พูดถึงพิซซ่า ใครฤาจะไม่รู้จัก

ครั้งหนึ่งในอิตาลี เคยริอ่านจะทำพิซซ่าให้เพื่อนรุ่นน้องร่วมบ้านกินวันเกิด ก็กุลีกุจอเชียวนะ วิ่งเข้าห้องสมุด หาตำราทำ ก็ให้มาสะดุดที่ตำราอาหารเล่มหนึ่ง เขียนโดย โซเฟีย ลอเรน (Sophia Loren) ดาราฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ที่มีเชื้อสายอิตาเลียน ไม่สิ นโปลีเลยล่ะ แหม อะไรจะเหมาะเหม็งเช่นนั้น เจ้าถิ่นแท้ๆ เหมือนป้าย่นมาสอนทำแหนมยังไงยังงั้น

หยิบหนังสือมาพลิกไปยังหน้าที่ว่าด้วยพิซซ่า ป้าโซเฟียบอกว่า

“พิซซ่า ถ้าอยากกินให้อร่อย… ไปกินที่ร้าน”

ตึง!

นี่มันจังหวะซิตคอมชัดๆ!

ว่าแล้วป้าก็สอนอย่างอื่นต่อไป

Pizza นั้นคนอิตาเลียนออกเสียงว่า ปิ๊ต-ส่ะ การออกเสียงที่ผิดเพี้ยนไปจากนี้อาจทำให้เขารู้สึกว่าคุณอยากไปหย่อนลูกตุ้มจากหอเอนของกาลิเลโอก็ได้ แต่ในที่นี้จะขอสะกดแบบที่ทุกคนคุ้นเคยว่า พิซซ่า แล้วกัน

 Antica Pizzeria Port’Alba ร้านพิซซ่าร้านแรกของอิตาลี
ร้านพิซซ่าร้านแรกของอิตาลี
ภาพ : www.genteditalia.org

เชื่อกันจริงจังว่าพิซซ่ากำเนิดที่นโปลี (Napoli ภาษาอังกฤษคือ Naples) ในราวศตวรรษที่ 16 ร้านพิซซ่าร้านแรกก็เกิดที่นั่น ชื่อ Antica Pizzeria Port’Alba ส่วน ‘คำ’ ว่าพิซซ่านั้นปรากฏมาก่อนหน้านั้นแล้ว ตั้งแต่ ค.ศ. 997 แต่ที่คนไม่นับว่าพิซซ่าเกิดขึ้นตอนนั้น อาจเป็นเพราะเราไม่รู้ว่า Pizza ในเอกสาร (ที่เขียนด้วยภาษาละติน) หมายถึงสิ่งเดียวกันนี้หรือไม่

ปัจจุบัน พิซซ่าแพร่หลายไปทั่วโลก ลักษณะหน้าตาแปลกไปจนต้นตำรับเกิดอาการวิตก ที่นโปลีจึงได้เกิดสมาคมพิซซ่านโปลีที่แท้จริง (Associazione Verace Pizza Napoletana) และได้กำหนดลักษณะพิซซ่าต้นตำรับของเมืองตนเอาไว้ เช่น ต้องแผ่แป้งด้วยมือเท่านั้น ต้องอบในเตาฟืน พิซซ่าต้องหนาไม่เกิน 4 มิลลิเมตร ขอบสูง 1 – 2 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 35 เซนติเมตร มอซซาเรลล่าต้องกระจายให้ทั่ว น้ำมันมะกอกต้องโรยเป็นเกลียว ฯลฯ

จริงจังกันถึงขนาดนี้

พิซซ่าต้องอบในเตาฟืน และต้องวางบนพื้นเตาโดยตรง
พิซซ่าต้องอบในเตาฟืน และต้องวางบนพื้นเตาโดยตรง
ภาพ : www.meteoweb.eu

แล้วการกินพิซซ่าในอิตาลีล่ะ ต้องกำหนดวิธีกินด้วยหรือเปล่า

ก็ไม่ถึงขนาดนั้น งั้นลองตอบตามที่มักได้ยินคนถามมาแล้วกัน

พิซซ่าอิตาเลียนต้องกินทั้งถาดใช่หรือไม่

พิซซ่ามีด้วยกันหลายแบบ ถ้าไปกินที่ร้าน ก็จะเป็นกลมๆ แบนๆ ถ้าอย่างนั้นน่ะใช่ ควรจะกินให้หมดถาด ไป 4 สั่ง 2 ร้านก็เสียที่นั่งไป อันที่จริงก็ไม่มีใครบังคับให้กินหมดถาดหรอกนะ ไม่หมดก็ปล่อย แต่ก่อนจะทึกทักไปขอแบ่งกับเพื่อนคนละครึ่งน่ะ ถามเพื่อนให้แน่ใจก่อนนะว่าเพื่อนอยากแบ่งด้วยหรือไม่ เขาอาจจะอยากกินทั้งถาดก็ได้ เพราะเอาจริงมันก็ไม่ได้เยอะมากนะ มันบาง

แต่ถ้าเราไม่อยากกินทั้งถาดจริงๆ ในอิตาลีก็มีพิซซ่าแบบแบ่งขาย ก็กินอย่างนั้นไปสิ แต่มันก็มีหน้าไม่กี่หน้าให้เลือกหรอกนะ แล้วมักจะหนากว่าพิซซ่ากลมด้วย

พิซซ่าอิตาเลียนไม่มีหนานุ่มใช่ไหม

ถ้าเป็นพิซซ่ากลมก็ไม่มีหนานุ่ม อย่าว่าแต่หนานุ่มเลย ขนาดก็มีขนาดเดียว ส่วนพิซซ่าหนานุ่มนั้น ก็เห็นมีอยู่นะแต่เป็นแบบแบ่งตัดขายไว้เดินกิน จริงๆ มันเป็นแป้งอีกแบบด้วยล่ะ มันชื่อ โฟกัชช่า (Focaccia) มันหนากว่าและทรงตัวได้ดีกว่าแป้งบาง เหมาะสำหรับการแบ่งเป็นชิ้นๆ ขาย

พิซซ่าอิตาเลียนไม่ใส่สับปะรดใช่ไหม

สับปะรดเป็นผลไม้ ใส่ผลไม้อะไรลงไปก็ไม่ได้ทั้งนั้นล่ะ อันที่จริงไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นผลไม้หรือความรู้สึกผิดขนบหรอก อาหารอิตาเลียนไม่มีรสหวานเลย ของหวานก็ส่วนของหวาน ไม่ปะปนกัน

พิซซ่าอิตาเลียนไม่ใส่ Ketchup จริงหรือไม่

จริง เหตุผลน่าจะเป็นเพราะมันหวาน แต่ถ้าคุณจะใส่กับพิซซ่าอเมริกันก็ไม่ว่านะ แต่ในร้านอาหารอิตาเลียนจะไม่มี Ketchup เลย คงไม่ได้ห้ามกับพิซซ่าอย่างเดียวหรอก คำศัพท์ภาษาอิตาเลียนคำนี้ยังไม่มีด้วยซ้ำ

สิ่งอื่นๆ ที่คุณอาจจะอยากรู้เกี่ยวกับพิซซ่า

  • คุณควรกินพิซซ่าด้วยมือ อย่าห่วงสวย อย่าไฮโซ อย่ามาดามทูต มันเป็นอาหารที่เป็นกันเอง เด็กวัยรุ่นอิตาเลียนเวลานัดกินข้าวกันไม่นัดที่ร้านอาหารนะ นัดที่ร้านพิซซ่า
  • ร้านพิซซ่าไม่ได้ออกเสียงว่า พิซซ่าเรีย แต่ออกเสียงว่า พิซเซเรีย มันสะกดอย่างนี้ PIZZERIA อยากเอาให้ชัดๆ ใช่มั้ย “ปิต-เส่-รี่-หย่ะ” ลงน้ำหนักเสียงตรง ‘รี่’
  • รีบ (รุม) กินพิซซ่าตอนที่มันยังร้อน พิซซ่าร้อนๆ กับพิซซ่าที่เย็นชืดรสชาติและสัมผัสแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ
  • ในกรณีที่สั่งพิซซ่ามากินที่บ้านแล้วกินไม่หมด วิธีอุ่นง่ายๆ คือวางด้านแป้งลงบนกระทะร้อนๆ สิทธิการิยะ ท่านว่าชะงัดนักแล

พิซซ่าหน้าอิตาเลียนแท้ที่ควรรู้จัก

  • พิซซ่ามาร์เกรีต้า (Pizza Margherita) เป็นพิซซ่าประจำชาติของอิตาลีเพราะมี 3 สีของธงชาติ กล่าวคือ สีเขียวจากใบเบซิล สีขาวจากมอซซาเรลล่า สีแดงจากมะเขือเทศ ทำขึ้นครั้งแรกถวายพระนางมาร์เกรีต้า ราชินีของอิตาลีในสมัยนั้นที่เสด็จเยือนนโปลี
พิซซ่ามาร์เกรีต้า (Pizza Margherita)
Pizza Margherita
ภาพ : onlineculinaryschool.net

พระราชินีมาร์เกรีต้า แห่งซาวอย
พระราชินีมาร์เกรีต้า แห่งซาวอย
ภาพ : www.italiareale.it
  • พิซซ่ามารีนารา (Pizza Marinara) ส่วนประกอบหลักคือ มะเขือเทศ โอริกาโน และกระเทียม คนส่วนใหญ่มักจะอกหักเพราะนึกว่าเป็นพิซซ่าหน้าอาหารทะเล อันนั้นเรียกหน้าเปสกาโตรา (Pescatora)
พิซซ่ามารีนารา (Pizza Marinara)
Pizza Marinara
ภาพ : www.buonissimo.it/lericette/
  • พิซซ่า 4 ฤดู (Pizza quattro stagioni) มี 4 หน้าแยกกันชัดเจน อาร์ตีโช้ค = ฤดูใบไม้ผลิ มะเขือเทศและเบซิล = ฤดูร้อน เห็ด = ฤดูใบไม้ร่วง แฮมและมะกอก = ฤดูหนาว ถ้าเอาทุกอย่างมารวมกันไม่แยกหน้า จะเรียกว่าพิซซ่าคาปริชโชซ่า (Pizza capricciosa)
  • แถมท้ายถึงพิซซ่าที่หลายคนคุ้นเคยแต่ไม่มีในอิตาลี นั่นคือ พิซซ่าเปปเปโรนี่ ตกใจไหมล่ะ น่าตกใจไปกว่าคือ คำว่า Peperoni ในภาษาอิตาเลียนคือพริกกระดิ่ง (Bell Peppers) คิดเอาเองแล้วกันว่าถ้าเผลอสั่งไปคุณจะได้อะไรมากิน ถ้าคุณอยากกินพิซซ่าหน้าเนื้อก้อนมีรสเผ็ดอะไรแบบนั้นคุณลองสั่งพิซซ่าดิอาโวลา (Diavola) อันแปลว่า พิซซ่าปิศาจ น่าจะเหมือนกัน

คนอิตาเลียนคิดอย่างไรกับพิซซ่า

เมื่อหลายปีก่อน มีรุ่นน้องขอให้พาท่านผู้มีเกียรติกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวอิตาลี เหมือนเป็นทริปที่จัดให้แก่ผู้มีอุปการคุณ จึงต้องจัดเป็นอย่างดี โรงแรมดีที่สุดของเมือง อาหารอย่างดีมีตรามิชลินเท่านั้น ฉันอ่านรายละเอียดทัวร์อย่างตื่นตะลึง อ่านไปได้สักพักในใจก็คิดว่า ให้เวลา 2 วัน จะต้องมีคนทักอะไรแน่ๆ

แต่เพียงแค่ผ่านไป 2 มื้อ ก็เริ่มมีคนรำพึงรำพันออกมา

“เราจะได้กินพิซซ่ากันเมื่อไหร่คะ”

คำตอบที่ฉันอ้อมแอ้มตอบด้วยความเกรงใจคือ ไม่มีอยู่ในตารางเลย

ผู้คนทั้งคันรถอ้าปากค้างตกตะลึง

คำถามคือ คุณคิดว่าทำไมไม่มีพิซซ่าอยู่ในทัวร์นี้

พิซซ่าอิตาเลียนแท้เป็นยังไง ทำไมไม่ใส่สับปะรดและ Ketchup แถมห้ามพาไปกินในเดทแรก
สัญลักษณ์สมาคมพิซซ่านโปลีที่แท้จริง
ภาพ : https://www.pizzanapoletana.org/it/

คำตอบคือ มันกันเองไป

หากเขาจะปฏิบัติต่อคุณราวกับราชาหรือมหารานีเขาจะไม่มีทางจัดพิซซ่าให้คุณกินแน่ๆ

เอาอย่างนี้ หนังสือที่ใช้สอน มีตอนหนึ่งที่ผู้หญิงเม้ากันรวมความล้มเหลวของการนัดครั้งแรก หนึ่งในนั้นคือ ผู้ชายพาไปกินพิซซ่า

พิซซ่าคือความกันเอง คือความสะดวก คือความประหยัด ความไม่คิดเยอะ ความติดดิน

สำหรับฉัน มันคือส้มตำ

ที่ว่าเหมือนส้มตำ เพราะอีกอย่างคือ มันกินคนเดียวไม่สนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกินในร้าน มันต้องกินไปคุยไป ถ้าจะกินคนเดียวมักจะกินที่บ้าน กินไปดูทีวีไป ฯลฯ การไปนั่งกินคนเดียวในร้านถ้าไม่ดูเหมือนคนอกหักก็จะเหมือนพาแม่ซื้อมานั่งกินด้วย

วันนั้น ลูกทัวร์ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะปลาบปลื้มที่ได้รับเกียรติอันสูงส่ง หรือเสียดายที่ไม่ได้กินพิซซ่าในประเทศต้นกำเนิดดี

ปิดท้ายด้วยความคิดผ่านทางภาษา พิซซ่า เป็นสแลงภาษาอิตาเลียน หากมีคนอิตาเลียนบอกว่า Oggi sei proprio una pizza. ไม่ได้แปลว่าเธอน่ากิน แต่แปลว่า เธอน่าเบื่อมาก

โถ แต่ไม่ว่าอิตาเลียนจะคิดอย่างไร เราก็ชอบกินพิซซ่า เนาะ 🙂 


แหล่งข้อมูล (บางส่วน)

Lo Zanichelli 2019: vocabolario della lingua italiana

www.pizzanapoletana.org/

www.eatthis.com/pizza-facts/

www.galbani.it/ricette/pizza-quattro-stagioni

it.wikipedia.org/wiki/Antica_Pizzeria_Port%27Alba

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

เขียนเรื่องนี้ด้วยได้รับแรงบันดาลใจจากไอร้อนของประเทศเรา ในอิตาลีตอนนี้ยังไม่ร้อนหรอก อากาศดีด้วยซ้ำ จะร้อนเอาจริงจัง สิงหาฯ โน่น แล้ว เมื่อเอย เมื่อนั้น เราก็จะได้เจออิตาเลียนเต็มเมืองไทย ส่วนจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า หนีร้อนมาพึ่งเย็น หรือหนีเสือปะจระเข้นั้น ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

หน้าร้อนในอิตาลีนั้น นับคร่าว ๆ เอาช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม อย่าลืมว่าอิตาลีมี 4 ฤดู ฤดูละ 3 เดือน คูณ 4 ก็ 12 เดือน พอดิบพอดี

พอย่างเข้าหน้าร้อน อิตาเลียนก็จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งท่าจะเตรียมเที่ยวกันท่าเดียว เรื่องวางแผนเที่ยวน่ะเหรอ บางบ้านวางกันเป็นปี หาไม่แล้วที่พักหรืออะไรต่ออะไรก็จะเต็มเอา

ในช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม อย่าได้ติดต่อธุรกิจ เพราะมักจะไม่ได้รับการตอบรับ จะทำอะไรให้รีบทำเสียตอนนี้ หรือไม่อีกทีก็เริ่มชีวิตกันใหม่ต้นเดือนกันยายน… ไม่ได้ฟังดูเหมือนโหราพยากรณ์เกินไปใช่ไหม

จะดึงดันไปเที่ยวอิตาลีช่วงนั้นเหรอ เอาซี่… (เสียงสูงมาก) ถ้าคิดว่ายังร้อนในไทยไม่พอ แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะของ Sales ช่วงกรกฎาฯ ก็ล่อตาล่อใจอยู่ใช่หยอกเสียเมื่อไหร่ แต่ถ้าไปช่วงเดือนสิงหาคมนั้น มีแนวโน้มสูงว่าจะได้พบเมืองร้าง หากคิดว่า ดีสิ เมืองจะได้สงบ ๆ ก็ให้นึกด้วยว่า ร้านอาหารใด ๆ ก็อาจจะปิดด้วย เราก็อาจจะต้องต้มมาม่ากินอย่างสงบ ในโรงแรมอันแสนสงบไปด้วยเช่นกัน

สรุปว่า คนทั้งประเทศพร้อมใจกันเที่ยวโดยไม่ได้นัดหมายนั่นเอง (โถ พระหมายของโยม โดนอีกแล้ว) เมื่อคนไม่อยู่ จะเปิดร้านไว้ทำไม ก็ถือโอกาสนี้ไปเที่ยวด้วยสิ

หยิบยืมเงินเที่ยว

การเที่ยวแต่ละครั้งใช้เงินจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวเยอะ อาจารย์ชาวอิตาเลียนเคยบอกว่า บางคนถึงกับหยิบยืมเงินคนใกล้ตัวเพื่อไปเที่ยว ร้อนถึงนักเรียนไทยผู้ไม่เข้าใจความคิดนี้เลย ถามว่า ทำไมไม่รอให้มีเงินแล้วค่อยไปเที่ยวละ อาจารย์บอกว่า “เพราะหน้าร้อนไม่เคยคอยใคร”

คำกล่าวสั้น ๆ ถึงแม้จะไม่สามารถอ้างถึงอิตาเลียนในภาพรวมได้ แต่สะท้อนให้ตระหนักได้ว่า ความแตกต่างระหว่างเรากับเขาอย่างหนึ่งคือ ฤดูกาลที่ชัดเจน สำหรับเรา ไปหน้าไหนก็คงไม่ต่างกันเท่าใดนัก ไม่สิ พอถึงหน้าหนาวเราก็เต้นหรับ ๆ ขยับเตรียมขึ้นเหนือเหมือนกันละ

กลับมามองเขาบ้าง ถ้าเขามีเงินในช่วงที่อากาศไม่ดีล่ะ ถ้ามีเงินในช่วงที่ลูก ๆ เปิดเทอมล่ะ ฯลฯ การไม่ไปเที่ยวหน้าร้อนก็คือ สูญเสียวันเวลาพักผ่อนไป 1 ปีนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อตอนอิตาลีคิดจะปิดประเทศช่วงโควิดนั้น ไม่มีช่วงไหนเลยที่คนอิตาเลียนจะเดือดเนื้อร้อนใจได้มากเท่ากับตอนที่กลัวว่า หน้าร้อนจะไม่ได้เที่ยว

ความร้อนแบบอิตาเลียน

ความร้อนของฤดูร้อนในอิตาลีหรือในยุโรปนั้น ยากแท้หยั่งถึง เรา ซึ่งถึงไม่ชอบแต่ก็แอบขิงคนทั้งโลกว่า เรามีหน้าร้อนที่ร้อนที่สุด ร้อนราวกับซ้อมตกนรกก็มิปานนั้น เมื่อเปรียบกับร้อนแบบอิตาลี เป็นความร้อนกันคนละแบบ

อิตาลีเวลาร้อนจัด ๆ จะร้อนแบบซาวน่า คือ แห้ง ๆ แผดเผา ในขณะที่ของไทยร้อนแบบห้องอบไอน้ำ เหงื่อตกเผาะ ๆ ๆ ตัวเหนียวหนุบหนับตลอดเวลา แต่ที่ทำให้หน้าร้อนในอิตาลีดูสิ้นหวังไปกว่า คือ เราโผไปหาความเย็นที่ไหนไม่ได้เลย ห้างก็ไม่ได้ใหญ่โตให้เราเดินแช่แอร์ได้ (อิตาเลียนเองก็ไม่ค่อยมีนิสัยชอบเดินห้าง) ร้านต่าง ๆ ถ้าไม่ใหญ่จริงก็ไม่มีแอร์

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
ภาพ : www.italymagazine.com

แล้วคลายร้อนกันอย่างไร

สมัยนี้ที่ไหนก็คงมีแอร์ แต่โดยทั่วไปสิ่งแรกที่ทำคือ เปิดประตู เปิดหน้าต่าง ให้ลมเข้า สมัยที่เรียนอยู่ในยุคต้น 90 ก็เป็นอย่างนั้น พอถึงหน้าร้อน โรงเรียนก็เปิดหน้าต่าง วันดีคืนดีคงเห็นว่าทั้งเด็กทั้งครูหน้าโรยกันไปตาม ๆ กัน ก็ซื้อพัดลมมาให้ตัวนึง นับว่าน่ารักมาก ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยสำหรับชาวต่างชาติแห่งเมืองเซียน่ามา ณ ที่นี้ด้วย

ในยุคเดียวกัน บนรถก็เปิดหน้าต่าง ทั้งรถเมล์ รถไฟ โรงภาพยนตร์หลายแห่งปิดหน้าร้อน แต่ก็ทำให้เกิดความโรแมนติกในหลาย ๆ ที่ กล่าวคือ มีการจัดหนังกลางแปลง อย่างเช่นที่เมืองเซียน่า จัดฉายหนังกลางแปลงกันบนโรงละครโบราณ ที่ป้อมปราการของเมืองกันเลยทีเดียว

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
หนังกลางแปลงที่เซียนา
ภาพ : www.radiosienatv.it
คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
สถานที่ฉายหนังยามที่ไม่มีหนัง มันคือโรงละครโบราณ
ภาพ : www.gazzettadisiena.it

พัดลมของพี่ ส.ว.

ขอแทรกเรื่องส่วนตัว ย้อนไปเมื่อปี 1992 อันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักความร้อนของอิตาลี บ้านที่ฉันพักอยู่นั้น มีพี่คนไทยอยู่พร้อมกับแฟนอันเป็นหนุ่มหล่อลูกผู้มีอันจะกินจากทางใต้ของอิตาลี ให้ชื่อภาษาไทยยามเม้าต่อหน้าและลับหลังว่า พี่ ส.ว.อันย่อมาจาก Salvatore ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ พูดชื่อนี้ทีไรหันขวับทุกที

พี่ ส.ว. รักแฟนมาก เมื่อสาวเจ้าบ่นว่าร้อน พี่ ส.ว. ได้ซื้อของที่ไม่ได้มีกันทุกบ้านมาให้ตนเองและแฟน นั่นคือ พัดลม

วันที่พี่ ส.ว. ถือพัดลมเข้าบ้านมานั้น คนข้างบ้านและผู้ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยต่างมองตามอย่างตื่นเต้น มองตามตั้งแต่ประตูเข้าบ้านไปจนพี่ ส.ว. เปิดพัดลมให้มันส่ายหน้าไปมา ทุกคนทำหน้าเหมือนกลัวห้องจะพองลม

จะว่าไป พัดลมก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายนัก แต่ถ้าคิดว่าในปีหนึ่งจะได้เปิดแค่ราว 2 เดือน กับอีกอย่าง ลมที่ออกมาก็ไม่ค่อยต่างจากไดร์เป่าผมขนาดใหญ่สักเท่าไหร่ ก็ดูเป็นของฟุ่มเฟือยนิด ๆ สำหรับคนอิตาเลียน ทั้งนี้ไม่นับทางใต้ที่อุณหภูมิสูงกว่าทางเหนือ พัดลมก็อาจะไม่ได้เป็นของหายากเท่า

ของกินหน้าร้อน

ย่อมไม่ใช่ข้าวแช่ที่เอามาเข่นกันว่าของใครของแท้ คนไหนของปลอม คนนี้เจ้า คนนั้นไพร่

แน่นอน ไอศกรีมย่อมมาแรงโดยไม่ต้องเสียเวลาบรรยาย แต่อีกอย่างคือ ‘กรานีตา’ (granita) ต้นตำรับต้องของเกาะซิชีเลีย มันก็คล้าย ๆ น้ำผลไม้แช่เย็นจนขึ้นเกล็ดนั่นล่ะ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
กรานีตามะนาว
ภาพ : calabrianelpiatto.it

ส่วนผลไม้หน้าร้อนของอิตาลี ได้แก่ เชอรี่ สตรอเบอรี่ มะเดื่อ (Fig) แอปริคอต เนสโปลา (Nespola ในภาษาอิตาเลียน ชื่ออังกฤษคือ Medlar) ลูกพลัม พีช แตงโม เบอรี่ต่าง ๆ (อิตาเลียนเรียกรวม ๆ ว่า ผลไม้สีแดง) เมล่อน เป็นอาทิ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
เนสโปลา
ภาพ : www.cedior.com

ส่วนผลไม้อีกอย่างที่จะโผล่มาตอนหน้าร้อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองท่องเที่ยว แต่ไม่ใช่ผลไม้อิตาเลียนหรอกนะ คือ มะพร้าว ขายชิ้นละราว ๆ 1 ยูโร การจัดวางของการขายมะพร้าวนี้เหมือนกันทุกแห่งคือ เรียงรายเป็นชั้นอยู่ในน้ำพุขนาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งอิตาเลียนและไม่อิตาเลียน ชอบซื้อเอามาขบกิน ใช่ ต้องขบ หรือไม่ก็เอากระต่ายมาขูด เพราะหน้าตาดูแก่ห้าวเหลือเกิน เหมาะแก่การนำไปคั้นกะทิต้มสายบัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : www.afar.com

ของกินที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ได้มีเพียงผลไม้เท่านั้น ตามร้านขายเครื่องดื่ม (Bar) เครื่องดื่มบางอย่างก็จะมีขายเฉพาะช่วงหน้าร้อนเช่นกัน เช่น ชาพีชเย็น นมอัลมอนด์เย็น ปัจจุบันทุกอย่างมีขายเป็นกล่องหมดแล้ว แต่ถ้าจะกินแบบสด ๆ กดจ๊อกใส่แก้วแบบน้ำเก๊กฮวยตามตู้แช่หน้าร้านขายยาในเมืองไทย ต้องรอหน้าร้อนเท่านั้น หมดหน้าร้อน เก็บเรียบ อยากกินต้องทำเอง

คนอิตาเลียนไปไหนช่วงหน้าร้อน

โดยทั่วไปแล้ว ยุคก่อนโควิด สถิติบอกว่า คนอิตาเลียนนิยมเที่ยวในประเทศมากกว่านอกประเทศ ในประเทศก็ได้แก่ เกาะซาร์เดนยา (Sardegna) เกาะซิชิเลีย (Sicilia) แคว้นปูลเยีย (Puglia) ที่อยู่ตรงส้นรองเท้าบูต นอกประเทศก็ได้แก่ หมู่เกาะเล็ก ๆ แถวสเปน สรุปว่าโดยส่วนใหญ่ไม่ไปไหนไกล น่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางนั่นเอง เพราะเวลาไปทีก็ยกกันไปทั้งครอบครัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
เกาะซาร์เดนยา
ภาพ : www.worldatlas.com

แต่ในปี 2020 มหาวิทยาลัยคูซาโน (Università Cusano) ได้ทำวิจัยซึ่งก็อิงกับสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (Istat) ออกมาว่า คนอิตาเลียนในท่องเที่ยวน้อยลงมาก และนิยมเที่ยวกันอยู่แต่ในแคว้นที่ตัวเองอยู่ การเที่ยวก็เป็นไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจจริง ๆ การเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ดูโบสถ์ ดูพิพิธภัณฑ์น้อยลงไม่ใช่แค่กว่าเดิม แต่ลดลงอย่างฮวบฮาบ

เหตุผลหลักของการไม่เที่ยว คือเรื่องเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง การกลัวโควิดมาเป็นอันดับสอง ส่วนถ้าจะออกไปเที่ยวนอกแคว้นนั้น แคว้นที่คนอยากไปที่สุดสองแคว้นคือ แคว้นทัสกานีและแคว้นปูลเยีย ที่ได้กล่าวไปแล้ว

แต่มีสถานที่อีกแห่ง ที่เชื่อว่า หากถามวัยรุ่นอิตาเลียนจะต้องติดโผอย่างแน่นอน คือ รีมีนี (Rimini)

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
รีมีนี 
ภาพ : it.hotels.com

รีมีนี เป็นเมืองที่มีชายหาดกว้าง ยาว ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของอิตาลี อยู่ในแคว้นเอมิเลีย-โรมัญญา (Emilia-Romagna) แล้วก็มีเมืองอื่น ๆ ในละแวก เช่น เชเซนาติโค (Cesenatico) อันเป็นฉากของซีรีส์ Netflix เรื่อง ‘Summertime’ ใครอยากพอเห็นภาพวัยรุ่นอิตาเลียนในช่วงหน้าร้อนริมหาด ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ เพลงเพราะ นางเอกหน้าเก๋มาก

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : cdn.shopify.com
วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : movieplayer.it

จริง ๆ แล้ว เคยคิดที่จะพาลูกศิษย์ลูกหาไปเริงร่าอยู่ริมหาดกับคนอิตาเลียน

แต่ไม่กล้าเสี่ยงเลย

โควิดก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่กลัวกว่านั้นคือ

ขากลับ จะไม่ยอมกลับด้วยน่ะสิ

แหล่งข้อมูล 

www.unicusano.it/blog

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load