เช้าตรู่ของวันหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ณ สนามบินคันไซ หญิงสองวัยกับเป้ใบเขื่องที่ตั้งใจจะตะลุยกิน เที่ยว และเสพวัฒนธรรมญี่ปุ่นฉบับแบกแพกเกอร์ ที่มาเยือนดินแดนอาทิตย์อุทัยเป็นครั้งแรก เมื่อคนหนึ่งเกิดในยุคดิจิทัลและอีกคนเกิดในยุคแอนะล็อก ความมั่นใจต่างสมัยส่งผลให้พวกเราเชื่อใจในไกด์นำทางที่ต่างกัน เมื่อเธอมั่นใจใน Google Maps ต่างกับฉันที่โตมากับยุคเฟื่องฟูของหนังสือไกด์บุ๊ก ในมือของเธอจึงเป็นสมาร์ทโฟน ส่วนฉันอุ่นใจกับหนังสือนำทาง 

สองไกด์นำเรามาถึงทางออกสถานีรถไฟเพื่อไปตั้งหลักยังเมืองเก่าเกียวโต

แต่ก่อนตะลุยเที่ยวตามแผนการที่วางไว้ เราก็สะดุดตากับไกด์นำทางใหม่ที่สถานีรถไฟ ซึ่งเป็นแผนที่ที่ทำไว้อย่างละเอียดจนแทบรู้สึกเหมือนกับว่า ‘ได้พกเพื่อนชาวญี่ปุ่นติดตัวไปด้วยทุกแห่ง’

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

มุ่งหน้าสู่เกียวโต : อาราชิยาม่า (Arashiyama) ป่าไผ่และชาเขียวแสนอร่อย

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

เมื่อไกด์ในมือ 3 สไตล์มีความเห็นพ้องกัน การเดินทางจากที่พักจึงเป็นไปด้วยความราบรื่น

ภาพใบไผ่ลู่ลมพัดปลิวไหว เหมือนที่เห็นจากโปสการ์ดวัยเด็ก คืออาราชิยาม่าที่เราตั้งใจมาในวันนี้ สัมผัสของความหนาวเย็นและกลิ่นของความสดชื่น คือสิ่งยืนยันว่าเรามาถึงที่นี่แล้ว 

ผู้คนมากมายยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเก็บความทรงจำอันประทับใจ เราอยากเต็มอิ่มกับสถานที่ให้มากที่สุด จึงค่อย ๆ เดินจนทั่ว หยุดดูความงามจากสีสันของดอกไม้ จนมาถึงริมแม่น้ำโฮซุกาวะ (Hozugawa River) เรานั่งละเลียดมองดูเรือที่พายผ่านไปอย่างช้า ๆ

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

เก็บแรง เติมพลัง พักขา แล้วค่อยออกเดินมาถึงถนนใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงมากมายที่แวะลิ้มชิมอาหารได้ตลอดแนว และที่ยอดฮิตคงหนีไม่พ้นขนมหลากประเภทจากชาเชียว ทั้งเค้กขอนไม้ ช็อกโกแลต โมจิ แซนด์วิชคุกกี้ แต่ที่ทำให้เรากล้าฝ่าความหนาวเย็นเพื่อแลกกับประสบการณ์แห่งรสชาติในครั้งนี้ คือ ไอศกรีมแสนนุ่มละมุนทว่าหนักแน่นด้วยชาเขียวที่แทรกผ่านทุกอณูของเนื้อสัมผัส จนเกือบสำลักผงชาเชียวที่ออนทอปมา  

ความเข้มข้นของชาเชียว ทำให้เราต้องไปถึงเมืองอุจิ (Uji) จากสถานีรถไฟอุจิ เดินตรงไปไม่ไกลนักจะพบร้าน Nakamura Tokichi ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สามแยก บรรยากาศภายในมีลูกค้ามากมายตั้งตารอคอยมื้ออาหารแสนพิเศษ ภายใต้อากาศหนาวเย็นท่ามกลางละอองหิมะโปรย เมื่อถึงคิวสั่งอาหาร เราเลือกที่นั่งด้านในเพราะมีไออุ่น หลังจากดูเมนูซึ่งแน่นอนว่าเราเลือกจากรูปภาพตามเคมีที่ต้องกัน จนได้โซบะชาเขียวเส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปร้อนกลมกล่อม พร้อมเรียกความสดชื่นด้วยไอศกรีมชาเขียว โมจิ ถั่วแดงกวนที่เสิร์ฟมาในถ้วยไม้ไผ่เป็นของหวานตบท้าย

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

แสงในฤดูหนาวที่เข้ากันกับเรื่องเล่าจากไกด์บุ๊กถึงเมืองอุจิ ในฐานะต้นกำเนิดวรรณกรรมสุดแสนคลาสสิกของญี่ปุ่น เรียกร้องให้เดินทอดน่องไปชื่นชมประติมากรรมตามจุดต่าง ๆ ของเมือง น่าเสียดายที่เรามีเวลาเพียงได้ชมรูปปั้นหินของมุระซะกิ ชิกิบุ (Murasaki Shikibu) ผู้ประพันธ์นวนิยายระดับโลก ณ ริมน้ำอุจิ ก่อนลาเมืองเล็ก ๆ ที่งดงาม  

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

โกเบ : เยือนปราสาทนกกระยางขาว

ภายใต้ชื่อเสียงของจังหวัดเฮียวโงะที่เลื่องลือในความอร่อยของเนื้ออย่างโกเบ ยังมีปราสาทที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ปราสาทซึ่งงดงามที่สุดของญี่ปุ่น ความงามที่เย้ายวนของประสาทนกกระยางขาว หรือ ฮิเมจิ แม้ต้องเดินทางจากเกียวโตกว่า 2 ชั่วโมง ก็สร้างแรงดึงดูดให้เราต้องก้าวเท้าไปชื่นชม จากสถานีรถไฟฮิเมจิยังต้องเดินเท้าไปตามรอยของ Google Maps เป็นระยะทางถึง 1.4 กิโลเมตร

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

ปราสาทสีขาวสูงใหญ่ขนาดแหงนหน้าจนคอตั้งบ่า คล้ายกล่าวถ้อยคำเชื้อเชิญให้ขึ้นไปสำรวจโครงสร้างภายในที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้แบบดั้งเดิม มีทั้งชั้นวางอาวุธอย่างปืนและหอก ช่องขนาดเล็กสำหรับยิงปืนและธนู ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก แถมบริเวณกำแพงปราสาทยังมีช่องสำหรับปล่อยหินก้อนใหญ่ใส่ข้าศึกด้วย 

ความสูง 32 เมตรกับขั้นบันไดที่แสนชัน ทำให้กล้ามเนื้อขาถึงขั้นสั่นเกร็ง แต่การได้ลงมานั่งรับลมเย็นดูผู้คนพาสุนัขมาเดินเล่น โดยมีปราสาทฮิเมจิเป็นฉากหลังสลับกับมองเหรียญที่ระลึกในมือ อันเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งผู้พิชิตปราสาทฮิเมจิ พร้อม ๆ กับนั่งกินไอศกรีมหลากรสหลายแบบจากตู้กด ก็ทำให้ความล้าหดหายไป ก่อนท้องจะร้องเรียกให้ไปชิมสเต๊กชั้นเลิศแห่งเมืองโกเบ 

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

แม้การเดินทางจากฮิเมจิไปยังโกเบจะไม่ราบรื่นอย่างใจหวัง เพราะขณะที่เราตั้งใจอ่านจอแสดงเส้นทางในขบวนรถไฟ กลับพบว่ากำลังมุ่งหน้าไปผิดจุดหมาย จึงต้องตัดสินใจลงอย่างกระทันหัน Kasumigaoka สถานีขนาดเล็กไร้ผู้คน จึงมีความเงียบและที่นั่งอย่างเหลือเฟือให้เราได้ตั้งสติเปิด Google Maps ค้นหาเที่ยวรถไฟขบวนถัดไป 

โกเบยามเย็นคึกคักด้วยผู้คน ร้านอาหารและแสงไฟพร้อมความอร่อยชุ่มฉ่ำจากเนื้อสเต๊กชั้นดี แต่ก็ยังอดเสียดายไม่ได้ เมื่อเวลาอันจำกัดทำให้เราไม่ได้เลาะเล่นแถวอ่าวโกเบ เพราะแสงสีน้ำเงินเวิ้งว้างจากท้องฟ้ายามค่ำเป็นสีสันที่บอกเวลาว่า ‘แบกแพกเกอร์มือใหม่จงรุดหน้ากลับเกียวโตเถิดหนา’

โอซาก้า : รสชาติที่หลากหลาย

บ้านเรือนหนาแน่น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึง ‘โอซาก้า’ เมืองปลายทางที่เป็นตัวแทนแหล่งอาหาร จนได้รับการขนานนามให้เป็น ‘ครัวแห่งญี่ปุ่น’ ที่นำเราไปค้นหารสของอาหารและความเป็นชาติผ่านเรื่องเล่าในพิพิธภัณฑ์  

  • ตามรอย Netflix 

‘นักมายากลผู้ควบคุมไฟได้ดั่งใจ’ นิยามสั้น ๆ สุดประทับใจของ คุณลุงโทโย จากสารคดี Street Food : Asia (Osaka Episode) ของ Netflix ที่ทำให้เราตกหลุมรักทั้งอาหารและแนวคิดในการใช้ชีวิต จึงหมุดหมายให้เป็นหนึ่งในร้านที่จะทักทายทำความรู้จักกับลิ้นสัมผัสและกระเพาะอาหารของพวกเรา

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

เมื่อ Google สร้างเส้นทางคู่ขนานให้ชีวิตต้องมีทางเลือก เราทั้งคู่ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ไม่พลุกพล่าน ทำให้พบกับบรรยากาศที่ต่างออกไป ทั้งลัดเลาะคูคลองระบายน้ำ ลอดใต้สะพาน ผ่านร้านคาเฟ่แนวตะวันตก จนมาพบกับร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างทาง แต่แน่นขนัดด้วยผู้คนที่ต่อแถวเรียงราย ทำให้เรามั่นใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่ ๆ Izakaya Toyo 

กว่าชั่วโมงหลังต่อแถวริมถนน คิวค่อย ๆ ร่นเข้ามา เริ่มได้ยินเสียงคุณลุงโทโยสร้างสีสันให้ลูกค้าผ่านเสียงทักทายและรอยยิ้ม ทุกเปลวไฟที่โชนแสง ทุกเสียงเชียร์ที่กึกก้อง ทุกการเคลื่อนไหวด้วยมือเปล่าในการทำอาหาร จากลีลาอันเป็นธรรมชาติและใบหน้าแสนสุขของลุงโทโย ช่วยเสริมรสชาติวัตถุดิบที่สดใหม่ให้อร่อยล้ำมากยิ่งขึ้น

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

Uni Ikura Maguro ที่ได้กินในวันนี้จึงไม่ใช่แค่อาหาร หากแต่เป็นประตูเปิดไปสู่ร้าน Izakaya อันเป็นเสมือนโลกทั้งใบของชายสูงวัยที่ชื่อโทโย โลกที่เก็บรวบรวมทักษะเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่น มาถ่ายทอดให้เหล่านักชิมได้อิ่มและเพลิดเพลินไปกับความธรรมดาที่สุดแสนอร่อย

  • พิพิธภัณฑ์ที่ถูกสร้างให้มีชีวิต

ละเอียดอ่อน ซ่อนความหมาย พิพิธภัณฑ์สไตล์ญี่ปุ่นใน Osaka Museum of Housing and Living ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ภายในตึก Tenjimbashi-suji Shotengai  

บันไดพาเรามาสู่หน้าลิฟต์ของอาคารที่เงียบและอ้างว้าง ไม่มีความน่าดึงดูดใด ๆ จนเกิดท้อใจว่าจะได้อะไรกลับไปบ้าง ทว่าเมื่อลิฟต์เปิดขึ้นที่ชั้น 8 พนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสวมชุดกิโมโนประจำชาติ รอต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รอบตัวมีผู้คนคึกคักหลากหลายช่วงวัยทั้งชายและหญิง ทำให้ใจพองโตจนเกิดมั่นใจเดินไปซื้อตั๋ว

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

จุดเริ่มต้นเปิดรับเพื่อนใหม่ในนามของพิพิธภัณฑ์ต่างแดน สัมผัสการจำลองเมืองโอซาก้า พื้นที่จัดแสดงแบ่งเป็นตรอกซอกซอยที่มี 2 ซอยหลัก ต่างนำเรื่องราวความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตมาเล่าผ่านข้าวของเครื่องใช้ ร้านค้า ของขายและบ้านเรือนที่จำลองจากของจริง ผู้ชมจึงสนุกไปกับการทดลองเล่น หยิบ จับ สัมผัสบ้านยุคเก่าของญี่ปุ่น ดูห้องครัว ชมชุดหุ่นฟางสำหรับกันหนาว แต่นี่กลับไม่ใช่ไฮไลต์ เพราะความละเอียดอ่อนถูกซ่อนไว้ผ่านการล้อเล่นกับผัสสะอื่น ๆ อย่างแสงสีที่ค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยไปตามช่วงวัน 

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

ขณะเพลิดเพลินกับสิ่งจำลองต่าง ๆ กลับไม่รู้เลยว่า แสงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป จากยามเช้าสดใส กลางวันเจิดจ้า จนความมืดค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา สำหรับผู้ที่เคยมาเป็นครั้งแรกย่อมงุนงง มองตากันและเริ่มคิดหาทางกลับที่พัก ก่อนรีบออกจากห้องจัดแสดงได้ยินเสียงไก่ขันจึงฉุกคิดได้ว่า ‘เราโดนหลอกเข้าแล้ว’ จากความพลาดท่าเสียทีที่ไกด์บุ๊กไม่มีโอกาสส่งเสียงเตือน กลายเป็นเสียงหัวเราะและความครื้นเครง 

ก่อนพระจันทร์ขึ้นบนท้องฟ้า ฝูงนกน้อยบินผ่าน กลุ่มดาวเปล่งประกาย เมื่อตั้งหลักได้เราจึงคิดหาที่นั่งพร้อมเข้าไปในบ้านที่มีแสงไฟอบอุ่น สำรวจบรรยากาศภายใต้ความมืดสลัว ทุกอย่างรอบตัวนิ่งสนิท เสียงฝีเท้านักท่องเที่ยวจางหายไป กระทั่งเวลาผ่านไปสักระยะกว่าแสงสว่างจะมาเยือน พร้อมไก่ขันให้สัญญาณว่าวันใหม่มาถึงแล้ว เมื่อนั้นไฟในบ้านเริ่มดับลง นักท่องเที่ยวออกจากชายคาส่งเสียงพูดคุยส่งสัญญาณแห่งชีวิตให้กลับมาสู่ห้องจัดแสดงอีกครั้ง

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

เมื่อเสี้ยวหนึ่งของคันไซ ได้กลายมาเป็นเสี้ยวแห่งความทรงจำของเรา หลังไม่ได้ท่องเที่ยวนับแรมปี ความกระหายในการเดินทางทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเพื่อนนำเที่ยวต่างสมัย ทั้งเพื่อนรุ่นคลาสสิกอย่างไกด์บุ๊ก เพื่อนเรียลไทม์อย่าง Google Maps หรือเพื่อนพื้นถิ่นอย่างแผนที่แจกฟรีจากญี่ปุ่น ที่ร่วมตะลุยกันทุกที่จนกระดาษแทบละลาย และสุดท้ายเพื่อนร่วมแชร์ห้องพัก Angleli สาวนักบัญชีชาวฟิลิปปินส์ ผู้ชื่นชอบการเดินทางแบบลำพังที่มาพร้อมกระเป๋าลากใบโต เข้ามาเติมเต็มการท่องเที่ยวของเราให้ครบรส และความชื่นชอบในเมืองไทยของเธอ ทำให้หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ต้อนรับเพื่อนจากต่างแดนสักครั้งที่ Bangkok

Write on The Cloud

Trevlogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writers

Avatar

โสภา ศรีสำราญ

ลูกหลานลาวครั่งที่พันพัวอยู่กับวงการอาหารและงานเขียนหลากแนว ชื่นชอบงานศิลปะ วัฒนธรรม รักการท่องเที่ยวและการตีสนิทกับผู้คนในทุกที่ที่ไปเยือน

Avatar

สุธาสินี บุญเกิด

ชาวตะกั่วป่า จบประวัติศาสตร์ ไม่เคยสนใจดาราศาสตร์จนรู้จักพลูโต เข้าร้านกาแฟแต่สั่งโกโก้ ชอบเดินโต๋เต๋แวะชิมริมทาง ริอ่านปลูกผักกระถางสไตล์คนเมือง

Photographer

Avatar

โสภา ศรีสำราญ

ลูกหลานลาวครั่งที่พันพัวอยู่กับวงการอาหารและงานเขียนหลากแนว ชื่นชอบงานศิลปะ วัฒนธรรม รักการท่องเที่ยวและการตีสนิทกับผู้คนในทุกที่ที่ไปเยือน

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

24 ธันวาคม 2565
2 K

ท่ามกลางความยาวของเทือกเขาตะนาวศรีที่มนุษย์กำหนดให้ทำหน้าที่พรมแดนธรรมชาติ กั้นระหว่างไทยกับสหภาพเมียนมา เริ่มตั้งแต่จังหวัดกาญจนบุรี ทอดตัวลงใต้ผ่านจังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสิ้นสุดที่จังหวัดชุมพร มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ชายแดนตะวันตกของอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นามว่า ‘บ้านมอญห้วยน้ำใส’ ดูจากชื่อก็เดาได้ว่าต้องเป็นหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับชาวมอญและสายน้ำไม่มากก็น้อย ซึ่งฉันจะพาเพื่อน ๆ ออกไปร่วมสำรวจหมู่บ้านนี้กัน 

พร้อมแล้วปักหมุดไปที่ สำนักสงฆ์ห้วยน้ำใส แล้วออกเดินทางกันค่ะ

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

“สวัสดีค่ะ พักที่ B&B Home ค่ะ” 

เป็นประโยคที่ทางเจ้าหน้าที่รีสอร์ตบอกให้ฉันแจ้งกับอาสาสมัครบ้านมอญห้วยน้ำใสเมื่อมาถึงหน้าสำนักสงฆ์ฯ เนื่องจากในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่อนุญาตให้นำรถของนักท่องเที่ยวเข้าไปในหมู่บ้าน เพราะในหมู่บ้านมีตลาด ยกเว้นรถนักท่องเที่ยวที่พักที่รีสอร์ตในหมู่บ้าน

เราจอดรถในรีสอร์ตและเลือกเดินยืดเส้นยืดสายกันก่อนเข้าห้องพัก เนื่องจากเรานั่งรถมาจากกรุงเทพฯ กว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง บรรยากาศภายในหมู่บ้านมีถนนคอนกรีตตัดกลางหมู่บ้าน มีร้านค้าเล็ก ๆ ตั้งอยู่หน้าบ้าน โดยมีพ่อค้าแม่ค้าแต่งกายด้วยชุดมอญคอยส่งเสียงทักทายนักท่องเที่ยว ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เดินไปจนสุดหมู่บ้านทางด้านบน เราเดินมาในโซนริมลำธารที่จำหน่ายอาหารและมีที่ให้นั่งทาน แต่ไม่มีที่นั่งว่าง ฉันจึงตัดสินใจเดินกลับมาเพื่อทานอาหารกลางวันที่ร้าน Coffee Mat แทน

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

“ร้านเราไม่มีอาหารจำหน่ายค่ะ แต่ลูกค้าซื้ออาหารในตลาดมานั่งทานที่ร้านได้นะคะ”

เสียงพนักงานตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม หลังจากที่ฉันถามถึงเมนูอาหารในร้าน Coffee Mat ซึ่งทำให้ฉันอบอุ่นใจที่ชาวบ้านมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกัน 

ฉันสั่งเครื่องดื่มจากร้านเสร็จก็เดินออกมาอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาด แล้วถืออาหารและขนมกลับเข้าไปนั่งทานในร้าน บรรยากาศภายในร้านมีนักท่องเที่ยวมานั่งจิบเครื่องดื่มและทานอาหารริมลำธารเกือบเต็มทุกที่นั่ง และบางช่วงเวลาที่นั่งก็เต็ม แต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความพลุกพล่าน 

ตลอดเวลาที่เราใช้เวลาในร้าน Coffee Mat สิ่งที่ฉันได้ยินคือเสียงน้ำไหลของลำธารตรงหน้า และเสียงเด็กน้อยหัวเราะชอบใจเท่านั้น อาจเป็นเพราะทุกคนไม่ได้อยากให้เสียงของตนเองไปแทนที่เสียงน้ำไหลจากลำธาร ต่างคนจึงพูดคุยกันเบา ๆ ถ่ายรูปให้กันไปมาด้วยรอยยิ้มสดใส และพนักงานในร้านก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอึดอัดใจที่นำอาหารจากข้างนอกเข้ามาทาน 

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

บรรยากาศช่างผ่อนคลาย ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้เดินเล่นในหมู่บ้าน แต่เหมือนเป็นการเดินทำเวลา เพื่อต้องการรู้ว่าสุดหมู่บ้านด้านบนนี้มีอะไรเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นนิสัยที่เคยชินที่ฉันต้องเร่งรีบตลอดเวลาเมื่อใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ รวมถึงวิธีการทำงานที่ต้องรีบเร่งเพื่อให้ถึงเป้าหมาย

เมื่ออิ่มท้องแล้วเราเดินสำรวจหมู่บ้านใหม่อีกครั้ง โดยใช้จังหวะฝีเท้าที่ชะลอลง และพบว่าร้านค้าแต่ละร้านแทบขายของไม่ซ้ำกัน นักท่องเที่ยวจะพบกับขนมมากมาย อาทิ ขนมโดนัทมอญ ทำจากแป้งมีรูตรงกลาง วางเรียงกันในถาดที่รองด้วยใบตอง ทั้งน่ารักและชวนลิ้มลอง

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ขนมต้มใส่ไส้เสียบไม้ที่แม่ค้าบรรจงตกแต่งด้วยดอกอัญชัน และนำใบตองมาทำเป็นแพ็กเกจจิ้ง ขนมมอญกระบองจ่อ และขนมอื่น ๆ อีกมากมายที่เดินทานเล่นได้เรื่อย ๆ สร้างความบันเทิงเริงใจเป็นอย่างดี แถมพ่อค้าแม่ค้ายังใจดีให้นักท่องเที่ยวฝากทิ้งขยะได้ทุกร้าน นอกจากทำให้ทัศนียภาพในหมู่บ้านสะอาดตาที่ไม่มีถังขยะมาตั้งขวาง ยังอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ยังมีอาหารคาว ไม่ว่าจะเป็นยำผักกูด ทอดมัน ข้าวไข่เจียว และเมนูอื่น ๆ มีวัตถุดิบพื้นบ้านอย่าง หน่อไม้ดอง ผักสด ๆ กล้วยน้ำว้าที่ชาวบ้านปลูกไว้ทานเอง เมื่อมีจำนวนเกินที่จะทานก็นำออกมาขาย รวมถึงของใช้อย่างเครื่องจักสาน ชุดชาวมอญ ยาดม และสมุนไพรต่าง ๆ

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี
สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

เราเดินซื้อของทานเล่นมาเรื่อย ๆ ตามเส้นทางเดิม แต่ต่างกันตรงฝีเท้าที่ใช้จังหวะช้าลงจนมาถึงด้านบนของหมู่บ้านอีกครั้ง และต้องประหลาดใจที่ก่อนหน้านั้นฉันกลับมองไม่เห็นบางสิ่ง หรืออาจจะหลายสิ่ง นั่นคือ ด้านบนของหมู่บ้านมีสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยปูนเป็นรูปเรือ และบนเรือมีรูปปั้นพญานาค นามของท่านคือ ‘ปู่มหาสุข’ ด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องสร้างพญานาคนั่งเรือ ในเมื่อท่านว่ายน้ำได้ ฉันจึงสอบถามเรื่องราวของท่านกับแม่ค้าที่จำหน่ายพานดอกไม้และบายศรีตรงตลาด ได้ความว่า 

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

“เดิมทีตรงนั้นจะสร้างรีสอร์ตเลยสร้างเรือไว้ด้านหน้า แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สร้าง เจ้าของที่เลยสร้างพญานาคไว้บนเรือ เพราะเป็นจุดสูงที่สุดของหมู่บ้าน ใกล้ลำธาร ให้ท่านคุ้มครองปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้”

เราสนทนากันเพิ่มเติมถึงที่มาของการเปิดหมู่บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว คุณพี่แม่ค้าเล่าว่า ผู้ใหญ่บ้านประชุมกับลูกบ้านก่อน เพื่อถามความคิดเห็นว่าจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวดีหรือไม่ รวมถึงข้อปฏิบัติต่าง ๆ ที่ตกลงร่วมกัน วันธรรมดาชาวบ้านประกอบอาชีพปกติ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็นำของออกมาขายหน้าบ้าน นับเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวบ้าน

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

จบบทสนทนา ฉันเดินกลับลงมายังรีสอร์ต ผ่านรั้วไม้ไผ่ที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างไว้ตรงกลางหมู่บ้าน นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ ตัวฉันเองก็ใช้เวลากับจุดนี้มากพอสมควร 

ฉันมองไปยังร้านรวงต่าง ๆ ที่ตั้งแผงไม้ขายสินค้าหน้าบ้าน เมื่อมองเลยไปหลังแผงขายสินค้าก็พบกับวิถีชีวิตปกติของชาวบ้าน ฉันเห็นคุณยายออกมานั่งเล่น มองดูผู้คนที่ระเบียงบ้านไม้ เห็นเด็กน้อยวิ่งเล่นตามปกติซึ่งเป็นไปตามวัยอันสมควร เรากลับมาถึงรีสอร์ตก็เดินเล่นริมลำธาร หมู่บ้านนี้มีลำธารขนาบข้างทั้งซ้ายและขวา จึงไม่แปลกใจเมื่อเราเดินภายในหมู่บ้านหลาย ๆ จุดก็ได้ยินเสียงน้ำไหลเบา ๆ อยู่ตลอดเวลา เดินเล่นสักพักใหญ่ ๆ ก็เช็กอินเข้าห้องพัก 

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี
สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ตกเย็นเราออกมาเดินเล่นที่ด้านหน้าหมู่บ้าน ตอนมาถึงหมู่บ้านฉันนั่งรถมา จึงไม่ทันได้สังเกตว่าหน้าป้ายทางเข้าหมู่บ้านด้านขวามือมี ‘ศาลหลวงปู่เหมราช’ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของบ้านห้วยน้ำใส ฉันเดินเข้าไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนเพื่อจะไหว้ศาล ขณะกำลังจะหลับตาอธิษฐาน ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองจากด้านหลัง ฉันจึงตัดสินใจหันหลังไปดูแต่ก็ไม่พบอะไร 

ความขนลุกบังเกิดทันที แต่ ๆ ๆ พอค่อย ๆ ไล่สายตาไปโดยรอบจนพบกับเจ้าของสายตาคู่นั้น นั่นคือเด็กหญิงชาวมอญที่น่าจะอายุประมาณ 5 ขวบ (แต่เจ้าตัวยืนยันว่า 8 ขวบ) บนแก้มตกแต่งด้วยแป้งทานาคากำลังแอบมองฉัน โดยซ่อนตัวอยู่ข้างจุดจำหน่ายดอกไม้และโผล่ออกมาแต่ศีรษะ ฉันจึงเอ่ยปากออกไป “ออกมาไหว้ปู่ด้วยกันสิ” สาวน้อยก็ส่งยิ้มให้แล้วออกมายืนไหว้ศาลกับฉัน

สัมผัสบรรยากาสเนิบช้า วิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ไหว้ศาลฯ เสร็จก็มุ่งหน้าออกเดินเล่นต่อ โดยมีปลายทางคือสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใส เดินมาเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ จนมาเจอภาพวิวที่เห็นแล้วสดชื่นมาก ๆ อยู่ทางซ้ายมือ ทุกท่านนึกภาพตามนะคะ 

ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ภาพตรงหน้าเป็นสะพานปูนโค้งที่มีความกว้างเพียงคนเดียวเดินผ่านได้ พาดผ่านลำธารเล็ก ๆ สายน้ำส่งเสียงดังเป็นจังหวะตามการกระทบของกระแสน้ำกับโขดหิน ไหลผ่านสะพานแล้วเลี้ยวโค้งหลบสายตา ภาพนั้นทำให้ฉันตัดสินใจเดินตามลำธารไปเรื่อย ๆ ด้วยความตื่นเต้นว่าสุดลำธารจะได้พบกับอะไร ฉันยืนนิ่ง ๆ เพื่อใช้สายตาบันทึกภาพน้ำตกเล็ก ๆ และลำธารที่ไหลมาบรรจบกันภายใน ‘บ้านฟ้าใส รีสอร์ท’ – ใช่ค่ะ เราเดินเข้ามาในรีสอร์ตที่เราไม่ได้พักโดยไม่รู้ตัว แต่กลับไม่ได้รู้สึกอึดอัด เพราะตรงสะพานที่ฉันพบกับวิวประทับใจนั้น มีป้ายเชิญชวนให้ทุกคนที่เห็นป้ายเข้ามาเดินเล่น นั่งจิบกาแฟ โดยโซนห้องพักจะอยู่อีกโซนหนึ่ง จึงไม่เป็นการรบกวนแขกผู้เข้าพักของที่นี่

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ความรู้สึกของฉันตอนนี้ก็เหมือนกับตอนที่พนักงานในร้าน Coffee Mat บอกให้ซื้ออาหารจากข้างนอกเข้ามานั่งทานในร้านของเขา พวกเขาไม่ได้หวงวิวที่สวยงามไว้ให้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการของตนเอง แต่กลับเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ทุกคนที่มาเยี่ยมหมู่บ้านได้ชมโดยเท่าเทียมกัน 

ฉันขออุบภาพน้ำตกเล็ก ๆ ในบ้านฟ้าใสรีสอร์ทนะคะ (เพราะอยากให้เพื่อน ๆ ไปตามรอยจะได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่ฉันได้รับค่ะ)

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ตะวันคล้อยต่ำลงจนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำเกือบสนิท เราตัดสินใจหันหลังแล้วเดินกลับเข้าไปในหมู่บ้านแทน พรุ่งนี้เช้าค่อยไปที่สำนักสงฆ์ห้วยน้ำใสก็แล้วกัน เราเดินมาที่ ร้านดีบุก หมูกระทะ ตั้งอยู่ด้านขวาของป้ายทางเข้าหมู่บ้าน ผู้คนจำนวนมากกำลังมีความสุขกับหมูกระทะท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย และแน่นอนว่าฉันย่อมไม่พลาดความสุขนี้ สำหรับท่านใดที่ไม่ได้พักในหมู่บ้านห้วยน้ำใสก็เข้ามาอุดหนุนกันได้ ร้านเปิดในช่วงเย็นค่ะ 

ทานมื้อเย็นเสร็จ เราเลือกเดินเล่นในหมู่บ้านต่ออีกสักหน่อยเพื่อเป็นการย่อยอาหาร บรรยากาศภายในหมู่บ้านเวลานี้เงียบสนิท เราเดินขึ้นไปยังด้านบนของหมู่บ้าน ผ่านจุดที่มีไฟสลัว ๆ บ้าง ผ่านจุดที่มืดบ้าง ฉันเห็นภาพพ่อค้าแม่ค้าเมื่อกลางวันที่ใส่ชุดชาวมอญกำลังนั่งทานข้าวเย็นโดยพร้อมหน้ากับครอบครัวตรงระเบียงบ้านไม้ชั้นเดียว ตามวิถีชีวิตปกติของชาวบ้าน

ฉันดีใจนะ ที่การมาของนักท่องเที่ยวไม่ได้ทำลายวิถีชีวิตปกติของพวกเขา

ฉันเดินมาสักระยะก็แอบถอดใจนิดหน่อยเพราะเส้นทางมีช่วงมืด ฉันรู้สึกกลัว แต่มีพี่ชาวบ้านที่กำลังนั่งทานข้าวหน้าบ้านตะโกนบอกว่า “เดินขึ้นไปด้านบนเขาจะเปิดไฟ สวยมาก ๆ ต้องไปดูนะ” 

เราเลยตัดสินใจเดินต่อ พอผ่านช่วงมืดอีกครั้ง คนที่เดินอยู่ข้างกายก็สะกิดให้แหงนหน้ามองท้องฟ้า เพื่อให้มองดวงดาวที่ส่องแสงทักทายฉันผู้มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน วินาทีนั้นทำให้ฉันนึกถึงชีวิตปกติที่มักจะก้มหน้าก้มตาทำงานให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ทำงานชิ้นใหม่ โดยไม่ได้ให้คุณค่าของเวลาที่ต้องพักผ่อน มันเป็นความท้าทายที่สนุก แต่ฉันก็ยอมรับว่าบางครั้งก็รู้สึกถึงความหม่นหมองในใจ และมีคำถามว่า “เราต้องรีบขนาดนี้ทุกงานเลยหรือ”

ฉันเดินท่ามกลางบรรยากาศของโลกที่มืดมิด แต่บนท้องฟ้ากลับสุกสกาวด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ด้วยใจที่สงบ แต่ก็แอบตื่นเต้นเล็ก ๆ ว่าจะได้พบกับอะไร เราเดินมาสักพักก็พบกับสิ่งที่ต้องร้องว้าววว (ว.แหวนล้านตัว) กับเซอร์ไพร์สเล็ก ๆ ของหมู่บ้านนี้ เพราะภาพตรงหน้าของฉัน คือรั้วไม้ไผ่ที่อยู่กลางหมู่บ้านตอนนี้เต็มไปด้วยแสงไฟ และบรรยากาศที่เงียบสงบทำให้ได้ยินเสียงน้ำไหลจากลำธารดังชัดเจน เปรียบเหมือนเสียงดนตรีที่ใช้บรรเลงเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่ต้องเปิดฟังจาก Spotify

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ฉันหลับสบายโดยมีเสียงน้ำไหลจากลำธารภายในรีสอร์ตขับกล่อม

ในห้องพักมีเพียงพัดลม 1 ตัว – ใช่ค่ะ อากาศเย็นจนไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเลย 

เราอุดหนุนของตักบาตรกับรีสอร์ตที่เข้าพัก แม่ค้าบอกว่าตักบาตรหน้ารีสอร์ตได้เลยเพราะพระเดินผ่าน แต่ฉันอยากขึ้นไปตักบาตรบริเวณรั้วไม้ไผ่กลางหมู่บ้านมากกว่า จึงเดินถือของตักบาตรขึ้นไปด้านบนหมู่บ้าน บรรยากาศตอนเช้าเต็มไปด้วยชาวบ้านที่แต่งกายด้วยชุดมอญ นักท่องเที่ยวต่างถือของสำหรับเตรียมตักบาตร เป็นภาพที่น่ารักมาก ๆ เพราะของส่วนใหญ่ใส่ไว้ในตะกร้าตกแต่งด้วยดอกไม้จริงหรือดอกไม้ประดิษฐ์ แต่ละร้านตกแต่งตะกร้าไม่เหมือนกัน เมื่อนักท่องเที่ยวตักบาตรเสร็จก็วางตะกร้าไว้ตรงเสื่อได้เลย สะดวกทั้งเจ้าของตะกร้าในการเก็บและนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องหิ้วตะกร้าลงมาคืน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักในรีสอร์ตภายในหมู่บ้านมาเข้าร่วมกิจกรรม ‘จู๊ดเปอป๊าด’ (ตักบาตร) ด้วย

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี
สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

เวลาประมาณ 08.00 น. เสียงระฆังดังขึ้นจากขบวนหน้าสุดที่มีชายชาวมอญแบกระฆังและตีส่งสัญญาณการเริ่มตักบาตร ตามด้วยพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใสที่เดินเป็นแถวเพื่อรับของจากญาติโยม ปิดท้ายแถวด้วยหญิงชาวมอญเทินข้าวของเครื่องใช้ไว้บนศีรษะ

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี
สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ตักบาตรเสร็จ เรานั่งรอที่เสื่ออีกสักพักเพื่อเก็บบรรยากาศ แล้วจึงลุกเดินไปหาอาหารเช้าทานที่ด้านบนของหมู่บ้าน ฉันตั้งใจจะไปอุดหนุนร้านข้าวไข่เจียวริมลำธาร แต่ไม่ได้จะไปซื้อข้าวไข่เจียวนะคะ เพราะขนมถ้วยที่ฉันตักบาตรนั้นน่าทานมาก ๆ และมีขายที่ร้านนี้ค่ะ (ตามรอยขนมถ้วยนั่นเอง)

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ซื้อของสำหรับทานเป็นมื้อเช้าเรียบร้อย เราเดินกลับแต่พบกับความประหลาดใจ เพราะขบวนตักบาตรยังไปไม่ถึงหน้าหมู่บ้านเลย วันนี้มีญาติโยมมาตักบาตรกันเป็นจำนวนมาก แถวยาวเป็นกิโลเมตร และการตักบาตรก็ทำด้วยจังหวะพอดี ๆ ไม่เร่งรีบและไม่ช้าจนเกินไป

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

เราตัดสินใจเดินตามแทนที่จะแซงไปทางด้านขวาของขบวน เพราะอยากเก็บบรรยากาศแบบนี้นาน ๆ และสิ่งที่ฉันค้นพบคือ แววตาของญาติโยมที่มาตักบาตร ตอนฉันตักบาตรก็จะเห็นเพียงด้านหลังของคนที่อยู่หน้าฉัน มีเพียงพระสงฆ์และคนที่อยู่ในขบวนเท่านั้นที่ได้เห็นแววตาของผู้ตักบาตร ซึ่งดูสงบ ผสมความปีติยินดี อาจเป็นความสุขที่ได้มาทำบุญ หรืออาจเป็นความรู้สึกที่ต้องต่อสู้กับตนเองในการตื่นเช้ามาได้สำเร็จ ตัวฉันเองก็ได้ตักบาตรในรอบหลายปีที่หมู่บ้านนี้ค่ะ

ฉันแวะซื้อน้ำดื่มสมุนไพรที่แม่ค้าใช้กระบอกไม้ไผ่แทนแก้วพลาสติก แล้วเดินตามขบวนมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงหน้าหมู่บ้าน ฉันเดินเล่นต่ออีกสักพักเพื่อตั้งใจมาชมวิวลำธารที่เห็นเมื่อวานเย็นอีกครั้ง

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี
สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

ฉันนั่งดูดน้ำสมุนไพรจากกระบอกไม้ไผ่เพื่อดับกระหายตรงเก้าอี้ที่ตั้งอยู่บนสะพานปูน ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อใช้สัญจรข้ามลำธาร มีฉากหลังเป็นลำธารและด้านหน้าเป็นลำธารสายเดียวกัน มีรถมอเตอร์ไซค์พ่วงของชาวบ้านที่คอยบริการรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ชาวบ้านยังใช้วิถีชีวิตปกติ และนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา ฉันพลางนึกถึงเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือเรื่อง Slow in Praise of Slowness ที่เขียนว่า 

“ขบวนการเนิบช้าไม่ได้คิดจะเปลี่ยนโลกทั้งโลกให้เป็นบ้านพักตากอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน พวกเราส่วนมากไม่ได้อยากแทนที่ลัทธิบูชาความเร็วด้วยลัทธิบูชาความเนิบช้า 

“ความเร็วก็อาจสนุก มีประสิทธิผล และทรงพลัง หากไม่มีความเร็ว เราอาจจะขาดแคลนกว่านี้ สิ่งที่โลกนี้จำเป็นต้องมีและสิ่งที่ขบวนการเนิบช้าเสนอให้คือ ทางสายกลาง เป็นสูตรผสมระหว่างชีวิตเจ้าสำราญกับความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งของยุคข้อมูลข่าวสาร แทนที่จะทำอะไรเร็วไปหมด ให้ทำทุกอย่างด้วยอัตราที่เหมาะสม บางครั้งเร็ว บางครั้งช้า บางทีก็อยู่ระหว่างกลาง

“การทำอะไรเนิบช้า หมายความว่า ไม่รีบร้อน ไม่พยายามประหยัดเวลาเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าประหยัดเวลาเท่านั้น ให้สงบเยือกเย็นไม่ลนลาน แม้เมื่อสถานการณ์บีบให้เร่งความเร็ว” 

สัมผัสที่เที่ยววิถีชีวิตไทย-มอญและชุมชนท่องเที่ยวที่ บ้านมอญห้วยน้ำใส ราชบุรี

หมายเหตุ นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวหมู่บ้านมอญห้วยน้ำใสได้ทุกวัน แต่ตลาดในหมู่บ้านและกิจกรรมตักบาตรมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Write on The Cloud

Trevlogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

Avatar

ณสิตา ราชาดี

งานหลักคือพนักงานเอกชน งานรื่นรมย์คือ (อยากเป็น) นักเขียน

Photographer

Avatar

ไพฑูรย์ ปฏิสนธิเจริญ

เป็นฟรีแลนซ์กราฟิกดีไซน์เนอร์ ชอบพกกล้องออกเดินทางแต่ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load