การปรากฏตัวของฉลามในที่ซึ่งเป็นของพวกมันสร้างความแตกตื่น หวาดกลัว ให้กับคน จำนวนไม่น้อย ราวกับอสูรกายปรากฏตัว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักหรอก

‘ภาพ’ ของสัตว์ผู้ล่าเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน

เป็นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าผู้ล่าตัวนั้นจะอยู่บนบกหรือในทะเล

เสือโคร่ง, เสือ, สัตว์ป่า, ป่า, นักล่า, ปริญญากร วรวรรณ

เสือโคร่ง ลายบนตัวช่วยพรางไม่ให้เหยื่อเห็นง่ายๆ

ราวๆ 20 เมตร คือระยะห่างระหว่างผมกับเสือโคร่งตัวนั้น มันหยุดเดิน จ้องมาทางผมนิ่งสัก 3 นาที ก่อนหันหลังเดินจากไป

จากจุดที่เสือยืนมาทางซ้ายมือไม่ถึง 10 เมตร มีซากกระทิงที่หนังเริ่มแห้ง เหลือเนื้อช่วงหัวไหล่เพียงบางส่วน นอกนั้นโดนกัดกินไปหมดแล้ว

ผมจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี

ผมเห็นเสือโคร่งตัวผู้โตเต็มวัยตัวหนึ่ง ผู้ซึ่งเป็นนักล่าหมายเลขหนึ่งอยู่ในที่ของมัน

ในฐานะที่เป็นแค่มนุษย์ ผมไม่รู้หรอกว่าเสือตัวนั้นจะ ‘เห็น’ ผมหรือไม่

ซากกระทิงตัวผู้ ตัวโต โคนเขากว้าง ส่วนปลายเขามีเถาวัลย์พันเกี่ยวไว้ยุ่งเหยิง  พุ่มไม้รอบๆ ราบเรียบเป็นบริเวณกว้าง ทำให้รู้ว่าการล่าคงไม่ได้จบลงอย่างง่ายดาย

กระทิงคงต่อสู้อย่างฮึกเหิมตามนิสัยที่ไม่หวั่นกับสัตว์ผู้ล่า เถาวัลย์เกะกะพันติดเขาทำให้ เชื่องช้าและพลาด

การพลาดของมันไม่ได้หมายถึงชีวิตจบสิ้น แต่หมายความว่า ‘งาน’ ของเสือสำเร็จอีกครั้ง

ร่วม 10 วัน แล้วที่เสือใช้เวลาอยู่กับซากกระทิง สมถะ ใช้เหยื่ออย่างคุ้มค่า คือส่วนหนึ่งของเสือ

วิธีล่าซึ่งดูคล้ายจะโหดเหี้ยม ไร้ความปรานี ก็เป็นส่วนหนึ่งของเสือเช่นกัน

เสือโคร่ง, เสือ, สัตว์ป่า, ป่า, นักล่า, ปริญญากร วรวรรณ

กระทิง มีประสาทรับกลิ่นดี เมื่อได้กลิ่นผู้ล่ามันจะเงยหน้าสูดกลิ่น

เวลานั้นเป็นช่วงกลางฤดูฝน สายฝนโปรยต่อเนื่องยาวนาน ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความชุ่มชื้น ผีเสื้อบินร่อน ทางด่านรกทึบ ระดับน้ำในลำห้วยขึ้นสูง ปลักเล็กปลักน้อยล้วนมีน้ำขัง บริเวณโป่งที่เคยเป็นแหล่งชุมนุมในช่วงแล้งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่ว่างเปล่าเงียบเหงา

สัตว์ป่ากระจายไปทั่ว ฝูงกระทิงยังไม่ลงจากภูเขา ดงไผ่มีหน่อไม้กำลังแทงหน่อโผล่พ้นดิน

นอกจากผีเสื้อจำนวนมาก สิ่งหนึ่งที่พบเสมอในช่วงเวลานี้คือรอยตีนของบรรดาสัตว์โทน   พื้นดินอ่อนนุ่มเฉอะแฉะ ร่องรอยปรากฏชัด แต่พิ้นเละๆ ก็ทำให้รอยกดทับดูใหญ่กว่าความเป็นจริง

รอยตีนกระทิงกว้างกว่าฝ่ามือ และรอยตีนเสือโคร่งที่ประทับอยู่ข้างๆ เสือตามกระทิงไปห่างๆ

กระทิงเดินอยู่ลำพัง ขณะฝูงกำลังเพลิดเพลินอยู่ในดงทึบ

เมื่อป่าอยู่ในความอุดมสมบูรณ์ โป่งซึ่งต้องอาศัยในยามขาดแคนก็ไม่จำเป็น

เสือโคร่ง, เสือ, สัตว์ป่า, ป่า, นักล่า, ปริญญากร วรวรรณ

กวางตัวผู้โตเต็มวัย คือเหยื่อหลักๆ ของเสือโคร่ง นอกจากกระทิงและวัวแดง

กระนั้นก็เถอะ ผมเฝ้ารออยู่ริมโป่งนี้มาแล้วหลายวัน ทั้งๆ ที่รู้ว่าโป่งน้ำไม่ใช่ความจำเป็นนักสำหรับสัตว์ป่าในตอนนี้

ในรอบหลายวัน ผมพบกระทิงตัวเดียว มันโผล่เข้ามาอยู่ในปลักข้างๆ ซุ้มบังไพรอย่างเงียบเชียบ ก้มกินน้ำอย่างกระหาย เสียงหายใจฟืดฟาด

กระทิงอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง ซุ้มบังไพรอยู่บนพื้น ผมมองกระทิงตัวนั้นแบบต้องเงยหน้าขึ้น

มันดูใหญ่โต ทมึน และเห็นชัดเจนถึงความชราจากริ้วรอยบนร่าง ท่าทางอ่อนล้า มันคงผ่านมาหลายฤดูกาล

สำหรับกระทิงฤดูกาลคือสิ่งสำคัญ การเดินทางของพวกมันเหมือนสัตว์ชนิดอื่น มีแหล่งอาหารเป็นตัวกำหนด

สัตว์ป่ามีเพียง 2 ฤดูกาลคือ ฤดูแล้ง และฤดูฝน

ในฤดูแล้งพวกมันหากินในป่าใกล้ๆ แหล่งน้ำ รวมถึงในป่าดิบเขาระดับต่ำ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ เหตุเพราะสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว น้ำมีอยู่เฉพาะตามลำห้วยสายหลัก

หากปีใดเกิดไฟไหม้ป่า เมื่อระบัดเริ่มเขียวขจี กระทิงไม่ลังเลจะมุ่งหน้ามากินระบัดเหล่านี้

ถึงเวลาฝนมา ความแห้งแล้งจากไป หญ้ามีทั่วๆ ไปทั้งในทุ่ง ป่าเบญจพรรณ รวมทั้งป่าเต็งรัง

กลางๆ ฤดูฝนดงไผ่ตามเนินเขาแตกหน่อ นั่นคืออาหารอันโอชะ

ช้างเดินนำหน้าขบวน จนกระทั่งด่านราบโล่ง ใบไม้และยอดไผ่สูงๆ ถูกช้างดึงลง ส่วนที่เหลือจากช้างกินเป็นของพวกที่เดินตามมาข้างหลัง

สัตว์กินพืชเดินทางไปตามแหล่งอาหารตามฤดูกาล สัตว์ผู้ล่าใช้กฎเดียวกันนี้ การล่าจึงเกิดขึ้นเสมอในแหล่งอาหารอันสมบูรณ์

เสือโคร่ง, เสือ, สัตว์ป่า, ป่า, นักล่า, ปริญญากร วรวรรณ

หมาใน เป็นนักล่าขนาดเล็กที่ทำงานอย่างได้ผล

โดยที่นั่งมองกระทิงตัวนั้นด้วยสายตาที่ไม่ผ่านเลนส์ ไม่มีเสียงชัตเตอร์ หรือขยับตัวให้เกิดเสียง แต่อาจเพราะอยู่ใกล้เกินไป สักพักกระทิงก็รู้ตัว มันเงยหน้าส่งเสียง “ฟืด” ร่างกายตึงเขม็งเตรียมพร้อม ท่าทางอ่อนล้าชราภาพเปลี่ยนไป ที่ผมเห็นคือกระทิงฉกรรจ์ตัวหนึ่งกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง

เงยหน้าสูดกลิ่นสักพัก มันค่อยๆ ถอยจากปลัก หลบนิ่งหลังพุ่มไม้ และเดินไปตามด่านช้าๆ ไร้อาการตื่นหนี

กระทิงเดินไปตามด่าน เส้นทางเดียวกับที่ผมใช้เดินมาซุ้มบังไพร

ในฤดูฝนด่านที่มุ่งหน้ามาโป่งเงียบเหงา ไม่มีสัตว์ป่าสัญจร แม้ว่ากลางฤดูฝนสภาพป่าจะรกทึบ แต่ด่านที่ใช้เดินก็ดูว่างโล่ง

ในความเป็นชีวิต เดินอยู่ในที่ว่างโล่งคล้ายจะโดดเดี่ยว

          

กระทิงลับหายจากสายตา

ผมไม่รู้หรอกว่าเดินในสภาพเช่นนั้นมันจะรู้สึกอย่างไร

เฝ้ารอริมโป่งในช่วงกลางฤดูฝนไม่ใช่เวลาที่ดีสำหรับงานถ่ายภาพสัตว์ป่า

แต่คือช่วงเวลาที่ดีในการเรียนรู้

เสือโคร่ง, เสือ, สัตว์ป่า, ป่า, นักล่า, ปริญญากร วรวรรณ

เสือโคร่ง ใช้การซุ่มรอเป็นวิธีหนึ่งในการล่า

เช่นเดียวกัน ผมไม่รู้หรอกว่าเสือตัวนั้นจะ ‘เห็น’ ผมหรือไม่

ซากกระทิงรวมทั้งร่องรอยทำให้รู้ถึงความเป็นไป ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่ในสภาพหรือรูปแบบใด ความเป็นไปดูจะไม่แตกต่าง

มีผู้ล่า มีผู้ถูกล่า การล่าเกิดขึ้นทุกหนแห่งสำหรับสัตว์ป่า

ในฐานะผู้ล่าซึ่งสง่างาม ในความสัมพันธ์กับคน ‘ชะตากรรม’ ของพวกมันไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะอยู่บนบกหรือในทะเล

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

นี่คือคำพูดเมื่อ 30 ปีที่แล้วของผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำที่มักใส่เสื้อเชิ้ตยับๆ สวมแว่นตาหนา รูปร่างหน้าตาธรรมดาไม่ได้สะดุดตาใครๆ นัก เขาจะเริ่มต้นด้วยประโยคนี้ในทุกที่ซึ่งเขามีโอกาสขึ้นไปพูดบนเวที

นอกจากคนที่ไปฟังและเพื่อนๆ ที่รู้จัก ไม่ค่อยมีใครได้ยินประโยคนี้หรอก

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

นี่เป็นอีกประโยคหนึ่งที่ผู้ชายคนนี้พูด ในคืนวันหนึ่ง ไม่มีใครนอกจากลูกน้อง 3 – 4 คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นที่ได้ยิน

เสียงตะโกนดังขึ้นและจางหายไปในความมืดมิด

“สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์เลื้อยคลาน นับเป็นกลุ่มสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีแหล่งที่อยู่ และแบบแผนการดำรงชีวิตที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง มีทั้งสัตว์ที่อยู่ตามผิวดิน ใต้ผิวดิน และตามต้นไม้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างฉับพลันเพราะการกักเก็บน้ำ ย่อมส่งผลกระทบรุนแรงต่อสัตว์กลุ่มนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น”

เขาพูดข้อความนี้บ่อยและเขียนไว้ในรายงาน ‘งานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี’

บริเวณปากคลองพระแสง

ผืนป่าอุดมสมบูรณ์เปลี่ยนเป็นผืนน้ำกว้างกว่า 165 ตารางกิโลเมตร

ยอดเขากลายเป็นเกาะแก่งกลางทะเลสาบ

ชีวิตมากมายกระเสือกกระสน ดิ้นรน หลบหนี น้ำที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2529 ผู้ชายคนนี้เขียนบันทึกประจำวันไว้บางตอนว่า

“ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พื้นดินถูกตัดขาดเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย สัตว์ป่าต้องอดอาหาร และแก่งแย่งที่อยู่อันมีจำกัด บางตัวผอมโซ หลายตัวเป็นซากห้อยอยู่ตามกิ่งไม้”

เขาและทีมงานใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 4 เดือน กับงานช่วยเหลือสัตว์ป่า พวกเขาช่วยได้ 116 ชนิด 1,364 ตัว ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

มีชีวิตจำนวนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายร่างสูงสวมแว่นสายตาหนารู้ก็คือ

นี่คือการช่วยเหลือที่ปลายเหตุ

โครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำและพูดก็จางหายไปในสายลม

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้งคือแหล่งรวมพืชพรรณและสัตว์จากทุกภูมิภาค สมเสร็จคือตัวอย่างหนึ่ง

ปี พ.ศ. 2530

งานหนักของชายร่างสูงผู้นี้เริ่มต้นอีกครั้ง

โครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจนในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกำลังจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในยุคนั้น

ความขัดแย้งระหว่างผู้ไม่เห็นด้วยและผู้สนับสนุนเริ่มรุนแรง

ชายร่างสูงและเพื่อนๆ ทำงานอย่างหนักติดต่อกัน  เขาตัดสินใจนำข้อมูลการอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลานมาสรุป วิเคราะห์เพื่อใช้เป็นบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาผลกระทบด้านสัตว์ป่า และนำไปมอบให้คณะกรรมการพิจารณาผลกระทบการสร้างเขื่อนน้ำโจน

รายงานชิ้นนี้ทำให้หลายฝ่ายสิ้นข้อสงสัยว่า การสร้างเขื่อนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่าจริงหรือไม่

“อาจารย์ เราทำได้แล้ว เราทำได้แล้ว”

ชายร่างสูงเดินเข้ามาหา ดร.สุรพล สุดารา แห่งชมรมสภาวะแวดล้อมสยาม

การประชุมอย่างยาวนานเพื่อพิจารณาเรื่องเขื่อนน้ำโจนสิ้นสุด ผลการประชุมให้ชะลอการสร้างออกไปก่อน

เขากอด ดร.สุรพล พูดเสียงสั่นด้วยอารมณ์ที่อัดแน่น

ดร.สุรพล มองหน้าชายร่างสูง ความสำเร็จในการโน้มน้าวให้พิจารณายุติการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจน ส่วนหนึ่งมาจากความมุ่งมั่นเอาจริงรวมทั้งข้อมูลของผู้ชายคนนี้

ผู้ชายที่ชื่อ สืบ นาคะเสถียร

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

กระทิง ประชากรส่วนใหญ่ในป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร

ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ 2540

ฝนลงเม็ดปรอยๆ ขณะผมเลี้ยวรถไปตามเส้นทางแคบๆ ขนาบด้วยกอไผ่ ก่อนถึงลานโล่งหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวทาสีฟ้าอ่อนๆ

บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยหนึ่งทางตอนใต้ของป่าห้วยขาแข้ง

มอเตอร์ไซค์เปื้อนโคลน 4 – 5 คันจอดอยู่ ข้างบนชานหน้าบ้านมีคนกลุ่มใหญ่นั่งล้อมวง

พวกเขาชะเง้อมองผมดับเครื่อง ก้าวเท้าลงจากรถ

หลังพูดคุยทักทาย “ขอคุยกันสักชั่วโมงครับพี่ เดี๋ยวค่อยไป” ชายหนุ่มหัวหน้าหน่วยพูด

ผมรับแก้วน้ำที่ชายคนหนึ่งส่งมาให้ ครึ่งนั่งครึ่งนอนหลังพิงฝาบ้าน มองไปที่คนกลุ่มนี้

นอกจาก ฟื้น ฤทธินาลา ที่คุ้นเคยกับผมดี เขาช่วยงานผมบ่อย อายุต้น 40 ทำให้เขาอาวุโสที่สุด คนอื่นคือชายหนุ่มวัย 20 ต้นๆ

เสียงรายงานหัวหน้าถึงการเดินลาดตระเวณด้วยแววตากระตือรือร้น

“10 ปีแล้วนะครับ เร็วจังเลย”  ฟื้นพูดเบาๆ กับผม

1 กันยายน พ.ศ. 2533  ฟื้นทำหน้าที่เป็นยามอยู่ในสำนักงานเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ราวรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงปืนนัดหนึ่ง

ช่วงสายๆ เขาถึงรู้ว่านั่นคือเสียงปืนที่นำพา ‘ชีวิต’ หัวหน้าสืบของเขาไป

สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกระทำอัตวินิบาตกรรม

ดูคล้ายกับว่าจะเป็นเสียงปืนที่ดังกึกก้อง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

ควายป่า การสำรวจพบควายป่าที่ใกล้สูญพันธ์ ทำให้ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เขาตั้งใจมาเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ป่าที่ดูแลกว้างใหญ่ และปัญหาที่พบก็ใหญ่และซับซ้อนตาม

ปี พ.ศ. 2532 สภาพป่าที่มีพื้นที่ 1ล้าน 6 แสนกว่าไร่ มีข้าราชการ 12 คน พิทักษ์ป่า 30 คน ลูกจ้าง คนงานชั่วคราว 120 คน

และงบประมาณเพื่อดูแลป่าแห่งนี้ คือไร่ละ 80 สตางค์ต่อปี

วันนี้เราจะเดินทางไปที่สำนักงานเขต พรุ่งนี้จะมีงานทำบุญเพื่อรำลึกถึงหัวหน้าสืบ

10 ปีแล้วที่งานทำบุญเป็นไปอย่างง่ายๆ แต่ดูเหมือนว่าในแต่ละปีจะมีคนมาร่วมมากขึ้น

บนกองเป้มีปืนลูกซอง 5 นัดวางอยู่ สายสะพายมีรอยปะชุน

10 ปีก่อน สภาพคนงานและการทำงานในป่าไม่เปลี่ยนไปนัก

ยากลำบาก ขาดแคลน อาวุธด้อยกว่าคนล่าสัตว์

แต่น้ำเสียงและแววตากระตือรือร้นที่ชายหนุ่มเหล่านี้กำลังรายงานกับหัวหน้า

ผมสัมผัสได้ว่าพวกเขามีสิ่งหนึ่ง

สิ่งซึ่งงบประมาณมหาศาลจัดซื้อหามาไม่ได้

นั่นคือ จิตใจอันมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในงานของพวกเขา

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเสียงจากปืนนัดหนึ่ง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

นกยูงไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

ถึงวันนี้ ปี พ.ศ. 2560  ผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำจากไปแล้ว 27 ปี

นี่คือประโยคที่คนจำนวนมากได้ยิน

เช่นเดียวกับประโยคที่เขาตะโกนว่า

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

ความตั้งใจของเขาคือ อยากบอกให้โลกได้รับรู้ว่าเหล่าสัตว์ป่า รวมถึงคนผู้ทำหน้าที่ปกป้องดูแลแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ต้องพบกับปัญหาอันซับซ้อนเพียงไร จากที่เคยพูดมาตลอดและไม่มีใครได้ยิน

เขารู้วิธีที่จะให้คนฟัง

เลือกกระทำ

และวิธีที่เขาเลือกได้ผล

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load