ตอนเด็ก ๆ ฉันเป็นคนชอบชื่อ ชอบนามสกุล ฉันท่องนามสกุลเพื่อนได้ทุกคน ถึงวันนี้ ใครบอกชื่อเพื่อนสมัยประถมมา ฉันมักจะต่อด้วยนามสกุลโดยอัตโนมัติ จะไม่ให้ทำอย่างนี้ต้องหยิกตัวเองอย่างแรง

ชื่อของคนอิตาเลียน

ปกติชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงโอ จะเป็นผู้ชาย ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา จะเป็นผู้หญิง เช่น Paolo-Paola, Mario-Maria เป็นต้น แต่ก็มีชื่อที่ไม่ได้ตามกฎนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เช่น

ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา แต่เป็นผู้ชาย ได้แก่ Andrea, Luca และ Nicola (ถ้าเป็นผู้หญิงจะเป็น Andreina, Nicoletta ส่วน Luca นั้นไม่มีเพศหญิง)

ชื่อที่เราอาจนึกว่าเป็นผู้หญิงได้แก่ Gabriele (กาบรีแยเล), Emanuele (เอมานูแยเล) (ชื่อผู้หญิงจะเป็น Gabriella, Emanuela)

ส่วนนามสกุลนั้น ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยเสียงอี (-i) เช่น Rossi หรือ Bianchi แต่ก็ไม่เสมอไปอีกเช่นกัน

วางชื่ออย่างไร ชื่อก่อนหรือนามสกุลก่อน

คำตอบคือ ชื่อแล้วค่อยนามสกุล เว้นแต่จะเป็นรายชื่อเรียงรายแบบในตามประกาศราชการ ประกาศผลสอบ หรือแม้แต่ในสมุดโทรศัพท์ ทั้งนี้เพราะชื่ออิตาเลียนซ้ำกันเหลือเกิน นามสกุลก็อาจมีซ้ำบ้าง แต่ไม่ซ้ำเท่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ มักมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างนามสกุลกับชื่อ

ส่วนคนไทยอย่างเรานั้น หากจะต้องติดต่อกับคนอิตาเลียน จะทำอย่างไรให้อิตาเลียนรู้ว่าอันไหนชื่ออันไหนนามสกุล คนอื่นทำอย่างไรไม่ทราบ แต่ฉันนั้น นอกจากจะเรียงลำดับอย่างที่บอกไปแล้ว ฉันจะเขียนหรือพิมพ์นามสกุลด้วยตัวใหญ่ทั้งหมดเพื่อเป็นการเน้น ส่วนปัญหาเรื่องว่าเขาจะคิดว่าเราเป็นชายหรือหญิงนั้น แก้ไม่ได้ในชื่อ แต่ถ้าเรามีเนื้อความอะไรเขียนต่อไป เพศของเรามันจะแสดงให้เห็นในเนื้อความเอง เพราะภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาที่มีเพศ

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : whoisdenilo-unsplash

เขาตั้งชื่อกันอย่างไร

ไม่มีเกจิรับตั้งชื่อ ไม่มีชื่อไหนมงคลกว่าชื่อไหน ธรรมเนียมการตั้งชื่อของคนอิตาเลียน ‘แบบดั้งเดิม’ นั้น จะใช้ชื่อปู่-ย่าเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยย้ายไปเป็นตา-ยาย จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราเห็นบุคคลสำคัญโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ชื่อสลับกันไป แล้วใส่ที่หนึ่ง ที่สอง ฯลฯ ไว้ข้างหลัง ของอิตาลีก็เช่น

ปู่ – Vittorio

พ่อ – Umberto

ฉัน – Vittorio

ลูก – Umberto

หลาน – Vittorio

ธรรมเนียมนี้ ว่ากันว่า เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอิตาเลียนโบราณมีลูกดก ทั้งนี้เพื่อให้ปู่ย่าตายายอิ่มอกอิ่มใจ การมีลูกแล้วไม่ตั้งชื่อตามท่านเหล่านั้น ถือเป็นการขาดความเคารพซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญของคนอิตาเลียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวใต้ อย่างเช่นชาวเกาะซิซีลี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้คลายลงไปมากแล้วตามยุคสมัย ส่วนหนึ่งก็พบว่า บ้างก็ว่าชื่อบรรพบุรุษเชยฉ่ำไปบ้าง ลูกสะใภ้เกลียดแม่ผัวบ้าง หรือถ้าเกิดคุณปู่มีลูกชาย 3 คน แล้วลูกทั้งสามตั้งชื่อลูกตามคุณปู่ จะต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้

ปัจจุบันตั้งชื่อกันอย่างไร

สมัยนี้มีอิสระในการตั้งชื่อมากขึ้น ชื่ออิตาเลียนที่ฮิตที่สุด (ดังจะได้กล่าวต่อไป) ก็แทบไม่มีชื่อนักบุญแล้ว เรียกได้ว่า เจอชื่ออะไรเพราะ ๆ ก็สรรหากันไป บางคนก็ตั้งชื่อตามโอกาสสำคัญ คนที่คลอดลูกในวันอีสเตอร์ (ภาษาอิตาเลียนคือ Pasqua – ปัสกวา) ก็มีไม่น้อยที่ตั้งชื่อลูกว่า Pasqua หรือ Pasquale หรือเด็กที่เกิดวันคริสต์มาส อาจจะได้ชื่อ Natale – Natalia ไปก็ได้ (คริสต์มาส = Natale) เพื่อนคนหนึ่งเกิดตอนย่ำรุ่ง แม่ของเธอก็ตั้งชื่ออย่างเก๋ว่า โรซัลบา (Rosalba) อันแปลว่า กุหลาบยามรุ่งอรุณ ฉันแอบคิดในใจว่า ถ้าเพื่อนคนนี้เกิดที่เมืองไทย เธอจะต้องได้รับการตั้งชื่อลูกจากแม่ว่า ดาวพระศุกร์สุดแสนอำไพ อย่างแน่นอน

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ: danielfazio-unsplash

มีกฎมีเกณฑ์อะไรในการตั้งชื่อบ้างไหม เช่น เกิดวันจันทร์ต้องไม่มีสระ ฯลฯ

เท่าที่ทราบไม่มีอะไรอย่างนั้น คงมีแต่กฎหมายที่กำหนดไว้ (โดยสรุป) ว่า

  1. ห้ามใช้ชื่อของบิดามารดา พี่น้อง ที่ยังมีชีวิตอยู่
  2. ห้ามชื่อเหมือนกับนามสกุล
  3. ห้ามชื่อที่ขบขันน่าอาย
  4. ชื่อทางภูมิศาสตร์ ชื่อหรือนามสกุลจะต้องไม่บอกที่มาว่าเป็นลูกกำพร้า เช่น Esposito, Diotallevi, Innocenti เป็นต้น เนื่องจากนามสกุลที่ยกตัวอย่างมานี้ ในสมัยก่อนจะตั้งให้แก่เด็กกำพร้าเท่านั้น

ชื่อยอดนิยมในปัจจุบันของคนอิตาเลียน

ชื่อที่ฮิตที่สุด 5 อันดับแรก ในการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติอิตาลีซึ่งสำรวจในปี 2019 คือ

ชื่อผู้ชาย

5. Andrea (อันแดรอา)
4. Alessandro (อเลสซานโดร)
3. Lorenzo (โลเรนโซ)
2. Francesco (ฟรันเชสโก)
1. Leonardo (เลโอนาร์โด)

ชื่อผู้หญิง

5. Alice (อะลีเช)
4. Ginevra (จิเนฟวรา)
3. Giulia (จูเลีย)
2. Aurora (เอารอรา)
1. Sofia (โซฟียา)

คนอิตาเลียนเปลี่ยนชื่อได้ไหม

ประมวลกฎหมายแพ่งใน ‘มาตรา 6 – สิทธิในชื่อ’ ระบุว่า: “บุคคลทุกคนมีสิทธิในชื่อที่ตนกำหนดตามกฎหมาย ชื่อประกอบด้วยชื่อจริงและนามสกุล ห้ามเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือแก้ไขชื่อ เว้นแต่ในกรณีและวิธีการที่ระบุโดยกฎหมาย.” แสดงว่า มีช่องทางเปลี่ยนได้ แต่ดูเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : jeremypstewardson-unsplash

คนอิตาเลียนมีชื่อเล่นไหม

ชื่อเล่นของคนอิตาเลียนก็มาจากชื่อจริงนั่นเอง และพอคาดเดาได้ไม่ยาก เช่น
Salvatore – Totò

Daniele – Lele

Giuseppe – Pepe

Luigi – Gigi

Alberto – Berto

Andrea – Andrè

นอกจากนี้ก็ยังมีชื่อที่ไว้เรียกเด็กด้วยความเอ็นดู ก็จะใส่คำว่า -ino หรือ -ina ลงไปท้ายชื่อ เช่น คนชื่อเปาโลทุกคนเคยผ่านชื่อ เปาลีโน (Paolino) มาแล้ว แต่ชื่อเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเมื่อคุณเปาโลโตขึ้น

ชื่อบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรป

ชื่อบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ตะวันตกอันมีที่มาเป็นชื่อของนักบุญ มักเปลี่ยนเป็นชื่อในสำเนียงอิตาเลียน (เชื่อว่าชาติอื่นในตะวันตกก็ดัดแปลงให้เข้ากับสำเนียงตนเช่นกัน) เช่น

(สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ) อะลิซาเบ็ธ – Elisabetta (เอลิซาเบ็ตตา)

(พระเจ้า) ชาร์ลส์ – Carlo (คาร์โล)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) ฟรันซิส – Francesco (ฟรันเชสโก)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) เบเนดิกต์ – Benedetto (เบเนเด็ตโต)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) จอห์นพอล – Giovanni Paolo (โจวันนี เปาโล)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : en.wikipedia.org/wiki/Giovanni_Paolo_Panini

(พระเจ้า) หลุยส์ – Luigi (ลุยจิ)

(พระนาง) มารีอังตัวเนตต์ – Maria (มารียา) Antonietta (อันโตนีเย็ตตา)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : commons.wikimedia.org/wiki/File:Marie-Antoinette

ชื่อต้องห้าม

ชื่อที่ต้องถูกนายทะเบียนปรามไว้อย่างแน่นอน ได้แก่ เจสุ (Gesù = พระเยซู) ซาตานา (Satana = ซาตาน) ลูชิเฟโร (Lucifero = จอมมารลูซิเฟอร์) เบนีโต (Benito : ชื่อต้นของมุสโสลินี) เป็นอาทิ

ที่บอกว่า ‘ปราม’ เพราะตามกฎหมาย นายทะเบียนไม่มีสิทธิปฏิเสธการจดทะเบียนชื่อ แต่นายทะเบียนจะเตือน หากไม่ฟัง ก็ตามใจ แต่นายทะเบียนจะแจ้งให้อัยการทราบและดำเนินคดีกันไปเอง

ข้อมูลอ้างอิง

www.nomix.it/decreto-legge-396-2000.php

www.istat.it/it/dati-analisi-e-prodotti/contenuti-interattivi/contanomi

www.pianetamamma.it/nomi/la-scelta-del-nome-tradizione-o-volonta-dei-genitori.html

Writer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

เรื่องในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบุญเรื่องกุศลแต่อย่างใด สำหรับท่านที่ไม่รู้จักคำว่า ปล่อยไก่ นั้น ราชบัณฑิตฯ ท่านได้ให้คำนิยามอย่างใจร้ายว่า ‘(ปาก) ก. แสดงความโง่ออกมา’ 

อนึ่ง ปาก นั้น หมายถึง ภาษาปาก ส่วน ก. นั้น หมายถึง เป็นคำกริยา 

การไปอยู่ผิดที่ผิดทาง ผิดภาษา ผิดวัฒนธรรมนั้น การปล่อยไก่ถือเป็นเรื่องต้องทำใจ แต่ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่เอ็นดูตัวเองเสียเต็มประดา ในแง่หนึ่ง มันคือ Culture Shock คือความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม แต่จริง ๆ แล้วมันก็มีอย่างอื่นอีกด้วย จึงตั้งชื่อเรื่องรวม ๆ ไว้เช่นนั้น

เรื่องการปล่อยไก่หรือแสดงความโง่เขลาเบาปัญญานั้น จะยกตัวอย่างใครได้ดีเท่ายกตัวเอง ซึ่งดูเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางน้อยที่สุดแล้ว

หลายเรื่องที่ยกขึ้นมาอาจจะมีทับซ้อนกับตอนอื่น ๆ ของ Miss Italy ขอจงให้อภัย

เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ฉัน ผู้ซึ่งแทบไม่เคยไปเมืองนอกมาก่อนเลย มีอันจะต้องไปอิตาลี แถมยังหน้าหนาวอีกด้วย เงินทองที่บ้านก็ไม่ค่อยจะมี แค่ซื้อกระเป๋าเดินทางอย่างเดียวก็ตัวเบาแล้ว แม่จึงไปขอรับบริจาคชุดกันหนาวมาจากเพื่อน ๆ ซึ่งก็ได้มาจำนวนหนึ่ง เลือกเอาตัวที่ใส่ได้พับใส่กระเป๋าเดินทางไป

ไปถึงก็ได้ใช้จริง ๆ แต่มีอยู่ตัวหนึ่งเรียบ โก้ เป็นทรงโอเวอร์โค้ตทั่วไป สีเบจ ดูดีมาก ฉันเก็บไว้ใช้นาน ๆ ที แต่ทุกครั้งที่ใส่ ผู้คนก็จะมองพร้อมเอาศอกกระทุ้งสีข้างเพื่อน ทั้งต่อหน้าและเหลียวหลัง ยังความปลื้มปีติมาให้แก่ฉันจนสุดประมาณ แอบเสียดายที่หน้าหนาวมีแค่ 3 เดือน 

วันหนึ่งเพื่อนคนไทยจะมาเยี่ยมจากฝรั่งเศส ฉันก็บอกเพื่อนให้ช่วยแต่งตัวหน่อย ฉันต้องดูดี เพื่อนจะได้เบาใจว่าฉันอยู่สบาย ไม่อัตคัดแล้ว เพื่อนอิตาเลียนก็เอาอันโน้นมาแมตช์อันนี้ โน่นนี่จนพอใจ เมื่อเสร็จ ก่อนจะออกจากบ้าน ฉันก็คว้าเสื้อตัวเก่งออกไปโดยมิได้ถามอะไรเพื่อน ราวกับสิ่งนี้เป็นท็อปปิ้งที่ต้องใส่อยู่แล้วอย่างแน่นอน

“บุสก้าจะใส่เสื้อตัวนี้ออกไปเหรอ” เพื่อนถาม

“ใช่ ทำไมเหรอ” ฉันตอบ พลางดูว่า เอ หรือมันมีอะไรเปื้อนไหม

“ก็…” เพื่อนหันไปทางหน้าต่างก่อนจะกลับมาตอบ “ฝนไม่ได้ตกนี่”

เกิดความเงียบงันไปพักใหญ่ ฉันซึ่งไม่เข้าใจในตอนแรก แต่แล้วก็เริ่มเข้าใจอะไรราง ๆ แล้วภาพผู้คนที่มองฉันพลางอมยิ้มตลอดเหมันตฤดูในโบโลญญาก็ค่อย ๆ Flashback เข้ามาในสมอง ทีละคน ทีละฉาก ที่ฉันคิดว่าเขายิ้มด้วยความชื่นชมนั้น จริง ๆ คงไม่ใช่แล้ว ที่พยักเพยิดให้เพื่อนดู คงไม่ไช่แบบเสื้อหรูไฮ หากแต่เป็น ดูคนนี้สิเธอ ใส่เสื้อกันฝนเดินอ่ะ เปิ่นเทิ่นมันเทศ เทเวศร์สำปะหลังสุด ๆ 

เย็นวันนั้น ฉันพับเสื้อใส่กระเป๋าทันที ฝนตกก็ไม่ใส่ กางร่มเอา

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Lawrence Chismorie on Unsplash

ที่อิตาลีขับรถทางขวามือ ตรงข้ามกับประเทศไทยและอังกฤษ ความเฉิ่มเด๋อพื้นฐานคือ เวลารอรถเมล์อยู่คนเดียว ก็จะชอบเผลอหันไปมองทางขวา ซึ่งแน่นอน รถเมล์มาทางซ้าย หวิดจะเด็ดหัวอยู่หลายหน เพราะดูไม่ดูเปล่า มีการชะเง้อชะแง้แลชำเลืองออกนอกถนนอีกด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ระบบการขนส่งในอิตาลีมักทำ คือการคุมเวลาเดินรถ ที่ป้ายรถเมล์จะบอกว่า รถเมล์สายนี้จะมาตอนกี่โมง กี่นาที การบอกเวลารถเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะกับรถที่นาน ๆ มาที เช่น ทุกครึ่งชั่วโมง พลาดทีไปโรงเรียนสายเลย

วันหนึ่งฉันออกบ้านสายนิดเดียว แล้วคนเซียน่าก็ได้เรื่องไปเอ็นจอยกันหนึ่งวัน

บ้านของฉันอยู่ใกล้สี่แยกนอกเมือง รถไม่พลุกพล่าน พอวิ่งลงไปก็พบว่า รถที่ตัวเองจะต้องขึ้นนั้น ออกจากป้ายแล้ว และมาจอดติดไฟแดงอยู่กลางสี่แยก

ด้วยความเป็นเมืองเล็กอย่างเซียน่า และคนขับก็คนเดิม (เพราะขึ้นเที่ยวนี้ทุกวัน) ฉันก็โบกไม้โบกมือแต่ไกลขอขึ้นรถด้วย ซึ่งถ้าเป็นเมืองใหญ่นี่อย่าได้หวัง คุณลุงใจดีก็กวักมือให้รีบมา แล้วฉันก็วิ่งไปด้านที่ฉันคุ้นเคยนั่นคือ…. ด้านที่เป็นหน้าต่าง

ไม่ใช่แค่นั้น ผีห่าซาตานตัวไหนก็ไม่รู้มาเข้าทรงองค์ประทับให้ตะโกนโหวกเหวกว่า “ประตูไปไหน ประตูไปไหน ทำไมไม่มีประตู”

ทุกคนในรถพร้อมใจกันโบกไม้โบกมือให้ฉันไปอีกฝั่งหนึ่งของรถ 

ฉันเดินขึ้นรถซึ่งมีประตูในฝั่งที่มันควรจะอยู่ ฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ในขณะที่คนในรถดูมีความสุขกับการมีโชว์ให้ดูแต่เช้า โดยนักแสดงจากโพ้นทะเล

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Anna Vi on Unsplash

อันที่จริง สิ่งที่ชวนทำให้เราขายหน้ามิได้อยู่ที่เรื่องราวทางวัฒนธรรมเท่านั้น ภาษาเนี่ย บางครั้งก็เล่นงานเราได้อยู่ได้ไม่น้อยเช่นกัน ต่อไปนี้เป็นเรื่องของภาษาอิตาเลียน แต่คิดว่าทุกคนคงตามเรื่องได้ไม่ยาก 

เริ่มจากทำความเข้าใจตรงนี้ก่อน

pizza = พิซซ่า อ่านว่า ปิ๊ต-ส่ะ

piazza = ลานกว้าง จตุรัส อ่านว่า เปี๊ยต-ส่ะ

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Lorenzo Fustaino on Unsplash

บางทีนะ ลิ้นก็พันกัน วันหนึ่งด้วยความเหนื่อยและหิว ก็บอกลุงคนขายพิซซ่าเจ้าประจำกลางเซียน่า ตั้งใจจะบอกว่า ขอพิซซาชิ้นหนึ่ง แต่ปากไปออกเสียงอีกคำ

ไม่มีซะละที่คุณลุงจะยอมพลาดโอกาสทองในครั้งนี้ เธอชี้ออกไปนอกร้าน พลางอมยิ้มพูดอย่างมีชัยว่า “โน่น! นังเด๋อ”

คำสุดท้าย ลุงไม่ได้พูด แต่ฉันรู้สึกของฉันเอง

ยังอยู่ในร้านพิซซ่า อันนี้ไม่ได้เด๋อเอง แต่เพื่อนเด๋อ และต่อ ๆ มาก็เห็นลูกศิษย์เด๋ออยู่อย่างไม่หยุดหย่อน คือ จะขอ basilico (โหระพา, กะเพรา) แต่ไปพูดว่า basilica อันแปลว่า มหาวิหาร ราวกับว่าจะต้องเข้าฟังมิสซาก่อนกินพิซซ่าถาดนี้ก็มิปาน

4 เรื่องเด๋อด๋าที่ 'ครูก้า' เคยปล่อยไก่ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Fineas Anton on Unsplash

เรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้นในห้องเรียน

เกริ่นให้ฟังก่อนว่า ที่เรียกว่าโรงเรียนที่เซียน่านั้น จริง ๆ เป็นมหาวิทยาลัยสำหรับชาวต่างชาติ นักเรียนในห้องจึงเป็นคนต่างชาติหมด 

ทุกเช้าวันจันทร์ ครูจะให้พวกเราเล่าว่า ไปทำอะไรกันมาบ้างในช่วงวันหยุด เราก็จะเล่าไป โม้บ้างจริงบ้างก็เล่าไป ไม่มีใครมาเช็ก เพราะจุดประสงค์คือฝึกภาษาทั้งพูดและฟัง

มาถึงเพื่อนคนหนึ่ง เธอเล่าว่าไปตกปลา เล่นน้ำ 

“สนุกมากเลย น้ำเย็นสบ๊ายสบาย พวกเธอต้องไปกันนะ” เพื่อน ๆ พยักหน้ากัน ถามว่าอยู่ที่ไหน 

“มันเป็นคลองเล็ก ๆ ” หน้าของเธอยังคงสดใสราวกับพรายน้ำแสนซน “ไหลมาจาก อาโน” เธอบอก

พวกเราทุกคนเข้าใจว่าเธอจะบอกว่า Arno อันเป็นชื่อแม่น้ำสายใหญ่ของแคว้นทัสกานี เพียงแต่เธอไม่ได้กระดกลิ้น รรรร เท่านั้นเอง 

แต่มีคนหนึ่งไม่ได้ยินอย่างที่เราได้ยิน

นั่นคืออาจารย์

อาจารย์หัวเราะพรืดออกมา แล้วก็สอนต่อไม่ได้อีกเลย และไม่ยอมบอกว่าหัวเราะเรื่องอะไร ให้เราเปิดดิกฯ กันเอง

พวกเราเปิดดิกฯ กันมือเป็นระวิง จึงได้รู้ว่า ชื่อแม่น้ำอาร์โน (Arno) นั้น หากไม่กระดกลิ้นเพียงนิดเดียวก็จะกลายเป็นคำว่า ano ซึ่งแปลว่า รูทวาร เมื่อประกอบกับเรื่องน้ำใสไหลเย็นแลเห็นตัว แหวกว่ายกอบัวอยู่ไหว ๆ พร้อมทั้งเชิญชวนให้เราไปสรงสนานด้วยนั้น อาจารย์ผู้มีจินตนาการอันชัดเจนและกว้างไกลจึงไม่สามารถสอนต่อได้ด้วยประการฉะนี้

ขออีกเรื่องเกี่ยวกับคำนี้ คำนี้ถ้าออกเสียงยาว คือ อาโน (ano) ก็แปลอย่างที่บอกไปแล้ว แต่ถ้าออกเสียงสั้นเป็น อันโน จะแปลว่า ปี (anno) ผู้ที่แยกเสียงสั้นเสียงยาวไม่ได้นั้น เมื่อต้องการจะบอกประโยคเช่น “ฉันอายุ 25 ปี” (ซึ่งในโครงสร้างภาษาอิตาเลียนแปลตรงตัวว่า ฉันมี 25 ปี) ก็จะเสี่ยงกับการที่อิตาเลียนจะได้ยินว่า เรามีบางสิ่งอยู่ในตัวถึง 25 หน่วย ถ้าคุณบอกอายุของคุณแล้วเขากลั้นหัวเราะละก็ ใช่ละ

ใครมีเรื่องเด๋ออะไรจะมาเล่า เชิญแลกเปลี่ยนกันได้ในเพจ ‘ครูก้า’ เพื่อมิให้ชนรุ่นหลังได้อัปยศเยี่ยงเรา

4 เรื่องเด็ดและ Culture Shock ที่ ‘ครูก้า’ เคยประสบและปล่อยไก่ไว้ในอิตาลี ทั้งเสื้อตัวเก่ง รถเมล์ จนถึงภาษา
ภาพ : Giuseppe Mondì on Unsplash

Writer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load