“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.”

เราพยายามอ่านประโยคที่กำแพงประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาในใจ พร้อมนึกหาเหตุผลที่ทำให้อยากหยิบลิปสติกสีเบอร์กันดีแดงฉ่ำขึ้นมาทันที แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

จนกระทั้ง ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา Co-founder and Executive Creative Director แห่ง SOUR Bangkok (บริษัท เซาเออร์ บางกอก) เจ้าของสถานที่เดินเข้ามาเฉลยความหมายที่ซ่อนในระหว่างบรรทัด

SOUR Bangkok เป็นบริษัทเอเจนซี่โฆษณาน้องใหม่ที่ประกาศจุดยืนในตลาดชัดเจนกว่าใครว่า เป็นเอเจนซี่ที่สนใจและทำเนื้อหาประเด็นเรื่องผู้หญิงโดยเฉพาะ

และไม่ว่าสัดส่วนการครองตลาดที่มีตัวเลขอัตราส่วนประชากรโลกชายและหญิง 1:7 จะมีนัยสำคัญมาเกี่ยวหรือไม่ เรากำลังจะเข้าสู่สังคมสาวโสดจนต้องสนใจตลาดผู้หญิงล้วนหรือเปล่า ความสนุกของเกมวงการโฆษณาที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของสื่อสร้างสรรค์และการเป็นเอเจนซี่น้องใหม่ที่มุ่งเน้นไปตลาดผู้หญิงเป็นอย่างไร

เอเจนซี่เพื่อนหญิงพลังหญิงนี้จะเล่าให้คุณฟัง

คำเตือน โปรดระวังจะหลงเสน่ห์

SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Sweet and SOUR

“ผู้หญิงจะสวยด้วยเก่งด้วยไม่ได้หรอ” ดมิสาฐ์บอกเรา เมื่อเราถามถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ของผู้หญิง

“เราอยู่วงการโฆษณา สัมผัสมาตลอดว่าคนวงการโฆษณามักจะตีความไปที่ Core Idea อย่างความสวยต้องมาจากข้างใน นักแสดงหญิงต้องไม่แต่งหน้า เรารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความหมายของพลังหญิงที่แท้จริง พลังหญิงน่าจะรวมรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เราอยากผลักดันประเด็นความคิดนี้สู่การรับรู้ในสังคมว่าผู้หญิงยุคนี้ทั้งสวยและเก่งได้” ดมิสาฐ์เล่าถึงความตั้งใจเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากทำเอเจนซี่ที่สนใจประเด็นเรื่องผู้หญิง

พอพูดถึง content ผู้หญิง ทุกคนมักจะกระโดดไปนึกถึงเครื่องสำอางอยู่เสมอ

“ทุกคนจะเข้าใจว่า content ของผู้หญิงคือเรื่องความสวยความงาม จะว่าไปเหล่านี้เป็นความเข้าใจผิดของตลาด ซึ่งลูกค้าหลายรายที่เราพบก็ยังคิดแบบนั้น เขามักจะถามเสมอว่าเรารับแต่สินค้าเครื่องสำอางใช่ไหม แต่สำหรับเราคำว่าผู้หญิงมีมุมและมิติต่างๆ ในชีวิตอีกเยอะมากที่เราไม่เคยเล่น เรื่องไลฟ์สไตล์ แรงบันดาลใจ ศิลปะและอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่รอบตัวผู้หญิง เรื่อง knowledge และ how to ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ในวันที่ออฟฟิศเราได้เครื่องต้มกาแฟเป็นของขวัญวันเปิดบริษัท ทีมงานเรามีแต่ผู้หญิงและทุกคนไม่มีใครใช้เครื่องต้มกาแฟนี้เป็นเลย (หัวเราะ) อย่างแรกที่น้องในทีมทำก็คือ เปิด YouTube พิมพ์ชื่อเครื่องและรุ่นก็เจอขั้นตอนการต้ม 1 2 3 4 จะเห็นว่ามีเนื้อหาทำนองนี้อยู่มากมายนะ และวันหนึ่งผู้หญิงบางคนอาจจะลุกขึ้นมาทำอะไรเกี่ยวกับ IT รถยนต์ งานศิลปะ”

ก่อนที่เราจะถามถึงที่มาของชื่อว่าทำไมต้องเปรี้ยวจี๊ดมะนาวจริงด้วย “เราชอบคำว่า sour ก่อนหน้านี้เราเคยดูมิวสิกวิดีโอของญี่ปุ่น จำชื่อวงและเพลงไม่ได้ แต่จำความรู้สึกได้ว่าเท่มาก ในวันที่ทำบริษัทของตัวเองเราก็นึกถึงคำที่เป็นรสชาติของผู้หญิงซึ่งมีหลายรสชาติ แค่รสหวานกับเผ็ดคงไม่พอ ต้องเติมรสเปรี้ยวลงไปด้วย รสชาติก็จะกลมกล่อมขึ้น”

So tell me what you want, what you really really want

คนที่ทำงานเอเจนซี่โฆษณามามากกว่า 10 ปีกับการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

“เราทำงานอยู่เอเจนซี่มาสิบกว่าปี และพบทุกที่มีปัญหาแตกต่างกันไป ดังนั้นในวันที่เริ่มต้นจริงๆ เราก็คิดว่าเราควรจะหยุดบ่น เราควรจะ stop complaining แล้วมา start doing นั่นคือ เมื่อไม่ชอบหลักการของที่นี่แล้วย้ายไปที่นั่นแบบแต่ก่อนมันไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาแล้ว ในเมื่อเราไม่เชื่อในที่นั่นเราก็ทำในทางที่เราเชื่อไปเลยสิ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากทำเอเจนซี่ของตัวเอง ตอนแรกตั้งใจจะทำเล็กๆ เริ่มจากมองหาจุดขายว่าในตลาดยังไม่มีอะไร ซึ่งพอดีกับช่วงหลังเราได้ทำงานและแคมเปญเกี่ยวกับผู้หญิง เราก็เริ่มรู้สึกอิน จึงตัดสินใจวาง positioning ของแบรนด์ให้เป็นเอเจนซี่ที่โฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง

“พอมีเพื่อนๆ ในวงการเริ่มรู้ว่าเราคิดทำอะไรก็เริ่มมีคนติดต่อมาขอร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ ซึ่งเราตัดสินใจร่วมงานกับ CJ Worx เหตุผลข้อแรกก็คือ CJ Worx เป็น Independent Agency อย่างแท้จริง เราอยู่กับ network มาตลอดชีวิตก็พบว่ามีข้อดีข้อเสียที่ทำให้เราอยากลองดูว่าถ้าการทำงานแบบใหม่นี้ไม่ขึ้นตรงกับ network หรือ KPI และเป็น Independent Agency ก็น่าจะอิสระมากกว่า เหตุผลขอที่สองคือ เราเองโตมาจากงานครีเอทีฟล้วนๆ อะไรที่เราไม่ถนัด CJ Worx ช่วยสนับสนุนเต็มที่ทั้งเรื่ององค์ความรู้ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อ สนับสนุนให้เราลองทำสิ่งใหม่ๆ หรือแม้แต่เรื่องการ setup ระบบบริษัทด้วย”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

By women, for women

“ข้อดีของการกำหนด positioning ชัดเจน คือคนที่เข้ามาร่วมงานไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือน้องในทีม เขาจะพอรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำอย่างไร เขาอยากได้อะไร เขามีความเห็นในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเราแทบจะไม่ต้องใช้เวลาอธิบายความตั้งใจ และไม่น่าเชื่อว่าตลาดนี้กว้างกว่าที่เคยคิดมาก

“ตอนเริ่มต้นทำบริษัทมีแค่ 2 – 3 คนที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ ส่วนใหญ่จะทักถามว่าตีกรอบ positioning ไปที่ผู้หญิงจะแคบไปไหม ผู้หญิงในที่นี้หมายถึงกลุ่มผู้ชมหรือเปล่า โลกปัจจุบันมีความหลากหลายทางเพศทำไมเราคิดถึงแค่ผู้หญิง ซึ่งในความจริงเราไม่ได้มองว่าผู้หญิงหมายความถึงเพศหญิงอย่างเดียวนะ แต่มีมุมมองหรือมิติที่มากมายกว่านั้น ทั้งในแง่เพศสภาพ จิตใจ อายุ ซึ่งหมายรวมถึงพฤติกรรมของเขา เช่น สินค้าที่เป็นแบรนด์รถยนต์ทุกคนก็จะคิดถึงผู้ชาย แต่แทบไม่เคยมีใครรู้เลยว่าจากข้อมูลสถิติมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาผู้หญิงออกรถเยอะกว่าผู้ชายเสียอีก เพราะฉะนั้น ผู้หญิงเป็นเจ้าของรถเยอะและปัญหาคือผู้หญิงดูแลรถไม่เป็น เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าพฤติกรรมก็เป็นตัวกำหนดแบรนด์นะ ไม่ได้หมายความว่าคำว่า ผู้หญิง เท่ากับผู้หญิง แต่มีเรื่องของพฤติกรรมที่สามารถนำมาทำแคมเปญก็ได้”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

STRONG!

“ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายมากเพราะว่ามี Independent Agency เปิดใหม่เยอะมาก และเอเจนซี่แต่ละที่ก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแตกต่างกันไป บางเจ้า one-stop service เป็นทั้งครีเอทีฟเป็นทั้งโปรดักชัน บางเจ้าก็มีเครือข่ายสนับสนุนจากเอเจนซี่ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ท้าทายคือลูกค้าก็จะมีตัวเลือกมากมาย และในกรณีที่ลูกค้ายังไม่เชื่อเรื่องตลาดผู้หญิงมากนัก เขาก็มอบโจทย์ให้ลองเสนอแผนงานเรื่องความเป็นผู้หญิงที่เชื่อมกับสินค้า จะเห็นว่าลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ค่อนข้างเปิดโอกาสให้พวกเรา”

ดมิสาฐ์เล่าให้เราฟังว่าอีกหนึ่งความท้าทายของเอเจนซี่ยุคใหม่นี้ก็คือการดึงคนรุ่นใหม่ที่เก่งๆ ให้ทำงานอยู่กับองค์กรได้ตลอด “คิดว่าในหลายๆ บริษัทน่าจะเจอเหมือนกันหมดนะ เด็กรุ่นใหม่มักจะอยากจะเป็นฟรีแลนซ์เพราะคิดว่ามีอิสระด้านเวลาและรายได้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่บริษัทใหม่ๆ จะสามารถรั้งคนเก่งให้ทำงานอยู่กับเขาไปได้ตลอด แต่จากการทำงานกับน้องๆ ในทีมของเรา เราพบว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่เขาอยากอยู่กับเรา ก็คือการมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทุกคนที่มาทำงานกับเราต่างรู้ตัวเองว่าอยากได้งานที่ดี มีความมุ่งมั่นในแบบเดียวกัน เฉลิมฉลองด้วยกันเวลาที่ลูกค้าซื้อไอเดียแบบที่เราอยากทำ เราจึงคิดว่าความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยู่กับเรา”

นอกจากจะเป็นเอเจนซี่ที่มีโจทย์ชัดเจนเรื่องแคมเปญสำหรับผู้หญิงแล้ว ในด้านการทำงานกับทีมที่มีแต่ผู้หญิง เราสงสัยว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกับเอเจนซี่ทั่วไปบ้างหรือไม่

“เรื่องการทำงานคงไม่เปลี่ยนไปจากเอเจนซี่แบบเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องที่แตกต่างชัดเจนคงเป็นเรื่องการมีอยู่ของกระจกเงากลางออฟฟิศ (หัวเราะ) จริงๆ เราทำงานกับผู้หญิงมาบ้างอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ชัดเจนเมื่อเทียบการทำงานระหว่างชายและหญิงคือเรื่องความละเอียด ทั้งการคิดที่รอบด้านและรายละเอียดเล็กๆ ที่บางทีเราลืมไป ถ้าใครอยู่ในสายงานนี้แล้วเคยทำงานกับคนตัดหนังหรือคนทำสีในหนังที่เป็นผู้หญิงจะเห็นว่างานละเอียดกว่านะ”

SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Give me a SOUR, hit me baby one more time

แม้ SOUR Bangkok จะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็มีผลงานเปรี้ยวแซ่บสมชื่อให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ เราจึงขอให้ดมิสาฐ์เล่ากระบวนการคิดงานที่แปลกและสร้างสรรค์ที่สุดตั้งแต่เคยทำมา หนึ่งในนั้นก็คืองานไวรัล ใครซื้อเต่าให้

จากวันที่ได้รับฟังเรื่องราวของแบรนด์เครื่องหนัง Viera by Ragazze ดมิสาฐ์รู้สึกถึงความพิเศษในเรื่องราวที่เกี่ยวกับเครื่องหนังซึ่งลูกค้าของแบรนด์มักมองหาแต่สิ่งเนี้ยบๆ ไม่ค่อยรู้ว่าเครื่องหนังต้องใช้ให้เกิดร่องรอยแล้วจะยิ่งสวย ทาง SOUR Bangkok จึงเสนอคอนเซปต์ Craft by Life ร่องรอยความสวยงามที่แตกต่างจากการใช้งานที่แตกต่างกัน ผลก็คือลูกค้าชอบมาก โดยตอนแรกทีมงานตั้งใจจะทำหนังสั้นเล่าร้อยเรียงเรื่องราว แต่ในขณะที่กำลังพรีเซนต์เพื่อเตรียมถ่ายทำจริงอยู่นั้นลูกค้าก็บรีฟเพิ่มเติมว่า “ขอหนังที่ดูไม่รู้เรื่องได้ไหม อันนี้มันรู้เรื่องเกินไป”

“ฟังแล้วท้าทายมากเลย (หัวเราะ) เพราะเราทำการสื่อสารซึ่งก็ต้องให้คนรู้เรื่อง สุดท้ายจึงกลายมาเป็น Fashion Film ที่อยู่ตรงกลางระหว่างการเล่าเรื่องแบบไม่รู้เรื่องและนำเสนอสินค้า ซึ่งก็ทำให้คนดูเข้าใจว่าคอนเซปต์คืออะไร และพอดีกับการรีแบรนด์ครั้งนี้ลูกค้าเปลี่ยนโลโก้เป็นรูปเต่า ในวินาทีสุดท้ายมากๆ ลูกค้าถามว่า ‘ใส่เต่าลงไปในหนังด้วยได้ไหม’ เราก็คิดว่าไหนๆ หนังก็มาทางนี้แล้ว ก็ให้ผู้หญิงสักคนในเรื่องเลี้ยงเต่าเลยแล้วกัน จึงเกิดเป็นเรื่องราวชีวิตหลายๆ คู่ในนั้นหนังสั้นเรื่องนี้ สุดท้ายหนังไม่ได้เฉลยนะว่าใครซื้อเต่าให้ใคร เลยเกิดเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ มันไม่รู้เรื่องแต่มันโอเค เป็นงานที่แปลกสุดที่เคยทำเพราะลูกค้าบรีฟได้เซอร์เรียลมากๆ”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok

Wonder Women x Women

และแม้จะเป็นเอเจนซี่ที่น้องใหม่ เมื่อถามถึงบทเรียนสำคัญของการทำธุรกิจนี้ ดมิสาฐ์ก็ชวนเรามองเห็นความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์และการทำงานอย่างตั้งใจ

“มีแบรนด์เกิดใหม่ทุกวัน พอใครมีไอเดียอะไรก็ลุกขึ้นมาทำแบรนด์ จากบทเรียนที่ผ่านมาเราพบว่าการสร้างแบรนด์ๆ หนึ่งให้โดดเด่นออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลูกค้าเองก็มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น และถ้าสังเกตพฤติกรรมการรับสื่อปัจจุบันจะเห็นว่าในแต่ละวันคนเรารับเนื้อหาสุดทางมาก บางวันก็รุนแรงสุดๆ เศร้าหมองจากคดีฆ่าหั่นศพ และบางวันก็ชวนกันไปฮิตขนมหวานน้ำแข็งไส มันหลากหลายมากและสุดทางจนทำให้คนเราด้านชา เราจึงเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกงานที่ทำเราตั้งใจให้มีไอเดียที่แข็งแรงเป็นหลักเพื่อให้งานนั้นๆ ทำงานกับความรู้สึกของคน ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องยากและท้าทายเราและตลาดไม่น้อย” ได้ยินแบบนี้ก็ทำให้ไฟในการทำงานของเราลุกโชนขึ้นไม่น้อย ก่อนจะฝากคำแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจจากความรัก

“ ‘ความรักกับการทำธุรกิจ’ สำหรับเราแล้วคนละเรื่องกันนะ รักอย่างเดียวบางทีก็ไปไม่รอด มันต้องมีทักษะด้านอื่นๆ ด้วย อย่างเราโตมาจากสายงานครีเอทีฟที่ทั้งชีวิตไม่เคยต้องบริหาร วันหนึ่งต้องมา run ธุรกิจทั้งหมด เป็นทั้งเจ้านาย เป็นทั้งลูกน้อง ต้องโน้มน้าวคน แม้กระทั่งทำออฟฟิศก็ต้องคุยกับช่าง รายละเอียดที่ต้องติดต่อประสานคนมันเยอะมากๆ ดังนั้นความรักอย่างเดียวจึงไม่พอ ปกติเราก็แค่คิดงาน พรีเซนต์งานลูกค้า ขายผ่าน ก็คือจบแล้ว แต่มันยังมีงานหลังบ้านอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการบริหารและเรื่องแหล่งเงินทุนซึ่งจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วย เรื่องความรักในสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ดีแต่ว่าต้องรู้จักหาคนที่จะดำเนินธุรกิจไปรอดได้ และโชคดีที่เราโตมากับพ่อและแม่ที่ทำกิจการเราก็เลยพอเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการอยู่บ้าง”

บทความนี้เรียบเรียงไปพร้อมๆ กับลองยาทาเล็บสีพีชสลับกากเพชรสีเขียวเทอควอยซ์

“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.” เรากลับขึ้นไปมองประโยคในบรรทัดแรกอีกครั้งก่อนขยิบตาข้างขวา แล้วแกล้งเปิดฝาแยมสตรอว์เบอร์รี่ Super Manly Man ที่ SOUR Bangkok ฝากมาให้ลองชิมไม่ออก

ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา
 ภาพ: SOUR Bangkok

The Rules

  1. ใช้ความเป็นผู้หญิงให้เป็นประโยชน์: ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจได้มาด้วยการบังคับ เราได้สิ่งที่เราต้องการมาด้วยการอ้อน
  2. ใช้ความอิจฉาจุดประกายเรา: อยู่ในวงการครีเอทีฟมันต้องมี passion เช่น CJ Worx ได้กรังด์ปรีซ์ เราจะยอมแพ้ไม่ได้ เราต้องทำงานให้ดียิ่งขึ้นไป จุดประกายให้เราอยากคิดงานดีๆ ออกมาทุกวัน
  3. คิดถึงคนอื่นเสมอ: พี่ต่อ (ธนญชัย ศรศรีวิชัย) สอนเสมอว่าทำงานให้คิดถึงคนอื่น คิดถึงลูกค้าด้วยว่าเขาจะขายของได้ไหม อย่าคิดถึงแต่ทำงานเอารางวัลเพียงอย่างเดียว

 

SOUR Bangkok

Website: www.sourbangkok.com
Facebook: SOUR Bangkok

 

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

สารภาพตามตรงว่านอกจากลายผ้าและสีสันที่เข้ากันดีกับผู้สวมใส่ เราไม่อาจแยกรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าสวยงามตรงหน้าได้ในเพียงพริบตาเดียว

ทรงที่รับกันพอดีของไหล่ อก เอว ช่วงแขน ความยาวของชายเสื้อ กระเป๋าข้างลำตัว กระดุม และอื่นๆ บ่งบอกว่าผู้สวมใส่มีรสนิยม ความชอบ ความสนใจ และไลฟ์สไตล์ แบบไหน รายละเอียดที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยช่วยสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสริมบุคลิกและความมั่นใจ

เราจึงได้แต่คิดและก็สงสัยว่าการทำงานเบื้องหลังของคนที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดต่างๆ การออกแบบและตัดเย็บที่คิดถึงการกลบข้อด้อยและส่งเสริมข้อดีของผู้สวมใส่นั้นจะเป็นอย่างไร

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

ในยุคที่ร้านสูทตัดเฉพาะเกิดขึ้นมากมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เป็นตัวของตัวเองกันมากขึ้น เราสนใจวิธีคิดของ เจย์-จิรัฏฐ์ วีรวัชร์ภูวกุล เจ้าของแบรนด์และไดเรกเตอร์ผู้ดูแลทุกส่วนของ Azzurro (อัซซูโร่) ร้านตัดสูทคุณภาพสูงของอดีตวิศวกรไฟฟ้าที่มารับช่วงต่อกิจการร้านสูทของครอบครัวด้วยการสืบทอดศาสตร์การตัดเย็บจากอิตาลี ซึ่งมีหน้าร้านตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าอโศกและสุขุมวิทซอย 18

มาฟังแนวคิดและความตั้งใจที่จะรักษาคุณค่างานฝีมือเก่าแก่ ด้วยการสร้างสรรค์สูทตัวเก่งที่ตัดเย็บเฉพาะบุคคลในแบบฉบับ Master Craftsmanship ของ Azzurro แล้วคิดภาพตามไปด้วยว่าหากต้องมีสูทตัวเก่งสักตัว จะอยากให้ออกมาเป็นสูทที่มีหน้าตาแบบไหน

 

สุภาพบุรุษในชุดสูท

Azzurro (อัซซูโร่) เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า สีฟ้า

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ชายแบบ Azzurro จึงมักทำให้คนรอบตัวรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ภายใต้ท่าทีสุขุมของ Azzurro มีความลับที่ทำให้ลูกค้านักธุรกิจและบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลายประเทศในโลกแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

ต้องขออภัยล่วงหน้าที่เนื้อหาบางส่วนอาจจะเป็นความลับทางการค้า เราจึงเปิดเผยได้แค่บางส่วน

ความลับสำคัญของสูทจาก Azzurro คือ ผ้าหางม้าทอชนิดต่างๆ ที่ช่างฝีมือเลือกใช้ประกอบกันอยู่ด้านในของเสื้อสูทระหว่างผ้าชั้นนอกและผ้าซับใน ตรงบริเวณช่วงหน้าอกและปกเสื้อ และเมื่อรวมกับความชำนาญพิเศษของช่างฝีมือในการเย็บขึ้นรูปหรือการใช้มือรองไว้ให้เป็นทรงขณะที่เย็บ ทำให้ส่วนอกของเสื้อสูทดูมีมิติ ซึ่งเป็นวิธีการทำสูทแบบดั้งเดิมของอิตาลีที่ถ่ายทอดกันเฉพาะในกลุ่มห้องเสื้อชั้นนำ และต้องเป็นช่างที่มีประสบการณ์สูงระดับ IL MAESTRO หรือ The Master ในภาษาอังกฤษ เท่านั้น

ขณะที่หัวใจสำคัญของปกเสื้อคือ การทำให้เสื้อมีชีวิต หรือที่ภาษาช่างเย็บจะเรียกว่า การทำให้ปกไม่ตาย หรือปกเสื้อดูสปริงตัว ทั้งหมดนี้จะเสริมให้บริเวณช่วงลำตัวและหลังโค้งรับพอดีกับรูปร่างผู้สวมใส่ ราวกับเป็น Second Skin หรือผิวหนังอีกชั้น ที่ไม่เล็กหรือโคร่งเกินไป และให้น้ำหนักที่เบากว่า

ในกระบวนการตัดเย็บเฉพาะด้วยมือประกอบด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือเป็นสำคัญ ช่างฝีมือ 1 คนจะรับผิดชอบทำเสื้อสูท 1 ตัว ขณะที่ส่วนแขนจะแยกทำโดยช่างแขนโดยเฉพาะ เพราะอาศัยความชำนาญที่ต่างกัน

ฟังขั้นตอนที่ซับซ้อนนี้แล้ว เราก็พอจะนึกภาพตามออกว่าการตัดเย็บลักษณะนี้หายากขึ้นทุกวันๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือแม้แต่อิตาลี คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ดีไซเนอร์และแฟชั่นไอคอนคนดังของยุคยังเคยกล่าวว่า “ช่างฝีมือถือเป็นสมบัติของชาติ”

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

เรียบร้อยโรงเรียนอิตาลี

เดิมที วิธีการทำสูทแบบดั้งเดิมของอิตาลีเป็นเทคนิคชั้นสูงที่ถ่ายทอดกันเฉพาะกลุ่มช่างฝีมือของห้องเสื้อชั้นนำในอิตาลีเท่านั้น

เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือในอนาคต อิตาลีจึงก่อตั้ง L’Accademai Nazionale dei Sartori โรงเรียนสอนตัดสูทของสมาคมช่างตัดเสื้ออิตาลีขึ้นที่โรม เพื่อสร้างช่างฝีมือรุ่นใหม่ และด้วยสายสัมพันธ์อันดีระหว่างร้านสูทของครอบครัวกับร้านตัดเย็บสูทเก่าแก่ในอิตาลีมากมาย ครอบครัวจึงส่งน้องสาวของเจย์ ซึ่งขณะนั้นกำลังเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่ Istituto Marangoni ในมิลาน ไปเรียนที่นั่น เป็นคนไทยคนแรกและเป็นร้านสูทจากไทยเจ้าเดียวที่มีโอกาสเรียนรู้กระบวนการทำสูทแบบอิตาเลียนอย่างจริงจัง ก่อนที่เจย์จะตามไปเรียนหลักสูตรสั้นๆ ในเวลาต่อมา

“คนอิตาลีเขาก็ไม่อยากให้เราเรียน เพราะเป็นความลับของชาติ เราจึงมีสัญญาใจว่าจะไม่เผยแพร่สิ่งที่ได้เรียนรู้แก่คนนอกร้าน” เจย์เล่า

นอกจากเทคนิคการตัดเย็บขั้นสูงแล้ว สิ่งที่เจย์และน้องสาวเรียนรู้จากอิตาลีคือ ทัศนคติเรื่องความรักต่องานที่ทำ

“สมมติเรากำลังลองตัวให้ลูกค้า ลูกค้าอาจจะมองไม่เห็นว่ามีตรงไหนที่ไม่สวย แต่ช่างอิตาเลียนจะมองเห็นและแก้ไขมันทันทีโดยที่ไม่ต้องร้องขอ เพราะต้องการให้เสื้อตัวนี้สวยแบบ 100% เขามองสิ่งที่ทำเป็นงานศิลปะชิ้นเยี่ยมที่ตั้งใจทำมันอย่างดีในทุกครั้ง” คำบอกเล่าของเจย์ทำให้เราหันมาคิดถึงงานที่ทำอยู่

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

Tailor-made Suits

ทุกวันนี้ การตัดสูทไม่ใช่เรื่องของคนมีอายุเท่านั้น แม้แต่คนอิตาลีเองพอเริ่มทำงาน มีเงินเก็บ ก็จะเริ่มอยากมีสูทเป็นของตัวเองสักชุด เพราะใส่แล้วมั่นใจกว่า ขณะที่ลูกค้าคนไทยจะเลือกตัดสูทจากโอกาสและงานสำคัญ

นอกจากความไว้วางใจในกรรมวิธีการตัดเย็บ คุณภาพของผ้าที่ทางร้านใช้ก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่คนรักสูทให้การยอมรับ โดยเฉพาะแบรนด์จากอิตาลีและอังกฤษ เช่น Loro Piana ของอิตาลี และ Holland & Sherry ของอังกฤษ ซึ่งข้อดีของผ้าจากอิตาลีคือตัดออกมาแล้วเข้ารูปสวยงาม ขณะที่ผ้าจากอังกฤษจะทนทานกว่า เพราะขั้นตอนการผลิตผ้านั้นคำนึงถึงการทนต่อสภาพอากาศเป็นสำคัญ

“ส่วนตัวแล้วผมชอบผ้าของ Loro Piana ที่สุด และกว่าจะได้ผ้าแบรนด์นี้มาที่ร้าน ทางอิตาลีต้องเข้ามาตรวจว่าช่างฝีมือของเราเย็บผ้าเขาได้มั้ย เขาถึงส่งตัวอย่างผ้ามาให้ร้านเรา” เจย์เล่าพร้อมเปิดตัวอย่างผ้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ทำให้ตาของเราลุกวาวตาม

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

“นอกจากเหตุผลเรื่องโอกาสในการใช้งาน ทำไมเราควรจะต้องมีสูทตัวเก่งที่ตัดเฉพาะเราสักตัว” เราถาม

“สูทคุณภาพดี 1 ตัวสามารถใช้งานได้ 5 – 10 ปี แม้มีราคาสูง แต่เมื่อหารราคาต่อครั้งที่ใช้ ผมว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับราคาเสื้อผ้าสำเร็จ เพราะคุณจะเลือกหยิบมาใช้บ่อย ขณะที่เสื้อผ้าที่ซื้อมาแล้วไม่ชอบใส่ต้องเก็บไว้ในตู้ ต่อให้ราคาถูก ผมก็มองเป็นเสื้อราคาแพงอยู่ดี ผมมองเรื่องนี้เป็นความคุ้มค่ามากกว่า

“หน้าที่เราคือทำเสื้อตัวเก่งให้ลูกค้า ไม่ใช่แค่สวยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเสื้อที่เราจะหยิบมาใส่ทุกครั้ง บางทีเขาอาจจะไม่ได้เข้าใจกรรมวิธีการตัดเย็บต่างๆ อย่างลึกซึ้งว่าเป็นอย่างไร แต่เขาใส่แล้วสวยและมั่นใจเท่านั้นพอ” เจย์เล่าความตั้งใจของแบรนด์ Azzurro

กระบวนการของ Azzurro ในการออกแบบเสื้อสูทตัวเก่งนั้นแสนเรียบง่าย เจย์ผู้รับหน้าที่หลักในการแปลงสารสำคัญผ่านบทสทนาอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างวัดตัว ลองตัว ชวนพูดคุยเรื่องทั่วไป จนทำให้เจย์ค่อยๆ ทำความเข้าใจตัวตนและไลฟ์สไตล์ส่วนบุคคลนั้น ทั้งจากแนวเพลงที่ฟัง อาหารที่ชอบ การเดินทางครั้งล่าสุด งานอดิเรก ครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มเพื่อนที่สนิท

“นอกจากการพูดคุยจะทำให้เรารู้จักและเข้าใจตัวตนของเขาแล้ว ก็ยังทำให้เขาเริ่มรู้สึกถึงสิ่งที่ต้องการ ตอนแรกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เราก็จะค่อยๆ เสนอแนวทางที่เหมาะสม เช่น ผู้ใหญ่มักจะเข้าใจว่ากางเกงตัวเล็กทำให้รู้สึกอึดอัด เราก็ค่อยๆ อธิบายว่าต่อให้แบบทรงจะดูแนบติดตัวแค่ไหน แต่ผ้าที่ดีจะช่วยทำให้รู้สึกสบาย หัวใจสำคัญของ Azzurro คือการทำเสื้อตัวเก่งให้เขา เสื้อแบบไหนที่จะแสดงตัวตนของเขาออกมา ไม่ใช่เสื้อทั่วไป แต่เป็นเสื้อของเขาจริงๆ” เจย์เล่า

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

Story-tailor (made)

“การตัดสูท สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าสูทที่ดีเป็นยังไง เขาก็ไม่รู้ว่าเสื้อที่ได้มาดีหรือไม่ดี มันเหมือนการกินอาหาร ถ้ายังไม่เจอจานที่อร่อยจริงๆ เขาก็จะคิดว่าจานตรงหน้าอร่อยแล้ว แต่ถ้าได้ลองอาหารที่อร่อยกว่านั้นจริงๆ เขาก็จะรู้” เจย์เล่าเปรียบเทียบ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจและหลงใหลการตัดเสื้อสูทที่ทำขึ้นเฉพาะบุคคล

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

สิ่งที่น่าสนใจของตลาดและการทำแบรนด์ร้านสูท Azzurro ก็คือ การแนะนำต่อๆ กันของลูกค้าเดิมเป็นสำคัญ ซึ่งเจย์เล่าว่าเขาเคยลองทำการตลาดด้วยการโฆษณาในนิตยสารหรือใช้โซเชียลมีเดียแล้ว จึงได้รู้ว่าเป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับแบรนด์เท่าไหร่ เพราะความคาดหวังที่มีของกลุ่มคนที่สื่อสารแตกต่างกัน เช่น งบประมาณของสูท หรือความเข้าใจในคุณค่าของการตัดเย็บอย่างมีคุณภาพ

“ธรรมชาติของผู้ชายซึ่งเชื่อในสิ่งที่เพื่อนแนะนำต่อๆ กันมาเป็นข้อได้เปรียบของธุรกิจนี้หรือเปล่า” เราถาม

แม้การแนะนำบอกต่อระหว่างเพื่อนจะดูเป็นข้อดี เจย์บอกว่าจริงๆ แล้วมีข้อเสียที่คนอาจจะคิดไม่ถึง นั่นคือ ถ้าหากแบรนด์นั้นๆ ทำงานพลาดจนเปิดความรู้สึกที่ไม่ดี ก็จะเป็นที่พูดถึงต่อๆ กันเร็วและไปไกลมาก

“ในกลุ่มเพื่อนกัน สมมติถ้ามีคนหนึ่งที่ Geek เรื่องสูทมาก เป็นกูรูเรื่องแต่งตัว ถ้าอยากตัดสูทต้องถามคนนี้ ซึ่งถ้าเขาเจอประสบการณ์ไม่ดีก็จะไม่แนะนำให้กัน” เจย์เล่า

นอกจากการรับงานสั่งตัดที่หน้าร้านแล้ว Azzurro ยังมีบริการ Trunk Show หรือนัดหมายพิเศษเพื่อวัดตัว เลือกตัวอย่างผ้าเตรียมตัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีแผนจะเดินทางมาประเทศไทย เป็นการลดขั้นตอนให้ลูกค้าสามารถลองเสื้อทันทีที่เมื่อถึงกำหนดเดินทางมากรุงเทพฯ

“มีลูกค้าจากต่างประเทศขอให้ผมบินไปวัดตัวเขาและเพื่อนๆ 50 คน นั่นแปลว่าถ้าทุกคนสั่งเสื้อคนละ 2 ตัว เราจะต้องทำเสื้อร้อยตัวในเวลา 3 เดือน ซึ่งเราจำเป็นต้องปฏิเสธเพราะเราอยากทำงานทุกชิ้นอย่างดีที่สุดในจำนวนที่เรารับได้ เราคิดว่าสิ่งที่ท้าทาย Azzurro คือการเพิ่มช่างฝีมือมากกว่าที่จะสนใจยอดขาย เมื่อเราทำงานอย่างตั้งใจจริง การขายก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพราะมีคนที่ต้องการสูทที่ตัดเฉพาะ เพียงแต่เราไม่สามารถรับงานในปริมาณที่มากกว่าจำนวนที่เราทำได้” เจย์อธิบายเหตุผลของการทำธุรกิจอย่างพอประมาณ

 

Master Craftsmanship

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Azzurro เป็นที่ยอมรับจากลูกค้าในไทยและต่างประเทศจนกลับมาใช้บริการอยู่เสมอคือ การไม่ประนีประนอมต่อคุณภาพ ซึ่งมาจากทัศนคติหรือชุดความคิดเดียวกันของทีมงานทุกคนที่จะไม่ยอมปล่อยผ่านให้งานที่ไม่ได้มาตรฐานไปถึงมือลูกค้า โดยมีที่มาจากความรู้สึกรักในงานที่ทำ ภูมิใจเมื่อลูกค้าเลือกใส่ชุดของเราในงานสำคัญ รวมถึงการยอมเปิดรับอะไรใหม่ๆ พร้อมที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

“ที่นี่ เราจะเชิญช่างจากอิตาลีเข้ามาสอนที่ร้านอยู่เสมอ จริงๆ ไม่เชิงสอน แต่คือการตรวจทานสิ่งที่เคยสอนไป นอกจากช่างฝีมือเก่าแก่ของเราจะได้โอกาสเรียนรู้แล้ว หากช่างใหม่ที่ร้านอยากมีโอกาสเข้าเรียนก็ต้องพยายามพัฒนาและพิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถเพียงพอ” เจย์เล่าบรรยากาศการเรียนรู้ภายใน ก่อนจะเสริมว่าที่ Azzurro มีช่างฝีมืออายุต่ำสุด 55 ปี สูงสุด 70 ปี ขณะที่ช่างฝึกหัดอายุน้อยที่สุดมีอายุ 35 ปี และทั้งๆ ที่อายุมากแล้ว แต่ด้วยความชำนาญทำให้สามารถร้อยด้ายเข้ารูเข็มเล็กๆ ภายในครั้งเดียว

“เมื่อทำในสิ่งที่ให้ความสุขแก่คนอื่น คุณจะได้รับมากกว่าธุรกิจ คุณจะได้เพื่อน คุณจะได้พลังกลับมาเพื่อดำเนินชีวิตของคุณต่อ” เจย์เล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำแบรนด์ Azzurro

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

“ผมเคยถามเพื่อนที่เป็นนักธุรกิจว่าเขาสามารถตัดสูทที่ไหนก็ได้ในโลก ทำไมถึงเลือก Azzurro และแนะนำเพื่อนๆ ให้มาตัดที่นี่อยู่เสมอ เขาตอบผมว่าการตัดสูทที่ร้านอื่นเขาได้เสื้อสูท แต่การมาตัดที่นี่ เขาเหมือนได้มาเจอเพื่อน ที่สำคัญ เพราะว่าเราไม่ประนีประนอมเรื่องคุณภาพ เขาจึงกล้าแนะนำเพื่อนมา เพราะเขารู้ว่าเขาไม่เสียแน่นอน” เจย์กล่าว ก่อนจะทิ้งท้ายคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจจากความรัก

“ผมว่าแพสชันมันมีวันหมดอายุนะ ถ้าคุณไม่ตั้งใจต่อสิ่งนั้นอย่างต่อเนื่อง และการมีแพสชันอย่างเดียวนั้นไม่พอ เพราะถึงวันหนึ่งที่คุณพบว่าไม่มีใครชอบงานคุณเลยจริงๆ มันจะอยู่ไม่ได้ หัวใจของการทำแบรนด์คือการปักเสาเข็มที่แข็งแรงและลึกเพียงพอ คุณต้องมีความรู้และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำจริงๆ อยากเป็นดีไซเนอร์อย่างน้อยๆ ก็ต้องรู้ว่าจะตัดเย็บเสื้อผ้าหรือทำแพตเทิร์นอย่างไร ไม่ใช่ออกแบบแล้วส่งให้ช่างฝีมือเย็บต่อ คุณต้องลงไปทำมันเอง

“ที่ Azzurro มาได้ถึงวันนี้เพราะกิริยาตอบรับจากลูกค้าในทุกครั้งที่เขามารับเสื้อ ซึ่งช่วยเติมพลังงานให้เรา แม้จะเป็นประกายเล็กๆ แต่เมื่อเติมเข้าทุกๆ วันก็ทำให้ร้านเราดำเนินอยู่ได้ ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยนะ อยากตื่นมาทำงานทุกวัน”

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

จากวิธีคิดแบบ Master Craftsmanship ของช่างฝีมือชาวอิตาเลียนอย่างการสร้างสัดส่วนที่เหมาะสมกับผู้สวมใส่ การเข้าใจรูปร่างของคนที่อาจจะไม่ได้เหมือนกัน การออกแบบและตัดเย็บที่กลบข้อด้อยและส่งเสริมข้อดีของเขา

ไม่เพียงส่งเสริมบุคลิกภาพ สูทที่ดียังสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ออกมาผ่านรายละเอียดที่ออกแบบพิเศษแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเฉพาะตัวไม่มีใครเหมือน เป็นความอิ่มเอมที่เกิดขึ้นทั้งเจ้าของเสื้อตัวเก่งและช่างฝีมือผู้อยู่เบื้องหลัง

Azzurro แบรนด์ร้านสูททำมือดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ที่เข้าใจการสร้างสัดส่วนให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่

The Rule : Azzurro

1 ตั้งเป้าหมายชัดเจน ว่าเราอยากให้สูทจาก Azzurro ทุกตัวเป็นสูทตัวเก่ง เราจะไม่ทำเสื้อที่ลูกค้ารับกลับไปบ้านแล้วแขวนเก็บไว้ในตู้

2 เข้าใจลูกค้าและดึงเอกลักษณ์ออกมาให้มากที่สุด

3 รักษาความรู้สึกกระตือรือร้นให้เหมือนทำงานวันแรกอยู่ตลอดเวลา


www.azzurrotailor.com
Instagram | azzurrotailor
Facebook | azzurrotailor

ความหมายที่อยู่ในรายละเอียด

เช่นเดียวกับการเลือกใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อเรา

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเลือกสรรสิ่งที่เหมาะกับเราได้เอง

เพราะเข้าใจเงื่อนไขการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ไม่เพียงตอบโจทย์ในความต่างนั้น พื้นที่ในอุดมคติจะพาเราไปสู่การคิดถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการเลือกสรรอย่าง Master Craftsmanship ที่พิถีพิถัน ทั้งการใช้ศิลปะและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย มาออกแบบร่วมกับธรรมชาติของผู้อยู่อาศัยอย่างปราณีตและตั้งใจ

ในยุคที่คนให้คุณค่ากับการนิยามความเป็นตัวตน มากกว่าความสวยงามของเปลือกนอก โจทย์สำคัญของการใช้ชีวิต คือการมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวตนจริงๆ ของเรา

และไม่ต่างจากสูทตัวเก่งคุณภาพดีที่มองด้วยตาเราอาจจะไม่เห็นคุณค่าในเรื่องราวและกรรมวิธีกว่าจะได้มา แต่เมื่อดูให้ลึก คุณจะพบรายละเอียดที่มีความหมายต่อชีวิตซ่อนอยู่

พบความหมายในทุกรายละเอียดชีวิต ที่งาน MAESTRO : MASTERFUL LIVING 21 – 24 มิ.ย. นี้ ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์

สัมผัสแนวคิด การสร้างสรรค์ และการพัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ MAESTRO RESIDENCES (มาเอสโตร เรสซิเด้นซ์) ผ่านการจัดแสดงในรูปแบบ Art Exhibition

พร้อมการเปิดตัว 3 คอนโดพร้อมอยู่ MAESTRO 01 สาทร-เย็นอากาศ พื้นที่ย่านธุรกิจที่สะท้อนชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสงบ มีเสน่ห์ และเรียบง่ายแบบดั้งเดิม ให้คุณเป็นตัวของตัวเองในแบบที่ต้องการ, MAESTRO 03 รัชดา-พระราม 9 การบรรจบกันอย่างลงตัวของศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่และชีวิตคนเมือง การนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทันสมัยแต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าบ้านอย่างมีสไตล์ และ MAESTRO 14 สยาม-ราชเทวี พื้นที่ศูนย์กลางความทันสมัยและความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพ ที่ต่อเติมพลังและความฝัน ให้คุณได้เริ่มต้นชีวิตที่ดีในอุดมคติ ในราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท*

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 116 1111 หรือ ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท ที่นี่

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load