เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน มีผู้เชื้อเชิญด้วยประโยคว่า

“เมื่อไหร่จะไปนรกคะ”

ฉันนึกถึงบาปผิดที่ก่อไว้แก่คนผู้นี้ไม่ออก มิใยที่เธอจะแก้ประโยคว่า

“หมายถึงเมื่อไหร่จะพาไปนรกน่ะค่ะ”

ซึ่งฉันก็ว่าไม่ได้ทำให้คำถามนั้นดีขึ้นมาอีกสักกี่มากน้อย แต่เมื่อพินิจดูแล้ว เธอน่าจะหมายถึงว่า พาไปรู้จักนรกฝรั่งมากกว่า เพื่อที่จะได้อ่านหรือดู Inferno ของ แดน บราวน์ (Dan Brown) ได้ถึงรสถึงชาติขึ้น กระนั้น ฉันก็ไม่ได้คิดจะ (พาเธอ) ไปนรกอย่างที่เธอขอ เพราะดูมันเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเกินกว่าจะเล่าได้ในไม่กี่หน้า

แต่มาช่วงไม่กี่วันนี้ มีข่าวเรื่องผู้คนอ้างว่าตนได้ผ่านนรก สวรรค์มา แล้วเอามาเล่าให้ฟัง ฉันจึงคิดว่า ชะรอยเทพไทจะอุปถัมภ์นำชักให้ฉันต้องพาเที่ยวนรกจริงๆ เสียแล้ว

จะเริ่มอย่างไรดี เริ่มจากคำว่า Inferno ก่อนแล้วกัน

คำนี้อ่านว่า อิน-แฟร์-โน ในภาษาอิตาเลียน แปลว่า นรก 

นอกจากนั้นยังเป็นบรรพแรกของวรรณคดีเอกของอิตาลีที่ชื่อ La divina commedia อีกด้วย

La divina commedia หรือชื่อในภาษาสากลว่า The Divine Comedy (เดอะ ดีไวน์ คอมเมดี) รจนาโดยกวีชาวฟลอเรนซ์ นามว่า ดันเต อลิกิแยรี (Dante Alighieri) ในศตวรรษที่ 14 เทียบเวลาแล้วก็ร่วมสมัยกับยุคสุโขทัยของเราโดยประมาณ

เดินทางตาม Dante ไปทัวร์นรกฝรั่งทรงกรวยในวรรณคดีเอกของอิตาลี
หน้ากากดันเต
ภาพ : www.flickr.com

วรรณกรรมเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางของดันเตไปสู่ดินแดนหลังความตายทั้งสามภพภูมิตามคติคริสต์ศาสนาในยุคนั้น ได้แก่ นรก แดนชำระ และสวรรค์ ซึ่งแบ่งเป็น 3 เล่ม แน่นอนตอนที่ฮอตฮิตที่สุดย่อมเป็นนรก หายนะของคนอื่นย่อมเป็นสิ่งน่าอ่านน่าพูดคุยเสมอ

เล่ารูปพรรณสัณฐานภายนอกของนรกฝรั่งให้ฟังก่อนนะ ว่ามันเป็นทรงกรวย เป็นวงๆ ลู่ลงไปเรื่อยๆ ‘ขุม’ นรกในภาษาอิตาเลียนจึงเป็นคำว่า วง (Cerchio)

เดินทางตาม Dante ไปทัวร์นรกฝรั่งทรงกรวยในวรรณคดีเอกของอิตาลี
ผังของนรก วาดโดย บอตติแชลลี (Botticelli)
ภาพ : www.miselli.org

ทำไมนรกถึงเป็นทรงกรวย

ลองนึกภาพโลกกลมๆ นะ วันหนึ่ง เทวดาลูซิเฟอร์นึกคึกฮึกเหิม ตั้งต้นจะเป็นพระเจ้า ท่านจึงพระราชทานรางวัลเป็นการเฉดศีรษะเทวดาหัวแข็งนี้ตกลงมาจากสวรรค์ เมื่อลอยละลิ่วจวนจะถึงพื้นโลกอยู่แล้ว ก็ให้เกิดอัศจรรย์บันดาลดล พื้นแผ่นดินยุบตัวร้องอี๋หนีจนยุบไปถึงแกนโลก นรกทรงกรวยจึงเกิดด้วยเหตุนี้ นอกจากนั้นการยุบตัวนี้ยังทำให้แผ่นดินอีกด้านข้างของโลกนูนขึ้นมาเป็นภูเขา ภูเขาลูกนั้นล่ะคือแดนชำระ ตั้งอยู่กลางทะเลใดทะเลหนึ่ง ส่วนสวรรค์นั้นอยู่บนฟ้า แหงอยู่แล้ว

เอาล่ะ เราจะมาที่ฉากเปิดเรื่องอันเริ่มว่า 

“เมื่อมาถึงกลางกึ่งซึ่งชีวิต

ณ กลางป่ามืดมิด ข้าฯ ยืนเคว้ง

ไม่พบทางที่ควรเดินสุดวังเวง

แสนกลัวเกรงป่ามืดมนจนหนทาง”

เดินทางตาม Dante ไปทัวร์นรกฝรั่งทรงกรวยในวรรณคดีเอกของอิตาลี
ฉากเปิดเรื่อง จินตนาการของกุสตาฟ โดเร่
ภาพ : www.taringa.net

สรุปคือ ดันเตซึ่งจับพลัดจับผลูไปอยู่ที่ป่ามืดได้อย่างไรก็ไม่รู้ ยืนหันรีหันขวางอยู่ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงแฮ่ฮื่อ ไม่สิ ยังไม่ผีสิ ผีอะไรร้องเสียงนั้น เป็นสัตว์ป่า 3 ตัวต่างหาก อันมีสิงโต หมาป่า แล้วก็เสือดาว

ในช่วงเวลาความเป็นความตายนั้นเองก็ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นมา ซักไซ้ไล่เลียงกันแล้วก็คือ เวอร์จิล (Virgil) มหากวียุคโบราณซึ่งดันเตนับถือเป็นครู เนื่องจากได้เคยอ่านงานของท่านมานั่นเอง

เวอร์จิลได้รับบัญชาจากเบื้องบนให้พาดันเตเดินผ่านนรก ก่อนจะไปต่อแดนชำระและสวรรค์เป็นสถานีสุดท้าย ก่อนจะกลับสู่โลกมนุษย์

แล้วทัวร์นรกก็เริ่มขึ้น โดยมีเวอร์จิลถือธงนำ นับเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่แท้ทรู

เมื่อพ้นปากทางเข้าสู่นรก ก็จะเจอด่านแรก ซึ่งยังไม่นับเป็นนรก เรียกว่าเป็นห้องรับแขกหรือห้องรับวิญญาณจะดีกว่า ณ ห้องนี้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ไม่ถือหางทางการเมือง (ในฟลอเรนซ์ยุคนั้น) รวมทั้งเทวดาที่วางตัวเป็นกลางในเหตุการณ์กบฏของลูซิเฟอร์ต่อพระเจ้าด้วย วิญญาณพวกนี้จะแก้ผ้าวิ่งตามธงเปล่าและถูกต่อแตนไล่ตามต่อย

แล้วก็มาถึงริมฝั่งแม่น้ำอาเครอนเต ที่มีเรือรับวิญญาณไปสู่นรก เมื่อถึงฝั่ง ก็มีอมนุษย์เป็นผู้กำหนดว่าจะต้องไปยังขุมไหนโดยดูขดหาง

เดินทางตาม Dante ไปทัวร์นรกฝรั่งทรงกรวยในวรรณคดีเอกของอิตาลี
ฉากเวอริจิลพาดันเตล่องเรือข้ามแม่น้ำสตีจ จินตนาการของ เออแฌน เดอลาครัวซ์ (Eugène Delacroix) ศิลปินชาวฝรั่งเศส
ภาพ : allpainters.ru

จากนั้นก็เริ่มที่วงแรก เป็นที่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ล้างบาปหรือเกิดก่อนพระคริสต์ วิญญาณพวกนี้ไม่ได้รับโทษอะไร เพียงแต่ต้องรอคอยพระคริสต์ไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

วงที่ 2 เป็นต้นไปนี้ ถือเป็นนรกจริงๆ แล้ว โดยเรียงตามจากบาปเบาที่สุดไปยังบาปหนักที่สุด

วงที่ 2 สำหรับผู้ที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้หลงใหลมัวเมาไปกับกามคุณ โทษที่ได้รับก็คือ หมุนลอยไปกับพายุที่พัดอื้ออึงอยู่ ณ ที่นี้ไม่มีวันจบสิ้น…อะไรนะ ไม่เจ็บ? ลองนึกถึงตัวเองนั่งม้าหมุนแล้วเพื่อนเหวี่ยงวิ้วๆ ๆ ไม่มีวันจบสิ้นดูสิ

วงที่ 3 สำหรับคนตะกละ โทษคือนอนแผ่หรารอรับฝนเหม็น ลูกเห็บเหม็น และหิมะเหม็น ซึ่งก็จะมาทับถมเป็นโคลนแหยะๆ เหม็นๆ อีก อี๋

วงที่ 4  สำหรับคนงกและคนสุรุ่ยสุร่าย ดูเหมือนคนสองกลุ่มนี้จะเป็นคู่ตรงข้ามกัน แต่ลึกๆ แล้วก็คือคนที่ใช้ทรัพย์ไม่เป็นนั่นเอง โทษของกลุ่มนี้คือ คนสองกลุ่มจะหันหลังให้กัน แล้วเอาอกดันหินก้อนใหญ่เคลื่อนไปข้างหน้า แล้วด้วยความที่ขุมมันเป็นวงกลมใช่ไหม ก็จะดันมาชนกัน ณ จุดหนึ่ง แล้วก็ออกมาทะเลาะกัน แล้วก็กลับหลังหันเอาอกดันกลับไปอีกทาง ซึ่งก็จะไปชนกันอีก วนไป

วงที่ 5 เป็นแม่น้ำสติจ สำหรับคนโมโหร้าย และคนขี้คร้านในการทำดี คนเหล่านี้จะกัดกินกันอยู่ในแม่น้ำอันร้อนจนเดือด

ตรงนี้มีกำแพงกั้น 1 กำแพง

วงที่ 6 เป็นขุมของพวกนักพรตนอกรีต พวกนี้จะนอนอยู่ในโลงหินที่มีไฟลุกโชน

แล้วตรงนี้มีแม่น้ำกั้นอีก 1 สาย จริงๆ ก็แม่น้ำสายเดิมนั่นละ แต่จะเปลี่ยนชื่อไปเรื่อย ๆ ในภาษาอิตาเลียนเรียกแม่น้ำตรงนี้ว่า เฟลเจตอนเต

วงที่ 7 เป็นที่สำหรับผู้ใช้ความรุนแรง วงนี้แบ่งออกเป็น 3 ขุมย่อย 

ขุมแรก คนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และปล้นสะดมทรัพย์สิน อันถือเป็นการทำรุนแรงต่อผู้อื่น

ขุมที่ 2 ผู้ที่ฆ่าตัวตาย อันถือเป็นการทำรุนแรงต่อตนเอง

ขุมที่ 3  ผู้ด่าว่าพระเจ้า / รักร่วมเพศ / ผู้ปล่อยเงินกู้หน้าเลือด อันถือเป็นการกระทำรุนแรงต่อ พระเจ้า / ธรรมชาติ / ศิลปะ ตามลำดับ

วิญญาณเหล่านี้โดยรวมยืนแช่อยู่ในแม่น้ำเลือดเดือด ลำดับความสูงของน้ำก็ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของบาป ใครพยายามจะตะเกียกตะกายหนีขึ้นฝั่งก็จะถูกสัตว์นรกเอาอาวุธปลายแหลมทิ่มแทงโอดโอย

จากนั้นเป็นวงที่ 8 ซึ่งเป็นเหวลึกลงไป แล้วยังแบ่งแยกย่อยไปอีก

นรกวงนี้เป็นที่ของการผู้หลอกลวง แบ่งออกได้เป็น 10 ขุมย่อยทีเดียว เข้าใจว่าฟลอเรนซ์ยุคนั้นคงโกงกันไม่เบา

ขุมย่อยที่ 1 พวกชอบล่อลวงหญิง พวกนี้จะถูกสัตว์นรกเอาเขาขวิด

ขุมย่อยที่ 2 ผู้ที่คบชู้ อยู่ในบ่ออุจจาระมนุษย์ 

ขุมย่อยที่ 3 ผู้ขายสมณะพระ หัวจุ่มลงไปในหลุมไฟ โผล่ขึ้นมาให้เห็นแค่เท้าซึ่งมีไฟลุกโชน

ขุมย่อยที่ 4 หมอดู วิญญาณเหล่านี้จะถูกบิดหัวให้หันไปข้างหลัง โทษฐานที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้อนาคตดีนัก

ขุมย่อยที่ 5 ผู้ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ วิญญาณจะอยู่ในยางมะตอยเดือด มีปีศาจในนรกคอยเอาปฏักจิกเกี่ยว

ขุมที่ 6 ผู้ที่ตลบตะแลง หน้าไหว้หลังหลอก ปากว่าตาขยิบ ทั้งนรก วิญญาณกลุ่มนี้ดูจะแต่งตัวดีสุด เพราะถ้ามองแต่ไกลแล้วจะเห็นว่าสวมเสื้อคลุมสีทอง ที่ผิดสังเกตคือ การเดินจะเชื่องช้ามากราวกับแบกอะไรเอาไว้ ถูกต้อง ถึงข้างนอกจะเป็นทอง แต่ข้างในเป็นตะกั่วหนักมาก

ขุมที่ 7 ขโมย ถูกมัดมือไพล่หลังด้วยงู งูก็จะฉก แล้วก็จะกลายเป็นเถ้า เป็นมนุษย์ เป็นงู แล้วก็คืนร่างมาอีก วนไปเรื่อย ๆ 

ขุมที่ 8 ให้คำแนะนำที่เลวร้าย โทษของขุมนี้คือ ใช้ชีวิตอยู่ในเปลวไฟ รู้จักเรื่องม้าเมืองทรอยไหม โอดิสเซียสผู้คิดแผนการสร้างม้าไม้เมืองทรอยก็อยู่ในขุมนี้เช่นกัน

ขุมที่ 9 สำหรับผู้เพาะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความร้าวฉาน พวกนี้ถูกฟันด้วยดาบ แล้วพอแผลเริ่มจะสมานกันดี ผู้คุมในนรกก็จะจับแหกออกอีก

ขุมที่ 10 สำหรับผู้ทำของปลอม วิญญาณพวกนี้มีอาการเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน ท้องมาน และหนาวสั่นด้วยพิษไข้ตลอดเวลา

และวงสุดท้ายคือวงที่ 9 เรียกกันว่า ‘บ่อแห่งยักษ์’ นี้ เป็นบ่อน้ำแข็งใหญ่สำหรับผู้ที่ทรยศหักหลังผู้ที่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ แบ่งย่อยไปได้อีก 4 ขุม 

ขุมแรก ผู้เนรคุณญาติพี่น้อง 

ขุมที่ 2 ผู้ทรยศหักทางทางการเมือง หรือพวกคนขายชาติ ขายพวกพ้อง

ขุมที่ 3 ผู้ทรยศหักหลังอาคันตุกะและเพื่อนฝูง

ขุมที่ 4 ผู้ทรยศต่อผู้สร้างคุณงามความดี

ทั้งหมดมีร่างอยู่ในบ่อน้ำแข็ง ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้

เดินทางตาม Dante ไปทัวร์นรกฝรั่งทรงกรวยในวรรณคดีเอกของอิตาลี
ขุมสุดท้าย ลูซิเฟอร์ ผลงานของกุสตาฟ โดเร เช่นกัน
ภาพ : www.vice.com

แล้วก้นบึ้งที่สุดของนรกหรือก้นกรวยก็คือ ลูซิเฟอร์ เทวดาตกสวรรค์ที่กล่าวถึงในตอนแรก ลูซิเฟอร์ซึ่งมี 3 หน้าและร่างกายใหญ่โตมาก พยายามโบกปีกมหึมาของตนหวังว่าจะให้พ้นไปจากที่นี้ โดยหารู้ไม่ว่า ลมจากการโบกของตนยิ่งจะทำให้น้ำแข็งแข็งตัวยิ่งขึ้น

ลูซิเฟอร์ไม่ได้โบกอยู่เฉยๆ นะ ปากทั้งสามของแต่ละหน้าให้คาบเคี้ยวคนบาปหนักที่สุดไว้ปากละคน ทั้งสามคนนั้นคือ จูดา ผู้ทรยศพระเยซู คัสเซียสและบรูตัส ผู้สังหารจูเลียส ซีซาร์

พอมาถึงปลายสุดของขุมนรก ก็วาร์ปไหลลงกรวยท่อไปโผล่ที่ภูเขาแห่งการชำระบาป

เอาพอหอมปากหอมคอ ให้พอเห็นว่า นรกไหนๆ ก็ไม่น่าอยู่ทั้งนั้น

แล้วไม่ต้องมาชวนไปแดนชำระล่ะ แต่ถ้าจะชวนไปสวรรค์ล่ะก็…

…ขอคิดดูก่อนนะ… // แกะเสื่อม้วนต้วน

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

หลังจากอัดอั้นมาหลายปี ในที่สุดการเดินทางไปอิตาลีก็ไม่ได้ยากมากมายอีกต่อไป จะมีก็แต่การขอวีซ่าที่มีคิวยาว (และจุกจิกเข้มงวดมากเป็นปกติ) และการที่ยังไม่มีสายการบินที่บินตรง (เขียนในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565) เรื่องเอกสารอื่น ๆ เกี่ยวกับทางสาธารณสุขไซร้ ไป่มี

ว่าแต่ ไปตอนนี้ หน้าหนาวอย่างนี้น่ะหรือ ใครเขาเที่ยวกัน อ๊ะ ๆ อย่าได้ดูเบาไปเทียว ตามสถิติแล้ว คนอิตาเลียนก็เที่ยวกันช่วงนี้หนักไม่เบา จะเป็นรองก็แต่ช่วงหน้าร้อนที่ร้อนดับตับแตกเท่านั้น

หน้าหนาวย่อมไม่เหมือนหน้าร้อน ชื่อก็บอกอยู่ จุดหมายปลายทางและกิจกรรมการท่องเที่ยวจึงต่างกันไปบ้างตามสภาพอากาศ อีกทั้งอิตาลียังเป็นประเทศที่ยาวเป็นรองเท้าบูต (ราว 1,200 กิโลเมตร) ภูมิอากาศทางเหนือกับทางใต้จึงมีความแตกต่างอย่างที่เราชาวไทยเดาได้ไม่ยาก หนาวมิลานกับหนาวปาแลร์โม (เกาะซิซีลี) แตกต่างราวกับคนละประเทศ

กลับมาพูดในปริบทคนไทยอย่างเรา ๆ เงินเก็บมีแล้ว (เพราะไม่ได้ไปไหนมา 2 ปี) อยากเที่ยวอิตาลี แต่ให้มีอันจำเป็นต้องไปตอนหน้าหนาวเท่านั้น จะไปไหนดี

สิทธิการิยะ แม่หมอขอชี้โพรงให้กระรอกน้อยดังนี้

01

เล่นสกี

เมื่อหน้าหนาวมา หิมะก็จะตก แต่ดูก่อนภราดรทั้งหลาย อิตาลีไม่ได้มีหิมะทั้งประเทศหรอกนะ อย่างโรม หิมะตกที ชาวเมืองแทบจะจัดสมโภช ในขณะที่ชาวเขาทางเหนือ เห็นหิมะเกล็ดแรกร่วมมา ก็ถอนหายใจหนึ่งเฮือกแล้วหันหลังเข้าห้องเก็บของ คว้าพลั่วและอะไรต่ออะไรไว้ เตรียมรับมือกับหิมะที่อาจจะมาปิดทางเดินจนเข้า-ออกบ้านไม่ได้

แหล่งเล่นสกีที่คนนิยมไปคือบริเวณกลุ่มเขาโดโลมีตี (Dolomiti) ที่ภาษาอังกฤษเรียก โดโลไมตส์ (Dolomites) นั่นล่ะ เหตุที่ไปที่นั่นไม่ใช่เพียงเพราะมีหิมะ หากแต่เป็นเพราะมีทิวทิศน์ที่สวยงามมาก จนแม้ในฤดูกาลอื่นก็ยังควรค่าที่จะกลับมาเยือน

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
เขาสามยอดแห่งลาวาเรโด (Tre cime di Lavaredo) ของกลุ่มเขา Dolomiti
ภาพ : trekkingblog.it
02

พิพิธภัณฑ์

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า หน้าหนาวฝรั่งมีคุณลักษณะบางประการ เช่น กลางวันสั้น อากาศหนาวเย็นยะเยือก และไม่มีดอกไม้ดอกไร่อะไรให้ชม ความหวังที่จะถ่ายรูปเก็บไว้สวัสดีวันจันทร์ทั้งปี จึงทำไม่ได้ในทริปนี้

ด้วยเหตุดังกล่าว เราจึงควรทำอย่างอื่นให้ถูกกรรมถูกวาระ นั่นก็คือเดินอุ่นสบายอยู่ในสถานที่ซึ่งกลางวันกลางคืนไม่ต่างกัน

…ซึ่งจะมีอะไรเหมาะไปกว่าการเดินพิพิธภัณฑ์…

พิพิธภัณฑ์ในอิตาลีมีจำนวนมหาศาล ที่แนะนำให้ไปในฤดูนี้ คือ

1. พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) แถมพ่วงไปกับมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ การไปในช่วงนี้ คนจะน้อยหน่อย ความเบียดเสียดยัดเยียดก็จะน้อยลง คนยืนบังงานศิลปะก็น่าจะน้อยลงไปด้วย ที่สำคัญ คนที่ไปอัดแน่นอยู่ในวัดน้อยซีสตีน (Sistine Chapel) ก็น่าจะเบาบางไปด้วยเช่นกัน จากที่เคยไหลไปตามกระแสนักท่องเที่ยว อาจจะได้ยืนแหงนคอตั้งบ่าชมนิ่ง ๆ อย่างที่วาดฝันไว้เสียที

2. พิพิธภัณฑ์อุฟฟิตซี (Uffizi) ที่เมืองฟลอเรนซ์ เหตุผลที่ควรไปแหล่งรวมงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแห่งนี้ ในช่วงนี้ก็เหมือนกับด้านบน อ้อ ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องจองตั๋วก่อนไปอยู่ดีนะ

3. หอศิลป์บอร์เกเซ (Galleria Borghese) อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว เพราะเล็ก กระชับ งานดีทุกชิ้น คุ้นหน้าคุ้นตามาก จำกัดเวลาและคนเข้าชม ให้เวลาเข้าชม 2 ชั่วโมงก็จริง แต่เป็น 2 ชั่วโมงคุณภาพที่อิ่มเอมมาก งานชิ้นที่ไปกี่ครั้งก็ยังเดินหมุนรอบราวกับจะเวียนเทียน และยืนจ้องอยู่นานก็คือ รอยบุ๋มจากการกดนิ้วบนต้นขาของรูปสลัก ‘การลักพาโปรสเปรีนา’ (Il ratto di Prosperina) และรอยยุบบนฟูกของ ‘เปาลีนา บอร์เกเซ’ (Paolina Borghese) มันช่างสมจริงเสียเหลือเกิน

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
การลักพาโปรสเปรีนา ผลงานของ แบร์นีนี (Lorenzo Bernini)
ภาพ : commons.wikimedia.org
รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
เปาลีน่า บอร์เกเซ ผลงานของ อันโตนีโย คานอวา (Antonio Canova)
ภาพ : commons.wikimedia.org

4. โคลอสเซียม ใช่ อยู่กลางแจ้ง แต่ก็นับเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่แนะนำให้ไปตอนหน้าหนาวเพราะแถวจะสั้น และโรมจะอุ่น

5. น้ำพุเทรวี จะได้ไม่ต้องรีบตื่นไปแต่ 6 โมงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มทัวร์ไง

6. ปอมเปอี อันนี้ก็กลางแจ้ง ซึ่งเวลาไปในหน้าร้อน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก แต่พอเป็นหน้าหนาว ด้วยความเป็นเมืองทางใต้ อากาศจึงเหมาะแก่การชมและอาบแดดอุ่นยิ่งนัก
ส่วนที่อื่น ๆ นั้นก็แนะนำเช่นกัน แต่ที่ที่กล่าวมานี้ ปกติคนจะแน่นมาก อาศัยช่วงพวกเศรษฐีไปสกีทางเหนือนี่ละ ที่เราพอจะเดินอ้อยอิ่งชมงานศิลป์ชิลล์ ๆ กับเขาได้บ้าง

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
ปอมเปอี
ภาพ : commons.wikimedia.org
03

ของดีช่วงเทศกาล

อย่าลืมว่าหน้าหนาวของอิตาลีคือราวธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ หน้าหน้าวจึงมีเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่แทรกอยู่ตรงกลางด้วย

หากการเที่ยวหน้าหนาวของคุณอยู่ในช่วงสิ้นปี สิ่งที่คุณไม่น่าพลาด คือ

1. เดินตลาดคริสต์มาส ซึ่งจะมีแทบทุกเมือง ขึ้นอยู่กับว่าจะเล็ก จะใหญ่ เท่านั้นเอง

รวมโปรแกรมเที่ยวอิตาลีหน้าหนาว หนาวนี้มีอะไรที่น่าทำบ้าง
ตลาดคริสต์มาสที่เมืองบอลซาโน (Bolzano)
ภาพ : www.bb30.it

2. ถ้ำพระกุมาร เด็กไทยต้องทำกระทงฉันใด เด็กอิตาเลียนต้องทำถ้ำพระกุมารฉันนั้น มันคืออะไร มันคือฉากจำลองการประสูติของพระเยซู ซึ่งมิใช่แต่เพียงเด็ก ๆ จะต้องทำร่วมกันกับครูที่โรงเรียนเท่านั้น แต่ธรรมเนียมการทำถ้ำพระกุมารพบได้ทั่วไปในอิตาลีช่วงวันคริสต์มาส ถ้ำพระกุมารที่ผู้คนจับตารอดูที่สุด เห็นจะไม่พ้นที่กลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์วาติกัน ถึงแม้ตามสถิติจะไม่ใช่ถ้ำฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็มีขนาดใหญ่มากเสมอต้นเสมอปลายมาทุกปี

โปรแกรมเที่ยว! ถ้าหนาวนี้ไปอิตาลี มีสถานที่ พิพิธภัณฑ์ กิจกรรมไหนบ้างที่ควรไปตอนหนาว ๆ
ถ้ำพระกุมาร หน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ วาติกัน
ภาพ : initalia.virgilio.it

3. เดินดูการประดับไฟ อันนี้ไม่อยากให้ตั้งความหวังไว้มาก เพราะการประดับไฟของอิตาลีจะไม่กะพริบวิบวับเหมือนไฟที่ยอดกิ่งไผ่ใต้โคมแดง หรือรั้วระแนงกับศาลพระภูมิของบ้านเรา แต่จะเป็นไฟแพตเทิร์นเดียวกัน เรียงยาวเป็นตับ และเปิดแช่เสียเป็นส่วนใหญ่ เรื่องพลุไม่ต้องพูดถึง เพลงจิงเกิลเบลก็ไม่มี ซานตาคลอสหัวเราะโฮ่ ๆ ๆ เหรอ ถามว่าเกี่ยวอะไรกับการเกิดของพระเยซูก่อน

04

ไปโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส เซียน่า คาปรี ฯลฯ

กล่าวคือ จะไปไหนก็ไปเถอะ ยิ่งเมืองที่ตามปกตินักท่องเที่ยวแน่น ๆ ยิ่งดี เพราะช่วงนี้คนจะน้อย แต่จุดมุ่งหมายควรเป็นการเดินชมเมืองนะ เพราะบริการต่าง ๆ อาจไม่ครบถ้วนเต็มสตีมเท่า อย่างเช่น คนแจวเรือกอนโดลาในเวนิสเคยบอกว่า ถ้าอยากคุย อยากเจอกับพวกเขา หน้าหนาวเจอกันที่ภูเก็ตนะ หรือเมืองชายหาดหน้าร้อนอย่างรีมีนี (Rimini) ก็ไม่ควรไป เพราะมันไม่มีอะไรเลย นอกจากนั้น บาร์หรือแหล่งบันเทิงใด ๆ มักจะปิดกิจการในฤดูการอื่นด้วย แต่ข้อดีคือ ช่วงหน้าหนาว ที่พักจะถูก

โปรแกรมเที่ยว! ถ้าหนาวนี้ไปอิตาลี มีสถานที่ พิพิธภัณฑ์ กิจกรรมไหนบ้างที่ควรไปตอนหนาว ๆ
รีมีนี ในหน้าร้อน
ภาพ : it.hotels.com
05

ซิซีลี (Sicily)

ซิซีลีเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี และเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นแหล่งรวมอารยธรรมมากมายที่ซ้อนทับกันอยู่อย่างน่าสนใจ แนะนำที่นี่เพราะสิ่งที่น่าสนใจมักเป็นโบราณสถาน เมือง ทะเล วิถีชีวิต มากกว่าการไปดูใบไม้ใบหญ้า อีกทั้งหน้าหนาวที่นี่มักจะอุ่นกว่าที่อื่นด้วย กล่าวคือ ราว 11 – 12 องศาเซลเซียส อย่าคิดถึงแอร์ในห้องเรา ของจริงไม่หนาวขนาดนั้น

ก็นั่นล่ะ บอกไว้ว่าเผื่อจะต้องไปอิตาลียามหน้าหนาวแล้วไม่รู้จะไปไหน ไปทำอะไรดี

แต่ไม่ว่าจะอยู่ไทย อยู่อิตาลี อยู่ที่นี่ อยู่ที่ไหน ก็ขอให้มีความสุขกับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงจ้ะ

โปรแกรมเที่ยว! ถ้าหนาวนี้ไปอิตาลี มีสถานที่ พิพิธภัณฑ์ กิจกรรมไหนบ้างที่ควรไปตอนหนาว ๆ
ภาพ : camminiditalia.org

แหล่งข้อมูล

www.beelovedcity.com/italy-in-winter

gretastravels.com/italy-in-winter/

clairesfootsteps.com/italy-in-winter/

mypathintheworld.com/best-places-to-visit-in-italy-in-winter/

www.bookmundi.com/t/italy-in-winter-top-7-destinations

www.bb30.it/magazine_news/I_mercatini_di_Natale_piu_belli_d_Italia.htm

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load