“ที่นี่เป็นชุมชน เป็นมากกว่าตลาดที่คนเดินเข้ามาซื้อของแล้วก็กลับไป”

คำแนะนำสถานที่สั้น ๆ แต่ครอบคลุมทุกสิ่งอย่างของตลาดจริงใจ ส่งผ่านน้ำเสียงของ อ้อมขวัญ สาณะเสน ผู้อำนวยการโครงการจริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

ชื่อว่า ‘จริงใจ’ แล้ว แน่นอนว่าทุกสิ่งอย่างที่นี่จริงใจจากต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำ

“ที่นี่มีโซนอาหาร ของทำมือ งานศิลปะ ซึ่งพี่อ้อมว่า 3 อย่างนี้มันเป็นเชียงใหม่มาก ๆ”

พื้นที่บนถนนอัษฎาธรแห่งนี้ เรียกว่าเป็นพื้นที่สีเขียวได้เลย อาณาบริเวณนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ให้ความร่มรื่น และตั้งใจให้คนมาใช้พื้นที่ มานั่งเล่น ทำกิจกรรมได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่วันเสาร์-อาทิตย์ที่มีตลาด อย่างที่พี่อ้อมขวัญบอกว่า 

“เราไม่ได้ทำอะไรใหญ่โต แต่เราอยากให้มีกิจกรรมเล็ก ๆ และต่อเนื่อง” 

กิจกรรมที่ว่านั้น เราตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน จึงเป็นที่มาในการแบ่งโซน ซึ่งจริงใจมาร์เก็ตจะประกอบไปด้วย ตลาดจริงใจ (จริงใจ Farmers Market เชียงใหม่ ตลาดผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์ และรัสติคมาร์เก็ต ตลาดงานคราฟต์ชุมชนสุดชิค) 2 โซนนี้เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 13.00 น. จริงใจแกลเลอรี เปิดทุกวัน แต่จะปิดทุกวันจันทร์ ร้านกู๊ดกู๊ดส์ ร้านท็อปส์ กรีน และลานใต้ต้นก้ามปู เปิดให้บริการทุกวัน

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

วิถีชีวิตของพ่อกาดแม่กาดบางคนเปลี่ยนไป หลังจากมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ในวันจันทร์-ศุกร์ พวกเขาก็เตรียมผลิตผลมาขายในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความรู้สึกยินดีของชาวบ้านจริง ๆ 

“ตลาดจริงใจไม่ใช่สถานที่ที่มาแล้วได้แค่ถ่ายรูปของสวย ๆ แต่คนซื้อกันแบบ ‘จริงจัง’ ซึ่งเรายินดีมากเลยที่เขาขายได้ เพราะนี่เป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่แค่เอามาโชว์แต่เขาต้องขายได้” พี่อ้อมขวัญเน้นเสียงตรงคำว่าจริงจัง เพราะสินค้าที่นี่ไม่ได้หาซื้อได้ทั่วไป และหลายชิ้นมีเบื้องลึกเบื้องหลัง อย่างผ้าบางชนิดเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมานับร้อยปี

เมื่อชาวบ้านมีรายได้ มีความสุข บรรยากาศโดยรอบก็เต็มไปด้วยมวลพลังงานดี รู้สึกได้ทั้งคนอยู่ที่คอยต้อนรับและคนที่มาเยือน แม้กระทั่งช่วงโควิด-19 ระบาด จนทำให้ตลาดเงียบเหงา ลูกค้าซบเซา พี่อ้อมขวัญเป็นห่วงชาวบ้านจึงคอยให้กำลังใจและพูดคุยถามไถ่ ซึ่งเสียงสะท้อนจากพวกเขาคือ “หูย ไม่เป็นไร เราแค่อยากมาคุยมาเจอลูกค้าอีก แค่ห่วงว่าลูกค้าจะไม่มีอะไรกิน” 

ความเป็นมิตรและน้ำใจหาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่ชาวตลาดจริงใจทุกคนพร้อมมอบให้ผู้มาเยือนทุกคนที่แวะมาที่นี่ 

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

จริงใจ จริง ๆ

คนก็จริงใจ ผลผลิตก็จริงใจ สภาพแวดล้อมก็จริงใจ 

“เราสร้างชุมชน เรียกว่าชุมชนคนจริงใจ บางทีลูกค้าอาจจะอยู่คนละทิศคนละทาง แต่เขาก็นัดเพื่อนมานั่งคุยกัน บางคนมาจากกรุงเทพฯ บางคนบินมาตลาดโดยเฉพาะ มาหาแม่ค้าพ่อค้าที่คิดถึง กินกาแฟ กินขนมแล้วกลับบ้าน เพราะเขามีความสุข สบายใจ มันเกิดปฏิสัมพันธ์ เกิดบทสนทนาระหว่างคน ที่นี่เลยมีเสน่ห์และน่ารัก”

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

“เราคัดเลือกผลผลิตที่เป็นออร์แกนิกจริง ๆ ต้องมาจากการทำเกษตรอินทรีย์ มีบ้างที่เขาเคยทำเคมีมาก่อน แล้วหันมาเปลี่ยนเป็นอินทรีย์ เราก็ยินดีต้อนรับ ส่วนพวกงานแฮนด์เมด เราให้คนที่อยากขายสมัครมาเท่านั้น และมีคณะกรรมการตรววจสอบว่าเป็นของตัวเองจริง ๆ ไหม มีวิธีการจัดร้านยังไง และเราจะกระจายสัดส่วนไม่ให้มีของชนิดเดียวกันขายเยอะจนเกินไป จะได้กระจายรายได้ทั่วถึงมากขึ้น” พี่อ้อมขวัญเล่าให้ฟังถึงเกณฑ์การเลือกร้านค้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดแห่งนี้

เด็กน้อยวัยหัดเดิน วัยกำลังเรียนรู้ หรือจะอายุเท่าไรก็ตามแต่ ก็มาเจอโลกที่จริงใจได้เหมือนกัน เพราะที่นี่มีการจัดสรรพื้นที่และกิจกรรมสำหรับเด็กไว้มากมาย ทั้งสนามเด็กเล่นตรงลานใต้ต้นก้ามปู ชิงช้าม้าโยกพร้อมส่งเด็ก ๆ เข้าสู่โลกแห่งความสุขและเสียงหัวเราะระหว่างรอพ่อแม่ไปซื้อสินค้า

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

และหนึ่งกิจกรรมที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือกิจกรรมสอดแทรกการเรียนรู้ที่หมุนเวียนในแต่ละเดือน อย่างเช่น นิทานกู้โลก ชวนเด็ก ๆ มานั่งฟังนิทานในสวน และค่อย ๆ ปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับการแยกขยะจากนิทาน 

“เล่าให้เด็กฟังว่าขยะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ให้เด็ก ๆ รู้จักคัดแยกขยะ รู้ว่าขยะคืออะไร รู้วิธีจัดการเบื้องต้น พอเล่านิทานเสร็จก็ให้พวกเขามาหัดแยกขยะ ได้รับความสนใจมาก สนุกมาก ครั้งต่อไปอาจจะเป็นขวดวิเศษ ก่อนเอาขวดไปทิ้งต้องทำความสะอาดยังไง โยนใส่ถังไหน มันจะเป็นซีรีส์ เราทำร่วมกับคุณครูที่เล่านิทาน”

ส่วนเรื่องการจัดการขยะของวัยผู้ใหญ่ เป็นสิ่งที่ตลาดจริงใจทำอยู่เป็นประจำ ทั้งเบื้องต้นไปจนถึงการทำเป็นระบบ เช่น มีถุงผ้าให้ใช้แทนถุงพลาสติก หรือใช้วัสดุธรรมชาติอย่างใบตองทดแทน มีการแยกขยะจริงจังหลังตลาด นำเศษผักไปเลี้ยงไส้เดือน หมักปุ๋ย นำพลาสติกไปเป็นส่วนผสมในการผลิตอิฐบล็อกปูถนน และอีกหลากหลายมิติเท่าที่ตลาดแห่งนี้จะทำได้

จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต

“พี่อ้อมคิดว่าตลาดจริงใจน่ามา เพราะมันเช้านี่แหละ” 

การใช้ชีวิตของชาวบ้านย่านถนนอัษฎาธร ที่ตั้งของตลาดแห่งนี้เริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์วันใหม่ยังไม่ขึ้นทำมุมแหลมกับผืนดิน เกษตรกรต่างขนพืชผักอินทรีย์มาเตรียมแผงขายตั้งแต่เช้ามืดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 

สิ่งที่เป็นไฮไลต์ที่สุด คือ ผักออร์แกนิกเก็บสดจากไร่ พื้นที่ส่วนนี้แบ่งออกเป็นโซนออร์แกนิกและปลอดภัย และโซนอาหารพร้อมทาน

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

ผักสดหลากหลายชนิดที่วางขาย ส่วนมากเป็นผักผลไม้ตามฤดูกาล ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่นและเก็บเกี่ยวมาขายอย่างไม่ฝืนธรรมชาติ มีทั้งแบบสดและแปรรูป แล้วแต่ว่าจะนำไปทำอะไร นอกจากพืชผักยังมีวัตถุดิบที่น่านำไปปรุงอาหารอีกเพียบ อย่างข้าวพันธุ์พื้นเมืองจากชนเผ่าลาหู่และปกาเกอะญอ มีไข่ไก่อารมณ์ดี ไข่สดหลากหลายขนาด เล็กใหญ่ขึ้นอยู่กับความสุข-ความเครียดของแม่ไก่ เพราะที่ฟาร์มเลี้ยงไก่แบบปล่อย ให้พวกตัวน้อยใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเร่งฮอร์โมน ไข่ที่ได้จึงสด แม่ไก่แฮปปี้ คนกินก็อร่อย อารมณ์ดี

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

ถัดมาที่โซนอาหารพร้อมทาน มีอาหารท้องถิ่นหลากหลายเมนู บางจานหากินได้ยากมาก เช่น ข้าวปุกงา ขนมทางภาคเหนือทำจากข้าวก่ำ รสสัมผัสหนึบ ๆ คล้ายโมจิ มีเมี่ยงคำดอกไม้ รวมดอกไม้กินได้ออร์แกนิก ห่อกับผักสดและเครื่องเมี่ยง บอกเลยว่าคำเดียวไม่พอจริง ๆ และมีอาหารอีกมากมาย ซึ่งเราเชื่อว่าคงท้าทายเกินไปหากจะกินให้ครบทุกร้านในมื้อเดียว เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ทุกคนมาลองกินอาหาร คลอด้วยเสียงดนตรีสด สูดกลิ่นความเขียวปลอดโปร่งได้เรื่อย ๆ หลาย ๆ ครั้ง

ของทอดทุกร้านที่ตลาดจริงใจไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำเด็ดขาด ปลอดภัยต่อสุขภาพ ส่วนน้ำมันที่เหลือนั้นก็จะส่งไปเข้ากระบวนการจัดการขยะที่โรงงานอีกที ไม่ได้ทิ้งจนก่อให้เกิดเป็นขยะใหม่อย่างแน่นอน

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

โซนรัสติคมาร์เก็ต

นานาสารพัดงานคราฟต์ตั้งร้านตระการกลางลานกว้างแซมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ 

แม้จะเป็นของทำมือต่างจากของกิน แต่ทุกร้านในโซนนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือความจริงใจในทุกขั้นตอนการผลิต งานคราฟต์ที่จะมาขายที่นี่ต้องเป็นของทำเอง หรือมาจากความร่วมมือกันของคนในชุมชน เป็นงานคราฟต์ที่มีเรื่องราวหรือถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น แสดงออกผ่านเสื้อผ้าจากผ้าพื้นเมือง เครื่องประดับ ของใช้ ของตกแต่ง

หนึ่งในร้านที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ชุมชนตัวเองอย่างชัดเจน อาทิ ร้านเสื้อผ้าซึ่งนำลายผ้าทอที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่ากะเหรี่ยงโบราณมาปรับดีไซน์ให้เข้ากับสมัยใหม่มากขึ้น ร้านเสื้อผ้าพิมพ์ลายจากใบไม้โดยใช้สีธรรมชาติ ร้านเครื่องเงินจากเชียงแสนฝีมือช่างเงินระดับครู

นี่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น พ่อกาดแม่กาดรวมถึงเราเองที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศตลาดจริงใจ อยากแนะนำทุกคนให้แวะมาชมด้วยตา และเลือกงานคราฟต์ชิ้นที่ต้องใจกลับบ้านด้วยตัวเองดูสักครั้ง

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน
'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

ทำไมต้องมีแกลเลอรีกลางตลาด

“ปกติน้อยคนที่จะตั้งใจออกจากบ้านเพื่อไปแกลเลอรีโดยตรง มันมีช่องว่างระหว่างคนกับศิลปะเยอะมาก เราเลยอยากสร้างจิตสำนึกใหม่ว่า เราเข้าไปดูงานศิลปะได้โดยไม่ต้องเคอะเขิน อยากจะดูก็เดินเข้ามาเลย” นี่คือความปรารถนาของพี่อ้อมขวัญ

บ้านหลังสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จึงเกิดเป็นจริงใจแกลเลอรี ผนังฝั่งมองเห็นตลาดของกินและงานคราฟต์เลือกใช้กระจกแผ่นใหญ่แทนอิฐมวล เพื่อเชื่อมภาพของตลาดกับศิลปะเข้าด้วยกันโดยไม่แบ่งแยก ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทยมากหน้าหลายตา หมุนเวียนให้ชมอย่างต่อเนื่อง

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

ผลที่ออกมาก็เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะบรรดาพ่อกาด แม่กาด เกษตรกร ต่างเดินเข้ามาชมผลงานศิลปะในยามว่างจากการขายของ เป็นบรรยากาศที่พบได้ยากทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติ และทุกคนควรเข้าถึงศิลปะได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่

ความตั้งใจที่อยากให้ศิลปะเข้าใกล้ผู้คนมากขึ้นของพี่อ้อมขวัญ ได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่จริงใจแกลเลอรีแห่งนี้เกิดขึ้น

#จริงใจมีใจให้ทุกวัน

หัวใจมี 4 ห้องฉันใด จริงใจมาร์เก็ตก็มีมากกว่าแค่ 3 โซนฉันนั้น ส่วนความตั้งใจของคนทำ ชาวบ้าน และเกษตรกรนั้น คงมีมากมายจนนับออกมาเป็นตัวเลขไม่ได้

ที่บอกว่ามีมากกว่า 3 โซน เพราะในอาณาบริเวณนี้ยังประกอบไปด้วยแวดวงร้านอาหาร ลานกว้างสำหรับใช้ชีวิต หออินทรีย์ซึ่งเป็นสถานที่รอจัดแสดงผลงาน หรือเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกิจกรรมจะเปลี่ยนไปในแต่ละเดือน ร้าน Tops Green (ท็อปส์ กรีน) สโตร์สีเขียวแห่งแรกในไทย ภายใต้แนวคิด “ร้านค้าสีเขียวเพื่อชาวเชียงใหม่ ชีวิต และโลกที่ดีขึ้น” ศูนย์รวมสินค้าออร์แกนิกและสินค้าวีแกนทั้งไทยและต่างประเทศครบครันที่สุดกว่า 6,600 รายการ  มีสินค้าท้องถิ่นจาก 13 ชุมชน และ 14 ผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิก พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือนำสินค้ามาจำหน่ายทุกวัน  

“กู๊ด กู๊ดส์” ร้านที่รวมสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นครบครัน ทั้งอาหาร แฟชั่น งานคราฟต์ งานศิลปะ และกาแฟ โดยปรับดีไซน์ให้ร่วมสมัย และส่งต่อรายได้กลับเข้าไปหล่อเลี้ยงชุมชนให้พัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน
'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

การให้ความสำคัญเรื่องอินทรีย์ ครอบคลุมไปถึงชุดยูนิฟอร์มและผ้ากันเปื้อนพนักงาน ซึ่งผลิตจากเส้นใยขวดพลาสติกรีไซเคิลอีกเช่นกัน

สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะอยากส่งต่อมวลความจริงใจนี้ไปถึงทุกคน 

“เราอยากให้คนมากันเยอะ ๆ มาแลกเปลี่ยนบทสนทนา มาช่วยกันสนับสนุนความตั้งใจของท้องถิ่น และพกถุงผ้ามาด้วยนะ เพราะเราพยายามในเรื่องนี้มาก ๆ อยากให้คนมาใช้เวลา มาใช้พื้นที่ เรามีพื้นที่ให้วิ่งเล่นได้ จริง ๆ ในวันธรรมดา พี่อ้อมรู้สึกว่าไม่ต้องมาซื้อของก็ได้ แค่มานั่งเล่น เขียนรูป หรืออ่านหนังสือก็ได้ เพราะที่นี่มีต้นไม้เยอะ สงบ ร่มรื่น เป็นพื้นที่ชุมชนที่เป็นของทุก ๆ คน”

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล

ที่ตั้ง : ถนนอัษฎาธร ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน (เฉพาะตลาดเช้ามีแค่วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 13.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 5352 1520

Facebook : Jing Jai Market Chiang Mai (จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่)

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographers

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

4

1

นับเลขช้า ๆ สูดหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนลมหายใจออก เตรียมตัวหลีกหนีจากความวุ่นวายไปสู่ความสงบ ชีวิตช้า ๆ ที่ทำให้สบายใจ

ทว่ายังไม่ทันจะได้เริ่มหายใจให้ช้าลง พระพิรุณก็กระหน่ำฟ้าฝนลงมาดั่งแกล้งกัน เหลือบตามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ ตามมาด้วยเงาของความกังวลที่วันนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้เข้าไปสำรวจ ‘Slow Life บางกอก Market’ แห่งนี้เสียแล้ว

กระนั้นความร้อนใจของเราก็ได้ดับลงด้วยผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผู้มาพร้อมแนวคิดชีวิตที่ช้าลงโบกมือเรียกเราเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

ปรับบ้านเพื่อแบ่งปัน 

จิง-ธีรา ลี้อบาย เจ้าของตลาด Slow Life บางกอก และศิลปินนักวาดภาพสีน้ำผู้สนใจสิ่งแวดล้อม เปิดบ้านพาเราเข้าไปนั่งในพื้นที่ ‘พักทำสวน’ ที่เปิดเป็นคาเฟ่ให้ผู้คนได้เข้ามาพักผ่อนพร้อมรับประทานอาหารที่ดีและอร่อย 

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามายังบ้านสีขาวสลับน้ำตาลหลังนี้ บรรยากาศชวนนึกถึงบ้านพักต่างจังหวัดสวย ๆ สักหลังที่ทำให้เราได้หย่อนใจในวันเหนื่อยล้า จนย้อนคิดได้ว่า นับวันพื้นที่แสนสงบในกรุงเทพฯ ยิ่งหายาก ด้วยความเจริญและเศรษฐกิจที่เติบโต เมืองหลวงของเราจึงมีภาพจำของความวุ่นวาย เร่งรีบ ตึกสูงและคอนโดมิเนียม ที่แห่งนี้จึงเป็นดั่งขุมทรัพย์ใน ‘ลาดพร้าว’ ย่านที่ถูกขนานนามว่า ไฟแดงชาตินี้ ไฟเขียวชาติหน้า 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

จิงเล่าให้เราฟังว่า เจ้าของบ้านตัวจริงคือ เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ ที่สนใจวัตถุดิบท้องถิ่น ธรรมชาติ และการเกษตร ผู้เป็นเจ้าของแนวคิด Slow Life ในบางกอก 

“พี่จิ้นเป็นเจ้าของบ้าน โตที่นี่ ตรงนี้ก็เป็นญาติกันไปหมดจนสุดคลองลาดพร้าว เป็นที่ดินของคุณตาคุณยาย คุณลุงคุณป้า ตัวพี่จิ้นเติบโตมากับการวิ่งเล่นริมสวน พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นลาดพร้าวที่เป็นลาดมะพร้าวจริง ๆ พอเมืองเข้ามา ก็ยังอยากเก็บบรรยากาศเดิม ๆ ไว้” จิงเล่า

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

บ้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นี้ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร ส่วนด้านบนเป็นแกลเลอรี่ที่เปิดให้ศิลปินเข้ามาแสดงผลงานได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า นอกเหนือจากการเป็นคาเฟ่หรือบ้านพักริมสวนของสองสามีภรรยาแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสนามเด็กเล่นให้ผู้คนได้รู้และได้ลองทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

“ไม่ได้อยากให้ที่นี่เป็นบ้านของเรา หรือร้านของเราอย่างเดียว เราเปิดให้หลาย ๆ คนเข้ามา อย่างเชฟเขาก็เป็นเชฟในระบบทั่วไป นอกจากวันทำงานแล้ว พอมีวันหยุด 1 วัน ก็อยากทำอะไรที่มันมีคุณค่า มากกว่าเมนูที่ระบบสั่งมา เลยชวนให้น้องมาอยู่ที่นี่ เขาจะดีไซน์เมนูของเขา เปิดพื้นที่ให้คนที่อยากลอง”

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

ย้อนรอยวันเปิดตลาด

นอกเหนือจากตัวบ้านที่เปิดเป็นคาเฟ่แล้ว จุดมุ่งหมายที่พาเรามาที่นี่ คือตลาด Slow Life บางกอก

ตลาดแห่งนี้เริ่มมาจากงานขึ้นบ้านใหม่ ด้วยความที่ทั้งสองคนอยู่ในแวดวงสินค้าออร์แกนิกอยู่แล้ว จึงถือโอกาสชวนเพื่อนนำสินค้ามาขายที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้สานต่อโปรเจกต์นี้มากนักเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 หลังภาวะโรคระบาดนี้ดีขึ้น จิงจึงตัดสินใจกลับมาจัดตลาดอีกครั้ง ประกอบกับในช่วงนั้นได้พบกับมูลนิธิ MOA ซึ่งสนับสนุนเกษตรกรเรื่องออร์แกนิก สุนทรี ปรัชญา ธรรมชาติกับศิลปะ ตลอดจนสุขภาพและวัฒนธรรม จากเดิมทีที่การทำงานพัฒนาเกษตรกรต้องดำเนินการในต่างจังหวัดเท่านั้น ตลาดนี้จึงเป็นโอกาสให้ได้พัฒนาเกษตรกรในกรุงเทพฯ ร่วมด้วย

พอมีคำว่าออร์แกนิกขึ้นมา เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ในโลกอันกว้างใหญ่ของนิยามคำว่าออร์แกนิกนั้น ความเข้าใจของเราจะถูกต้องสักเศษเสี้ยวหนึ่งไหม 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

จิงคิดอยู่สักพักก่อนตอบว่า “เราก็คุยกันอยู่เหมือนกันนะ ว่าอะไรจะมาชี้วัดว่าออร์แกนิก เราว่ามันคือหัวใจของคนที่ทำ บางคนอาจจะคิดว่าแค่ตรารับรอง มันก็คือออร์แกนิกแล้ว ใจของคนทำสำคัญกว่า ถ้าเราตั้งใจทำ ตั้งใจไม่ใช้ยา ถึงปริมาณไม่ได้เยอะ ไม่ได้สวยงามก็ดีกว่า ออร์แกนิกไม่ใช่แค่มาตรฐานหรือตรากำกับ มันคือจิตใจของผู้คนนี่แหละ” 

จุนเจือกันไม่ขาด 

คุยกันไปมาได้สักพัก ฟ้าที่มืดครึ้มก็สว่างจ้า กลับมาทอแสงแดดสวยเหมือนเดิม เรามองออกไปจากประตูกระจกของร้านเห็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้ายกโต๊ะ เก้าอี้ และร่มคันสวย กลับมาจัดหน้าร้านกันอย่างขันแข็ง จึงถือโอกาสให้จิงพาเดินชมตลาดพลางพูดคุยกัน

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

ความเป็นกันเอง สบาย ๆ ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นจุดเด่นที่สังเกตเห็นได้ทั้งตลาด หรืออาจกล่าวได้ว่า ที่นี่ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย ในราคาค่าแผงเพียง 100 บาท พ่อค้าแม่ค้าต่างพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือกัน นอกจากนั้นความพิถีพิถันในการเลือกลูกตลาดให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของได้รับประโยชน์สูงสุด ก็เป็นอีกความน่าสนใจที่ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงตลาดออร์แกนิกธรรมดา

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

Slow Life บางกอก Market เปิดพื้นที่ให้สินค้าออร์แกนิก เกษตรอินทรีย์ พืช อาหารที่ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง และเหล่างานคราฟต์เข้ามาขาย โดยคำนึงมากกว่าเพียงตัวผลิตภัณฑ์ เพราะจิงและจิ้นมองลึกลงไปถึงความสัมพันธ์ ร้านค้าที่เข้ามาเป็นลูกตลาดต้องมีจุดเด่นที่บอกได้ว่าสินค้าของคุณต่างจากคนอื่นอย่างไร และนอกจากดีต่อร่างกายแล้ว มันดีต่อใจอย่างไร

ชิมรสชาติพิเศษล้ำ

จิงพาเราเดินมาถึงร้านสวนดินคานาอัน รถเข็นคันเล็ก ๆ ที่ขายพัฟย่าง ทั้งรสเผือก เห็ดอบชีส ไก่เทอริยากิ และผักโขมอบชีส แต่สิ่งที่สะดุดตาเรามากที่สุด คือ ‘ปลาส้มฟัก’ เมนูที่เราพยายามมองหา ‘ฟัก’ ในอาหารชนิดนี้ 

เด็กกรุงเทพฯ ตาใสอย่างเราไม่เคยได้ยินเมนูนี้มาก่อน พี่เจ้าของร้านอธิบายให้ฟังว่า ปลาส้มฟักก็เหมือนแหนม แต่เป็นแหนมที่ทำจากเนื้อปลา โดยรากศัพท์เกิดจากการผสมคำว่า ปลาส้ม แปลว่าการนำปลาไปหมักดอง กับฟักที่หมายถึงการสับหรือบดละเอียด ปลาส้มฟักร้านนี้ใช้ปลาจากเขื่อนอุบลรัตน์ ไม่มีก้างและไม่มีผงชูรส 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

 เดินถัดมา 3 – 4 ร้าน เราสังเกตเห็นร้านที่เหมือนรถขายกาแฟทั่วไป แต่มีเลม่อนปลูกเองจากสวนที่นำมาสรรสร้างเป็นเมนูพิเศษมากมาย ตั้งแต่เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นอย่างเลม่อนน้ำผึ้ง หรือกาแฟเลม่อนที่มีรสหวานอมเปรี้ยวขมปลาย ช่วยให้วันฟ้าหมอง ๆ สว่างขึ้นมาได้ 

 ระหว่างพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ เจ้าของร้านชวนเราชิมเมล็ดโกโก้สด สัมผัสแรกคือกลิ่นโกโก้ที่หอมตีขึ้นจมูก ก่อนจะตามมาด้วยความมันและรสขมบาง ๆ ความรู้สึกคล้ายกำลังทานเมล็ดถั่วที่มีกลิ่นโกโก้หอมตลบอบอวลทั้งปาก

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

นอกจากนั้นยังมีร้านข้าวต้มมัดที่มีคุณยายวัย 80 ปี ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนนำมาขาย โดยขนมในตะกร้าสานนั้นเวียนกันไปในการจัดตลาดแต่ละครั้ง ตั้งแต่ถั่วแปบ ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ตลอดจนขนมฟักทอง อาจเรียกได้ว่า คุณจะได้สุ่มทานขนมไทยอร่อย ๆ ทุกครั้งที่มาเยือนตลาดแห่งนี้

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

พาทัวร์ออกนอกถิ่น 

หลังตลาดแห่งนี้จัดต่อเนื่องมาถึง 3 ครั้ง จิงและจิ้นยังคงมุ่งหวังให้ตลาดนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของคอมมูนิตี้ที่เพื่อน ๆ พร้อมช่วยเหลือกัน โดยอาจจะเปิดโปรเจกต์ใหม่ด้วยการพาลูกตลาดไปสัญจรยังที่ต่าง ๆ 

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

“เราไม่ได้อยากให้เป็นร้านอย่างเดียว เราอยากให้เป็นที่ที่คนมารวมกัน มาเจอกันที่นี่แล้วก็ไปเจอกันที่อื่นได้อีก มารู้จักกันที่นี่แล้วพากันไปที่อื่นได้อีก”

ฝึกจนชินด้วยเวิร์กชอป

สำหรับเดือนกันยายนนี้ ตลาด Slow Life บางกอก จัดขึ้นในธีม Workshop Village ชวนคุณเข้ามาทดลองทำงานคราฟต์ด้วยพลังกายและพลังใจ แนวคิดของธีมนี้เกิดขึ้นจากการรับความคิดเห็นของผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมตลาดเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการปรับพื้นที่โซนสวนให้คนเข้าไปเดินเล่นได้ จนกลายเป็นต้นกำเนิดของงานในครั้งนี้ สำหรับเดือนถัด ๆ ไป Slow Life บางกอก Market ก็จะรับข้อเสนอแนะและปรับธีมไปตามความสนใจของผู้คนในตลาดเช่นกัน

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

ผ้าผ่อนเกิดอาภรณ์

หลังเดินวนชมมารอบตลาด ก็ถึงเวลาที่เราขอเข้าร่วมเวิร์กชอปการเย็บเสื้อง่าย ๆ กับร้าน Beehive Art-icle Rare แนวคิดหลักของการตัดเย็บเสื้อผ้านี้ คือการมอง ‘เครื่องนุ่งห่มให้เป็นเครื่องนุ่งห่ม’ หากมองย้อนไปในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มนุษย์มองเสื้อผ้าต่างออกไปจากอดีต เราใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องประดับร่างกาย สิ่งเพิ่มความสวยงาม โดยลืมหน้าที่หลักอย่างการเป็นเครื่องนุ่งห่มไป ปัญหาจากแนวคิดเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะขยะแฟชั่นล้นเมือง คนใส่เสื้อครั้งเดียวแล้วก็ทิ้ง Beehive Art-icle Rare จึงนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ในการตัดเย็บเสื้อผ้าให้เราได้สวมใส่อย่างสวยงามและรักษ์โลกในคราวเดียวกัน 

เรากับการตัดเย็บเสื้อผ้า ถ้าพูดให้คนในครอบครัวฟังก็คงขำแล้วบอกว่ามันเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะชั้นสูง แต่กว่า 1 ชั่วโมงในการทำเวิร์กชอปนี้ไม่น่าเบื่อเลย และทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ของการตัดเย็บเสื้อผ้าอีกด้วย 

เริ่มต้นจากการเลือกผ้าที่ต้องการ จากนั้นนำผ้ามาฉีกออกมาเป็น 2 ส่วนคือ ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเสื้อ จากนั้นวัดพื้นที่บริเวณคอเสื้อและใช้เข็มกลัดกลัดไว้เพื่อเย็บไหล่ทั้งสองข้าง ก่อนเย็บด้านข้างของลำตัว และติดป้ายร้านเพื่อแสดงเป็นเครื่องหมายว่า ‘วันนี้เราได้มาเจอกัน’

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

ช่วงเวลา 50 กว่านาทีที่นั่งอยู่ใต้ชายคาของร้านนี้ มีสมาชิกร่วมตัดเย็บกับเราอีก 1 คน จนคล้ายเป็นสภากาแฟในช่วงบ่ายที่ได้ร่วมพูดคุยกันถึงประเด็นสิ่งแวดล้อม ด้วยความแตกต่างของช่วงวัยทำให้คุณป้าถามเราถึงเทรนด์การรักษาสิ่งแวดล้อมในวัยรุ่น จากประเด็นการแยกขยะและเสื้อผ้า Fast Fashion นำไปสู่การพูดคุยระดับนโยบายของประเทศ การกำจัดขยะ และปัญหางบประมาณประเทศที่จำเป็นต้องลงทุนกับการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

“พอพูดเรื่องการแยกขยะ บางทีเราไม่ได้แยกขยะ แต่เราไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก พยายามซื้อของมือสอง ใส่เสื้อมือสอง มันก็คือเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น” คุณป้าเจ้าของร้านสรุปประเด็นที่พูดคุยกัน หลังเราเล่าเรื่องเสื้อผ้ามือสองของโกดังต่าง ๆ

ช่วงบ่าย 3 – 4 โมงเย็นที่เรานั่งใช้เข็มสะกิดเนื้อผ้าไปมาจนเป็นทรง วงนั่งเล่นขึ้นมาซ้อมดนตรีขับกล่อมให้ใจเย็นลง ดั่งช่วงเวลาเวทมนตร์ เวิร์กชอปนี้จึงมอบเสื้อสวย ๆ ให้สวมกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ พร้อมด้วยบทสนทนาดี ๆ ที่เปิดมุมมองใหม่ในหลากหลายประเด็น

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

เงาสะท้อนช้าจนชาญ

จากตอนแรกที่รู้สึกหลงถิ่นเหลือเกินกับการเดินทางเข้ามายังพื้นที่นี้ ด้วยนิสัยรีบร้อนของมนุษย์กรุงเทพฯ ที่ฝังลึกในดีเอ็นเอ แถมยังไม่เข้าใจคำว่าสโลว์ไลฟ์อย่างถ่องแท้ จนพาลให้จิงต้องอธิบายความหมายให้ฟังอยู่หลายรอบ

“คนทั่วไปคิดว่าสโลว์ไลฟ์หมายถึงต้องใช้ชีวิตช้า ๆ อะไรแบบนี้ใช่ไหม (หัวเราะ) จริง ๆ แล้วไม่เลยนะ ไม่ต้องใช้ชีวิตช้า ๆ ที่นี่มี Gadgets เทคโนโลยีทั่วไป ติดโซลาร์เซลล์ เราใช้โรบอตดูดฝุ่นบ้าน ใช้เทคโนโลยีทุกอย่าง แค่ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบกดดันหรือเร่งรีบในระบบของสังคม แค่ทำสิ่งที่เราอยากทำนั่นแหละ มันเป็นความสุขภายใต้มุมของเรา เรายังไปเดินห้างปกติ ไม่ต้องกินอาหารออร์แกนิกเท่านั้น ผงชูรสก็กินได้ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าความหลากหลายนั้นสำคัญกว่า เรากินสารพิษหลาย ๆ อย่างแล้วก็คละเคล้ากัน เราก็อยู่ได้” เราท้าวคางนั่งฟังจิงอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าประโยคนี้เปลี่ยนความคิดเราไปมากมาย 

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

ที่นี่เป็นเสมือนขุมทรัพย์ใจกลางเมืองที่พาเราไปพักผ่อนสบาย ๆ โดยไม่ต้องขับรถหลายชั่วโมงไปถึงต่างจังหวัด ด้วยสภาพแวดล้อม สังคม และผู้คน จะชวนให้เราได้พักหายใจ ทำอะไรช้าลง คิดอะไรช้าลง  

หากคุณมีเวลาว่างในวันหยุดเสาร์แรกของต้นเดือนหน้า เราอยากชวนให้คุณได้ไปสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ของตลาดที่จัดขึ้นด้วยใจ ณ Slow Life บางกอก Market

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

Slow Life บางกอก 

ที่ตั้ง : ซอยจามจุรี รัชดา32/ลาดพร้าว23 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่

วัน-เวลาทำการ​ : ทุกเสาร์แรกของเดือน เวลา 10.00 – 18.00น.

โทรศัพท์ : 08 9897 9651

Facebook : Slow Life บางกอก 

Writer

ปณิตา พิชิตหฤทัย

นักเรียนสื่อผู้ชอบเล่าเรื่องแถวบ้าน ความฝันสูงสุดคือการเป็นเพื่อนกับแมวสามสีทุกตัวบนโลก

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load