกิดของเรานี่แหละ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

Himlya Cotton

สั่งซื้อกระดาษเส้นใยธรรมชาติ ที่ Instagram : Himlya Cotton

Writer

Avatar

ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์

อดีตนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในวงการแฟชั่นผู้เชื่อว่าจังหวะชีวิตมีจริง และมีวง safeplanet เป็นเครื่องชุบชูใจ

Photographer

Avatar

จารุเกียรติ หน่อสุวรรณ

งานประจำก็ทำ ช่างภาพก็อยากเป็น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load