“เพราะเรียบง่าย จึงยิ่งยาก”

คำพูดนี้กล่าวโดย ทาเคชิ ยามาชิตะ ผู้สืบทอดร้านเต้าหู้ยามาชิตะ-โทฟุเต็น

ทาเคชิ ยามาชิตะ

ครอบครัวเขาเปิดร้านเต้าหู้เก่าแก่ในเมืองไซตามะมากว่า 150 ปี ในวัยเด็ก ยามาชิตะถูกบังคับให้ช่วยงานที่บ้านจนเขาเกลียดการทำเต้าหู้ โรงงานทำเต้าหู้เปียกและหนาวเหน็บเสมอ แถมอาชีพทำเต้าหู้ดูไม่เท่ในสายตาเด็กหนุ่มเลยด้วย ยามาชิตะจึงพยายามหนีจากร้านเต้าหู้โบราณด้วยการขยันเรียนจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยวาเซดะในกรุงโตเกียวได้

ตอนเรียนจบ บริษัทเดินเรือเจ้าใหญ่จ้างให้เขาไปทำงาน ในจังหวะนั้น ยามาชิตะทบทวนว่าเขาจะทิ้งธุรกิจที่สืบทอดกันมากว่าร้อยปีของที่บ้านเช่นนี้ดีหรือ

ในที่สุด ยามาชิตะตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอจากบริษัทเดินเรือนั้น และสืบทอดธุรกิจครอบครัว โดยเป็นทายาทรุ่นที่ 5 แห่งร้านยามาชิตะ-โทฟุเต็น

ในช่วงแรกยามาชิตะก็ต้องช่วยครอบครัวทำเต้าหู้ทุกวัน ทุกวัน จนเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนเครื่องจักร งานทำเต้าหู้ไม่สนุกเลย เมื่อไม่ถนัดงานผลิต ทางครอบครัวจึงให้เขาไปทำงานขายแทน แต่เขาก็ไม่ชอบอีก ยามาชิตะก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่งทุกวัน ทุกวัน อย่างไร้ชีวิตจิตใจ…

ผ่านมาประมาณ 2 ปี วันหนึ่ง มีลูกค้าผู้สูงอายุท่านหนึ่งมาซื้อเต้าหู้ที่ร้าน และกล่าวกับยามาชิตะว่า

“สมัยก่อนเต้าหู้มันมีรสชาติเนอะ ก่อนสงครามโลกเต้าหู้มีรสชาติหวานและมีสัมผัสของถั่วมากกว่านี้”

ยามาชิตะจึงเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมา เต้าหู้สมัยก่อนเป็นอย่างไร

ในสมัยนั้น ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต เขาพยายามหาข้อมูลจากห้องสมุด แต่ก็ไม่พบวิธีการทำเต้าหู้แบบโบราณ เขาเดินทางไปลองชิมเต้าหู้ร้านต่างๆ แต่ก็ยังไม่พบเต้าหู้ที่มีรสชาติหอมหวานดังที่ผู้สูงอายุท่านนั้นบอก

เขาลองผิดลองถูกทำเต้าหู้อยู่หลายครั้ง จนในที่สุด เขาพบว่า นิการิ (สารที่ทำเต้าหู้แข็ง) จะทำให้เต้าหู้คงรสชาติเดิมไว้ได้

นิการิ เป็นผงแมกนีเซียมคลอไรด์ที่สกัดมาจากน้ำทะเล ช่วยให้เต้าหู้จับตัวกันได้

ในอดีต ร้านเต้าหู้ส่วนใหญ่ใช้ผงนิการินี้ แต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สารจากนิการิถูกนำไปใช้ผสมในอะลูมิเนียม เพื่อใช้เป็นอาวุธและอุปกรณ์ในสงคราม ร้านเต้าหู้ส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนไปใช้แคลเซียมซัลเฟตนับจากนั้น

เต้าหู้ เต้าหู้

ครั้งแรกที่ยามาชิตะลองใช้นิการิ เต้าหู้รสชาติดีมาก แต่ตัวเต้าหู้กลับเหลวเละ หลังจากนั้นทุกวัน เขาทดลองผสมนิการิหลายแบบ จนค้นพบการผสม 2 ครั้ง กล่าวคือ ครั้งแรก ค่อยๆ เทนิการิลงไปและคนน้ำเต้าหู้อย่างรวดเร็ว จากนั้นทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงค่อยผสมนิการิครั้งที่ 2 ความยากของการใช้นิการิคือการกะจังหวะที่จะเทนิการิในแต่ละครั้ง ความเร็วในการคนน้ำเต้าหู้ และปริมาณนิการิที่ใช้

ทั้งๆ ที่ยามาชิตะเคยเกลียดการทำเต้าหู้จับใจ แต่เมื่อได้ทดลองคิดสูตรเต้าหู้ใหม่ เขาก็ค่อยๆ ตกหลุมรักการทำเต้าหู้ขึ้นเรื่อย ๆ

เต้าหู้

www.kamuro.com

ขั้นตอนการทำเต้าหู้มีเพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น

หนึ่ง บดถั่วเหลืองแล้วนำไปต้ม

สอง คั้นน้ำเต้าหู้

สาม ใส่สารที่ทำให้เต้าหู้แข็งตัว (นิการิ)

ยามาชิตะพิถีพิถันกับ 3 ขั้นตอนทุกครั้งที่เขาทำเต้าหู้ และเขาเลือกใช้นิการิจากเกาะอาโอกะชิมะ

ในแต่ละวัน สภาพของเมล็ดถั่วเหลือง ตลอดจนอุณหภูมิ ก็แตกต่างกัน ยามาชิตะก็ปรับวิธีการทำเต้าหู้ของเขาเล็กน้อยเพื่อให้เต้าหู้แต่ละก้อนสำหรับแต่ละวันนั้นออกมาดีที่สุด

เต้าหู้

www.kamuro.com

นอกจากใส่ใจในนิการิแล้ว วัตถุดิบสำคัญของเต้าหู้คือ ถั่วเหลือง

ยามาชิตะทดลองปลูกถั่วเหลืองกว่า 260 พันธุ์เพื่อทดลองว่าพันธุ์ใดเหมาะกับการนำไปทำเต้าหู้บ้าง

แม้แต่การปลูกถั่วเหลืองยามาชิตะก็พิถีพิถัน เขาไม่ใช้ปุ๋ย สารอนินทรีย์ หรือยาฆ่าแมลงใดๆ ทั้งสิ้น เขาปลูกถั่วด้วยวิธีธรรมชาติ ใช้แค่เศษใบไม้และกากเต้าหู้เป็นปุ๋ยเท่านั้น เพื่อให้ถั่วรสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพมากที่สุด

ต้นถั่วเหลือง ต้นถั่วเหลือง

แต่จุดประสงค์ในการปลูกถั่วหลากหลายสายพันธุ์นั้น มิใช่การค้นหาถั่วเหลืองที่นำมาทำเต้าหู้ได้อร่อยที่สุด

“ถั่วเหลืองแต่ละพันธุ์ก็มีเสน่ห์ในแบบของมันเอง

“หน้าที่ของผม ไม่ใช่การหาถั่วเหลืองที่จะทำเต้าหู้ได้อร่อยที่สุด

“แต่เป็นการดึงเสน่ห์ของถั่วเหลืองแต่ละแบบให้ดีที่สุดต่างหาก

ผู้ที่ได้ชิมเต้าหู้ของยามาชิตะนั้นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติหวาน กลมกล่อม มีกลิ่นหอมของถั่วเหลืองอ่อนๆ และทานสดๆ โดยไม่ต้องจิ้มอะไรเลยก็ได้

เต้าหู้

www.kamuro.com

เด็กหนุ่มที่ชื่อยามาชิตะผู้เคยมองว่างานทำเต้าหู้เป็นงานธรรมดาๆ ต้องทำอะไรซ้ำๆ ไม่ต่างกับเครื่องจักรนั้น เมื่อเติบโตขึ้นมา เขากลับรู้สึกหลงใหลในการทำเต้าหู้ และมุ่งมั่นพัฒนาการทำเต้าหู้ให้รสชาติดียิ่งๆ ขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง

คนที่เป็นช่างฝีมือนั้นต้องเป็นคนที่แก้ปัญหาหนึ่งได้ แต่ก็ยังพบสิ่งที่ท้าทายให้แก้ไขอีก มืออาชีพจริงๆ นั้นคือคนที่ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ และสามารถตั้งเป้าหมายต่อไปได้” ยามาชิตะกล่าวทิ้งท้าย

งานทำเต้าหู้ก็เป็นงานคราฟต์ได้ หากเราใส่ใจลงไป

เต้าหู้

ข้อมูลร้าน:   www.kamuro.com
ราคาเต้าหู้: 250-500 เยน (แพงกว่าปรกติประมาณ 2-3 เท่า)

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

เวลาเราซื้อของขวัญให้ใคร เรามักจะซื้อสิ่งที่ตัวเอง (แอบ) อยากได้ให้คนคนนั้น…

เพื่อนคนหนึ่งเคยได้รับกาน้ำชาแก้วใสๆ ยี่ห้อ HARIO จากดิฉัน โดยมีคำอธิบายอันยืดยาวว่ามันใช้ง่าย สวยงาม มินิมอล เทแล้วน้ำชาไม่ค่อยหกเลอะเทอะ ถอดฝาล้างง่าย บลาๆๆ จากผู้ให้อยู่ข้างๆ 

‘HARIO’ เป็นแบรนด์ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่อายุ 100 ปีหมาดๆ เมื่อ ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ทุกท่านคิดว่าบริษัทที่เคยผลิตอุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ จะเติบโตมาหน้าตาเป็นอย่างไรคะ 

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ HARIO แบรนด์ญี่ปุ่นอีกแบรนด์ที่ดิฉันรักค่ะ 

จากอุปกรณ์ห้องแล็บสู่ห้องครัว 

HARIO ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1921 ในช่วงแรกนั้น บริษัทผลิตอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นบีกเกอร์ หรือหลอดแก้วตวงปริมาตร 

อุปกรณ์ของแบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ทั้งทนความร้อน ทนกรด และสารเคมี รวมถึงใช้งานง่าย

หลังจากทำธุรกิจมาได้ 27 ปี ใน ค.ศ. 1948 แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นก็เริ่มนำความเชี่ยวชาญด้านการหลอมแก้ว มาผลิตอุปกรณ์ในห้องครัว เช่น จานแก้ว ชามแก้ว ที่เข้าเตาอบได้ ขวดใส่เครื่องปรุง แก้วตวงวัด 

สำหรับอุปกรณ์ทำกาแฟ HARIO เริ่มเข้ามาผลิตในช่วง ค.ศ. 1957 โดยเริ่มจากเครื่องทำกาแฟ Syphon ทางบริษัทพยายามปรับความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ มาใช้กับอุปกรณ์ทำกาแฟ และค่อยๆ สร้างชื่อเสียงในญี่ปุ่นทีละนิด

สร้างกระแสในอเมริกา จนถึงระดับโลก

ในช่วง ค.ศ. 2004 ธุรกิจได้พัฒนาตัวดริปเปอร์ใหม่ อุปกรณ์ดริปเปอร์เดิมนั้นตัวกระดาษแผ่นกรองจะแนบไปกับดริปเปอร์ ทำให้อากาศไหลเวียนยาก อุปกรณ์รุ่นใหม่ออกแบบให้มีช่องว่างระหว่างกระดาษเล็กน้อย ทำให้มีอากาศผ่านได้ รสกาแฟจะลุ่มลึกขึ้น และเริ่มวางจำหน่ายใน ค.ศ. 2005 

HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory, hario v60
ภาพ : www.hario.com

ในช่วงแรก สินค้าตัวนี้ยังไม่เป็นที่ฮิตในตลาดสักเท่าไร จนเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี ใน ค.ศ. 2010 ไมเคิล ฟิลลิปส์ (Michael Phillips) บาริสต้าชื่อดัง ได้รับรางวัลแชมเปี้ยนระดับโลก หนึ่งในอุปกรณ์ที่เขาใช้ ก็คือ HARIO V60 ทำให้ชื่อของ HARIO และ V60 เริ่มโด่งดังในอเมริกา และไปถึงในระดับโลกในที่สุด

สินค้าดีอยู่แล้ว แค่รอวันที่ใครสักคนจะเห็นคุณค่าและหยิบยกขึ้นมาเล่าเท่านั้นเอง 

วิกฤตที่นำไปสู่การเห็นโอกาสใหม่

ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา ตลาดกาแฟดริปเติบโตเรื่อยมา ทำให้ธุรกิจเองก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่อุปกรณ์ชงกาแฟ ทางแบรนด์ยังคงพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ 

ค.ศ. 2014 HARIO เปิดร้าน HARIO Lampwork Factory จำหน่ายเครื่องประดับแฮนด์เมดจากแก้ว เช่น สร้อยคอ ต่างหู เป็นร้านเล็กๆ ที่เราสามารถมองเห็นช่างกำลังเจียแก้วทีละนิดๆ ตรงหน้าร้าน และเข้าไปเลือกซื้อต่างหูน่ารักๆ ได้ 

สิ่งที่ทำให้ HARIO ตัดสินใจกระโดดเข้ามาในวงการนี้คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โทโฮขุเมื่อ ค.ศ. 2011 ในตอนนั้น ทุกโรงงานต้องประหยัดไฟฟ้า ทำให้ HARIO ไม่สามารถหลอมแก้วในโรงงาน ทางผู้บริหารจึงพยายามคิดว่า มีสินค้าอะไรที่บริษัทผลิตได้ โดยไม่ต้องใช้พลังไฟฟ้าปริมาณมาก

คำตอบจึงนำมาสู่การทำเครื่องประดับ ซึ่งใช้ที่เผาแก้วขนาดเล็ก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้ามาก 

เหตุผลหลักอีกประการคือ HARIO Lampwork Factory จะเป็นสถานที่บ่มเพาะฝีมือช่างทำแก้วไปในตัวด้วย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือในวงการได้เป็นอย่างดี 

ปัจจุบัน มีร้าน HARIO Lampwork Factory ทั้งหมด 4 สาขา ในโตเกียว 3 แห่ง และนาโกย่าอีก 1 แห่ง 

หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นอีก HARIO ก็จะได้อุ่นใจว่ามีธุรกิจบางธุรกิจที่ยังดำเนินต่อไปได้ แม้จะขาดกระแสไฟก็ตาม 

 จากกลิ่นหอมกาแฟ สู่กลิ่นหอมอโรม่า

ใน ค.ศ. 2018 HARIO ออก Product Line ใหม่ ชื่อ HARIO Relaxing เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยด้านการผ่อนคลาย

แล้ว HARIO โยงเข้ากับเครื่องแก้วอย่างไรล่ะ 

อย่างต่างหูแก้วเล็กๆ คู่นี้ ด้านในจะมีช่องเล็กให้หยอดน้ำมันอโรม่าหรือน้ำหอมได้ แค่หันหน้าไปมา ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ผ่อนคลาย 

ความแข็งแกร่งของ Hario(ฮาริโอะ) แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ภาพ : hariosci.thebase.in

หรือแจกันดอกไม้อันนี้ ดูเผินๆ ก็เป็นแค่แจกันแก้วใสธรรมดาๆ แต่บริเวณหลอดแก้วตรงกลาง สามารถถอดมาใส่น้ำมันอโรม่า และแปลงร่างแจกันเป็น Diffuser  

ความแข็งแกร่งของ ฮาริโอะ แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ความแข็งแกร่งของ ฮาริโอะ แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ความแข็งแกร่งของ ฮาริโอะ แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ภาพ : hariosci.thebase.in

สร้อยคอของซีรีส์ Relaxing นี้ ก็มีช่องให้ใส่น้ำมันอโรม่าได้เช่นเดียวกัน

HARIO เริ่มจับเทรนด์ Relaxing นี้ จากการสังเกตเห็นว่า ผู้หญิงทำงานยุคใหม่มีความเครียดสูง และต้องการสินค้าที่เยียวยาหัวใจพวกเธอ เมื่อลองนำ ‘ความผ่อนคลาย’ มาเชื่อมโยงกับ ‘เครื่องแก้ว’ จึงได้ไอเดียผลิตภัณฑ์เก๋ๆ ที่ทั้งสวยงามและมีกลิ่นหอมสดชื่นนั่นเอง  

เปิด HARIO Café 

ใน ค.ศ. 2018 HARIO ตัดสินใจเปิดร้าน HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory อยู่ตรง Nihonbashi แล้ว ทีมงานจึงเสนอว่าควรสร้างคาเฟ่ควบคู่ไปด้วย เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของการชงกาแฟให้ผู้คนได้เข้าใจยิ่งขึ้น 

hario v60
HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory, hario v60
ภาพ : hariocafe-lwf.com/en/ 

ในร้านคาเฟ่นี้ ลูกค้าเข้ามาสั่งชากาแฟขนมทานได้ หรือเข้าเรียนในเวิร์กช็อป เช่น วิธีดริปกาแฟแบบต่างๆ เรียนรู้กลิ่นหอมของใบชา หรือเข้าร่วมอีเวนต์ทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ของ HARIO 

นอกจากนี้ สตาฟของ HARIO ยังคิดอีเวนต์ตามฤดูกาลอีกด้วย เช่น หน้าร้อนก็จะสอนวิธีชงชาแบบเย็น หรือหน้าหนาวก็สอนวิธีทำคาเฟ่ลาเต้อุ่นๆ ละมุนๆ 

ข้อดีสำหรับลูกค้าคือ สามารถทดลองอุปกรณ์ เช่น ดริปเปอร์ กระดาษกรองแบบต่างๆ ได้ แค่มาเข้าเวิร์กช็อป พนักงาน HARIO ก็จะอธิบายและลองชงกาแฟด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน ทำให้ลูกค้าค้นพบอุปกรณ์ที่เหมาะกับรสนิยมของตนเอง โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อสินค้าจริงมาลอง 

สำหรับ HARIO เองนั้น ตัวบริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องแก้วมาตลอด แต่การเปิดร้านกาแฟนี้ จะทำให้แบรนด์ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เก็บข้อมูลหรือสัมภาษณ์ลูกค้าง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ถ่ายทอดจุดเด่นของสินค้าแต่ละชิ้นอย่างถูกต้องได้สะดวกขึ้นนั่นเอง

กล้าลองอะไรใหม่ๆ 

แม้ HARIO จะเป็นบริษัทที่เก่าแก่ แต่ไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จในอดีต ผู้บริหารเปิดรับไอเดียพนักงานเสมอ จริงๆ แล้ว ไอเดียร้านกาแฟเกิดจากการที่พนักงานเห็นว่า บริษัทย้ายมาอยู่อาคารอิฐโบราณสวยๆ ในนิฮงบาชิ น่าจะมีร้านกาแฟเก๋ๆ บ้าง ท่านประธานเห็นว่าน่าสนใจก็เลยลองดู 

ส่วนไอเดียธุรกิจใหม่นั้น บริษัทมีระบบรับฟังความเห็นพนักงานเสมอ ทุกปี HARIO จะจัดประกวดไอเดียธุรกิจใหม่ พนักงานคนใด ระดับใด ก็เสนอไอเดียได้ โดยไอเดียที่ชนะเลิศ​ จะได้รับการนำไปพัฒนาเป็นสินค้าออกมาจำหน่ายจริง 

หนึ่งในสินค้าที่ชนะเลิศการประกวดคือ หม้อดินฝาแก้ว มีพนักงานคนหนึ่งเห็นว่า ปกติตัวหม้อนาเบะจะทำจากดินเผา เวลาปิดฝา มักมองไม่เห็นว่ากำลังต้มอะไรอยู่ แต่หากเปลี่ยนมาใช้เป็นฝาแก้ว ลูกค้าก็น่าจะเห็นตอนที่ข้าวกำลังสุก หรือเห็นว่าอะไรในหม้อกำลังเดือดปุดๆ แล้วหรือยัง เป็นไอเดียที่น่ารักมาก 

HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory
ภาพ : www.bridgine.com

สำหรับบริษัทที่ 100 ปีก่อน เอาแต่ผลิตบีเกอร์วิทยาศาสตร์ ถือว่า HARIO ก็มาไกลทีเดียว 

Lesson Learned

  1. ทำสิ่งที่ถนัด สำหรับ HARIO คือการผลิตเครื่องแก้วเป็นหลักตลอด 100 ปี 
  2. แต่ไม่ทำสินค้าเดิมๆ HARIO มีการออกสินค้าใหม่หลายประเภทเสมอ เช่น เครื่องประดับ แก้วกาแฟ 
  3. เวลาหาไอเดียธุรกิจใหม่ เริ่มจากการสังเกตเทรนด์ แล้วเอาความถนัดตนเองเข้าไปจับ ดังเช่น ธุรกิจ HARIO Relaxing 
  4. หรือเปิดโอกาสให้พนักงานกล้าเสนอไอเดียใหม่ๆ ให้เวทีเขาประกวด ให้เขาได้ฉายแสง 
  5. สร้างวัฒนธรรมของการกล้าออกไอเดีย กล้าพูด กล้าทำ

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load